[รีวิวเกม] “Solar Smash” เกมมือถือที่จะให้คุณได้ทำลายล้างโลกตามความต้องการของตัวเอง!!

คะแนนจากผู้อ่าน11 Votes
8.6
จุดเด่น
เอฟเฟกต์ได้ความรู้สึกถึงโลกาวินาศมาก สะใจสุด ๆ
สามารถออกแบบดาวเคราะห์เป็นของตัวเองได้
ความสนุกอยู่ที่ได้เห็นภาพภัยพิบัติต่าง ๆ ที่เราปล่อยออกมา
เล่นฟรี
จุดสังเกต
มีภัยพิบัติให้เลือกใช้น้อยไปหน่อย ทำให้เบื่อเร็ว
ตอนเร่งสปีดภาพ FPS ตกจนถึงขั้นรับไม่ได้
โหมด system smash เล่นยากจนไม่สนุก
6.7

ช่วงนี้เครียดเกินไปรึเปล่า อยากหาที่ระบายอารมณ์มั้ย ? เพราะว่าเกม “Solar Smash” ที่ผมกำลังจะมารีวิวในวันนี้บอกเลยว่ามันถูกสร้างมาเพื่อความสะใจล้วน ๆ เพียงแค่คุณมีมือถือสักเครื่องอยู่ในมือแล้วโหลดเกมนี้มาเล่นคุณก็จะได้เครื่องมือที่เอาไว้ใช้สำหรับการระบายอารมณ์แล้ว เพราะเกมนี้จะให้คุณได้มาทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างในโลก และคร่าชีวิตผู้คนมากกว่าพันพันล้านชีวิตด้วยการคลิกหน้าจอเพียงครั้งเดียว

สามารถโหลดมาเล่นได้ฟรี ๆ ที่

IOS

ANDROI

GAME ABOUT

“Solar Smash” คือเกมจำลองสภานการณ์เมื่อโลกถึงจุดจบ จบเพราะอะไรงั้นเหรอ !? ก็เพราะโดนเราทำลายเนี่ยแหละ (ฮา) โดยผู้เล่นจะสามารถทำลายโลกได้หลากหลายรูปแบบเพื่อล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ให้สิ้นซาก ไม่ว่าจะใช้ภัยพิบัติจากอุกกาบาต ดาวตก ดวงจันทร์พุ่งชนโลก หรือจะรับบทบาทเป็นมนุษย์ต่างดาวที่เข้ามารุกรานโลก นอกจากนี้ตัวเกมยังเปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้ออกแบบโลกเป็นของตัวเองเพื่อให้เราทำลายทิ้งได้อีกด้วย

GAMEPLAY

เกมเพลย์แทบไม่ต้องเรียนรู้อะไรเลย โหลดเสร็จเล่นเป็นเลย

ตัวเกมแทบจะไม่ต้องเรียนรู้เกมเพลย์อะไรมากมายเลย เนื่องจากมันเป็นเกมแนวจำลองสถานการณ์ที่เพียงให้ผู้เล่นเลือกภัยพิบัติอย่างใดอย่างนึงแล้วเลือกพื้นที่ปล่อย ตัวเกมจะทำการเพลย์ถึงผลกระทบของภัยพิบัตินั้น ๆ ให้ผู้เล่นเห็นได้เองโดยอัตโนมัติเช่นปล่อยอุกกาบาตลงบนโลก ก็จะมีอุกกาบาตพุ่งลงมาตรงจุดที่เราปล่อย ตู้ม!! โลกหายไปเสี้ยวนึง โดยเราสามารถปล่อยภัยพิบัติได้แบบไม่จำกัดจำนวนครั้งเช่นถ้าจิ้มหน้าจอ 100 ครั้งอุกกาบาตก็จะพุ่งลงมา 100 ลูกเลยทีเดียว เรียกได้เลยว่าสะใจสุด ๆ แต่ระวังภาพกระตุกนะ (ฮา)

ตัวเกมจะมีการกำหนดประชากรบนโลกให้เราได้รับทราบและยิ่งเราทำลายโลกหนักแค่ไหนประชากรบนโลกก็จะลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ จนเหลือ 0 ซึ่งมันก็ดูเหมือนจะเป็นเป้าหมายหลัก ๆ ของผู้เล่นที่เน้นไปทางล้างบางเผ่าพันธุ์มนุษย์ แต่เอาเข้าจริงปล่อยภัยพิบัติแรง ๆ สักครั้งคนก็ตายหมดโลกแล้ว จึงทำให้เป้าหมายในเกมนี้อยู่ที่ว่าเราจะสามารถทำลายโลกจนสลายหายไปเป็นฝุ่นอวกาศด้วยวิธีใดมากกว่า

เบื่อโลกก็มีดาวอื่นให้ทำลายอีกเพียบ รวมทั้งยังสามารถสร้างดาวเคราะห์ของตัวเองได้ด้วยนะเออ

แต่ถ้าเบื่อโลกแล้วตัวเกมยังมีดาวเคราะห์อื่น ๆ ให้ผู้เล่นสามารถทำลายได้เพิ่มอีกด้วยนะ แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกต่างจากตอนที่ทำลายโลกสักเท่าไหร่เพราะมันก็เหมือนแค่เปลี่ยนสีเปลี่ยนพื้นผิวเฉย ๆ ยกเว้นบางดาวที่อาจจะต้องทำลายบาเรียที่ปกป้องดาวก่อนถึงจะสามารถทำลายพื้นผิวโลกได้ นอกจากนี้ผู้เล่นยังสามารถออกแบบดาวเคราะห์ของตัวเองเพื่อไว้ใช้สำหรับทำลายได้ซึ่งก็สามารถเปลี่ยนสีได้แบบ RGB เลย และเลือกพื้นที่น้ำได้ ปรับแสงได้ ก็ถือว่าสามารถตกแต่งได้ละเอียดอยู่ระดับนึง

ภัยพิบัติมีให้เลือกใช้น้อยไปหน่อย เล่นสนุกอยู่แปปเดียว

แน่นอนว่าเป็นเกมแนวจำลองสถานการณ์การทำลายล้างโลก ไฮไลต์ของเกมมันก็ต้องอยู่ที่ภัยพิบัติต่าง ๆ ที่ผู้เล่นสามารถใช้ได้สิ ซึ่งข้อดีของเกมนี้คือเราสามารถเร่งสปีดเพื่อดูผลกระทบของภัยพิบัติที่เราสร้างได้ ซึ่งหลัก ๆ ภัยพิบัติของเกมนี้จะถูกแบ่งเป็นหมวด ๆ ได้แก่

ภัยพิบัติทางธรรมชาติจากนอกโลก อย่าง อุกกาบาต หลุมดำ ดวงจันทร์ตก

ขีปนาวุธ อย่าง จรวด ระเบิด

มนุษย์ต่างดาวบุก อย่าง เลเซอร์ ปืนอวกาศ UFO

เอเลียน อย่างเช่น ตัวอะไรก็ไม่รู้เหมือนกันรูปร่างคล้ายปลาหมึก กับ ตะขาบ

และของตาม อีเวนต์ ภายในเกม ถ้าเป็นช่วงที่ผมเขียนรีวิวอยู่ตอนนี้ตัวเกมก็มีการส่ง ต้นคริสต์มาสยักษ์และกล่องของขวัญยักษ์พุ่งมาทำลายโลก

ซึ่งพอเอาเข้าจริงเล่นไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็เริ่มรู้สึกเบื่อแล้ว เพราะภัยพิบัติเหล่านี้ที่ตัวเกมใส่เอาไว้มันน้อยเกินไปหน่อย รู้สึกเล่นสนุกอยู่แปปเดียวตอนที่อยากรู้ผลกระทบของภัยพิบัติต่าง ๆ ที่มีอยู่ในเกม พอได้เห็นหมดทุกอย่างก็หมดสนุกละ

โหมดทำลายระบบสุริยะ ที่เล่นยากซะเหลือเกิน

นอกจากทำลายโลกแล้วตัวเกมยังมีอีกโหมดให้ผู้เล่นเล่นนั่นก็คือ โหมดทำลายระบบสุริยะ (system smash) ซึ่งในโหมดนี้เราจะได้รับบทเป็นดวงอาทิตย์ที่พุ่งไปทำลายดาวต่าง ๆ ที่โคจรอยู่รอบ ๆ ให้อารมณ์เหมือนเล่นเกมสนุกเกอร์ ที่บังคับยากมาก ๆ และมองยากมากกกกกกกก !! เนื่องด้วยดวงอาทิตย์มันใหญ่ จึงทำให้ดาวเคราะห์อื่น ๆ ดูเล็กจนมองแทบไม่เห็นทั้งยังขยับอยู่ตลอดเวลา การจะบังคับดวงอาทิตย์ให้พุ่งชนดาวได้แต่ละดวงมันจึงทำได้ยากมาก ยากจนไม่รู้สึกสนุก หรือต่อให้บังคับจนชนได้จริง ๆ ก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกสะใจหรือมีภาพอะไรให้รู้สึกว้าวเลย

GRAPHIC

ตัวเกมมีภาพที่ไม่ได้แย่และให้ความรู้สึกสมจริงอยู่ระดับนึง ทั้งยังสามารถปรับมุมกล้องได้แบบ 360 องศาเพื่อดูผลลัพธ์ของภัยพิบัติที่เราปล่อยออกมาได้ และถึงแม้ตัวเกมจะมีภัยพิบัติให้เราเลือกใช้ได้น้อยเกินไปหน่อย แต่ในแง่ของเอฟเฟกต์ต่าง ๆ ก็ทำออกมาได้ความรู้สึกอลังการและสะใจมาก ๆ โดยเฉพาะตอนปล่อยภัยพิบัติออกมารัว ๆ นี่คือรู้สึกถึงโลกาวินาศจริง ๆ แต่ทว่าเมื่อกดเร่งสปีดภาพคือมันกระตุกมาก FPS ตกกระจาย ทั้ง ๆ ที่ตอนเล่นภาพปกติยังไม่เป็นแท้ ๆ

สรุป

โดยรวมของเกมนี้ก็คือเอาไว้แค่เล่นได้เพลิน ๆ เท่านั้น ไม่มีเป้าหมายอะไรเลยนอกจากแค่ให้ผู้เล่นเข้ามาทำลายโลกทิ้งเล่น ๆ ซึ่งการจะทำลายโลกจนย่อยยับได้ในแต่ละครั้งก็กินเวลาไม่ถึง 5 นาทีด้วยซ้ำ ทำให้การเล่นเกมนี้สนุกมันจะไปอยู่ตรงได้เห็นผลลัพธ์ต่าง ๆ จากภัยพิบัติที่ตัวเกมใส่เอาไว้ให้ผู้เล่นได้ตื่นตาตื่นใจในช่วงแรก ๆ และพอได้เห็นครบทุกอย่างก็คือเบื่อและไม่อยากเล่นต่อไปเลย แต่ทว่านี่ก็เป็นเกมฟรีและไม่ได้กินพื้นที่โทรศัพท์สักเท่าไหร่การที่จะโหลดเกมนี้ติดเครื่องไว้เผื่อเล่นตอนว่าง ๆ เข้ามาทำลายโลกเล่นฆ่าเวลาก็ดูเหมือนจะเป็นความคิดที่เข้าท่าเหมือนกัน

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส