[รีวิวเกม] “Until Dawn : Rush of Blood” ประสบการณ์นั่งรถไฟเหาะสุดสยองในรูปแบบเกม VR

จุดเด่น
ซาวนด์ บรรยากาศ เกมเพลย์ทำออกมาได้ดีและระทึกขวัญทุกนาทีที่เล่น
แต่ละด่านในเกมมีความแตกต่างกันชัดเจน ไม่รู้สึกซ้ำซากจำเจจนเล่นจบ
ฉลาดใช้จังหวะจัมป์สแกร์ได้อย่างลงตัว
จุดสังเกต
ตัวเกมสั้นเกิน อาจจะรู้สึกไม่คุ้มค่าเท่าไหร่
แอนิเมชันของศัตรูแอบมีความคล้ายกันจนรู้สึกซ้ำซาก
จอยคอนหลุดเซนเซอร์บ่อยเกินไปหน่อย ทำออกมาได้ไม่ค่อยดีนัก
ไม่เหมาะสำหรับคนเป็นโรคหัวใจ
8

ผมมั่นใจว่าหากใครที่มีเครื่อง PS4 แล้วมีเครื่องเล่น VR อยู่กับตัว ไม่ว่ายังไงคุณก็ต้องมีเกมแนวสยองขวัญติดตัวกันอยู่สักเกมสองเกม ซึ่งปัจจุบันเกมแนวนี้มีค่อนข้างที่จะเยอะมากใน PS Store และเกม Until Dawn : Rush of Blood ก็เป็นอีก 1 เกมที่จัดว่าต้องโดนให้ได้จริง ๆ บางคนอาจจะบอกผมว่า โห่ เกมเก่าตั้งแต่ปี 2016 ขนาดนี้ทำไมเพิ่งจะมารีวิว นั่นก็เพราะผมเพิ่งได้ไปสัมผัสมันด้วยตัวเองครับ (ฮา) อย่างช้า ดังนั้นผมจึงเชื่อว่าจะต้องมีอีกหลายต่อหลายคนที่ยังไม่รู้จักเกมนี้และยังไม่เคยเล่นอย่างแน่นอน

ราคาปัจจุบันใน PS Store 890 บาท

GAME ABOUT

เกม Until Dawn : Rush of Blood คือเกมที่ถูกพัฒนาโดย Supermassive Games ซึ่งหลายคนอาจจะคุ้นเคยกับชื่อ Until Dawn ที่เป็นเกมแนวไขปริศนาชวนสยองขวัญที่การตัดสินใจเล็ก ๆ ของเราจะสามารถเปลี่ยนตอนจบของเกมได้เลย แต่หลังจากนั้นไม่นานก็มีเกม Until Dawn : Rush of Blood ออกตามมาติด ๆ แต่ถึงจะใช้ชื่อเดียวกัน ผู้พัฒนาทีมเดียวกัน แต่ก็อยากให้มองว่ามันไม่ใช่เกมภาคต่อ เรียกว่าคนละเกมกันเลยก็ได้ เพราะเกมนี้จะให้เรารับบทบาทเป็นตัวละครคนนึงที่นั่งอยู่บนขบวนรถไฟเหาะที่กำลังจะเข้าไปในสวนสนุกผีที่แสนน่ากลัว เราก็แค่นั่งไปตามรางรถไฟแล้วซึมซับบรรยากาศชวนขนหัวลุก พร้อมกับลั่นกระสุนปืนในมือต่อสู้กับวิญญานและปิศาจร้ายที่รอคุณอยู่ข้างในนั้น

GAME PLAY

ยิงปืนคู่ ดูเหมือนจะยาก แต่ง่ายที่จะควบคุม

เกมนี้มีระบบการเล่นที่ไม่ได้มีความซับซ้อน โดยเราแค่นั่งไปตามรถไฟที่ตัวเกมจะเป็นคนกำหนดความเร็ว ตรงไหนรถไฟจะหยุด ตรงไหนจะมีอะไรโผล่ โดยเราไม่สามารถเลือกเส้นทางเองได้ (เว้นแต่มีบางจุดที่สามารถสับเปลี่ยนรางรถไฟได้เอง) เราทำได้แค่นั่งอยู่ตรงนั้น พร้อมถือปืน 2 กระบอกแล้วยิงทุกอย่างที่โผล่มา ซึ่งจุดที่ดีอย่างนึงคือเราสามารถใช้จอยคอนโทรลเลอร์แบบธรรมดาเล่นได้ ไม่จำเป็นต้องใช้จอยเฉพาะของ VR เล่นเสมอไป แต่อรรถรสการเล่นอาจจะขาด ๆ ไปหน่อยแต่ก็ไม่มาก ซึ่งเกมนี้มีแค่เล็งกับยิงเท่านั้น แต่ก็ต้องบริหารจัดการกับมือซ้ายและขวาให้ดี ๆ เพราะจำนวนกระสุนหรือประเภทของปืนแต่ละมืออาจจะต่างกัน อารมณ์ก็คงประมาณเวลาที่คุณเล่นเกมตู้ในอาเขตที่จะต้องใช้จอยปืนยิงประมาณนั้น (Arcade Shooting) แต่ทว่าปัญหาของจอยธรรมดาคือจอยชอบหลุดเซนเซอร์ทำให้ปืนในเกมไม่ตรงกับที่เราเล็งอยู่จริง ๆ อาจจะต้องรีเซ็ตใหม่อยู่บ่อย ๆ แต่ก็ดีที่เกมนี้สามารถกดรีเซ็ตใหม่ได้ง่าย ๆ จึงไม่ค่อยเป็นปัญหาอะไรใหญ่โตนัก อาจจะทำให้เราหงุดหงิดหน่อย ๆ ระหว่างเล่นเท่านั้น

จัมป์สแกร์ ขนาดนี้กะจะให้คนเล่นหัวใจวายตายกันเลยหรือไง?

ต้องยอมรับเลยว่าเกมนี้มีการสร้างบรรยากาศและจังหวะการจัมป์สแกร์ที่ดีมาก ๆ มันตกใจจริง ดุ้งจริง กรี๊ดจริง มีหลากหลายจังหวะที่เซอร์ไพรส์เราอย่างคาดไม่ถึง บทจะมาก็มา พอคิดว่าเดี๋ยวจะมาดันไม่มา ทำให้ตลอดระยะเวลาการเล่นเกมนี้เราไม่สามารถคาดเดาอะไรได้เลย ใครที่กลัวผีมาก ๆ หรือเป็นโรคหัวใจขอแนะนำว่าอย่าหาเล่นเด็ดขาด

ตัวเกมจบไวไปหน่อย สามารถเคลียร์ทุกอย่างได้ภายใน 2-3 ชั่วโมงการเล่น

ตัวเกมสามารถเล่นได้แค่โหมดเดียวเท่านั้น นั่นก็คือเมื่อเริ่มสตาร์ทเกมคุณจะต้องตะลุยด่านทั้ง 6 ด่านที่มีทั้งหมดภายในเกม ซึ่งแต่ละด่านก็จะยิ่งทวีคูณความโหดและความยากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ถ้ามันรู้สึกว่ายากเกินไป หรือง่ายเกินอยากได้แบบฮาร์ดคอร์ก็สามารถปรับได้ โดยก่อนเริ่มเกมจะสามารถเลือกระดับความยากได้ 3 ระดับคือ ง่าย ธรรมดา ยาก และ โคตรยาก เหมือนเกมอื่น ๆ ทั่วไป

จุดแรกที่ชอบของด่านแต่ละด่านในเกมนี้คือแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แทบจะไม่มีศัตรูเก่า ๆ โผล่มาให้เรายิงเล่น ทุกด่านจะมีตีมหลักและศัตรูที่แตกต่างกันออกไป ทำให้ตลอดเวลาการเล่นเราจะไม่ได้ความรู้สึกที่ซ้ำซากจำเจ แต่ถึงจะอย่างนั้นตัวเกมก็มีความยาวเพียงแค่ 2-3 ชั่วโมงการเล่นเท่านั้น พอเล่นจบก็ทำให้รู้สึกเสียดายเงินที่ต้องเสียไปเพราะรู้สึกยังไม่คุ้มค่าสาแก่ใจเท่าไหร่ พอจะกลับมาเล่นซ้ำก็กลายเป็นว่าเรารู้ไต๋เกมหมดแล้ว จากเกมสยองขวัญก็จะกลายเป็นเพียงนั่งรถไฟยิงปืนเล่นเอามันก็เท่านั้นสำหรับการเล่นรอบ 2

GRAPHIC

ซาวนด์ บรรยากาศ ฉาก ทำออกมาเพื่อมอบคืนหลอนที่แท้จริงให้กับคุณ

ก่อนอื่นผมต้องบอกก่อนว่าภาพจากยูทูบที่เราเห็น ๆ กันมันอาจจะดูไม่ใช่เกมที่มีกราฟิกที่สวยมากมาย แต่ทว่าเมื่อคุณเห็นภาพเหล่านี้อยู่ใน VR ผมต้องบอกเลยว่าคนละเรื่องจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศที่มืดสนิทมีแสงเล็กน้อยทำให้เรารู้สึกระแวงอยู่ตลอดเวลา ซาวนด์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเสียงบรรยากาศหรือเสียงจัมป์สแกร์ก็ให้ความรู้สึกขนหัวลุกได้ ทั้งยังแบ่งซาวนด์ซ้ายขวาออกมาอย่างชัดเจน ทำให้การสวม VR เล่นเกมนี้ดูมีมิติมากขึ้นเหมือนกับเราได้นั่งอยู่ตรงนั้นจริง ๆ แต่ทว่าพวก Texture ต่าง ๆ ภายในเกมยังดูหยาบไปหน่อย หรือพวกเอฟเฟกต์กระสุนปืน หรือเลือดก็ทำออกมาได้ไม่ค่อยสมจริง เวลายิงโดนศัตรูตัวเดียวกันก็มักจะมีแอนิเมชันที่ซ้ำซาก ไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าไหร่ ยกตัวอย่างเช่นยิงขาแต่แขนขาด ยิงขาแต่หงายหลังตาย จึงแอบมีขัดใจเล็ก ๆ เวลาเล่น

สรุป

เกมนี้ถ้าคิดจะเล่น “เราไม่ควรดูคนอื่นเล่นมาก่อน” ขอย้ำว่าเกมนี้จะมอบประสบการณ์คืนสยองให้กับคุณจริง ๆ ทั้งมัน สะใจ และระทึกขวัญตลอด 2-3 ชั่วโมงการเล่น และจะไม่สามารถได้รับประสบการณ์เดิมหากเล่นเป็นครั้งที่ 2 เราไม่ควรรู้ว่าต่อไปจะเจออะไร ตรงไหนมีจัมป์สแกร์ เพราะถ้าหากเรารู้ไต๋เกมนี้แล้วความสนุกจะหายไปในทันที แต่ถึงอย่างนั้นเกมนี้ก็จบไวเกินไปจนอาจจะรู้สึกไม่คุ้มกับเงินที่เสียไปนักหากซื้อเต็มราคา เพราะฉะนั้นถ้าให้แนะนำก็รอให้ PS Store จัดโปรลดราคาก่อนค่อยกดมาเล่นกันจะดีกว่า เกมนี้ค่อนข้างที่จะลดบ่อย ลดแรง เผลอ ๆ เอามาแจกฟรีด้วยซ้ำไป ดังนั้นถ้าคุณคิดว่ามีความกล้าที่มากพอ ผมจะขอท้าคุณให้เล่นเกมนี้ (ย้ำว่าต้องใส่หูฟังเล่นด้วยนะ) อยู่ที่ว่าคุณจะกล้าจริงรึเปล่า หึหึหึ

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส