[รีวิวเกม] “One Step From Eden” เกมเพลย์สุดแปลกที่ทั้งเล่นสนุกและสุดท้าทายในเวลาเดียวกัน!!

คะแนนจากผู้อ่าน2 Votes
8.4
จุดเด่น
เกมเพลย์ผสมหลากหลายแนวเกมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว
เกมมีดีเทลเยอะมาก
เป็นเกมที่มีกราฟิกแบบ 8Bit แต่ไม่รู้สึกตกยุคเลยสักนิด
เล่นได้เรื่อย ๆ ไม่ค่อยเจออะไรซ้ำซาก เบื่อยาก
จุดสังเกต
ไม่มีสตอรี่ให้เสพ
มีอะไรที่ต้องทำความเข้าใจเยอะพอสมควร อาจจะท้อก่อนเล่น
บอสโหดมากเลย แง
9.5

สำหรับใครที่คิดถึงเกมที่มีแนวภาพสุดคลาสสิกอย่าง 8Bit หรือ Pixel Art  แต่ก็หาเกมแนวนี้สนุก ๆ เล่นได้ยากมากในยุคที่เหล่าผู้พัฒนาจากหลากหลายค่ายพยายามทำเกมภาพระดับ AAA ออกมาแข่งขันกันแบบรัว ๆ วันนี้ผมก็จะมาแนะนำเกมที่มีแนวภาพประมาณนี้ที่มีความสนุกไม่แพ้เกมเจ้าใหญ่ ๆ เลยทีเดียว เกมนี้มีชื่อว่า “One Step From Eden” สามารถซื้อมาเล่นได้ในราคาน่ารัก ๆ ทั้งทาง Nintendo และ Steam

GAME ABOUT

นี่คือเกมที่ถูกพัฒนาโดย Thomas Moon Kang ซึ่งเป็นเกมที่ผสมผสานหลากหลายแนวเกมเข้าด้วยกันไม่ว่าจะเป็น Action แบบ Real-time พร้อมกับระบบ Rogue like ที่มีเรื่องของ Deck Building หรือการจัดสำรับการ์ดเข้ามาด้วย ซึ่งก็ต้องขอชมว่าเป็นการผสมผสานของเกมหลาย ๆ แนวที่เข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว แต่ในแง่ของเนื้อเรื่องนั้นไม่สามารถพูดถึงได้เลยเพราะเกมนี้ดูเหมือนจะไม่ได้ใส่เรื่องราวอะไรมาให้เราเสพเลยแม้แต่น้อย เน้นแอ็กชันแบบจัดหนัก สายเกมเนื้อเรื่องอาจจะผิดหวังเล็กน้อย

GAME PLAY

ระบบที่ต้องทำความเข้าใจเยอะมาก เล่นยากมาก แต่ถ้าเล่นเป็นก็จะสนุกมากเช่นกัน

เอาจริง ๆ พอต้องมาเขียนรีวิวเกมนี้คือไม่รู้จะเริ่มจากจุดไหนก่อนดีเลย (ฮา) ด้วยความที่ตัวเกมมันมีการผสมหลาย ๆ แนวเกมเข้าด้วยกัน ทั้งยังมีความซับซ้อนพอสมควร ทำให้นี่เป็นเกมที่เล่นยากในระดับนึง จำเป็นต้องทำความเข้าใจและอาศัยความคุ้นชินเยอะมาก

โดยเริ่มต้นเราจะได้เลือกเล่นตัวละคร Saffron ซึ่งเป็นตัวละครเริ่มต้นที่สามารถเล่นได้ตัวเดียวในครั้งแรก และจะมีตัวละครที่สามารถปลดล็อกได้อีก 8 ตัว ซึ่งแต่ละตัวจะมีเงื่อนไขการปลดล็อกที่แตกต่างกันแต่ส่วนใหญ่ก็ได้มาจากการตีบอสนั่นแหละ โดยวิธีเล่นหลัก ๆ ของเกมนี้คือเราจะสามารถเดินหน้าได้แค่ ขึ้นลงซ้ายขวา ในช่องสี่เหลี่ยม ๆ เท่านั้น ซึ่งจะมีทั้งหมด 16 ช่องและศัตรูเราก็จะมีช่องเดินเท่า ๆ กับเรา สิ่งที่เราจะต้องเจอในเกมคือการสลับสับเปลี่ยนช่องไปเรื่อย ๆ เพื่อหลบและโจมตีใช้สกิลต่าง ๆ ใส่ศัตรู โดยเราสามารถโจมตีปกติได้เรื่อย ๆ ไม่มีวันหมด แต่หากใช้สกิลก็จะมีการใช้มานาที่แตกกันออกไป (เรื่องสกิลขอพูดในหัวข้อถัดไป)

ระบบสกิลที่ต้องอาศัยการวางแผนและดวงพอสมควร

ระบบสกิลเกมนี้คือผมชอบมาก มันจะมาในรูปแบบของ Deck Building หรือการจัดสำรับการ์ด ซึ่งระหว่างเล่นตัวละครเราจะเหมือนจั่วการ์ดที่เรามีอยู่ในกอง แล้วพอเรากดใช้ก็จะเป็นสกิลของการ์ดนั้น ๆ ซึ่งแต่ละการ์ดก็ต้องการมานาที่แตกต่างกันออกไปแบ่งตามเลเวล และหากพอเราใช้การ์ดหมดสำรับการ์ดทั้งหมดของเราก็จะถูกสลับแล้วนำกลับมาให้เราใช้อีกครั้ง เรียกว่าถ้าสลับแล้วซวยการ์ดดี ๆ อยู่ท้าย ๆ ก็ถือว่าซวยไป ซึ่งมันยากตรงนี้เนี่ยแหละเพราะเราจะต้องทำความเข้าใจการทำงานของการ์ดเหล่านี้ก่อนกดใช้ เพราะคุณสมบัติมันแตกต่างกันมาก ๆ ต้องอาศัยความคุ้นเคยสูงระดับนึงเลยแถมเกมนี้ยังมีการ์ดให้เลือกใช้มากกว่า 200 แบบเลยด้วย

ส่วนวิธีได้การ์ดเหล่านี้นั่นก็คือการผ่านด่านต่าง ๆ หรือไม่ก็เข้า Shop ซึ่งถ้าผ่านด่านได้แล้วแต่การ์ดที่มีให้เลือกไม่ใช่สิ่งที่เราอยากได้เราก็สามารถเลือกที่จะไม่รับได้เช่นกัน

แผนที่หลากหลายสไตล์ Rogue like ให้ผู้เล่นเลือกเส้นทางได้ตามความต้องการ

พูดถึงแนว Rogue like คือเกมที่จะมีการสุ่มสิ่งต่าง ๆ ที่ผู้เล่นจะต้องเจอทุกครั้งที่เล่นอีกรอบ ไม่ว่าจะเป็น ไอเทม มอน ด่านต่าง ๆ บอส และที่สำคัญหากตายนั่นเท่ากับเกมโอเวอร์จะต้องกลับไปเริ่มเล่นใหม่ตั้งแต่แรกเสมอ แน่นอนว่ารวมถึงเกมนี้ด้วย ซึ่งตัวเกมนี้ก็ยังถือว่ามีความปราณีผู้เล่นอยู่มากเพราะเราสามารถเลือกเส้นทางเดินเองในการต่อสู้ครั้งต่อไป โดยจะประกอบไปด้วย

ต่อสู้แบบปกติ – การต่อสู้นี้ส่วนใหญ่ก็มักจะพบกับมอนธรรมดาทั่วไป

ช่วย NPC – จะเป็นแมปที่จะให้เราช่วย NPC ที่ในพื้นที่นั้น ๆ ซึ่งถ้าช่วยได้ NPC เหล่านี้ก็อาจจะตอบแทนอะไรบางอย่างให้แก่เราเช่นเพิ่มเลือดให้

มินิบอส – ก็คือการสู้กับมินิบอสนั่นแหละ ถึงแม้จะดูเป็นเส้นทางที่อันตรายแต่หากเราผ่านได้ก็จะได้ Artifacts ที่ไว้เพิ่มพลังให้แก่ตัวละครเราได้

แคมป์ – หลัก ๆ ก็เอาไว้ให้สำหรับพักเพื่อเติมเลือดให้แก่ตัวละครเรานั่นแหละ

ร้านค้า – เอาไว้ใช้ซื้อ Artifacts หรือการ์ดต่าง ๆ รวมทั้งอัปเกรดการ์ดของเราให้ดียิ่งขึ้นได้เช่นกัน

ปล. แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเลือกทางเดินได้อิสระขนาดนั้นนะ บางทีก็อาจจะมีทางเลือกให้แค่ 1-3 ทางเท่านั้น แล้วแต่ดวงว่าจะมีด่านแบบไหนให้เลือกเดินบ้าง

ถ้าให้อธิบายแบบเข้าใจง่าย ๆ เลยก็คือแต่ละด่านจะแบ่งเป็น Arena ย่อย ๆ อยู่หลากหลายเส้นทาง ซึ่งจุดจบของแต่ละ Arena คือการล้มบอสของ Arena นั้น ๆ ซึ่งถ้าชนะได้ก็จะได้ไปด่านต่อไปที่มีบอสอีกตัวรออยู่ สู้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะชนะไม่ก็ตายกันไปข้าง ซึ่งหากเราเลือกเส้นทางที่สบาย ๆ ง่าย ๆ อาจจะทำให้ตัวละครเราได้ไอเทมเสริมพลังไม่มากพอ เพราะการสู้บอสในเกมนี้บอกเลยว่ายากมาก ๆ

บอสโหด โปรดระวัง!!

ถ้าระหว่างทางก่อนจะเจอบอสบางคนอาจจะมองว่าเกมนี้มันก็ไม่ได้เล่นยากมากนี่หว่า หรือบางคนอาจจะรัวนิ้วกดสกิลจนมือแทบหักกว่าจะผ่านได้แต่ละด่าน ผมจะขอเตือนว่าให้เตรียมใจไว้ได้เลย เพราะบอสเกมนี้ยากมากกกกกก !! ยิ่งสูงยิ่งยาก ซึ่งเราอาจจะต้องตายซ้ำแล้วซ้ำเล่ากลับไปเริ่มใหม่เพื่อเรียนรู้จนกว่าจะชนะบอสบางตัวได้ แต่รางวัลตอบแทนหลังปราบบอสได้ก็ช่างหอมหวานซะเหลือเกิน เพราะบอสเหล่านั้นส่วนใหญ่ก็คือตัวละครใหม่ที่จะมาให้เราเล่นในภายหลังนั่นแหละ ซึ่งแต่ละตัวก็จะมีความสามารถที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งถ้าเจอตัวที่เล่นเข้ามืออาจจะทำให้เกมนี้ง่ายและเล่นสนุกขึ้นไปอีกหลายเท่าเลยล่ะ

GRAPHIC

ตัวเกมนำเสนอในรูปแบบภาพแบบ 8Bit  2D Pixel Art ซึ่งหลาย ๆ คนอาจจะมองว่าตกยุคไปแล้ว แต่สำหรับเกมนี้ถือว่าทำออกมาได้เรียบง่ายและสวยงามมาก กลายเป็นว่าการทำภาพแบบนี้ทำให้ตัวเกมยิ่งมีความเป็นตัวของตัวเองสูงขึ้นไปอีก ทั้งยังมีการใส่ดีเทลที่มากมายมหาศาลไม่ว่าจะเป็นคาแรกเตอร์ตัวละครที่มีถึง 9 ตัว สกิลที่มีเกิน 100 มอนสเตอร์หลากหลายชนิด เฟรมเรตที่ลื่นไหลและไม่ขัดตาแต่อาจปวดตาเมื่อเล่นไปนาน ๆ เพราะเกมเพลย์ค่อนข้างไว และต้องใช้สมาธิในการเล่นสูงมาก ๆ (ฮา)

สรุป

โดยรวมเกมนี้อาจจะทำให้คนหลายคนท้อระหว่างที่เล่นได้ง่าย ๆ เนื่องจากมันจำเป็นต้องอาศัยความคุ้นเคยกับระบบต่าง ๆ และดีเทลปลีกย่อยมากมายที่ตัวเกมใส่เข้ามา แต่เชื่อเถอะว่าพอเริ่มจับทางได้หรือเริ่มเข้าใจนี่จะเป็นอีก 1 เกมที่จะมอบประสบการณ์การเล่นเกมแนวใหม่ ๆ ให้แก่คุณ ทั้งยังท้าทายสกิลเพลย์ของตัวผู้เล่นสูงมาก ๆ แต่หากคุณคิดจะซื้อมาเพื่อเสพเนื้อเรื่องก็ต้องบอกเลยว่าผิดหวังแน่นอน เพราะไม่มีอะไรให้เสพเลย แต่เอาจริงแค่เกมเพลย์อย่างเดียวผมก็เลิฟแล้ว เกมนี้ขออนุญาตอวยหน่อยเพราะส่วนตัวชอบเล่นเกมภาพแนวนี้มาก (ฮา)

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส