รีวิวเกม BloodRayne Betrayal – Fresh Bites แอ็กชันเลือดสาดฉบับ 2 มิติ

BloodRayne Betrayal - Fresh Bites
จุดเด่น
รูปแบบการเล่นแบบแอ็กชัน 2D แท้ ๆ
ลีลาแอ็กชันที่รวดเร็วมีความท้าทาย
เพลงประกอบสุดเร้าใจ
จุดสังเกต
ฉากเป็นเส้นตรงและดูเชยไปหน่อย
ยากเกินไปสำหรับมือใหม่
7.5

หากคุณชอบเล่นเกมแอ็กชันตะลุยด่านที่เน้นความรวดเร็วรุนแรงชนิดเลือดสาดกระจาย คงจะเคยได้เล่นซีรีส์ BloodRayne หนึ่งในเกมแอ็กชัน 3D ตะลุยด่านที่มีตัวเอกเป็นแวมไพร์สาวสุดโหด ที่แม้จะไม่ได้โด่งดังเท่ากับซีรีส์ Devil May Cry ก็ตามแต่ก็พอจะมีอะไรให้แฟน ๆ จดจำได้บ้าง และมันเคยถูกสร้างเป็นภาพยนตร์มาแล้วด้วย (แต่อย่าพูดถึงดีกว่า)

ล่าสุดมีการขุดเอา BloodRayne Betrayal หนึ่งในซีรีส์ BloodRayne กลับมาขายใหม่อีกครั้งโดยเพิ่มชื่อต่อท้ายว่า Fresh Bites ซึ่งมันจะวางขายบน PS4 , XBoxone , Nintendo Switch และ PC โดยมันไม่ใช่ภาคใหม่เอี่ยม เพราะมันเคยออกวางขายมาแล้วบน PS3 , Xbox360 ในปี 2011 แต่ก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากนักเพราะมันฉีกจากภาคอื่นทำเป็น 2 มิติทำให้น่าแปลกใจไม่น้อยที่มีการเอากลับมาขายใหม่โดยเพิ่มเติมสิ่งใหม่เข้าไปเพียงเล็กน้อย แต่ด้วยการที่ต้นฉบับไม่ค่อยดัง ทำให้เชื่อว่ามีหลายคนไม่เคยเล่นหรือไม่รู้จักด้วยซ้ำ

เรื่องราวเรียบง่ายตามแนวทางของเกม

ส่วนเรื่องราวใน BloodRayne Betrayal จะเป็นการออกต่อสู้กับเหล่าปีศาจที่น่ากลัว โดยเราจะได้รับบทเป็น Rayne แวมไพร์สาวที่มีพละกำลังและความเร็วเหนือมนุษย์ โดยภาคนี้เธอและกองกำลังทหารจาก Brimstone ต้องออกสำรวจในปราสาทลึกลับ ที่มีความน่ากลัวและปีศาจที่เราไม่เคยพบเห็นมาก่อน รวมทั้งหยุดแผนการอันตรายที่จะเปลี่ยนโลกของแวมไพร์ไปตลอดกาล โดยการเดินเรื่องจะคล้ายกับซีรีส์ Castlevania แบบ 2D ที่จะแบ่งเป็นด่าน ๆ ไม่มีอะไรซับซ้อนเข้าใจง่าย ภาพคัทซีนเป็น 2 มิติเช่นกันแม้จะดูเชยแต่ก็เข้ากับเกมดี

กราฟิก 2 มิติแบบการ์ตูน

ภาพใน BloodRayne Betrayal มาแนว 2 มิติมุมมองด้านข้างที่เป็นภาพแบบที่เห็นได้ในหนังสือการ์ตูนภาพนิ่ง แต่ที่ต้องชมคือการเคลื่อนไหวทำออกมาได้ดี ลื่นไหลแม้จะเป็น 2D ตัวละครมีการออกแบบมาเป็นเอกลักษณ์ ส่วนตัวแล้วชอบมากกว่าภาคหลักที่เป็น 3 มิติด้วยซ้ำ และสำหรับเวอร์ชัน Fresh Bites จะอัปเกรดกราฟิกให้รองรับความละเอียดแบบ 4K บน PS4 และ XBoxone รวมทั้ง PC ด้วย แต่โดยรวมภาพในเกมก็ไม่ได้โดดเด่นอะไร เหมือนแอ็กชัน 2D ที่หาเล่นได้ทั่วไป

ส่วนเพลงประกอบถือว่าต้องชมกันพอสมควร เพราะมีการแต่งเพลงธีมหลักให้อลังการงานสร้าง เหมือนกับภาพยนตร์หรือเกมฟอร์มดี แม้อาจจะไม่ได้มีเพลงติดหูเท่าซีรีส์ Castlevania แต่เพลงใน BloodRayne Betrayal ถือว่าเป็นจุดเด่น ที่โดดออกมาเหนือกว่ากราฟิกในเกมพอสมควร และในภาคอัปเกรดอย่าง Fresh Bites ยังเพิ่มเสียงพากย์ในส่วนของ Rayne และ Kagan ที่จะให้เสียงโดย Laura Bailey และ Troy Baker ถือว่าช่วยเสริมให้มันดูดีขึ้นพอสมควร

รูปแบบการเล่นแอ็กชันตะลุยด่านแบบ 2D

อย่างที่บอกไปว่า BloodRayne Betrayal เป็นเหมือนกับภาคเสริมของซีรีส์ที่ฉีกรูปแบบการเล่นออกมาทำเป็น แอ็กชัน 2 มิติมุมมองด้านข้าง และมีความคล้ายกับ Castlevania ภาคแรก ๆ ที่จะเล่นผ่านด่านไปเรื่อย ๆ ไม่มีปริศนาให้แก้มากมายนัก และยังไม่มีเลเวลตัวละครให้เก็บไม่ต้องอัปเกรดอะไรให้ยุ่งยาก แค่เดิน ๆ ลุย ๆ ต่อสู้กับศัตรูเจอกับบอสท้ายด่านแล้วก็ผ่าน จะถือว่าเป็นเกมย้อนยุคก็ได้เพราะไม่ได้มีอะไรสดใหม่นอกจากกราฟิกที่มีความละเอียดสูง

แต่ความโดดเด่นอยู่ที่ตัวละครแวมไพร์สาว Rayne ที่มีลีลาแอ็กชันที่ใช้ดาบใบมีดคู่ ที่รวดเร็วท่าไม้ตายที่ต่อเนื่องเป็นคอมโบได้ราวกับ Dante จาก Devil May Cry และยังมีท่ากระโดดสูง หรือกระโดดไต่กำแพง รวมทั้งยังมีปืนเป็นอาวุธระยะไกลอีก ที่มีกระสุนจำกัดแต่มีหลายประเภทให้ใช้ที่จะค่อย ๆ ปลดล็อกออกมาแถม Rayne ยังมาพร้อมกับท่าไม้ตายพิเศษที่ใช้ความสามารถของแวมไพร์ อย่างการดูดเลือดศัตรู แล้วทำให้ติดพิษหลังจากนั้นให้กดท่าแล้วศัตรูจะตัวระเบิดทำให้เกิดผลกระทบกับศัตรูตัวอื่นที่อยู่ใกล้ได้ ถือว่าทำออกมาได้ดี แต่อาจจะใช้งานยากหน่อยเพราะบางครั้งศัตรูออกมาเยอะจนกดไม่ทัน สุดท้ายกับการแปลงร่างเป็นนกที่จะช่วยให้เราไปเดินทางไปต่อได้ ถือว่ามีความคล้ายกับซีรีส์ Castlevania พอสมควร

เกมมีความยากท้าทาย และมีความรุนแรงสูง

และอีกหนึ่งจุดเด่นและจุดด้อยของภาคนี้คือ ความยากที่ผู้สร้างใส่เข้ามาแม้อาจจะไม่ได้โหดสุดตัว เพราะหากจังหวะก็พอจะผ่านไปได้ แต่เชื่อว่ามีหลายจุดที่ศัตรูออกมาพร้อม ๆ กันหลายตัวแถมยังมีกับดักอีก ผู้เล่นอาจจะเลือดหมดหลอดตายแบบไม่รู้ตัวเลย แถมเกมยังไม่มีไอเทมพิเศษไว้เติมพลัง ต้องหาเลือดเพิ่มตามจุด Save อีกเรียกว่าหลายครั้งเราอาจจะต้องเล่นหลายรอบจนหัวร้อนได้ง่าย ๆ เลยหากไม่ถนัดเกมแนวนี้

ส่วนใครคิดจะเก็บเลเวลเพื่อให้เกมง่ายขึ้นก็เสียใจด้วย เพราะใน BloodRayne Betrayal ไม่มีการอัปเกรดตัวละครอะไรเลยเหมือนเกม 2 มิติยุคแรก ๆ สมัยยุค 80S – 90S ถือว่ามันมีความเป็นเกมยุคเก่ามากจนหากคนชอบก็จะรักเลย แต่หากใครไม่คุ้นชินก็อาจจะอยากปาจอยทิ้งกันเลย ส่วนในภาคเอามาขายใหม่อย่าง Fresh Bites เพิ่มเติมในส่วนของการปรับระดับความยาก ที่อาจจะช่วยให้เกมง่ายขึ้นนิดหน่อยอยู่ ซึ่งหากทำความเข้าใจแล้วก็จะผ่านไปจนจบได้ อย่างไรก็ตามเกมมีความรุนแรงสูงแม้กราฟิกจะไม่ได้ดูน่ากลัว เพราะมีฉากตัดหัวศัตรู และเลือดสาดตลอดการเล่นดังนั้นมันไม่เหมาะสำหรับเด็กแน่นอน

สำหรับการกลับมาขายใหม่อีกรอบของตำนาน แวมไพร์สาวใน BloodRayne Betrayal – Fresh Bites ถือว่าหากคุณชอบแนวทางการสร้างเกมในอดีตที่ไม่มีตัวช่วยอะไรมาก เน้นฝีมือและแอ็กชันล้วน ๆ แล้วมันก็เป็นหนึ่งในความสนุกแบบเดียวกับเกมในยุคเริ่มต้น แม้ตัวเกมจะไม่ได้ยาวอะไรมากมายและไม่ได้มีอะไรให้ทำมากเท่าเกมยุคใหม่ แต่เมื่อเทียบกับราคาแล้วมันก็ถือว่ามีไว้ติดเครื่องได้แบบไม่เสียดายเงินแน่นอน

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส