[รีวิวเกมมือถือ] “Chameleon Run” วิ่งเปลี่ยนสี ไหวพริบไม่ดี มีหัวร้อน!!

คะแนนจากผู้อ่าน6 Votes
7.7
8.9

มีหลายต่อหลายครั้งที่ผมมองหาเกมมือถือสักเกมเล่นหวังแค่เล่นเอาเพลิน ๆ ง่าย ๆ ไว้สำหรับแก้เบื่อ แต่กลับโดนภาพตัวอย่างหลอกมองดูครั้งแรกเหมือนจะง่าย แต่พอเอาเข้าจริงมันเล่นยากกว่าภาพที่เห็นเยอะพอสมควรเลย ใช่ครับ “Chameleon Run” เกมที่ผมได้นำมารีวิวในครั้งนี้ก็เป็นแบบนั้นเลย แค่เกมแนว platform มีปุ่มให้กดแค่ไม่กี่ปุ่มแบบนี้ ก็ทำเอาผู้เล่นหัวร้อนจนอยากจะกรี๊ดได้เลย แต่บอกก่อนเลยนะว่านี่ไม่ใช่เกมที่แย่หรือไม่สนุก ตรงข้ามเลยเกมเพลย์ของมันล้ำและครีเอตแบบสุด ๆ เอาซะเล่นเพลินจนวางจอยไม่ลงกันเลยทีเดียว

Chameleon Run – Official Trailer

สามารถหาเล่นได้ทั้ง Androi และ iOS

Androi

iOS

GAME ABOUT

“Chameleon Run” คือเกมแนว platform ที่ถูกพัฒนาโดย Noodlecake Studios Inc เป้าหมายของเกมเพลย์ค่อนข้างจะเป็นอะไรที่เข้าใจง่าย ๆ นั่นก็คือผู้เล่นจะต้องวิ่งผ่านสิ่งกีดขวางที่อยู่ตรงหน้าเพื่อไปให้ถึงเส้นชัย เล่นจบเป็นด่าน ๆ ไปและค่อย ๆ ไต่ระดับความท้าทายที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ แต่ทว่าตัวเกมก็มีลูกเล่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวนั่นก็คือการเล่นกับสี 2 สีที่ต้องสลับสับเปลี่ยนไปตามเส้นทางวิ่งเหมือนกับ กิ้งก่าคาเมเลียน นั่นเอง

GAME PLAY

ควบคุมง่ายผ่านแค่ 2 ปุ่มกด

ข้อแรกมาเริ่มกับระบบควบคุมภายในเกมนี้กันก่อนเลย ซึ่งขออธิบายให้เข้าใจตรงกันแบบง่าย ๆ ก่อนว่าเกมนี้คือเกมตะลุยด่านที่ให้เราวิ่งไปให้ถึงเส้นชัย แต่ตัวละครเราจะวิ่งของมันเองโดยอัตโนมัติ ผู้เล่นจะทำได้เพียงกระโดด และเปลี่ยนสีตัวละครเท่านั้น ซึ่งผมจะขออธิบายหน้าที่ของ 2 ปุ่มนี้ให้ฟังดังนี้นะครับ

กระโดด

การกระโดดของเกมนี้จะค่อนข้างยืดหยุ่น เราจะสามารถกำหนดระยะกระโดดได้ค่อนข้างหลากหลายระดับเลย ยกตัวอย่างเช่นถ้าเราคลิกทีเดียวตัวละครเราก็จะกระโดดได้สั้น แต่หากเรากดค้างไว้ตัวละครเราก็จะกระโดดได้ไกลมาก ๆ นอกจากนี้ตัวละครเรายังสามารถกระโดดได้ 2 จังหวะอีกด้วย แต่ทว่ามันก็กลายเป็นทำให้เกมเล่นยากกว่าเดิมขึ้นเยอะ และนี่ไม่ใช่ข้อเสียเพราะมันทำให้เกมเพลย์มีมิติเยอะมาก ๆ ผู้เล่นจะต้องคำนวณระยะกระโดดจากอุปสรรคที่อยู่ข้างหน้า ซึ่งแน่นอนว่าเกมมันไม่ได้มีไกด์ให้เรา ผู้เล่นจะต้องกะจังหวะด้วยสายตาตัวเองล้วน ๆ ซึ่งกว่าจะชินก็ต้องเล่นแบบตายซ้ำตายซากสังเวยไปหลายชีวิตเลยล่ะ

เปลี่ยนสีตัวละคร

อีก 1 ระบบถือเป็นรูปแบบเกมเพลย์ที่เป็นไฮไลต์ของเกมนี้เลยก็ว่าได้ นั่นก็คือการเปลี่ยนสีตัวละครของเรา แต่เปลี่ยนสีไปเพื่ออะไรกันล่ะ? ต้องอธิบายก่อนว่าเกมนี้จะประกอบไปด้วยเส้นทาง 3 สีหลัก ๆ ได้แก่ สีชมพู สีเหลือง และ สีดำ ซึ่งเราจะต้องเปลี่ยนสีตัวละครให้ตรงกับสีเส้นทางที่เราจะวิ่ง เพราะหากสีตัวละครเรากับสีของเส้นทางไม่ตรงกัน นั่นเท่ากับเราจะตายในทันที แต่ทว่าตัวละครเราจะเปลี่ยนได้แค่สีชมพูกับเหลืองเท่านั้น เพราะฉะนั้นสีดำคือสีต้องห้ามที่ห้ามไปแตะต้องมันโดยเด็ดขาด เจอคือหลบอย่างเดียวเท่านั้น!!

เกมเพลย์ไวมาก ไหวพริบ สมาธิต้องแน่น

อย่างที่บอกไปว่าเกมนี้ทำได้แค่ กระโดด และ เปลี่ยนสี เท่านั้น ซึ่งฟังดูเหมือนจะเล่นง่ายใช่ไหมล่ะครับ บอกเลยว่าเกมนี้ยากครับ ยิ่งเล่นยิ่งยาก บางด่านนี่ยากจนหัวร้อนเลยด้วย เนื่องจากเกมนี้ค่อนข้างมีเกมเพลย์ที่ไวมาก ไม่รู้ว่าตัวละครเราพี่แกจะรีบวิ่งไปไหน (ฮา) ทำให้จังหวะกระโดดหรือเปลี่ยนสีแต่ละครั้งนี่มีเวลาให้ตัดสินใจแค่แบบแทบจะเสี้ยววิด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นจะเล่นเกมนี้บอกเลยว่าต้องมีสมาธิสูงมาก แต่ก็ถือว่าเป็นการฝึกไหวพริบที่ดี นี่ยังไม่รวมถึงอุปสรรคที่สุดจะครีเอตอื่น ๆ ที่มาขวางทางวิ่งเราอีกนะ

ปล.ถ้าตายในเกมนี้จะต้องกลับไปเริ่มวิ่งใหม่ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของด่านนั้นทุกครั้ง ไม่มีเกิดใหม่ในจุดที่ตาย ไม่มีจุดเช็กพอยต์นะครับผม หากคุณตายก็จำไว้แค่ว่า จงวิ่งใหม่ซะ แล้วอย่าผิดพลาดเหมือนครั้งก่อน

มีชาเลนจ์ท้าทายสายสะสมคะแนน

หลังจากที่อ่านมาถึงตรงนี้ ก็อย่าเพิ่งรีบตัดสินว่าเกมนี้มันจะยากจนไม่น่าเล่นนะครับ เอาจริง ๆ ถ้าแค่วิ่งให้ถึงเส้นชัยมันก็ไม่ได้ยากขนาดนั้นหรอก แต่ความยากของเกมนี้คือการเก็บมิชชันที่แต่ละด่านกำหนดเนี่ยแหละ ซึ่งแต่ละด่านก็จะกำหนดมิชชันให้เราทำแตกต่างกันออกไป เช่น วิ่งถึงเส้นชัยให้ได้โดยที่ไม่กดเปลี่ยนสี เก็บคริสตัลตามทางให้ครบ วิ่งถึงเส้นชัยให้ทันภายในเวลาที่กำหนด เป็นต้น และการทำมิชชันเหล่านี้บอกเลยว่าบางครั้งก็จำเป็น เพราะเราจะต้องใช้แต้ม Chameleon ที่ได้จากการเก็บมิชชันเหล่านี้เพื่อปลดล็อกด่านต่อ ๆ ไป แต่เอาจริงก็ไม่ต้องทำทุกมิชชันก็สามารถปลดล็อกด่านใหม่ ๆ ได้ เก็บเท่าที่เล่นไหวก็พอครับ แต่ถ้าคุณเป็นสายฮาร์ดคอร์อยากเก็บทุกอย่างให้เคลียร์ก็จัดไป เพราะถึงมันจะยากแต่ก็ท้าทายให้เราอยากเอาชนะมันเหมือนกัน

GRAPHIC

ข้อเสียด้านงานภาพของเกมนี้ตัวผมนึกไม่ค่อยออกเลยจริง ๆ แต่ถ้าข้อดีที่สะดุดตาผมตั้งแต่ครั้งแรกที่เริ่มเล่นนั่นก็คือความลื่นไหลของเกมเพลย์ที่ไม่มีจุดสะดุดให้ชวนหงุดหงิดเลย แบบถ้าเล่นแล้วตายจะโทษว่าเกมกระตุกไม่ได้เลยนะ งานฉากงานดีไซน์ก็ถือว่าเรียบ ๆ แต่เหมาะสมแล้ว เพราะผมนึกภาพไม่ออกเลยว่าถ้าเกมดีเทลมันเยอะกว่านี้ผมจะต้องเพ่งสายตาเวลาเล่นขนาดไหน (ฮา) คือแค่นี้ก็โอเคแล้ว ฉากหลังกับเส้นทางที่เราจะต้องวิ่งมีสีตัดกันชัดเจน ทำให้มองค่อนข้างง่าย เล่นแล้วไม่ค่อยปวดตาเท่าไหร่ โดยรวมก็คือยอดเยี่ยมเหมาะสมกับแนวเกมและแพลตฟอร์มที่ลงแล้วครับผม

สรุป

สรุปเกมนี้เหมาะกับใคร? ผมก็มองว่าถ้าใครชอบเกมแนว platform คุณก็น่าจะชอบเกมนี้ ไม่ว่าคุณจะแค่หาเกมเล่นฆ่าเวลาหรือจะหาเกมที่มีความท้าทาย เกมนี้ก็ตอบโจทย์คุณได้หมด เกมเพลย์มีระบบการเล่นที่ไม่ซับซ้อน และมีสไตล์เป็นของตัวเองชัดเจน แม้คุณอาจจะต้องพบเจอกับการตายหลายต่อหลายครั้งจนต้องกลับมาเริ่มวิ่งใหม่ตั้งแต่ต้น แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้คุณรู้สึกเบื่อและมันก็จะรู้สึกดีมากเมื่อคุณก้าวผ่านจุดที่คุณเคยพลาดเหล่านั้นมาได้

ถึงนี่จะไม่ใช่เกมฟรี แต่คอนเทนต์และประสบการณ์การเล่นเกมที่คุณจะได้จากเกมนี้ถือว่าคุ้มค่าเกินราคาที่เสียไปแน่นอน

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

คะแนนจากผู้อ่าน6 Votes
7.7
จุดเด่น
เกมเพลย์เข้าใจง่าน มีความเป็นตัวของตัวเองสูง
ภาพลื่นไหล ไม่มีสะดุด
ด่านสุดครีเอตที่ค่อย ๆ ไต่ระดับความท้าขึ้นเรื่อย ๆ
จุดสังเกต
คุณอาจจะต้องตายซ้ำตายซากเพื่อที่จะผ่านสักด่านนึง ระวังหัวร้อนนะครับผม
8.9