[รีวิวเกม] The Evil Within 2: ฝันร้ายไม่เคยจบ สยองต่อเนื่องกับดีไซน์สุดเจ๋ง

84

The Evil Within 2 เป็นเกมภาคต่อจากปี 2014 ซึ่งสร้างชื่อจากการกลับมาทำเกมแนวสยองของ มิคามิ ชินจิ ผู้ให้กำเนิดเกมซอมบี้ขึ้นหิ้งอย่าง Biohazard หรือ Resident Evil ภายหลังถูกอัปเปหิจาก Capcom แล้วหันมาซบ Bethesda Softworks ที่มีเกมสร้างชื่ออย่างตระกูล Fallout และ The Elder Scrolls เป็นต้น ซึ่งมิคามิก็ใส่ไอเดียสยอง ๆ ที่ไม่ได้ใช้ใน Resident Evil ผสมกับแนวเกมเพลย์ที่ทุกคนคุ้นดี มาสร้างเกมแนวเอาตัวรอด/สยองขวัญสั่นประสาทได้อย่างดี

แม้ภาคแรกจะไม่ออกมาเปรี้ยงปร้างสมการการรอคอยของแฟน ๆ ด้วยปัญหาหลายอย่างซึ่งส่วนใหญ่คือกราฟิกที่ไม่ถึงระดับเน็กซ์เจน ภาพที่ทำสัดส่วนแบบภาพยนตร์จนมีคาดดำปิดบนล่างตลอดการเล่น เป็นหลักนั่นเอง ส่วนด้านเนื้อหาในภาคแรกนั้นใครที่ตามมาเล่นเพราะเกมอย่าง Resident Evil นั้น น่าจะปวดกบาลพอควร เพราะว่ากันตามเนื้อผ้าเกมมันออกจะไปทางจิตวิทยา + มิติหลอนกับโลกจริง คล้าย ๆ เกมอย่าง Silent Hill เสียมากกว่า ส่วนด้านเกมเพลย์ก็นำมาจาก Resident Evil ผสมกับ Outlast ทำให้มีความหลากหลายในการเล่นขึ้นไม่ได้เน้นลุยยิงอย่าง Resident Evil ในภาค 4 5 6 แม้บรรยากาศบางฉากจะชวนให้นึกถึง Resident Evil 4 อยู่ไม่น้อยก็ตาม

ซึ่งการกลับมาในภาค 2 นี้เหมือนทีมงานจะปรับปรุงจากบทเรียนเดิมได้ดีทีเดียว

เนื้อเรื่องของ The Evil Within 2

ว่าด้วยเหตุการณ์ต่อเนื่องหลังจากเหตุการณ์สังหารหมู่ในโรงพยาบาลบีคอนของภาคแรก ผ่านไปได้ 3 ปี เซบาสเตียน คาสเตลาโน่ พระเอกของเราซึ่งตอนนี้ออกจากการเป็นตำรวจสายสืบเรียบร้อยด้วยปัญหาทางจิตจากความเครียดทั้งคดีเมื่อ 3 ปีก่อน และการสูญเสีย ลิลลี ลูกสาวไปในเหตุเพลิงไหม้ที่เขาโทษตัวเองเป็นสาเหตุ ด้านภรรยาของเขา ไมรา ก็ทนรับความจริงไม่ได้จนทิ้งเขาไป วันหนึ่งขณะที่เซบาสเตียนฟื้นจากเมาค้างและฝันร้ายที่เสียลูกสาวไปเขาก็ได้พบใบหน้าคุ้นเคย นั่นก็คือ จูลี คิดแมน หนึ่งในสมาชิกกลุ่มโมเบียสที่อยู่เบื้องหลังคดีโรงพยาบาลบีคอนซึ่งแฝงตัวมาเป็นสายสืบฝึกหัดในภาคแรก เธอมาบอกความจริงกับเขาว่า ลิลลี ลูกสาวของเขายังมีชีวิตอยู่ แท้จริงเธอถูกช่วยไว้โดยโมเบียสเพื่อนำไปเป็นแก่นกลางของเครื่องเชื่อมสมองนาม สเต็ม ตัวใหม่ที่พัฒนามาจากที่เราเจอในท้ายภาคแรก แต่ตอนนี้ลิลลีได้หายไปจากกลุ่มข้อมูล ทำให้โลกภายในสเต็มเกิดความไม่เสถียรหากปล่อยทิ้งไว้ทุกคนในสเต็มรวมถึง ลิลลี จะตายในไม่ช้า

เซบาสเตียนแม้ไม่ไว้ใจโมเบียสนักแต่เขาไม่มีทางเลือก เพราะต้องการช่วยลูกสาวอีกครั้ง หลังจากคราวก่อนเขาช่วยเธอช้าไป เขาจึงยินยอมเข้าสู่โลกของสเต็ม ซึ่งคราวนี้ถูกจำลองเป็นเมืองแสนสุขนามว่า ยูเนี่ยน เขาต้องตามหาสมาชิกทีมกู้สถานการณ์ทั้ง 5 คนของโมเบียสที่ถูกส่งเข้ามาก่อนแล้วและหายตัวไป รวมถึงต้องตามหาร่องรอยของลิลลี รวมถึงเขาจะค่อย ๆ รับรู้ความจริงของเรื่องราวทั้งหมดมากขึ้นว่า เขายังคงเป็นบ้าอยู่หรือทั้งหมดเกิดขึ้นจริง โมเบียสคืออะไร สเต็มมีไว้ทำไม ชายปริศนาที่อยู่เบื้องหลังนั้นคือใคร เป้าหมายของคิดแมนคืออะไรแน่ รวมถึงการพบเจอคนที่เขาไม่คิดว่าจะได้เจออีกครั้งด้วย

เรียกว่าเก็บรายละเอียดจากภาคหลักและเสริมใน The Evil Within มาสานต่อได้เข้มข้นมาก ๆ มีจุดหักมุมหลายครั้ง เมื่อความจริงค่อย ๆ เผยออกมาเรื่อย ๆ จนเห็นภาพรวมว่าไม่มีเรื่องบังเอิญและทุกอย่างถูกร้อยเรียงไว้แต่ต้นด้วยเจตนาของใครบางคนอยู่แล้ว รวมถึงดราม่าของตัวละครทั้งตัวหลักและตัวสมทบที่ทำเอาหดหู่หลายรอบเลย ตรงนี้ทำได้ดีครับไม่ค่อยงงมากเท่าภาคแรกที่ปริศนาเยอะเกินและกั๊กไว้ทำภาคต่อไม่ค่อยเฉลยเท่าไหร่ ส่วนภาคนี้ก็ยังมีกั๊กอีกนิดหน่อยแต่ส่วนหลักนั้นค่อนข้างเคลียร์หมดครับไม่คาใจ ข้อเสียก็คงเป็นควรเล่นภาคแรกมาก่อนนั่นล่ะ ไม่งั้นมีงงเวลามันอิงเรื่องบีคอนในภาคแรก รวมถึงพวกการทดลองเครื่องสเต็มนี่ด้วย ส่วนตัวค่อนข้างประทับใจเนื้อเรื่องครับ มีความเป็นหนังไซไฟจิตวิทยาหลอน ๆ สนุก ๆ เรื่องหนึ่งเลย

“นอกจากลิลลี ยังมีบางคนรอคุณอยู่ในนั้นนะ” คำพูดปริศนาทิ้งท้ายของคิดแมนก่อนเข้าสู่สเต็ม

อ่อ เกมทิ้งท้ายหลังเครดิตไว้ เหมือนจะมีภาคต่อได้ครับ เพราะก็ยังมีปริศนาที่ยังไม่เฉลยอยู่อีกล่ะนะ โดยเฉพาะเรื่องของ “พ่อหนุ่ม” คนนั้น

เกมเพลย์ของ The Evil Within 2

ด้วยการออกแบบให้ฉากมีขนาดใหญ่ขึ้นมากจนเรียกได้ว่าเป็นกึ่ง ๆ เกมโลกเปิดเลยทีเดียว ทำให้เรามีทางเลือกในการเล่นมากขึ้นว่าจะเน้นที่ภารกิจหลัก หรือทำภารกิจเสริม โดยใช้วิทยุสื่อสารแกะสัญญาณในฉากได้ รวมถึงการออกแบบการเล่นและสัตว์ประหลาดที่หลากหลายมาก จุดอ่อน จุดแข็งต่างกันไป ทำให้เราสามารถเลือกเล่นได้ทั้งแนวลอบเร้น ยิงปะฉะดะ วางกับดัก หรือใช้มีดเล่มเดียวลุยก็ทำได้ การควบคุมนั้นยังคงไม่ซับซ้อนทำให้เล่นได้ไหลลื่น มีปัญหาบ้างตรงจังหวะการใช้มีดสู้นั้นจะไม่ตอบสนองกับการกดของเราแบบต่อเนื่อง แต่จะเน้นจังหวะฟันแล้วหน่วงหยุดนิดหนึ่ง ทำให้อาจหงุดหงิดนิดเวลาหัวร้อนเพราะโดนรุม และต้องกะจังหวะฟันให้ดีครับ ไม่งั้นจะโดนพวกซอมบี้เคาท์เตอร์ได้

ยินดีต้อนรับสู่เมืองยูเนียน รูปต้นไม้สัญลักษณ์ประจำเมืองก็มีสัญญะถึงการรวมเซลล์สมองทุกคนเป็นหนึ่งเดียว
พื้นที่ค่อนข้างใหญ่พอประมาณ จึงต้องมีวิทยุคอยจับสัญญาณทิศของภารกิจ นอกจากนี้ในหน้าต่างแผนที่ยังกำหนดจุดหมายที่ต้องการไปได้ด้วย

ด้านอาวุธมีการปรับจากภาคเดิมอยู่เหมือนกัน ที่สังเกตุชัดคือพวกอาวุธหนักอย่างอาร์พีจี หรือระเบิดนั้นไม่มีแล้ว ทำให้การเล่นนั้นผาดโผนน้อยลงและเน้นการเล่นแบบมีสติมากขึ้น กระสุนต่าง ๆ ที่เก็บในฉากนั้นเฉลี่ยจะอยู่ที่ 2 – 10 นัดต่อครั้ง แต่มีให้เก็บตลอดทั้งฉากก็เยอะเหลือ ๆ ครับ แค่ต้องตระเวนหาหน่อย ก็ดูเหมือนยังคงเน้นให้เก็บพวกวัสดุเพื่อไปคราฟท์ของและกระสุนในเซฟเฮ้าส์ หรือคราฟท์ของภายนอกที่ต้องใช้วัสดุมากกว่าในเซฟเฮ้าส์นั่นเอง หรือจะเน้นการเล่นแบบลอบฆ่าไปเรื่อย ๆ ประหยัดกระสุนก็เป็นทางเลือกที่ดี นอกจากนั้นในบางช่วง หรือโดยเฉพาะฉากหลัง ๆ นั้นจะมีพวกกดปุ่มให้ทันเวลาอยู่บ้างแต่ไม่ได้มากจนทำลายจังหวะการเล่นครับ

เน้นลอบเร้นล่อศัตรูมาฆ่า หรือย่องไปแทงข้างหลังก็ประหยัดกระสุนแถมลุ้นดี
ต่อสู้ซึ่งๆหน้ามีทั้ง ยิงไกล ยิงลูกซองประชิด และใช้มีดฟันรัวๆ

การอัปเกรดมีสายอัพเกรดแบบเกม RPG มากขึ้น ทั้งความสามารถของตัวละคร และอาวุธ ที่ต้องปลดเป็นลำดับและเลือกสายการอัปเกรดไปด้วย นอกจากนี้ยังต้องเก็บไอเท็มพิเศษอย่าง เจลสีแดง และ ชิ้นส่วนอาวุธพิเศษ เพื่อปลดล็อกชั้นความสามารถและขั้นอาวุธด้วย ในการอัปเกรดความสามารถตัวละครสามารถเก็บจาก เจลสีเขียว ที่เก็บได้ในฉากและจากการฆ่าสัตว์ประหลาดต่าง ๆ ตรงนี้ต่างจากเกมโลกเปิดก็ตรงพวกสัตว์ประหลาดต่าง ๆ จะเกิดมาแบบแน่นอน ไม่มีเกิดเรื่อย ๆ ทำให้การฟาร์มและอัปเกรดนั้นจะเป็นไปตามลำดับเนื้อเรื่องพอสมควร ซึ่งเป็นจุดดีที่ไม่ทำให้เราเก่งจนกลายเป็นเกมเดินยิงเร็วเกินไป (แต่หลัง ๆ พอเทพมากพอก็เดินยิงแบบคำนวนกระสุนได้ล่ะ เพราะสัตว์ประหลาดเกิดขึ้นแบบจำนวนต่อฉากตายตัว) ส่วนพวกอาวุธนั้นอัปเกรดได้จากการเก็บ ชิ้นส่วนอาวุธ ซึ่งอยู่ทั่วไปในฉาก

เก็บเจลสีเขียวได้จากการฆ่าซอมบี้และสัตว์ประหลาด
เข้าสู่มิติในกระจก แล้วก็พบใบหน้าคุ้นเคยจากภาคก่อน คุณพยาบาลแว่นผู้จะช่วยเราอัปเกรดความสามารถ
สายการพัฒนาความสามารถมีหลากหลาย และต้องปลดล็อกเป็นขั้นๆไป

ส่วนตัวเน้นอัปเกรดสายลอบเร้นเพื่อประหยัดกระสุน และอัปเกรดปืนลูกซองกับปืนพกเพราะได้ใช้เยอะ ยิ่งหลัง ๆ จะเก็บปืนพกเก็บเสียงได้ช่วยได้มาก ส่วนปืนลูกซองมีประโยชน์มากเวลาเจอบอสต่าง ๆ ครับ ส่วนด่านหลัง ๆ ก็ควรอัปพวกปืนสไนเปอร์ไว้นิดหน่อยเพราะต้องใช้พอสมควร

ดีไซน์ และกราฟิกของ The Evil Within 2

คงเป็นจุดเจ๋งของซีรีส์นี้เลย คือการดีไซน์ที่หลอน สวย ประหลาดมาก จริง ๆ ทำได้ดีตั้งแต่ภาคแรกแล้ว พวกฉาก พวกปริศนาต่าง ๆ พวกสัตว์ประหลาด โดยเฉพาะบอสนี่น่ากลัวมากมีจุดเด่นที่ต่างกัน น่าจะได้แนวทางจาก Silent Hill มาพอสมควรแต่ก็แตกต่างเป็นตัวของตัวเองด้วยครับ ในภาคนี้ค่อนข้างประทับใจการดีไซน์ตัวละครฝั่งมนุษย์หลาย ๆ คน ดูมีเรื่องราวจับต้องได้มากขึ้น ฝั่งบอสตัวหลักทั้งหลายที่เป็นคนนั้นก็มีบุคลิกและดีไซน์ที่น่าจดจำเหมือนกันครับ โดยสะท้อนปมล้อไปกับเรื่องความผิดบาปในใจของตัวละครเซบาสเตียนได้ดีมาก ๆ จนพูดได้ว่าธีมของเกมภาคนี้คือการปลดปล่อยตัวละครก็ว่าได้ครับ

สัญญะที่นำมาใช้ออกแบบก็มีความสอดคล้องกับเนื้อหาไม่ได้เน้นว่าจะหลอน ๆ ไปอย่างเดียว อย่างบอสตัวแรกที่เป็นช่างภาพฆาตกร ก็เล่นกับเรื่องกล้อง การถ่ายภาพ ความเป็นศิลปิน การหยุดเวลาของภาพนิ่ง หรือบอสที่เป็นสาธุคุณก็เน้นเรื่องการตีตราบาป การสารภาพบาป และเล่นปมอดีตอันผิดบาปตลอดเวลา ทั้งยังสะท้อนภาพไฟนรกตามความเชื่อออกมาแบบยุคกลางได้น่ากลัวมาก ๆ และสุดท้ายบอสที่เป็นภาพของเหลวสีขาวบนปกของเกมก็เจ๋งมากเหมือนกัน ไม่อธิบายแล้วกันครับ เดี๋ยวสปอยล์ แต่ไม่ใช่น้ำสีขาวธรรมดาแล้วกัน พอเฉลยแล้วรู้สึกเกมมันดีไซน์มาดีมาก ๆ เลย

ศิลปินภาพนิ่งและฆาตกรต่อเนื่องที่ชอบฆ่าคนมาทำงานศิลปะ
สาธุคุณผู้มาพร้อมเพลิงชำระบาป
ปีศาจขนาดยักษ์ในธีมสีขาว

กราฟิกน่าจะดีขึ้นพอสมควร อย่างน้อยก็ไม่ต้องถูกกดด้วยคาดดำบนล่างแล้ว (แต่เล่นจบปลดล็อกโหมดซีเนมาติกได้นะครับ จะมีแถบคาดเหมือนเดิมโดยคาดทับภาพเฉย ๆ เลยไม่ได้ขยายสเกลมุมมองอย่างใด เพื่อ!!!) ความละเอียดของภาพก็ดีขึ้นแต่ก็ยังไม่ใช่ขนาดตัวท็อปของเกมเน็กซ์เจน ดูใกล้ ๆ เท็กเจอร์ฉากยังแตก ๆ ลวก ๆ อยู่เหมือนกันแต่พวกตัวละครหลายตัวทำได้ดี ยิ่งพวกผิวหนังที่ละลาย ซากศพเลือดเนื้อกระจุยกระจายนี่ โหด สยองพองขนตลอดเกม ใครเกลียดพวกนี้ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ เจอทั้งเกม 5555

สรุป 

ใครเล่นภาคแรกมา ไม่ควรพลาดครับ เกมปรับแต่งมาจากภาคก่อนได้ลงตัวดีมาก ยิ่งใครชอบพวกแนว Silent Hill นี่อยากให้ลองเลยครับ ทดแทนหายคิดถึงได้เลย ส่วนใครไม่เคยเล่นภาคแรกมา พอเล่นได้รู้เรื่องครับเพราะพลอตพ่อตามหาลูกมันแน่นพอให้ตามได้ทั้งเกม แต่ทางที่ดีไปเล่นภาคแรกมาก่อนจะดีมากครับ ไม่งั้นงงกับรายละเอียดหลายจุดอยู่ โดยเฉพาะฉากหลัง ๆ ที่มีการใช้ทริกบางอย่างจากภาคเดิมมาด้วยจะตายหลายรอบเสียเปล่า ๆ เพราะเกมไม่ใบ้ให้เท่าไหร่ครับ สรุปเลย คุ้มครับ

เกมลงให้กับทุกแพลตฟอร์มเลยครับทั้ง PC และคอนโซลอย่าง PS4 และ Xbox One ใครสะดวกเครื่องไหนก็จัดเลยครับ และขอขอบคุณ โซนี่ประเทศไทย สำหรับโค้ดเกมสำหรับรีวิวครั้งนี้ด้วยครับ

The Evil Within 2
กราฟิก
75
เกมเพลย์
85
เนื้อเรื่อง
90
ความคุ้มค่า
85
ภาพรวม
85
จุดเด่น
เนื้อเรื่องสานต่อจากภาคเดิม เก็บปริศนาเก่าที่ทิ้งไว้ดี ดราม่าเยี่ยม
มิชชั่นหลัก มิชชั่นเสริมทำได้ดีแม้มิชชั่นเสริมจะน้อยไปหน่อย
ปริศนาและความยากของมอนสเตอร์มีทั้งยากง่าย เกมเพลย์มีความหลากหลายแล้วแต่สไตล์การเล่น
แก้ไขสิ่งที่บกพร่องจากภาคแรกได้ดี ทั้งกราฟฟิก เกมเพลย์ ดีไซน์และเนื้อเรื่อง
จุดสังเกต
กราฟิกดีขึ้นจากภาคแรก แต่รายละเอียดเท็กเจอร์ยังไม่ดีมากนัก
มีบั๊กเล็กน้อยแต่ไม่กระทบกับการเล่น
ถ้าไม่เคยเล่นภาคแรกมาจะงงพอสมควร
84

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก