[รีวิวเกม] “Strider” เดินหน้าบู๊แหลกสุดมันสไตล์ 2.5D ที่ยังคงคลาสสิกเหมือนภาคเก่า

คะแนนจากผู้อ่าน1 Vote
8.4
จุดเด่น
เกมเพลย์รวดเร็ว บู๊แหลกสะใจ
มีอะไรให้สำรวจเยอะ
กราฟิกร่วมสมัยแต่ยังคงความคลาสสิก
จุดสังเกต
แมปกว้างมาก ทำให้หลงทางง่าย
เกมยังแอบมีราคาที่แพงไปหน่อย
8

ถ้าย้อนกลับไปเมื่อปี 1989 สมัยเครื่องแฟมิคอม ซึ่งเป็นการเปิดตัวครั้งแรกของเกม Strider ผลงานที่มาจากค่ายเกมสุดโด่งดังอย่าง CAPCOM ถูกเปิดตัวออกมาในฐานะเกมนินจาแบบ Side-Scrolling หรือแบบเดินด้านข้างที่โด่งดังมากในยุคนั้น จนมีภาคต่อตามมาให้เราเล่นต่อบนเครื่อง PS1 ในปี 1999 จนในที่สุดเกมนี้ก็ได้ถูกนำกลับมาทำใหม่พร้อมอัปเกรดกราฟิกและเกมเพลย์ให้เหมาะสมกับยุคนี้ ซึ่งเอาจริง ๆ เกมมันก็ออกมาตั้งแต่ปี 2014 แล้วแต่ทำไมผมเพิ่งจะได้มาเล่นก็ไม่รู้ (ฮา)

GAME ABOUT

นี่คือเกมเดินหน้าบู๊แหลกแนวเดินข้าง โดยมีเนื้อเรื่องโผล่ขึ้นมาให้เราประติดประต่อเรื่องราวเอาเองระหว่างเล่น โดยคร่าว ๆ คือเราจะได้รับบทบาทเป็น Hiryu (ตัวหลัก) นินจาสายลับระดับ Super A ขององค์กรที่มีชื่อว่า Elite Corps โดยสายลับระดับเดียวกับเราจะถูกเรียกว่า Strider และภารกิจที่เราได้รับมอบหมายในครั้งนี้คือการเข้าไปสังหาร Grandmaster Merio ชายผู้เป็นตัวการหลักที่ทำให้โลกเข้าสู่ยุคมืด

GAME PLAY.

มุมมองสุดคลาสสิก ว่องไวสไตล์นินจา ลอบเร้นไม่มีอยู่ในเกมนี้

ขึ้นชื่อว่าเกมนินจาก็ต้องมาพร้อมกับการลอบเร้นสังหารปลิดชีพศัตรูอย่างไร้เสียง แต่มันไม่ใช่กับเกมนี้!! สิ่งที่เราจะพบเจอในเกมนี้คือการเดินหน้าบู๊แหลก แบบไม่หยุดพัก แทบไม่มีจังหวะให้เราอยู่เฉย ๆ ได้พักหายใจหายคอเลย ซึ่งการควบคุมนั้นก็มีไม่ได้หลากหลายมากนักในช่วงแรก ๆ ก็แค่เดิน ฟัน ฟันหนัก กระโดด แค่นั้น แต่ตัวเกมจะค่อย ๆ นำพาเราไปพบเจอกับทักษะใหม่ ๆ ให้เราใช้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ระหว่างเล่นไม่ว่าจะเป็นการปราบบอสได้ หรือการบ้าสำรวจจนไปพบโดยบังเอิญ

ซึ่งนอกจากทักษะใหม่ ๆ จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นระหว่างการต่อสู้ได้อย่างมากแล้วยังสามารถช่วยให้เราผ่านทางต่าง ๆ ที่หากไม่มีทักษะนี้จะไม่สามารถผ่านได้ด้วย เช่นสไลด์ผ่านช่องลม กระโดดฟันดาบที่ช่วยให้เราพังประตูที่พื้นได้ การชาร์จโจมตีช่วยพังประตูที่แข็ง ๆ ได้ เป็นต้น

แมปในเกมนี้ช่างง่ายดายต่อการหลงทางจริง ๆ

ต้องขอบอกก่อนว่าเกมนี้ถึงมันจะเป็นแนวเดินหน้าฟันแหลก แต่ก็มีความอิสระในการเดินค่อนข้างเยอะมาก ทั้งยังต้องย้อนไปย้อนมาในทางที่เราเคยเดินผ่านมาแล้วค่อนข้างบ่อย เพราะทางเก่าที่เราเคยผ่านมาตอนนั้นอาจจะยังไปต่อไม่ได้ จึงจำเป็นต้องไปหาสกิลเพิ่มสำหรับใช้เปิดทางนั้น ๆ นอกจากนี้แมปยังมีความลึกความสูงแบบสุด ๆ มีอะไรให้สำรวจเยอะเกิ๊น ถ้าวิ่งเพลินไม่จำทางรับรองว่า งง จนหัวร้อนแน่ ๆ

ส่วนในด้านของเนื้อเรื่องถึงแม้จะพอมีให้เสพระหว่างเล่น แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ดุเดือดหรือจริงจังขนาดที่ทำให้ผู้เล่นโฟกัสได้เลย ตัวเกมแทบจะไม่มีคัตซีนเล่าเรื่องให้เห็นนัก ส่วนใหญ่มักจะขึ้นเป็นอินเทอร์เฟซเหมือนคนติดต่อเข้ามาบอกนู่นนี่นั่นกับเรา บอกเควสต์เราว่าควรไปทางไหนทำอะไรแค่นั้นให้เราเชื่อมโยงเอาเอง เหมือนสตอรี่ของเกมนี้ใส่ไว้งั้น ๆ ให้ตัวละครเรามันมีอะไรให้ทำเฉย ๆ เน้นเกมเพลย์เป็นหลัก

ยิ่งเล่นยิ่งยาก การอัปตัวละครจึงสำคัญ

ถึงจะเป็นเกมบู๊แหลกแต่ก็ห้ามละเลยการสำรวจเด็ดขาด เพราะการสำรวจมักจะทำให้เราเจอกับสิ่งดี ๆ ที่ช่วยให้การเล่นของเราพลิ้วมากขึ้น และที่สำคัญหากเราไม่สำรวจหรือหาของมาอัปสกิลหรือเลือดตัวเราเลย การต่อสู้จะยิ่งทวีคูณความยากขึ้นเรื่อย ๆ ศัตรูโหดขึ้น มากันเยอะขึ้น ทั้งการปลดสกิลยังช่วยให้เรารับมือศัตรูแต่ละชนิดได้ดียิ่งขึ้นเข้าไปอีก เพราะศัตรูเองก็มีการแพ้ทางท่าต่าง ๆ ของเราเช่นกัน เมื่อเล่นไปสักพักก็จะรู้เอง

เล่นจบก็ซ้ำได้ มี Challenge สุดท้าทายวัดความสามารถรอคุณอยู่

ซึ่งตัวเกมแม้จะเล่นจบก็ยังคงกลับมาซ้ำได้เรื่อย ๆ เพราะตัวเกมจะมี Challenge ให้ทำอยู่ 2 แบบด้วยกัน นั่นก็คือ
– Survival Challenge
เป็นโหมดที่จะให้เราต่อสู้กับศัตรูจำนวนมากที่ถาโถมใส่คุณจนกว่าคุณจะตาย วัดเวลาว่าคุณจะสามารถยืนหยัดมีชีวิตรอดได้นานแค่ไหน
– Beacon Run
โหมดที่จะให้เราวิ่งไปยังจุดต่าง ๆ ที่เกมกำหนด แต่ระหว่างทางจะมีศัตรูจำนวนมากคอยขัดขวางคุณ อยู่ที่ว่าก่อนตายคุณจะสามารถไปได้ไกลขนาดไหน

นอกจากนี้คะแนนจากโหมดต่าง ๆ จะถูกนำไปจัดอันดับกับผู้เล่นทั่วโลก วัดกันไปเลยว่าเราจะติดอยู่ที่เท่าไหร่ ซึ่งก็ไม่ต้องคาดหวังจะเป็นอันดับ 1 ในโลกนะ เพราะแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย (ฮา) สกอร์แต่ละคนโหดมาก

GRAPHIC

หากเคยเล่นภาคเก่า ๆ ของเกมซีรีส์นี้มา หรือเคยเห็นผ่านตากันมาบ้างก็ต้องยอมรับเลยว่าภาคนี้ต่อยอดและยังคงเสน่ห์ความคลาสสิกเก่า ๆ ได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งตัวละคร ฉาก ศัตรูต่าง ๆ ถูกดีไซน์เพิ่มเติมโดยยังคงคอนเซ็ปต์เก่า ๆ ออกมาให้แฟนเกมหายคิดถึง เฟรมเรตในเกมก็ทำออกมาลื่นไหลสมกับเกมเพลย์ที่ไวจับใจ แต่ถึงอย่างนั้นแมปในเกมก็แอบสังเกตยากในหลาย ๆ จุด ซึ่งก็อาจจะเป็นความท้าทายที่ทางผู้พัฒนาทำออกมาให้มองยากเพื่อให้ตัวผู้เล่นต้องสังเกตุกันเอาเอง และคอยเตือนใจเสมอว่าระหว่างเล่นอย่าบู๊เพลินจนลืมสำรวจล่ะ

สรุป

ใครที่ชื่นชอบเกมภาพแนว Side-Scrolling หรือแบบเดินมุมมองด้านข้างสไตล์ 2.5 D ที่มีกลิ่นอายเกมยุคเก่าสมัย 90s เกมนี้คือตัวเลือกที่น่าสนใจมาก เพราะมันคือการคงความคลาสสิกพร้อมกับกราฟิกที่แตะมาตรฐานเกมยุคนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม นอกจากนี้ยังมีเกมเพลย์ที่ดุเดือดโดนใจสายบู๊ พร้อมกับมีอะไรให้สำรวจมากมาย แต่ถึงอย่างนั้นราคาเกมก็ยังแอบแรงเกินไปหน่อย แต่นี่ก็เป็นอีก 1 เกมที่ผมเห็นว่าลดราคาค่อนข้างบ่อย ไว้รอมันลดค่อยกดมาเล่นกันก็ได้ หรือถ้าอดใจไม่ไหวซื้อมาเล่นเลยก็คุ้มอยู่ เกมสนุกเล่นได้ยาว ๆ

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส