รีวิวเกม No More Heroes 1 , 2 เกมแอ็กชันหลุดโลกเลือดสาดบน Nintendo Switch

จุดเด่น
เรื่องราวสุดแหวกแนวหลุดโลก
รูปแบบการเล่นเข้าใจง่ายและสนุก
จุดสังเกต
ภาพในเกมแทบจะเหมือนเดิม
แทบไม่มีอะไรเพิ่มเติมจากต้นฉบับบน Wii
7.5

มาแบบไม่ให้ตั้งตัวกันเลยสำหรับเกม No More Heroes 1 และภาค 2 ที่เปิดตัวในงาน Nintendo Direct แบบเงียบ ๆ และวางขายทันทีเลย แม้ว่าหลานคนอาจจะเฉย ๆ เพราะเกมไม่ได้ดังมากมาย แต่มันคืออีกหนึ่งในตำนานเกมโหดสุดแหวกแนว บนคอนโซลสุดน่ารักอย่าง Wii รุ่นแรก ที่ออกมาถึงสองภาค แม้จะมีการพอร์ตลง PS3 Xbox360 ภายหลังแต่มันก็มีจุดกำเนิดบนคอนโซลของนินเทนโด

โดยเกม No More Heroes 1 & 2 เวอร์ชั่น Nintendo Switch เป็นผลงานสร้างจากคุณ Goichi Suda ผู้สร้างที่ทำเกมสุดแนวมาแล้วหลายเกมไม่ว่าจะเป็น Killer 7 และอีกเพียบ และในปี 2021 จะมีการสร้างภาคต่อ No More Heroes 3 บน Nintendo Switch ออกมาทำให้การกลับมาขายใหม่ของสองภาคแรกเหมือนเป็นการแนะนำตัวให้ผู้ที่ยังไม่เคยเล่นได้สัมผัสกัน โดยในรีวิวนี้จะเป็นการรีวิวสองภาคเลย แต่ตัวเกมบน e-shop จะมีการแยกขายไม่ได้มัดรวม

No More Heroes 1 เปิดตำนานนักฆ่าสุดแนว

เราจะได้รับบทเป็น Travis Touchdown ตัวเอกที่มีบุคลิกเหมือนกับ Deadpool ที่มีลีลากวน ๆ และชอบคุยกับคนเล่นด้วย เรื่องราวในเกมก็เรียบง่ายที่เราจะต้องออกไปไล่ล่าจัดการฆ่าเป้าหมายตามภารกิจในเมือง และมีความเป็นหลุดโลกเหนือจริง ดังนั้นไม่ต้องไปคิดเรื่องความสมจริงอะไร เพราะมันโอเวอร์หลุดโลกอยู่แล้ว และขอเตือนไว้ก่อนว่าแม้จะเป็นเกมที่ออกบนคอนโซลของนินเทนโด แต่เกมมีความรุนแรงสูงระดับสุดโหด เรียกว่ามีการใช้ดาบตัดหัวขาดตัวขาดเลือดสาดกระจาย ดังนั้นจึงไม่เหมาะสำหรับเด็กที่จะเล่นแน่นอน

กราฟิกสุดแนวที่ยังไม่เชย แต่เพลงประกอบเรียบไปหน่อย

ต้นฉบับของเกม No More Heroes ออกบนคอนโซล Wii ในปี 2007 แน่นอนว่ากราฟิกไม่ได้เป็น HD แต่บน Nintendo Switch มีการปรับภาพให้คมชัดขึ้น ทำให้มันไม่ได้เชยมากและของเดิมมันนำเสนอด้วยกราฟิกแบบเซลเฉดเหมือนกับการ์ตูนที่มีงานออกแบบแหวกแนวทำให้มันไม่เชยแม้จะขาดรายละเอียดอย่างมาก เหมือนเกมสมัย PS2 ที่ย้อนยุคไปไกลแต่ก็พอรับได้หากคิดว่ามันคือเกม พอร์ตลงไม่ใช่เกมใหม่ แต่ที่น่าผิดหวังเล็ก ๆ คือเพลงประกอบที่แม้จะมีเพลงติดหูอยู่ 1 เพลงแต่ก็ใช้วนไปวนมาซ้ำ ๆ ไปหน่อย แถมเพลงอื่นก็กลับไม่มีอะไรโดดเด่นและกลืนไปกับเกมเพลย์จนหมด

รูปแบบการเล่นแอ็กชันจัดเต็ม

No More Heroes นำเสนอในรูปแบบแอ็กชันเต็มสูบที่ตัวเอก Travis Touchdown จะใช้ดาบเลเซอร์เป็นอาวุธ ทำให้มันคล้ายกับเกมดังอย่าง Devil May Cry ที่เราต้องใช้ดาบฟันและหลบหลีกการโจมตี เพียงแต่ความซับซ้อนของ No More Heroes จะมีน้อยกว่า เพราะฉากในเกมไม่มีอะไรมากแทบจะเป็นเส้นตรง แม้จะมีรูปแบบการเล่นนอกเหนือจากแอ็กชันให้ทำบ้างแต่ก็ไม่มากมาย ทำให้เกมดูเชยไปหน่อย และฉากในเกมเป็นแบบ 3D ปรับมุมกล้องได้ที่แม้จะมีฉากไม่ได้กว้างแต่ก็ยังพบเจอกับปัญหามุมกล้องที่หลายครั้งเราจะมองไม่เห็นตัวละครของเราจนโดนศัตรูอัดแบบไม่รู้ตัว

การโจมตีในเกมแบบเรียบง่ายมีโจมตีหนัก โจมตีเบา และการใช้การเตะรวมทั้งมีจับทุ่มแบบมวยปล้ำ ที่ผู้เล่นกดท่าผสานเป็นคอมโบได้อย่างง่ายดาย และยังมีการป้องกันด้วยการใช้ดาบเลเซอร์ปัดกระสุนและการหลบหลีกที่เรียบง่ายหากคุณเคยเล่นเกมแอ็กชันแนวนี้มาตลอดก็จะเล่นได้ทันที แต่ดาบเลเซอร์มีพลังงานจำกัดต้องเขย่าเพื่อชาร์จไฟตลอด และบน Wii จะใช้การสะบัดจอย Wii Mote เพื่อเล่น ส่วนบน Nintendo Switch จะเลือกได้ว่าจะใช้การเล่นด้วยจอยเกมปรกติ หรือถอดเอา Joy-con มาเล่นแบบต้นฉบับบน Wii ก็ย่อมได้ด้วยเช่นกัน

แต่เกมไม่ได้แบ่งออกเป็นฉาก ๆ เรียงแบบแอ็กชันทั่วไป No More Heroes มีฉากเป็นเมืองใหญ่ที่ Travis Touchdown จะได้ท่องไปทั่วด้วยมอเตอร์ไซค์ แล้วไปรับภารกิจตามฉากที่มีทั้งแบบฉากหลักในเกมที่เล่นได้ยาว ๆ ไปจนถึงรับงานฆ่าเป้าหมายในฉากสั้น ๆ รวมทั้งยังมีมินิเกมให้เล่นเช่นการหาลูกมะพร้าวมาให้ร้านน้ำผลไม้ อย่างไรก็ตามฉากที่เป็นเมืองใหญ่ที่อาจจะคล้ายกับเกมโลกอิสระแบบ GTA แต่ก็ขาดรายละเอียดและก็แทบไม่มีอะไรให้ทำนอกจากขับรถไปยังเป้าหมายเท่านั้น แต่ฉากหลักถือว่าสนุกใช้ได้โดยเฉพาะบอสที่ต้องกดหลบหลีกปัดป้องกันและหาจังหวะสวนกลับกันตลอดซึ่งก็ถือว่าเป็นเกม แอ็กชัน สนุกตามมาตรฐานทั่วไป โดยเกมแบ่งออกเป็นเป้าหมายที่เราต้องไปฆ่าและอันดับจะเลื่อนขึ้นไปเรื่อย ๆ จนเป็นที่ 1 ในตอนท้ายเกม

No More Heroes 2 ภาคต่อที่ปรับให้ลื่นไหลกว่าเดิม

ต่อเนื่องด้วย No More Heroes ภาคสอง ที่ต้นฉบับยังคงออกบน Wii รุ่นแรกเหมือนเดิม และบอกเลยว่าผู้สร้างได้แก้ไขข้อเสียของภาคแรกได้ดีกว่าเดิม และสนุกขึ้นอย่างเป็นได้ชัด ประเด็นแรกคือปัญหามุมกล้องแก้ให้ดีขึ้น ทำให้เกมเพลย์ลื่นไหลมากขึ้นกว่าเดิมและเฟรมเรตดีขึ้นด้วย ส่วนเรื่องราวในภาคสองจะเข้มข้นและโหดกว่าเดิม และเล่าด้วยธีมการล้างแค้นด้วย และมีการสร้างตัวละครเพิ่มอย่างนักฆ่าสาว Shinobu ใส่เข้าไปให้เราสามารถบังคับได้อีก ทำให้หลากหลายกว่าภาคแรกมาก แน่นอนว่าความรุงแรงของเกมยังคงจัดเต็มและเลือดสาดกันทั้งเกมเหมือนเดิม

ภาคสองภาพสวยขึ้นเล็กน้อย เกมเพลย์สมดุลขึ้น

กราฟิกในเกม No More Heroes 2 ปรับให้สวยขึ้นตามประสาภาคต่อ ตัวละครมีการลบเหลี่ยมมุมออกไปและหน้าตาดูเข้มกว่าเดิม แต่ต้นฉบับออกบน Wii ก็อย่างคาดหวังอะไรมาก แต่อย่างน้อย ๆ ก็ปรับให้เข้ากับทีวี HD แล้ว และคัตซีนในเกมก็มีมากกว่าเดิมรวมทั้งการเล่าเรื่องก็ดีแถมยังมีการแอบแซวเกมจากค่ายอื่นด้วย นอกจากนี้เกมเพลย์ยัง ปรับสมดุลให้ดีขึ้น เช่นพลังงานของดาบเลเซอร์จะอึดกว่าภาคแรกทำให้ไม่ต้องเขย่าดาบเพื่อชาร์จบ่อย ๆ และมีดาบคู่มาให้ใช้งานด้วย ส่วนฉากเมืองในเกมปรับให้เลือกจุดบนแผนที่ ในภาคสองไม่ได้ขับ มอเตอร์ไซค์ไปรอบเมืองแล้ว ซึ่งถือว่าดีมาก ๆ เพราะภาคแรกในเมืองแทบไม่มีอะไรให้ทำนอกจากขับรถไปยังเป้าหมายเท่านั้น และสำหรับแฟนเกมที่ชอบของเก่าเกมมีการใส่มินิเกมเป็น 2D แบบเกมสมัยแฟมิคอมเข้ามาให้เล่นด้วย

ฉากในเกมหลักที่ยังคงเป็นแอ็กชัน 3 มิติที่เข้าใจง่าย ฉากไม่ได้ซับซ้อนมากมายเหมือนกับภาคแรก แต่ก็มีงานออกแบบที่ดีและมีความกว้างและมีความหลากหลายมากกว่าเดิม และข้อดีมาก ๆ คือระบบต่อสู้ที่แม้ว่าหลัก ๆ คือการโจมตีด้วยดาบเลเซอร์ที่มีทั้งแบบอัดแรงและอัดเบา ซึ่งยังสานต่อเป็นคอมโบได้เหมือนเดิม ซึ่ง No More Heroes 2 ปรับให้ลื่นและกดง่ายกว่าเดิมทำให้เราเล่นได้สนุกและมีความใกล้เคียงกับเกมเทพ ๆ อย่าง Devil May Cry มากขึ้นแต่ก็ยังสนุกไม่เท่าอยู่ดี แต่โดยรวมแล้วภาคสองสนุกกว่าภาคแรกพอสมควร ซึ่งหากจะบอกว่าซื้อภาคไหนดีก็บอกว่าซื้อภาค 2 ได้หากไม่ได้อยากรู้เรื่องราวในภาคแรก

สรุปแล้วการกลับมาขายใหม่ของ No More Heroes 1 และภาค 2 ถือว่าเหมือนเป็นเกมคั่นเวลามากกว่า เพราะมันแทบจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรไปจากต้นฉบับนอกจากความคมชัดของภาพเท่านั้น และเกมเพลย์แม้จะสนุกในระดับน่าพอใจโดยเฉพาะภาคสอง แต่ก็ยังไม่สามารถเทียบเท่ากับเกมเทพ ๆ ได้แต่หากคุณชอบเรื่องราวที่หลุดโลกแหวกแนวแบบไม่ต้องหาเหตุผลแล้ว No More Heroes มีสิ่งที่ต้องการครบ ถือว่าเอาไว้เล่นรอภาค 3 ที่จะออกมาในปีหน้าได้อย่างดี

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส