รีวิวเกม Pokemon Brilliant Diamond Pokemon Shining Pearl โปเกมอนฉบับรีเมกที่น่ารักที่สุด

Pokemon Brilliant Diamond Pokemon Shining Pearl
จุดเด่น
ภาพน่ารัก ดูดีกว่าในคลิปตัวอย่าง
มีการอัปเกรดโหมดใหม่บางส่วน
จุดสังเกต
สิ่งที่เพิ่มมาไม่มากเท่าที่ควร
เกมเพลย์หลัก ๆ แทบไม่เปลี่ยน
8

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เกมซีรีส์ Pokemon จะถูกรีเมกใหม่ เพราะทางต้นสังกัดอย่าง Pokemon Company ชอบหยิบเอาของเก่ามาปัดฝุ่นขายใหม่มาตลอดตั้งแต่สมัย Gameboy Advance แล้วและล่าสุดถึงคิว Pokemon Brilliant Diamond และ Pokemon Shining Pearl ที่ต้นฉบับออกวางขายบน NDS ในปี 2006 กลับขายใหม่แบบทำกราฟิกใหม่หมดวางขายบน Nintendo Switch

โดย Pokemon Brilliant Diamond และ Pokemon Shining Pearl มีดราม่าเล็ก ๆ ตั้งแต่ยังไม่วางขาย เพราะกราฟิกตอนเปิดตัวอย่างแรกดูไม่ค่อยดีนักทำให้แฟน ๆ เกม Pokemon ทั่วโลกบอกว่ามันคือการรีเมกแบบขี้เกียจอีกครั้งของค่าย Pokemon Company ทำให้การมาครั้งนี้อาจจะถูกมองข้ามไปหากไม่ใช่แฟนตัวจริง อย่างไรก็ตามขึ้นชื่อว่าเป็นเกมรีเมกของภาคหลักที่โด่งดังมากในช่วงต้นยุค 2000S ทำให้มันยังคงอยู่ในรายชื่อที่ต้องหามาเล่น

กราฟิกปรับใหม่ให้น่ารักกว่าเดิม

แน่นอนว่าสิ่งที่เห็นชัด ๆ ว่าเปลี่ยนไปคือกราฟิกที่ถูกสร้างให้อยู่ในระดับ HD โดยมีงานออกแบบแนว chibi ที่หัวโตตัวเล็กที่น่ารักมากแต่จะเป็นเฉพาะฉากแผนที่ ส่วนในฉากต่อสู้ตัวละครจะมีสัดส่วนร่างกายที่ปรกติ ถือว่าเป็นการเลือกแนวทางทำกราฟิกที่ดีและเข้าเกมเพราะภาคต้นฉบับก็มีงานการออกแบบด้วยแนวทางนี้ อย่างไรก็ตามแม้มันจะดูดีกว่าในตัวอย่างที่เปิดออกมา แต่รายละเอียดของฉากและแสงเงาถือว่าดูธรรมดาไปหน่อย เพราะมันขาดความละเอียดในการสร้างเทียบไม่ได้เลยกับเกม The Legend of Zelda Link’s Awakening รีเมกที่มีภาพแบบเดียวกัน

ส่วนเพลงประกอบถือว่าเป็นการผสมผสานของใหม่และของเดิม เข้ามาได้ลงตัวเพราะมีการใช้เสียงประกอบเดิมเข้ามา และมีความเป็นเกม Pokemon สูงมาก เพราะมันดูเป็นเอกลักษณ์และยังคงใช้มาตลอดไม่เคยเปลี่ยน โดยเฉพาะเสียงร้องของตัวโปเกมอน ซึ่งหากคุณมองว่ามันเชยแปลว่าคุณไม่ใช่แฟนตัวจริงของซีรีส์ ส่วนดนตรีประกอบในเกมมีการเอาเพลงธีมเดิมมาทำเสียงใหม่ ส่วนนี้ถือว่าทำได้ดีกว่าที่คาดไว้เยอะเพราะเพลงธีมเดิม ๆ ที่ติดหูอยู่แล้วยิ่งดูดีขึ้นไปอีก

รูปแบบการเล่นเหมือนเดิม

โดยเกมเพลย์ของ Pokemon Brilliant Diamond และ Shining Pearl พื้นฐานแล้วยังคงเหมือนกับต้นฉบับบน NDS ที่เป็น RPG แบบใส่คำสั่งแล้วผลัดกันโจมตี และเราต้องจับตัวโปเกมอนมาฝึกฝนแล้วทำการต่อสู้กับเทรนเนอร์คนอื่น แล้วไปท้าดวลกับยิมตามเมือง และต่อสู้กับทีมตัวร้ายของภาคนี้คือทีม Galactic ถือว่าเป็นรูปแบบปรกติของซีรีส์ Pokemon อยู่แล้วถือว่าภาคนี้ก็ยังทำได้มาตรฐานเหมือนเดิม โดยเรื่องราวในภาคนี้จะเกิดที่ ภูมิภาคชินโอ ที่อ้างอิงงานออกแบบมาจากเกาะฮอกไกโด (Hokkaido) ของประเทศญี่ปุ่น พร้อมทั้งตัวโปเกมอนสายพันธุ์ใหม่ 107 ตัวถือว่าเปิดโลกใหม่ที่ในตอนที่วางขายในปี 2006 มันประสบความสำเร็จอย่างมาก อีกทั้งมาพร้อมกับระบบมากมายที่อัปเกรดจากสมัย Gameboy อย่างมาก

เพราะมันมาพร้อมกับระบบใหม่ ๆ มากมายไม่ว่าจะเป็น การประกวดโปเกมอนมาให้เล่นกันด้วย และแน่นอนว่าระบบการแลกเปลี่ยนตัวโปเกมอนผ่านระบบออนไลน์ที่มีมาให้ในภาคต้นฉบับก็ยังคงอยู่ และถือว่าเป็นจุดเด่นสำคัญของซีรีส์ตั้งแต่ออกในปี 2006 เพราะมันคือภาคแรก ๆ ที่ซีรีส์เกม Pokemon จะรองรับระบบออนไลน์ และข่าวดีคือเรื่องราวใน Pokemon Brilliant Diamond และ Shining Pearl ยังคงเหมือนกับต้นฉบับดังนั้นคุณสามารถเอาบทสรุปบน NDS มาใช้ได้เลย

สิ่งที่เพิ่มมาแบบพอหอมปากหอมคอ

แน่นอนว่าไม่ใช่เพียงแค่กราฟิกที่พัฒนาให้ดูดีแล้ว ในการรีเมกโปเกมอนในครั้งนี้ยังอัปเกรดสิ่งใหม่ ๆ เข้าไปด้วยที่เห็นได้ชัดคือดันเจี้ยน Grand Underground ที่จะเปลี่ยนชื่อมาเป็น The Grand Underground ที่เป็นเหมืองใต้ดินที่เต็มไปด้วยฟอสซิลของโปเกมอนโบราณและมีสมบัติมากมายที่มีอะไรให้เราได้ขุดสำรวจเพียบ และยังมีส่วนที่เต็มไปด้วยโปเกมอนระดับสูงที่ปกติแล้วคุณจะไม่พบบนแผนที่ปรกติ และยังถูกอัปเกรดให้กว้างขึ้นกว่าเดิมด้วย โดยเหมืองที่มีไว้ขุดหาไอเทมและยังสามารถออนไลน์เจอกับเพื่อน ๆ ได้ทั่วโลกด้วยและยังมีการการสร้างฐานทัพลับของเราได้เอง แถมยังตกแต่งได้ตามใจชอบด้วยแถมยังมีรายละเอียดมากพอตัว

และเนื่องด้วยเครื่อง Nintendo Switch ไม่มี 2 หน้าจอแบบเดียวกับ NDS ระบบเมนูหลายส่วนก็ถูกปรับให้เข้ากับเครื่องเกมใหม่ที่ต้องกดปุ่มเพื่อเข้าไปดูระบบเมนู และแน่นอนว่า Poketch ไอเทมพิเศษในภาคนี้ก็ถูกย้ายไปอยู่ที่มุมขวาบนของหน้าจอแทน และใช้การกดปุ่มเพื่อขยายหน้าจอเพื่อดูข้อมูลได้ ซึ่งมันมีไว้บอกรายละเอียดของการเล่นเหมือนกับต้นฉบับ นอกจากนี้ภาครีเมกยังเพิ่มระบบเปลี่ยนชุดของตัวละครหลักในเกมได้เองด้วยที่มาพร้อมกับร้านเสื้อผ้าที่เชื่อว่าต้องดูดเงินเทรนเนอร์ได้แน่

ส่วนการปรับแต่ง Pokeball ด้วยสติกเกอร์ ก็ทำได้ละเอียดมากขึ้นและการแต่งยังส่งผลกับการเล่นด้วย และที่น่าสนใจคือการประกวดโปเกมอน (Super Contest Shows) ที่เพิ่มลูกเล่นใหม่ ๆ เข้าไปรวมทั้งกราฟิกของเมนูยังทำได้ดีขึ้นด้วยเพื่อให้เข้ากับภาพในเกมที่ถูกยกระดับให้ดูดีขึ้นพร้อมกับการเล่นแบบมินิเกมที่กดตามจังหวะแบบง่าย ๆ และอีกสิ่งที่เป็นส่วนสำคัญและอัปเกรดให้ดีขึ้นคือระบบออนไลน์ที่มาเป็นแบบ Union Room ที่ใช้การต่อสู้กับเพื่อน ใช้การแลกเปลี่ยนตัวโปเกมอนกับเทรนเนอร์ทั่วโลกได้สะดวกมากกว่าเดิม

การกลับมาขายใหม่ของ Pokemon Brilliant Diamond และ Pokemon Shining Pearl บน Nintendo Switch ถือว่าทำได้ระดับน่าพอใจ แต่ก็มีหลายส่วนที่มันน่าจะทำได้ดีกว่านี้เพราะกราฟิกที่ยังไม่ละเอียดเท่าที่ควร รวมทั้งรูปแบบการเล่นที่ต้นฉบับทำได้ดีมากแต่การรีเมกมีการลดความเข้มข้นหลายส่วน แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรเพราะหากมองแนวทางของเกมซีรีส์ Pokemon ถือว่าทำได้ตามมาตรฐานและไม่ได้ดูแย่เลย ส่วนสิ่งใหม่ ๆ ที่เพิ่มเข้ามาก็พอมีแม้จะไม่ได้มากมาย ถือว่ายังพอจะคุ้มค่าที่จะหยิบมาเล่นอีกครั้ง ถือว่าเอาไว้เล่นระหว่างรอเกม Pokemon Legends Arceus ที่จะออกในปี 2022 ก็แล้วกัน

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส