Connect with us

Games

[Review] FINAL FANTASY XIV: Stormblood ~ เปิดตำนานบทใหม่ของนักรบแห่งแสง

หลังประสบความสำเร็จจาก A Realm Reborn และ Heavensward (เกมหลักและภาคเสริมของ FFXIV) ทำให้ยอดผู้เล่นรายเดือนของเกมนี้สูงกว่า6ล้านคน (ข้อมูลเดือนกรกฎาคม ปี 2559) Stormblood จึงเป็นที่จับตามองของแฟนๆว่าครั้งนี้ทีมพัฒนาที่นำด้วยนาโอกิ โยชิดะ จะยังรักษาคุณภาพผลงานและตอบรับความคาดหวังได้หรือไม่

Published

on

FINAL FANTASY XIV: Stormblood

FINAL FANTASY XIV: Stormblood
9

กราฟิก และงานออกแบบ

9.5 /10

เกมเพลย์

9.0 /10

ความแปลกใหม่

8.0 /10

ความคุ้มค่า

9.5 /10

ภาพรวม

9.0 /10

จุดเด่น

  • เนื้อเรื่อง งานออกแบบศิลป์ และเพลงประกอบที่มีคุณภาพ
  • ระบบการเล่น ทุกอาชีพมีเอกลักษณ์
  • เนื้อหาเยอะ คุ้มค่า รองรับผู้เล่นหลากหลายสไตล์

จุดสังเกต

  • ปัญหาการเชื่อมต่อในช่วงที่มีผู้เล่นหนาแน่น ต้องรอคิวเข้าเซิร์ฟเวอร์

Stormblood / 紅蓮の解放者 ภาคเสริมล่าสุดของ Final Fantasy XIV ซึ่งเป็น MMO RPG ชูโรงของค่าย Square Enix ได้วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการบน Microsoft Windows, PlayStation 4 และ macOS เมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา

เนื้อหาที่ Stormblood เพิ่มเข้ามาก็คือ

  • เนื้อเรื่องต่อจาก Heavensward (มีทั้งเควสหลักและเควสเสริม)
  • แอเรียและดันเจี้ยนใหม่ ทั้งภาคพื้นดิน บนฟ้า และใต้ทะเล
  • การเพิ่มขีดจำกัดเลเวลให้ตันที่ 70 (แทนที่ของเก่าซึ่งตันที่60)
  • เพิ่มอาชีพใหม่คือ ซามูไร (Samurai) และ นักเวทแดง (Red Mage)
  • การยกเครื่องระบบต่อสู้ ปรับปรุงสกิลการเล่นใหม่หมดทุกอาชีพ ให้เข้าถึงง่ายและสนุกขึ้น

หลังประสบความสำเร็จจาก A Realm Reborn และ Heavensward (เกมหลักและภาคเสริมของ FFXIV) ทำให้ยอดผู้เล่นรายเดือนของเกมนี้สูงกว่า6ล้านคน (ข้อมูลเดือนกรกฎาคม ปี 2559) Stormblood จึงเป็นที่จับตามองของแฟนๆว่าครั้งนี้ทีมพัฒนาที่นำด้วยนาโอกิ โยชิดะ จะยังรักษาคุณภาพผลงานและตอบรับความคาดหวังได้หรือไม่


STORY


สิบห้าปีก่อน จักรวรรดิการ์เลียน เริ่มแผ่ขยายอำนาจอันเกรียงไกร ด้วยกองทัพเรือเหาะและเครื่องจักรสงคราม เหล่าประเทศเล็กใหญ่ในผืนแผ่นดินอิลซาบาร์ดต้องยอมศิโรราบให้กับจักรวรรดิ เมื่อเหล่าทัพเดินทางรุกล้ำไปยังฝั่งตะวันตกจนมาถึงทวีปอีออร์เซีย ‘อลามิโก’ คือประเทศแรกที่ต้องปะทะกับกองทัพอันทรงพลัง

จักรวรรดิการ์เลียนตระหนักดีว่าอลามิโกเป็นประเทศที่เคยรุ่งเรืองที่สุดในอีออร์เซีย จึงวางแผนทำลายความสามัคคีของชาวอลามิโกเพื่อให้ง่ายต่อการสู้รบ จักรวรรดิส่งขุนพลไปยุยงให้เกิดปัญหาการเมืองภายในอลามิโกที่กำลังร้านฉานอยู่เป็นทุนเดิม จนเกิดสงครามกลางเมือง และนำทัพจักรกลเข้าจู่โจมในตอนที่อลามิโกอ่อนแอ ผืนดินอันร้อนระอุถูกชโลมด้วยเลือดกลายเป็นสีแดงฉาน

อลามิโกล่มสลายเสียแล้ว จากนี้ไป วัฒนธรรมของอลามิโกจะถูกลืม เด็กทุกคนที่เกิดมาจะต้องจงรักภักดีต่อจักรวรรดิ คนแก่เฒ่าท้องถิ่นถูกดูถูกเหยียดหยามเป็นดั่งพลเมืองชั้นสอง ประเทศที่เคยรุ่งโรจน์จะเป็นแค่ส่วนหนึ่งของการ์เลียนอันยิ่งใหญ่ ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์นี้ส่วนหนึ่งพยายามหลบหนีการตามล่าของการ์เลียนไปยังประเทศใกล้เคียง รอคอยวันที่จะได้กลับไปเหยียบแผ่นดินเกิดอีกครั้ง…

กาลเวลาผ่านมาจนถึงเวลาปัจจุบัน กองกำลังต่อต้านจากอดีตนักรบและประชาชนอลามิโก ตกลงใจจะกู้คืนอิสรภาพจากจักรวรรดิเป็นครั้งสุดท้าย โดยจะทุ่มสุดกำลัง ในศึกครั้งนี้มีเพียงสองทางเลือก เสรีภาพหรือความตาย

นักรบแห่งแสงจึงตัดสินใจร่วมต่อกรภัยร้ายของจักรวรรดิเพื่อช่วยเหลือเพื่อนเก่า ‘ลีซ’ และปลดปล่อยเหล่าเมืองขึ้นให้เป็นอิสระ

เนื้อหาของ Stormblood เป็นเรื่องต่อเนื่องจากภาคเสริมที่แล้ว (ต่อจาก Heavensward) โดยยังคงแนวทางการนำเสนอแบบเดิม คือเป็นเกมออนไลน์ที่มีเนื้อเรื่องเข้มข้นเหมือนเกมภาคหลัก ให้ความรู้สึกแบบ Final Fantasy คลาสสิกผ่านคัทซีนอลังการ ได้สร้างความผูกพันกับเพื่อนร่วมทาง พบเจอกับศัตรูและบอสประจำซีรีส์ ขยี้หัวใจด้วยเนื้อเรื่องที่บีบคั้น ก่อนจะพบฉากจบที่อิ่มเอม

ตัวละครหลักทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ใน Stormblood ถือได้ว่ามีชีวิตชีวาและบทบาทที่น่าสนใจ แต่ละตัวมีจุดมุ่งหมายของตัวเอง แม้จะมีเป้าหมายเดียวกัน แต่หลักการก็ต่างกันไปตามเรื่องราวของแต่ละคน ทำให้เป็นตัวละครที่มีมิติ มีพัฒนาการระหว่างเนื้อเรื่อง  อาจจะมีข้อขัดใจที่ตัวละครฝั่งการ์เลียนบางตัวบทน้อยเกินไป แต่ก็คงจะทิ้งเป็นปมเอาไว้ในเนื้อเรื่องในอนาคต

ด้านเนื้อเรื่องหลักนั้นเรียบง่ายและค่อนข้างรวบรัด ให้อารมณ์ผู้กล้ากอบกู้แผ่นดินแบบคลาสสิก แต่บอกเล่าได้สนุกกลมกล่อมน่าติดตาม ส่วนเนื้อหารองพวกเควสเสริมต่างๆจะบอกเล่าประวัติ,วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของผู้คนในดินแดนใหม่ที่เราจะได้ท่องไป เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยทางเนื้อเรื่องที่อ้างอิงวัฒนธรรมทางเอเชียผสมผสานเข้ากับโลกแฟนตาซีเหล่านี้ก็สร้างความแปลกใหม่และเติมเต็มความหลากหลายในเกมได้เป็นอย่างดี จากที่แต่เดิมมีแต่ความเป็นแฟนตาซีแนวยุโรป


GAMEPLAY


ระบบต่อสู้ ยังคงแบ่งหน้าที่ผู้เล่นเป็นสามหมวดหลัก รองรับสไตล์การเล่นของผู้เล่นแต่ละคนที่แตกต่างกัน โดยอาชีพใหม่ล่าสุดที่เพิ่มเข้ามาในภาคเสริมนี้ก็คือ ซามูไร (Samurai) และ นักเวทแดง (Red Mage) ทำให้จำนวนอาชีพด้านการต่อสู้ทั้งหมดในเกมตอนนี้มีจำนวนอยู่ที่ 15 อาชีพ ซึ่งล้วนแต่เป็นอาชีพอันเป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์ FF ที่แฟนๆคุ้นเคยกันดี

Tank

Paladin, Warrior, Dark Knight

Healer

White Mage, Scholar, Astrologian

Damage Dealer

(ระยะประชิด) Dragoon, Monk, Ninja, Samurai

(ระยะไกล) Bard, Machinist

(สายเวท) Black Mage, Summoner, Red Mage

นอกจากการเพิ่มขีดจำกัดเลเวลให้ตันที่ 70 ระบบต่อสู้โดยรวมของทุกอาชีพก็ได้รับการปรับปรุงใหม่ ทั้ง PvE และ PvP ตัดสกิลเก่าที่ไม่ค่อยมีความจำเป็นทิ้งไป และเพิ่มสกิลใหม่ที่ส่งเสริมการเล่นทั้งแบบลุยเดี่ยวและแบบทีม รวมถึงการปรับเปลี่ยนท่าทางการเคลื่อนไหวให้ดูสวยงามยิ่งขึ้น

จุดที่น่าชมเชยก็คือ การออกแบบการเล่นของแต่ละอาชีพ ที่มีสกิลรับมือสถานการณ์ต่างๆไม่ว่าจะเล่นเดี่ยวรึเล่นเป็นทีม และหาจุดยืนที่แตกต่างจากกันและกันได้ อาทิ สองอาชีพใหม่อย่างซามูไรและนักเวทแดง แม้จะเป็นตัวโจมตีเหมือนกัน แต่รูปแบบการเล่นก็ต่างกัน ซามูไรเน้นพลังโจมตีอันรุนแรง สอดประสานท่าโจมตีตามลำดับเพื่อปลดปล่อยวิชาดาบ ส่วนนักเวทแดงเป็นสายเวทที่มีความคล่องตัวสูง โจมตีศัตรูด้วยเวทขาวสลับกับเวทดำสะสมเกจพลังเพื่อใช้คอมโบดาบเวทมนตร์ที่ฉับไว

แน่นอนว่าต้องมีความได้เปรียบลดหลั่นกันบ้างตามสถานการณ์ แต่โดยรวมแล้วทุกอาชีพก็สามารถใช้เล่นทุกเนื้อหาของเกมได้ และเนื่องจากในเกมนี้ ตัวละครเดียวก็สามารถเล่นได้ทุกอาชีพ และเปลี่ยนอาชีพได้อย่างอิสระตลอดเวลา (แต่ละอาชีพมีเกจเลเวลแยกกัน เปลี่ยนอาชีพใหม่ เลเวลอาชีพเก่าก็ยังคงอยู่) ทำให้สะดวกที่จะทดลองเล่นทุกบทบาท จนกว่าจะเจออาชีพที่สนุกเข้ากับสไตล์ตัวเองมากที่สุด

ดันเจี้ยนและบอสในภาคนี้มีความยากง่ายหลายระดับ มีทั้งแบบเล่นเป็นกลุ่ม4คน 8คน ซึ่งผู้เล่นเดี่ยวก็ไม่ต้องกังวลเพราะมีระบบหาปาร์ตี้อัตโนมัติ แต่สำหรับคนที่ไม่ถนัดภาษาอังกฤษหรือญี่ปุ่น อาจจะมีปัญหาเรื่องการสื่อสารกับคนต่างชาติในบางจุดที่ต้องนัดแนะกลยุทธ์การเล่นหรือสื่อสารกันเพื่อความสามัคคี ระบบแปลภาษาอัตโนมัติในเกมก็ช่วยได้แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ถ้าเป็นไปได้ก็แนะนำให้เล่นในเซิฟเวอร์ที่มีคนไทยอยู่เป็นหลัก (เช่น Tonberry, Masamune, Kujata เป็นต้น)

สำหรับอาชีพสายพ่อค้าและนักหาวัตถุดิบ ก็มีความท้าทายใหม่ อาทิ การตกปลาด้วยฉมวก ตำราอาวุธและเครื่องแต่งกายใหม่ ถือเป็นอีกมิติหนึ่งของความบันเทิง สำหรับผู้ชื่นชอบการค้าขายและการสร้างไอเทมยากๆในเกม

ในด้านของเนื้อหาหลังจบเนื้อเรื่องหลัก ก็จะมีอัพเดตให้ฟรีทุกเดือน (มีแพทช์ใหญ่ทุกสามเดือน) ล่าสุดก็เป็น Omega: Deltascape ที่เป็นด่านรวมบอสสุดท้าทาย (มีทั้งโหมดธรรมดาสำหรับผู้เล่นทั่วไป และโหมดยากสำหรับสายฮาร์ดคอร์) เรียกว่าจบเนื้อเรื่องหลักแล้วก็ยังมีอะไรให้ทำกันอีกยาว


AESTHETIC


การยุติการเปิดให้บริการบนเครื่อง PS3 ช่วยให้ทีมงานได้ปรับปรุงระบบการเล่นให้สะดวกขึ้น (เพิ่มช่องเก็บของ, เพิ่มความเร็วของยานพาหนะ ที่ก่อนหน้านี้ทำไม่ได้เพราะปัญหาแรมไม่พอ) และยังทำให้สามารถยกระดับความสวยงามอลังการของงานด้านภาพได้ยิ่งกว่าที่เคย ด้วย ทั้งบนฟ้า พื้นดิน ใต้น้ำ งานออกแบบบอส และท่าโจมตีต่างๆก็ใส่เอฟเฟกต์ได้เต็มที่

การกำกับศิลป์เน้นให้ทุกฉากมีเอกลักษณ์และจุดสังเกตที่โดดเด่น แต่ละพื้นที่จะให้อารมณ์ที่แตกต่างกัน อาทิ อาซิมม์สเตปป์เป็นเขตปกครองตนเองซึ่งเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจีกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ส่วนเขตแยนเซียที่เป็นเมืองขึ้น ก็จะมีสถาปัตยกรรมเก่าของโดม่าที่ถูกสร้างทับด้วยวิทยาการของการ์เลียน การออกแบบฉากอย่างมีที่มาที่ไป สอดคล้องกับเรื่องราว ทำให้จดจำแต่ละพื้นที่ได้โดยไม่สับสน จะเสียดายก็ตรงที่พื้นที่ใต้ทะเลยังมีให้สำรวจไม่สะใจเท่าไหร่

อสูรและศัตรูที่คุ้นเคย ก็มาปรากฏตัวในรูปโฉมใหม่ แต่ยังคงจุดเด่นบางอย่างเอาไว้ให้แฟนซีรีส์จดจำได้ สำหรับผู้เล่นใหม่อาจจะแค่ตื่นตาตื่นใจกับงานออกแบบสวยๆ แต่สำหรับแฟนซีรีส์ก็จะต้องอมยิ้มว่า เฮ้ย นี่มันตัวนั้นตัวนี้นี่นา โดยรวมแล้วถือว่าการกำกับศิลป์ของภาคนี้เฉิดฉายความเป็นแฟนตาซีออกมาได้อย่างงดงาม


SUMMARY


Stormblood ตอกย้ำความสำเร็จของ FFXIV เป็นเกมที่มีทุกองค์ประกอบที่แฟนๆ ซีรีส์โหยหา เนื้อเรื่องและเกมเพลย์เข้มข้นครบเครื่องครบรส เพลงประกอบอันไพเราะ กราฟิกตระการตา ความสนุกท้าทาย ไม่ด้อยไปกว่าเกม single player และสืบทอดจิตวิญญาณของ Final Fantasy ดั้งเดิมได้ดีที่สุดในยุคหลัง โดยเฉพาะบอสตัวสุดท้ายของภาคนี้ที่จะทำให้ต้องอุทาน บอสใหญ่ของ FF มันต้องแบบนี้สิ!

สำหรับตอนนี่ที่ Stormblood เพิ่งมาถึงก็เป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับผู้เล่นใหม่หรือคนเก่าที่จะกลับมาเล่น เพราะสังคมในเกมกำลังหนาแน่น ผู้เล่นในปัจจุบันต่างเก็บเลเวลอาชีพทั้งเก่าและใหม่ ทำให้บรรยากาศในเกมมีชีวิตชีวาเป็นพิเศษ โดยเกมนี้ใช้ระบบเก็บค่าบริการรายเดือน (เดือนละประมาณ 10-13 $) ซึ่งอาจจะไม่สะดวกกับผู้เล่นบางคน แต่ถ้ามองหาเกมออนไลน์คุณภาพดี หรือต้องการเล่น FF เพราะชอบในเอกลักษณ์ดั้งเดิมของซีรีส์ FFXIV ก็เป็นเกมที่ไม่ควรพลาดค่ะ

แสดงความคิดเห็น

Games

เพลินๆ ไปกับการดูแลศิลปินเกาหลีกับเกม “StarPop”

Published

on

FINAL FANTASY XIV: Stormblood

FINAL FANTASY XIV: Stormblood
9

กราฟิก และงานออกแบบ

9.5 /10

เกมเพลย์

9.0 /10

ความแปลกใหม่

8.0 /10

ความคุ้มค่า

9.5 /10

ภาพรวม

9.0 /10

จุดเด่น

  • เนื้อเรื่อง งานออกแบบศิลป์ และเพลงประกอบที่มีคุณภาพ
  • ระบบการเล่น ทุกอาชีพมีเอกลักษณ์
  • เนื้อหาเยอะ คุ้มค่า รองรับผู้เล่นหลากหลายสไตล์

จุดสังเกต

  • ปัญหาการเชื่อมต่อในช่วงที่มีผู้เล่นหนาแน่น ต้องรอคิวเข้าเซิร์ฟเวอร์

ใครที่เป็นแฟนคลับศิลปินเกาหลี ต้องชอบเกมที่จะแนะนำวันนี้แน่ๆ เพราะเกมที่จะแนะนำวันนี้เป็นเกมที่จะทำให้คุณสามารถเทคแคร์ศิลปินเกาหลีได้แบบเต็มอิ่ม ไม่ว่าจะพาไปแต่งตัว ไปจ่ายตลาด ทำอาหารให้ทาน พาไปตกปลา ไปคาเฟ่ ฯลฯ เรียกได้ว่าวันทั้งวันคุณจะฟินกับการใช้ชีวิตกับศิลปินเกาหลีที่คุณชื่นชอบเลยล่ะ!

เกมที่เราจะพูดถึงกันในวันนี้ก็คือเกม “StarPop” โดยเมื่อเปิดเริ่มเกมเข้ามา ตัวเกมจะให้เราเลือกศิลปินที่เราอยากเทคแคร์ ซึ่งก็มีศิลปินมากหน้าหลายตาให้เราเลือก

ซึ่งเราก็สามารถพาศิลปินที่เราชอบไปทำกิจกรรมต่างๆ ได้ โดยมีสถานที่ให้ไป 20 กว่าที่เลยทีเดียว และแต่ละสถานที่ก็จะมีกิจกรรมให้เราทำ เช่น ห้องแต่งตัว ห้องครัว ตลาด สวนต้นรัก ฯลฯ

สิ่งที่เราต้องทำคือจัดการเคลียร์ Daily Mission ให้ครบ ซึ่งก็มีกิจกรรมต่างๆ ให้เราทำ ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหารให้ศิลปินทาน ทำงานตามตารางงานของบริษัทให้ครบ ปลูกต้นไม้ ออกเดท เป็นต้น

และการทำกิจกรรมต่างๆ ก็ต้องใช้เวลาตามที่เกมกำหนดถึงจะสำเร็จ เช่น ไปออกรายการ ใช้เวลา 5 นาที เราก็ต้องรอ 5 นาทีจริง เพื่อทำกิจกรรมนั้นให้สำเร็จ

โดยกิจกรรมต่างๆ ที่เราทำ ก็จะต้องใช้พลังงานของศิลปิน หากพลังงานเหลือน้อยเราก็ต้องพาศิลปินไปนอนหลับ

หรือหากศิลปินหิว เราก็ต้องทำอาหารให้ทาน ซึ่งเราสามารถดูว่าพลังงานเหลือมากน้อยเพียงใดจากสัญลักษณ์รูปสายฟ้าด้านบน และช้อนส้อม

การทำกิจกรรมบางอย่างภายในเกม ก็จะต้องอาศัยเมล็ดถั่วและเพชร ในการดำเนินการด้วย ซึ่งหากเราทำกิจกรรมต่างๆ สำเร็จ ก็จะได้กลับมาเป็นรางวัลเช่นกัน ซึ่งก็มีหลายวิธีในการได้รับเมล็ดถั่ว เช่น หมุนวงล้อ ทำกิจกรรมสำเร็จ ไปรดน้ำต้นไม้ให้บ้านอื่น หรือบางทีเกมก็จะให้เมล็ดถั่วเรามาแบบฟรีๆ ด้วยการล็อกอินเข้าเล่นเกมทุกวัน เป็นต้น

และอีกสิ่งที่เราจะได้กลับมาเป็นคะแนนด้วยนั่นก็คือ หัวใจและดาว ซึ่งหัวใจและดาวก็จะใช้จัดอันดับและแลกรับของในเกมได้ และความสนุกอีกอย่างของเกมนี้คือเราสามารถฟินไปกับการพาศิลปินไปทำกิจกรรมต่างๆ เสริมได้

นอกจากเกมนี้จะให้เราพาศิลปินไปทำกิจกรรมต่างๆ มากมายที่แสนจะน่าสนใจแล้ว เรายังสามารถเลี้ยงสัตว์เลี้ยงได้อีกด้วย

ถ้ามีเพชรและเมล็ดถั่วเหลือเฟือก็สามารถเปย์ศิลปินให้ทำกิจกรรมได้อย่างไม่ยั้งเลย แต่ถ้ามีเพชรและเมล็ดถั่วไม่พอ ก็แนะนำว่าทำตาม Daily Mission ไปก่อนดีกว่า ถ้ามีเพชรและเมล็ดถั่วมากขึ้น เราจะพาศิลปินไปทำกิจกรรม แต่งตัวหรือทำผมเก๋ๆ ยังไงก็ได้

ดาวน์โหลด

ถือเป็นเกมที่จะทำให้คุณฟินไปกับการใกล้ชิดศิลปินเกาหลีที่คุณชื่นชอบ คอยเทคแคร์และผลักดันให้ศิลปินต่างๆ ทำกิจกรรมให้ชีวิตประสบความสำเร็จ ใครที่ชอบเกมแนวนี้หรือชื่นชอบศิลปินเกาหลีต้องห้ามพลาดเลย!

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Games

[Review] Sea of Thieves: มาสวมบทบาทเป็นโจรสลัด ออกเรือ และท่องโลกกว้างกันเถอะ !!!

Published

on

FINAL FANTASY XIV: Stormblood

FINAL FANTASY XIV: Stormblood
9

กราฟิก และงานออกแบบ

9.5 /10

เกมเพลย์

9.0 /10

ความแปลกใหม่

8.0 /10

ความคุ้มค่า

9.5 /10

ภาพรวม

9.0 /10

จุดเด่น

  • เนื้อเรื่อง งานออกแบบศิลป์ และเพลงประกอบที่มีคุณภาพ
  • ระบบการเล่น ทุกอาชีพมีเอกลักษณ์
  • เนื้อหาเยอะ คุ้มค่า รองรับผู้เล่นหลากหลายสไตล์

จุดสังเกต

  • ปัญหาการเชื่อมต่อในช่วงที่มีผู้เล่นหนาแน่น ต้องรอคิวเข้าเซิร์ฟเวอร์

สวัสดีปีใหม่ไทยท่านผู้อ่านทุกท่านครับ ช่วงนี้อากาศกำลังร้อนได้ที่มากๆ มาพร้อมกับเทศกาลสงกรานต์ ที่จะมาช่วยคลายร้อนให้กับพวกเราชาวเกมเมอร์ทุกๆคน และถ้าหากพูดถึงเกมที่จะเหมาะกับบรรยากาศในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ผมก็ขอนำเสนอ Sea of Thieves ผลงานชิ้นเอกจาก Rare เจ้าของเกมชื่อดังอย่าง Goldereye 007, Donkey Kong Country ที่หลายๆคนน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี และการกลับมาครั้งนี้ของ Rare จะสร้างความสนุกแบบที่เคยทำได้หรือไหม มาติดตามบทความรีวิว Sea of Thieves กันได้เลยครับ

Xbox Play Anywhere ชื้อ 1 ได้ 2

ก่อนอื่นเลยต้องบอกก่อนว่า Sea of Thieves เป็นเกม Microsoft Exclusive ที่ลงให้กับเครื่อง Xbox One และ Windows 10 โดยมีระบบ Cross-Platform และแน่นอนกับระบบเอาใจเกมเมอร์อย่าง Xbox Play Anywhere ที่ไม่ว่าคุณจะชื้อเกมในเครื่องไหน ก็จะสามารถเล่นได้ทั้งสองเครื่อง โดยใช้ Save และ Server เดียวกันอีกด้วยครับ สำหรับชาว Xbox สามารถหาชื้อได้ใน Store ตามปกติ และสำหรับชาว PC สามารถชื้อได้ใน Windows Store โซนอเมริกาครับ (Steam ไม่มีนะจ๊ะ)

Sea of Thieves เป็นเกม FPS Action ทั่วๆไป ที่ไม่มีระบบซับซ้อนเลยสักนิดเดียว ตัวเกมจะให้ผู้เล่นรับบทเป็นกะลาสีคนนึง ที่ได้ออกเรือตามล่าหาสมบัติ หรือรับจ้างทำเควสจากสำนักต่างๆภายในเกม โดยตัวเกมจะบังคับให้ผู้เล่นออนไลน์ตลอดเวลา โดยที่ผู้เล่นจะสามารถเล่น Online กับเพื่อนสูงสุดได้ 4 คน หรือจะออกเดินเรือเพียงคนเดียว แต่อาจจะไปเจอกับเรือลำอื่นๆก็สามารถทำได้เช่นกันครับ

เตรียมตัวออกเรือ

โดยพื้นฐานแล้วตัวเกมนั้นใช้ระบบ Online Session จับคู่ผู้เล่นทั้งหมดเข้ามาเจอกันภายในเกม โดยที่จะมี Server กลาง นั้นหมายความว่าระหว่างเล่น ผู้เล่นจะสามารถเจอคนอื่นเข้า ออกได้ตลอดเวลา รวมไปถึงตัวผู้เล่นเองที่ออกจากเกมไปแล้ว แต่ก็สามารถกลับเข้ามาในเกมได้ใหม่ โดยให้เพื่อนที่อยู่ใน Party เดิม Invite เข้ามาครับผม ยกตัวอย่างเกม Call of Duty ที่ใช้ระบบนี้เช่นกัน


Preparing Yourself


npc ที่พูดคุยได้ภายในเกม

แน่นอนว่าการที่ตัวเกมเป็นเกม Online Multiplayer อย่างจริงจัง แน่นอนว่าลืมไปได้เลยกับ Story Mode หรือ Lore ที่จะทำให้ผู้เล่นรู้สึกอินไปภายในเกม เนื่องจากว่าตัวเกม Sea of Thieves นั้นต้องการสร้างประสบการณ์การเป็นกะลาสีให้ตัวผู้เล่นเองจริงๆครับ นั้นหมายความว่าตัวเกมจะไม่มีการบอกเล่าอะไรทั้งสิ้น สิ่งที่เรารู้ คือเราเป็นแค่กะลาสีคนนึงที่ตื่นขึ้นมาในเกาะแห่งนึงพร้อมกับเรือหนึ่งลำ โดยผู้เล่นสามารถคุยกับเหล่า NPC ภายในเกาะ หรือที่เรียกว่า Outpost ได้ทุกคน แน่นอนว่าในจำนวน NPC พวกนั้นก็จะมีเควสให้ทำครับ

เริ่มออกเรือแบบไร้จุดหมาย

Gameplay หลักๆของ Sea of Thieves นั้นจะเข้าใจได้ค่อนข้างง่าย แต่ตัวเกมค่อนข้างโหดร้ายที่ไม่มีแม้แต่ Tutorial มาให้เลยสักนิดเดียว แต่เชื่อว่าสิ่งแรกที่ผู้เล่นหลายคนเข้ามาในเกม ก็คือความคิดที่อยากจะเป็นเจ้าแห่งโจรสลัด (เพราะผมก็คิดแบบนั้น) แต่ต้องมานั่งงมเอาเองกับเพื่อนที่เหลืออีก 3 คนโดยที่ตัวเกมไม่ช่วยบอกอะไรเลยแม้แต่สักนิดเดียว !!

ชนิดของเควสหลักๆภายในเกม

ตัวเกมมีจะเควสให้ผู้เล่นทำอยู่ทั้งหมด 3 แบบหลัก ที่สามารถรับได้จาก NPC ครับ นั้นก็คือ การล่าสมบัติ, การล่ามอนสเตอร์, และการค้าขายครับ โดยทั้งสามแบบนี้ผู้เล่นสามารถเลือกทำแบบไหนก่อนก็ได้ หรือจะเลือกทำพร้อมๆกันได้เลยก็ได้เช่นกัน นอนจากนั้นตัวเกมจะมีเควสพิเศษที่สามารถพบได้จากขวดแก้ว ซากเรือพังต่างๆครับ โดยเควสพวกนี้มักจะมีความยากกว่าเควสทั่วไป บางเควสจะมาเป็นคำใบ้ และต้องให้ผู้เล่นไขปริศนากันเองอีกด้วยครับ

เริ่มจากเควสล่าสมบัติ ก็ตามชื่อเลยครับ เมื่อรับเควสมาแล้ว NPC ก็จะให้แผนที่เรามา เป็นรูปเกาะๆหนึ่ง พร้อมกับจุดกากบาทสีแดง โดยที่เราต้องตามหาเกาะเอาเอง ผ่านการดูแผนที่ พร้อมกับ จุดกากบาทสีแดงในเกาะ เมื่อผู้เล่นมั่นใจว่าใช่จุดๆนี้ ผู้เล่นต้องขุดมันขึ้นมา และนำหีบสมบัติกลับไปมอบให้ NPC ที่เรารับเควสมา ก็จะเป็นอันเสร็จ

ในส่วนของเควสล่ามอนเตอร์นั้น ก็จะคล้ายๆกับแบบแรก แต่คราวนี้ NPC จะให้ชื่อเกาะกับเรามาเลย สิ่งที่เราต้องทำ คือมุ่งหน้าไปสู่เกาะนั้นๆ และจัดการมอนสเตอร์ให้หมด และนำหัวกะโหลกไปมอบให้ NPC ก็จะเป็นอันเสร็จครับ

และสุดท้าย สำหรับเควสการค้าขาย จะค่อนข้างยากกว่าสองแบบแรก เนื่องจากว่าผู้เล่นจะต้องไปตามหาสิ่งของต่างๆตามเกาะ อาทิเช่น หมู,ไก่,ดินปิน,เสบียงต่างๆ โดยแต่ละเควสก็จะกำหนดสีของสัตว์ชนิดต่างๆที่ต้องการอีกด้วย และเมื่อจับสัตว์ได้ตามกำหนด หรือได้สิ่งของที่ต้องการแล้ว ก็นำไปมอบให้กับ NPC ตัวเดิม ก็จะเป็นอันเสร็จครับ

โดยของรางวัลที่จะได้จากเควสทั้ง 3 แบบก็คืนเงิน ที่สามารถนำไปชื้อของแต่งตัว อาวุธใหม่ๆ หรือ Upgrade เรือของเราได้ครับ


Set Sail !!


เอาล่ะมาถึงเนื้อหาหลักๆกันบ้าง อย่างที่ผมบอกไปในตอนแรกว่า ตัวเกมนั้นเป็น FPS Action โดย Gameplay หลักๆของตัวเกมจะมีอยู่ 3 อย่าง แบ่งเป็น “การขับเรือ/ปะทะบนน้ำ, การต่อสู้บนบก, การตามล่าหาสมบัติ หรือสิ่งของอื่นๆ” โดยที่รูปแบบการเล่นในแต่ละแบบจะมีความแตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิงครับ

มาเริ่มต้นด้วยระบบการออกเรือ และการต่อสู้บนน้ำกันก่อนดีกว่า เกมนี้จะมีเรือให้เราขับอยู่ 2 ชนิด โดยที่ชนิดเล็กสุดจะเล่นได้สูงสุด 1-2 คน โดยที่ขนาดใหญ่สุด จะเล่นได้สูงสุด 3-4 และไม่ว่าผู้เล่นจะเลือกเล่นเรือรูปแบบไหน ก็ต้องไปเจอกันเองใน Server อยู่ดีครับ

Teamwork นี่แหล่ะสำคัญที่สุด ว่าแต่นี่ทำอะไรกันอยู่

สิ่งแรกที่ผมต้องขอชมทีมงานเลยก็คือ ตัวเกมค่อนข้างมีความสมจริงในการขับเรือเป็นอย่างมาก โดยที่ตัวเกมได้นำเอาองค์ประกอบทุกอย่างของเรือจริงๆ ยกมาใส่ไว้ในเกมแถบจะทั้งหมด เริ่มต้นจากการถอนสมอเรือ ก่อนที่จะดึงใบสำเภาไปตามลม พร้อมกับบังคับพังงาไปในอย่างทิศทางที่ต้องการ โดยที่ทั้งหมดนั้นจะต้องใช้ความเป็นทีมเวิร์คของผู้เล่นทั้ง 4 คนในเรือขนาดใหญ่สูงมากๆ ยิ่งในฉากที่ตัวเกมมีพายุขนาดใหญ่ หรือขณะต่อสู้

และนี่คือผลของการที่ซ่อมเรือไม่ทัน

ในขณะที่เรือของเราถูกโจมตี ไม่ว่าจะเป็นจากผู้เล่นอื่น หรือ จากมอนสเตอร์ก็ตาม เรือของเราจะมีรอยรั่วจากกระสุนปืนใหญ่ ส่งผลให้น้ำทะลักเข้ามาภายในเรือ สิ่งที่ผู้เล่นต้องทำ คือวิดน้ำภายในเรือออก พร้อมกับซ่อมเรือโดยใช้ไม้สำรองที่มีอยู่จำกัด แต่จะสามารถหาเก็บได้ภายในเกมตลอดเวลาครับ แน่นอนว่า Team Work คือสิ่งที่สำคัญที่สุด

เรืออยู่ข้างหน้า ประจำสถานีรบ !!

การต่อสู้บนน้ำในเกมนี้ถือว่าทำออกมาได้ค่อนข้างดี ฉากการยิงปืนใหญ่ถล่มใส่กันระหว่างเรือ 2 ลำค่อนข้างสร้างอารมณ์ร่วมให้กับผู้เล่นเป็นอย่างดีมากๆ แต่เมื่อเล่นไปสักพัก ผมกลับพบปัญหาหลายอย่างมากๆ กับระบบต่อสู้บนน้ำในเกมนี้ และมันชวนทำเอาผู้เล่นโมโห และไม่สนุกเป็นอย่างมากเลยล่ะครับ

บุกขึนเรือศัตรู !!

เริ่มต้นกับการที่จะ Wipeout Crew หรือ ยึดเรือและล้มเรือกันก่อน ในฉากการต่อสู้บนน้ำ การที่เราจะยิงปืนใหญ่ถล่มใส่เรือของศัตรูไปเรื่อยๆ ก็ไม่สร้างความเสียหายอะไรให้กับเรือฝ่ายตรงข้ามเลยสักนิด สิ่งที่ทำได้ คือทำให้เรือฝ่ายตรงข้ามเป็นรูเท่านั้น และนั้นบังคับให้ศัตรูต้องพากันไปซ่อมเรือเรื่อยๆ การที่เราจะล้มเรือศัตรูได้ คือต้องวิ่งเข้าไป Board เรือของศัตรู และจัดการฆ่าลูกเรือให้หมด ก่อนที่จะซ่อมเรือได้ทัน

และปัญหาที่ตามมาก็คือระบบ Respawn ของเกมที่จะมีระยะ Delay 10 – 30 วินาที และจุดเกิดของผู้เล่น ก็คือเรือลำเดิมของผู้เล่นนั้นเอง ทำให้ผู้เล่นคนนั้นก็สามารถกลับมาซ่อมเรือ หรือป้องกันเรือได้เรื่อยๆ ฟังดูอาจจะไม่ใช่ปัญหาเท่าไร แต่จริงๆแล้วมันคือปัญหาใหญ่เลยล่ะครับ เนื่องจากว่าระบบการต่อสู้ด้วยกันระหว่างผู้เล่นในเกมนี้ มันไม่สมดุล และออกแบบมาแย่มากๆครับ

ในตลอดการเล่นของผมนั้น ตัวผมและเพื่อนๆอีก 3 คนที่เรือ ได้ปะทะกับเรือฝ่ายตรงข้ามนานกว่า 1 ชั่วโมง โดยที่ไม่มีใครแพ้ใครชนะ จนสุดท้ายฝ่ายตรงข้ามต้องยอมออกจากเกมไปแทน เพราะเนืองจากว่ามันตัดสินผลกันไม่ได้สักที ตายก็เกิดใหม่ได้เรื่อยๆ เรือยิงยังไงก็ไม่พัง และการฆ่ากันในเกมก็ไม่มีอะไรตอบแทน นอกจากความแค้น และศักดิ์ศรีเท่านั้นเอง ในจุดนี้ อาจจะเป็นความสนุกอย่างนึงของตัวเกม แต่เมื่อเราเล่นไปสักพักแล้วจะพบว่ามันไม่ได้สนุกเลย แถมยังน่าเบื่ออีกด้วยครับ

โดนปล้นมาล่ะก็ …

และถ้าถามว่า แล้วทำไมจึงต้องไปบุกโจมตีเรือลำอื่นๆด้วย คำตอบของคำถามนี้ง่ายมากๆ ครับ ไม่ใช่เพราะว่าความส่ะใจหรืออะไรหรอก แต่เป็นเพราะว่าเรือลำอื่นๆก็อาจจะขนสมบัติที่ได้มาจากเควสเต็มลำเรือเลยก็เป็นได้ ถ้าหากผู้เล่นต้องการที่จะเป็นโจรสลัด สิ่งที่เราต้องทำ ก็คือบุกเข้าโจมตี และปล้นสมบัติเหล่านั้นมาเป็นของเรานั้นล่ะครับ แต่ถ้าหากเรือที่ปล้นนั้นกลับไม่มีสมบัติอะไรเลย ก็…..


Never Bring a “Sword” to a “Gun” Fight


ผมได้เกริ่นไปก่อนหน้านี้แล้วว่าระบบต่อสู้ของเกมนี้มันค่อนข้างห่วย และไร้สมดุลเอามากๆ ไม่ว่าจะเป็นทั้งในแง่ของ PVP และ PVE แต่ถึงแบบนั้นตัวเกมก็ค่อนข้างที่จะมอบความสนุกให้กับผู้เล่นได้อยู่ไม่น้อยครับ

ตัวเกมจะแบ่งอาวุธของผู้เล่นเป็น 3 ชนิด ได้แก่ ดาบ, ปืน, ปืนใหญ่ โดยอาวุธที่จะอยู่ติดตัวกับผู้เล่นตลอดเวลาก็คือเจ้า ดาบและปืนนี่ล่ะครับ แน่นอนว่าผู้เล่นสามารถสลับไปมาได้ตลอดเวลา และสำหรับปืนที่จะแบ่งแยกไปอีก 3 ชนิดด้วยกันได้แก่ ปืนพก ปืนลูกซอง ปืนไรเฟลยาว โดยทั้ง 3 แบบนี้เหมาะตามแต่ละสถานการณ์กันไป ฟังแค่นี้ก็อาจจะดูว่าไม่มีอะไร แต่จริงๆแล้วปัญหามันอยู่ที่เจ้าปืนลูกซอง กับการ PVP นี่แหล่ะครับ

การ PVP ในเกมนี้ผู้เล่นจะต้องฆ่ากันเองด้วยอาวุธภายในเกมที่มีอยู่ โดยจะใช้อาวุธชนิดไหนก็ได้ โดยอาวุธแต่ละชนิดก็จะมี Damage ที่แตกต่างกันออกไป และเมื่อพูดถึงการต่อสู้กันระหว่างกะลาสีภายในเกมโจรสลัดแบบนี้ ผู้เล่นทุกคน คงจะนึกถึง Sword Battle หรือการดวลตัวต่อตัวของกัปตัน แบบในหนังโจรสลัดใช่ไหมล่ะครับ

รูปโปรโมทของตัวเกมที่ … เหมือนจะเป็นความจริง

แต่แท้จริงแล้วภาพที่เห็นนั้นกลับไม่ใช่แบบนั้นเลย สิ่งที่ผู้เล่นทุกคนใช้กันในการต่อสู้ระยะประชิดนั้นก็คือปืนลูกซองสุดโกงนี่ล่ะครับ ในการต่อสู้ระหว่างผู้เล่นกันแบบ 4 ต่อ 4 ผู้เล่นต่างหยิบลูกซองออกมา และกระโดดยิง วิ่งใส่กันราวกับ Team Fortress โดยเก็บดาบที่ฟันผู้เล่นไม่เข้าลงไปจนขึ้นสนิม ถึงแม้ว่ากระสุนจะมีจำกัดเพียงแค่ 5 นัด แต่ด้วยการที่ผูู้เล่นสามารถเติมกระสุนได้ผ่านการกดปุ่มเดียวในเรือ มันก็ไม่สร้างปัญหาอะไรให้เลยแม้แต่น้อย

ตรงนี้ผมถือว่ามันเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิดใช้ที่สุดเป็นอย่างมาก ในการใช้ดาบนั้นผู้เล่นสามารถกดป้องกันผ่านการคลิกขวาได้ แต่ดูเหมือนว่ามันไม่จำเป็นต้องใช้ปุ่มนี้เลยสักนิดเดียวในเกม เพราะมันไม่มีผู้เล่นคนไหนหยิบดาบมาใช้ในการของปืนหรอกครับ เพราะลูกซองมันก็ One shot one kill แล้ว

แต่ถึงแบบนั้นการต่อสู้แบบ PVE ก็ยังคงความสนุกไว้อยู่บางกับการดวลดาบระหว่างผู้เล่น และ มอนสเตอร์ แต่ถึงแบบนั้นเหล่า AI พวกนี้ก็มีความฉลาดน้อยสุดๆ โดยไม่สร้างความตื่นเต้นอะไรให้กับเราเลยสักนิดเดียว !!


A Beautiful Sea


Sea of Thieves ได้สร้างโลกของเหล่าโจรสลัด และ กะลาสีออกมาได้ค่อนข้างสวยงามครับ นอกจาก Graphics ที่ผมให้ความเห็นว่ามีความสวยงามในแง่ของ Environment เป็นอย่างมาก เหมาะกับการที่จะเป็นเกม Next Gen ในปี 2018 นี้ได้อย่างไม่ต้องสงสัย ถึงแม้ว่าการออกแบบตัวละครจะทำมาได้ไม่โดนใจผมเท่าไร แต่อย่างอื่นถือว่าสอบผ่านในด้านของ Graphics ครับ

ทั้งหมดนี้ขับเคลื่อนด้วย Unreal Engine 4 ที่ผมมีปัญหากับมันบ่อยมากๆ โดยที่ใครติดตามอ่านบทความรีวิวของผมตลอด จะรู้เลยว่าผมไม่ชอบเจ้า Engine ตัวนี้ขนาดไหน และต้องบอกว่าเป็นอีกครั้ง ที่ UE4 ทำหน้าที่ของมันได้ดี แต่ไม่ถึงกับดีมากๆครับ เพราะมีบางฉากที่ Frame Rate ของผมตกไปไม่เยอะมาก ทั้งๆที่ใช้ 1070Ti กับเกมที่ไม่น่าจะใช้ทรัพยากรเยอะขนาดนี้ แต่ถึงแบบนั้น ภาพรวมก็ยังทำได้โอเคอยู่ครับ

ปลาหมึกบุก !!

อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ว่าจะเป็นเกมโจรสลัดเกมไหนจะต้องมี ก็คือเจ้าปลาหมึกยักษ์ Kraken ครับ โดยในเกมนี้ก็ได้ใส่เข้ามาด้วย ได้ต้องบอกว่ามันทำได้ค่อนข้างดี สร้างอารมณ์ร่วมให้กับผู้เล่นได้ หากผู้เล่นนึกถึงฉากในหนังเรื่อง Pirate of the Caribbean 2 ได้ ก็คงจะอินกับฉากนี้ไม่น้อยเลยล่ะครับ

มุ่งหน้าสู่เกาะหัวกะโหลกกัน

นอกจากนี้ตัวเกมยังได้ใส่ระบบ Raid ชนิดนึงเข้ามาภายในเกม โดยที่จะให้ผู้เล่นทั้งหมดเลือกที่จะทำได้ โดยของรางวัลแน่นอนว่าคืออภิมหาสมบัติครับ โดยเจ้า Raid นี้จะมาในรูปแบบเกาะๆนึง ที่จะมีก้อนเมฆรูปหัวกะโหลกโผล่ขึ้นมา โดยผู้เล่นที่กำลังล่องเรืออยู่สามารถมุ่งหน้าไปสู้เกาะๆนั้นได้ และเมื่อไปถึงแล้ว ผู้เล่นจะต้องทำการฆ่าเหล่ามอนสเตอร์ให้หมด จนได้กุญแจที่จะเปิดประตูสู่ห้องเก็บสมบัติลับภายในเกาะแห่งนั้นครับ

ภายในเกาะ ก็ยังมีเหล่ามอนสเตอร์รออยู่

ฟังดูเหมือนง่าย แต่อย่าลืมว่าไม่ใช่แค่เราที่อยู่ใน Server นั้น ยังคงมีผู้เล่นคนอื่นๆทีหวังจะได้สมบัติเหล่านี้ และมุ่งหน้ามาที่เกาะแห่งนี้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นจงเตรียมตัวให้ดีๆ และพร้อมรับมือกับศัตรูทุกรูปแบบได้เลยครับผม


To the Pirate Legend


มาถึงช่วงนึง ผู้เล่นอาจจะรู้สึกเบื่อๆกับสิ่งที่ทำวนไปมาตลอดการเล่นทั้งเกมก็เป็นได้ พร้อมกับถามหาว่าจุดมุ่งหมายที่แท้จริงแล้วของเกมนี้มันคืออะไรกันแน่ หรือจะเป็นแค่ตามล่าหาสมบัติ หาเงินแต่งตัว Upgrade เรือไปวันๆ เท่านั้นเองหรือ คำตอบคือใช่ และ ไม่ใช่ครับ เนื่ีองจากว่าเกมนี้เมื่อผู้เล่น เล่นมาถึงจุดๆนึง ผู้เล่นจะสามารถกลายเป็น Pirate Legend ได้ และผู้เล่นจะได้พบกับเควสที่ยากกว่าเดิม พร้อมกับเหล่าชุดและอุปกรณ์ใหม่ๆอีกมากมายที่จะสามารถหาได้ เมื่อผู้เล่นกลายเป็น Pirate Legend แล้วเท่านั้น

ออกเรือไปวันๆ

ตรงจุดๆนี้ผมคิดว่ามันก็เหมือนเป็นสิ่งที่เรียกว่า End Game Content นั้นเองครับ สำหรับผู้เล่น MMORPG น่าจะคุ้นเคยกันดีสำหรับคำนี้ ด้วยการที่ตัวเกมจะบังคับให้เราเล่นให้ Level ของตัวละครตันเสียก่อน ถึงจะมีการเล่น Content ที่จริงจังของเกมๆนั้นเสียที และสำหรับเจ้า Sea of Thieves เองก็เช่นกันครับ แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าตัวเกมนั้นไม่มีสิ่งใดมาฉุดให้เราเล่นมันต่อเลยสักนิดเดียว

การ Upgrade เรือที่ไม่ช่วยอะไรเลย

อย่างที่ผมได้บอกไปว่าตัวเกมจะมีชุด อุปกรณ์ หรืออาวุธต่างๆภายในเกม รวมไปถึงของตบแต่งเรือ หรือ Upgrade เรือ ให้เราใช้เงินในเกมชื้อได้ทั้งหมด แต่ความจริงแล้วของเหล่านี้ มันไม่ได้ช่วยเพิ่มค่าสถานะ หรือ ทำให้เราเก่งกว่าผู้เล่นคนอื่นๆได้เลยแม้แต่นิดเดียวครับ หรือพูดง่ายๆก็คือ แฟชั่นภายในเกม เท่านั้นเอง

หรือจะตั้งวงเหล้า ร้องเพลง เล่นดนตรีกันไปวันๆ ?

ตรงจุดนี้มันมีทั้งข้อดี และ ข้อเสียครับ อย่างแรกเลยคือด้วยการที่ Item ภายในเกมทุกอย่างจะไม่มีผลต่อการเล่น ทำให้ผู้เล่นทั้งใหม่ และ เก่า มีระดับ Item ที่เท่ากัน สิ่งที่วัดได้ก็คือฝีมือของผู้เล่นล้วนๆ แต่มันจะมีผลเสียที่ตามมาก็คือ ตัวเกมจะไม่มีแรงบันดาลใจอะไรให้ผู้เล่นรู้สึกอยากจะเล่นต่อเลยสักนิดเดียว

หรือจะตั้งใจเป็น Pirate Legend ให้จงได้ !!

และด้วยการที่ Sea of Thieves ถูกออกแบบมาให้กลายเป็นเกมกึ่ง RPG และมีระบบเควสที่ต้องใช้เวลา และความยากลำบากกว่าจะสำเร็จ แต่สิ่งที่ได้กลับเป็นเพียงแค่เงินที่เอาไปตบแต่งตัวละครได้ ไม่มีแม้แต่ค่าสถานะที่เพิ่มขึ้น และไม่มีการจัดการตัวละครเลย มันจึงไม่เหมาะกับเกมแนวนี้ครับ


โดยรวมแล้ว Sea of Thieves เป็นเกมที่ค่อนข้างดีครับ มีความสนุกมากๆในระดับนึง แต่เมื่อเล่นไปสักพักนึงแล้วก็จะพบกับความเบื่อ และความท้อ เนื่องจากว่าสิ่งตอบแทนที่ได้รับนั้น มันไม่คุ้มเท่าไรสำหรับเกมที่เน้นการเล่น Online แบบนี้ครับ ตัวเกมยังขาด Content อีกเยอะมากๆ ย้ำว่ามากๆ สำหรับเกมโจรสลัดที่ดี แต่ถึงแบบนั้นก็ออกแบบทำระบบเบื้องต้นมาได้ดี และสำหรับตัว Microsoft เอง ที่นานๆทีจะมีเกม Exclusive ดีๆมาให้เล่นกัน เพราะฉะนั้นใครที่มี Xbox One อยู่แล้ว Sea of Thieves ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก สำหรับคนที่เป็นเกมเมอร์สาย PC และ Xbox One ครับ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Games

[รีวิวเกม] God OF War บน PS4 เมื่อเกมฆ่าเทพถึงคราวเปลี่ยนแปลง

Review เกม God Of War บน PS4 มาแล้วจ้า

Published

on

FINAL FANTASY XIV: Stormblood

FINAL FANTASY XIV: Stormblood
9

กราฟิก และงานออกแบบ

9.5 /10

เกมเพลย์

9.0 /10

ความแปลกใหม่

8.0 /10

ความคุ้มค่า

9.5 /10

ภาพรวม

9.0 /10

จุดเด่น

  • เนื้อเรื่อง งานออกแบบศิลป์ และเพลงประกอบที่มีคุณภาพ
  • ระบบการเล่น ทุกอาชีพมีเอกลักษณ์
  • เนื้อหาเยอะ คุ้มค่า รองรับผู้เล่นหลากหลายสไตล์

จุดสังเกต

  • ปัญหาการเชื่อมต่อในช่วงที่มีผู้เล่นหนาแน่น ต้องรอคิวเข้าเซิร์ฟเวอร์

หลังจากเรียกเสียงฮือฮา กับภาคใหม่ของซีรีส์ God Of War ที่ออกวางขายบน PS4 และยังกล้าท้าทายผู้เล่นด้วยการเปลี่ยนแนวเกมไปเป็นแอ็คชั่น RPG ที่มีลูกชายของ Kratos เป็นผู้ช่วยทำให้มันเป็นที่จับตามองในทันที และมีคนรอที่จะพิสูจน์ว่ามันจะออกมาดีแค่ไหน

เกริ่นนำ

เกม God Of War บน PS4 เหมือนเป็นการปรับเปลี่ยน และ Re Start ใหม่ของซีรีส์ ทำให้ทาง Sony ไม่ระบุชื่อภาค ทั้งๆที่จริงแล้วมันเป็นภาคต่อที่มีการพูดถึงความเป็นมาอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้มากมายดังนั้นหากคุณไม่เคยเล่น God Of War มาก่อนก็สามารถมาเริ่มกับภาคนี้ได้เลย โดยตามที่คุณรู้ๆกันว่าภาคนี้ Kratos ได้ย้ายถิ่นที่อยู่มาอาศัยอยู่ในดินแดนแห่งเทพปกรณัมนอร์ส (เทพ โอดิน , ธอร์ และ โลกิ) แต่เรื่องราวอาจจะไม่ได้นำเสนอแบบยิ่งใหญ่แบบมหาสงครามเท่ากับภาคก่อนๆ เรื่องราวเน้นความสัมพันธ์พ่อลูกมากกว่า ซึ่งถือเป็นเรื่องดีเพราะเราจะได้เห็น เครโทสในมุมมองที่อ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อ โดยการเล่าเรื่องถือว่าทำได้ดีไม่น้ำเน่าและมีอะไรให้ประหลาดใจตลอดการเล่น

กราฟิกและการนำเสนอ

แน่นอนว่าซีรีส์ God Of War กราฟิกและการนำเสนอถือเป็นจุดเด่นมาตลอด และในภาคนี้การที่มันออกบน PS4 ทำให้ทุกอย่างถูกยกระดับขึ้นมาหมด ทั้งฉากที่ดูดีและมีความกว้างขึ้นกว่าภาคก่อน และที่ต้องชมอย่างมากคือกราฟิกของตัวละครที่สมจริงราวกับว่ามันมีชีวิต และยังใส่รายละเอียดทั้งการแสดงอารมณ์ และเป็นกราฟิกของเกมเพลย์ไม่ใช่ CG ถือว่ามันเป็นเกมที่มีกราฟิกดูดีที่สุดเกมหนึ่งบน PS4 ส่วนการเล่าเรื่องด้วยเสียงประกอบเกมยังใส่ใจในการพากย์เสียง ส่วนเพลงประกอบก็ยังเสริมให้การท่องไปในดินแดนใหม่ที่เต็มไปด้วยความลึกลับดูดีจนไม่มีที่ให้ติ

รูปแบบการเล่นที่เปลี่ยนไป

อย่างที่รู้กันว่าเกมเพลย์ในภาคนี้เปลี่ยนเป็นแอ็คชั่น RPG ทำให้ทุกอย่างในเกมถูกยกเครื่องใหม่หมด ไม่ว่าจะเป็นมุมกล้องที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ทุกทิศทาง เกมเพลย์เน้นมุมมองบุคคลที่สามแบบมองข้ามไหล่มากขึ้น ซึ่งมันกลายเป็นข้อดีเพราะเราต้องใช้เทคนิคอย่างมากในการเล่นทั้งใช้อาวุธเพื่อโจมตี การหลบหลีกและใช้โล่เพื่อปัดป้องและสวนกลับ และยังมีท่าไม้ตายพิเศษที่เราต้องค่อยๆสะสมค่าพลัง ส่วนโลกของเกมที่แม้จะกว้างแต่ก็ยังไม่ถึงกับเป็น Open World เพราะยังมีข้อจำกัดของฉากอยู่ แต่ซับซ้อนพอตัว อย่างไรก็ตามก็ไม่ต้องกลัวว่าจะหลงทางเพราะเกมมีระบบนำทางที่เรียบง่ายแต่ดูดี

อีกไฮไลท์ของเกมคือลูกชายของ Kratos นาม Atreus ที่มีอาวุธเป็นธนูและมีด ที่ถือเป็นตัวช่วยที่สำคัญมากเพราะ Atreus สามารถช่วยเราโจมตีได้ด้วยการสั่งการด้วยปุ่มเดียว ที่ทั้งง่ายและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งไม่ต้องกังวลเพราะ Atreus ไม่มีการตายเต็มที่ก็เสียจังหวะมาช่วยเราต่อสู้ไม่ได้แค่นั้น ส่วนอาวุธที่เป็นธนูก็มีหลายประเภทแบ่งเป็นธาตุที่มีท่าไม้ตายที่หลากหลายและอัพเกรดได้ และนอกจากลูกชายของเราจะมาร่วมสู้ยังมีการร่วมกันแก้ปริศนาในเกมด้วย เพราะลูกเราสามารถใช้ธนูเพื่อเปิดทาง และยังใช้ความที่ตัวเล็กมุดไปยังที่แคบได้ด้วย

ปริศนาในเกม

บอกไว้ก่อนว่าเกมมีการเน้นปริศนามากขึ้น พอๆกับการต่อสู้และรูปแบบของมันคล้ายกับแอ็คชั่น RPG มากขึ้น ไม่มีปริศนาแบบง่ายๆแบบเกม God Of War ในอดีต เราต้องคิดกันหลายตลบมากขึ้นกว่าเดิม เรียกว่าทำได้ดีพอๆกับเกม Zelda ภาคเก่าๆเลยด้วยซ้ำ แม้ว่าฉากและการแก้ปริศนาอาจจะไม่เข้มข้นเท่า Zelda แต่หากมองว่ามันคือเกม God Of War มันคือการเปลี่ยนแปลงที่ยอดเยี่ยมและลงตัวมาก โดยผู้เล่นจะได้ย้อนกลับไปเล่นฉากเก่าๆได้เมื่อได้ไอเทมชนิดใหม่ที่สามารถเปิดทางไปต่อได้ ทำให้เราสามารถสนุกกับเกมได้หลายสิบชั่วโมงโดยไม่เบื่อ และมีเควสย่อยรอให้เราค้นหาอยู่เพียบ และมีระดับความยากให้เลือก ที่บอกได้เลยว่าแค่เลือกระดับธรรมดาเกมก็มีความท้าทายพอตัวแล้ว

ส่วนการปรับแต่งตัวละครที่บอกตรงๆเลยว่าทำได้ละเอียดขึ้นกว่าเดิมเพราะเราต้องหาชุดเกราะและเครื่องป้องกันใหม่ๆมาให้ตัวเราและลูกชาย ส่วนอาวุธหลักที่เราสามารถอัพเกรดได้ละเอียดมากขึ้นเพราะไม่ใช่แค่เพิ่มความแรง ยังมีการลงรายละเอียดค่าพลังที่แทบไม่ต่างจากเกม RPG ดีๆ แถมยังดูง่ายเพราะเมนูไม่ยุ่งยาก และเมื่อเราอัพเกรดอาวุธแล้วเราจะได้รับสกิลความสามารถใหม่ๆมาให้ปลดล็อคด้วย และทั้งอาวุธและเครื่องป้องกันจะส่งผลกับค่าพลังของตัวละครอย่างละเอียดด้วย

เกมเกือบจะสมบูรณ์แบบ 100% ติเล็กน้อย(เล็กน้อยจริงๆ) คือในช่วงท้ายของเกมมีการใช้ไอเดียที่ดูง่ายๆเข้ามาให้เล่นเช่นการกำจัดศัตรูให้หมดฉากเข้ามาบ่อยเกินไปหน่อย แต่ก็ถือว่าไม่ได้ทำให้เกม God Of War ด้อยคุณค่าลง (และยังคงได้เต็ม 10 ) เพราะมันยังถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าชื่นชมที่ผู้สร้างกล้าที่จะนำรูปแบบการเล่นใหม่ๆเข้าไปให้ซีรีส์แอ็คชั่นลุยแหลกให้มีคุณค่าน่าเล่นมากกว่าเดิม และมันสมควรเป็นอีกหนึ่งในเกมยอดเยี่ยมแห่งปี 2018 แน่นอน

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!