รีวิวเกม Namco Museum Archives ตำนานนัมโคบนแฟมิคอมกลับมาอีกครั้ง

จุดเด่น
เกมในตำนาน 22 เกม
Save ได้ทุกที่ ทุกเวลา
มีโหมดย้อนเวลากลับไปเล่นใหม่
จุดสังเกต
บางเกมขายมาหลายรอบแล้ว
ราคาเกมแพงไปหน่อย และแบ่งเป็นสองเวอร์ชั่น
บางเกมยังเป็นภาษาญี่ปุ่น
60

ในยุค 80 เครื่องเกมคอนโซลที่ประสบความสำเร็จอย่างมากคงหนีไม่พ้น แฟมิคอม ของนินเทนโด ที่มีเกมขายได้หลักล้านตลับหลายเกมจนเป็นเรื่องปรกติ ทำให้ค่ายเกมทำเกมลงให้มากมาย รวมทั้งเกิดตำนานเกมนับสิบและหลายค่ายเกมแจ้งเกิดในยุคนี้ รวมทั้งค่ายในตำนานอย่าง Namco ที่ก่อนจะรวมตัวกับบันได ก็เป็นค่ายเกมที่ประสบความสำเร็จอย่างมากบนแฟมิคอม

ทำให้เป็นการมาของเกม Namco Museum Archives บน PS4 , Xboxone , PC ขายผ่านสตรีม และ Nintendo Switch โดยออกมาสองเวอร์ชั่นรวม 22 เกม และมีเกมที่เป็นภาคต่อของเกมในตำนานด้วย และจะมีการขายแบบตลับเกมบน switch ที่จะมีเกมไม่เหมือนกัน โดยการรีวิวนี้จะอิงขายแบบดาวน์โหลดเป็นหลักและจะคัดเกมที่น่าสนใจมารีวิว เพราะจำนวนเกมเยอะมาก แน่นอนว่ากราฟิกทั้งหมดไม่ได้เพิ่มความคมชัดอะไร ยังยกจากแฟมิคอมมาทั้งหมดแต่ก็ดูดีบนหน้าจอ HD

รายชื่อเกมทั้งหมดของ Namco Museum Archives

ก่อนอื่นไปดูกันว่ามีเกมอะไรบ้าง โดย Namco Museum Archives V1 ประกอบไปด้วยเกม Galaxian, Pac-Man, Xevious, Mappy, Dig Dug, The Tower of Druaga, Sky Kid, Dragon Buster, Dragon Spirit: The New Legend, Splatterhouse: Wanpaku Graffiti และเกม Pac-Man Championship Edition ส่วนเวอร์ชันตลับโซนญี่ปุ่น จะมาในชื่อเกม namco collection ที่แตกต่างคือจะมีเกม Wagan Land และ Yokai Dochuki , Family Jockey , Star Luster แต่รีวิวนี้จะอิงตามเวอร์ชั่นอเมริกามากกว่า เพราะเกมน่าสนใจมากกว่า แต่ก็มีเกม Wagan Land ที่เป็นหนึ่งในตำนานบนแฟมิคอมที่ใครอยากเล่นก็ต้องหาโซนญี่ปุ่นมาเล่นเท่านั้น

ส่วนเกม Namco Museum Archives V2 จะประกอบไปด้วยเกม Galaga, Battle City, Pac-Land, Dig Dug II, Super Xevious, Mappy-Land, Legacy of the Wizard, Rolling Thunder, Dragon Buster II, Mendel Palace และเกม Gaplus เป็นจุดเด่น

โดยเกมแรกที่จะมารีวิวและแนะนำให้เล่นเป็นเกมแรกคือ Splatterhouse: Wanpaku Graffiti ที่เป็นเวอร์ชันน่ารักของเกมสุดโหดในอดีตอย่าง Splatterhouse ที่ปรับกราฟิกให้เหมาะกับเครื่อง 8Bit และเกมเพลย์เป็นแอ็กชัน 2D มุมมองด้านข้างที่ถือว่าสนุกมาก และยังไม่ยากจนเกินไปแถมยังมีระบบ อัปเกรดตัวละครด้วย ใครเกิดทันคงจำได้ว่าสนุกสุด ๆ แถมความรุนแรงก็ไม่มีเด็ก ๆ ก็เล่นได้ ไม่เหมือนต้นฉบับที่ถือว่าเป็นเกมสุดโหดของยุค 80

ต่อด้วยเกมยานยิงในตำนานอย่าง Dragon Spirit ที่ต้นฉบับมาจากเกมตู้ ย้ายมาบนแฟมิคอมก็ยังคงสนุก เกมเพลย์ที่ยอดนิยมในยุคนั้น แต่มีความแปลกใหม่ที่จากเดิมเราจะบังคับเครื่องบินหรือยานอวกาศ แต่เปลี่ยนเป็นบังคับมังกรแทน และมีการเพิ่มค่าพลังด้วยการเพิ่มหัวของมังกรและพ่นไฟได้หลากหลาย แนะนำว่าห้ามพลาด

ส่วนเกมในตำนานของวงการเกมอย่างเกมยิง Galaga เกมรถถังในตำนาน Battle City และ Pac-Man ก็แทบไม่ต้องบรรยายอะไรใครเกิดยุค 80 ก็ต้องเคยเล่นสักเวอร์ชัน เพราะมันคือเกมยอดฮิตบนตลับเกมรวมฮิตในอดีต ซึ่งหากมองด้วยการที่มันทำมาหลายเวอร์ชัน ก็อาจจะไม่คุ้มค่านักแต่หากอยากมองหาความคลาสิกก็ยังน่าเล่นอยู่

และยังแถมด้วยภาคพิเศษที่กลายเป็นแอ็กชันแบบ Pac-Land ที่มาแนวมาริโอ แต่สนุกและท้าทาย รวมทั้งเกมหนูกับแมวไล่จับกันอย่าง Mappy ที่มาพร้อมกันสองภาคให้เล่น ที่นอกจากรูปแบบการเล่นที่เป็น เกมแอ็กชันที่ต้องเก็บของให้หมดฉากโดยไม่ให้โดนแมวจับได้แล้ว ยังมีความโดดเด่นที่เพลงประกอบที่ติดหูจนถึงตอนนี้

อีกเกมที่ห้ามพลาดคือเกมยิง 2D อย่าง Rolling Thunder ที่เราต้องรับบทสายลับที่ต้องออกไปช่วยนางเอกที่โดนลักพกตัว รูปแบบการเล่นเป็นเกมยิงใช้ปืนที่สามารถหลบเข้าที่กำบัง และเข้าไปในประตูในเกมเพื่อหลบและเติมกระสุนปืนที่มีจำนวนจำกัดได้ ทำให้แปลกใหม่กว่าเกมในยุคนั้นที่เน้นกระสุนไม่จำกัด ส่วนอีกเกมจะมีเฉพาะเวอร์ชันญี่ปุ่นคือเกม Wagan Land ภาคแรกที่เราจะได้เล่นเป็นหุ่นไดโนเสาร์สุดน่ารักที่สามารถใช้พลังเสียงในการโจมตีศัตรูได้ และการต่อสู้กับบอสจะเป็นแนว บอร์ดเกม หรือตอบคำถามที่ดูแปลกตากว่าเกมแอ็กชันทั่วไป

มี 2 เกมภาคต่อในตำนาน

การรวมเกมเก่า ๆ หากจะมีแต่เกมเก่าที่ขายมาหลายรอบคงจะธรรมดา ทาง Namco เลยได้นำเกมที่มีการสร้างใหม่โดยอิงจากของเก่าอย่าง Pac-Man Championship Edition ที่นำ Pac-Man มาเพิ่มความสนุกที่ฉากสามารถขยายออกไปได้ไปเรื่อย ๆ รวมทั้งเกมปรับความเร็วให้สูงมากขึ้นทำให้มีความท้าทายและเล่นได้ต่อเนื่องไม่มีสะดุด ใครอยากหาความแปลกใหม่ให้ลองเล่นเกมนี้เลย

นอกจากนี้ยังมี Gaplus ถือเป็นภาคต่อของ Galaga โดยรูปแบบการเล่นยังคงเดิมที่เราต้องบังคับยานยิงแมลงเอเลี่ยนที่จะมาบุกโลก บนกราฟิกแบบ 8Bit เหมือนเดิม แต่เพิ่มเติมคือบังคับทิศทางได้มากกว่าเดิม ส่วนการดูดเอาเอเลี่ยนมาเป็นพวกได้ก็เพิ่มรายละเอียดให้มากขึ้น รวมทั้งรูปแบบการเล่นที่ปรับให้เร็วกว่าต้นฉบับ ทำให้มันเป็นอีกจุดเด่นของการรวมฮิตในครั้งนี้

Save ได้ทุกที่คือจุดเด่น บวกกับโหมดย้อนเวลา

แน่นอนว่าจุดเด่นของเกมรวมฮิตย้อนยุคคือการปรับให้เกมสามารถ Save เกมได้ทุกที่ทุกเวลาและเกม Namco Museum Archives ก็ใส่มาและเมนูเหมือนกับเครื่องเกม Famicom Mini ที่ปู่นินบุกเบิก และยังเสริมด้วยโหมดย้อนเวลาที่ไม่ต้อง Save เราสามารถย้อนไปได้ 2-5 วินาทีก่อนหน้าด้วยการกดปุ่มเดียว ทำให้หากเราพลาดโดนอัดตาย ก็ย้อนไปได้ในทันทีและเล่นต่อได้เลย จนแทบจะบอกได้เลยว่าเกมยาก ๆ ในอดีตก็สามารถจบได้ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่เกม Splatterhouse ไม่ได้แปลเป็นภาษาอังกฤษ ตัวเกมยังคงเป็นภาษาญี่ปุ่นเพราะต้นฉบับไม่มีการวางขายในอเมริกา แต่ตัวเกมเป็นแอ็กชันภาษาไม่ได้ส่งผลอะไร

สรุปมันคือเกมเฉพาะกลุ่ม

ราคาของเกม Namco Museum Archives อยู่ที่ 500 บาทต่อเกม บนสตรีมจะมีราคาถูกกว่าเล็กน้อย และ2 เกมประมาณเกือบ 1,000 บาท ถือว่าสูงไปหน่อยสำหรับเกมเก่าที่ออกมายาวนาน และทำขายมาหลายรอบแล้ว แต่หากคุณเป็นแฟนเกมยุค 80s ก็ยังพอจะคุ้มค่ากับ 22 เกม และยังสามารถสานต่อความฝันวัยเด็กหากคุณไม่เคยจบบนแฟมิคอม ก็มาเล่นจนผ่านได้จากระบบย้อนเวลา อย่างไรก็ตามยังคงเป็นเกมเฉพาะกลุ่มที่มีความทรงจำวัยเด็ก กับคนที่ชอบเล่นเกมย้อนยุคเท่านั้น

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส