[รีวิวเกม] WONDER BOY Asha in Monster World แอ็กชันแนว Metroidvania ที่เรียบง่ายแต่สนุก

จุดเด่น
แอ็กชันแนว Metroidvania ที่สนุกลงตัว
ตัวละครน่ารัก ไม่มีพิษภัย
จุดสังเกต
ไม่มีอะไรแปลกใหม่แทบจะเหมือนต้นฉบับ
กราฟิกธรรมดาไปหน่อย
7.5

ยังคงมาต่อเรื่องกับการขุดเอาเกมเก่าในตำนานมาสร้างภาคใหม่ในรูปแบบรีเมค และรีมาสเตอร์ ที่บางเกมก็ห่างหายไปยาวนานมาก หรือบางเกมก็มีภาคต่อออกมาตลอดแต่ก็เงียบ ๆ ไม่ได้โด่งดังเท่ากับต้นฉบับและล่าสุดกับการเปิดตัวเกมคลาสสิก WONDER BOY Asha in Monster World ที่ถูกรีเมกใหม่ลงบนคอนโซลอย่าง PS4 , Nintendo Switch และ พีซี

โดยเกม WONDER BOY Asha in Monster World เป็นการรีเมกนำมาสร้างใหม่หมดของเกมเก่าเก็บอย่าง Monster World 4 ที่ออกบน Mega Drive ในปี 1994 มาทำใหม่ที่เป็นการเปลี่ยนชื่อเกมไปแต่ยังคงอยู่ในซีรีส์เดียวกัน ที่มีประวัติมายาวนานกว่า 30 ปีแล้ว และยังแยกย่อยออกไปอีกหลายเกม เช่นซีรีส์ของค่าย Hudson Soft’s อย่าง Adventure Island ก็มีความเกี่ยวข้องกับเกม WONDER BOY ด้วย แม้ว่าภาค Asha in Monster World อาจจะไม่ได้โด่งดังมากมายแต่ก็มีความโดดเด่นจนมีการเอามาทำใหม่บนคอนโซลยุคใหม่

กราฟิกและเพลงประกอบออกแบบโดยอิงจากของเดิม

แน่นอนว่า WONDER BOY Asha in Monster World มันเป็นการรีเมกไม่ใช่รีมาสเตอร์ ทีมงานสร้างต้องทำกราฟิกของเกมมาใหม่หมด โดยมีการนำออกมาเป็นการ์ตูนที่ดูน่ารักแบบ SD แบบเซลเฉดที่มีความคมชัดระดับ HD แต่มันดูขาดรายละเอียดไปพอสมควร เพราะทั้งฉากและตัวละครดูเรียบ ๆ เฉดสีที่ใส่เข้ามาดูไม่ละเอียด การเคลื่อนไหวก็ดูแข็ง ๆ ไปหน่อยหากเทียบกับมาตรฐานในตอนนี้แล้วถือว่าธรรมดามากเกมบนสมาร์ตโฟนยังภาพสวยกว่านี้ด้วยซ้ำ เช่นเดียวกับเพลงประกอบที่มีการเอาของเดิมบน Maga Drive มาทำเสียงใหม่โดยใช้เพลงเดิม ซึ่งของเดิมทำได้เรียบ ๆ ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นในยุคนั้น ยิ่งทำให้เพลงประกอบใน WONDER BOY ฉบับรีเมกดูเรียบและจืดเกินไปแม้จะปรับแต่งใหม่แล้วก็ตาม

รูปแบบการเล่น แอ็กชัน 2D แนว Metroidvania

WONDER BOY Asha in Monster World เป็นเกมแนวแอ็กชัน 2D เน้นสำรวจหรือที่เรียกว่าแนว Metroidvania มาตั้งแต่ต้นฉบับบน Mega Drive แล้ว และการรีเมคครั้งนี้คือการเอาของเดิมมาสร้างภาพใหม่ แทบไม่ได้เปลี่ยนอะไรมากทำให้รูปแบบการเล่นยังคงเหมือนเดิม ซึ่งมันกลายเป็นข้อดีไปเพราะแนว Metroidvania กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง โดยตัวละครหลักจะเป็นสาวน้อยนาม Asha ที่เธอต้องออกเดินทางไปช่วยเหลือเหล่ามอนสเตอร์ในตำนานที่ถูกจับตัวไว้ ความจริงแล้วเกมน่าจะใช้ชื่อ Monster World มากกว่าด้วยซ้ำ

ฉากในเกมยังคงเหมือนเดิมที่เป็น 2D มุมมองด้านข้าง แต่มันดูมีมิติกว่าต้นฉบับ และมีการเดินเข้าไปภายในประตูที่ในภาครีเมกปรับภาพให้ดูมีมิติมากกว่าต้นฉบับ คล้ายกับแนว 2.5D และทำให้ฉากในเกมมีความซับซ้อนพอสมควร เพราะเราต้องออกค้นหาไอเทม หรือตัวละครสำคัญในการดำเนินเนื้อเรื่อง โดยเกมจะแบ่งฉากเมืองขนาดใหญ่ ที่แม้จะเป็น 2D แต่ก็มีการโดดเข้าไปในฉากหลังทำให้มันมีอะไรให้สำรวจมากมาย และเมื่อทำเนื้อเรื่องที่มีทั้งหาของ และมีการซื้อขายไอเทม และมีจุดที่เชื่อมต่อกับฉากหลักที่เราต้องออกไปทำภารกิจเพื่อช่วยมอนสเตอร์ออกมา และเมื่อช่วยมาก็กลับมาทำเนื้อเรื่องและอัปเกรดตัวละคร และแม้เกมจะเหมือนต้นฉบับแต่เรื่องราวในเกมน่าสนใจเพราะมีการหักมุมพอสมควร

ปรับแต่งตัวละครได้แบบเกม RPG

นอกจากจะเน้นสำรวจแบบแนวทาง Metroidvania แล้ว WONDER BOY Asha in Monster World ยังมาพร้อมกับระบบปรับแต่งตัวละครแบบแนว RPG แบบเรียบง่ายเข้าใจง่ายที่มาพร้อมระบบเปลี่ยนอาวุธ , เครื่องป้องกัน และยังเพิ่มค่าพลังชีวิตที่เป็นรูปหัวใจ ได้จากการเก็บไอเทมในฉาก และยังมีการใช้ยาเติมพลังด้วย โดยรวมเหมือนกับเกมแนวแอ็กชันที่ผสมกับ RPG ทั่วไป ไม่ได้โดดเด่นแต่เข้าใจง่าย และมันจำเป็นมากเพราะเราไม่สามารถจบได้ง่ายหากไม่ได้เพิ่มค่าพลังตัวละครเสียก่อน โดยในภาครีเมกนี้มีความแตกต่างจากต้นฉบับตรงที่เวลาเจอบอสในเกมจะมีค่าพลังของบอสให้เราเห็นกันชัด ๆ ด้วยต่างจากต้นฉบับบน Mega Drive ที่ไม่มี

ฉากเน้นแก้ปริศนาและมาพร้อมผู้ช่วย

ส่วนฉากในเกมจะมีจุดศูนย์กลางเป็นเมืองใหญ่ที่มีทั้งปราสาทและหมู่บ้าน และเราจะได้สำรวจไปทั่วได้อย่างอิสระ และจะมีจุดที่วาร์ปเราไปยังด่านหลักที่เต็มไปด้วยศัตรูและบอสรออยู่ท้ายฉาก และเราต้องตะลุยด่านไปจะค่อย ๆ ปลดล็อกสิ่งใหม่ ๆ ทั้งจากการเก็บเหรียญทองไปซื้อของ แน่นอนว่าฉากในเกมไม่ได้เป็นแนวตะลุยด่านเป็นเส้นตรงเท่านั้น ยังมีการแก้ไขปริศนาด้วยเช่นการดับไฟที่คบเพลิงเพื่อเปิดประตูลับ หรือใช้น้ำเพื่อดับไฟที่ขวางทางอยู่ ที่ไม่ได้ซับซ้อนมากนักแต่ก็ต้องใช้หัวคิดและการอ่านคำบอกใบ้กันพอสมควร และเน้นว่าต้องอ่านและตีความคำใบ้เท่านั้น เพราะเกมแทบไม่ได้มีจุดอะไรบอกกันแบบตรง ๆ เลย อย่างไรก็ตามหากเล่นไม่ผ่าน ให้ไปหาบทสรุปของต้นฉบับบน Mega Drive ก็ได้เพราะมันเหมือนกัน

นอกจากนี้ใน WONDER BOY ฉบับรีเมคยังมาพร้อมกับผู้ช่วยเป็นน้องมอสเตอร์อ้วนกลมนาม Pepelogoo ที่เป็นผู้ช่วยของสาวน้อย Asha ที่มันจะมาช่วยเราโดยการให้เกาะตัวแล้วจะร่อนกลางอากาศได้พักหนึ่ง และกระโดดได้ 2 จังหวะรวมทั้งยังช่วยเราแก้ปริศนาในเกมได้เช่นช่วยกดปุ่มที่ซ่อนไว้เพื่อเปิดประตู หรือช่วยดับไฟ นอกจากนี้ Pepelogoo ยังสามารถอัปเกรดเลเวลได้และเพื่อเพิ่มค่าพลังด้วยการกินผลไม้วิเศษแล้วมันจะตัวโตขึ้น และอีกข้อคือการที่ตัวมันใหญ่ขึ้นจะมีผลกับตอนจบของเกมด้วยใครอยากรู้ก็ต้องเล่นให้จบแต่มีอะไรให้ประทับใจแน่

โดยรวมแล้วเกม WONDER BOY Asha in Monster World อาจจะดูธรรมดาไปหน่อยหากมองที่กราฟิก และรูปแบบการเล่นภายนอก แต่ด้วยแนวทาง Metroidvania ที่กลับมานิยมอีกครั้งถือว่าน่าสนใจไม่น้อย แม้ว่าเกมไม่ค่อยยาวหากเทียบกับมาตรฐานในยุคนี้ และมันอาจไม่ซับซ้อนเท่าแนว Metroidvania เทพ ๆ หลายเกมแต่ก็ถือว่าดูดีและมีการเคารพต้นฉบับบน Mega Drive เพราะมันแทบจะถอดแบบมาจากต้นฉบับ Monster World 4 แทบจะทุกอย่าง ถือว่าคุ้มค่าหากเทียบกับราคาขายที่ไม่ได้แพงมาก ใครชอบแอ็กชัน RPG เน้นสำรวจมันก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส