Connect with us

Games

[Review] FINAL FANTASY XIV: Stormblood ~ เปิดตำนานบทใหม่ของนักรบแห่งแสง

หลังประสบความสำเร็จจาก A Realm Reborn และ Heavensward (เกมหลักและภาคเสริมของ FFXIV) ทำให้ยอดผู้เล่นรายเดือนของเกมนี้สูงกว่า6ล้านคน (ข้อมูลเดือนกรกฎาคม ปี 2559) Stormblood จึงเป็นที่จับตามองของแฟนๆว่าครั้งนี้ทีมพัฒนาที่นำด้วยนาโอกิ โยชิดะ จะยังรักษาคุณภาพผลงานและตอบรับความคาดหวังได้หรือไม่

Published

on

FINAL FANTASY XIV: Stormblood

FINAL FANTASY XIV: Stormblood
9

กราฟิก และงานออกแบบ

9.5/10

เกมเพลย์

9.0/10

ความแปลกใหม่

8.0/10

ความคุ้มค่า

9.5/10

ภาพรวม

9.0/10

จุดเด่น

  • เนื้อเรื่อง งานออกแบบศิลป์ และเพลงประกอบที่มีคุณภาพ
  • ระบบการเล่น ทุกอาชีพมีเอกลักษณ์
  • เนื้อหาเยอะ คุ้มค่า รองรับผู้เล่นหลากหลายสไตล์

จุดสังเกต

  • ปัญหาการเชื่อมต่อในช่วงที่มีผู้เล่นหนาแน่น ต้องรอคิวเข้าเซิร์ฟเวอร์

Stormblood / 紅蓮の解放者 ภาคเสริมล่าสุดของ Final Fantasy XIV ซึ่งเป็น MMO RPG ชูโรงของค่าย Square Enix ได้วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการบน Microsoft Windows, PlayStation 4 และ macOS เมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา

เนื้อหาที่ Stormblood เพิ่มเข้ามาก็คือ

  • เนื้อเรื่องต่อจาก Heavensward (มีทั้งเควสหลักและเควสเสริม)
  • แอเรียและดันเจี้ยนใหม่ ทั้งภาคพื้นดิน บนฟ้า และใต้ทะเล
  • การเพิ่มขีดจำกัดเลเวลให้ตันที่ 70 (แทนที่ของเก่าซึ่งตันที่60)
  • เพิ่มอาชีพใหม่คือ ซามูไร (Samurai) และ นักเวทแดง (Red Mage)
  • การยกเครื่องระบบต่อสู้ ปรับปรุงสกิลการเล่นใหม่หมดทุกอาชีพ ให้เข้าถึงง่ายและสนุกขึ้น

หลังประสบความสำเร็จจาก A Realm Reborn และ Heavensward (เกมหลักและภาคเสริมของ FFXIV) ทำให้ยอดผู้เล่นรายเดือนของเกมนี้สูงกว่า6ล้านคน (ข้อมูลเดือนกรกฎาคม ปี 2559) Stormblood จึงเป็นที่จับตามองของแฟนๆว่าครั้งนี้ทีมพัฒนาที่นำด้วยนาโอกิ โยชิดะ จะยังรักษาคุณภาพผลงานและตอบรับความคาดหวังได้หรือไม่


STORY


สิบห้าปีก่อน จักรวรรดิการ์เลียน เริ่มแผ่ขยายอำนาจอันเกรียงไกร ด้วยกองทัพเรือเหาะและเครื่องจักรสงคราม เหล่าประเทศเล็กใหญ่ในผืนแผ่นดินอิลซาบาร์ดต้องยอมศิโรราบให้กับจักรวรรดิ เมื่อเหล่าทัพเดินทางรุกล้ำไปยังฝั่งตะวันตกจนมาถึงทวีปอีออร์เซีย ‘อลามิโก’ คือประเทศแรกที่ต้องปะทะกับกองทัพอันทรงพลัง

จักรวรรดิการ์เลียนตระหนักดีว่าอลามิโกเป็นประเทศที่เคยรุ่งเรืองที่สุดในอีออร์เซีย จึงวางแผนทำลายความสามัคคีของชาวอลามิโกเพื่อให้ง่ายต่อการสู้รบ จักรวรรดิส่งขุนพลไปยุยงให้เกิดปัญหาการเมืองภายในอลามิโกที่กำลังร้านฉานอยู่เป็นทุนเดิม จนเกิดสงครามกลางเมือง และนำทัพจักรกลเข้าจู่โจมในตอนที่อลามิโกอ่อนแอ ผืนดินอันร้อนระอุถูกชโลมด้วยเลือดกลายเป็นสีแดงฉาน

อลามิโกล่มสลายเสียแล้ว จากนี้ไป วัฒนธรรมของอลามิโกจะถูกลืม เด็กทุกคนที่เกิดมาจะต้องจงรักภักดีต่อจักรวรรดิ คนแก่เฒ่าท้องถิ่นถูกดูถูกเหยียดหยามเป็นดั่งพลเมืองชั้นสอง ประเทศที่เคยรุ่งโรจน์จะเป็นแค่ส่วนหนึ่งของการ์เลียนอันยิ่งใหญ่ ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์นี้ส่วนหนึ่งพยายามหลบหนีการตามล่าของการ์เลียนไปยังประเทศใกล้เคียง รอคอยวันที่จะได้กลับไปเหยียบแผ่นดินเกิดอีกครั้ง…

กาลเวลาผ่านมาจนถึงเวลาปัจจุบัน กองกำลังต่อต้านจากอดีตนักรบและประชาชนอลามิโก ตกลงใจจะกู้คืนอิสรภาพจากจักรวรรดิเป็นครั้งสุดท้าย โดยจะทุ่มสุดกำลัง ในศึกครั้งนี้มีเพียงสองทางเลือก เสรีภาพหรือความตาย

นักรบแห่งแสงจึงตัดสินใจร่วมต่อกรภัยร้ายของจักรวรรดิเพื่อช่วยเหลือเพื่อนเก่า ‘ลีซ’ และปลดปล่อยเหล่าเมืองขึ้นให้เป็นอิสระ

เนื้อหาของ Stormblood เป็นเรื่องต่อเนื่องจากภาคเสริมที่แล้ว (ต่อจาก Heavensward) โดยยังคงแนวทางการนำเสนอแบบเดิม คือเป็นเกมออนไลน์ที่มีเนื้อเรื่องเข้มข้นเหมือนเกมภาคหลัก ให้ความรู้สึกแบบ Final Fantasy คลาสสิกผ่านคัทซีนอลังการ ได้สร้างความผูกพันกับเพื่อนร่วมทาง พบเจอกับศัตรูและบอสประจำซีรีส์ ขยี้หัวใจด้วยเนื้อเรื่องที่บีบคั้น ก่อนจะพบฉากจบที่อิ่มเอม

ตัวละครหลักทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ใน Stormblood ถือได้ว่ามีชีวิตชีวาและบทบาทที่น่าสนใจ แต่ละตัวมีจุดมุ่งหมายของตัวเอง แม้จะมีเป้าหมายเดียวกัน แต่หลักการก็ต่างกันไปตามเรื่องราวของแต่ละคน ทำให้เป็นตัวละครที่มีมิติ มีพัฒนาการระหว่างเนื้อเรื่อง  อาจจะมีข้อขัดใจที่ตัวละครฝั่งการ์เลียนบางตัวบทน้อยเกินไป แต่ก็คงจะทิ้งเป็นปมเอาไว้ในเนื้อเรื่องในอนาคต

ด้านเนื้อเรื่องหลักนั้นเรียบง่ายและค่อนข้างรวบรัด ให้อารมณ์ผู้กล้ากอบกู้แผ่นดินแบบคลาสสิก แต่บอกเล่าได้สนุกกลมกล่อมน่าติดตาม ส่วนเนื้อหารองพวกเควสเสริมต่างๆจะบอกเล่าประวัติ,วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของผู้คนในดินแดนใหม่ที่เราจะได้ท่องไป เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยทางเนื้อเรื่องที่อ้างอิงวัฒนธรรมทางเอเชียผสมผสานเข้ากับโลกแฟนตาซีเหล่านี้ก็สร้างความแปลกใหม่และเติมเต็มความหลากหลายในเกมได้เป็นอย่างดี จากที่แต่เดิมมีแต่ความเป็นแฟนตาซีแนวยุโรป


GAMEPLAY


ระบบต่อสู้ ยังคงแบ่งหน้าที่ผู้เล่นเป็นสามหมวดหลัก รองรับสไตล์การเล่นของผู้เล่นแต่ละคนที่แตกต่างกัน โดยอาชีพใหม่ล่าสุดที่เพิ่มเข้ามาในภาคเสริมนี้ก็คือ ซามูไร (Samurai) และ นักเวทแดง (Red Mage) ทำให้จำนวนอาชีพด้านการต่อสู้ทั้งหมดในเกมตอนนี้มีจำนวนอยู่ที่ 15 อาชีพ ซึ่งล้วนแต่เป็นอาชีพอันเป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์ FF ที่แฟนๆคุ้นเคยกันดี

Tank

Paladin, Warrior, Dark Knight

Healer

White Mage, Scholar, Astrologian

Damage Dealer

(ระยะประชิด) Dragoon, Monk, Ninja, Samurai

(ระยะไกล) Bard, Machinist

(สายเวท) Black Mage, Summoner, Red Mage

นอกจากการเพิ่มขีดจำกัดเลเวลให้ตันที่ 70 ระบบต่อสู้โดยรวมของทุกอาชีพก็ได้รับการปรับปรุงใหม่ ทั้ง PvE และ PvP ตัดสกิลเก่าที่ไม่ค่อยมีความจำเป็นทิ้งไป และเพิ่มสกิลใหม่ที่ส่งเสริมการเล่นทั้งแบบลุยเดี่ยวและแบบทีม รวมถึงการปรับเปลี่ยนท่าทางการเคลื่อนไหวให้ดูสวยงามยิ่งขึ้น

จุดที่น่าชมเชยก็คือ การออกแบบการเล่นของแต่ละอาชีพ ที่มีสกิลรับมือสถานการณ์ต่างๆไม่ว่าจะเล่นเดี่ยวรึเล่นเป็นทีม และหาจุดยืนที่แตกต่างจากกันและกันได้ อาทิ สองอาชีพใหม่อย่างซามูไรและนักเวทแดง แม้จะเป็นตัวโจมตีเหมือนกัน แต่รูปแบบการเล่นก็ต่างกัน ซามูไรเน้นพลังโจมตีอันรุนแรง สอดประสานท่าโจมตีตามลำดับเพื่อปลดปล่อยวิชาดาบ ส่วนนักเวทแดงเป็นสายเวทที่มีความคล่องตัวสูง โจมตีศัตรูด้วยเวทขาวสลับกับเวทดำสะสมเกจพลังเพื่อใช้คอมโบดาบเวทมนตร์ที่ฉับไว

แน่นอนว่าต้องมีความได้เปรียบลดหลั่นกันบ้างตามสถานการณ์ แต่โดยรวมแล้วทุกอาชีพก็สามารถใช้เล่นทุกเนื้อหาของเกมได้ และเนื่องจากในเกมนี้ ตัวละครเดียวก็สามารถเล่นได้ทุกอาชีพ และเปลี่ยนอาชีพได้อย่างอิสระตลอดเวลา (แต่ละอาชีพมีเกจเลเวลแยกกัน เปลี่ยนอาชีพใหม่ เลเวลอาชีพเก่าก็ยังคงอยู่) ทำให้สะดวกที่จะทดลองเล่นทุกบทบาท จนกว่าจะเจออาชีพที่สนุกเข้ากับสไตล์ตัวเองมากที่สุด

ดันเจี้ยนและบอสในภาคนี้มีความยากง่ายหลายระดับ มีทั้งแบบเล่นเป็นกลุ่ม4คน 8คน ซึ่งผู้เล่นเดี่ยวก็ไม่ต้องกังวลเพราะมีระบบหาปาร์ตี้อัตโนมัติ แต่สำหรับคนที่ไม่ถนัดภาษาอังกฤษหรือญี่ปุ่น อาจจะมีปัญหาเรื่องการสื่อสารกับคนต่างชาติในบางจุดที่ต้องนัดแนะกลยุทธ์การเล่นหรือสื่อสารกันเพื่อความสามัคคี ระบบแปลภาษาอัตโนมัติในเกมก็ช่วยได้แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ถ้าเป็นไปได้ก็แนะนำให้เล่นในเซิฟเวอร์ที่มีคนไทยอยู่เป็นหลัก (เช่น Tonberry, Masamune, Kujata เป็นต้น)

สำหรับอาชีพสายพ่อค้าและนักหาวัตถุดิบ ก็มีความท้าทายใหม่ อาทิ การตกปลาด้วยฉมวก ตำราอาวุธและเครื่องแต่งกายใหม่ ถือเป็นอีกมิติหนึ่งของความบันเทิง สำหรับผู้ชื่นชอบการค้าขายและการสร้างไอเทมยากๆในเกม

ในด้านของเนื้อหาหลังจบเนื้อเรื่องหลัก ก็จะมีอัพเดตให้ฟรีทุกเดือน (มีแพทช์ใหญ่ทุกสามเดือน) ล่าสุดก็เป็น Omega: Deltascape ที่เป็นด่านรวมบอสสุดท้าทาย (มีทั้งโหมดธรรมดาสำหรับผู้เล่นทั่วไป และโหมดยากสำหรับสายฮาร์ดคอร์) เรียกว่าจบเนื้อเรื่องหลักแล้วก็ยังมีอะไรให้ทำกันอีกยาว


AESTHETIC


การยุติการเปิดให้บริการบนเครื่อง PS3 ช่วยให้ทีมงานได้ปรับปรุงระบบการเล่นให้สะดวกขึ้น (เพิ่มช่องเก็บของ, เพิ่มความเร็วของยานพาหนะ ที่ก่อนหน้านี้ทำไม่ได้เพราะปัญหาแรมไม่พอ) และยังทำให้สามารถยกระดับความสวยงามอลังการของงานด้านภาพได้ยิ่งกว่าที่เคย ด้วย ทั้งบนฟ้า พื้นดิน ใต้น้ำ งานออกแบบบอส และท่าโจมตีต่างๆก็ใส่เอฟเฟกต์ได้เต็มที่

การกำกับศิลป์เน้นให้ทุกฉากมีเอกลักษณ์และจุดสังเกตที่โดดเด่น แต่ละพื้นที่จะให้อารมณ์ที่แตกต่างกัน อาทิ อาซิมม์สเตปป์เป็นเขตปกครองตนเองซึ่งเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจีกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ส่วนเขตแยนเซียที่เป็นเมืองขึ้น ก็จะมีสถาปัตยกรรมเก่าของโดม่าที่ถูกสร้างทับด้วยวิทยาการของการ์เลียน การออกแบบฉากอย่างมีที่มาที่ไป สอดคล้องกับเรื่องราว ทำให้จดจำแต่ละพื้นที่ได้โดยไม่สับสน จะเสียดายก็ตรงที่พื้นที่ใต้ทะเลยังมีให้สำรวจไม่สะใจเท่าไหร่

อสูรและศัตรูที่คุ้นเคย ก็มาปรากฏตัวในรูปโฉมใหม่ แต่ยังคงจุดเด่นบางอย่างเอาไว้ให้แฟนซีรีส์จดจำได้ สำหรับผู้เล่นใหม่อาจจะแค่ตื่นตาตื่นใจกับงานออกแบบสวยๆ แต่สำหรับแฟนซีรีส์ก็จะต้องอมยิ้มว่า เฮ้ย นี่มันตัวนั้นตัวนี้นี่นา โดยรวมแล้วถือว่าการกำกับศิลป์ของภาคนี้เฉิดฉายความเป็นแฟนตาซีออกมาได้อย่างงดงาม


SUMMARY


Stormblood ตอกย้ำความสำเร็จของ FFXIV เป็นเกมที่มีทุกองค์ประกอบที่แฟนๆ ซีรีส์โหยหา เนื้อเรื่องและเกมเพลย์เข้มข้นครบเครื่องครบรส เพลงประกอบอันไพเราะ กราฟิกตระการตา ความสนุกท้าทาย ไม่ด้อยไปกว่าเกม single player และสืบทอดจิตวิญญาณของ Final Fantasy ดั้งเดิมได้ดีที่สุดในยุคหลัง โดยเฉพาะบอสตัวสุดท้ายของภาคนี้ที่จะทำให้ต้องอุทาน บอสใหญ่ของ FF มันต้องแบบนี้สิ!

สำหรับตอนนี่ที่ Stormblood เพิ่งมาถึงก็เป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับผู้เล่นใหม่หรือคนเก่าที่จะกลับมาเล่น เพราะสังคมในเกมกำลังหนาแน่น ผู้เล่นในปัจจุบันต่างเก็บเลเวลอาชีพทั้งเก่าและใหม่ ทำให้บรรยากาศในเกมมีชีวิตชีวาเป็นพิเศษ โดยเกมนี้ใช้ระบบเก็บค่าบริการรายเดือน (เดือนละประมาณ 10-13 $) ซึ่งอาจจะไม่สะดวกกับผู้เล่นบางคน แต่ถ้ามองหาเกมออนไลน์คุณภาพดี หรือต้องการเล่น FF เพราะชอบในเอกลักษณ์ดั้งเดิมของซีรีส์ FFXIV ก็เป็นเกมที่ไม่ควรพลาดค่ะ

แสดงความคิดเห็น

Games

[รีวิวเกม] Bayonetta 2 สาวแว่นกลับมาโหดอีกครั้งบน Nintendo Switch

Review เกม Bayonetta 2 มาแล้ว !!

Published

on

FINAL FANTASY XIV: Stormblood

FINAL FANTASY XIV: Stormblood
9

กราฟิก และงานออกแบบ

9.5/10

เกมเพลย์

9.0/10

ความแปลกใหม่

8.0/10

ความคุ้มค่า

9.5/10

ภาพรวม

9.0/10

จุดเด่น

  • เนื้อเรื่อง งานออกแบบศิลป์ และเพลงประกอบที่มีคุณภาพ
  • ระบบการเล่น ทุกอาชีพมีเอกลักษณ์
  • เนื้อหาเยอะ คุ้มค่า รองรับผู้เล่นหลากหลายสไตล์

จุดสังเกต

  • ปัญหาการเชื่อมต่อในช่วงที่มีผู้เล่นหนาแน่น ต้องรอคิวเข้าเซิร์ฟเวอร์

หากพูดถึงเกมแอ็คชั่นที่สนุกมันส์สะใจแล้ว ต้องมีรายชื่อเกม Bayonetta อยู่แน่ เพราะในภาคแรกถือว่าสร้างตำนานและทำให้ชื่อของค่าย Platinum Games เป็นที่รู้จัก แต่หลังจากนั้นภาคต่อของมันออกเฉพาะเครื่อง WiiU เพราะปู่นินออกเงินทุนสร้างให้ ทำให้มันหมดโอกาสออกบนเครื่องเกมอื่นนอกจากเครื่องเกมของนินเทนโด

เกริ่นนำ

และเป็นที่มาของการขุดเอาของเก่ามาขายใหม่อีกครั้งใน Bayonetta 2 (และภาคแรก) ที่กลับมาขายใหม่บน Nintendo Switch ที่ปู่นินยอมลงทุนพอร์ตมาลง เพราะในช่วงต้นปี 2018 ยังไม่มีเกมดังๆ ออกวางขาย และถือเป็นโอกาสดีเพราะต้นฉบับออกบน WiiU คอนโซลที่ล้มเหลวในแง่ยอดขายทำให้เชื่อว่ามีคอเกมหลายคนยังไม่เคยเล่นแน่ ส่วนใครเคยเล่นเวอร์ชั่น WiiU ก็ถือว่าได้เล่นในรูปแบบที่เราเอาไปเล่นนอกบ้านได้ด้วย

กราฟิก

การย้ายบ้านมาบนคอนโซลลูกผสมอย่าง Nintendo Switch ซึ่งสเปกก็ไม่ได้แรงมากมายอะไรทำให้กราฟิกในเกมเหมือนเดิมแทบจะ 100% ความละเอียดของเกมจะอยู่ที่ 720p ทั้งแบบต่อทีวีและแบบพกพา ฟังดูธรรมดาแต่มันกลับดูดีอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะเกมจัดเต็มไปด้วยรายละเอียดของตัวละครและฉากที่ออกแบบมาอย่างดีตั้งแต่ต้นฉบับอยู่แล้ว และที่น่าประทับใจมากคือเฟรมเรตในเกมที่ลื่นไหลขึ้นกว่าเดิม ซึ่งปรกติบน WiiU ก็มีเฟรมเรตระดับ 60 FPS อยู่แล้วแต่พอเล่นจริงๆบน WiiU ก็มีอาการเฟรมเรตร่วงอยู่ แต่บน Switch ทุกอย่างถูกแก้ไขให้ลื่นไหลขึ้นแล้ว โดยรวมในส่วนของกราฟิกทำได้ดีขึ้นในส่วนของเฟรมเรตนอกนั้นเหมือนเดิม

เพลงประกอบ

ดนตรีประกอบในเกมยังคงเหมือนเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลงเพราะมันเป็นการพอร์ต แต่ระบบเสียงของเดิมก็ถือว่าทำได้ดีอยู่แล้ว การมาอยู่บนคอนโซลใหม่ก็ยังยอดเยี่ยมเหมือนเดิม โดยมีทั้งเพลงที่ระทึกใจเหมือนกับได้ชมภาพยนตร์แอ็คชั่น อีกทั้งเสียงประกอบและเสียงพากย์ก็จัดเต็มและช่วยเสริมให้เกมดูสนุกน่าติดตาม โดยเฉพาะเสียงพากย์ของสาวแว่นบาโย ที่ดูยั่วยวนอย่างมาก

เนื้อเรื่อง

เรื่องราวของเกมจะเริ่มต่อจากภาคแรก ที่สาวแว่นของเราต้องออกไปต่อสู้กับเทพ รวมทั้งปีศาจที่มีความโหดกว่าภาคแรก เพื่อออกตามหาวิญญาณของคู่หูสาว Jeanne ที่ถูกดึงลงนรก การนำเสนอเรื่องราวในเกมอยู่ในระดับดีเหมือนกับการชมภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ ที่ดึงให้ผู้เล่นอินไปกับเรื่องราวที่ยังคงเข้มข้นเหมือนกับภาคแรก และยังมีจุดหักมุมและตัวละครใหม่ที่เพิ่มความโหดจนสาวแว่นรับมือได้ยากกว่าเดิม

เกมเพลย์

รูปแบบการเล่นยังคงเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนสาวแว่นของเรายังคงมาในรูปแบบเกมแอ็คชั่นความเร็วสูง ที่แทบไม่มีจุดที่ให้ผู้เล่นหยุดพักหายใจกันเลย เกมเน้นการทำคอมโบต่อเนื่อง ที่ยังมีอาวุธระยะประชิดเช่นดาบ และอาวุธประเภทยิงเช่นปืน ที่ผู้เล่นสามารถสลับเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็วจนเกิดเป็นคอมโบที่หลากหลายอย่างมาก และในภาคสองจะมีประเภทอาวุธที่หลากหลายทำให้เกมสนุกกว่าภาคแรก

อีกความโดดเด่นของสาวแว่นคือท่าไม้ตาย witch time ก็ยังคงทำหน้าที่ได้ดีโดยเมื่อเรากดท่าหลบหลีกการโจมตีของศัตรูแล้วจะเกิดภาพ Slow Motion และทำให้เราใช้ท่าสวนกลับได้อย่างรวดเร็ว และยังมีท่าสุดโหดอย่าง Climax ที่เรียกเอาเครื่องทรมานออกมาจัดการศัตรูด้วยความโหดแบบสุดๆแบบที่ชิ้นส่วนอวัยวะกระจายกันเลย โดยผ่านการกดปุ่มตามจังหวะที่เรียบง่ายแต่ลงตัวและสนุกเหมือนเดิม แน่นอนว่าแม้ภาคนี้สาวแว่นของเราจะผมสั้นแต่ก็ยังมีท่าที่ใช้เส้นผมเพื่อกำจัดศัตรูและเรียกปีศาจออกมาต่อสู้กับศัตรูได้เหมือนเดิม

นอกจากเกมเพลย์แบบปรกติแล้วเกม Bayonetta2 ถือว่ามีรูปแบบที่หลากหลายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแปลงร่างที่ในภาคสองเราสามารถแปลงร่างได้มากกว่าเดิม เช่นสาวบาโยของเราจะเปลี่ยนร่างเป็นงูและลงไปว่ายในฉากที่เต็มไปด้วยน้ำได้ และยังมีการบังคับหุ่นยักษ์เพื่อต่อสู้กับศัตรูในฉากได้ ส่วนบอสในเกมก็อลังการงานสร้างไม่ว่าจะเป็นตัวเล็กและประเภทตัวใหญ่ยักษ์ที่การรับมือมันไม่ง่ายแน่นอน

ความคุ้มค่า

แน่นอนว่ามันเป็นเกมพอร์ต ทำให้หลายคนมีคำถามว่ามันจะคุ้มค่าหรือไม่ ซึ่งหากคุณไม่เคยมีเครื่อง WiiU มาก่อนและไม่เคยเล่น Bayonetta 2 ถือว่าคุ้มค่ามากๆเพราะมันคือหนึ่งในสุดยอดเกมแอ็คชั่นแห่งยุค ที่ทั้งสนุกลงตัวแบบไม่มีที่ติ และข่าวดีสำหรับคนที่ซื้อคือในตลับเกมจะมีรหัสดาวน์โหลด Bayonetta ภาคแรกมาให้เล่นด้วย ส่วนใครอยากได้แบบแยกภาคก็มีขายแบบดาวน์โหลดด้วยเช่นกัน ทำให้แม้ว่ามันจะเป็นเกมพอร์ตแต่การที่ได้มาสองภาคในราคาเดียวถือว่าคุ้มค่ามาก

สรุปโดยรวมแล้วหากคุณเป็นเจ้าของ Nintendo Switch เกม Bayonetta 2 (และภาคแรก) ถือว่าเป็นทางเลือกที่คุ้มเงินทุกบาทที่เสียไปแน่นอน และในช่วงนี้ปู่นินดูเหมือนยังไม่ได้เร่งออกเกมฟอร์มดีมากเท่ากับปีที่แล้ว ทำให้เราอาจมีทางเลือกไม่มากนัก และภาค 2 ยังคงเป็นเกมที่หาเล่นได้เฉพาะบนคอนโซลของนินเทนโดเท่านั้น ถือเป็นอีกเกมที่แฟนปู่นินควรมีไว้ติดเครื่อง

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Games

[รีวิวเกม] Radiant Historia Perfect Chronology เกม RPG ย้อนเวลาฉบับภาษาอังกฤษ

Review เกม Radiant Historia Perfect Chronology บน 3DS มาแล้ว

Published

on

FINAL FANTASY XIV: Stormblood

FINAL FANTASY XIV: Stormblood
9

กราฟิก และงานออกแบบ

9.5/10

เกมเพลย์

9.0/10

ความแปลกใหม่

8.0/10

ความคุ้มค่า

9.5/10

ภาพรวม

9.0/10

จุดเด่น

  • เนื้อเรื่อง งานออกแบบศิลป์ และเพลงประกอบที่มีคุณภาพ
  • ระบบการเล่น ทุกอาชีพมีเอกลักษณ์
  • เนื้อหาเยอะ คุ้มค่า รองรับผู้เล่นหลากหลายสไตล์

จุดสังเกต

  • ปัญหาการเชื่อมต่อในช่วงที่มีผู้เล่นหนาแน่น ต้องรอคิวเข้าเซิร์ฟเวอร์

หากจะพูดถึงค่าย Atlus แล้วแฟนเกมทั่วโลกคงจะคิดถึงเกมแนว RPG ขั้นเทพเพราะชื่อเสียงของเกม Persona และ Shin Megami Tensei ที่แม้อาจจะไม่ได้โด่งดังเท่ากับ Final Fantasy แต่ก็มีแฟนจำนวนมากรอติดตามที่จะเล่น ทำให้หากมีเกมแนว RPG จากค่ายนี้ออกวางขายมันจะถูกจับตามองในทันที

เกริ่นนำ

โดยล่าสุดกับการมาของเกม Radiant Historia Perfect Chronology สุดยอดเกม RPG บน 3DS ฉบับภาษาอังกฤษแม้จะถือว่าออกช้ากว่าฉบับญี่ปุ่นอยู่พอสมควร แต่การที่ 3DS มันล็อคโซนทำให้คนที่มีเครื่องโซนอเมริกายังไงก็ต้องรอ ทำให้การกลับมาอีกครั้งของเกม RPG ย้อนเวลาถือว่ายังคงน่าเล่น เพราะมันสร้างชื่อว่าเป็นเกมที่สนุกเกินคาดมาตั้งแต่สมัยออกบน Nintendo DS แล้ว และหากคุณไม่ทราบมาก่อนเกม Radiant Historia Perfect Chronology คือภาครีเมคของเกมเก่าที่เคยออกวางขายบน NDS มาแล้ว

กราฟิก

แม้ว่าตัวเกมจะขึ้นชื่อว่าเป็นการรีเมค Radiant Historia ที่เคยออกวางขายบน NintendoDS แต่การกลับมาบน 3DS ดูเหมือนกราฟิกจะไม่ได้อัพเกรดไม่มากนัก เพราะพื้นฐานยังคงเหมือนเดิม ตัวละครก็ยังคงเป็นดอทพิเซลที่เพิ่มความละเอียดมาเล็กน้อย ที่เห็นชัดๆเลยว่าเปลี่ยนคือฉากกว้างขึ้นเพราะขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น และเสริมด้วยคัทซีนที่เป็นการ์ตูนทั้งภาพนิ่งและอนิเมชั่นงามๆที่มีการลงทุนสร้าง และออกแบบงานศิลป์ตัวละครใหม่หมด ตรงจุดนี้เองทำให้เกมดูสดใหม่ขึ้น (ภาคต่อไปขอให้ออกบน Nintendo Switch นะ)

เพลงประกอบ

ดนตรีประกอบถือเป็นจุดเด่นมากเพราะได้คุณ Yoko Shimomura มาทำเพลงให้ซึ่งผลงานที่ผ่านมาของเธอมีทั้ง Final Fantasy 15 หรืองานคลาสสิกอย่าง Front Mission ทำให้มีเพลงที่โดดเด่นติดหูอยู่หลายเพลง แต่ที่ดูเหมือนเกินหน้าเกินตาเพลงประกอบคือเสียงพากย์ที่ใส่เข้ามาแทบจะทุกฉากสำคัญในเกม และข่าวดีสำหรับแฟนเกมที่ชอบเสียงพากย์ญี่ปุ่น เพราะในภาคนี้จะมีเสียงพากย์เดิมๆจากเวอร์ชั่นญี่ปุ่น แต่จะมีบทบรรยายและเมนูทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้เราสามารถสัมผัสความยอดเยี่ยมของการพากย์ต้นฉบับได้ไปพร้อมกับเข้าใจเรื่องราว

รูปแบบการเล่น

เกม Radiant Historia เกมแนว RPG เทิร์นเบส ที่โบราณสุดๆเพราะยังมีการเลือกใช้คำสั่งเพื่อโจมตี ใช้ท่าไม้ตาย หรือเติมพลัง แถมยังมีฉากต่อสู้แบบ 2D เหมือนกับ Final Fantasy ภาคเก่ายิ่งทำให้ดูเชย แต่เมื่อได้เล่นแล้วมันแทบจะไม่มีความเชยของเกม RPG ในอดีตเลยเพราะเกมเพลย์มีความเร็วสูงมาก สามารถสู้เสร็จเทิร์นภายในไม่ถึงนาที(ศัตรูธรรมดา) และการที่เป็นภาษาอังกฤษทำให้เราอ่านเมนูได้เข้าใจ และสามารถรู้ถึงคุณสมบัติของท่าไม้ตาย ซึ่งมันมีประโยชน์และจำเป็นมากต่อการเล่น

เพราะรูปแบบการต่อสู้จำเป็นต้องใช้ไม้ตายให้ถูกกับรูปแบบของฉากต่อสู้ ที่จะแบ่งเป็นช่องๆรวมทั้งหมด 9 ช่อง โดยศัตรูในเกมจะอยู่ตามช่องซึ่งผู้เล่นสามารถเลือกท่าไม้ตายให้ตรงศัตรูที่อยู่ในช่อง เราจะสามารถโจมตีโดนเป็นหมู่คณะได้ แน่นอนว่าเกมได้ใส่ท่าไม้ตายมาเพื่อใช้งานโดยเฉพาะเช่นท่าผลักหรือดึงให้ศัตรูมารวมกันเป็นกลุ่มแล้วอัดทีเดียวพร้อมกัน จุดนี้ผู้เล่นต้องคำนึงถึงและต้องใช้ให้ชำนาญเพราะมันจำเป็นมากต่อการเล่น

ส่วนฉากในเมืองและดันเจี้ยนในเกมจะนำเสนอด้วยมุมมองด้านบน ภาพในเกมดูเหมือนจะมีมิติแต่จริงๆแล้วมันก็คือเกม 2D มุมกล้องด้านบนที่ดูเข้าใจง่าย ฉากในเกมไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากและมีระบบ Map ที่ดีดูง่ายเมนูทำได้ดีและเมื่อมาแปลเป็นภาษาอังกฤษแล้วยิ่งเข้าใจง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก

แน่อนว่าเกมของค่าย Atlus ในยุคนี้ได้ใส่โหมดง่ายสำหรับมือใหม่ที่อยากลองเล่น ซึ่งในเกม Radiant Historia ก็มีมาให้เลือกที่นอกจากตัวเกมส่วนใหญ่จะง่ายแล้ว ในโหมดง่ายนี้เราจะสามารถโจมตีศัตรูโดยตรงในฉากแผนที่ได้ โดยไม่ต้องตัดเข้าฉากต่อสู้ทำให้การเก็บเลเวลทำได้รวดเร็วอย่างมาก แต่อาจดูเหมือนง่ายไปหน่อยจนเกมหมดสนุกแนะนำให้เลือกการเล่นแบบปรกติน่าจะดีกว่า

การย้อนเวลา

อีกจุดเด่นของเกม Radiant Historia คือการย้อนเวลา ที่เราจะสามารถไปแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดได้ โดยการย้อนเวลาจะทำได้ผ่านจุด Save ที่เป็นหนังสือ โดยจะแบ่งออกเป็น Timeline ที่ดูง่ายเราสามารถเลือกช่วงเวลาที่ต้องการจะกลับไปได้ แม้ว่าจะไม่ได้มีอิสระมากมายเพราะเกมล็อคไว้ว่าต้องกลับไปช่วงเวลาไหน แต่ก็มีทางแยกที่ให้เราเลือกเล่นเพื่อได้สัมผัสกับเรื่องราวที่แตกต่าง และเป็นจุดเด่นที่เหมาะมากสำหรับเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษทำให้เราทราบเรื่องราวและเหตุผลในการย้อนเวลามาแก้ไข

การแก้ปริศนา

การแก้ปริศนาในเกมมีการเล่นกับการย้อนเวลา เช่นการอัพเกรดตัวละครแล้วใช้ท่าใหม่ๆเพื่อเปิดทางไปต่อ เช่นเราลงไปฉากที่เป็นเหมืองในครั้งแรกแล้วไม่สามารถเข้าไปได้ ก็ให้เราย้อนเวลาไปเอาสกิลใช้ระเบิดแล้วย้อนกลับมา เราก็จะเข้าไปในเหมืองได้ แน่นอนว่าเราต้องย้อนไปมาเพื่อหาทางไปต่อกันตลอดทั้งเกม ส่วนนี้ทำให้เกมสนุกและแตกต่างจากเกมอื่น

เกมมีความยาวพอสมควรเพราะนอกจากเรื่องราวหลักที่เราต้องเล่นแล้ว ยังมีเควสย่อยอีกมากมายรอให้เราไปค้นหาอีกเพียบ หากคุณเป็นแฟนเกม RPG จากค่าย Atlus ถือว่าไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่บ่อยครั้งนักที่จะมีคนสร้างเกมแนว RPG เทิร์นเบสแท้ๆแต่มีความหลากหลายในการเล่าเรื่องราว และมีความรวดเร็วในการเล่น ถือว่าเป็นเกมฟอร์มดีในยุคท้ายๆ ของเครื่อง 3DS แล้ว ซึ่งถ้าหากมันจะมีภาคต่อคงจะไปออกบน Nintendo Switch แน่นอน

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Games

[รีวิวเกม] Dissidia Final Fantasy NT (PS4) ตำนานไฟนอลฉบับเกมต่อสู้

Review เกม Dissidia Final Fantasy NT ตำนานเกมต่อสู้ของซีรีส์ไฟนอล มาแล้ว

Published

on

FINAL FANTASY XIV: Stormblood

FINAL FANTASY XIV: Stormblood
9

กราฟิก และงานออกแบบ

9.5/10

เกมเพลย์

9.0/10

ความแปลกใหม่

8.0/10

ความคุ้มค่า

9.5/10

ภาพรวม

9.0/10

จุดเด่น

  • เนื้อเรื่อง งานออกแบบศิลป์ และเพลงประกอบที่มีคุณภาพ
  • ระบบการเล่น ทุกอาชีพมีเอกลักษณ์
  • เนื้อหาเยอะ คุ้มค่า รองรับผู้เล่นหลากหลายสไตล์

จุดสังเกต

  • ปัญหาการเชื่อมต่อในช่วงที่มีผู้เล่นหนาแน่น ต้องรอคิวเข้าเซิร์ฟเวอร์

สำหรับแฟนๆซีรีส์ Final Fantasy ถือว่าการได้สัมผัสตัวละครในตำนานในเกมรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่ RPG ถือว่าเป็นความสนุกในฝันเพราะเป็นที่รู้กันว่าจุดเด่นของซีรีส์ ไฟนอลคือตัวละครที่โดดเด่น ที่สามารถครองใจผู้เล่นได้ ทำให้การมาของ Dissidia Final Fantasy NT บน PS4 น่าสนใจเกินหน้าเกินตารูปแบบการเล่นในทันที เพราะมันคือการรวมดาวตัวละครไฟนอลมาครบทุกภาคในรูปแบบเกมต่อสู้

เกริ่นนำ

เกม Dissidia Final Fantasy NT บน PS4 ต้นฉบับออกบนเกมตู้มาเป็นปีแล้ว แต่การที่มันเปิดให้เล่นในญี่ปุ่นก่อน ทำให้แฟนๆชาวไทยอาจจะไม่เคยเล่น ซึ่งหากย้อนไปไกลอีกหน่อยมันเคยออกบน PSP มาแล้วโดยเป็นการนำตัวละครไฟนอลมามัดรวมกันแล้วปรับเปลี่ยนแนวเป็นแอ็คชั่นต่อสู้แบบ 3 มิติที่มีความเป็น Final Fantasy ครบถ้วนไม่ว่าจะเป็นกราฟิกและท่าไม้ตายที่อลังการงานสร้างรวมทั้งฉากและตัวละคร โดยในภาคใหม่จะได้ “ทีมนินจา” มาสร้างยิ่งน่าสนใจเพราะทีมนี้ถือว่าถนัดสร้างเกมแอ็คชั่นอยู่แล้ว

กราฟิก

กราฟิกในเกมอยู่ในระดับดี แม้มันไม่ได้สร้างจากค่าย Square Enix โดยตรงแต่ก็ถ่ายทอดความเป็น Final Fantasy ได้อย่างครบถ้วน แถมยังออกแบบตัวละครในตำนานที่มีมาตั้งแต่สมัยแฟมิคอม 8Bit มาเป็นตัวละครในเกมยุคใหม่ได้น่าสนใจโดยเฉพาะตัวละครคลาสสิกจากภาคสามที่มาในรูปแบบหลากหลายอาชีพ ส่วนเฟรมเรตของเกมก็ลื่นไหลดีแม้จะเล่นหลายคนในโหมดออนไลน์ก็ไร้อาการกระตุกต่างจากสมัยตัวเดโม

เพลงประกอบ

เพลงในเกมถือเป็นจุดเด่นอย่างมากเพราะมันเป็นการรวมฮิตเอาเพลงจากซีรีส์ Final Fantasy มารวมกันทุกภาค โดยมีเพลงในตำนานของหลายภาคที่ใส่มาแบบแทบไม่ได้ปรับเปลี่ยนเหมือนเป็นการเอาใจแฟนเกมไฟนอลทั้งรุ่นใหม่และรุ่นใหญ่ ส่วนเสียงพากย์ในเกมก็จัดเต็มมากันทุกตัว โดยตัวละครดังๆในตำนานก็มีเสียงพากย์ที่เหมือนกับต้นฉบับด้วย นอกจากนี้ผู้เล่นยังสามารถเปลี่ยนเพลงประกอบได้เองตามใจชอบด้วย

เกมเพลย์

รูปแบบการเล่นเป็นเกมแนวต่อสู้แบบ 3 ต่อ 3 ที่มีมุมกล้อง 3D แบบมองจากด้านหลังของตัวละคร ที่ผู้เล่นสามารถปรับเปลี่ยนได้เอง โดยแต่ละตัวละครจะมีความคล่องตัวสูงผู้เล่นสามารถใช้ท่าพุ่งตัวเข้าหาเป้าหมายอย่างรวดเร็วได้ ทำให้เกมเพลย์รวดเร็วเหมือนกับการต่อสู้แบบฉบับที่ซีรีส์ ไฟนอลใช้มาตลอด และเกมมีระบบโจมตีที่เป็นเอกลักษณ์ โดยมีทั้งแบบ Brave Attack ที่เป็นท่าไม้ตายที่รุนแรง และทำให้ทีมศัตรูเสียค่า Break Bonus และยังมีท่า HP Attack ที่เมื่อโจมตีทีมคู่แข่งจะส่งผลให้ค่า Break Bonus เพิ่ม

นอกจากนี้ยังมีท่าไม้ตายพิเศษที่แตกต่างของตัวละครที่เรียกว่า EX Skills ที่รับประกันความรุนแรง ที่นอกจากจะใช้เพื่อโจมตีคู่แข่งแล้วยังส่งผลกับสถานะของตัวละครเช่นเพิ่มพลังโจมตี , ป้องกัน หรือเติมพลัง และยังมีท่าที่ส่งผลกับทีมศัตรูเช่นพิษ หรือให้ตาบอดชั่วคราว และแน่นอนว่าซีรีส์ไฟนอล ต้องมีมนต์อสูร มาให้ใช้ที่เราต้องค่อยๆเก็บสะสมพลังแล้วเรียกมันมาใช้งาน ซึ่งแต่ละตัวมีท่าไม้ตายที่แตกต่างกันแถมยังมีมากันแทบจะครบทุกตัว (ตัวที่ดังๆ) เช่น Bahamut,Ifrit,Leviathan,Odin,Shiva และอีกมากมายหลายตัว ในตอนแรกจะมีมาให้ใช้เพียง 1 ตัวแต่จะค่อยๆปลดล็อคออกมาให้ได้ใช้งานกัน โดยรวมท่าไม้ตายในเกมเน้นความรวดเร็วและต้อง ชิงไหวชิงพริบกันตลอด และการเล่นเป็นทีมสำคัญมาก

ส่วนตัวละครในเกมก็มีการยัดใส่มาตั้งแต่ภาคแรกๆอย่างนักรบแห่งแสง จนถึง เจ้าชาย Noctis Lucis Caelum จากภาค 15 และยังมีภาคพิเศษอย่าง Final Fantasy Tactics และตัวละครจาก Final Fantasy Type-0 มาให้เลือกเล่นด้วย รวมแล้ว(ตอนนี้) มีทั้งหมด 28 ตัว โดยโหมดหลักๆในเกมจะมีโหมดเล่นออฟไลน์ ที่ผู้เล่นสามารถจัดทีมออกไปต่อสู้กับตัวละครฝ่าย Com เพื่อสะสมค่าพลัง , เงิน และยังได้ Memoria มาปลดล็อคสิ่งใหม่ๆในโหมดเนื้อเรื่องเช่นคัทซีนงามๆ ส่วนโหมดออนไลน์ที่น่าประทับใจเพราะมีความลื่นไหลอย่างมาก แม้ว่าการรอเพื่อนร่วมกันเล่นอาจจะใช้เวลานานไปนิด แต่เราสามารถสนุกแบบไม่กระตุกแบบเดียวกับโหมดออฟไลน์ และยังปรับแต่งการแข่งได้ตามต้องการได้ด้วย ซึ่งเมื่อชนะจะได้ค่าพลัง และคะแนนมาปลดล็อคสิ่งใหม่ๆเช่นกัน

ความคุ้มค่า

เกม Dissidia Final Fantasy NT อาจจะไม่ได้มีโหมดมากมาย แต่ก็มีตัวละครระดับตำนานให้เลือกเล่นจำนวนมาก และยังมีการปลดล็อคสิ่งใหม่ๆเช่นความสามารถของตัวละคร หรือชุดใหม่ รวมทั้งไอเทมเสริมหรืออสูรเพิ่มเติม ทำให้ผู้เล่นอยู่กับเกมได้ยาวนานเพราะมีอะไรซ่อนอยู่เพียบ แถมในอนาคตทีมงานยังจะมีการอัพเกรดสิ่งใหม่ๆเพิ่มเข้ามาให้เล่นเพิ่มอีกแน่(แต่ต้องเสียเงิน)


และความดีงามตามที่บอกมาทั้งหมดทำให้การกลับมาอีกครั้งของเกมต่อสู้ของซีรีส์ไฟนอล อย่าง Dissidia Final Fantasy NT มีดีมากพอที่จะหามาเล่น ต่อให้ไม่ใช่แฟนซีรีส์ไฟนอล วัดกันที่เกมเพลย์ล้วนๆ ก็ยังถือว่าสนุกพอตัวแม้จะไม่ได้มากมายเท่ากับเกมต่อสู้ขั้นเทพหลายเกมแต่ก็มีสิ่งให้ผู้เล่นค้นหามากกว่าที่คิด

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!