รีวิวเกม EastWard เกมแอ็กชัน RPG ย้อนยุคจากผู้สร้าง Stardew Valley

จุดเด่น
รูปแบบการเล่นผสมผสานแก้ปริศนากับแอ็กชันได้ลงตัว
กราฟิก 2 มิติสุดแนว มีงานออกแบบแปลกตา
จุดสังเกต
เพลงประกอบเรียบไม่โดดเด่น
งานออกแบบตัวละครที่ธรรมดาไปหน่อย
7.5

หนึ่งในเกมแนวย้อนยุคที่สร้างความฮือฮาได้ในยุคหลัง ๆ คงจะหนีไม่พ้น Stardew Valley เกมแนวปลูกผักทำไร่ที่สร้างโดยทีมงานเล็ก ๆ แต่ทำได้ดีเทียบเท่าต้นฉบับอย่าง Harvest Moon เลย และหลังจากนั้นทีมงาน Chucklefish ประกาศเตรียมจะเปิดตัวเกมแนวย้อนยุคที่จะมาในรูปแบบแอ็กชัน RPG อย่าง EastWard ทำให้มันน่าสนใจในทันที

โดย EastWard เป็นการจัดจำหน่ายโดยค่าย Chucklefish และสร้างโดยทีมงาน Pixpil นำเสนอรูปแบบเกมแนวแอ็กชัน RPG ที่มีการนำแนวทางย้อนยุคด้วยกราฟิกที่เหมือนเกมยุค 90S และยังมีงานออกแบบที่มีความเป็น Stardew Valley อย่างเห็นได้ชัดทำให้ไม่น่าแปลกใจที่ตั้งแต่มีข่าวว่าจะมีการสร้างแฟน ๆ แนวย้อนยุคก็นับวันรอคอยวันออก ซึ่ง EastWard จะวางขายบน Nintendo Switch และบน PC ด้วย

กราฟิกย้อนยุคที่ดูดีเหมือน Stardew Valley

ดูเหมือนว่าค่าย Chucklefish จะชื่นชอบแนวทางย้อนยุคมากเป็นพิเศษเพราะกราฟิกใน EastWard ยังคงมาแนวทางเดียวกับ Stardew Valley แบบที่แทบจะถอดแบบกันมา โดยเป็นดอตพิกเซล 16Bit เหมือนสมัย Super Famicom แต่จะมีรายละเอียดและการเคลื่อนไหวตัวละครที่ดีกว่าเกมในอดีต เพราะทั้งฉากที่จะมีการเคลื่อนไหวตลอดเช่นคลื่นบนผิวน้ำ และต้นหญ้าแต่ละต้นที่เคลื่อนไหวตามลม และยังมีแสงสีที่สดใสดูดีเกินหน้าเกมจากอดีต ดังนั้นมันคือกราฟิกย้อนยุคที่ดูดีไม่เชยเลย

การนำเสนอดีแต่เพลงประกอบไม่โดดเด่น

ส่วนเสียงพากย์ในเกมแม้จะไม่มีตามแนวทาง เพลงประกอบก็เรียบ ๆ ไม่ได้โดดเด่นเหมือนซีรีส์เกมดังและไม่มีธีมอะไรติดหูเลยทำให้น่าผิดหวัง แต่โดยรวมมันก็เข้ากับแนวทางการนำเสนอที่เน้นความเรียบง่าย และช่วยสร้างเสริมบรรยากาศในการเล่นในโลกแฟนตาซีที่ดูแปลกตามาก เพราะมีงานออกแบบที่ไม่เหมือนเกมอื่นมีเอกลักษณ์ของตัวเอง ที่เหมือนในหนังสือนิทานยุคใหม่ที่มีการออกแบบสุดแนว และมีการเล่าเรื่องที่ดีการเคลื่อนไหวตัวละครลื่น ๆ แสดงอารมณ์ได้ดี ทำให้บทดราม่าทำให้เราอินกับตัวเกมจนมีแอบน้ำตาซึมกับบางฉากได้เหมือนกับเกมในอดีต เสียดายหากดนตรีประกอบทำได้ดีกว่านี้มันจะทำการเล่าเรื่องดีกว่านี้มากแน่

โดยเรื่องราวเรื่องราวใน EastWard จะเกิดในโลกแฟนตาซี ตัวละครหลักจะมีทั้ง แซม และจอห์น ที่เรื่องราวจะเริ่มต้นในเมืองใต้ดิน ที่คนในเมืองจะถูกปลูกฝังให้กลัวโลกภายนอก แต่แซมเกิดอยากรู้อยากเห็นว่าโลกบนดินเป็นเช่นไรทำให้เกิดเรื่องราวมากมายทำให้ตัวเอกทั้งสองได้ถูกเนรเทศไปยังโลกเบื้องบนและจะพบกับเรื่องราวมากมาย รวมทั้งงานออกแบบที่ดูแปลกประหลาดแต่กลับดูดี

รูปแบบการเล่นแอ็กชัน RPG เรียบ ๆ ที่เข้าใจง่าย

เกมเพลย์ใน EastWard เข้าใจง่าย แต่ในช่วงแรก ๆ ผู้เล่นหากไม่เคยเล่น Stardew Valley มาก่อนอาจจะรู้สึกว่าการเล่าเรื่องมันเรียบ ๆ น่าเบื่อไปบ้าง แต่หากเข้าใจการนำเสนอของทีมงานสร้างแล้วและผ่านช่วงแรกไปได้ก็จะพบกับเกมแอ็กชันที่ผสมผสานกับ RPG ได้ลงตัว แม้ว่าตัวเอกจะเป็นเด็กน้อยที่มีพลังพิเศษอย่างแซม กับลุงหนวดจอห์น ที่ไม่มีอะไรโดดเด่นดูธรรมดา ผ่านการเล่นแบบแอ็กชัน RPG 2 มิติ มุมมองด้านบน คล้ายกับ Zelda A Link to the Past ที่เข้าใจง่าย และมีการบอกว่าต้องไปทำอะไรที่ตรงจุดไหนตลอดทำให้เล่นได้ไม่ติดขัดเลย

อย่างที่บอกว่างานออกแบบใน EastWard มีความแปลกตาเหมือนโลกแฟนตาซีในนิทานยุคใหม่จากตะวันตก มีการออกแบบฉากให้ดูซับซ้อน ทำให้เราต้องมองฉากให้ดีไม่งั้นเราอาจจะพลาดไอเทมที่ซ่อนอยู่ หรือทางลับที่จะช่วยให้เราไปต่อได้ ในส่วนของการเดินเรื่องจะเน้นการพูดคุยกับคนในเมือง รวมทั้งทำภารกิจที่หลากหลาย ซึ่งหากเคยเล่นเกมแนวนี้มาแล้วก็จะเข้าใจได้ไม่ยากแต่ต้องผ่านช่วงแรกที่ค่อนข้างน่าเบื่อและการเล่าเรื่องที่ค่อนข้างช้าของเกมให้ได้ก่อน

เน้นแก้ปริศนาที่ถอดแบบมาจาก Zelda

ส่วนที่โดดเด่นที่ผู้สร้างทำออกมาได้ดีคือฉากดันเจี้ยนใน EastWard ที่เน้นการแก้ปริศนาเพื่อเปิดทางไปต่อ โดยใช้ความสามารถของตัวละครหรือไอเทม คล้ายกับ Zelda แบบที่ทีมงานเอามาเป็นต้นแบบ และถือว่าทำได้ดีมีการใส่ลูกเล่นของฉากที่ซับซ้อนพอตัว เราต้องทั้งต่อสู้กับศัตรูในฉากที่ตัวเอกจะมีความสามารถแตกต่างกัน โดยจอห์นจะมีการใช้อาวุธโจมตีทั้งระยะประชิดที่จะเริ่มต้นจะใช้กระทะฟาดศัตรู แต่จะมีอาวุธให้ใช้หลายประเภทเช่นปืนก็มีให้ใช้งานด้วย ส่วนแซมจะมีท่าหลักเป็นพลังจิตที่ปล่อยแสงออกไปหยุดศัตรูหรือช่วยปลดล็อกบางอย่างได้ ซึ่งผู้เล่นสามารถสลับเปลี่ยนตัวละครได้ตามใจ และมีหลายจุดที่ต้องแยกกันเล่นด้วยเพื่อร่วมมือกันแก้ปริศนาในเกม

ส่วนฉากก็ออกแบบมาดีมีฉากหลักที่เป็นโลกกว้าง ๆ ที่มีการแบ่งออกเป็นตอน ๆ ทำให้มีภูมิประเทศที่แตกต่างกัน และจะต้องไปทำภารกิจที่กำหนดและหาทางเข้าสู่ดันเจี้ยนที่จะมีศัตรูรวมทั้งกับดักโหด ๆ รอเราอยู่ ซึ่งปริศนาในฉากถือว่าทำออกมาในระดับดีอาจจะไม่ซับซ้อนเทียบเท่ากับ Zelda แต่ก็มีการใส่รายละเอียดเข้าไปพอสมควร และไม่มีการบอกใบ้ในดันเจี้ยนเหมือนบนแผนที่หลักทำให้เราต้องใช้ฝีมือในการสำรวจจะสามารถไปต่อได้ และยังต้องใช้ไอเทมเพื่อเปิดทางเช่นการใช้ระเบิด ที่แน่นอนว่าเหมือนกับ Zelda ราวกับถอดแบบกันมา ซึ่งต้องชมว่าทีมสร้างทำได้ใกล้เคียงในระดับน่าพอใจ

สู้กับบอสสนุก ระบบอัปเกรดเข้าใจง่าย

อีกจุดที่โดดเด่นคือบอสที่เกมใส่เข้ามาหลายตัว ที่มีความโหดพอสมควรเพราะตัวละครหลักไม่ได้มีพลังเทพ ๆ เหมือนเกมอื่นดังนั้นเราต้องใช้ความสามารถกันพอสมควร และยังต้องใช้ไอเทมช่วยในการจัดการเพราะบางตัวโจมตีปรกติไม่เข้า เราต้องเปิดจุดอ่อนก่อนทำให้การต่อสู้กับบอสท้าทายและสนุกพอตัว ส่วนระบบอัปเกรดตัวละครจะใช้การเก็บเพิ่มจำนวนพลังหัวใจเหมือนกับ Zelda และยังต้องเพิ่มความจุของการเก็บไอเทม รวมทั้งยังมีระบบทำอาหารที่ช่วยเพิ่มค่าพลังในส่วนต่าง ๆ เหมือนกับภาค Breath Of The Wild ใส่มาให้ด้วย

บอกตรง ๆ ว่า EastWard ยังไม่ใช่เกมแอ็กชัน RPG ที่ยอดเยี่ยมหรือดีที่สุด เพราะหากเทียบกับต้นฉบับที่ผู้สร้างเดินรอยตามอย่าง Zelda ถือว่ายังห่างกันพอสมควร แต่หากมองว่ามันสร้างโดยทีมงานเล็ก ๆ เงินทุนไม่มากถือว่าทำออกมาได้ดีพอตัว โดยเฉพาะงานออกแบบฉากที่โดดเด่น การต่อสู้กับบอสที่สนุกลงตัว เสียดายที่ตัวละครและโลกในเกมอาจจะดูแปลก ๆ ไปหน่อยยังไม่มีเสน่ห์ดึงดูดเท่าที่ควร รวมทั้งการเล่าเรื่องที่เรียบ ๆ และเดินเรื่องช้าไปหน่อย แต่เมื่อมารวมกันแล้วมันก็คือแอ็กชัน RPG ที่ดีเกมหนึ่งยิ่งเมื่อเทียบกับราคาขายที่ไม่ได้แพงอะไรก็ถือว่ายังคงคุ้มค่าที่จะหามาเล่น

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส