[REVIEW] HALF-LIFE: ALYX นี่ไม่ใช่แค่เกม VR ที่ดีที่สุด มันคือเกมที่สร้างมาพลิกวงการ FPS

ใครจะไปเชื่อว่าเลข “3” ที่เป็นมุกตลกโปกฮาในหมู่แฟนเดนตายของ HALF-LIFE มาเนิ่นนานนับ 10 ปี จะมีวันที่มันกลายสภาพออกมาเป็นเกมให้เล่นได้จริง ๆ ถึงแม้มันจะไม่ได้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า HALF-LIFE 3 ก็เหอะ แต่แค่มีเกม HALF-LIFE ใหม่ออกมาจากมือทีม VALVE ก็เป็นเรื่องเหลือเชื่อแค่ไหนแล้ว​ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าจะเซอร์ไพรส์หลายคนมากกว่านั้นก็คือมันดันออกมาเป็นเกมสำหรับแพลตฟอร์ม VR เท่านั้นนี่สิ เจอแบบนี้เข้าไป แฟนซีรีส์ที่มีความหวังก็คงจะรู้สึกเหมือนโดนทีม VALVE ตุ๊ยท้อง จับยกขึ้นเหนือหัว แล้วทุ่มลงมาชันเข่าให้หลังหัก

อย่าเพิ่งรีบด่า VALVE จ้า เขามีเหตุผลของเขาอยู่

แต่เดี๋ยวก่อน! ก่อนที่พวกเราจะเริ่มสาปส่งทีม VALVE กันอีกรอบ (หลายคนน่าจะจัดชุดใหญ่กันไปแล้วตอนเขาเปิดตัวว่าเกมภาคนี้จะเป็นเกม VR)​ ลองมาฟังคำแก้ตัวจากหนึ่งในแฟนเดนตายของซีรีส์ที่โชคดีได้เล่นเกม HALF-LIFE: ALYX กันก่อนมั้ย สารภาพเลยว่าตอนแรกผมก็เป็นเกมเมอร์คนหนึ่งที่อยากให้ HALF-LIFE ภาคใหม่ออกมาเป็นวิดีโอเกมธรรมดาบน PC หรือเครื่องคอนโซลไม่ต่างจากเรา ๆ ท่าน ๆ นี่แหละ แต่หลังจากหมดเวลาชีวิตไปกับโลกเสมือนจริงกว่า 20 ชั่วโมง น้อง ALYX ก็ได้เบิกเนตรให้ผมเห็นสิ่งที่ VALVE ต้องการจะนำเสนอสู่วงการเกม และมันยิ่งใหญ่ทะเยอทะยานเกินกว่าที่เกม FPS บนหน้าจอแบน ๆ จะสามารถมอบให้เกมเมอร์ได้… 

ได้เวลากลับสู่บ้านหลังแรกกันแล้วสินะ คอเกม FPS ทั้งหลาย

ขอเชิญเข้าสู่นคร CITY-17 ที่สมจริงที่สุด

เหตุการณ์ในเกม HALF-LIFE: ALYX เกิดขึ้นก่อน HALF-LIFE ภาคสองเป็นเวลา 5 ปี ซึ่งแทนที่คุณจะได้สวมบทเป็นนักวิทยาศาสตร์แว่นสายบู๊ “Gordon Freeman” เหมือนเดิม ภาคนี้คุณจะได้เล่นเป็น Alyx Vance คู่หูสาวนักบู๊ของนาย Freeman ในภาคสองแทน คุณจะได้เห็นเธอคนนี้ออกผจญภัยฝ่าเหล่าเอเลียน เรียนรู้วิธีการต่อสู้กับกองกำลัง Combine จนเก่งขึ้นเรื่อย ๆ และได้ออกสำรวจนคร City-17 ในมุมที่ไม่เคยเห็นมาก่อนด้วยสายตาของคุณเอง

ยังขาเรียวสวยเหมือนเดิมนะ Strider

ยามที่คุณได้ก้าวเข้าสู่นคร City -​17 ในสายตาน้อง ALYX เป็นครั้งแรก ความรู้สึกแวบแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวคือความอึ้งทึ่งเหมือนกับตอนที่ได้เล่นเกม HALF-LIFE 2 เป็นครั้งแรกเมื่อ 17 ปีที่แล้ว สถาปัตยกรรมตึกรามบ้านช่องสไตล์รัสเซียที่ดูสวยแบบเรียบ ๆ บรรยากาศบ้านเมืองที่อาบแสงอาทิตย์สีเหลืองนวลสบายตา ตัดกับเครื่องจักรสีดำทะมึนรูปร่างประหลาดของเหล่าเอเลียน Combine ที่กระจายให้เห็นอยู่ทุกซอกทุกมุม องค์ประกอบเหล่านี้จะดึงความทรงจำของเกมเมอร์รุ่นเยาว์ในตัวคุณจนพรั่งพรูออกมาไม่ยั้ง 

บรรยากาศในนคร City-17 ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปร

สิ่งที่คุณอาจไม่ทันสังเกตเห็นก็คือนครแห่งนี้เต็มไปด้วยรายละเอียดขององค์ประกอบปลีกย่อยมากมายมหาศาล ที่สำคัญเมือง City-17 ยังได้รับการแปลงโฉมแบบยกเครื่องใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้า สวยขนาดที่ว่าหากนำไปเทียบกับเกม FPS เกมอื่น HALF-LIFE: ALYX ก็ยังถือเป็นหนึ่งในเกมที่มีงานภาพกราฟิกสวยงามที่สุดในวงการอยู่ดี ทุกมุมของเมืองดูสวยงามตระการตาไปหมด ไม่ว่าจะเป็นแค่ตึกรามบ้านช่องเรียบ ๆ รังเอเลียนที่เต็มไปด้วยเฮดแคร็บซอมบี้ หรือเครื่องจักรสีดำขนาดมหึมาของ Combine ก็ตาม ทั้งหมดนี้ต่างได้รับการออกแบบมาอย่างใส่ใจเพื่อให้ดูสมจริงที่สุดในสายตาผู้เล่น และเพื่อช่วยให้เกมเมอร์อย่างเราสามารถหลอกตัวเองได้อย่างเต็มที่ว่าเราได้หลุดเข้าไปอยู่ในโลกของ HALF-LIFE จริง ๆ แฟนบางคนที่ได้ลองหรือได้ดูเกมเพลย์ของเกมนี้ผ่าน Youtube อาจจะรู้สึกว่านคร City-17 ยังคงเหมือนกับตอนที่พวกเขาเห็นมันครั้งแรกใน HALF-LIFE 2 ไม่ผิดเพี้ยน แต่เชื่อเถอะว่ามันต่างจากเดิมราวฟ้ากับเหวเลยครับ

ดาหน้ากันเข้ามาเลยเจ้าพวกเอเลี่ยน!

ยกระดับฉากแอ็กชันด้วย VR

ถ้าคุณคิดว่าแค่ได้เดินชมเมือง City-17 แบบงาม ๆ ใน VR ก็น่าจะคุ้มกับราคาค่าเกม 699 บาทแล้ว งั้นขอให้ลองสัมผัสฉากแอ็กชันในเกมนี้ก่อนครับ แล้วจะรู้ซึ้งว่าที่ HALF-LIFE: ALYX ต้องออกมาเป็นเกม VR มันไม่ใช่แค่ Gimmick โดยเฉพาะเกมเพลย์การยิงปืนใน VR นี่เรียกได้ว่าเปลี่ยนจากเกม FPS ทั่วไปแบบหน้ามือเป็นหลังเท้า ทั้งในแง่ประสบการณ์การเล่นที่คุณจะได้รับและกลยุทธ์ที่ต้องใช้เพื่อรับมือศัตรู อย่าคิดจะหวังพึ่งแค่ปุ่ม WSAD หรือปุ่ม R ได้อีกต่อไป เพราะคราวนี้คุณน่ะแหละที่ต้องลงมือทำด้วยตัวเองทั้งหมด จริงอยู่ที่ว่าการเคลื่อนที่ในเกมยังคล้ายเกมแอ็กชันทั่วไป (ผู้เล่นใช้แกนอะนาล็อกบนจอย VR ขยับให้เดินหน้าหลังซ้ายขวา หรือจะเลือกโหมดเคลื่อนที่แบบวาร์ปเพื่อลดอาการอ้วกแตกก็ได้ หรือหากคุณมีห้องขนาดใหญ่พอจะเดินเอาเองเลยก็ยังได้!)​ แต่การยิงปืนนี่เรียกได้ว่าโดนเปลี่ยนแบบยกเครื่อง 

การเติมกระสุนปืนในเกมนี้เกือบจะเป็นมินิเกม Puzzle ได้แล้ว

แทนที่คุณจะใช้เมาส์หันหัว คุณต้องหันด้วยหัวตัวเอง แทนที่จะใช้เมาส์เล็งยิง คุณก็ต้องใช้มือทั้งสองกับตาของคุณเล็งเองอีกนั่นแหละ และแทนที่คุณจะจิ้มปุ่ม R เพียงปุ่มเดียวเพื่อให้ตัวละครของคุณเปลี่ยนแม็กกาซีนปืนแบบรวดเร็วจนแทบมองไม่ทัน คราวนี้คุณต้องทำทุกอย่างเองแล้วจ้า เริ่มตั้งแต่ปลดแม็กกาซีนเก่าออกมาก่อน แล้วก็หยิบแม็กกาซีนใหม่ออกมาจากเป้ด้านหลัง ใส่แม็กกาซีนใหม่เข้าไปในช่องเติมกระสุน แล้วก็ต้องอย่าลืมขึ้นลำปืนด้วยนะ (กรณีที่คุณยิงจนกระสุนในรังเพลิงหมดเกลี้ยงอะนะ)​ แค่ฟังก็เหนื่อยแล้วใช่มั้ย ขอบอกว่าตอนทำจริงเหนื่อยกว่าและงงกว่านี้อีกครับ การที่ต้องทำอะไรเองทั้งหมดแบบนี้อาจทำให้คอเกม FPS หลายคนใจฝ่อกันได้ เพราะทักษะเฮดช็อตสุดเทพที่คุณเคยมีมันแทบจะไร้ประโยชน์สิ้นดีในเกมนี้ครับ

แต่ถ้าคุณเติมกระสุนได้คล่องเมื่อไหร่จะรู้สึกเทพขึ้น 200%

ถึงจะฟังดูยุ่งยาก (ตอนเล่นช่วงแรก ๆ มันก็ยากจริงน่ะแหละ)​ แต่พอทำได้คล่องเมื่อไหร่คุณจะรู้สึกเทพจนหลอกตัวเองได้ว่าตูคือเฮียคีนูใน JOHN WICK นี่นา ความละเอียดของเกมเพลย์ที่สลับซับซ้อนมากกว่าเกม FPS ทั่วไปไม่ได้เป็นข้อเสียที่ทำให้เกมเล่นยากเพียงอย่างเดียว มันกลับเข้ามาช่วยเพิ่มความลุ่มลึกให้กับเกมในอีกหลายมิติ ตอนนี้คุณสามารถคุกเข่าหลบหลังที่กำบังแล้วเอี้ยวหัวออกมายิงศัตรูได้ด้วยตัวเอง นั่งค้นหาสไตล์การเปลี่ยนแม็กกระสุนที่รวดเร็วที่สุดของตัวเองให้เจอ หรือจะยื่นมือออกไปจับเฮดแคร็บกลางอากาศแล้วค่อยยิงซ้ำจนตายก็เอาเลย สิ่งละอันพันละน้อยที่แฝงอยู่ในทุกองค์ประกอบของเกมเพลย์ทำให้ HALF-LIFE: ALYX มอบประสบการณ์เหมือนกับการเล่นในสนาม Paint Ball, BB Gun หรือ Laser Tag มากกว่าเล่นเกม First Person Shooter ซะอีก แถมยังเป็นสนามที่ได้รับการออกแบบมาอย่างประณีตซะด้วย

ใบหน้าของตัวละครหลักในเกมนี้นี่ละเอียดอย่างกับคนจริง

เก็บงานเนียนกริ๊บเพื่อความอินขั้นสุด

อีกหนึ่งจุดที่เด่นกระแทกตาตั้งแต่เปิดเกมก็คือความทุ่มทุนของ HALF-LIFE: ALYX นี่แหละ ทุกองค์ประกอบหลักของเกมทั้งในแง่ภาพ เสียง เกมเพลย์ บทตัวละคร ต่างได้รับการออกแบบมาอย่างใส่ใจ เสียงเอฟเฟกต์ของปืนแต่ละกระบอกก็ฟังดูหนักแน่น เพลงประกอบก็สนุกสะใจ เข้ากับสถานการณ์ตรงหน้า และเต็มไปด้วยกลิ่นอายของเพลง HALF-LIFE ภาคเก่า เรียกได้ว่าเกมนี้เก็บงานออกมาได้เนี้ยบมาก เนียนซะจนทำเอาเกม VR ดี ๆ เกมอื่นดูหมองไปตาม ๆ กันเลยทีเดียว ที่สำคัญกว่าคือทีม VALVE ยังขัดโค้ดเกมออกมาซะจนเงาวับจนแทบจะหาบั๊กไม่เจอ (อาจจะมีโมเดลตัวละครยื่นแขนขาทะลุกำแพงบ้างอะไรบ้าง)​ ถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมมากในยุคสมัยที่เกมฟอร์มยักษ์มักจะออกมาพร้อมบั๊กตัวมหึมาเกลื่อนกลาดเต็มเกม ซึ่งการเก็บงานทุกเม็ดของทีมพัฒนาก็ยิ่งช่วยให้เกมเมอร์อย่างเราอินกับโลกของ HALF-LIFE ได้ดียิ่งขึ้นตามไปด้วย เพราะทุกอย่างดูราบรื่นไปหมดไม่มีบั๊กกระโดดออกมาขัดอารมณ์

ใครชอบฉากสยองนี่เตรียมเฮได้เลย ส่วนใครขวัญอ่อนก็ทน ๆ เล่นไปเหอะ เดี๋ยวก็ผ่าน

ส่วนในด้านความเล่นแล้วอินนี่ สำหรับใครที่ชอบความ ตื่นเต้น ลุ้นระทึกแบบกระชากใจ คงจะโดนใจกับเกมนี้ไม่น้อย เพราะ HALF-LIFE: ALYX มีฉากแนวระทึกขวัญเยอะมาก เยอะพอ ๆ กับฉากแอ็กชันในเกมนี้เลยด้วยซ้ำ จนอดสงสัยไม่ได้ว่านี่คือเกมแนวสยองขวัญหรือเกมเดินหน้าฆ่ามันกันแน่ ข้อดีก็คือความน่ากลัวและความลุ้นระทึกทั้งหลายถือเป็นจุดเด่นของการเล่นเกมในแบบ VR เนื่องจากคุณจะต้องบังคับตัวเองให้เผชิญกับความสยองตรงหน้าประหนึ่งว่าคุณได้เจอกับตัวจริง ๆ ซึ่งทำให้มันเป็นเหมือนเครื่องเทศที่มาปรุงแต่งให้ประสบการณ์เล่นเกมของคุณสนุกได้อารมณ์มากขึ้น

นาย G-Man กลับมาแล้ว กลับมาพร้อมกับปริศนาใหม่ที่จะทำให้เกมเมอร์งงงวยยิ่งกว่าเดิม

นอกจากนี้ โหมดเนื้อเรื่องในเกมยังมีความยาวมากกว่า 10 ชั่วโมง แต่ละฉากจะค่อย ๆ พาผู้เล่นไปพบกับความท้าทายรูปแบบใหม่ทีละสเต็ปตามสไตล์เกม HALF-LIFE และพาไปสู่ฉากบู๊ล้างผลาญในช่วงท้ายที่จะให้คุณได้งัดทุกกลยุทธ์ VR ที่สั่งสมมาออกมาใช้ แคมเปญของ ALYX ถือว่าค่อนข้างยาวมากหากเทียบกับเกม VR ด้วยกัน หรือแม้แต่เทียบกับเกม FPS เกมอื่นก็เหอะ ที่สำคัญเนื้อเรื่องยังเล่าได้ดี เรียบง่ายตรงไปตรงมา แต่ก็หักมุมได้โดนใจ ประหนึ่งใช้หมัดอัพเปอร์คัตเสยเข้าคางเกมเมอร์จนหงายหลัง รับรองว่าตอบโจทย์แฟนซีรีส์ที่รู้สึกค้างคาจากตอนจบของ HALF-LIFE: Episode 2 ได้ดีนักแล แต่ทันทีที่เล่นจบคุณจะร้องหาเลข 3! 3! 3! ต่อแทบจะทันที  

นี่คือภาพจำลองเหตุการณ์ตอนที่คุณนั่งติดตั้ง VR และพยายามต่อสายเข้ากับ PC ของตัวเอง

ความล้ำที่เกินความพร้อมของเกมเมอร์

ชมเปาะมาตัั้งขนาดนี้ หลายคนอาจจะเริ่มนึกว่านี่มันคือเกมเดินหน้ายิงที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่เคยมีมาบนโลกเลยนี่หว่า! แต่โลกนี้ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบหรอกครับ HALF-LIFE: ALYX ก็เช่นกัน โดยเกมนี้มีปัญหาที่มีผลต่ออารมณ์การเล่นประมาณ 2 เรื่อง และแต่ละเรื่องยังไม่ใช่ปัญหาเล็ก ๆ 

เสียไปครึ่งแสน แขนน้อง Alyx ก็ไม่ได้จับ

เรื่องแรกเลยก็คือคุณต้องลงทุน (และลงแรง) ​สูงมากเพื่อให้ได้รับประสบการณ์เกมเพลย์สุดล้ำแบบที่ทีม VALVE เขาตั้งใจออกแบบมา อย่างที่บอกไปแล้วว่าเกมนี้ภาพสวยมาก ๆ ซึ่งมันก็ต้องแลกด้วยการที่เกมกินสเปกเครื่องสูงมากเช่นกัน แถมการที่มันเป็นเกม VR ยิ่งทำให้คุณไม่สามารถทนเล่นเกมนี้ที่เฟรมเรตต่ำกว่า 60-70 FPS แบบเกมทั่วไปได้ เชื่อเถอะว่าตาของคุณจะจับได้แน่นอน หลังจากนั้นสมองของคุณก็จะรู้สึกตะหงิด ๆ ว่ามันมีอะไรแปลก ๆ แล้วร่างกายคุณก็จะออกอาการคลื่นไส้อย่างรวดเร็ว 

อย่างไรก็ตาม หากเครื่อง PC คุณผ่าน System Requirement ที่เกมกำหนด เกมก็จะสามารถเล่นได้ลื่นไหลไร้กังวล แต่ถ้าคุณยังใช้ CPU ตัวเก่าที่เก่ากว่า i5-7500 หรือ Ryzen 5 1600 ก็คงได้เวลาอัปเกรดกันแล้ว ซึ่งถ้าลองคำนวนคร่าว ๆ ต้นทุนที่คุณต้องลงเงินไปเพื่อให้เล่นเกมนี้ได้ก็คงประมาณ 40,000 บาทล่ะมั้ง (ค่าอัพเกรด PC คงประมาณ 20,000 บาท บวกค่าแว่น VR อย่าง Oculus Quest 2 ที่ราคาเริ่มต้นประมาณ 15,000 บาทในไทย ไหนจะยังมีค่าเกมและค่าสาย USB TYPE-C แบบยาว ๆ อีก)​ 

ใครธาตุอ่อน เจอฉากแบบนี้ไปนี่มีเมา

ยังไม่จบ การติดตั้ง VR สำหรับเล่นบน PC นั้นไม่ได้ง่ายดายเหมือนซื้อคอนโซลเครื่องใหม่มาตั้งแล้วก็จบนะครับ คุณต้องเคลียร์พื้นที่ในห้องสำหรับเอาไว้ใช้เล่น VR ก่อน แล้วก็ต้องตั้งค่าอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ของตัวแว่น หลังจากนั้นก็ต้องมานั่งลงซอฟต์แวร์ VR แล้วก็ต้องมานั่งศึกษาอีกว่าค่าไหนคืออะไร ต่อให้เป็นแว่น Oculus Quest 2 ที่มีคนบอกว่าใช้งานง่ายแสนง่ายก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดหรอกครับ นอกจากนี้คุณยังไม่มีทางรู้เลยว่าร่างกายของคุณจะออกอาการ “เมา VR” หนักแค่ไหนจนกว่าจะได้ลองเล่นเอง ซึ่งหากใครเมาหนักขนาดคลื่นไส้ก็คงจะเล่น HALF-LIFE: ALYX ได้ครั้งละแป๊บเดียวเท่านั้น 

ปืน 3 แบบ กับระเบิดอีก 2 ชนิด ทำไมมันน้อยจัง…

ปัญหาเรื่องที่สองคือถึงแม้เกมนี้จะดูทุ่มทุนสร้างมาก ๆ แต่พอเล่นจบแล้วจะรู้เลยว่าทีม VALVE เขากั๊กในหลายจุด งานออกแบบฉากถึงจะละเอียดมาก แต่ก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่อลังการขนาด HALF-LIFE 2 ตรงกันข้าม ALYX ให้อารมณ์เหมือนกับเกม HALF-LIFE ภาคแรกที่สลับมาใช้ฉากหลังของภาค 2 มากกว่า อาวุธก็น้อยกว่าที่คิด ถึงจะสามารถให้ผู้เล่นอัปเกรดอาวุธได้ แต่มีปืนให้ใช้แค่ 3 กระบอกก็น้อยไปหน่อยนะ แถมยังไม่มีอาวุธประชิดตัวหรือปืนที่ต้องถือสองมือ ส่วน AI ศัตรูก็ไม่ได้ฉลาดมาก มักจะเดินทื่อ ๆ เข้ามาหาคุณท่าเดียว ทั้งหมดนี้ทำให้รู้สึกว่าเกมไม่ค่อยกล้าเสี่ยงกับการลองของใหม่ในภาคนี้เท่าไหร่ น่าจะเป็นเพราะทีมพัฒนาต้องการให้ ALYX เป็นเกม VR ที่เข้าถึงง่ายกับผู้เล่นทุกเพศทุกวัยให้มากที่สุด หรืออาจจะเพราะพวกเขาเก็บไว้ใส่แบบจัดเต็มในภาคต่อไปรึเปล่านะ? 

พร้อมจะก้าวเข้าสู่อนาคตของเกม FPS กันรึยัง?

ก้าวแรกอันยิ่งใหญ่สู่ยุคใหม่ของเกมเดินหน้ายิ

ถึงแม้น้องนาง ALYX จะทำตัวค่อนข้างเย่อหยิ่งให้เข้าถึงยากบ้าง (ค่าตัวเธอประมาณ 40,000 บาท…)​ มีเรื่องจุกจิกกวนใจเราเล็ก ๆ น้อย ๆ บ้าง (เกมไม่มีปุ่มวิ่ง ไม่มีอาวุธไฮไลต์อย่าง Gravity Gun ศัตรูบางตัวก็ได้สู้แค่แป๊บเดียว ฯลฯ)​ แต่ปัญหาเล็กน้อยของน้องก็ถือว่าคุ้มค่ามากสำหรับการได้สัมผัสเกม HALF-LIFE ภาคใหม่ที่ไม่ซ้ำกับเกมไหนจริง ๆ มันคือประสบการณ์เล่นเกมเดินหน้ายิงที่เต็มไปด้วยฟีเจอร์สุดล้ำแห่งอนาคต หากคุณได้ลองเดินด้วยสองเท้าและเล็งยิงด้วยสองมือของตัวเองในเกม FPS แล้วจะประจักษ์ว่านี่เป็นประสบการณ์ความสนุกอีกระดับเลยล่ะครับ มันเป็นประสบการณ์ที่สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น มีทางเดียวคือคุณต้องมาสัมผัสเองเท่านั้น สุดท้าย ทีม VALVE ก็ไม่ทำให้พวกเราผิดหวังอีกแล้ว พวกเขายังคงทำสิ่งที่ตัวเองถนัดได้อย่างยอดเยี่ยมไม่เสื่อมคลาย สิ่งนั้นก็คือการพัฒนาเกม HALF-LIFE ภาคใหม่ให้ออกมาปฏิวัติวงการ เฉกเช่นที่พวกเขาเคยทำมาทุกครั้งนั่นเอง

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

[REVIEW] HALF-LIFE: ALYX นี่ไม่ใช่แค่เกม VR ที่ดีที่สุด มันคือเกมที่สร้างมาพลิกวงการ FPS
HALF-LIFE: ALYX
นี่คือเกม VR ที่ดีที่สุด และเป็นหนึ่งในเกม FPS ที่ล้ำหน้าที่สุดเท่าที่เคยมีมา
คะแนนจากผู้อ่าน6 Votes
9.4
จุดเด่น
เกมเพลย์การยิงปืนที่เหนือชั้น
ความอิน ความระทึก และความตื่นเต้นที่หาไม่ได้จากเกม FPS เกมอื่น
ภาพสวย เก็บงานเนี้ยบ ดูก็รู้ว่าทุ่มทุนสร้าง
เล่าเรื่องได้สนุกน่าติดตาม
จุดสังเกต
ต้องลงทุนและลงแรงสูงมากกว่าจะเล่นได้
มีอาวุธให้ใช้น้อยและ AI ศัตรูทึ่ม
VALVE ไม่ได้ปล่อยของออกมาหมดในภาคนี้
9