[Review] Ghost of Tsushima Director’s Cut ปีศาจแห่งสึชิมะกลับมาอีกครั้ง

[Review] Ghost of Tsushima Director’s Cut ปีศาจแห่งสึชิมะกลับมาอีกครั้ง
จุดเด่น
Gameplay ที่สนุกเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือหมดปัญหาเรื่องมุมกล้อง
กราฟฟิคที่สวยงาม และดึงความสามารถของ PS5 ออกมาได้เป็นอย่างดี
มีอิสระในการเล่น เปิดโลกให้ผู้เล่นได้ออกสำรวจอย่างเต็มที่
จุดสังเกต
เนื้อหาสั้นเกินไปหน่อย
เนื้อเรื่องเสริมที่ไม่น่าสนใจสักเท่าไรนัก
8.5

Ghost of Tsushima เป็นผลงานจากทีม Sucker Punch ที่แฟน ๆ Playstation หลายคนน่าจะรู้จักกันดีกับเกมอย่าง Infamous และ Sly Cooper โดย Ghost of Tsushima นี้เป็นผลงานชุดที่ 3 ของค่าย นับตั้งแต่เปิดตัวมาในปี 2017 ก่อนที่จะมี Gameplay มาโชว์ใน E3 2018 เรียกได้ว่าเป็นเกมที่สร้างกระแสให้เหล่าสาวก ที่หลงใหลซามูไรญี่ปุ่นเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

ตัวเกมได้วางจำหน่ายไปในปี 2020 ที่ผ่านมา และได้รับเสียงวิจารณ์จากทั้งสื่อและเหล่าเกมเมอร์ ผู้ที่รักและหลงไหลไปกับวัฒนธรรมความเป็นญี่ปุ่น หรือความหมายของคำว่าซามูไรในยุคนั้น และเป็นอีกหนึ่งเกมที่สามารถไปยืนได้ในระดับแนวหน้า เทียบเท่ากับเกม Action RPG ชื่อดังหลาย ๆ เกมได้เลยทีเดียว

Ghost of Tsushima นั้นถือว่าเป็นผลงานชิ้นสุดท้ายสำหรับ Playstation 4 Exclusive Game ที่เรียกได้ว่ามันคือการออกมาปิด Gen ของตัวเอง และเป็นเกมที่ดึงเอาความสามารถของ PS4 ออกมาให้ถึงขีดสุดเท่าที่จะทำได้ และหลังจากการเล่นรอบสื่อในวันนั้น ทำให้ผมรู้สึกประทับใจกับเกมนี้มาก ๆ และยกให้เป็นหนึ่งในเกมที่ดีที่สุดของ PS4 Exclusive เลยทีเดียว อ่านรีวิว

และเมื่อการมาของ Playstation 5 แนะนอนว่ามันก็เป็นเรื่องปกติที่มักจะมีตัวเกมเวอร์ชันพิเศษ ออกแนวคล้าย ๆ Mini Remaster ที่จะปรับปรุงกราฟิกเฟรมเรต รวมไปถึงเพิ่มเนื้อหาใหม่ ๆ เข้าไป ให้แฟน ๆ ได้สัมผัสกันอีกครั้ง


Welcome to Iki Island


Ghost of Tsushima Director’s Cut เป็นเวอร์ชันพิเศษที่ออกมาให้พร้อมกันทั้ง PS4 และ PS5 (ไม่จำเป็นต้องมี PS5 ก็เล่นได้) โดยคราวนี้เราจะได้ออกสำรวจเกาะอิกิ (Iki) กับปริศนาของคนที่มีชื่อเรียกว่า “พญาอินทรี” โดยเกาะอิกิ นี้มีความหลังอะไรบางอย่างเกี่ยวกับ จิน ซาไค ตัวเอกของเราในอดีต ที่ผู้เล่นต้องเข้าไปหาคำตอบด้วยตัวเอง

ผู้เล่นจะเข้าสู่เนื้อหาของเกาะอิกิ ได้นั้น จะต้องผ่าน Act 1 ของเกมไปเสียก่อน หากใครที่ยังนึกไม่ออกว่ามันคือส่วนไหนของเกม ผมก็จะบอกให้ว่ามันคือหลังจากตอนที่เราได้สู้กับเรียวโซ และช่วยท่านชิมูระจากพวกมองโกลได้แล้ว รวม ๆ ก็ประมาณ 5-10 ชั่วโมง ใน Act 1 ถ้าหากผู้เล่นไม่ไปเสียเวลากับ Side Quest ข้างทางก่อน

หลังจากนั้นเมื่อผ่านมาได้ จินก็จะสามารถเดินทางไปอย่างเกาะอิกิ ได้ โดยเนื้อเรื่องในส่วนนี้จะแยกกันกับเนื้อเรื่องหลัก แต่ว่ามีพื้นฐานแบบเดียวกัน ทำให้ผู้เล่นสามารถเลือกได้ว่าจะไปเกาะนี้ตอนไหนก็ได้ แต่คำเตือนคือศัตรูบนเกาะนั้นค่อนข้างโหดมาก เราอาจจะต้องเตรียมตัวไปให้ดีจริง ๆ หรือไม่ก็ไปหลังจบเกมจะดีกว่า

เกาะอิกิในเกม เทียบกับของจริงใน Google Map

เกาะอิกิ นั้นเป็นเกาะที่อยู่ทางใต้ของเกาะสึชิมะ ตรงนี้ผมต้องขอชื่นชมทีมงาน ที่สร้างฉากออกมาได้สวยงามมาก ๆ พร้อมกับจำลองรูปแบบของเกาะอิกิได้เป็นอย่างดี โดยทีมงานได้เอาขนาดของเกาะอิกิ แบบ 1 ต่อ 1 มาย่อส่วนลงมาให้มีขนาดเล็กลงเพื่อให้เข้ากับเกม เช่นเดียวแบบที่ทำกับเกาะสึชิมะ ไม่ได้เป็นเพียงแค่เอาส่วนหนึ่งของเกาะมาใส่เท่านั้น


PS5 Enhancements


และเมื่อตัวเกมได้มาอยู่ใน PS5 แน่นอนว่ากราฟิกก็ต้องถูกปรับปรุงขึ้นอย่างแน่นอน โดยผมต้องบอกว่าตัวเกมเวอร์ชัน PS5 นั้น มันถูกปรับปรุงกราฟิกขึ้นเป็นอย่างมากจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทั้งในเรื่องแสง เงา Texture รายละเอียดต่าง ๆ ในความละเอียดภาพแบบ Native 4K 60 FPS (ขอย้ำว่า Native 4K) ที่ทำให้แอบคิดว่า แท้จริงแล้ว Ghost of Tsushima มันเป็นเกมที่เดิมทีแล้วถูกออกแบบมาสำหรับ PS5 แต่ต้องลดคุณภาพไปขายใน PS4 ก่อนเสียอีก

ในด้านเกมเพลย์นั้น สิ่งที่เพิ่มมาสำหรับ PS5 เลยก็คือการรองรับ Haptic feedback, Adaptive triggers ที่ทำให้การยิงธนูของคุณมีความสมจริงมากยิ่งขึ้น (แต่สุดท้ายผมก็ไปปิดมันเพราะเมื่อยนิ้ว) 3D Audio ที่ให้ความสมจริงเรื่องเสียงรอบทิศทาง และสุดท้ายที่ผมชอบที่สุดเลยคือ คราวนี้เราสามารถล็อกเป้าศัตรูได้แล้ว ทำให้การเล่นนั้นลื่นไหลกว่าเดิมเยอะมาก ๆ และหมดปัญหาเรื่องมุมกล้องที่เคยบ่น ๆ ไปเลยทีเดียว

นอกจากนี้เราก็จะสามารถสั่งให้ม้าพุ่งชนศัตรูได้ โดยใช้พลังใจ 2 แต้ม แต่เอาเข้าจริงผมก็ไม่ค่อยได้ใช้มันสักเท่าไร เพราะชอบลงไปประจันหน้ากันแบบตรง ๆ มากกว่า (ตามวิถีซามูไร) แต่นอกจากนี้เองตัวละครก็ไม่ได้มีสกิลอะไรใหม่ ๆ ให้ใช้

แต่อย่างไรก็ตาม เหล่าชุดอาวุธและเครื่องรางแบบใหม่ในเกม ก็มาพร้อมกับสกิลใหม่ ๆ ที่เหมือนเป็นออปชั่นเสริมสำหรับใครที่ชอบเก็บรายละเอียดใน Side Quest ให้ครบครับ


เนื้อหาเสริมยาวประมาณ 3 ชั่วโมง


เรื่องราวในเกาะอิกินั้น มีความยาวอยู่ประมาณ 3-4 ชั่วโมงครับ โดยผมใช้เวลาไป 4 ชั่วโมงนิด ๆ แต่เนื่องจากว่าผมเล่นในระดับ Hard พร้อมกับใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเดินเล่น สำรวจนู่นนั่นนี่ แต่ถ้าเล่นจริง ๆ ปกติไม่เสียเวลาอะไรมาก คิดว่าน่าจะจบใน 3 ชั่วโมง

Ghost of Tsushima Director’s Cut นั้นเป็นการ Upgrade ที่ผมมองว่า “ยังทำได้ไม่ดีสักเท่าไร” แน่นอนว่าถึงแม้ภาพมันจะสวยขนาดไหน หรือ Gameplay ที่ได้รับการปรับปรุงขึ้นมาเล็กน้อย เอาเข้าจริงถ้าเรามองข้ามอะไรพวกนี้ไป และไม่นับเกาะอิกิเข้ามา จริง ๆ แล้วมันควรจะเป็นเพียงแค่ Free Update สำหรับผู้ใช้ PS5 เท่านั้น

สำหรับผู้้ที่มีตัวเกมดั้งเดิมของ PS4 อยู่แล้ว และจะ Upgrade มาเป็น Director’s Cut ของ PS5 จะต้องเสีย 990 บาท หรือสำหรับคนที่มี PS4 อย่างเดียว ก็จะเสีย 690 บาท และท้ายสุดเลยคือ สำหรับที่มี Director’s Cut ของ PS4 อยู่แล้ว จะ Upgrade มา PS5 ก็ต้องเสีย 300 บาท

แลกกับ Content ที่มีอยู่ 3 ชั่วโมงนิด ๆ ผมมองว่ามันไม่ค่อยคุ้มค่าสักเท่าไรนัก กับราคาที่จ่ายไป (990 บาทสำหรับ PS5) แต่อย่างไรก็ตาม Ghost of Tsushima Director’s Cut เป็นอีกหนึ่งเกมที่สาวกเกม Action RPG หรือผู้ที่ชื่นชอบและหลงไหลซามูไรญี่ปุ่น และท้ายสุดก็คือสาวกหนังของอากิระ คุโรซาวะ นั้นห้ามพลาดโดยเด็ดขาดครับ

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส