Connect with us

Huawei Nova Plus

12,990
Huawei Nova Plus
8.6

รูปลักษณ์ภายนอก

9.0 /10

คุณภาพหน้าจอ

9.0 /10

ประสิทธิภาพเครื่อง

8.0 /10

คุณภาพกล้อง

8.0 /10

ความคุ้มค่า

9.0 /10

จุดเด่น

  • งานประกอบดีมาก จับแล้วรู้สึกแน่นหนา
  • กล้องถ่ายวิดีโอ 4K ได้พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS
  • GPS ทำงานได้ดี ยังนำทางได้แม้วิ่งเข้าอุโมงค์ วิ่งใต้ทางด่วน
  • แบตเตอรี่ทนทาน หมดวันแบตยังเหลือเกินครึ่ง
  • ประสิทธิภาพดี ใช้งานลื่นไหล

จุดสังเกต

  • ไม่มี Gyro ทำให้ใช้แอปบางตัวไม่ได้ เช่น Google Cardboard
  • ถ้าใส่ MicroSD จะใส่ซิม 2 ไม่ได้
  • ช่องเสียบหูฟังอยู่ด้านบน
  • ไม่รองรับ Wifi 5 GHz

เชื่อว่าตอนนี้ทุกคนที่คุ้นเคยกับสมาร์ทโฟนคงไม่มีใครไม่รู้จัก Huawei P9 สมาร์ทโฟนเรือธงที่มาแรงมากของปีนี้ แต่ถ้าไม่ใช่ P9 หรือตัวท็อปอย่างตระกูล Mate หัวเว่ยยังมีสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจอีกไหม วันนี้เว็บแบไต๋จึงขอรีวิว Huawei Nova Plus ที่น่าจะนับเป็นรุ่นน้องของ P9 (โดยเฉพาะ P9 Plus) ได้อย่างเต็มตัว เพราะโครงสร้างเครื่องเป็นโลหะชิ้นเดียวเหมือนกัน แต่ระดับราคาถูกกว่าตระกูล P อยู่หลายพันเลยทีเดียว

สัมผัสตัวเครื่อง แน่น เนี๊ยบ ดูดี

เรื่องแรกที่หลายคนให้ความสำคัญมากสำหรับการเลือกมือถือสักเครื่อง คือสัมผัสในการจับถือครับ เพราะมันต้องอยู่ในมือของเราไปอีกนาน ก็อยากได้ของที่จับแล้วรู้สึกดีหน่อย ซึ่ง Huawei Nova Plus ไม่ทำให้ผิดหวังเรื่องนี้ด้วยคุณภาพงานประกอบที่ดีเกินราคาเครื่อง เริ่มตั้งแต่กระจกหน้าจอที่เป็นชิ้นเดียวไปตลอดจากขอบถึงขอบ ไม่ว่ากล้องหน้าหรือเซนเซอร์ต่างๆ ถูกเก็บไว้ด้านหลังกระจกหมด มีเจาะเพียงช่องลำโพงแนบหูเท่านั้น เมื่อลากนิ้วไปมาบนหน้าจอนี้จึงรู้สึกดีมาก โดยเฉพาะบริเวณขอบที่เป็นกระจกโค้ง 2.5D รับกับขอบเครื่องโลหะที่เจียด้วยเพชร รวมกับจอขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080 pixel ที่ให้ความสว่างและสีสันได้ดี แม้มองจอภาพจากมุมเอียงสีสันก็ไม่ผิดเพี้ยน ก็ดูด้านหน้ารวมๆ แล้วมีเสน่ห์

novaplus-back

ส่วนตัวเครื่องนั้นทำมาจากโลหะชิ้นเดียวให้ความรู้สึกหนักแน่น โดยเป็นโลหะเนื้อเดียวกับ Huawei P9 แต่ดีไซน์ให้มีความโค้งรับกับมือเพื่อให้จับถือได้กระชับขึ้นสำหรับสมาร์ทโฟนหน้าจอ 5.5 นิ้วอย่าง Nova Plus (แต่เวลาใช้งานมือเดียวก็ต้องระวังอยู่ดีนะครับ เครื่องค่อนข้างใหญ่ อาจหลุดมือได้) ทั้งหมดนี้ทำให้ Huawei Nova Plus ดูเป็นเครื่องที่มีราคา

ชมภาพ Nova Plus แบบ 360 องศา ลากซ้าย-ขวาได้เลย

ประสิทธิภาพน้องๆ รุ่นท็อป ในราคาคุ้มค่า

Huawei Nova Plus นั้นเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางนะครับ ไม่ได้ใช้ CPU ตัวท็อป แต่ก็มีประสิทธิภาพมากพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้สบายๆ โดยสเปกในส่วนประสิทธิภาพนั้นเป็นดังนี้

  • CPU: Qualcomm SnapDragon 625 แบบ 8 แกนสมอง ความเร็ว 2.0 GHz
  • GPU: Adreno 506
  • RAM 3 GB
  • ROM: 32 GB
  • Android 6.0 ครอบทับด้วย EMUI 4.1

ซึ่งผลการทดสอบด้วย GeekBench 4 ในส่วนของ CPU ได้คะแนน Single Core ไป 836 และ Multicore 3079 คะแนน ซึ่งในฝั่งของ Multicore นั้นให้คะแนนใกล้เคียงกับ Snapdragon 810 ก็ประมาณ Nexus 6P หรือ Note 4 ได้นะครับ ส่วน Antutu 6.2 ให้ผลออกมาที่ 63,367 คะแนน ก็เร็วได้เทียบเท่า Galaxy Note 5, iPhone 6s ครับ

ซึ่งจากการใช้งาน Nova Plus ในชีวิตประจำวันก็ถือว่าลื่นไหลไม่ติดขัดครับ การเปิดเว็บ ใช้ facebook แซท LINE ทำได้ลื่น อาจมีช่วงอึ้งๆ บ้างระหว่างเปลี่ยนแอปก็เป็นลักษณะปกติของ Android (อย่าโกรธกันน้า) เล่นเกมกราฟิกหนักๆ อย่าง Unkilled หรือ Xenowerk ก็ยังสบายๆ

คุณภาพกล้อง

ความแตกต่างสำคัญระหว่าง Huawei P9 กับ Huawei Nova Plus คือเรื่องกล้องนี่แหละครับ กล้องของ Nova Plus นั้นไม่ได้ร่วมสร้างโดย Leica จึงไม่ได้ให้ภาพสีจัด สดใส และให้ภาพขาวดำที่เข้มเหมือนกล้องจาก P9 แต่กล้องของ Nova Plus ก็ไม่ได้ถ่ายภาพแย่นะครับ สีสัน รายละเอียดของภาพนั้นสู้กับมือถือเรือธงรุ่นอื่นๆ ได้เลย ลองดูภาพตัวอย่างจากกล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซลได้เลย

ที่ประทับใจอีกอย่างคือ Nova Plus มาพร้อม OIS หรือ Optical Image Stabilization ระบบป้องกันภาพสั่นไหว ที่ช่วยให้ภาพคมชัดขึ้นแม้จะอยู่ในที่แสงน้อย ต้องใช้ความไวซัตเตอร์ต่ำๆ และยังช่วยให้ถ่ายวิดีโอที่สามารถถ่ายได้ถึงระดับ 4K ได้นุ่มนวลขึ้นด้วย การเคลื่อนไหวของกล้องจะสมูท ไม่สั่นตามมือมากนัก

ตัวอย่างวิดีโอจาก Huawei Nova Plus

Nova Plus ยังมาพร้อมโหมดถ่ายรูปอีกหลายโหมด เริ่มตั้งแต่โหมดมืออาชีพที่สามารถปรับความเร็วซัตเตอร์ ISO หรือ White Balance ตามชอบใจได้ (แต่ไม่สามารถถ่ายเป็นไฟล์ Raw แบบ P9 ได้นะ) โหมดถ่ายอาหาร โหมดถ่ายกลางคืนที่ต้องใช้ขาตั้ง และยังมีโหมดวาดภาพด้วยแสงแบบเดียวกับ Huawei P8 ที่สามารถใช้ถ่ายภาพน้ำตกให้สมูท หรือถ่ายดาวบนฟ้าให้เป็นเส้นได้ด้วยนะครับ

ในส่วนของกล้องหน้าเป็นแบบ Fixed Focus ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มาพร้อม Beauty Makeup 2.0 และ Beautiful Skin 3.0 ที่เลือกโหมดการแต่งหน้า เติมปาก แต่งตากันได้เต็มเนี่ยว คุณสาวๆ น่าจะชอบกันได้ไม่ยาก แต่สำหรับหนุ่มๆ ที่ดูภาพแล้วอาจคิดว่าหน้าเนียนเกินไปหน่อยนะ

สรุปประสบการณ์การใช้งาน

Huawei Nova Plus นั้นครอบด้วยอินเทอร์เฟซแบบ EMUI 4.1 นะครับ รูปแบบการใช้งานต่างๆ จึงเหมือนกับ Huawei รุ่นที่ออกในปี 2016 นี้ คือไม่มี App Drawer ที่รวมแอป แต่แอปทั้งหมดที่ติดตั้งจะเรียงกันอยู่ในหน้าโฮมเหมือน iOS ก็เข้าใจง่าย ใช้ง่ายดีนะครับ จัดแอปเป็นโฟลเดอร์ก็ได้ แน่นอนว่าสำหรับมือถือจากจีนเราก็สามารถเปลี่ยนธีมให้ถูกใจได้อีกมากมาย

ตัวอ่านลายนิ้วมือดีมาก

novaplus-finger

ที่ประทับใจมากๆ คือตัวอ่านลายนิ้วมือที่ทำงานรวดเร็ว แม่นยำ ไม่ต้องเปิดจอก็เอานิ้วไปแตะเพื่อปลดล็อกได้ทันที นอกจากนี้ยังสามารถใช้ตัวอ่านลายนิ้วมือเพื่อเป็นปุ่มซัตเตอร์ แตะเพื่อรับสาย หรือลากนิ้วผ่านตัวอ่านลายนิ้วมือเพื่อเปิด Notification Center ก็ได้ ซึ่งถือว่าสมาร์ทโฟนในปีนี้ของ Huawei มีตัวอ่านลายนิ้วมือที่ดีมาก นิ้วชื้นก็ปลดล็อกได้ เผลอๆ ดีกว่า Touch ID ของ Apple เสียอีก เพราะไม่ต้องเปิดจอก็ปลดล็อกได้

แบตเตอรี่ยาวนานหายห่วง

Huawei Nova Plus มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 3340 mAh ซึ่งเมื่อรวมกับระบบจัดการพลังงานของหัวเว่ยที่มีการบล็อกแอปที่กินพลังงานต่อเนื่อง และให้ผู้ใช้เลือกได้ว่าจะให้แอปไหนที่ยังทำงานต่อเนื่องแม้ล็อกหน้าจอ จึงทำให้แบตเตอรี่ของ Nova Plus นั้นอึดมากครับ จะบอกว่าใช้งานทั้งวันสบายๆ ยังน้อยไป หมดวันยังเหลือแบตมากกว่าครึ่ง ถ้าไม่ได้ใช้งานหนักมาก ก็อยู่ได้ 2 วันโดยที่ไม่ต้องชาร์จแบตกันเลย

แต่ระบบจัดการพลังงานของหัวเว่ยก็ต้องศึกษาการใช้งานกันสักหน่อยนะครับ ไม่งั้นจะมีปัญหาว่าแอปเมลที่ใช้ หรือแอปแซทต่างๆ ไม่ส่งแจ้งเตือนหลังจากดับหน้าจอไป โดยถ้ามีปัญหานี้ก็ให้เข้าไปที่แอป Phone manager หรือ ตัวจัดการโทรศัพท์ แล้วเลือกที่แบตเตอรี่เพื่อเข้าไปเลือกแอปที่ป้องกันให้เหมาะสมครับ

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจจากการใช้งานจริง

novaplus-front

  • ระบบเสียง DTS ใช้งานได้เมื่อเสียบหูฟัง ทำให้เสียงที่ออกจากหูฟังสมบูรณ์ขึ้น เบสมาเต็มขึ้น (ไม่ต้องซื้อ DTS ใน Joox แล้ว)
  • ฟังก์ชั่นโทรศัพท์ของ Huawei Nova Plus ทำงานได้ดี รับสัญญาณได้ดีแม้จะอยู่บนคอนโดสูง (จับสัญญาณได้เยอะว่า iPhone 6 อีก) แต่ยังไม่รองรับระบบ Wifi Calling
  • รองรับการใช้งาน 2 ซิม (อัปเดทรองรับ 3G ทั้ง 2 ซิมแล้ว) และต้องเลือกว่าจะใส่ MicroSD (รองรับสูงสุด 128 GB) หรือซิม 2
  • GPS ทำงานได้ดี ไม่มีปัญหารับสัญญาณ GPS ไม่ได้แล้วหยุดนำทาง (เช่นขับรถในอุโมงค์หรือใต้ทางด่วน) เหมือนสมาร์ทโฟนหัวเว่ยรุ่นก่อนหน้านี้
  • พอร์ต USB-C ของเครื่องสามารถต่อกับหัวแปลงหรือฮับเพื่ออ่านไฟล์จากแฟลชไดร์ฟ หรืออ่านการ์ดได้ทันที แต่ไม่สามารถต่อเพื่อเชื่อมต่อกับทีวีได้
  • Nova Plus รองรับการสตรีมภาพไปออกจอทีวีแบบไร้สายในระบบ Miracast ส่วนถ้าต้องการสตรีมขึ้น Chromecast ต้องลงแอป Google Home เข้าช่วย
Huawei Nova Plus ใช้พอร์ต USB-C จึงสามารถต่อฮับหรือพอร์ตแปลงเพื่ออ่าน SD Card, แฟลชไดร์ฟได้ทันที แต่ยังไม่รองรับสายแปลงเป็นพอร์ตแลน และพอร์ต VGA

Huawei Nova Plus ใช้พอร์ต USB-C จึงสามารถต่อฮับหรือพอร์ตแปลงเพื่ออ่าน SD Card แฟลชไดร์ฟได้ทันที แต่ยังไม่รองรับสายแปลงเป็นพอร์ตแลน และพอร์ต VGA

Huawei Nova Plus สมาร์ทโฟนที่เก่ง ครบ คุ้มค่า

Nova Plus ถือเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางที่น่าสนใจรุ่นหนึ่งตอนนี้ ด้วยประสิทธิภาพเครื่องที่แรงหายห่วง หน้าจอคมชัด งานประกอบดี กล้องสีสันดี มีระบบกันสั่น แถมยังถ่าย 4K ได้ แต่ข้อเสียของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ก็มีอยู่บ้างนะครับ หลักๆ เลยคือไม่มี Gyro ทำให้ใช้แอปบางตัวที่เกี่ยวกับการหมุนเครื่องไม่ได้ หรือดูภาพ 360 องศาในเฟซบุ๊กได้ไม่ดีนัก นอกจากนี้ยังต้องเลือกว่าจะใช้งานซิม 2 หรือ MicroSD อีกด้วย และหูรูฟังที่อยู่ด้านบน แทนที่จะเป็นด้านล่างเหมือนรุ่นอื่นๆ ทำให้การเสียบใช้ในรถเพื่อต่อสาย AUX

nova-plus_gold-and-grey

Huawei Nova Plus นั้นตั้งราคาขายในไทยไว้ที่ 12,990 บาท โดยมีให้เลือก 2 สีคือสีเทาและสีทอง แต่ถ้าซื้อกับโปรโมชั่นของค่ายมือถือจะถูกได้กว่านี้อีก เช่นโปรโมชั่นของ True Move H สำหรับลูกค้าใหม่หรือลูกค้าย้ายค่ายที่ลดหนักๆ 2 โปรโมชั่นคือ

1. ส่วนลดค่าเครื่อง 5,000 บาท พร้อมรับ Car Wifi
2. ส่วนลดค่าเครื่อง 50% จาก 12,990 บาท เหลือ 6,495 บาท
รายละเอียดแพ็กเกจ 4G+ Super Smart

แสดงความคิดเห็น

Mobile Lab

รีวิว Huawei P20 สมาร์ทโฟนเก่งรอบด้านในราคาคุ้มๆ

Published

on

Huawei Nova Plus

12,990
Huawei Nova Plus
8.6

รูปลักษณ์ภายนอก

9.0 /10

คุณภาพหน้าจอ

9.0 /10

ประสิทธิภาพเครื่อง

8.0 /10

คุณภาพกล้อง

8.0 /10

ความคุ้มค่า

9.0 /10

จุดเด่น

  • งานประกอบดีมาก จับแล้วรู้สึกแน่นหนา
  • กล้องถ่ายวิดีโอ 4K ได้พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS
  • GPS ทำงานได้ดี ยังนำทางได้แม้วิ่งเข้าอุโมงค์ วิ่งใต้ทางด่วน
  • แบตเตอรี่ทนทาน หมดวันแบตยังเหลือเกินครึ่ง
  • ประสิทธิภาพดี ใช้งานลื่นไหล

จุดสังเกต

  • ไม่มี Gyro ทำให้ใช้แอปบางตัวไม่ได้ เช่น Google Cardboard
  • ถ้าใส่ MicroSD จะใส่ซิม 2 ไม่ได้
  • ช่องเสียบหูฟังอยู่ด้านบน
  • ไม่รองรับ Wifi 5 GHz

แม้ว่าการมาถึงของ Huawei P20 รอบนี้อาจจะโดนกระแส Huawei P20 Pro ที่ชูกล้อง Leica ชุดใหม่ระบบ 3 เลนส์ซูมได้ 3 เท่ากลบไปบ้าง แต่หลังจากที่เราได้ใช้ Huawei P20 เป็นสมาร์ทโฟนเครื่องหลักในชีวิตประจำวันนานนับสัปดาห์ เราจึงมองว่า P20 ก็เป็นสมาร์ทโฟนเรือธงที่มีความสามารถครบรอบด้าน ในราคาไม่ถึง 20,000 บาท ซึ่งทำให้ตัดสินใจง่ายขึ้นเยอะ และนี่คือประเด็นที่เราอยากเล่าจากการใช้งานจริงครับ

1. Huawei P20 หน้าจอดีมาก

แน่นอนว่าเรารู้มาตั้งแต่ก่อนรีวิวแล้วว่า Huawei P20 นั้นใช้หน้าจอ LED แบบ RGBW ขนาด 5.8 นิ้ว ความละเอียด 2244 x 1080 pixel แต่เวลาใช้จริงเราก็แปลกใจอยู่หลายครั้งว่านี่เป็นจอ LED จริงๆ เหรอ เพราะเป็นจอที่ให้ Contrast ภาพดีมาก ส่วนสีดำก็มืดลงไปเลย ไม่ดำแบบเทาๆ เหมือนจอ LED ทั่วไป เรื่องนี้เห็นได้ชัดจากแอปที่ออกแบบมาเพื่อจอ OLED ทั้งหลาย ที่จะมีธีมสีพื้นหลังดำสนิทไปเลย อย่างแอป Wikipedia ที่เราถ่ายภาพเทียบกับ Huawei Mate 10 Pro ที่เป็นจอ OLED มาให้ดู จะเห็นว่าพื้นหลังดำของ P20 นั้นดำลึกใกล้เคียงกับจอ OLED ของ Mate 10 Pro เลย ส่วนที่เป็นตัวอักษรสีขาวก็สว่างคมชัด การแสดงผลสีต่างๆ ก็สดใส ชัดเจนเลย

(ซ้าย) Huawei P20 ที่จอดำได้พอๆ กับ Huawei Mate 10 Pro ด้านขวา ที่ใช้จอ OLED

นอกจากนี้ Huawei P20 ยังสามารถปรับแต่งสีสันของจอได้อีกเยอะ ผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะแสดงสีสันปกติสบายตา หรือเร่งสีให้สด (Vivid) ก็ได้ นอกจากนี้ยังสามารถเปิดโหมด Natural Tone เพื่อปรับโทนสีหน้าจอให้เหมาะสำหรับสภาพแวดล้อม ช่วยให้รู้สึกว่าจอเป็นธรรมชาติกับสภาพแสงในตอนนั้นมากขึ้น และแน่นอนว่ายังมีโหมด Eye Comfort สำหรับตัดแสงสีฟ้า เพื่อให้สบายตาเวลาใช้ตอนกลางคืนอีกด้วย

สามารถปิดรอยแหว่งของ Huawei P20 ได้ง่ายๆ

ด้วยความที่จอของ Huawei P20 นั้นเป็นแบบ Fullview ปูจนสุดไปชิดขอบด้านบน ทำให้การใช้งานนั้นรู้สึกเต็มตามาก แม้ว่าตอนแรกเราจะไม่ชอบจอที่มีรอยแหว่งด้านบนเลย แต่ Huawei ก็ออกแบบการใช้งานมาดีพอที่จะไม่รู้สึกรำคาญรอยแหว่งด้านบนนี้ครับ เพราะเวลาดูวิดีโอ ขอบด้านบนนี้ก็จะถมดำไปเหมือนขอบจอปกติ ไม่เอาวิดีโอไปแสดงบนรอยแหว่งให้รู้สึกรำคาญใจ ส่วนเวลาใช้งานแอปอื่นๆ ก็มีการดัน Notification Bar ขึ้นไปอยู่ในบริเวณข้างรอยแหว่ง ทำให้เรามีพื้นที่ดูเนื้อหามากขึ้น จึงเป็นที่มาของความรู้สึกเต็มตาเวลาใช้งาน

แต่ถ้าใครที่ไม่ชอบรอยแหว่งด้านบนนี้จริงๆ ก็สามารถสั่งปิดได้ใน Settings ของเครื่องครับ

2. การสั่งงาน Huawei P20 ด้วยปุ่ม Home มันเวิร์คจริงๆ

เลือกการสั่งงาน Huawei P20 ได้หลายอย่าง จะใช้ปุ่ม Home สั่งงานอย่างเดียวเลยก็ได้

ดีไซน์ของ Huawei P20 นั้นมีปุ่มโฮมอยู่ด้านหน้า ซึ่งสนับสนุนการทำงานได้เป็นอย่างดี คือมันสามารถใช้สแกนลายนิ้วมือได้อย่างแม่นยำ แถมยังสามารถใช้แทนปุ่ม Navigation พวก Back, Home, Recent App ได้ทั้งหมดครับ โดยแตะ 1 ครั้งแทนการกด Back, แตะค้างแทนการกด Home และลากจากซ้ายหรือขวาแทน Recent App ซึ่งถ้าเราเลือกใช้ปุ่มโฮมแทนปุ่ม Navigation ทั้งหมด หน้าจอก็จะยิ่งเต็มตายิ่งขึ้นครับ ไม่มีปุ่ม back, home, recent มาอยู่บนจอแล้ว ถือเป็นประสบการณ์การใช้สมาร์ทโฟนที่ดีมาก

แต่ถ้าใครไม่ชินกับการใช้ปุ่มโฮมสั่งงานทั้งหมด ก็สามารถเลือกให้ปุ่ม Back, Home, Recent App อยู่บนหน้าจอก็ได้หรือจะแสดงเป็น Navigation Bar แล้วใช้นิ้วแตะสั่งงานไปมาบนจอก็ได้ หัวเว่ยมีทางเลือกให้เราหลายทางมากๆ

3. Huawei P20 รองรับทั้ง VoLTE, VoWiFi

Huawei P20 รองรับ VoWiFi เห็นลัญลักษณ์นี้แล้วน้ำตาจะไหล

ปัญหาหนึ่งที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟน Android หลายรุ่นได้แต่เศร้า คือไม่รองรับ VoWiFi ในตัว ต้องไปใช้แอปเสริมจากผู้ให้บริการ แต่สำหรับ Huawei P20 นั้นรองรับตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ทั้ง VoLTE และ VoWiFi เลย ทำให้การใช้ชีวิตสะดวกสบายขึ้นอีกเยอะ

VoWiFi หรือ Voice Over WiFi คือการคุยกันด้วยเสียงผ่านระบบ WiFi ทำให้สามารถใช้โทรศัพท์รับสายและโทรออกได้แม้จับได้แค่สัญญาณไวไฟแต่ไม่สามารถจับสัญญาณโทรศัพท์ได้ ซึ่งมีประโยชน์มากสำหรับคนที่ท่องเที่ยวต่างประเทศบ่อยๆ จะสามารถโทรออกและรับสายได้เหมือนอยู่ในประเทศเลย ค่าบริการก็อัตราเดียวกับที่ใช้ในประเทศ

ส่วน VoLTE หรือ Voice Over LTE คือการโทรออกผ่านระบบ 4G LTE ทำให้เสียงสนทนาคมชัดกว่าการโทรปกติ และโทรออกได้รวดเร็ว ไม่ต้องรอครู่หนึ่งกว่าสัญญาณอีกฝั่งจะดังครับ

นอกจากนี้ Huawei P20 ยังรองรับ 4G LTE ได้แบบ 2 ซิมพร้อมกันด้วยนะ

4. ดีไซน์ตัวเครื่อง Huawei P20 โดดเด่น จับถนัดมือ

ว่ากันแบบไม่อวย ดีไซน์ของ Huawei P20 นั้นปรับปรุงขึ้นมาจาก P9 และ P10 มาก ด้วยการใช้วัสดุด้านหลังเป็นกระจก ทำให้ทำสีได้สดใสและแตกต่างจากสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ในตลาด นอกจากนี้การวางโลโก้ดีไซน์ใหม่ของ Huawei ด้านหลังเครื่องที่วางตรงมุมเครื่องในแนวนอน ก็เป็นตำแหน่งที่แปลกตาและเห็นได้ชัดเวลาถือเครื่องถ่ายรูป ขอบเครื่องก็โค้งมน จับแล้วไม่เจ็บมือ เราจึงถือว่า P20 เป็นสมาร์ทโฟนที่สวยและหรูหราที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาดตอนนี้เลย

หลังจากที่เราได้ใช้ Huawei P20 ต่อเนื่องนานหลายสัปดาห์โดยไม่ใส่เคส (เพราะในกล่องที่หัวเว่ยส่งมาให้เทสนั้นไม่มีเคส!) โดยใช้ในงานลักษณะของผู้ชายที่จะเก็บเครื่องไว้ในกระเป๋ากางเกง และดึงเครื่องเข้าออกหลายครั้งในแต่ละวัน ทำแบบนี้มาเรื่อยจนมาถึงปัจจุบัน ฝาหลังที่เป็นกระจกนั้นยังไม่มีรอยแบบถาวรเลย จะมีก็เพียงคราบนิ้วมือที่เช็ดออกได้ สำหรับผู้ใช้ที่มั่นใจว่าจะไม่ทำเครื่องตก เราสามารถใช้ Huawei P20 แบบไม่ต้องใส่เคสโดยไม่ต้องกังวลรอยเท่าใดนักครับ

ด้วยความที่ Huawei P20 นั้นมีขนาดหน้าจอ 5.8 นิ้ว สัดส่วน 18:9 ยังไม่ได้ใหญ่ขนาด 6 นิ้ว ทำให้เป็นสมาร์ทโฟนที่จับถนัดมือดีมากครับ มือผู้ชายสามารถโอบรอบเครื่องได้ แล้วเครื่องหนากำลังพอดี มีน้ำหนักเบา ทุกครั้งที่จับถือออกมาจึงรู้สึกว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่เนี๊ยบ ของดี งานประกอบดี

กล้องหลังของ Huawei P20

แต่สิ่งที่เราไม่ชอบกับดีไซน์นี้ก็มีเหมือนกันตรงที่กล้องนูนมากไปหน่อย แถมสันขอบคมด้วย ถ้าสามารถทำให้นูนน้อยกว่านี้ได้ หรือทำให้มันไม่คมเท่านี้ก็จะดีครับ

5. แบตเตอรี่ Huawei P20 ใช้ทนทั้งวัน

ด้วยความที่ P20 เป็นสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นเล็ก จึงสามารถใส่แบตเตอรี่ได้ที่ความจุ 3400 mAh แต่ความพิเศษของ EMUI 8.1 กับ Android 8.1 ทำให้สามารถจัดการแบตเตอรี่ได้ดี สามารถใช้งานทั่วไป โทรศัพท์ ใช้เฟซบุ๊ก เล่นไลน์ได้พ้นวันสบายๆ ส่วนการชาร์จ ก็สามารถชาร์จไฟได้รวดเร็จด้วยอแดปเตอร์แบบ SuperCharge ของหัวเว่ยครับ

6. เรื่องเสียงเรื่องใหญ่

Huawei P20 ใช้ Dolby Atmos เพื่อปรับปรุงคุณภาพเสียง

แม้ว่าลำโพงที่ตัวเครื่องของ Huawei P20 จะมีแค่ลำโพงด้านล่างอย่างเดียว และไม่ได้มีชิปประมวลผลเรื่องเสียงที่มีชื่อเสียงอะไร แต่ก็ให้เสียงได้ดังดีครับ และฟังก์ชั่นสนับสนุนเรื่องเสียงนั้นก็มีเยอะพอสมควร โดยระบบประมวลเสียงหลักของเครื่องนั้นเป็น Dolby Atmos ที่จะเปิดตลอดเวลาที่ใช้ลำโพงของเครื่อง แต่สามารถเลือกปิดได้เวลาฟังเพลงจากหูฟังครับ (แต่ P20 ไม่มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 mm แล้วนะ ต้องใช้หัวแปลง USB-C เป็น 3.5 mm เอา) ซึ่งเวลาเปิด Dolby Atmos จะให้เสียงที่กังวาลขึ้น Sound Stage กว้างขึ้น มิติของเสียงดีขึ้น แต่ไม่ทำให้เสียงเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากนัก ก็แนะนำให้เปิดไว้ตลอดจะดีกว่า

Huawei P20 รองรับ Codec Bluetooth เพียบ

ความสามารถที่คอเพลงน่าจะชอบมากคือ Huawei P20 รองรับ Codec เสียงผ่าน Bluetooth เยอะมาก ทั้ง aptX HD, LDAC, AAC รวมถึงมาตรฐานใหม่อย่าง HWA (Hi-res Wireless Audio) พูดง่ายๆ ว่า P20 สามารถเปิดใช้โหมดเสียงความละเอียดสูงกับเครื่องเสียง Bluetooth ที่รองรับโหมดความละเอียดสูงแทบทุกค่ายในโลก ทำให้เสียงดีกว่าการใช้สมาร์ทโฟนที่ไม่รองรับเทคโนโลยีพวกนี้มาเปิดเพลง แถมผู้ใช้ยังสามารถตรวจเช็คได้ด้วยว่ากำลังเชื่อมต่อกับหูฟังและลำโพง Bluetooth ด้วย Codec อะไรในเมนู Developer Option ของเครื่อง การใช้ P20 ก็เหมือนมีเครื่องมือตรวจสอบเครื่องเสียงติดมือครับ เทสได้เลยว่ารองรับเสียง Bluetooth ความละเอียดสูงอย่างที่เคลมไว้จริงรึเปล่า

7. Huawei P20 มี GPS ที่ไว้ใจได้

ทดสอบการนำทางจริงด้วย Huawei P20

สมาร์ทโฟนหลายรุ่นเมื่อนำไปใช้นำทางบนท้องถนน จะมีปัญหาตำแหน่ง GPS คลาดเคลื่อน โดยเฉพาะเมื่อขับรถเข้าใต้ทางด่วน หรือเข้าอุโมงค์ แต่จากการทดสอบให้ P20 นำทางยาวๆ จากกรุงเทพไปต่างจังหวัด วิ่งใต้ทางด่วนหลายแหล่งก็ไม่มีปัญหานี้ครับ ตำแหน่งที่แสดงระหว่างนำทางด้วย Google Maps ยังคงแม่นยำ ไม่กระโดดไปจุดอื่นๆ จนปวดหัวเวลาขับรถ ใครที่ใช้มือถือเป็นเครื่องมือนำทางด้วยก็เลือก Huawei P20 ได้เลย

8. ประสิทธิภาพ Huawei P20 เร็วระดับท็อป

ตัว P20 นั้นใช้ชิป Kirin 970 octa-core, 4 x Cortex A73 2.36 GHz + 4 x Cortex A53 1.8 GHz ซึ่งเป็นชิปที่มีประสิทธิภาพสูงสุดของ Huawei ในตอนนี้ (ตัวเดียวกับที่ใช้ใน P20 Pro และ Mate 10 Pro) โดยที่มี RAM 4 GB และ ROM อีก 128 GB ซึ่งประสิทธิภาพเครื่องในช่วงวันแรกๆ ที่ใช้เครื่องจะรู้สึกว่าเครื่องหน่วงๆ ช้าๆ บ้าง เพราะเป็นช่วงที่ระบบและ AI ในเครื่องกำลังเรียนรู้ลักษณะการใช้งานของเรา แต่หลังจากที่ผ่านช่วงนี้มาได้ เครื่องก็จะทำงานได้ลื่นๆ แล้ว รองรับการใช้งานทุกอย่างได้สบายๆ

ส่วนการเล่นเกม ก็ต้องบอกว่าแล้วแต่เกมว่าได้รับการปรับแต่งให้เข้ากับชิปประมวลผล Kirin มากแค่ไหน อย่างเกม RoV ก็เล่นได้ลื่นๆ ดีครับ เพียงแต่ว่าช่วงที่มีเอฟเฟกเยอะๆ มีความวุ่นวายในฉากมากๆ ก็อาจมีหน่วงบ้าง ก็ต้องรอผู้พัฒนาเกมปรับปรุงกันต่อไป

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ Kirin 970 จากแอป Geekbench 4.2 นั้นได้คะแนน Multi-core ราว 6600 คะแนน ก็เป็นคะแนนที่สูงกว่าสมาร์ทโฟนที่ใช้ชิป Snapdragon 835 ครับ

ความพิเศษของ Kirin 970 นั้นอยู่ที่มีหน่วยประมวลผลปัญญาประดิษฐ์หรือ NPU อยู่ในตัวด้วย ซึ่งจะใช้งานหนักๆ ในแอปกล้องที่มีการใช้ AI ช่วยในการถ่ายภาพเยอะมากครับ รวมถึงแอปอื่นๆ อย่างแอปแปลภาษาที่ NPU ช่วยให้ทำงานเร็วขึ้นครับ

Huawei P20 สมาร์ทโฟนที่น่าสนใจ ด้วยราคาไม่ถึง 20,000 บาท

ในรีวิวนี้เรายังไม่ได้เข้าไปแตะความสามารถเด่นของ Huawei P20 ในเรื่องกล้องนะครับ เพราะรายละเอียดนั้นเยอะมาก เราขอเขียนให้อ่านกันเต็มๆ ในบทความหน้าครับ อดใจรอนิดหนึ่ง รอแอดไปเที่ยว แล้วถ่ายรูปมาอวดก่อนนะ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Mobile Lab

หนุ่ย พงศ์สุขเปิดร้านตู้มือถือ แนะนำ AIS The One Sim ซิมเดียวจบ เปลี่ยนได้สารพัดโปร

Published

on

Huawei Nova Plus

12,990
Huawei Nova Plus
8.6

รูปลักษณ์ภายนอก

9.0 /10

คุณภาพหน้าจอ

9.0 /10

ประสิทธิภาพเครื่อง

8.0 /10

คุณภาพกล้อง

8.0 /10

ความคุ้มค่า

9.0 /10

จุดเด่น

  • งานประกอบดีมาก จับแล้วรู้สึกแน่นหนา
  • กล้องถ่ายวิดีโอ 4K ได้พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS
  • GPS ทำงานได้ดี ยังนำทางได้แม้วิ่งเข้าอุโมงค์ วิ่งใต้ทางด่วน
  • แบตเตอรี่ทนทาน หมดวันแบตยังเหลือเกินครึ่ง
  • ประสิทธิภาพดี ใช้งานลื่นไหล

จุดสังเกต

  • ไม่มี Gyro ทำให้ใช้แอปบางตัวไม่ได้ เช่น Google Cardboard
  • ถ้าใส่ MicroSD จะใส่ซิม 2 ไม่ได้
  • ช่องเสียบหูฟังอยู่ด้านบน
  • ไม่รองรับ Wifi 5 GHz

นอกจากหนุ่ย พงศ์สุขจะทำสารพัดคลิปให้ความรู้ปรนเปรอสมาชิกแบไต๋แล้ว ยังแอบเปิดร้านตู้มือถือสำรวจตลาดอีกด้วย คราวนี้มาแนะนำ AIS The One Sim ซิมเติมเงินแบบใบเดียวจบ ซื้อไปก่อน ค่อยไปเลือกโปรที่ใช่ทีหลัง ไม่ต้องเหนื่อยตามหาซิมโปรที่ต้องการแล้ว!

AIS The One Sim

เพราะ AIS รู้ใจปัญหาผู้ใช้ ที่เหนื่อยตามหาซิมประเภทที่ต้องการ ต้องเดินไปถามหลายร้านกว่าจะได้ซิมที่ใช่ เลยออก AIS The One Sim ซิมเดียวจบ เลือกเบอร์เสร็จก็ซื้อไปเลย แล้วค่อยไปเลือกโปรโมชั่นที่ต้องการด้วยตัวเอง จะเน้นโทร เน้นอินเทอร์เน็ต เน้นความบันเทิง หรือเน้นโซเซียล ก็มีแพ็กเกจให้เลือกได้ทุกความต้องการ แถมให้มาเป็นซิม 3 ขนาด ใช้ได้กับสมาร์ทโฟนทุกรุ่นด้วยนะ AIS The One Sim ง่ายและสะดวกจริงๆ

Package เริ่มต้น

แพ็กเกจเริ่มต้นของ AIS The One Sim นั้นก็แจ่มไม่ใช่เล่นนะ เล่นโซเซียลพวก facebook, line, twitter, instagram และอื่นๆ ฟรี 2 GB, ดู AIS Play ฟรี 2 GB ใช้ AIS Super Wifi ฟรี 3 GB ได้เน็ต 4G/3G 1 GB และเน็ตสามารถมือถือที่รองรับ 4G เพิ่มอีก 1 GB ค่าโทรนาทีละ 64 สตางค์ แค่เติมเงินอย่างน้อยเดือนละ 150 บาทเท่านั้นเอง

โปรฯ อื่น ๆ ที่มี

แต่ถ้าไม่อยากใช้แพ็กเริ่มต้นแล้ว ก็สามารถเลือกแพ็กเกจใหม่ได้อีกหลากหลาย เช่นถ้าอยากให้โซเซียลเยอะๆ ใช้ facebook, line, twitter และเครือข่ายอื่นๆ ได้ไม่อั้นก็เลือกแพ็กเกจหลักของ AIS The One Sim เป็น Super Social, หรืออยากฟังเพลง ดูซีรี่ส์ ดูทีวีเยอะๆ ก็เลือกแพ็กหลักเป็น Super Play, หรือถ้าอยากได้ซิมราคาประหยัด ค่าโทรถูก ใช้แล้วเน็ตไม่รั่วก็เลือกแพ็กเป็น Easy Net Sim ก็ได้

ก็เรียกได้ว่าทำออกมาให้ครบจริง ๆ สำหรับซิมเติมเงิน AIS The One Sim ตัวนี้ บอกเลยว่าใช้ซิมเดียวจบแน่นอน!

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Mobile Lab

รีวิวมือถือ Redmi 5A จัดเต็มสเปคดีในราคาเบาเว่อ 2,790 บาท!

าดมือถือราคาระดับล่างต้องสะเทือน เมื่อ Xiaomi ก้าวเข้ามาทำมือถือราคาต่ำกว่า 3,000 บาท ซึ่งมาพร้อมกับสเปคที่ไม่ธรรมดา และความสามารถที่โดดเด่นมาก ๆ ที่มือถือค่ายอื่นไม่มีอย่างแน่นอนในราคาเท่านี้

Published

on

Huawei Nova Plus

12,990
Huawei Nova Plus
8.6

รูปลักษณ์ภายนอก

9.0 /10

คุณภาพหน้าจอ

9.0 /10

ประสิทธิภาพเครื่อง

8.0 /10

คุณภาพกล้อง

8.0 /10

ความคุ้มค่า

9.0 /10

จุดเด่น

  • งานประกอบดีมาก จับแล้วรู้สึกแน่นหนา
  • กล้องถ่ายวิดีโอ 4K ได้พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS
  • GPS ทำงานได้ดี ยังนำทางได้แม้วิ่งเข้าอุโมงค์ วิ่งใต้ทางด่วน
  • แบตเตอรี่ทนทาน หมดวันแบตยังเหลือเกินครึ่ง
  • ประสิทธิภาพดี ใช้งานลื่นไหล

จุดสังเกต

  • ไม่มี Gyro ทำให้ใช้แอปบางตัวไม่ได้ เช่น Google Cardboard
  • ถ้าใส่ MicroSD จะใส่ซิม 2 ไม่ได้
  • ช่องเสียบหูฟังอยู่ด้านบน
  • ไม่รองรับ Wifi 5 GHz

ตลาดมือถือราคาระดับล่างต้องสะเทือน เมื่อ Xiaomi ก้าวเข้ามาทำมือถือราคาต่ำกว่า 3,000 บาท ซึ่งมาพร้อมกับสเปคที่ไม่ธรรมดา และความสามารถที่โดดเด่นมาก ๆ ที่มือถือค่ายอื่นไม่มีอย่างแน่นอนในราคาเท่านี้ จะมีอะไรบ้าง เรามาแบไต๋ให้คุณอ่านกันที่นี่

สเปค XIAOMI REDMI 5A

  • หน้าจอขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด HD
  • CPU : Snapdragon 425
  • RAM : 2GB
  • ROM : 16GB
  • กล้องหลัง : 13MP
  • กล้องหน้า : 5MP
  • แบตเตอรี่ : 3000 mAh
  • ระบบ Android 7.1.2 ครอบด้วย MIUI 9

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • มือถือ Xiaomi Redmi 5A
  • คู่มือ
  • ปลั๊ก / สายชาร์จ Micro USB
  • เข็มสำหรับจิ้ม SIM

รูปลักษณ์ภายนอก/ Sensor

ก็เรียกได้ว่าตัวมือถือ Redmi 5A ออกแบบมาสวยงามตามมาตรฐานของ Xiaomi สัมผัสเรียบเนียน ขอบมนไม่บาดมือ มี Infrared สำหรับใช้งานเป็นรีโมทพ่วงกับแอป Mi Remote แต่ไม่มี Gyroscope, Temperature และ Pressure Sensor

Redmi 5A มาพร้อมไมค์ตัดเสียงรบกวน เรียกได้ว่ามาเต็มสุด ๆ เสียงโทรเข้า – รับสายค่อนข้างชัด สามารถบันทึกเสียงระหว่างการสนทนาได้ด้วย

ซึ่ง 2 Sim สามารถใช้งาน 4G 1 ซิมและ 3G อีก 1 ซิมได้ด้วย (ระบบนี้ไม่ใช่ Full Netcom 3.0 นะ)

ลำโพงอยู่ด้านหลังเสียงค่อนข้างดัง แต่คุณภาพไม่ได้ดีมาก เสียงเบสน้อยมาไม่เต็ม ส่วนด้านบนมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. เสียงออกมาค่อนข้างดีตามคุณภาพของหูฟัง

หน้าจอ,กราฟิก

มาพูดถึงในส่วนของหน้าจอ มาพร้อมความละเอียดระดับ HD ขนาด 5 นิ้ว คุณภาพของเม็ด Pixel ของหน้าจอค่อนข้างดี ไม่เห็นเป็นเส้น ทำให้มองแล้วสบายตา เล่นโซเชียลลื่นไหลด้วย Ram ที่ให้มาถึง 2GB มีระบบปรับแสงอัตโนมัติที่ค่อนข้างฉลาด ไม่ปรับแสงวูบวาบ ในส่วนของกราฟิก Snapdragon 425 ตอบโจทย์คนหามือถือระดับ Minimum Price ที่สามารถเล่น ROV ได้ลื่น ๆ เพราะตัวนี้เล่นได้ค่อนข้างลื่นไม่มีสะดุดตลอดทั้งเกม (ตบยับเลยทีเดียว) แต่มีจุดสังเกตที่โหลดก่อนเข้าเกมค่อนข้างช้า อาจทำให้เพื่อนร่วมทีมหงุดหงิดได้

และทางเราได้ลองเทสอีก 1 เกมที่กินสเปคสูงกว่า RoV คือเกม Honkai Impact 3rd เกมนี้เป็นเกมรูปแบบ 3RD Action RPG พอเล่นไหวแต่ค่อนข้างกระตุกอยู่พอสมควร เฟรมหล่นไปอยู่ที่ประมาณ 10 – 20 fps ในระหว่างการเล่น

Antutu Test

จากการทดสอบโดยใช้แอป Antutu ซึ่งเป็นแอปเทสความเร็วมือถือที่เราคุ้นเคยกันดีก็บอกได้เลยว่า คะแนนออกมาไม่ขี้เหร่ สูงถึง 43,770 เลยทีเดียว ส่วนการทดสอบ Stress Test 15 นาที CPU Performance มีความเสถียรสูง วิ่งอยู่ในช่วง 80 – 100% ไม่มีตก

แบตเตอรี่

แบตเตอรี่ขนาด 3000 mAh ของ Redmi 5A ตัวนี้จากที่ใช้งานก็เรียกได้ว่าสามารถอยู่ได้เกิน 1 วันหลังจากชาร์จเต็ม ไม่ต้องกังวลว่าแบตจะหมดระหว่างวันอย่างแน่นอน

กล้อง

สำหรับคนชอบการถ่ายภาพ Redmi 5A ตัวนี้ตอบโจทย์ให้คุณได้ค่อนข้างดีกว่าราคาที่ต้องจ่ายไป ด้วยกล้องหลังขนาด 13 ล้าน ถ่ายภาพออกมาได้สวยงามตามท้องเรื่องทั้งถ่ายปกติ ถ่าย HDR และถ่าย Panorama และกล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล ถ่ายออกมาค่อนข้างโอเคเลยทีเดียว (แต่ภาพออกมาอาจจะขาวเนียนเว่อนิด ๆ ตามสเปคของมือถือฝั่งจีน) และในส่วนของวีดิโอ ไม่มีระบบกันสั่น ทำให้ถ่ายออกมาถ้าไม่มี OSMO หรือตัวช่วยกันสั่น ภาพจะสั่นไหวมาก ๆ จนมึนเลยทีเดียว

ภาพกล้องหลัง

กล้องหน้า

รีโมท Mi

อีก 1 แอปที่แนะนำสำหรับคนที่ซื้อมือถือให้คุณพ่อ คุณแม่ใช้ เพราะแอปนี้จะช่วยให้คุณพ่อ คุณแม่ เปิดทีวี เปิดแอร์ ได้โดยไม่ต้องหารีโมตอีกต่อไป ใช้งานง่ายมาก เข้าไปเลือกที่ เพิ่มรีโมต แล้วเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งในนั้นเรียกได้ว่ามีแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าของทั้งโลกให้คุณได้เลือกเลยก็ว่าได้ (เยอะมาก)

วิธีตั้งค่าเพียงแค่เลือกว่าเราจะเชื่อมกับอะไร แล้วเลือกแบรนด์ให้เรียบร้อย เสร็จแล้วจะให้เราทดสอบปุ่มว่าปุ่มนี้ควบคุมได้หรือไม่ ถ้ากดไว้ซักพักแล้วเจออันที่ใช่ก็ให้ปล่อยแล้วเลือกใช่

หลังจากเลือกเรียบร้อยก็ให้เลือกจับคู่ เป็นอันเสร็จพิธี สามารถใช้งานได้เหมือนรีโมตบ้านเราเลย


ราคา

ปิดท้ายด้วยราคาที่ไม่ธรรมดากับ Flash Sale ครั้งใหญ่ของ Redmi 5A ครั้งที่ 2 บน LAZADA จะเกิดขึ้นในวันเเห่งความรัก 14 ก.พ นี้ เวลา 12:00 น. (เที่ยงวัน) มีโปรโมชั่นพิเศษต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์ที่บอกได้คำเดียวว่า “เบาเว่อ!!” เพียงแค่ 2,790 บาท แถมสามารถใส่ Code ลดราคาได้อีก 5% เหลือเพียง 2,650.50 บาเท่านั้น เทียบราคากับมือถือค่ายอื่น ก็บอกได้เลยว่า

“สเปคแรง คุ้มด้วยราคาสุด ๆ”

สรุป

มือถือ Xiaomi Redmi 5A ตัวนี้เป็น 1 ในมือถือราคาระดับกลาง – ระดับล่างที่ออกมาตอบโจทย์คนหามือถือเครื่องที่ 2 หรือซื้อให้ที่บ้านใช้ ด้วยคุณภาพของมือถือที่ค่อนข้างดีกว่าราคาที่ต้องจ่ายและ ROM ที่ค่อนข้างเสถียร ใช้งานได้ลื่นไม่มีสะดุด

และที่สำคัญ Redmi 5A ตัวนี้เล่น ROV ได้แน่นอน ฟันธง!!!

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

เรื่องร้อนแรง!