Connect with us

Games

[Review] Little Nightmares: Secrets of The Maw Expansion ตอนที่ 1 The Depths

หลังจากที่ทีมงานเว็บแบไต๋ได้รีวิว Little Nightmares ไปเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาของภาคเสริมในรูปแบบ DLC ที่ชื่อว่า Secrets of The Maw Expansion โดยเจ้าตัว DLC นี้จะเหมือนเป็นภาคเสริมของเกมหลัก โดยจะออกมาทั้งหมด 3 ตอน

Published

on

หลังจากที่ทีมงานเว็บแบไต๋ได้รีวิว Little Nightmares ไปเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาของภาคเสริมในรูปแบบ DLC ที่ชื่อว่า Secrets of The Maw Expansion โดยเจ้าตัว DLC นี้จะเหมือนเป็นภาคเสริมของเกมหลัก โดยจะออกมาทั้งหมด 3 ตอน และสำหรับเนื้อเรื่องเสริมตอนแรก The Depths ก็ได้ปล่อยออกมาให้ผู้เล่นทุกคนได้เล่นกันมานานมากๆแล้ว ส่วนตัวผมเองก็เพิ่งจะได้ลองเล่นเจ้าเกมนี้ ทั้งเกมหลักและภาคเสริมตัวแรกจนจบ จึงจะมารีวิวให้ท่านผู้อ่านทุกคนครับ และสำหรับใครที่ติดตามเนื้อเรื่องเสริม Secrets of The Maw อีก 2 ตอนที่เหลือ ผมสัญญาว่าจะนำมารีวิวให้ครบทุกตอนตรงตามเวลาที่กำหนดแน่นอนครับผม

ทีมงานเว็บแบไต๋ขอขอบคุณทาง Bandai Namco สำหรับเกมในรีวิวนี้ครับ


ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยถูกโรคกับเกมแนวนี้สักเท่าไร เอาจริงๆก็สามารถเล่นได้ไม่มีปัญหาอะไรมากนัก ไม่ก็ไม่ถึงขั้นชอบ หรือประทับใจอะไรกับตัวเกมมันมาก จนเมื่อผมได้สัมผัสกับ Little Nightmares นี่ล่ะที่ทำให้ผมรู้สึกประทับในฉาก และการเล่าเรื่องของเกมในแบบตัวมันเองได้ แต่ถึงแบบนั้นตัวเกมก็ยังมีปัญหาอยู่มาก ปัญหาหลักๆ เลยก็คือการบังคับที่ยุ่งยาก และตัวเกมที่สั้นมากๆ กับราคาที่ออกจะสูงเกินไปสักนิด ทั้งหมดนี้ผู้อ่านสามารถย้อนกลับไปอ่านรีวิว Little Nightmares ของนักเขียนท่านนึงไว้ได้เลยครับ คลิก


จนเมื่อภาคเสริม The Depths ออกมา ทันทีที่ผมเล่นตัวเกมหลักจบ ผมก็เล่นเจ้าเนื้อเรื่องเสริมนี้ทันที และนี่คือสิ่งที่ผมได้รับจาก Little Nightmares The Depths ครับ


Little Nightmares Secrets of The Maw Expansion กับตอนแรก The Depths แน่นอนว่าตัวเกมยังคงความเป็น Little Nightmares เอาไว้เช่นเดิม เพิ่มเติมเข้ามาคือฉากใหม่ และตัวละครใหม่ คราวนี้เราจะได้เล่นเป็น The Runaway Kid เกมจะเริ่มต้นขึ้นในฝันของเขา ขณะที่เขากำลังว่ายน้ำอยู่ในท่อน้ำที่ไหนสักแห่งนั้นเขาถูกใครบางคนดึงเขาจากใต้น้ำ ทำให้เขาตื่นขึ่นมา และพบว่าตัวเองได้อยู่ในห้องพยาบาล เขาจึงได้หาทางออกไปจากที่นี้ และสิ่งที่เขาพบก็คือสถานที่สุดแปลก พร้อมกับสัตว์ประหลาดที่จ้องจะกินเขา

“The Janitor”

The Runaway Kid ได้ค้นหาทางออกจนได้พบกับท่อระบายน้ำแบบเดียวกับที่เขาฝัน ระหว่างนั้นเขาได้ถูกสัตว์ประหลาดกินคนน่ากลัวได้ตามล่าเขาขณะที่เขาอยู่ในน้ำ จนเมื่อ The Runaway Kid กำลังจะรอดจากสัตว์ประหลาดตัวนั้น เขากลับถูกจับไปโดย The Janitor บอสของเกมในภาคหลักนั้นเอง เขาถูกขังไว้ในที่ๆเดียวกับ Six ตัวละครเกมหลัก ในช่วงเริ่มต้นของ Chapter 2 ตัวเกมหลัก เราจะสังเกตเห็นว่า The Janitor ได้ลากกรงเหล็กออกไป 1 กรง ก่อนที่เราจะสามารถบังคับตัวละครได้

“ยังจำฉากนี้กันได้ไหม”

และกรงเหล็กที่ The Janitor ได้ลากออกไปนั้นก็คือกรงที่ขัง The Runaway Kid เอาไว้นั้นเองครับ สรุปเนื้อเรื่องคร่าวๆของ DLC The Depths นั้น Timeline จะอยู่ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันเล็กน้อย เพราะในฉากสุดท้ายที่ The Runaway Kid ได้ถูกจับไป เราจะเห็น Six ที่ถูกจับไว้อยู่ก่อนหน้านั้นอยู่แล้วครับ

“และนี่ล่ะครับคือเนื้อเรื่องความยาวเฉลี่ย 50 นาที ของ DLC The Depths แต่ถ้าหากผู้เล่นมีความสามารถมากพอ หรือกลับมาเล่นรอบ 2 ก็จะทำเวลาได้ไม่เกิน 40 นาทีแน่นอนครับ”


เล่าเรื่องใหม่ ฉากใหม่ ระบบการเล่นแบบเดิมๆ


และในส่วนของระบบการโดยรวมทุกสิ่งทุกอย่างในเกม ก็ยังคงเป็นเหมือนภาคแรกทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นการบังคับที่แย่มากๆ และยิ่งกลับมาใน DLC ตัวนี้ต้องบอกเลยว่านรกสุดๆครับ เนื่องจากว่าตลอดเวลา 40 นาที ผู้เล่นจะได้เจอกับฉากไล่ล่า ฉากกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางตลอดเวลา นับว่าค่อนข้างจะสร้างความน่ารําคาญ มากกว่าความตื่นเต้นเสียอีกครับ เป็นเพราะว่าการบังคับที่ยุ่งยาก และไม่ลื่นไหลนี่ล่ะ นอกเหนือจากนี้แล้ว Gameplay หลักๆของเกมก็จะมีเพียงแค่การไล่ล่าที่ต้องใช้ความรวดเร็วและไหวพริบเท่านั้น ส่วนฉากแก้ไขปริศนานั้นต้องบอกเลยว่าทำออกมาได้ค่อนข้างแย่มากๆ

เรื่องต่อมาคือการออกแบบฉากภายในเกมที่ทำมาได้น่าผิดหวัง การใช้ฉากซ้ำๆ ฉากเก่าจากภาคหลัก การไล่ล่าในน้ำ ซึ่งไม่มีฉากไหนที่น่าจดจำ หรือน่าประทับใจเหมือนที่ตัวเกมหลักทำเอาไว้ได้เลยสักนิด ยังไม่นับการออกแบบตัวละครที่ผมคิดว่ามันไม่เข้ากับ Theme หลักๆของเกมเลยด้วยซ้ำไปครับ


แต่อย่างไรก็ตาม จากที่ผมได้บอกไปในตอนแรกว่า DLC The Depths นั้นเป็นตอนแรกของภาคเสริม Secrets of The Maw Expansion ดังนั้นการที่ตัว DLC The Depths จะมีความสั้นขนาดนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยครับ เพราะยังเหลือ DLC อยู่อีก 2 ตัวที่จะวางขายในเดือน พฤศจิกายน และ มกราคม ต่อไป

เดิมที่แล้วตัวเกม Little Nightmares นั้นมีความยาวประมาณ 3 ชั่วโมงในการเล่นให้จบเกม หากไม่นับการสำรวจฉากเก็บของอื่นๆเพิ่มเต็ม และเมื่อการมาของ Secrets of The Maw Expansion นั้นสิ่งที่ผมหวังไว้คือตัวเกมที่น่าจะยาวขึ้นกว่าเดิมยิ่งถ้ามีการแบ่งเนื้อเรื่องเป็น 3 ช่วงแบบนี้ด้วยแล้ว แต่เมื่อหลังจากได้เล่นเนื้อเรื่องตอนแรก The Depths เข้าไป ก็ทำเอาผมผิดหวังเป็นอย่างมากเลยล่ะ


สำหรับ DLC The Depths หากผู้เล่นมีตัวเกมหลักอยู่แล้ว ผู้เล่นสามารถชื้อเพิ่มได้ในราคา 150 บาทเท่านั้น ก็ค่อนข้างเหมาะสมกับเกม 40 นาที แต่ถ้าหากผู้เล่นต้องการเนื้อเรื่องครบทั้ง 3 ตอน ก็สามารถชื้อตัว Season Pass Secrets of The Maw Expansion ได้ในราคา 450 บาท โดยผู้เล่นจะได้รับตัวละครพิเศษเอาไว้เล่นในเกมหลักอีกด้วย

สุดท้ายนี้ Little Nightmares The Depths นั้น ส่วนตัวแล้วผมคิดว่าควรจะมองข้ามมันไปดีกว่า และให้กำเงิน 150 บาทไปชื้ออย่างอื่นแทนครับ แต่ถ้าหากผู้เล่นชื่นชอบเกมนี้จริงๆ ก็ขอแนะนำให้ชื้อตัว Expansion ในราคา 450 บาท ซึ่งผู้เล่นจะได้เนื้อเรื่องครบทั้ง 3 ตอน โดยตอนสุดท้ายจะวางขายในเดือน มกราคม 2018 และขอแนะนำอีกว่าให้รอจนกว่าจะถึงตอนนั้นแล้วค่อยชื้อจะดีกว่า นอกจากว่าจะได้เล่นครบ 3 ตอนแล้ว จะได้รู้สึกคุ้มค่ากับราคาอีกด้วยครับ

แสดงความคิดเห็น

Games

[รีวิวเกม] Bayonetta 2 สาวแว่นกลับมาโหดอีกครั้งบน Nintendo Switch

Review เกม Bayonetta 2 มาแล้ว !!

Published

on

หากพูดถึงเกมแอ็คชั่นที่สนุกมันส์สะใจแล้ว ต้องมีรายชื่อเกม Bayonetta อยู่แน่ เพราะในภาคแรกถือว่าสร้างตำนานและทำให้ชื่อของค่าย Platinum Games เป็นที่รู้จัก แต่หลังจากนั้นภาคต่อของมันออกเฉพาะเครื่อง WiiU เพราะปู่นินออกเงินทุนสร้างให้ ทำให้มันหมดโอกาสออกบนเครื่องเกมอื่นนอกจากเครื่องเกมของนินเทนโด

เกริ่นนำ

และเป็นที่มาของการขุดเอาของเก่ามาขายใหม่อีกครั้งใน Bayonetta 2 (และภาคแรก) ที่กลับมาขายใหม่บน Nintendo Switch ที่ปู่นินยอมลงทุนพอร์ตมาลง เพราะในช่วงต้นปี 2018 ยังไม่มีเกมดังๆ ออกวางขาย และถือเป็นโอกาสดีเพราะต้นฉบับออกบน WiiU คอนโซลที่ล้มเหลวในแง่ยอดขายทำให้เชื่อว่ามีคอเกมหลายคนยังไม่เคยเล่นแน่ ส่วนใครเคยเล่นเวอร์ชั่น WiiU ก็ถือว่าได้เล่นในรูปแบบที่เราเอาไปเล่นนอกบ้านได้ด้วย

กราฟิก

การย้ายบ้านมาบนคอนโซลลูกผสมอย่าง Nintendo Switch ซึ่งสเปกก็ไม่ได้แรงมากมายอะไรทำให้กราฟิกในเกมเหมือนเดิมแทบจะ 100% ความละเอียดของเกมจะอยู่ที่ 720p ทั้งแบบต่อทีวีและแบบพกพา ฟังดูธรรมดาแต่มันกลับดูดีอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะเกมจัดเต็มไปด้วยรายละเอียดของตัวละครและฉากที่ออกแบบมาอย่างดีตั้งแต่ต้นฉบับอยู่แล้ว และที่น่าประทับใจมากคือเฟรมเรตในเกมที่ลื่นไหลขึ้นกว่าเดิม ซึ่งปรกติบน WiiU ก็มีเฟรมเรตระดับ 60 FPS อยู่แล้วแต่พอเล่นจริงๆบน WiiU ก็มีอาการเฟรมเรตร่วงอยู่ แต่บน Switch ทุกอย่างถูกแก้ไขให้ลื่นไหลขึ้นแล้ว โดยรวมในส่วนของกราฟิกทำได้ดีขึ้นในส่วนของเฟรมเรตนอกนั้นเหมือนเดิม

เพลงประกอบ

ดนตรีประกอบในเกมยังคงเหมือนเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลงเพราะมันเป็นการพอร์ต แต่ระบบเสียงของเดิมก็ถือว่าทำได้ดีอยู่แล้ว การมาอยู่บนคอนโซลใหม่ก็ยังยอดเยี่ยมเหมือนเดิม โดยมีทั้งเพลงที่ระทึกใจเหมือนกับได้ชมภาพยนตร์แอ็คชั่น อีกทั้งเสียงประกอบและเสียงพากย์ก็จัดเต็มและช่วยเสริมให้เกมดูสนุกน่าติดตาม โดยเฉพาะเสียงพากย์ของสาวแว่นบาโย ที่ดูยั่วยวนอย่างมาก

เนื้อเรื่อง

เรื่องราวของเกมจะเริ่มต่อจากภาคแรก ที่สาวแว่นของเราต้องออกไปต่อสู้กับเทพ รวมทั้งปีศาจที่มีความโหดกว่าภาคแรก เพื่อออกตามหาวิญญาณของคู่หูสาว Jeanne ที่ถูกดึงลงนรก การนำเสนอเรื่องราวในเกมอยู่ในระดับดีเหมือนกับการชมภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ ที่ดึงให้ผู้เล่นอินไปกับเรื่องราวที่ยังคงเข้มข้นเหมือนกับภาคแรก และยังมีจุดหักมุมและตัวละครใหม่ที่เพิ่มความโหดจนสาวแว่นรับมือได้ยากกว่าเดิม

เกมเพลย์

รูปแบบการเล่นยังคงเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนสาวแว่นของเรายังคงมาในรูปแบบเกมแอ็คชั่นความเร็วสูง ที่แทบไม่มีจุดที่ให้ผู้เล่นหยุดพักหายใจกันเลย เกมเน้นการทำคอมโบต่อเนื่อง ที่ยังมีอาวุธระยะประชิดเช่นดาบ และอาวุธประเภทยิงเช่นปืน ที่ผู้เล่นสามารถสลับเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็วจนเกิดเป็นคอมโบที่หลากหลายอย่างมาก และในภาคสองจะมีประเภทอาวุธที่หลากหลายทำให้เกมสนุกกว่าภาคแรก

อีกความโดดเด่นของสาวแว่นคือท่าไม้ตาย witch time ก็ยังคงทำหน้าที่ได้ดีโดยเมื่อเรากดท่าหลบหลีกการโจมตีของศัตรูแล้วจะเกิดภาพ Slow Motion และทำให้เราใช้ท่าสวนกลับได้อย่างรวดเร็ว และยังมีท่าสุดโหดอย่าง Climax ที่เรียกเอาเครื่องทรมานออกมาจัดการศัตรูด้วยความโหดแบบสุดๆแบบที่ชิ้นส่วนอวัยวะกระจายกันเลย โดยผ่านการกดปุ่มตามจังหวะที่เรียบง่ายแต่ลงตัวและสนุกเหมือนเดิม แน่นอนว่าแม้ภาคนี้สาวแว่นของเราจะผมสั้นแต่ก็ยังมีท่าที่ใช้เส้นผมเพื่อกำจัดศัตรูและเรียกปีศาจออกมาต่อสู้กับศัตรูได้เหมือนเดิม

นอกจากเกมเพลย์แบบปรกติแล้วเกม Bayonetta2 ถือว่ามีรูปแบบที่หลากหลายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแปลงร่างที่ในภาคสองเราสามารถแปลงร่างได้มากกว่าเดิม เช่นสาวบาโยของเราจะเปลี่ยนร่างเป็นงูและลงไปว่ายในฉากที่เต็มไปด้วยน้ำได้ และยังมีการบังคับหุ่นยักษ์เพื่อต่อสู้กับศัตรูในฉากได้ ส่วนบอสในเกมก็อลังการงานสร้างไม่ว่าจะเป็นตัวเล็กและประเภทตัวใหญ่ยักษ์ที่การรับมือมันไม่ง่ายแน่นอน

ความคุ้มค่า

แน่นอนว่ามันเป็นเกมพอร์ต ทำให้หลายคนมีคำถามว่ามันจะคุ้มค่าหรือไม่ ซึ่งหากคุณไม่เคยมีเครื่อง WiiU มาก่อนและไม่เคยเล่น Bayonetta 2 ถือว่าคุ้มค่ามากๆเพราะมันคือหนึ่งในสุดยอดเกมแอ็คชั่นแห่งยุค ที่ทั้งสนุกลงตัวแบบไม่มีที่ติ และข่าวดีสำหรับคนที่ซื้อคือในตลับเกมจะมีรหัสดาวน์โหลด Bayonetta ภาคแรกมาให้เล่นด้วย ส่วนใครอยากได้แบบแยกภาคก็มีขายแบบดาวน์โหลดด้วยเช่นกัน ทำให้แม้ว่ามันจะเป็นเกมพอร์ตแต่การที่ได้มาสองภาคในราคาเดียวถือว่าคุ้มค่ามาก

สรุปโดยรวมแล้วหากคุณเป็นเจ้าของ Nintendo Switch เกม Bayonetta 2 (และภาคแรก) ถือว่าเป็นทางเลือกที่คุ้มเงินทุกบาทที่เสียไปแน่นอน และในช่วงนี้ปู่นินดูเหมือนยังไม่ได้เร่งออกเกมฟอร์มดีมากเท่ากับปีที่แล้ว ทำให้เราอาจมีทางเลือกไม่มากนัก และภาค 2 ยังคงเป็นเกมที่หาเล่นได้เฉพาะบนคอนโซลของนินเทนโดเท่านั้น ถือเป็นอีกเกมที่แฟนปู่นินควรมีไว้ติดเครื่อง

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Games

[รีวิวเกม] Radiant Historia Perfect Chronology เกม RPG ย้อนเวลาฉบับภาษาอังกฤษ

Review เกม Radiant Historia Perfect Chronology บน 3DS มาแล้ว

Published

on

หากจะพูดถึงค่าย Atlus แล้วแฟนเกมทั่วโลกคงจะคิดถึงเกมแนว RPG ขั้นเทพเพราะชื่อเสียงของเกม Persona และ Shin Megami Tensei ที่แม้อาจจะไม่ได้โด่งดังเท่ากับ Final Fantasy แต่ก็มีแฟนจำนวนมากรอติดตามที่จะเล่น ทำให้หากมีเกมแนว RPG จากค่ายนี้ออกวางขายมันจะถูกจับตามองในทันที

เกริ่นนำ

โดยล่าสุดกับการมาของเกม Radiant Historia Perfect Chronology สุดยอดเกม RPG บน 3DS ฉบับภาษาอังกฤษแม้จะถือว่าออกช้ากว่าฉบับญี่ปุ่นอยู่พอสมควร แต่การที่ 3DS มันล็อคโซนทำให้คนที่มีเครื่องโซนอเมริกายังไงก็ต้องรอ ทำให้การกลับมาอีกครั้งของเกม RPG ย้อนเวลาถือว่ายังคงน่าเล่น เพราะมันสร้างชื่อว่าเป็นเกมที่สนุกเกินคาดมาตั้งแต่สมัยออกบน Nintendo DS แล้ว และหากคุณไม่ทราบมาก่อนเกม Radiant Historia Perfect Chronology คือภาครีเมคของเกมเก่าที่เคยออกวางขายบน NDS มาแล้ว

กราฟิก

แม้ว่าตัวเกมจะขึ้นชื่อว่าเป็นการรีเมค Radiant Historia ที่เคยออกวางขายบน NintendoDS แต่การกลับมาบน 3DS ดูเหมือนกราฟิกจะไม่ได้อัพเกรดไม่มากนัก เพราะพื้นฐานยังคงเหมือนเดิม ตัวละครก็ยังคงเป็นดอทพิเซลที่เพิ่มความละเอียดมาเล็กน้อย ที่เห็นชัดๆเลยว่าเปลี่ยนคือฉากกว้างขึ้นเพราะขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น และเสริมด้วยคัทซีนที่เป็นการ์ตูนทั้งภาพนิ่งและอนิเมชั่นงามๆที่มีการลงทุนสร้าง และออกแบบงานศิลป์ตัวละครใหม่หมด ตรงจุดนี้เองทำให้เกมดูสดใหม่ขึ้น (ภาคต่อไปขอให้ออกบน Nintendo Switch นะ)

เพลงประกอบ

ดนตรีประกอบถือเป็นจุดเด่นมากเพราะได้คุณ Yoko Shimomura มาทำเพลงให้ซึ่งผลงานที่ผ่านมาของเธอมีทั้ง Final Fantasy 15 หรืองานคลาสสิกอย่าง Front Mission ทำให้มีเพลงที่โดดเด่นติดหูอยู่หลายเพลง แต่ที่ดูเหมือนเกินหน้าเกินตาเพลงประกอบคือเสียงพากย์ที่ใส่เข้ามาแทบจะทุกฉากสำคัญในเกม และข่าวดีสำหรับแฟนเกมที่ชอบเสียงพากย์ญี่ปุ่น เพราะในภาคนี้จะมีเสียงพากย์เดิมๆจากเวอร์ชั่นญี่ปุ่น แต่จะมีบทบรรยายและเมนูทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้เราสามารถสัมผัสความยอดเยี่ยมของการพากย์ต้นฉบับได้ไปพร้อมกับเข้าใจเรื่องราว

รูปแบบการเล่น

เกม Radiant Historia เกมแนว RPG เทิร์นเบส ที่โบราณสุดๆเพราะยังมีการเลือกใช้คำสั่งเพื่อโจมตี ใช้ท่าไม้ตาย หรือเติมพลัง แถมยังมีฉากต่อสู้แบบ 2D เหมือนกับ Final Fantasy ภาคเก่ายิ่งทำให้ดูเชย แต่เมื่อได้เล่นแล้วมันแทบจะไม่มีความเชยของเกม RPG ในอดีตเลยเพราะเกมเพลย์มีความเร็วสูงมาก สามารถสู้เสร็จเทิร์นภายในไม่ถึงนาที(ศัตรูธรรมดา) และการที่เป็นภาษาอังกฤษทำให้เราอ่านเมนูได้เข้าใจ และสามารถรู้ถึงคุณสมบัติของท่าไม้ตาย ซึ่งมันมีประโยชน์และจำเป็นมากต่อการเล่น

เพราะรูปแบบการต่อสู้จำเป็นต้องใช้ไม้ตายให้ถูกกับรูปแบบของฉากต่อสู้ ที่จะแบ่งเป็นช่องๆรวมทั้งหมด 9 ช่อง โดยศัตรูในเกมจะอยู่ตามช่องซึ่งผู้เล่นสามารถเลือกท่าไม้ตายให้ตรงศัตรูที่อยู่ในช่อง เราจะสามารถโจมตีโดนเป็นหมู่คณะได้ แน่นอนว่าเกมได้ใส่ท่าไม้ตายมาเพื่อใช้งานโดยเฉพาะเช่นท่าผลักหรือดึงให้ศัตรูมารวมกันเป็นกลุ่มแล้วอัดทีเดียวพร้อมกัน จุดนี้ผู้เล่นต้องคำนึงถึงและต้องใช้ให้ชำนาญเพราะมันจำเป็นมากต่อการเล่น

ส่วนฉากในเมืองและดันเจี้ยนในเกมจะนำเสนอด้วยมุมมองด้านบน ภาพในเกมดูเหมือนจะมีมิติแต่จริงๆแล้วมันก็คือเกม 2D มุมกล้องด้านบนที่ดูเข้าใจง่าย ฉากในเกมไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากและมีระบบ Map ที่ดีดูง่ายเมนูทำได้ดีและเมื่อมาแปลเป็นภาษาอังกฤษแล้วยิ่งเข้าใจง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก

แน่อนว่าเกมของค่าย Atlus ในยุคนี้ได้ใส่โหมดง่ายสำหรับมือใหม่ที่อยากลองเล่น ซึ่งในเกม Radiant Historia ก็มีมาให้เลือกที่นอกจากตัวเกมส่วนใหญ่จะง่ายแล้ว ในโหมดง่ายนี้เราจะสามารถโจมตีศัตรูโดยตรงในฉากแผนที่ได้ โดยไม่ต้องตัดเข้าฉากต่อสู้ทำให้การเก็บเลเวลทำได้รวดเร็วอย่างมาก แต่อาจดูเหมือนง่ายไปหน่อยจนเกมหมดสนุกแนะนำให้เลือกการเล่นแบบปรกติน่าจะดีกว่า

การย้อนเวลา

อีกจุดเด่นของเกม Radiant Historia คือการย้อนเวลา ที่เราจะสามารถไปแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดได้ โดยการย้อนเวลาจะทำได้ผ่านจุด Save ที่เป็นหนังสือ โดยจะแบ่งออกเป็น Timeline ที่ดูง่ายเราสามารถเลือกช่วงเวลาที่ต้องการจะกลับไปได้ แม้ว่าจะไม่ได้มีอิสระมากมายเพราะเกมล็อคไว้ว่าต้องกลับไปช่วงเวลาไหน แต่ก็มีทางแยกที่ให้เราเลือกเล่นเพื่อได้สัมผัสกับเรื่องราวที่แตกต่าง และเป็นจุดเด่นที่เหมาะมากสำหรับเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษทำให้เราทราบเรื่องราวและเหตุผลในการย้อนเวลามาแก้ไข

การแก้ปริศนา

การแก้ปริศนาในเกมมีการเล่นกับการย้อนเวลา เช่นการอัพเกรดตัวละครแล้วใช้ท่าใหม่ๆเพื่อเปิดทางไปต่อ เช่นเราลงไปฉากที่เป็นเหมืองในครั้งแรกแล้วไม่สามารถเข้าไปได้ ก็ให้เราย้อนเวลาไปเอาสกิลใช้ระเบิดแล้วย้อนกลับมา เราก็จะเข้าไปในเหมืองได้ แน่นอนว่าเราต้องย้อนไปมาเพื่อหาทางไปต่อกันตลอดทั้งเกม ส่วนนี้ทำให้เกมสนุกและแตกต่างจากเกมอื่น

เกมมีความยาวพอสมควรเพราะนอกจากเรื่องราวหลักที่เราต้องเล่นแล้ว ยังมีเควสย่อยอีกมากมายรอให้เราไปค้นหาอีกเพียบ หากคุณเป็นแฟนเกม RPG จากค่าย Atlus ถือว่าไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่บ่อยครั้งนักที่จะมีคนสร้างเกมแนว RPG เทิร์นเบสแท้ๆแต่มีความหลากหลายในการเล่าเรื่องราว และมีความรวดเร็วในการเล่น ถือว่าเป็นเกมฟอร์มดีในยุคท้ายๆ ของเครื่อง 3DS แล้ว ซึ่งถ้าหากมันจะมีภาคต่อคงจะไปออกบน Nintendo Switch แน่นอน

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Games

[รีวิวเกม] Dissidia Final Fantasy NT (PS4) ตำนานไฟนอลฉบับเกมต่อสู้

Review เกม Dissidia Final Fantasy NT ตำนานเกมต่อสู้ของซีรีส์ไฟนอล มาแล้ว

Published

on

สำหรับแฟนๆซีรีส์ Final Fantasy ถือว่าการได้สัมผัสตัวละครในตำนานในเกมรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่ RPG ถือว่าเป็นความสนุกในฝันเพราะเป็นที่รู้กันว่าจุดเด่นของซีรีส์ ไฟนอลคือตัวละครที่โดดเด่น ที่สามารถครองใจผู้เล่นได้ ทำให้การมาของ Dissidia Final Fantasy NT บน PS4 น่าสนใจเกินหน้าเกินตารูปแบบการเล่นในทันที เพราะมันคือการรวมดาวตัวละครไฟนอลมาครบทุกภาคในรูปแบบเกมต่อสู้

เกริ่นนำ

เกม Dissidia Final Fantasy NT บน PS4 ต้นฉบับออกบนเกมตู้มาเป็นปีแล้ว แต่การที่มันเปิดให้เล่นในญี่ปุ่นก่อน ทำให้แฟนๆชาวไทยอาจจะไม่เคยเล่น ซึ่งหากย้อนไปไกลอีกหน่อยมันเคยออกบน PSP มาแล้วโดยเป็นการนำตัวละครไฟนอลมามัดรวมกันแล้วปรับเปลี่ยนแนวเป็นแอ็คชั่นต่อสู้แบบ 3 มิติที่มีความเป็น Final Fantasy ครบถ้วนไม่ว่าจะเป็นกราฟิกและท่าไม้ตายที่อลังการงานสร้างรวมทั้งฉากและตัวละคร โดยในภาคใหม่จะได้ “ทีมนินจา” มาสร้างยิ่งน่าสนใจเพราะทีมนี้ถือว่าถนัดสร้างเกมแอ็คชั่นอยู่แล้ว

กราฟิก

กราฟิกในเกมอยู่ในระดับดี แม้มันไม่ได้สร้างจากค่าย Square Enix โดยตรงแต่ก็ถ่ายทอดความเป็น Final Fantasy ได้อย่างครบถ้วน แถมยังออกแบบตัวละครในตำนานที่มีมาตั้งแต่สมัยแฟมิคอม 8Bit มาเป็นตัวละครในเกมยุคใหม่ได้น่าสนใจโดยเฉพาะตัวละครคลาสสิกจากภาคสามที่มาในรูปแบบหลากหลายอาชีพ ส่วนเฟรมเรตของเกมก็ลื่นไหลดีแม้จะเล่นหลายคนในโหมดออนไลน์ก็ไร้อาการกระตุกต่างจากสมัยตัวเดโม

เพลงประกอบ

เพลงในเกมถือเป็นจุดเด่นอย่างมากเพราะมันเป็นการรวมฮิตเอาเพลงจากซีรีส์ Final Fantasy มารวมกันทุกภาค โดยมีเพลงในตำนานของหลายภาคที่ใส่มาแบบแทบไม่ได้ปรับเปลี่ยนเหมือนเป็นการเอาใจแฟนเกมไฟนอลทั้งรุ่นใหม่และรุ่นใหญ่ ส่วนเสียงพากย์ในเกมก็จัดเต็มมากันทุกตัว โดยตัวละครดังๆในตำนานก็มีเสียงพากย์ที่เหมือนกับต้นฉบับด้วย นอกจากนี้ผู้เล่นยังสามารถเปลี่ยนเพลงประกอบได้เองตามใจชอบด้วย

เกมเพลย์

รูปแบบการเล่นเป็นเกมแนวต่อสู้แบบ 3 ต่อ 3 ที่มีมุมกล้อง 3D แบบมองจากด้านหลังของตัวละคร ที่ผู้เล่นสามารถปรับเปลี่ยนได้เอง โดยแต่ละตัวละครจะมีความคล่องตัวสูงผู้เล่นสามารถใช้ท่าพุ่งตัวเข้าหาเป้าหมายอย่างรวดเร็วได้ ทำให้เกมเพลย์รวดเร็วเหมือนกับการต่อสู้แบบฉบับที่ซีรีส์ ไฟนอลใช้มาตลอด และเกมมีระบบโจมตีที่เป็นเอกลักษณ์ โดยมีทั้งแบบ Brave Attack ที่เป็นท่าไม้ตายที่รุนแรง และทำให้ทีมศัตรูเสียค่า Break Bonus และยังมีท่า HP Attack ที่เมื่อโจมตีทีมคู่แข่งจะส่งผลให้ค่า Break Bonus เพิ่ม

นอกจากนี้ยังมีท่าไม้ตายพิเศษที่แตกต่างของตัวละครที่เรียกว่า EX Skills ที่รับประกันความรุนแรง ที่นอกจากจะใช้เพื่อโจมตีคู่แข่งแล้วยังส่งผลกับสถานะของตัวละครเช่นเพิ่มพลังโจมตี , ป้องกัน หรือเติมพลัง และยังมีท่าที่ส่งผลกับทีมศัตรูเช่นพิษ หรือให้ตาบอดชั่วคราว และแน่นอนว่าซีรีส์ไฟนอล ต้องมีมนต์อสูร มาให้ใช้ที่เราต้องค่อยๆเก็บสะสมพลังแล้วเรียกมันมาใช้งาน ซึ่งแต่ละตัวมีท่าไม้ตายที่แตกต่างกันแถมยังมีมากันแทบจะครบทุกตัว (ตัวที่ดังๆ) เช่น Bahamut,Ifrit,Leviathan,Odin,Shiva และอีกมากมายหลายตัว ในตอนแรกจะมีมาให้ใช้เพียง 1 ตัวแต่จะค่อยๆปลดล็อคออกมาให้ได้ใช้งานกัน โดยรวมท่าไม้ตายในเกมเน้นความรวดเร็วและต้อง ชิงไหวชิงพริบกันตลอด และการเล่นเป็นทีมสำคัญมาก

ส่วนตัวละครในเกมก็มีการยัดใส่มาตั้งแต่ภาคแรกๆอย่างนักรบแห่งแสง จนถึง เจ้าชาย Noctis Lucis Caelum จากภาค 15 และยังมีภาคพิเศษอย่าง Final Fantasy Tactics และตัวละครจาก Final Fantasy Type-0 มาให้เลือกเล่นด้วย รวมแล้ว(ตอนนี้) มีทั้งหมด 28 ตัว โดยโหมดหลักๆในเกมจะมีโหมดเล่นออฟไลน์ ที่ผู้เล่นสามารถจัดทีมออกไปต่อสู้กับตัวละครฝ่าย Com เพื่อสะสมค่าพลัง , เงิน และยังได้ Memoria มาปลดล็อคสิ่งใหม่ๆในโหมดเนื้อเรื่องเช่นคัทซีนงามๆ ส่วนโหมดออนไลน์ที่น่าประทับใจเพราะมีความลื่นไหลอย่างมาก แม้ว่าการรอเพื่อนร่วมกันเล่นอาจจะใช้เวลานานไปนิด แต่เราสามารถสนุกแบบไม่กระตุกแบบเดียวกับโหมดออฟไลน์ และยังปรับแต่งการแข่งได้ตามต้องการได้ด้วย ซึ่งเมื่อชนะจะได้ค่าพลัง และคะแนนมาปลดล็อคสิ่งใหม่ๆเช่นกัน

ความคุ้มค่า

เกม Dissidia Final Fantasy NT อาจจะไม่ได้มีโหมดมากมาย แต่ก็มีตัวละครระดับตำนานให้เลือกเล่นจำนวนมาก และยังมีการปลดล็อคสิ่งใหม่ๆเช่นความสามารถของตัวละคร หรือชุดใหม่ รวมทั้งไอเทมเสริมหรืออสูรเพิ่มเติม ทำให้ผู้เล่นอยู่กับเกมได้ยาวนานเพราะมีอะไรซ่อนอยู่เพียบ แถมในอนาคตทีมงานยังจะมีการอัพเกรดสิ่งใหม่ๆเพิ่มเข้ามาให้เล่นเพิ่มอีกแน่(แต่ต้องเสียเงิน)


และความดีงามตามที่บอกมาทั้งหมดทำให้การกลับมาอีกครั้งของเกมต่อสู้ของซีรีส์ไฟนอล อย่าง Dissidia Final Fantasy NT มีดีมากพอที่จะหามาเล่น ต่อให้ไม่ใช่แฟนซีรีส์ไฟนอล วัดกันที่เกมเพลย์ล้วนๆ ก็ยังถือว่าสนุกพอตัวแม้จะไม่ได้มากมายเท่ากับเกมต่อสู้ขั้นเทพหลายเกมแต่ก็มีสิ่งให้ผู้เล่นค้นหามากกว่าที่คิด

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!