ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Review
| Review

รีวิว Marvel’s Wolverine ฉบับ PlayStation หนักแอคชัน ที่เหลือเบาบาง

Tabel of Content

สรุปรีวิว

Rating: 3 out of 5.

จุดเด่น

  • กราฟิกละเอียด ตามแบบเกม AAA ยุคปัจจุบัน
  • การต่อสู้ดุเดือด เลือดสาดอย่างที่คาดหวังจาก Wolverine
  • การพากย์ดี เป็นธรรมชาติ
  • เกมแปลไทยทั้งเกม มีซับไทย

จุดสังเกต

  • หลายอย่างดูเก่าไปหมด ทั้งการออกแบบฉาก รูปแบบการเล่น เนื้อเรื่อง
  • ดีไซน์ตัวละครไม่ดึงดูด โลแกนไม่เท่เท่าระดับจักรวาลภาพยนตร์

หลังจาก Insomniac Games ประสบความสำเร็จอย่างงดงามกับ Marvel’s Spider-Man ทั้งสร้างความประทับใจให้กับผู้เล่น และกวาดคะแนนวิจารณ์ที่ดีต่อเนื่องมาถึงภาค 2 ปีนี้ก็ถึงคิวของ Wolverine อีกตัวละครที่แฟนมาร์เวลรัก แต่กลายเป็นว่าสร้างความประทับใจได้ระดับกลาง ๆ เท่านั้น และนี่คือเหตุผลว่าทำไม

เรื่องราวของ Marvel’s Wolverine

พื้นหลังของเกมนี้ไม่ได้อิงปูมหลังตัวละครจากทั้งฉบับภาพยนตร์ที่ Hugh Jackman เป็นคนเล่น และก็ไม่ได้อิงเวอร์ชันหลักในคอมมิก (Earth-616) ด้วย แต่เรื่องราวที่สร้างขึ้นใหม่ในจักรวาล Earth-1048 ซึ่งเป็นจักรวาลเดียวกับสไปเดอร์แมนของเกมก่อนหน้า โดยเป็นโลกที่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่ามนุษย์กลายพันธุ์มีอยู่จริง เป็นจักรวาลที่ไม่มีโรงเรียนเซเวียร์ ยังไม่มีทีม X-Men มีการล่ามนุษย์กลายพันธุ์ ส่วนตัวละครที่เห็นตั้งแต่ด่านแรกในเกมนี้ก็เช่น Sabretooth, Mystique, Omega Red

เมื่อเริ่มเกมจะเห็นภาพย้อนอดีตที่ไม่ไกลมากของ Logan (Wolverine) ว่านาธาเนียล เอสเซกซ์ (Nathaniel Essex) เป็นคนไปเจอตอนที่เขาแทบจะเหมือนสัตว์ป่าไปแล้ว และเป็นคนที่ทำให้โลแกนกลับมาเป็นผู้เป็นคน ซึ่งตอนนี้เอสเซกซ์ถูกโบลิวาร์ ทราสค์ (Bolivar Trask) จับตัวไป โลแกนจึงกลับมาที่ Team X ที่เอสเซกซ์เป็นคนตั้ง เพื่อร่วมภารกิจช่วยเหลือ ซึ่งจะกลายเป็นฉากแรกของเกม

โบลิวาร์ ทราสค์ (Bolivar Trask)
โบลิวาร์ ทราสค์ (Bolivar Trask)

ภายในเกมจะค่อย ๆ รู้เรื่องอดีตที่ยาวนานของโลแกนผ่านการเก็บของและเล่นมินิเกมภายในจิตใจต่าง ๆ ซึ่งจะได้อ่านเป็นเรื่องราวต่าง ๆ ไม่ได้มีภาพย้อนอดีตให้ดู ส่วนตัวเราว่าเซ็ตติ้งเนื้อเรื่องของเกม Wolverine มันเก่า ๆ วนเวียนกับประเด็นการต่อต้านมนุษย์กลายพันธุ์ที่ถูกเล่าซ้ำมาหลายรอบในสื่อต่าง ๆ เลยไม่ค่อยมีแรงจูงใจให้ติดตามเรื่องต่อเท่าไหร่ แต่ถ้าผ่านช่วงแรกของเกมมาได้ เนื้อเรื่องจะค่อย ๆ น่าติดตามขึ้น

ด้วยความที่เกมนี้แปลเป็นภาษาไทยทั้งหมด ก็ทำให้เราอินกับเกมได้ง่ายขึ้น การแปลได้ลื่นไหลใช้ได้ แค่จะมีหลุดในบางจุด ที่เราเจอคือมีเนื้อหาไทยและเนื้อหาอังกฤษซ้ำกันในเอกสารเดียวกัน

ระบบการเล่น

Marvel’s Wolverine เป็นเกม Action Adventure แบบมุมมองบุคคลที่ 3 ที่คุ้นเคย แต่รวดเร็วแบบ Hack and Slash แต่ในบางมุมเราก็คิดถึงเกม beat ’em up เก่า ๆ อย่าง Double Dragon อยู่ คือเราที่เป็น Wolverine ก็วิ่งเข้าไปฟัน ๆ สวบ ๆ กดท่าคอมโบ พอศัตรูโจมตีกลับก็กระโดดออก หรือป้องกันจนเสียจังหวะแล้วโต้กลับฟันต่อ เหมือนบังคับนักเลงเข้าไปต่อยตี ซึ่งด้วยความที่เป็น Wolverine การต่อสู้กับศัตรูทั่วไปในเกมจะไม่ยากมาก เพราะพลังชีวิตสามารถเติมกลับมาได้ตลอดเมื่อจบการต่อสู้

แล้ว Pattern ของเกมจะเดาได้ ประมาณว่า ไปสถานที่ใหม่ เจอศัตรูกีกี้ให้ตบรายทางไปเรื่อย ๆ แล้วกลางด่านเริ่มเจอตัวตึงขึ้นมา จนจบด่านสู้กับบอส หรือใครที่เล่นเกมมาพอสมควร พอเจอดีไซน์ฉากประมาณนี้ มันต้องเกิดเหตุการณ์ประมาณนี้แน่ ๆ ก็ทำให้มีเล่นไป เบื่อไปบ้าง

พลังจากความโกรธ

ระบบที่แตกต่างของเกมนี้คือเกจ Rage หรือระดับความโกรธที่มี 3 ขั้น เน้นให้ต่อสู้รวดเร็ว รุนแรงเพื่อสะสมความโกรธไปเรื่อย ๆ พอถึงขั้น 2 จะคอมโบแรงขึ้น ปลดระบบ Last Stand คือถ้าโดนรุมกินโต๊ะจนพลังหมด ก็สามารถเปลี่ยนความโกรธเป็นลูกฮึด ปั้มหัวใจมาสู้ต่อได้ แต่ถ้าพลังหมดตอนความโกรธขึ้นไม่ทันก็จบนะ ไปโหลดจุดเซฟมาเล่นใหม่

ส่วนถ้าสะสมความโกรธถึงระดับ 3 จะเป็น Berserker แล้ว พลังแรงสุด พวกกีกี้ตัวเล็ก ๆ อาจถูกวูล์ฟเวอรีนตบทีเดียวตายได้ แล้วพุ่งกระโจนจากศัตรูตัวหนึ่งไปอีกตัวหนึ่งได้ง่าย เน้นให้รีบฆ่าให้เร็ว เยอะที่สุดเพื่อรักษาระดับความโกรธให้อยู่ได้ ถ้าหยุดฆ่าสักพักก็จะออกจากโหมดนี้ แล้วไม่ต้องกดคอมโบเยอะ กดอยู่ไม่กี่ปุ่มก็แรงแล้ว

ความโกรธระดับ 3 พร้อมกระซวกให้ดับในครั้งเดียว
ความโกรธระดับ 3 พร้อมกระซวกให้ดับในครั้งเดียว

เกมนี้เน้นต่อสู้ระยะใกล้เป็นหลัก

  • กด □ เพื่อฟันเบา,
  • △ โจมตีหนัก ส่วนใหญ่ก็จะใช้ 2 ปุ่มนี้สลับไปมาเพื่อทำคอมโบ
  • กด L1 เพื่อป้องกัน กดให้ถูกจังหวะจะทำให้ศัตรูชะงักแล้วโต้กลับได้
  • ○ ใช้หลบ กด 2 ครั้งเป็นกลิ้งหลบ
  • ✕ กระโดด
  • แล้วกด L2 ค้างแล้วกดอีกปุ่มที่กำหนดเพื่อเรียกท่าพิเศษได้ เช่นฟันทอร์นาโดหมุน ๆ ซึ่งจะต้องใช้เวลาเพื่อสะสมถึงจะใช้ท่าพิเศษได้
  • ส่วน R2 กดค้างเพื่อวิ่งเร็ว
  • และ R3 เพื่อดูคำใบ้ว่าต้องไปที่ไหนต่อ

ซึ่งก็มีกดคอมโบได้ แต่การต่อคอมโบไม่ได้เยอะ กดวนไปวนมาในท่าเดิม ๆ ไม่กี่แบบ ถ้าเทียบกับ Stellar Blade เกมนั้นจริงจังกับจังหวะ Parry มากกว่า และมีคอมโบดาบที่หลากหลายกว่า ให้ผู้เล่นเลือกแนวทางได้มากกว่า

ฉากมอเตอร์ไซค์ในตำนาน
ฉากมอเตอร์ไซค์ในตำนาน

นอกจากนี้ในเกมยังมี QTE ขึ้นให้กดเป็นพัก ๆ ในช่วงคัดซีน ซึ่งเอาจริง ๆ ถ้ากดผิด กดไม่ทันเกมก็จะไปต่ออยู่ดี ไม่ได้มีผลอะไรมาก รวมถึงฉากขี่มอเตอร์ไซค์ในตำนาน ที่ก็เล่นพอเป็นพิธีให้สนุก แต่ยังไงเกมก็ให้ผ่านอยู่แล้ว

การพัฒนาตัวละคร

การพัฒนาตัวละครในเกมนี้แบ่งเป็น 3 อย่าง ให้ตัวละครเก่งขึ้นเรื่อย ๆ ในเกม

อย่างแรกคือเก็บ EXP จากการฆ่าศัตรูหรือฟันกล่องในเกม เพื่อขึ้น Level แล้วเอา Technique Points ไปซื้อสกิลปลดล็อกท่าใหม่ ๆ หรือเอาไปซื้อ Special Techniques คือท่าโจมตีพิเศษ ที่ต้องกด L2 ค้างแล้วกดเลือกท่า

เก็บแต้มพันธุกรรม
เก็บแต้มพันธุกรรม

ต่อมาคือเก็บแต้มพันธุกรรมพัฒนาตัวละคร คล้าย ๆ ระบบ Skill Tree โดยเก็บขวดวิสกี้ให้คิดถึงเรื่องเก่า หรือเล่นด่าน Nightmare Doors ที่ย้อนอดีตความทรงจำซึ่งจะเจอระหว่างลุยด่าน ก็จะได้แต้มไปใส่ใน Adaptations ซึ่งจะเพิ่มสกิลแบบพาสซีฟ เช่นสะสมความโกรธได้เร็วขึ้น หรือวิ่งแล้วโดนยิงจะได้ความโกรธมากขึ้น ซึ่งต้องเอาไปเลือกใส่ในสล็อต แล้วสล็อตจะปลดมากขึ้นเหมือนเล่นผ่านด่าน Nightmare Doors มากขึ้น

เปลี่ยนชุดในเกม
เปลี่ยนชุดในเกม

การพัฒนาสุดท้ายคือเรื่องชุด และกงเล็บ ที่ต้องเก็บวัสดุไปคราฟ แม้ว่าหลัก ๆ จะเป็นการเปลี่ยนสกิล แต่ถ้ายิ่งคราฟชุดเยอะ HP สูงสุดของโลแกนก็จะเพิ่มสูงขึ้น

แล้วเมื่อเล่นเกมจบ แล้วเล่น New Game + จะสามารถเก็บสกิลเพิ่มขึ้นได้อีก

กราฟิก และการนำเสนอ

ภาพในโหมด Fidelity Pro
ภาพในโหมด Fidelity Pro

เราเล่นเกมนี้บน PlayStation 5 Pro ก็นำเสนอภาพสวยงามได้อย่างที่คาดหวัง ซึ่งจะมีโหมดกราฟิกให้เลือก 2 แบบคือ Performance Pro ที่ตั้งเป้าที่ 60 fps โดยใช้ความละเอียดราว 1440p ก่อนใช้ PSSR อัปสเกลเป็น 4K ซึ่งสามารถเปิด Ray Tracing ระดับพื้นฐานด้วย

ส่วนอีกโหมดคือ Fidelity Pro จะใช้ความละเอียดราว 1800p ก่อนใช้ PSSR อัปสเกลเป็น 4K พร้อมเปิด Ray Tracing ได้ในระดับที่สูงกว่า ให้พวกพื้นผิวเปียกดูสมจริงขึ้น แต่เราว่าเวลาเล่นเกมเร็ว ๆ ความรู้สึกเกี่ยวกับความสวยของ Performance Pro กับ Fidelity Pro ไม่ได้ต่างกันมาก

ถ้าเล่นบนจอที่ไม่รองรับ VRR จึงแนะนำให้เล่นบนโหมด Performance Pro ดีกว่า จะได้ 60 fps เพราะ Fidelity Pro จะจำกัดแค่ 30 fps ส่วนถ้าเป็นจอที่รองรับ VRR และปลดล็อกลิมิตของ FPS ในโหมด Fidelity Pro จะได้ความลื่นราว 40-50 fps ซึ่งก็ดีพอสำหรับเราแล้ว เราจึงเล่นโหมดนี้เป็นหลัก

ส่วนใน PlayStation 5 ทั้ง 2 โหมดนี้จะกลายเป็น Fidelity และ Performance ซึ่งก็ยังสามารถให้ภาพ 60 fps ได้ลื่น ๆ เพียงแต่จะไม่คม และ RT จะไม่สวยเท่า

ภาพในโหมด Performance Pro
ภาพในโหมด Performance Pro

ส่วนการนำเสนอ หลังจากที่เราเล่นเกมนี้ไปสักพัก ก็รู้สึกว่าการนำเสนอภาพภายในเกมค่อนข้างเป็นสไตล์เก่า ๆ เช่นฉากท่าเรือที่มีตู้คอนเทนเนอร์เยอะ ๆ ที่รายละเอียดไม่เยอะ หรือฉากป่า ฉากเตาหลอมมีประมาณลาวาต่าง ๆ ความรู้สึกเหมือนเคยเห็นลักษณะนี้ในเกมเก่า ไม่รู้สึกว้าวกับฉากในเกมมาก

ประกอบกับดีไซน์ตัวละครที่รู้สึกเหมือนถูกลิมิตไม่ให้ดูดึงดูดมากเกินไป ตั้งแต่พระเอกอย่างโลแกนที่ตัวเตี้ย (ซึ่งก็จริงตามต้นฉบับคอมิกส์ที่โลแกนสูงแค่ 160 cm แต่ฉบับหนังโดย Hugh Jackman สูงถึง 190 cm ทำให้เราติดภาพวูล์ฟเวอรีนที่ตัวสูงใหญ่มากกว่า) หน้าตาดูอ่อนต่อโลก ดูตาลอย ทั้งที่ความจริงวูล์ฟเวอรีนในเกมสู้ดุเดือดเลือดสาดมาก หรือตัวละครอย่างมีสทีค และจีน เกรย์ ที่ไม่ได้ดูดีเท่าเวอร์ชันอื่น ๆ

Marvel’s Wolverine เกมระดับกลาง ๆ ของ Sony

Wolverine เป็นตัวละครที่มีความเป็นไปได้ในการทำเกมให้สนุก เพราะเป็นตัวละครที่ดุดัน รวดเร็ว สู้แบบถึงเนื้อถึงตัว แต่ Marvel’s Wolverine กลับไปไม่ถึงระดับนั้น ไปได้แค่เกมลุยด่านที่เน้นเล่นเพลิน ๆ ไม่ท้าทายมาก แถมดีไซน์ทั้งตัวละครและฉากดูเก่า รูปแบบการเล่นก็วนเวียนไม่กี่แบบ เนื้อเรื่องก็ไม่ได้มีปมใหญ่แปลกใหม่จนน่าติดตามตั้งแต่ต้นเกม ต้องเล่นไปสักพักถึงจะเริ่มรู้สึกว่าน่าติดตาม

เกมนี้จึงเหมาะสำหรับคนที่เป็นแฟนมาร์เวล หรือวูล์ฟเวอรีนที่อยากติดตามผลงานใหม่มากกว่าครับ ส่วนคนทั่วไปเราว่ารอสักหน่อยได้

Highlight

[Review] Metal Gear Solid Δ: Snake Eater ความเปลี่ยนแปลง ที่ไม่ทำลาย “ต้นฉบับ”

12/09/2025
Read More

[Review] Death Stranding 2: On the Beach เมื่อความตายคือของขวัญ และความโดดเดี่ยวคือพันธะสุดท้ายของมนุษย์

23/06/2025
Read More

[รีวิวเกม] Capcom Fighting Collection 2 รวมฮิตเกมต่อสู้ในตำนานของ Capcom

23/06/2025
Read More

[รีวิวเกม] Clair Obscur: Expedition 33 เกม RPG ที่ผสานความคลาสสิกกับกราฟิกยุคใหม่ได้ลงตัว

01/05/2025
Read More

Lost and Found Co. เกมหาของแสนเรียบง่ายฝีมือคนไทย ที่พร้อมท้าทายความช่างสังเกตในตัวคุณ 

22/04/2025
Read More

[รีวิวเกม] Suikoden I & II HD Remaster รีมาสเตอร์เกม RPG ในตำนานที่เหมาะกับแฟนตัวจริง

05/04/2025
Read More

Related Content