Connect with us

dtac Phone S1

2,490
dtac Phone S1
6.9

คุณภาพงานผลิต

7.0/10

คุณภาพหน้าจอ

5.0/10

ประสิทธิภาพ

7.0/10

คุณภาพกล้อง

6.5/10

ความคุ้มค่า

9.0/10

จุดเด่น

  • ราคาไม่ถึง 3000 แต่รองรับ 4G ได้
  • ประสิทธิภาพดีพอสำหรับใช้งานในชีวิตประจำวันสบายๆ
  • ใส่ 2 ซิมและ 1 MicroSD ได้พร้อมกัน
  • มาพร้อมเคสและฟิล์มกันรอยในกล่อง
  • มีโปรโมชั่นเสริมจาก dtac prepaid

จุดสังเกต

  • จอไม่ใช่ ips ทำให้มองยากเมื่อไม่ใช่มุมตรง
  • กล้องคุณภาพแค่ใช้ได้
  • รองรับการสัมผัส 2 จุด

คุณผู้ชมครับ เรามาถึงยุค 4G อย่างเป็นทางการแล้วครับ (ฮูเร) แน่นอนว่าการจะใช้การเชื่อมต่อที่เรียกว่า 4G ก็ต้องมีอุปกรณ์ที่รองรับด้วย Dtac หนึ่งในผู้ให้บริการ 4G รายใหญ่ของไทย จึงออก Dtac Phone S1 สมาร์ทโฟนราคาแค่ 2,490 บาท แต่รองรับ 4G ด้วย ที่เราจะรีวิวกันในครั้งนี้ไงครับ

เปิดกล่องให้ดูหน่อย ก็นอกจากจะมีทีชาร์จ มีหูฟังตามปกติแล้ว แน่นอนว่าต้องแถมฟิล์มกันรอยกับเคสมาด้วยนะ ซื้อจบครบในครั้งเดียวไปเลย
dtac phone S1 ที่นำ ZTE Blade A110 มาปรับปรุงให้เหมาะสมกับประเทศไทย รุ่นนี้ทำอะไรได้บ้าง มาลองดูผลคะแนนกันก่อนครับ เริ่มจาก Antutu ได้ 23725 คะแนน ส่วน Geekbench 3 ได้คะแนน single core 481 และ multi-core 1342 ก็เป็นความเร็วระดับเดียวกับ Galaxy S 3 หรือ Note 2 ที่ออกเมื่อปี 2012 เลย

ซึ่งการทดลองเล่นเกม Temple Run 2 เปิดเว็บด้วย Google Chrome ใช้เฟซบุ๊กพร้อมเปิดวิดีโอ หรือเปิดวิดีโอแบบเต็มจอใน YouTube ก็ทำได้ลื่นไหลดี โดยสเปกคร่าวๆ คือ

  • CPU: mediatek MT6735m 1.0 GHz 4-core
  • GPU: mali-T720
  • มาพร้อม Ram: 1 GB ซึ่งสมาร์ทโฟนที่รองรับ 4G ให้ดีต้องมีแรม 1 GB ขึ้นไป
  • Android 5.1 lollipop

แต่ dtac phone S1 นี้มี ROM มาให้ 8 GB แต่จะเหลือใช้ให้จริงราว 3.5 GB เท่านั้น แต่สามารถเพิ่ม MicroSD ได้สูงสุด 32 GB นะครับ
หน้าจอของ Dtac phone S1 นั้นมีขนาด 4 นิ้ว ความละเอียด 800 X 480 pixel ซึ่งก็ทำงานได้ดี แต่ด้วยราคาเครื่องที่ถูกมากทำให้ไม่สามารถใส่จอ ips ลงมาได้ การมองหน้าจอเครื่องในแนวเอียง รวมถึงการมองเครื่องเวลาพลิกเป็นแนวนอน จึงให้ภาพเหลือบๆ มองยากบ้าง ก็ต้องปรับมุมเครื่องลดแสงสะท้อนกันสักหน่อย นอกจากนี้ตัวจอสัมผัสยังรองรับ multitouch 2 จุดอีกด้วย

dtac phone S1 มาพร้อมกับกล้องหลังความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ถ่ายวิดีโอได้ 720p และกล้องหน้าความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ซึ่งมีไฟแฟลชทั้งกล้องหน้ากล้องหลัง แต่การที่กล้องหลังเป็นแบบ fix-focus ก็อาจมีปัญหาการถ่ายในระยะใกล้มากๆ ได้ ส่วนเรื่องคุณภาพภาพและวิดีโอ ก็อยู่ในระดับใช้ได้สำหรับฉากที่มีแสงเพียงพอ ตัวแอปมีลูกเล่นหลากหลายเช่นการถ่าย Live photo หรือการชู 2 นิ้วเพื่อเริ่มถ่ายภาพ

มาดูที่ปุ่มหลักของเครื่องที่อยู่ด้านล่างหน้าจอกันบ้าง ผู้สามารถเลือกได้ว่าจะให้ปุ่มไหนเป็น Back และปุ่มไหนเป็น option ในการตั้งค่าของระบบ

ด้านหลังเครื่อง มีขอบโค้งมน ด้านบนเป็นกล้องหลักและแฟลช ส่วนด้านล่างเป็นลำโพงที่ให้เสียงดังใช้ได้ ฟังวิทยุก็ได้ และมีตุ่มเล็กๆ เพื่อให้เวลาวางเครื่องกับพื้นโต๊ะจะได้ไม่ปิดช่องเสียง โดยตัวเครื่องมีให้เลือก 3 สีคือ สีเทา ทอง และสีชมพูยอดนิยมส่วนด้านข้างก็มีปุ่มปรับเสียงและปุ่มล็อกจออยู่ทางด้านขวา ส่วนช่องหูฟัง 3.5 mm และพอร์ต microUSB สำหรับชาร์จไฟนั้นอยู่ด้านบนครับ

สมาร์ทโฟนรุ่นนี้รองรับการทำงานแบบ 2 ซิม โดยซิมแรกเป็น Nano-sim และซิม 2 เป็น mini-sim (ซิมใหญ่ในยุคก่อน) โดยใส่ได้พร้อมกันทั้งซิม 2 และ MicroSD ไม่ต้องเลือกใส่ซิมใดซิมหนึ่งเหมือนมือถือรุ่นอื่นๆ

ใส่ได้ 2 ซิมและ 1 MicroSD พร้อมกัน โดยไม่ต้องเลือก

นอกจากเรื่องที่เราได้เล่าไปแล้ว Dtac phone S1 ยงมีความสามารถพิเศษอีกหลายอย่าง เช่นโหมดใช้งานง่าย ที่เป็นเมนูพิเศษสำหรับเด็กและผู้สูงอายุ ที่เข้าใจง่าย ตัวอักษรใหญ่เพื่อให้ใช้สะดวกขึ้น ลูกเล่นอย่างการแตะหน้าจอ 2 ครั้งเพื่อเปิดจอ หรือลากไปในทิศทางต่างๆ จากหน้าจอที่ปิดอยู่เพื่อเปิดโปรแกรมที่ตั้งเอาไว้ นอกจากนี้ยังมีแอป farmer info ที่คอยให้ข้อมูลราคาสินค้าการเกษตร แล้วยังมี 2 แอปพิเศษคือ Wikipedia และ free basics ที่ Dtac จะไม่คิดอัตราการใช้ข้อมูลจากการใช้งาน 2 แอปนี้

dtac phone S1 จึงเป็นมือถืออีกรุ่นที่น่าสนใจในระดับราคา 2,490 บาท เพราะสามารถทำงานได้ลื่นไหล แถมยังมีโปรโมชั่นของ dtac prepaid คือ

  • ค่าโทรเท่าค่าเครื่อง +เน็ตสูงสุด 2GB และ LINE & FB นาน 10 เดือน เมื่อเติมเงิน 100 บาท/เดือน
  • ลูกค้าเปิดซิมเติมเงินใหม่ รับโบนัสค่าโทร + ค่าเน็ต 100 บาท เพียงเติมเงินครั้งแรก 60 บาทขึ้นไป

แต่อย่างไรก็ตามยังมีข้อจำกัดเรื่องประสิทธิภาพตัวจอ และกล้องที่ต้องลองจับดูครับ ว่าเหมาะกับตัวเองหรือไม่

แสดงความคิดเห็น

Mobile Lab

หนุ่ย พงศ์สุขเปิดร้านตู้มือถือ แนะนำ AIS The One Sim ซิมเดียวจบ เปลี่ยนได้สารพัดโปร

Published

on

dtac Phone S1

2,490
dtac Phone S1
6.9

คุณภาพงานผลิต

7.0/10

คุณภาพหน้าจอ

5.0/10

ประสิทธิภาพ

7.0/10

คุณภาพกล้อง

6.5/10

ความคุ้มค่า

9.0/10

จุดเด่น

  • ราคาไม่ถึง 3000 แต่รองรับ 4G ได้
  • ประสิทธิภาพดีพอสำหรับใช้งานในชีวิตประจำวันสบายๆ
  • ใส่ 2 ซิมและ 1 MicroSD ได้พร้อมกัน
  • มาพร้อมเคสและฟิล์มกันรอยในกล่อง
  • มีโปรโมชั่นเสริมจาก dtac prepaid

จุดสังเกต

  • จอไม่ใช่ ips ทำให้มองยากเมื่อไม่ใช่มุมตรง
  • กล้องคุณภาพแค่ใช้ได้
  • รองรับการสัมผัส 2 จุด

นอกจากหนุ่ย พงศ์สุขจะทำสารพัดคลิปให้ความรู้ปรนเปรอสมาชิกแบไต๋แล้ว ยังแอบเปิดร้านตู้มือถือสำรวจตลาดอีกด้วย คราวนี้มาแนะนำ AIS The One Sim ซิมเติมเงินแบบใบเดียวจบ ซื้อไปก่อน ค่อยไปเลือกโปรที่ใช่ทีหลัง ไม่ต้องเหนื่อยตามหาซิมโปรที่ต้องการแล้ว!

AIS The One Sim

เพราะ AIS รู้ใจปัญหาผู้ใช้ ที่เหนื่อยตามหาซิมประเภทที่ต้องการ ต้องเดินไปถามหลายร้านกว่าจะได้ซิมที่ใช่ เลยออก AIS The One Sim ซิมเดียวจบ เลือกเบอร์เสร็จก็ซื้อไปเลย แล้วค่อยไปเลือกโปรโมชั่นที่ต้องการด้วยตัวเอง จะเน้นโทร เน้นอินเทอร์เน็ต เน้นความบันเทิง หรือเน้นโซเซียล ก็มีแพ็กเกจให้เลือกได้ทุกความต้องการ แถมให้มาเป็นซิม 3 ขนาด ใช้ได้กับสมาร์ทโฟนทุกรุ่นด้วยนะ AIS The One Sim ง่ายและสะดวกจริงๆ

Package เริ่มต้น

แพ็กเกจเริ่มต้นของ AIS The One Sim นั้นก็แจ่มไม่ใช่เล่นนะ เล่นโซเซียลพวก facebook, line, twitter, instagram และอื่นๆ ฟรี 2 GB, ดู AIS Play ฟรี 2 GB ใช้ AIS Super Wifi ฟรี 3 GB ได้เน็ต 4G/3G 1 GB และเน็ตสามารถมือถือที่รองรับ 4G เพิ่มอีก 1 GB ค่าโทรนาทีละ 64 สตางค์ แค่เติมเงินอย่างน้อยเดือนละ 150 บาทเท่านั้นเอง

โปรฯ อื่น ๆ ที่มี

แต่ถ้าไม่อยากใช้แพ็กเริ่มต้นแล้ว ก็สามารถเลือกแพ็กเกจใหม่ได้อีกหลากหลาย เช่นถ้าอยากให้โซเซียลเยอะๆ ใช้ facebook, line, twitter และเครือข่ายอื่นๆ ได้ไม่อั้นก็เลือกแพ็กเกจหลักของ AIS The One Sim เป็น Super Social, หรืออยากฟังเพลง ดูซีรี่ส์ ดูทีวีเยอะๆ ก็เลือกแพ็กหลักเป็น Super Play, หรือถ้าอยากได้ซิมราคาประหยัด ค่าโทรถูก ใช้แล้วเน็ตไม่รั่วก็เลือกแพ็กเป็น Easy Net Sim ก็ได้

ก็เรียกได้ว่าทำออกมาให้ครบจริง ๆ สำหรับซิมเติมเงิน AIS The One Sim ตัวนี้ บอกเลยว่าใช้ซิมเดียวจบแน่นอน!

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Mobile Lab

รีวิวมือถือ Redmi 5A จัดเต็มสเปคดีในราคาเบาเว่อ 2,790 บาท!

าดมือถือราคาระดับล่างต้องสะเทือน เมื่อ Xiaomi ก้าวเข้ามาทำมือถือราคาต่ำกว่า 3,000 บาท ซึ่งมาพร้อมกับสเปคที่ไม่ธรรมดา และความสามารถที่โดดเด่นมาก ๆ ที่มือถือค่ายอื่นไม่มีอย่างแน่นอนในราคาเท่านี้

Published

on

dtac Phone S1

2,490
dtac Phone S1
6.9

คุณภาพงานผลิต

7.0/10

คุณภาพหน้าจอ

5.0/10

ประสิทธิภาพ

7.0/10

คุณภาพกล้อง

6.5/10

ความคุ้มค่า

9.0/10

จุดเด่น

  • ราคาไม่ถึง 3000 แต่รองรับ 4G ได้
  • ประสิทธิภาพดีพอสำหรับใช้งานในชีวิตประจำวันสบายๆ
  • ใส่ 2 ซิมและ 1 MicroSD ได้พร้อมกัน
  • มาพร้อมเคสและฟิล์มกันรอยในกล่อง
  • มีโปรโมชั่นเสริมจาก dtac prepaid

จุดสังเกต

  • จอไม่ใช่ ips ทำให้มองยากเมื่อไม่ใช่มุมตรง
  • กล้องคุณภาพแค่ใช้ได้
  • รองรับการสัมผัส 2 จุด

ตลาดมือถือราคาระดับล่างต้องสะเทือน เมื่อ Xiaomi ก้าวเข้ามาทำมือถือราคาต่ำกว่า 3,000 บาท ซึ่งมาพร้อมกับสเปคที่ไม่ธรรมดา และความสามารถที่โดดเด่นมาก ๆ ที่มือถือค่ายอื่นไม่มีอย่างแน่นอนในราคาเท่านี้ จะมีอะไรบ้าง เรามาแบไต๋ให้คุณอ่านกันที่นี่

สเปค XIAOMI REDMI 5A

  • หน้าจอขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด HD
  • CPU : Snapdragon 425
  • RAM : 2GB
  • ROM : 16GB
  • กล้องหลัง : 13MP
  • กล้องหน้า : 5MP
  • แบตเตอรี่ : 3000 mAh
  • ระบบ Android 7.1.2 ครอบด้วย MIUI 9

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • มือถือ Xiaomi Redmi 5A
  • คู่มือ
  • ปลั๊ก / สายชาร์จ Micro USB
  • เข็มสำหรับจิ้ม SIM

รูปลักษณ์ภายนอก/ Sensor

ก็เรียกได้ว่าตัวมือถือ Redmi 5A ออกแบบมาสวยงามตามมาตรฐานของ Xiaomi สัมผัสเรียบเนียน ขอบมนไม่บาดมือ มี Infrared สำหรับใช้งานเป็นรีโมทพ่วงกับแอป Mi Remote แต่ไม่มี Gyroscope, Temperature และ Pressure Sensor

Redmi 5A มาพร้อมไมค์ตัดเสียงรบกวน เรียกได้ว่ามาเต็มสุด ๆ เสียงโทรเข้า – รับสายค่อนข้างชัด สามารถบันทึกเสียงระหว่างการสนทนาได้ด้วย

ซึ่ง 2 Sim สามารถใช้งาน 4G 1 ซิมและ 3G อีก 1 ซิมได้ด้วย (ระบบนี้ไม่ใช่ Full Netcom 3.0 นะ)

ลำโพงอยู่ด้านหลังเสียงค่อนข้างดัง แต่คุณภาพไม่ได้ดีมาก เสียงเบสน้อยมาไม่เต็ม ส่วนด้านบนมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. เสียงออกมาค่อนข้างดีตามคุณภาพของหูฟัง

หน้าจอ,กราฟิก

มาพูดถึงในส่วนของหน้าจอ มาพร้อมความละเอียดระดับ HD ขนาด 5 นิ้ว คุณภาพของเม็ด Pixel ของหน้าจอค่อนข้างดี ไม่เห็นเป็นเส้น ทำให้มองแล้วสบายตา เล่นโซเชียลลื่นไหลด้วย Ram ที่ให้มาถึง 2GB มีระบบปรับแสงอัตโนมัติที่ค่อนข้างฉลาด ไม่ปรับแสงวูบวาบ ในส่วนของกราฟิก Snapdragon 425 ตอบโจทย์คนหามือถือระดับ Minimum Price ที่สามารถเล่น ROV ได้ลื่น ๆ เพราะตัวนี้เล่นได้ค่อนข้างลื่นไม่มีสะดุดตลอดทั้งเกม (ตบยับเลยทีเดียว) แต่มีจุดสังเกตที่โหลดก่อนเข้าเกมค่อนข้างช้า อาจทำให้เพื่อนร่วมทีมหงุดหงิดได้

และทางเราได้ลองเทสอีก 1 เกมที่กินสเปคสูงกว่า RoV คือเกม Honkai Impact 3rd เกมนี้เป็นเกมรูปแบบ 3RD Action RPG พอเล่นไหวแต่ค่อนข้างกระตุกอยู่พอสมควร เฟรมหล่นไปอยู่ที่ประมาณ 10 – 20 fps ในระหว่างการเล่น

Antutu Test

จากการทดสอบโดยใช้แอป Antutu ซึ่งเป็นแอปเทสความเร็วมือถือที่เราคุ้นเคยกันดีก็บอกได้เลยว่า คะแนนออกมาไม่ขี้เหร่ สูงถึง 43,770 เลยทีเดียว ส่วนการทดสอบ Stress Test 15 นาที CPU Performance มีความเสถียรสูง วิ่งอยู่ในช่วง 80 – 100% ไม่มีตก

แบตเตอรี่

แบตเตอรี่ขนาด 3000 mAh ของ Redmi 5A ตัวนี้จากที่ใช้งานก็เรียกได้ว่าสามารถอยู่ได้เกิน 1 วันหลังจากชาร์จเต็ม ไม่ต้องกังวลว่าแบตจะหมดระหว่างวันอย่างแน่นอน

กล้อง

สำหรับคนชอบการถ่ายภาพ Redmi 5A ตัวนี้ตอบโจทย์ให้คุณได้ค่อนข้างดีกว่าราคาที่ต้องจ่ายไป ด้วยกล้องหลังขนาด 13 ล้าน ถ่ายภาพออกมาได้สวยงามตามท้องเรื่องทั้งถ่ายปกติ ถ่าย HDR และถ่าย Panorama และกล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล ถ่ายออกมาค่อนข้างโอเคเลยทีเดียว (แต่ภาพออกมาอาจจะขาวเนียนเว่อนิด ๆ ตามสเปคของมือถือฝั่งจีน) และในส่วนของวีดิโอ ไม่มีระบบกันสั่น ทำให้ถ่ายออกมาถ้าไม่มี OSMO หรือตัวช่วยกันสั่น ภาพจะสั่นไหวมาก ๆ จนมึนเลยทีเดียว

ภาพกล้องหลัง

กล้องหน้า

รีโมท Mi

อีก 1 แอปที่แนะนำสำหรับคนที่ซื้อมือถือให้คุณพ่อ คุณแม่ใช้ เพราะแอปนี้จะช่วยให้คุณพ่อ คุณแม่ เปิดทีวี เปิดแอร์ ได้โดยไม่ต้องหารีโมตอีกต่อไป ใช้งานง่ายมาก เข้าไปเลือกที่ เพิ่มรีโมต แล้วเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งในนั้นเรียกได้ว่ามีแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าของทั้งโลกให้คุณได้เลือกเลยก็ว่าได้ (เยอะมาก)

วิธีตั้งค่าเพียงแค่เลือกว่าเราจะเชื่อมกับอะไร แล้วเลือกแบรนด์ให้เรียบร้อย เสร็จแล้วจะให้เราทดสอบปุ่มว่าปุ่มนี้ควบคุมได้หรือไม่ ถ้ากดไว้ซักพักแล้วเจออันที่ใช่ก็ให้ปล่อยแล้วเลือกใช่

หลังจากเลือกเรียบร้อยก็ให้เลือกจับคู่ เป็นอันเสร็จพิธี สามารถใช้งานได้เหมือนรีโมตบ้านเราเลย


ราคา

ปิดท้ายด้วยราคาที่ไม่ธรรมดากับ Flash Sale ครั้งใหญ่ของ Redmi 5A ครั้งที่ 2 บน LAZADA จะเกิดขึ้นในวันเเห่งความรัก 14 ก.พ นี้ เวลา 12:00 น. (เที่ยงวัน) มีโปรโมชั่นพิเศษต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์ที่บอกได้คำเดียวว่า “เบาเว่อ!!” เพียงแค่ 2,790 บาท แถมสามารถใส่ Code ลดราคาได้อีก 5% เหลือเพียง 2,650.50 บาเท่านั้น เทียบราคากับมือถือค่ายอื่น ก็บอกได้เลยว่า

“สเปคแรง คุ้มด้วยราคาสุด ๆ”

สรุป

มือถือ Xiaomi Redmi 5A ตัวนี้เป็น 1 ในมือถือราคาระดับกลาง – ระดับล่างที่ออกมาตอบโจทย์คนหามือถือเครื่องที่ 2 หรือซื้อให้ที่บ้านใช้ ด้วยคุณภาพของมือถือที่ค่อนข้างดีกว่าราคาที่ต้องจ่ายและ ROM ที่ค่อนข้างเสถียร ใช้งานได้ลื่นไม่มีสะดุด

และที่สำคัญ Redmi 5A ตัวนี้เล่น ROV ได้แน่นอน ฟันธง!!!

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Mobile Lab

Beartai Battle ศึกเรือธง iPhone X ปะทะ Samsung Galaxy Note 8

Published

on

dtac Phone S1

2,490
dtac Phone S1
6.9

คุณภาพงานผลิต

7.0/10

คุณภาพหน้าจอ

5.0/10

ประสิทธิภาพ

7.0/10

คุณภาพกล้อง

6.5/10

ความคุ้มค่า

9.0/10

จุดเด่น

  • ราคาไม่ถึง 3000 แต่รองรับ 4G ได้
  • ประสิทธิภาพดีพอสำหรับใช้งานในชีวิตประจำวันสบายๆ
  • ใส่ 2 ซิมและ 1 MicroSD ได้พร้อมกัน
  • มาพร้อมเคสและฟิล์มกันรอยในกล่อง
  • มีโปรโมชั่นเสริมจาก dtac prepaid

จุดสังเกต

  • จอไม่ใช่ ips ทำให้มองยากเมื่อไม่ใช่มุมตรง
  • กล้องคุณภาพแค่ใช้ได้
  • รองรับการสัมผัส 2 จุด

ห่างหายไปนานกับ “แบไต๋ Battle” ที่จับเอา Gadget เทคโนโลยีมาสู้กัน เหตุผลง่ายๆ เพราะไม่มีสปอนเซอร์ครับ จะไปขอสปอนเซอร์จากเจ้าของผลิตภัณฑ์ ก็ไม่ยอมให้เอามาสู้กับแบรนด์อื่น แต่วันนี้ แบไต๋ Battle กลับมาแล้ว! ก็เพราะเราได้สปอนเซอร์ที่การันตีว่า Beartai Battle ครั้งนี้เป็นกลางแน่ๆ คือ “ฟิล์มและกระจกกันรอยโฟกัส” ที่เชียร์มือถือทุกค่ายอย่างเท่าเทียมมานานแล้ว เอาแหละ สมาร์ทโฟนก็พร้อมแล้ว เริ่มต้น Beartai Battle ศึกเรือธง iPhone X ปะทะ Samsung Galaxy Note 8

ประสิทธิภาพเครื่อง

iPhone X ใช้ชิปตัวแรง Apple A11 Bionic ส่วน Samsung Galaxy Note 8 เครื่องในไทยใช้ชิป Exynos 8895

  • ผลคะแนน Geekbench 4
    • Note 8 ได้ Single-core: 2019 และ Multi-core 6753
    • iPhone X ได้ Single-core: 4270 และ Multi-core 10447
    • ตัวเลขเร็วกว่าเกือบเท่าตัว!
  • วัด 3Dmark Sling Shot Extreme
    • Note 8 ได้คะแนน 2644 คะแนน
    • iPhone X ได้คะแนน 2886 คะแนน
    • iPhone X เร็วกว่านิดหนึ่ง

แต่การใช้งานจริง ความเร็วในการโหลดเว็บ ความเร็วในการเปิดแอปก็พอๆ กัน iPhone X จึงชนะไปเพราะให้ตัวเลขดีกว่า แต่ใช้จริงๆ มันก็ถือว่าเครื่องแรงทั้งคู่ ไม่ต่างกัน

คุณภาพหน้าจอ

ตามสเปกจอของทั้งคู่มีประสิทธิภาพสูงเหมือนกัน

  • iPhone X เป็นจอ OLED 5.8 นิ้ว ความละเอียด 2436 x 1125 px ซึ่งเป็นจอที่ละเอียดที่สุดตั้งแต่ใช้ใน iPhone
  • Note 8 เป็นจอ AMOLED 6.3 นิ้ว ความละเอียด 2960 x 1440 px

เมื่อเทสการเปิดคลิปทั่วไป เช่นคลิปจาก Youtube หรือหนัง HD ของ Netflix Note 8 จะให้ภาพสีสดกว่า สดแบบฝรั่งหน้าขาวๆ ก็แดงได้ Contrast สูงกว่า แต่เมื่อเปิดหนัง HDR ของ Netflix เทียบกัน จอ iPhone ให้สีสันและความเข้มของแสงที่สมบูรณ์กว่า จอ Note 8 ให้สีจืดลงไปเลย

แต่ iPhone ก็มีปัญหารอยบากด้านบน ทำให้ไม่สามารถขยายภาพใหญ่สุดได้เต็มตานักเมื่อเทียบกับ Note 8 เพราะติดบาก ซึ่งถ้าเป็น Youtube จะสามารถขยายภาพได้เองจนติดบาก แต่ถ้าเป็น Netflix แอปจะคำนวณภาพที่ดีที่สุดมาให้แล้ว ทำให้บางครั้งภาพเล็กกว่ามากๆ

สรุป จอ iPhone X ดีกว่า Note 8 เพราะสีสันเป็นธรรมชาติกว่า แสดงวิดีโอ HDR ได้ดีกว่า แต่จอ Note 8 ใหญ่กว่าและใช้พื้นที่ได้เต็มที่กว่า

งั้นให้เสมอกันแล้วกัน

รูปลักษณ์และดีไซน์

เรื่องดีไซน์คงต้องแล้วแต่คนชอบ แต่ดีไซน์ของ Note 8 นั้นดูใหญ่แบบยังถือได้ถนัดอยู่เพราะความกว้างของเครื่องมีไม่มาก และใช้พื้นที่จอได้เต็มที่กว่า ทำให้การใช้งานจริงจอของ Note 8 ดูไม่ขัดตา ที่สำคัญกล้อง iPhone X นั้นนูนมาก ในขณะที่กล้อง Note 8 เรียบไปกับเครื่องเลย

Note 8 จึงชนะไปในเรื่องรูปลักษณ์และดีไซน์

กล้อง

ผมไปถ่ายภาพเทียบมาให้แล้ว กล้อง iPhone ยังไงก็คือ iPhone นะครับ เน้นความ Real สีสันไม่ได้สดเกินจริง ถ่าย Selfie ก็ได้หน้าที่จริงมากๆ (แต่ก็สามารถปรับโหมดแสง Studio ได้นะ)

ถ่ายยามเย็นนอกสถานที่

ถ่ายภาพเปรียบเทียบสี

ถ่ายภาพกลางคืน

เทียบภาพถ่ายกล้องหน้า

กล้องหลังโหมด Portait

สีสันวิดีโอ Note 8 ก็ทำได้น่าดูกว่า ส่วนระบบป้องกันภาพสั่นไหวพอๆ กัน แต่ Slow Motion ของ iPhone ทำได้มีรายละเอียดมากกว่า ภาพไม่แตก

สรุปเรื่องกล้อง หนักใจมาก iPhone X ก็ถ่ายแล้วจริงมาก (สมจริงเกิ้น สิวเห็นหมด) ส่วน Note 8 ก็สวยเลย แต่สรุปให้ iPhone X ชนะไป เพราะเราชอบความสมจริง

เสียง

ลำโพงของ iPhone ดีกว่าชัดเจน ให้เสียงครบกว่า แถมยังเป็นลำโพงสเตอริโอ แยกซ้ายขวาได้ ในขณะที่ Note 8 เป็นลำโพงโมโน ออกด้านล่างอย่างเดียว ส่วนเสียงออกจากสายฟังด้วยหูฟังเดียวกัน iPhone ก็ดีกว่า แต่ที่ต่างคือ Note 8 มีช่องหูฟัง ส่วน iPhone X ไม่มีแล้วจ้า

สรุป iPhone X ชนะเรื่องเสียงด้วยลำโพงตัวเครื่องที่ดีกว่า

ระบบปฎิบัติการและแอป

iOS เด่นกว่าที่เรื่องแอป แอปตัวเดียวกันฝั่ง iOS ยังเก่งกว่า เช่นแอป facebook ของ Android เลือกบัญชีผู้โพสต์ไม่ได้ จะโพสต์ในนามเพจก็เลือกไม่ได้ นอกจากนี้ Android ยังมีแอปที่เกี่ยวกับงาน Production น้อยกว่า เช่นแอปตัดต่อวิดีโอมีทางเลือกน้อย แอปไลฟ์ facebook ก็ไม่ค่อยมี เกม AR ที่ละเอียดจริงๆ ฝั่ง Android ก็มีน้อยกว่ามาก

แต่ Android เด่นที่ความยืดหยุ่นและการแชร์ แอปแบบสาย Dev เช่นใช้ GPS ภายนอกผ่าน Bluetooth ก็ต้องมองที่ Android นี้แหละ

สรุป สำหรับผู้ใช้ทั่วไป iPhone X มีระบบปฏิบัติการที่เหนือกว่า Note 8 จ้า

ความสามารถพิเศษ

  • iPhone X เรามีกล้อง True Depth และ Animoji เล่นได้สนุกๆ ปลดล็อกด้วยใบหน้าได้
  • ส่วน Note 8 มีปากกาที่จดบันทึกได้จริงจัง

ไม่ต้องตัดสินใจอะไรให้ยากเลยครับ ปากกาของ Note 8 คือที่สุดแล้วในสมาร์ทโฟน เป็นลูกเล่นที่มีประโยชน์ใช้ได้จริงจังกว่า True Depth และ Animoji ด้านความสามารถพิเศษ Note 8 จึงชนะไป

ราคา

  • iPhone X เริ่มต้น 40,500 บาท สำหรับรุ่น 64 GB
  • Note 8 ราคา 33,900 บาท 64 GB
  • ถ้าเทียบราคาแล้ว Note 8 คุ้มกว่าเห็นๆ

สรุป Samsung Galaxy Note 8 ชนะ iPhone X ไป 4 ต่อ 3 ยก

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

เรื่องร้อนแรง!