Connect with us

Game Review

[รีวิวเกม] Days Gone: อดทนเวลาที่ฝนพรำ ช่วงแรกชวนหลับ ช่วงหลังล่ะของจริง

Days Gone

8.2

เนื้อเรื่อง

8.0/10

กราฟิก

8.5/10

ระบบการเล่น

8.5/10

ความเป็นโอเพ่นเวิลด์

8.0/10

ความคุ้มค่า

8.0/10

จุดเด่น

  • กราฟิกสวย แสงไฟ ต้นไม้ใบหญ้าสวยมาก
  • เกมมีอะไรให้ทำเยอะ ไม่น่าเบื่อ
  • ฝูงฟรีกเกอร์คือทั้งความท้าทายทั้งเสน่ห์ของเกม เจอทีขนลุกเกลียวป่าราบ
  • มีระบบภารกิจหลัก รองที่เดินไปอย่างราบรื่น ไม่สะดุด มีอีเว้นท์สุ่มมาเสริมความตื่นเต้นด้วย

จุดสังเกต

  • ตัวละครเอกและเรื่องราวจูนติดกับผู้เล่นยาก
  • ต้องทนเล่นผ่านช่วงต้นไปถึงจะสนุกขึ้น
  • เจอส่วนที่ยังสร้างไม่เสร็จของเกม แต่ตอนนี้อาจแก้ไขแล้ว
  • เอไอศัตรูบางทีก็โง่มาก บางทีก็ฉลาดเกิน
  • การออกแบบปุ่มบางช่วงทำให้เล่นลำบาก ไม่ค่อยชิน

พูดถึง Days Gone ความประทับใจแรกมันคงเป็นคลิปวิดีโอที่เปิดตัวตั้งแต่งาน E3 เมื่อปี 2016 เราต้องตกใจกับฉากการสู้ (หรือหนี) ฝูงซอมบี้เป็นร้อย ๆ ตัว ราวกับฉากในภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดอย่าง World War Z (ที่ไม่ใช่เกม) ก็ไม่ปาน ความคาดหวังที่สูงลิ่วก็ถูกยั้งลงเรื่อย ๆ ด้วยการเลื่อนวันจำหน่ายครั้งแล้วครั้งเล่า ยอมรับเลยนะว่าผมเป็นคนหนึ่งที่ค่อนข้างคาดหวังกับเกมเอ็กซ์คลูซีฟของฝั่ง Play Station คือถึงจะมีแป้กบ้างแต่การแป้กนั้นก็มักมีสิ่งที่ให้ร้องว้าวอยู่เสมอเช่นกัน ไม่ว่าเกมนั้นจะคือ The Order 1886 ที่บางคนสาปส่ง แต่เอาเข้าจริงมันก็มีภาพที่เว่อวังมาก ๆ นะ ซีเนมาติกของมันก็หนังดี ๆ เรื่องหนึ่งเลย และสำหรับ Days Gone นี่ผมก็อยากบอกว่า เกมเอ็กซ์คลูซีฟนั้นจะถูกใจไม่ถูกใจอย่างไรแต่ก็ไม่มีทางเป็นขยะหรอกครับ

เนื้อเรื่องของ Days Gone

Days Gone เล่าเรื่องในรัฐออริกอน ในโมงยามหลังจากโลกาวินาศผู้คนต่างติดเชื้อประหลาดจนกลายร่างเป็นสัตว์กระหายเลือด (คล้ายซอมบี้) นามว่า ฟรีกเกอร์ เราจะได้ท่องไปในโลกแห่งความบรรลัยนี้ผ่านตัวละครสิงห์นักบิดนามว่า ดีคอน เขาและพี่ชายนามว่า บูซเซอร์ อาศัยเลี้ยงชีพด้วยการรับจ้างทำงานพิเศษต่าง ๆ ตามแคมป์ผู้ลี้ภัยต่าง ๆ ซึ่งมีผู้นำที่มีลักษณะนิสัยแตกต่างกัน มีเป้าหมายในการตั้งแคมป์ต่างกัน มีทักษะและทรัพยากรต่างกัน ส่วนใหญ่คนที่จะออกนอกแค้มป์เพื่อปฏิบัติภารกิจเช่นหาอาหาร ช่วยชีวิตคนที่รอดอยู่ภายนอก หรือภารกิจใหญ่น้อยทั้งหลาย ย่อมมีจำกัด ดีคอน และ บูซเซอร์ จึงเป็นรู้จักเพราะเป็นคนที่อาศัยทักษะของชาวแก๊งแต่เดิมเอาตัวรอดได้อย่างช่ำชองในโลกแห่งนี้ แต่เหตุการณ์อันแสนปกติของดีคอนก็เริ่มผิดแผกจากเส้นทางเดิม เมื่อภารกิจครั้งหนึ่งบูซเซอร์พลาดท่าโดนแก๊งลัทธิคลั่งที่เรียกว่า ริปเปอร์ จับไป ดีคอนต้องหาวิธีช่วยชีวิตพี่ชาย ในขณะเดียวกันเขาก็ได้พบกับหน่วยงานวิจัยที่กำลังปฏิบัติภารกิจลับบางอย่างในพื้นที่แห่งนี้ ซึ่งเบาะแสบางประการยังไปเชื่อมโยงกับหญิงสาวผู้เป็นรักแรกของเขานามว่า ซาร่าห์ ด้วย

เกริ่นเรื่องมาก็ดูมีเนื้อหนังที่น่าสนใจ การเชื่อมโยง สร้างรายละเอียดเรื่องราวกลุ่มแก๊งต่าง ๆ ในโลกยุคหายนะ มีความน่าสนใจในตัวเอง โดยมีเส้นเรื่องหลักคือการช่วยเหลือพี่ชายที่ลากยาวไปถึงการตามหาความจริงในอดีตของตัวละครหลักที่เชื่อมโยงกับความจริงของเชื้อโรคร้ายด้วย ว่าไปก็พลอตหนังไซไฟที่คุ้น ๆ กันล่ะ ซึ่งส่วนที่ชอบเลยคือการสร้างสรรค์รายละเอียดของเรื่องราวแต่ละแค้มป์ แต่ละผู้คนที่เราจะได้พบเจอ มากไปเสียกว่าเนื้อเรื่องหลักเสียอีก เพราะผู้นำแต่ละคนก็มีความเป็นสีเทา ๆ ในตัว รวมถึงตัวละครดีคอนที่เราเล่นเองก็ไม่ได้ดีล้วนสะอาดใสด้วย ก็ทำให้การเล่นเพื่อเสพเนื้อเรื่องมีความน่าติดตามอยู่

แต่ส่วนที่ทำลายความน่าติดตามนี้ ต้องยอมรับว่าการเริ่มเรื่องให้น่าติดตามตอนต้นโคตรมีปัญหา ฉากคืนนรกแตกที่เป็นจุดเริ่มทุกอย่างที่ ดีคอน ต้องพรากจาก ซาราห์ เป็นอะไรที่จับยัดมาแบบไม่น่าประทับใจ แอบรู้สึกว่ากราฟิกก็ยังไม่เนี้ยบมากด้วย ไม่แน่ใจจริง ๆ ว่าเป็นฉากที่คิดเอามาใส่เพิ่มในตอนหลังหรือเปล่าเพราะอาจกลัวคนเริ่มเล่นจะรู้สึกต่อติดช้า แต่มาแบบนี้เอาจริงก็เสียความประทับใจแรกไปนิดหน่อยนะ นี่ยังไม่รวมถึงเรื่องการสร้างตัวละครที่เราต้องเล่นอย่าง ดีคอน ได้น่าสนใจน้อยมากจนแทบน่าเบื่อ เพราะความเป็นชาวแก๊งของแกทำให้เราแทบไม่รู้สึกถึงความลึกของตัวละครในช่วงแรก คือนึก ๆ ไปทำไมเราต้องเอาใจช่วยสิงห์นักบิดเซอร์ ๆ ที่ไม่มีอะไรต่อติดกับเราเลยสักนิดด้วยฟระ ไม่มีความเป็นมนุษย์ ไม่มีมุมอ่อนแอ รูปลักษณ์ก็ไม่ได้น่าติดตามมาก ไม่น่าเอาใจช่วยสักนิด ซึ่งเหล่านี้น่าจะทำให้ผู้เล่นออกอาการเบื่อในชั่วโมงแรก ๆ ของการเล่นได้เหมือนกัน

ต้องรอจนกระทั่งเนื้อเรื่องเริ่มเดินไปมากขึ้น ได้พบผู้คนหลากหลายขึ้น มีการย้อนอดีตให้ชมมากขึ้นนั่นล่ะ ถึงจะเริ่มเห็นความเป็นมนุษย์ที่น่าเอาใจช่วยของดีคอน เห็นความลังเลเห็นความอ่อนแอของเขา รู้สึกมันมีความยากในการตัดสินใจบางอย่างที่ชั่งระหว่างศีลธรรมและการมีชีวิตรอดมากขึ้น ๆ จึงเริ่มไม่ง่วงเท่าไหร่ละ และยิ่งเล่นยิ่งรู้สึกว่าเออมันก็ทำดีเหมือนกันนะ ทำไมเขียนบทช่วงต้นได้ไล่แขกขนาดนั้น ก็บอกเลยครับตรงนี้ว่าไม่แปลกถ้าเล่นแล้วจะรู้สึกมันหนืด ๆ ง่วง ๆ ช่วงแรก อยากให้อดทนผ่านไปให้ได้ครับแล้วจะสนุกขึ้นเอง

ระบบการเล่นของ Days Gone

ความรู้สึกตอนเล่นมันผสม ๆ กันหลายอย่าง เหมือนมันได้หยิบยืมเกมในลักษณะเดียวกันเกมอื่น ๆ มาปรับมาผสมรวมอยู่เยอะนะ ทั้ง Dying Light ทั้ง State of Decay บางช่วงก็นึกถึง The Last of Us บางช่วงนึกถึง Uncharted 4 เฉยเลยด้วย ความรู้สึกแรก ๆ มันจึงคือระบบอะไรไม่รู้เยอะยุ่บยั่บไปหมดทีต้องเรียนรู้ ทั้งระบบการเงินที่ใช้เป็นเครดิตความไว้ใจของแต่ละแค้มป์ที่มอบให้เรา เราจะไม่ได้ถือเงินไปมาในเกม แต่จะต้องทำภารกิจให้แค้มป์นั้น ๆ แล้วผู้นำของแค้มป์ก็จะให้เครดิตเราว่ามีเงินใช้ได้เท่าไหร่ในแค้มป์นี้ แน่นอนว่าเมื่อคุณไปเจอแค้มป์อื่นคุณก็ต้องสร้างเครดิตในแค้มป์นั้นใหม่ใช้โอนเงินจากแค้มป์เดิมไม่ได้ เพราะแต่ละแค้มป์ก็ไม่ได้ถูกกันในแนวคิดการปกครองนัก แถมแต่ละแค้มป์ก็มีสินค้าที่ต่างกันอีก อยากแต่งรถก็ต้องไปแค้มป์นี้ อยากแต่งปืนต้องไปอีกแค้มป์ คือออกแบบระบบมาดึงผู้เล่นให้อยากสำรวจโลกทำนู้นนี่นั่นอยู่ตลอด กับภารกิจต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นแทบตลอดไม่มีให้เคว้งนั้นถือว่าทำดีเลย ไม่ค่อยมีเวลาที่รู้สึกเบื่อหน่ายกับการทำภารกิจ ไม่มีความซ้ำซากจนมีนัยยะ

ความเป็นโลกเปิดกว้างก็ทำได้โอเค แผนที่ค่อย ๆ เปิดมากขึ้นตามเนื้อเรื่องไม่ได้เล็ก และใหญ่เกินไป (แต่มีฟาสต์ทราเวลนี่ก็ใช้รัว ๆ เพราะรำคาญพวกฟรีกเกอร์รายทางที่วิ่งตามไม่เลิก) ตัวละครหลักที่มีบททำดีเลยทั้งลักษณะนิสัย ภูมิหลัง ส่วนพวกชาวบ้านตัวประกอบทั้งหลายน่าเสียดายที่เราไม่สามารถปฏิสัมพันธ์ได้ก็ขาดสีสันไปหน่อย อีเว้นท์สุ่มที่เกิดขึ้นในแผนที่ก็มีที่น่าสนใจและธรรมดาปนกันไป แต่ไอ้อันที่น่าสนใจนี่ก็ทำเอาจำฝังใจเหมือนกัน ถึงโดยรวมจะไม่ได้โลกเปิดเทพขนาด Red Dead Redemption 2 แต่ก็มีสีสันไม่แห้งแล้งน่าเบื่อเลย มีอะไรทำเยอะเหมือนกันล่ะ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเกมมันออกแบบให้มุ่งไปตามภารกิจจะเก็บรางวัลได้เวิร์กกว่าเล่นอิสระแบบไม่สนใจภารกิจเลยล่ะนะ ดังนั้นพวกสายชมนกชมไม้อาจรู้สึกว่าไม่ค่อยเต็มอิ่มนัก

ระบบการเล่นก็มีครบเครื่อง อาวุธปืนมี 3 แบบ คือปืนพก ต่อมาปืนหลักที่มีทั้งอาวุธสงครามและลูกซอง  และสุดท้ายปืนพิเศษที่มีทั้งลูกดอกและสไนเปอร์ อาวุธประจำกายก็มีมีดที่ไม่มีวันพัง และสามารถเก็บพวกดาบหรือท่อนไม้ในฉากมาปรับแต่งเป็นอาวุธถือได้อีก (แต่อันนี้พังได้) การลอบฆ่า การใช้ระเบิด ใช้กับดัก มีให้เลือกวิธีเล่นมากมายถ้าคุณเก็บมันมาได้นะ การสำรวจเก็บทรัพยากรจึงมีความสำคัญไม่น้อยกว่าตัวเงิน ที่หลัก ๆ เลยก็มีพวกอุปกรณ์ปฐมพยาบาลที่ช่วยเรื่องชีวิต และเก็บวัสดุเครื่องจักรมาใช้ซ่อมหรือพัฒนาเครื่องไม้เครื่องมือของเรา สิ่งหนึ่งที่ขาดหายไปคือการที่ตัวละครเราไม่ต้องรับประทานอะไรเลยก็อยู่ได้ แม้จะมีให้ล่าสัตว์ได้เก็บพืชได้ แต่เป้าหมายก็เน้นที่การนำไปขายตามแค้มป์เสียมากกว่า น่าจะเพื่อลดความยุ่งยากในการเล่น (ละเอียดแบบ Red Dead Redemption 2 มันก็ไม่สนุกสำหรับบางคนล่ะนะ)

เกมสร้างความท้าทายในการเล่นได้พอดี ไม่ง่ายจนน่าเบื่อ และไม่ยากจนไม่รู้วิธีผ่าน เช่นว่า อย่างการเสริมสกิลพลังกายนั้นเราไม่สามารถเพิ่มจากการเก็บค่าประสบการณ์เหมือนสกิลทั่วไป แต่ต้องบุกฐานวิจัยร้างที่กระจายอยู่ทั่วแผนที่แทน โดยการจะเข้าไปในตัวแล็บได้จำเป็นต้องหาน้ำมันมาปั่นไฟ และถ้าเราสำรวจจัดการไม่ดีพอเมื่อไฟติดปลดล็อกประตูไฟฟ้าได้ ก็จะทำให้ลำโพงขยายเสียงของศูนย์วิจัยทำงานด้วย ถ้าเราไม่จัดการทำลายลำโพงให้หมดก่อนเปิดเครื่องปั่นไฟก็เตรียมเจอฝูงฟรีกเกอร์ได้เลย และบอกเลยโคตรไม่สนุกกับการหนีฝูงเปรตวิ่งเร็วนรกพวกนี้ เพราะเรามีค่าความเหนื่อยที่ทำให้สปริ้นท์ได้ไม่นานขนาดจะรอดตาย หรือถ้าจะสู้แบบในเดโมที่เขาโชว์มาก็บอกเลยว่าอาจไม่คุ้มกับทรัพยากรที่ต้องเสียไปทั้งปืนทั้งยา เมื่อถึงจุดหนึ่งคุณจะพบว่านอกจากความเป็นเกมแอคชั่น เกมอาร์พีจีแล้ว นี่มันเกมบริหารทรัพยากรนี่หว่า

เราจะเห็นชัดสุดเลยคือการเดินทางที่มันต้องคิดเรื่องน้ำมันให้ดีเลย เพราะถ้าไปหมดกลางทางนี่มีร้องเหมือนกัน เพราะคุณไม่มีทางทิ้งมอเตอร์ไซค์ได้เลย ชีวิตคุณอยู่กับมันไม่ใช่เพราะมันช่วยคุณหนีได้ไวอย่างเดียว แต่คุณจะโดนบังคับเซฟได้หรือใช้ฟาสต์ทราเวลได้ก็ต่อเมื่ออยู่ใกล้มอเตอร์ไซค์เท่านั้น เล่นไปบางทีจะรู้สึกนี่มันตัวภาระที่ทิ้งไม่ได้นี่หว่า 555 แต่ก็นั่นล่ะครับมันช่วยให้เกมมีความท้าทายเพิ่มขึ้นด้วย ศัตรูก็มีความหลากหลายที่ต้องปรับกลยุทธ์รับมือแตกต่าง ถือว่าทำได้ดี ถึงจะมีบ้างที่รู้สึกเอไอศัตรูบางทีก็โง่เกินไป แต่บางทีก็ฉลาดจนเรารู้สึกหวาดระแวงได้เลยทีเดียว

โดยรวมถึงจะไม่ได้ประทับใจระบบการเล่นแบบสุด ๆ เพราะรู้สึกขาดความเป็นออริจินัล และการบังคับปุ่มบางช่วงก็รู้สึกใจในการที่ต้องใช้หลายนิ้วคุมช่วงฉุกละหุกด้วย แต่มันก็ดีในแนวทางของการมิกซ์แอนด์แม็ทช์เกมอื่น ๆ ได้ลงตัวระดับหนึ่งเลยล่ะนะ

กราฟิกของ Days Gone

พูดรวมไปถึงบั๊กด้วยเลยล่ะนะ ระหว่างการรีวิวนี้ผมได้เล่นในเวอร์ชั่น 1.02 และมีอัปแพทช์ 1.03 มาระหว่างเล่นไปได้ครึ่งทาง (ซึ่งตัวที่พวกคุณได้เล่นน่าจะเป็นตัว 1.04 ที่แก้ทุกอย่างที่ว่ามาแล้วล่ะ – คิดว่างั้นนะ) ดังนั้นบั๊กหลายอย่างน่าจะหายหมดแล้วล่ะมั้ง แต่ก็ขออธิบายว่าในส่วนนี้ใช้ประสบการณ์การเล่นก่อนเข้าอัปแพทช์ล่าสุดมาพูดแล้วกัน สรุปแบบสั้น ๆ ก่อนเลยว่า เฮ้ย เกมมันยังทำไม่เสร็จนี่หว่า 555 ใช่ครับความรู้สึกที่ว่ากราฟิกฉากเปิดเรื่องในเมืองมันดูแปลก ๆ การตัดต่อเชื่อมฉากเล่าเรื่องก็ประหลาด ๆ จนคิดว่าน่าจะเป็นอะไรที่เพิ่งเอามาเพิ่มทีหลังอาจจะเป็นจริงก็ได้ เพราะเมื่อเล่นไปสักพักใหญ่ได้เปิดพื้นที่ใหม่ ๆ มันจะมีบั๊กแบบแรง ๆ ให้เห็นเลยทั้งพื้นชั้นสองในอาคารที่หายไป เท็กเจอร์ของฉากเหลวเป๋วเป็นดินน้ำมันเลยก็มีให้เห็น ตัวละครเอ็นพีซีฆ่าแล้วก็ยังยืนโด่ไม่หายไปไหน ถ้าเขาแก้แล้วก็คงดีครับ แต่ตอนที่เล่นเพื่อรีวิวแล้วเจอบ้านดินน้ำมันนี่เอาจริงคือเสียศรัทธาไปมากทีเดียว คือถ้าแบบโหลดเท็กเจอร์ต้นไม้ใบหญ้าไม่ทันบ้างแบบที่เจอช่วงต้นของเกมนี่ยังพอเข้าใจนะ

มาพูดถึงส่วนดี ๆ บ้างดีกว่า เกมทำกราฟิกได้สวยดีเลยล่ะทั้งโมเดลคนต่าง ๆ  การทำสีหน้าท่าทาง ซีเนมาติกที่สมจริง ฉากป่าพิถีพิถันมีความหลากหลายสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ช่วยสร้างบรรยากาศการออกสำรวจและความตึงเครียดได้ดีเลย กลับเป็นพวกฉากเมืองโดยเฉพาะเมืองใหญ่ที่เห็นในพวกคัทซีนบ้างเสียอีกที่รู้สึกว่ายังไม่เนี้ยบเท่า การใช้ Unreal Engine 4 ในการพัฒนาก็สวยสมใจ โดยเฉพาะพวกป่า แสงไฟจากรถและจากแหล่งอื่นสวยมาก แต่ก็แลกมากับการต้องมีฉากโหลดถี่บ่อยครั้ง ยิ่งช่วงต้น ๆ ที่ตัดสลับคัทซีนบ่อย นี่โคตรหงุดหงิดบอกเลยจะโหลดบ่อยอะไรนักหนา เนื้อเรื่องช่วงต้นก็ชวนง่วงแล้วเจอโหลดฉากนานอีก โหดร้ายต่อหนังตาคนเล่นมาก แต่พอเข้าสู่การเล่นช่วงกลางก็ดูลื่นไหลขึ้น โหลดฉากน้อยลงก็ดีขึ้น

สรุป

สรุปความรู้สึกต่อเกมนี้เลยนะครับ Days Gone คือเกมเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับ PS4 ที่ไม่ได้ด้อยต่ำตมกว่ามาตรฐานเลย มันเป็นเกมที่มีส่วนดีเยอะ เล่นสนุกระดับที่ได้มาตรฐานทั่วไป แม้จะขาดความเป็นออริจินัลที่น่าจดจำไปสักนิด และมีเสน่ห์ของตัวละครกับการเล่าที่ห่างไกลตัวผู้เล่นมากไปหน่อย (คนเล่นเกมคงมีไม่มากหรอกมั้งที่มีอีกภาคชีวิตเป็นแก๊งซิ่งสักลายทั้งตัว จะได้แบบคลิกกับเกมได้ทันทีน่ะ) และยังเป็นเกมที่เรียกร้องการปรับตัวการอดทนผ่านช่วงแรกพอสมควร แต่หลังจากนั้นมันก็ดีขึ้น ๆ แม้จะไม่ได้ดีขึ้นไปถึงเพดานความพึงพอใจความคาดหวังที่เรามีกับเกมเอ็กซ์คลูซีฟอื่น ๆ ที่ผ่านมาได้ แต่ก็เกินระดับมาตรฐานเกมทั่ว ๆ ไปได้สำเร็จนะ เอาเป็นว่าสุดท้ายผมค่อนข้างโอเคกับเกมเลยล่ะนะ ไม่มีอารมณ์แบบเลิกเหอะ พอดีกว่าแบบนั้นเลยหลังจากผ่านช่วงน่าเบื่อมาได้

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!