รีวิวเกม Rustler เกมแนว GTA 2 มิติฉบับย้อนไปสู่ยุคกลาง

Rustler
จุดเด่น
ไอเดีย GTA แนวย้อนยุค
รูปแบบการเล่นเข้าใจได้ง่าย
จุดสังเกต
ความเลวร้ายของระบบต่อสู้ที่บังคับยาก
ภารกิจในเกมซ้ำซาก
5.5

เกมแนวโลกอิสระหรือ Open World แบบ GTA ถือว่าเป็นอีกแนวทางของการสร้างเกมที่ยอดนิยมที่ถูกเอามาเป็นต้นแบบ แม้จะสร้างค่อนข้างยากเพราะเต็มไปด้วยฉากกว้าง ๆ ที่เต็มไปด้วยรายละเอียดมากมาย แต่มันเป็นแนวทางยอดนิยมของแฟน ๆ ทั่วโลกที่หากทำได้ถูกใจก็จะขายดิบขายดีทำกำไรได้มากมาย ไม่แปลกใจที่ค่ายเล็กค่ายใหญ่หันมาพัฒนาเกมแนว Open World กันมากขึ้น และล่าสุดมีการเปิดตัว Rustler เกมแนว GTA ที่วางขายบน PS4 , Xboxone , Nintendo Switch และ PC ด้วย

โดย Rustler มาแนวโลกอิสระที่มีความโดดเด่นคือนำเสนอแบบย้อนยุคไปสู่ยุคกลาง หรือประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 5 จนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 15 ที่ยังใช้ดาบ หอก และธนูเป็นอาวุธ แบบโลกในอดีต ถือว่าแปลกแหวกแนวและน่าสนใจเพราะมันบอกตรง ๆ ว่าต้องการเดินตามแนวทาง GTA แบบจัดเต็มไม่ว่าจะเป็นงานออกแบบภาพนิ่งของตัวละครที่แทบจะถอดแบบมาจากหน้าปก GTA รวมทั้งรูปแบบการเล่นแบบ 2 มิติมุมมองด้านบนที่แฟน ๆ ยุคใหม่อาจจะไม่คุ้นแต่แฟนเก่าแก่คงจะรู้ดีว่า GTA สองภาคแรกนำเสนอด้วยมุมมองแบบเดียวกันนี้

กราฟิกแบบ 3D แต่มุมมอง 2D

ภาพใน Rustler นำเสนอแบบเดียวกับ GTA ภาคแรกและภาคสอง คือ 2 มิติมุมองด้านบน เราจะเห็นตัวละครเหมือนมุมมองตรง ๆ จะด้านบนของฉาก ทำให้มันดูเชยมากแต่มันก็เป็นแนวทางของผู้สร้างเพราะต้องการทำเป็นแนวย้อนยุคอยู่แล้ว แต่มันก็ดูเชยไปนิดเพราะฉากในเกมก็โล่ง ๆ ขาดรายละเอียด ตัวละครก็แข็งเหมือนหุ่นที่ทำออกมาได้เชยมาก แถมยังไม่มีปฏิกิริยากับสิ่งแวดล้อมเลย เช่นบางตัวละครเราขี่รถม้าไปชนก็จะไม่เกิดอะไรเหมือนไปชนกับก้อนหิน แตกต่างจาก Open World ทั่วไปที่ตัวละครจะแสดงความรู้สึกกับสิ่งรอบตัว ทำให้มันเหมือนกับเกมบน PC เมื่อ 20 ปีที่และทีมงานไม่ลงทุนเท่าที่ควร เทียบไม่ได้เลยกับรายละเอียดของ GTA Chinatown Wars ที่ออกบน DS เมื่อ 12 ปีก่อน

ส่วนเพลงประกอบ ก็ยังคงเป็นจุดด้อยเช่นเดียวกับกราฟิก เพราะไม่มีเสียงพากย์ มีแต่เสียงตัวละครพูดอู้อี้ฟังไม่รู้เรื่องคล้ายกับเกม Zelda ภาคเก่า แม้ว่ามันจะเปิดตัวมาด้วยคัทซีนที่ใช้คนจริงมาแสดงก็ตาม แต่ก็เหมือนไม่ค่อยลงทุน ฉากหลัก ๆ ใน Rustler จะไม่มีเพลงประกอบมีเพียงเสียงของบรรยากาศซึ่งของคล้ายกับแนว Open World ทั่วไป แต่พอฉากที่ทำภารกิจหรือแอ็กชันที่ตื่นตาเกมกลับนำเสนอได้เรียบง่ายและจืดจางเกินไป ไม่ได้ลงรายละเอียดเท่ากับ GTA เลยแม้แต่น้อยถือว่าน่าผิดหวังเช่นเดียวกับภาพ แต่ก็ไม่ได้ย่ำแย่อะไรพอจะรับได้หากคิดว่ามันเป็นเกมเล็ก ๆ จะค่ายเล็ก ๆ ที่ไม่มีทุนสร้างมากมายอะไร

เกมเพลย์ GTA ฉบับย้อนไปยุคกลาง

รูปแบบการเล่นตามที่บอกไปหลายรอบว่ามันมาแนว โลกอิสระ 2 มิติ และมันก็ถอดแบบมาจาก GTA แบบหมดจดเพราะเราต้องเดินทางไปทำภารกิจตามจุดที่เกมกำหนดไว้ แล้วหากผ่านก็จะได้รับเงินและค่าประสบการณ์ไว้อัปเกรดตัวละคร โดยจะมีรูปแบบที่เข้าใจง่ายเพราะเป็น 2 มิติมุมมองด้านบน และฉากก็ไม่มีอะไรมากไม่ซับซ้อน นอกจากนี้ยังมีการบอกไว้บนแผนที่ว่าต้องไปทำอะไรที่ไหนตลอด แถมมีระบบนำทางด้วย เรียกว่า GTA มีอะไรมันมีหมดทำให้หากคุณเคยเลยแนว Open World มาแล้วก็จะเข้าใจได้ในทันทีไม่ต้องปรับตัวอะไรเลย

ส่วนระบบและกฎใน Rustler จะมาแนว GTA แบบถอดกันมาเช่นรถยนต์ จะเปลี่ยนเป็นม้าและรถม้า และหากเราขี่ไม่ระวังไปชนคนในเมืองทหารประจำเมืองก็จะมาไล่จับเราเหมือนกับตำรวจ และจะเกิดการไล่ล่าจนเราต้องหลบหนี และความอิสระในการเล่นที่เราจะทำอะไรก็ได้แต่ก็จะมีกฎหมายบ้านเมืองอยู่ รวมทั้งการขโมยรถที่เปลี่ยนมาขโมยม้าแทน เรียกว่ามีมันคือเกมที่ถอดแบบมาจาก GTA มากกว่าเกมย้อนยุคธรรมดา และเผลอ ๆ จะตั้งใจให้เหมือนมากกว่า Red Dead Redemption เลยด้วยซ้ำ

ใส่ความเป็นยุคใหม่ในยุคกลางได้กาวมาก

นอกจากความเหมือน GTA แบบตั้งใจแล้วทีมงานยังใส่เอาสิ่งที่ไม่มีในยุคกลาง เข้าไปผสมรวมอยู่ในโลกของ Rustler แบบกาว ๆ เช่นม้าของตำรวจหากออกไล่ล่าผู้ร้ายจะมีแสงของไซเรนรถตํารวจด้วย หรือตามฝาผนังในเมืองจะมีสีสเปรย์พ่นกราฟฟิตี้อยู่ รวมทั้งมีทางม้าลายหรือป้ายจราจรแปะอยู่เต็มเมือง หรือคำพูดของตัวละครที่เหมือนคนยุคใหม่มากกว่า หรือร้านรับแปลงสีม้าที่เวลาเราขโมยม้ามาแล้ววิ่งเข้าไปตำรวจจะจำเราไม่ได้ ซึ่งมองก็รู้ได้ในทันทีว่ามันไม่ได้มีอยู่จริงในยุคกลางแน่ ๆ แต่เป็นความจงใจของผู้สร้างที่อยากผสมโลกสมัยใหม่เข้าไปแต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยเข้าเท่าที่ควรดูกาว ๆ ไปหน่อยความจริงทำให้เหมือนเกมย้อนยุคแท้ ๆ ไปเลยน่าจะดีกว่า

ระบบอาวุธที่มีปัญหา

ส่วนระบบอาวุธก็จะนำอาวุธยุคกลางมาใช้งานไม่ได้ใช้ปืน โดยจะมีทั้งมือเปล่า, ท่อนไม้, หอก, ดาบยาว และมีโล่เป็นเครื่องป้องกันด้วย ซึ่งการใช้งานก็ง่ายดายใช่แค่ปุ่มกดเดียว แต่สามารถชาร์จพลังแล้วโจมตีแรงได้ และยังมีอาวุธระยะไกลอย่างหน้าไม้ไว้ยิงใส่ศัตรูด้วย แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ระบบอาวุธถือเป็นอีกหนึ่งในข้อเสียของเกมไป เพราะมันใช้งานได้ไม่มีประสิทธิภาพ บางครั้งอยู่ใกล้ ๆ แต่โจมตีไม่โดน โดยเฉพาะตอนขี่ม้าทำให้มันดูยุ่งยากมาก เพราะต้องเข้าใกล้และมุมองศาต้องได้จริง ๆ ถึงจะอัดโดนและส่วนนี้ลดทอนความสนุกของเกมลงไปมาก เรียกว่าต้องมานั่งปรับตัวทำความเข้าใจกันพอสมควรเลย

นอกจากนี้ระบบพัฒนาตัวละคร ก็เรียบง่ายไปนิดเน้นเก็บค่าประสบการณ์มาอัปเกรดตัวละครในส่วนต่าง ๆ เช่นพลังโจมตีหรือค่าพลังชีวิต ที่มีไม่กี่อย่างเท่านั้น ถือว่ามีมาให้น้อยเกินไปสำหรับแนวทาง Open World และโลกของ Rustler ก็ไม่ได้กว้างมากเกมไม่ได้ยาวเล่นไม่นานก็สามารถจบได้ นอกจากนี้ภารกิจก็ใช้รูปแบบซ้ำ ๆ มากเกินไปเล่นไม่นานก็เบื่อ หรือบางครั้งก็ยากจนผู้เล่นหัวร้อน แต่บทจะง่ายก็ไม่มีความท้าทายเลยทำให้มันขาดความสมดุลไป

โดยรวมแล้ว Rustler เกือบจะเป็นเกมที่ดีแล้ว เพราะแนวทาง Open World ยุคกลางถือว่าน่าสนใจมาก และยังมีการนำความเป็นยุคใหม่เข้ามาผสมผสาน แต่เหมือนทีมงานยังทำออกมาไม่ดีพอ เพราะจะแหวกแนวก็ไปไม่สุดทาง หรือจะเน้นความสมจริงมันก็ไม่ใช่ อีกทั้งเกมเพลย์ยังครึ่ง ๆ กลาง ๆ ภารกิจซ้ำซากไปหน่อยถือว่าน่าเสียดายมากเพราะหากทำออกมาได้ดีกว่านี้มันจะเป็นเกมที่น่าจะประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก แต่หากใครอยากลองของแปลกก็ไม่เสียหายเพราะราคาเกมไม่ได้แพงอะไร

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส