[รีวิวเกม] “The Surge 2” เกมแนว soul ในโลก Sci-Fi ที่มาพร้อมกับระบบต่อสู้ที่โคตรมัน!!

คะแนนจากผู้อ่าน2 Votes
4.5
จุดเด่น
ระบบต่อสู้ทำออกมาได้ดีและมันสะใจมาก
อาวุธและชุดเกราะในเกมหลากหลาย
ภาพกราฟฟิกแตะมาตรฐานเกมยุคนี้
จุดสังเกต
ไม่เหมาะสำหรับคนขี้เกียจฟาร์ม
การนำเสนอเนื้อเรื่องไม่ค่อยดีนัก
การต่อสู้กับบอสทำออกมาไม่สนุกและไม่น่าจดจำ
8

เมื่อพูดถึงการเล่นเกมจำพวกตระกูล Soul Series มันจะมาพร้อมกับความท้าทายและอาการหัวร้อนเป็นอย่างมาก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเกมเหล่านี้จัดว่าเป็นเกมที่เหล่าเกมเมอร์ส่วนใหญ่ให้ความสนใจและพร้อมที่หามาเล่นเพื่อเพิ่มความยากให้กับชีวิต “The Surge 2” ที่วางจำหน่ายโดย Studio Deck 13 ในปี 2019 เองก็เป็น 1 ในนั้น ที่จัดว่าตัวเกมเองนั้นก็มีกลิ่นอายที่แตกต่างกับเกมตระกูล soul อื่น ๆ อยู่พอประมาณ

แพลตฟอร์มที่สามารถเล่นได้ PS4 / XB1 / PC

STORY

เรื่องราวได้เกิดขึ้นเมื่อเครื่องบินโดยสารของตัวละครเอกได้ถูกพัดโดยพายุปริศนาทำให้เค้าตกลงมาอยู่ในเมือง Jericho และในอีก2 เดือนให้หลังเค้าได้ฟื้นขึ้นมาและพบว่าตัวเค้าเองได้ติดอยู่ในเขตกักกันในใจกลางเมือง Jericho ที่เต็มไปความโกลาหลจากโรคร้ายที่เกิดโดยเทคโนโลยี Nanite และกำลังจะถูกกวาดล้างภายใต้กฎอัยการศึก ซึ่งตัวเกมก็จะให้ผู้เล่นออกค้นหาต้นตอของโรคร้ายพร้อมกับหยุดยั้งมันให้ได้ แต่ก็ต้องคอยต่อสู้หลบหนีจากการถูกกวาดล้างด้วยเช่นกัน

GAME PLAY

จังหวะคือหัวใจหลักในการต่อสู้!!

เกมแนวนี้ตอนมองแว่บแรกอาจจะคิดว่าเป็นแนว hack and slash หรือก็คือฟัน ๆ ไปเหอะเดี๋ยวศัตรูมันก็ตายเอง แต่แท้จริงแล้วมันคือแนว soul หรือจะให้เรียกง่าย ๆ ว่าเป็นแนวที่แม้แต่ลูกน้องอ่อน ๆ ตัวเดียวก็อาจจะปลิดชีวิตของคุณทิ้งได้อย่างง่ายดาย เพราะฉะนั้นการโจมตีแต่ละครั้งของเกมนี้จะประกอบไปด้วยจังหวะมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาจังหวะฟันของศัตรู จังหวะเข้าโจมตีของเรา จังหวะอาวุธเรา หรือการใช้เกต energy ให้เข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ

energy (หลอดสีฟ้า) มีความสำคัญกับตัวเกมเป็นอย่างมาก ซึ่งเราจะสามารถประยุกต์ใช้ได้หลากหลายสถานการณ์ ไม่ว่าจะเอาไว้ใช้เติมเลือด หรือใช้บัพให้กับเกราะ เอาไว้กันสถานะผิดปกติอย่างไฟฟ้าหรือสตัน และยังสามารถใช้เป็นท่าปลิดชีพศัตรูในดาบเดียวได้อีกด้วย ซึ่งตัวเราเองเนี่ยแหละที่ต้องประเมินสถานการณ์เอาเองว่าควรใช้ทำอะไร ส่วนค่า energy ก็จะได้มาจากการโจมตีศัตรูแต่ละครั้ง ยิ่งตีศัตรูแรงค่านี้ก็จะได้เยอะขึ้น

การฟาร์มอัปเกรดตัวละคร ไม่ทำไม่ได้นะครับเกมนี้ !!

เกมนี้มีเสน่ห์ที่เป็นจุดที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย คือระบบที่สามารถเลือกโจมตีส่วนต่าง ๆ ของร่างกายศัตรูได้ และหากเราใช้ท่าปลิดชีพตัดส่วนต่าง ๆ ของศัตรูเราก็จะได้ชิ้นส่วนนั้น ๆ ดรอปมาไว้ใช้ (สมมติตัดแขนก็จะได้เกราะส่วนแขนของศัตรูมาใช้) นั่นจึงทำให้การต่อสู้กับศัตรูยากขึ้นไปอีก เพราะส่วนที่มีเกราะนั้นจะแข็งกว่าปกติ ซึ่งเราจะเลือกตีส่วนที่ไม่มีเกราะก็ได้ แต่ก็จะไม่ได้ของ เราจึงจำเป็นต้องตีส่วนเกราะอย่างเลี่ยงไม่ได้ แล้วถามว่าการฟาร์มสำคัญแค่ไหน สำคัญถึงขนาดที่ถ้าไม่ฟาร์มจะไม่สามารถไปต่อเนื้อเรื่องได้เลย เมื่อเล่นไปสักพักแม้เนื้อเรื่องจะเป็นเส้นตรงไปตามทาง แต่ท้ายที่สุดหากเราไม่ฟาร์มเราก็จะไปเจอจุดตันที่ไม่สามารถสู้ได้หากของเราไม่ถึงนั่นเอง เราจะเจอศัตรูที่สามารถฆ่าเราตายได้เพียงการโจมตีธรรมดาแค่ทีเดียว เพราะฉะนั้นขอเตือนเลยว่าหากคิดจะเล่นเกมนี้ล่ะก็ จงอย่าเมินการฟาร์มเด็ดขาด!!

อาวุธและชุดเกราะหลากหลาย ศัตรูเยอะแยะ แต่บอสไม่น่าจดจำ

จุดที่ทำให้เกมนี้ไม่น่าเบื่อเลยนั่นก็เพราะมีอาวุธมากมายให้เลือกใช้ และแต่ละอาวุธก็มีการใช้ที่แตกต่างกันออกไปตามถนัดของตัวผู้เล่น ศัตรูก็มีมากมายเปลี่ยนไปตามฉากแผนที่ต่าง ๆ ให้ฟันอย่างมันมือ แต่ทว่าบอสไฟต์นั้นกลับไม่ให้ความรู้สึกที่สะใจและน่าจดจำเท่ากับเกมแนว soul เกมอื่นอย่าง blood borne หรือ dark souls เพราะมันแอบง่ายกว่าการเจอลูกน้องหลาย ๆ ตัวรุมหรือมินิบอสบางตัวยังโหดกว่าซะอีก

GRAPHIC

แตะมาตรฐาน ดีไซน์ล้ำ แอ็กชันสะใจ

เกมนี้เป็นเกมที่จัดว่ามีกราฟิกและการดีไซน์ที่ไม่ได้ล้ำหน้าเกมอื่นมากนัก แต่ก็ทำออกมาได้ดีและแสดงออกถึงโลก SCI-FI ได้อย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะการออกแบบชุดเกราะและฉากแต่ละพื้นที่ที่แสดงให้เห็นถึงโลกอนาคตที่ล่มสลายออกมาได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นตึกรามบ้านช่อง เหล่าศัตรูที่พบเจอ อาวุธไฮเทคต่าง ๆ และที่ชอบสุด ๆ คือการดีไซน์ท่าปลิดชีพศัตรูที่ทำออกมาได้สะใจมาก และมีรายละเอียดที่ดีระดับนึง ซึ่งแต่ละอาวุธภายในเกมก็จะใช้ท่าที่แตกต่างกันออกไป เฟรมเรตในเกมจะมีดรอป ๆ ไปบ้างหากเจอศัตรูที่เยอะหรืออยู่ในฉากเมืองที่มีรายละเอียดฉากเยอะเป็นพิเศษ แต่ถ้าคอมคุณสเปกถึงหรือปรับภาพไม่สุดก็จะไม่ค่อยเจอปัญหานี้สักเท่าไหร่

สรุป

คุ้มค่า ท้าทาย เนื้อเรื่องช่างมัน สะใจไว้ก่อน

สำหรับเงินที่เสียไปให้กับเกมนี้ผมรู้สึกคุ้มค่ากับมันมาก เพราะตัวเกมไม่ได้มีราคาแพงเกินเอื้อม แถมหากคิดจะเล่นให้จบแล้วนั้นคุณจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 20 ชั่วโมงขึ้นไปอย่างแน่นอน แต่ถึงแม้หากเล่นจบไปแล้วคุณก็ยังสามารถกลับมาตีมอนในเกมเล่นเอาสะใจได้อีกด้วย แต่หากคิดจะเล่นอยากให้เผื่อใจเกี่ยวกับเนื้อเรื่องไว้หน่อย เพราะการนำเสนอนั้นอาจจะไม่ได้ถูกใจผู้เล่นส่วนมากสักเท่าไหร่ แต่ถ้าเน้นระบบต่อสู้เอามันและท้าทายเกมนี้ตอบโจทย์คุณอย่างแน่นอน !!

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส