Connect with us

ZenFone 3 Max 5.5

฿7,990
ZenFone 3 Max 5.5
7.7

ประสิทธิภาพเครื่อง

7.0/10

การออกแบบตัวเครื่อง

7.5/10

คุณภาพกล้อง

7.0/10

คุณภาพซอฟต์แวร์

8.5/10

ความคุ้มค่า

8.5/10

จุดเด่น

  • แบตเตอรี่จุ สามารถใช้เป็น PowerBank ให้เครื่องอื่นได้
  • กล้องใช้งานง่าย สามารถเลือกรูปแบบการทำงานได้หลากหลาย
  • เครื่องทำงานลื่นได้สมราคา รองรับเกม 3 มิติโหดๆ ได้
  • โครงสร้างเครื่องเป็นโลหะ จับแล้วรู้สึกแข็งแรง
  • ตัวสแกนนิ้วทำงานได้เร็ว และแม่นยำ

จุดสังเกต

  • ยังใช้ MicroUSB เป็นพอร์ตหลักอยู่ น่าจะเป็น USB-C กันแล้ว
  • กล้องยังไม่มีโหมดหน้าชัด-หลังเบลอตามสมัยนิยม
  • ซิมหลักยังเป็น MicroSim ไม่ใช่ NanoSim และไม่สามารถเปิด 3G ในซิมที่สองได้

ตอนนี้ตลาดสมาร์ทโฟนแข่งขันกันดุเดือดมากนะครับ โดยเฉพาะมือถือระดับกลาง ราคาราว 8,900 นี้สู้กันแบบไม่มีใครยอมใคร วันนี้เราขอลอง ZenFone 3 Max รุ่น 5.5 นิ้วที่ระดับราคาถูกลงมาหน่อยคือ 7,990 บาท ว่ามีอะไรน่าสนใจบ้างนะครับ

จะซื้อมือถือสักเครื่อง แต่มีงบไม่สูง ควรเน้นอะไรบ้าง

ความต้องการสมาร์ทโฟนของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกันนะครับ บางคนก็เน้นกล้องชัดๆ บางคนเน้นเครื่องเร็วๆ บางคนอยากได้สมาร์ทโฟนแบตอึด ซึ่งมันก็สามารถเด่นได้ทั้งหมดในสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงครับ แต่สำหรับสมาร์ทโฟนระดับกลางแล้ว แอดว่าประเด็นที่ควรพิจารณาก่อน น่าจะเป็นลำดับตามนี้นะครับ

  1. ประสิทธิภาพเครื่อง ดีพอที่จะใช้งานทั่วไปได้ลื่นไหล
  2. หน้าจอสีสันสดใส มองเห็นชัดเจนทุกมุม
  3. กล้องดีถ่ายสีไม่เพี้ยน คือถ่ายคนแล้วยังให้สีผิวดูสุขภาพดีนั้นแหละครับ
  4. แบตเตอรี่ทนนานพอใช้ทั้งวัน

ซึ่ง Asus Zenfone 3 Max 5.5 ก็มีคุณสมบัติสู้กับเกณฑ์พวกนี้ของแอดไหวครับ

ประสิทธิภาพของ Zenfone 3 Max 5.5

Zenfone 3 Max 5.5 นั้นใช้หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 430 1.4 GHz แบบ 8 แกนสมอง ซึ่งใครที่ดูรหัสซีพียูเป็นหน่อยจะร้องเลยว่านี่มันซีพียูกลุ่มกลาง-ล่างนี่ ไม่น่าจะแรงเท่าไหร่นะ ซึ่งผลการทดสอบด้วยแอปทดสอบประสิทธิภาพต่างๆ ก็ออกมาตามนั้นครับ ตัวเลขไม่เยอะ คือ

  • AnTuTu 6.2 ได้ 44,041 คะแนน
  • Geekbench 4
    • วัด CPU ได้คะแนน Single Core ได้ 637 และ Multicore ได้ 2,054 คะแนน
    • วัด GPU ด้วยการทดสอบ Compete ได้คะแนน 1,660

แต่สิ่งที่เราแคร์จริงๆ คือประสบการณ์การใช้จริงต่างหากครับ แอดเลยขอพลีชีพ ใช้แอปบันทึกหน้าจอพร้อมกับเปิดกล้องหน้าบันทึกไปด้วย ให้เครื่องทำงานหนักๆ ไปเลย ว่าเราจะสามารถเปิด facebook ท่องเว็บ กับเล่นเกมกราฟิกหนักๆ อย่าง Sky Force Reloaded ได้ลื่นขนาดไหนกัน ผลก็ตามวิดีโอด้านล่างนี้ครับ (ต้องออกตัวก่อนว่าการบันทึกวิดีโอดจาก Android นั้นไม่สามารถบันทึกเสียงตรงได้นะครับ เสียงทั้งหมดจึงเป็นเสียงที่บันทึกจากไมค์ของมือถือ มันเลยแตกและไม่ชัดครับ)

ซึ่งก็ถือว่าลื่นใช้ได้นะครับ เครื่องไม่มีอาการอี้งมากนักเวลาสลับแอปต่างๆ แล้วการเล่นเกมมีฟังก์ชั่น Game Genie เพื่อบันทึกหน้าจอสตรีมออกไปในตัวด้วย เทพมาก ก็ถือว่าแรมในตัวเครื่อง 3 GB กับตัวประมวลผลกราฟิก Adreno 505 นั้นช่วยได้เยอะเลย

หน้าจอสีสันสดใส เครื่องออกแบบสวยงาม

หมุนดูภาพ Zenfone 3 Max 5.5 แบบ 360 องศาด้านบนก่อน ชมให้ครบทุกมุมนะครับ แอดใช้เวลาถ่ายภาพนี้ตั้งนาน อิอิ

Zenfone 3 Max 5.5 ใช้หน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080 pixel มองเห็นชัดเจน สดใสจากทุกมุมมองครับ ขอบจอเป็นกระจกแบบ 2.5D ที่โค้งเข้าหาตัวเครื่อง ที่สำคัญคือมีฟังก์ชั่นที่ได้ใช้จริงอย่าง Bluelight Filter เพื่อลดแสงสีฟ้า ทำให้มองจอเวลาค่ำคืนได้สบายตาขึ้น แอดนี้ใช้ตลอดกับการอ่าน Webtoon ตอนก่อนนอน

ในส่วนของการดีไซน์เครื่อง Zenfone รุ่นนี้ยังมีปุ่ม Back, Home, Recent App อยู่นอกจอครับ จึงไม่มีปุ่มไปกินพื้นที่จอภาพ ส่วนขอบจอก็บางมาก ทำให้เครื่องมีขนาดไม่ใหญ่นัก แม้จะใช้จอ 5.5 นิ้วครับ ในส่วนด้านหลังเครื่องก็มีเซนเซอร์อ่านลายนิ้วมือที่ทำงานได้ดีเลย สามารถแตะนิ้วเพื่อปลดล็อกจอได้รวดเร็วแม้ยังไม่เปิดจอ สามารถใช้แตะเพื่อรับสายก็ได้ สะดวกสบายแบบที่ iPhone ควรมาศึกษาไปบ้าง

กล้องให้สีที่ดี มีโหมดการทำงานหลากหลาย

ZenFone นั้นขึ้นชื่อเรื่องกล้อง PixelMaster มาตลอดนะครับ ซึ่ง ZenFone 3 Max 5.5 นี้มีกล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล f/2.0 พร้อมโฟกัส 3 ระบบทำงานร่วมกัน ก็โฟกัสได้รวดเร็วดีในพื้นที่แสงเยอะๆ นะครับ แต่ถ้าแสงน้อยอาจจะต้องใช้เวลาโฟกัสภาพนิดหนึ่ง ตัวกล้องก็มีโหมดถ่ายรูปหลายโหมดที่คุ้นเคย เช่น Manual สำหรับการปรับค่าเร็วซัตเตอร์, ISO, White balance ได้อย่างใจ, Low Light เพื่อลดความละเอียดภาพลง แต่ทำให้ถ่ายกลางคืนดีขึ้น เป็นต้นครับ ก็ลองดูรูปตัวอย่างดูได้เลย

ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล f/2.2 แน่นอนว่ามีโหมดแต่งหน้า ทำหน้าเนียนให้คุณผู้หญิงด้วย ปรับคาง ปรับตา ปรับความเนียนของสีผิวได้หมด ก็น่าจะถูกใจคุณสาวๆ กัน

แบตเตอรี่ทนนานพอที่จะใช้ทั้งวัน

จุดเด่นของ ZenFone 3 Max 5.5 คือมีแบตเตอรี่ความจุถึง 4100 mAh ครับ แต่ตัวเครื่องก็ไม่หนักมากนะครับ ชั่งน้ำหนักได้ 175 กรัม ก็ทำให้ ZenFone 3 Max 5.5 สามารถใช้งานได้เกินวัน สเปกที่ Asus เคลมคือรอสาย 4G ได้ 38 วัน แล้วท่องเว็บต่อเนื่องได้ 19 ชั่วโมง ซึ่งถือว่านานมาก แต่เรื่องแบตเตอรี่นี้แอดขอติดการทดสอบแบบละเอียดๆ ไว้ก่อนครับ เดี๋ยวลองใช้เครื่องจริงดูหลายๆ วันก่อนแล้วจะมาเขียนบทความเล่าผลให้ฟังอีกทีว่าเป็นยังไง

อ่านการทดสอบแบตของ Zenfone 3 Max 5.5

แต่เรื่องเกี่ยวกับแบตเตอรี่ที่แอดชอบมากเกี่ยวกับ ZenFone 3 Max 5.5 คือในกล่อง Asus แถมสาย OTG มาด้วยครับ ซึ่งนอกจากเราจะเอาแฟลชไดร์ฟมาเสียบอ่านข้อมูลได้แล้ว ยังสามารถใช้ ZenFone 3 Max เป็น Power Bank ได้ด้วย นี่แอดเสียบชาร์จ iPhone โชว์ให้ดูเลย

นอกจากจะไม่ต้องพก Power Bank แล้ว ยังทำตัวเป็น Power Bank ได้ด้วย!

จุดอื่นๆ ที่น่าสนใจ

  • Asus Zenfone สามารถใส่ซิมได้ 2 ซิม โดยช่องแรกเป็น MicroSim และช่องสองเป็น NanoSim ซึ่งช่องสองจะต้องเลือกว่าจะใส่ซิมหรือใส่ MicroSD Card เพื่อเสริมกับหน่วยความจำในเครื่องที่มี 32 GB
  • ทั้ง 2 ช่องใส่ซิมรองรับ 4G ทั้งคู่ แต่ต้องจะเลือกใช้งานได้เพียงช่องเดียวเท่านั้น เช่นให้ซิมแรกเป็น 4G ซิมที่สองก็จะใช้ได้แค่ 2G เท่านั้น
  • เครื่องมาพร้อมกับสิทธิ์ Google Drive ฟรี 100 GB 2 ปี
  • ตัวเครื่องมี 4 สีให้เลือกคือสีดำ, สีเงิน, สีทอง, สีชมพู

สรุปสเปกของ Zenfone 3 Max 5.5 (ZC553KL)

  • หน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด FullHD 1080P
  • แบตเตอรี่ 4100mAh
  • กล้องหน้า 8 ล้าน f/2.2 กล้องหลัง 16 ล้าน f2.0
  • CPU Qualcomm Snapdragon 430 Octa-core 64 bit
  • Ram 3GB Rom 32GB ใส่เมมได้แบบ Hybrid Slot
  • ระบบ Dual Sim รองรับ 2G/3G/4G
  • OS Android 6.0 with ZenUI 3.0
  • ระบบ Finger Print Scan
  • ราคา 7,990 บาท

แสดงความคิดเห็น

Mobile Lab

หนุ่ย พงศ์สุขเปิดร้านตู้มือถือ แนะนำ AIS The One Sim ซิมเดียวจบ เปลี่ยนได้สารพัดโปร

Published

on

ZenFone 3 Max 5.5

฿7,990
ZenFone 3 Max 5.5
7.7

ประสิทธิภาพเครื่อง

7.0/10

การออกแบบตัวเครื่อง

7.5/10

คุณภาพกล้อง

7.0/10

คุณภาพซอฟต์แวร์

8.5/10

ความคุ้มค่า

8.5/10

จุดเด่น

  • แบตเตอรี่จุ สามารถใช้เป็น PowerBank ให้เครื่องอื่นได้
  • กล้องใช้งานง่าย สามารถเลือกรูปแบบการทำงานได้หลากหลาย
  • เครื่องทำงานลื่นได้สมราคา รองรับเกม 3 มิติโหดๆ ได้
  • โครงสร้างเครื่องเป็นโลหะ จับแล้วรู้สึกแข็งแรง
  • ตัวสแกนนิ้วทำงานได้เร็ว และแม่นยำ

จุดสังเกต

  • ยังใช้ MicroUSB เป็นพอร์ตหลักอยู่ น่าจะเป็น USB-C กันแล้ว
  • กล้องยังไม่มีโหมดหน้าชัด-หลังเบลอตามสมัยนิยม
  • ซิมหลักยังเป็น MicroSim ไม่ใช่ NanoSim และไม่สามารถเปิด 3G ในซิมที่สองได้

นอกจากหนุ่ย พงศ์สุขจะทำสารพัดคลิปให้ความรู้ปรนเปรอสมาชิกแบไต๋แล้ว ยังแอบเปิดร้านตู้มือถือสำรวจตลาดอีกด้วย คราวนี้มาแนะนำ AIS The One Sim ซิมเติมเงินแบบใบเดียวจบ ซื้อไปก่อน ค่อยไปเลือกโปรที่ใช่ทีหลัง ไม่ต้องเหนื่อยตามหาซิมโปรที่ต้องการแล้ว!

AIS The One Sim

เพราะ AIS รู้ใจปัญหาผู้ใช้ ที่เหนื่อยตามหาซิมประเภทที่ต้องการ ต้องเดินไปถามหลายร้านกว่าจะได้ซิมที่ใช่ เลยออก AIS The One Sim ซิมเดียวจบ เลือกเบอร์เสร็จก็ซื้อไปเลย แล้วค่อยไปเลือกโปรโมชั่นที่ต้องการด้วยตัวเอง จะเน้นโทร เน้นอินเทอร์เน็ต เน้นความบันเทิง หรือเน้นโซเซียล ก็มีแพ็กเกจให้เลือกได้ทุกความต้องการ แถมให้มาเป็นซิม 3 ขนาด ใช้ได้กับสมาร์ทโฟนทุกรุ่นด้วยนะ AIS The One Sim ง่ายและสะดวกจริงๆ

Package เริ่มต้น

แพ็กเกจเริ่มต้นของ AIS The One Sim นั้นก็แจ่มไม่ใช่เล่นนะ เล่นโซเซียลพวก facebook, line, twitter, instagram และอื่นๆ ฟรี 2 GB, ดู AIS Play ฟรี 2 GB ใช้ AIS Super Wifi ฟรี 3 GB ได้เน็ต 4G/3G 1 GB และเน็ตสามารถมือถือที่รองรับ 4G เพิ่มอีก 1 GB ค่าโทรนาทีละ 64 สตางค์ แค่เติมเงินอย่างน้อยเดือนละ 150 บาทเท่านั้นเอง

โปรฯ อื่น ๆ ที่มี

แต่ถ้าไม่อยากใช้แพ็กเริ่มต้นแล้ว ก็สามารถเลือกแพ็กเกจใหม่ได้อีกหลากหลาย เช่นถ้าอยากให้โซเซียลเยอะๆ ใช้ facebook, line, twitter และเครือข่ายอื่นๆ ได้ไม่อั้นก็เลือกแพ็กเกจหลักของ AIS The One Sim เป็น Super Social, หรืออยากฟังเพลง ดูซีรี่ส์ ดูทีวีเยอะๆ ก็เลือกแพ็กหลักเป็น Super Play, หรือถ้าอยากได้ซิมราคาประหยัด ค่าโทรถูก ใช้แล้วเน็ตไม่รั่วก็เลือกแพ็กเป็น Easy Net Sim ก็ได้

ก็เรียกได้ว่าทำออกมาให้ครบจริง ๆ สำหรับซิมเติมเงิน AIS The One Sim ตัวนี้ บอกเลยว่าใช้ซิมเดียวจบแน่นอน!

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Mobile Lab

รีวิวมือถือ Redmi 5A จัดเต็มสเปคดีในราคาเบาเว่อ 2,790 บาท!

าดมือถือราคาระดับล่างต้องสะเทือน เมื่อ Xiaomi ก้าวเข้ามาทำมือถือราคาต่ำกว่า 3,000 บาท ซึ่งมาพร้อมกับสเปคที่ไม่ธรรมดา และความสามารถที่โดดเด่นมาก ๆ ที่มือถือค่ายอื่นไม่มีอย่างแน่นอนในราคาเท่านี้

Published

on

ZenFone 3 Max 5.5

฿7,990
ZenFone 3 Max 5.5
7.7

ประสิทธิภาพเครื่อง

7.0/10

การออกแบบตัวเครื่อง

7.5/10

คุณภาพกล้อง

7.0/10

คุณภาพซอฟต์แวร์

8.5/10

ความคุ้มค่า

8.5/10

จุดเด่น

  • แบตเตอรี่จุ สามารถใช้เป็น PowerBank ให้เครื่องอื่นได้
  • กล้องใช้งานง่าย สามารถเลือกรูปแบบการทำงานได้หลากหลาย
  • เครื่องทำงานลื่นได้สมราคา รองรับเกม 3 มิติโหดๆ ได้
  • โครงสร้างเครื่องเป็นโลหะ จับแล้วรู้สึกแข็งแรง
  • ตัวสแกนนิ้วทำงานได้เร็ว และแม่นยำ

จุดสังเกต

  • ยังใช้ MicroUSB เป็นพอร์ตหลักอยู่ น่าจะเป็น USB-C กันแล้ว
  • กล้องยังไม่มีโหมดหน้าชัด-หลังเบลอตามสมัยนิยม
  • ซิมหลักยังเป็น MicroSim ไม่ใช่ NanoSim และไม่สามารถเปิด 3G ในซิมที่สองได้

ตลาดมือถือราคาระดับล่างต้องสะเทือน เมื่อ Xiaomi ก้าวเข้ามาทำมือถือราคาต่ำกว่า 3,000 บาท ซึ่งมาพร้อมกับสเปคที่ไม่ธรรมดา และความสามารถที่โดดเด่นมาก ๆ ที่มือถือค่ายอื่นไม่มีอย่างแน่นอนในราคาเท่านี้ จะมีอะไรบ้าง เรามาแบไต๋ให้คุณอ่านกันที่นี่

สเปค XIAOMI REDMI 5A

  • หน้าจอขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด HD
  • CPU : Snapdragon 425
  • RAM : 2GB
  • ROM : 16GB
  • กล้องหลัง : 13MP
  • กล้องหน้า : 5MP
  • แบตเตอรี่ : 3000 mAh
  • ระบบ Android 7.1.2 ครอบด้วย MIUI 9

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • มือถือ Xiaomi Redmi 5A
  • คู่มือ
  • ปลั๊ก / สายชาร์จ Micro USB
  • เข็มสำหรับจิ้ม SIM

รูปลักษณ์ภายนอก/ Sensor

ก็เรียกได้ว่าตัวมือถือ Redmi 5A ออกแบบมาสวยงามตามมาตรฐานของ Xiaomi สัมผัสเรียบเนียน ขอบมนไม่บาดมือ มี Infrared สำหรับใช้งานเป็นรีโมทพ่วงกับแอป Mi Remote แต่ไม่มี Gyroscope, Temperature และ Pressure Sensor

Redmi 5A มาพร้อมไมค์ตัดเสียงรบกวน เรียกได้ว่ามาเต็มสุด ๆ เสียงโทรเข้า – รับสายค่อนข้างชัด สามารถบันทึกเสียงระหว่างการสนทนาได้ด้วย

ซึ่ง 2 Sim สามารถใช้งาน 4G 1 ซิมและ 3G อีก 1 ซิมได้ด้วย (ระบบนี้ไม่ใช่ Full Netcom 3.0 นะ)

ลำโพงอยู่ด้านหลังเสียงค่อนข้างดัง แต่คุณภาพไม่ได้ดีมาก เสียงเบสน้อยมาไม่เต็ม ส่วนด้านบนมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. เสียงออกมาค่อนข้างดีตามคุณภาพของหูฟัง

หน้าจอ,กราฟิก

มาพูดถึงในส่วนของหน้าจอ มาพร้อมความละเอียดระดับ HD ขนาด 5 นิ้ว คุณภาพของเม็ด Pixel ของหน้าจอค่อนข้างดี ไม่เห็นเป็นเส้น ทำให้มองแล้วสบายตา เล่นโซเชียลลื่นไหลด้วย Ram ที่ให้มาถึง 2GB มีระบบปรับแสงอัตโนมัติที่ค่อนข้างฉลาด ไม่ปรับแสงวูบวาบ ในส่วนของกราฟิก Snapdragon 425 ตอบโจทย์คนหามือถือระดับ Minimum Price ที่สามารถเล่น ROV ได้ลื่น ๆ เพราะตัวนี้เล่นได้ค่อนข้างลื่นไม่มีสะดุดตลอดทั้งเกม (ตบยับเลยทีเดียว) แต่มีจุดสังเกตที่โหลดก่อนเข้าเกมค่อนข้างช้า อาจทำให้เพื่อนร่วมทีมหงุดหงิดได้

และทางเราได้ลองเทสอีก 1 เกมที่กินสเปคสูงกว่า RoV คือเกม Honkai Impact 3rd เกมนี้เป็นเกมรูปแบบ 3RD Action RPG พอเล่นไหวแต่ค่อนข้างกระตุกอยู่พอสมควร เฟรมหล่นไปอยู่ที่ประมาณ 10 – 20 fps ในระหว่างการเล่น

Antutu Test

จากการทดสอบโดยใช้แอป Antutu ซึ่งเป็นแอปเทสความเร็วมือถือที่เราคุ้นเคยกันดีก็บอกได้เลยว่า คะแนนออกมาไม่ขี้เหร่ สูงถึง 43,770 เลยทีเดียว ส่วนการทดสอบ Stress Test 15 นาที CPU Performance มีความเสถียรสูง วิ่งอยู่ในช่วง 80 – 100% ไม่มีตก

แบตเตอรี่

แบตเตอรี่ขนาด 3000 mAh ของ Redmi 5A ตัวนี้จากที่ใช้งานก็เรียกได้ว่าสามารถอยู่ได้เกิน 1 วันหลังจากชาร์จเต็ม ไม่ต้องกังวลว่าแบตจะหมดระหว่างวันอย่างแน่นอน

กล้อง

สำหรับคนชอบการถ่ายภาพ Redmi 5A ตัวนี้ตอบโจทย์ให้คุณได้ค่อนข้างดีกว่าราคาที่ต้องจ่ายไป ด้วยกล้องหลังขนาด 13 ล้าน ถ่ายภาพออกมาได้สวยงามตามท้องเรื่องทั้งถ่ายปกติ ถ่าย HDR และถ่าย Panorama และกล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล ถ่ายออกมาค่อนข้างโอเคเลยทีเดียว (แต่ภาพออกมาอาจจะขาวเนียนเว่อนิด ๆ ตามสเปคของมือถือฝั่งจีน) และในส่วนของวีดิโอ ไม่มีระบบกันสั่น ทำให้ถ่ายออกมาถ้าไม่มี OSMO หรือตัวช่วยกันสั่น ภาพจะสั่นไหวมาก ๆ จนมึนเลยทีเดียว

ภาพกล้องหลัง

กล้องหน้า

รีโมท Mi

อีก 1 แอปที่แนะนำสำหรับคนที่ซื้อมือถือให้คุณพ่อ คุณแม่ใช้ เพราะแอปนี้จะช่วยให้คุณพ่อ คุณแม่ เปิดทีวี เปิดแอร์ ได้โดยไม่ต้องหารีโมตอีกต่อไป ใช้งานง่ายมาก เข้าไปเลือกที่ เพิ่มรีโมต แล้วเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งในนั้นเรียกได้ว่ามีแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าของทั้งโลกให้คุณได้เลือกเลยก็ว่าได้ (เยอะมาก)

วิธีตั้งค่าเพียงแค่เลือกว่าเราจะเชื่อมกับอะไร แล้วเลือกแบรนด์ให้เรียบร้อย เสร็จแล้วจะให้เราทดสอบปุ่มว่าปุ่มนี้ควบคุมได้หรือไม่ ถ้ากดไว้ซักพักแล้วเจออันที่ใช่ก็ให้ปล่อยแล้วเลือกใช่

หลังจากเลือกเรียบร้อยก็ให้เลือกจับคู่ เป็นอันเสร็จพิธี สามารถใช้งานได้เหมือนรีโมตบ้านเราเลย


ราคา

ปิดท้ายด้วยราคาที่ไม่ธรรมดากับ Flash Sale ครั้งใหญ่ของ Redmi 5A ครั้งที่ 2 บน LAZADA จะเกิดขึ้นในวันเเห่งความรัก 14 ก.พ นี้ เวลา 12:00 น. (เที่ยงวัน) มีโปรโมชั่นพิเศษต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์ที่บอกได้คำเดียวว่า “เบาเว่อ!!” เพียงแค่ 2,790 บาท แถมสามารถใส่ Code ลดราคาได้อีก 5% เหลือเพียง 2,650.50 บาเท่านั้น เทียบราคากับมือถือค่ายอื่น ก็บอกได้เลยว่า

“สเปคแรง คุ้มด้วยราคาสุด ๆ”

สรุป

มือถือ Xiaomi Redmi 5A ตัวนี้เป็น 1 ในมือถือราคาระดับกลาง – ระดับล่างที่ออกมาตอบโจทย์คนหามือถือเครื่องที่ 2 หรือซื้อให้ที่บ้านใช้ ด้วยคุณภาพของมือถือที่ค่อนข้างดีกว่าราคาที่ต้องจ่ายและ ROM ที่ค่อนข้างเสถียร ใช้งานได้ลื่นไม่มีสะดุด

และที่สำคัญ Redmi 5A ตัวนี้เล่น ROV ได้แน่นอน ฟันธง!!!

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Mobile Lab

Beartai Battle ศึกเรือธง iPhone X ปะทะ Samsung Galaxy Note 8

Published

on

ZenFone 3 Max 5.5

฿7,990
ZenFone 3 Max 5.5
7.7

ประสิทธิภาพเครื่อง

7.0/10

การออกแบบตัวเครื่อง

7.5/10

คุณภาพกล้อง

7.0/10

คุณภาพซอฟต์แวร์

8.5/10

ความคุ้มค่า

8.5/10

จุดเด่น

  • แบตเตอรี่จุ สามารถใช้เป็น PowerBank ให้เครื่องอื่นได้
  • กล้องใช้งานง่าย สามารถเลือกรูปแบบการทำงานได้หลากหลาย
  • เครื่องทำงานลื่นได้สมราคา รองรับเกม 3 มิติโหดๆ ได้
  • โครงสร้างเครื่องเป็นโลหะ จับแล้วรู้สึกแข็งแรง
  • ตัวสแกนนิ้วทำงานได้เร็ว และแม่นยำ

จุดสังเกต

  • ยังใช้ MicroUSB เป็นพอร์ตหลักอยู่ น่าจะเป็น USB-C กันแล้ว
  • กล้องยังไม่มีโหมดหน้าชัด-หลังเบลอตามสมัยนิยม
  • ซิมหลักยังเป็น MicroSim ไม่ใช่ NanoSim และไม่สามารถเปิด 3G ในซิมที่สองได้

ห่างหายไปนานกับ “แบไต๋ Battle” ที่จับเอา Gadget เทคโนโลยีมาสู้กัน เหตุผลง่ายๆ เพราะไม่มีสปอนเซอร์ครับ จะไปขอสปอนเซอร์จากเจ้าของผลิตภัณฑ์ ก็ไม่ยอมให้เอามาสู้กับแบรนด์อื่น แต่วันนี้ แบไต๋ Battle กลับมาแล้ว! ก็เพราะเราได้สปอนเซอร์ที่การันตีว่า Beartai Battle ครั้งนี้เป็นกลางแน่ๆ คือ “ฟิล์มและกระจกกันรอยโฟกัส” ที่เชียร์มือถือทุกค่ายอย่างเท่าเทียมมานานแล้ว เอาแหละ สมาร์ทโฟนก็พร้อมแล้ว เริ่มต้น Beartai Battle ศึกเรือธง iPhone X ปะทะ Samsung Galaxy Note 8

ประสิทธิภาพเครื่อง

iPhone X ใช้ชิปตัวแรง Apple A11 Bionic ส่วน Samsung Galaxy Note 8 เครื่องในไทยใช้ชิป Exynos 8895

  • ผลคะแนน Geekbench 4
    • Note 8 ได้ Single-core: 2019 และ Multi-core 6753
    • iPhone X ได้ Single-core: 4270 และ Multi-core 10447
    • ตัวเลขเร็วกว่าเกือบเท่าตัว!
  • วัด 3Dmark Sling Shot Extreme
    • Note 8 ได้คะแนน 2644 คะแนน
    • iPhone X ได้คะแนน 2886 คะแนน
    • iPhone X เร็วกว่านิดหนึ่ง

แต่การใช้งานจริง ความเร็วในการโหลดเว็บ ความเร็วในการเปิดแอปก็พอๆ กัน iPhone X จึงชนะไปเพราะให้ตัวเลขดีกว่า แต่ใช้จริงๆ มันก็ถือว่าเครื่องแรงทั้งคู่ ไม่ต่างกัน

คุณภาพหน้าจอ

ตามสเปกจอของทั้งคู่มีประสิทธิภาพสูงเหมือนกัน

  • iPhone X เป็นจอ OLED 5.8 นิ้ว ความละเอียด 2436 x 1125 px ซึ่งเป็นจอที่ละเอียดที่สุดตั้งแต่ใช้ใน iPhone
  • Note 8 เป็นจอ AMOLED 6.3 นิ้ว ความละเอียด 2960 x 1440 px

เมื่อเทสการเปิดคลิปทั่วไป เช่นคลิปจาก Youtube หรือหนัง HD ของ Netflix Note 8 จะให้ภาพสีสดกว่า สดแบบฝรั่งหน้าขาวๆ ก็แดงได้ Contrast สูงกว่า แต่เมื่อเปิดหนัง HDR ของ Netflix เทียบกัน จอ iPhone ให้สีสันและความเข้มของแสงที่สมบูรณ์กว่า จอ Note 8 ให้สีจืดลงไปเลย

แต่ iPhone ก็มีปัญหารอยบากด้านบน ทำให้ไม่สามารถขยายภาพใหญ่สุดได้เต็มตานักเมื่อเทียบกับ Note 8 เพราะติดบาก ซึ่งถ้าเป็น Youtube จะสามารถขยายภาพได้เองจนติดบาก แต่ถ้าเป็น Netflix แอปจะคำนวณภาพที่ดีที่สุดมาให้แล้ว ทำให้บางครั้งภาพเล็กกว่ามากๆ

สรุป จอ iPhone X ดีกว่า Note 8 เพราะสีสันเป็นธรรมชาติกว่า แสดงวิดีโอ HDR ได้ดีกว่า แต่จอ Note 8 ใหญ่กว่าและใช้พื้นที่ได้เต็มที่กว่า

งั้นให้เสมอกันแล้วกัน

รูปลักษณ์และดีไซน์

เรื่องดีไซน์คงต้องแล้วแต่คนชอบ แต่ดีไซน์ของ Note 8 นั้นดูใหญ่แบบยังถือได้ถนัดอยู่เพราะความกว้างของเครื่องมีไม่มาก และใช้พื้นที่จอได้เต็มที่กว่า ทำให้การใช้งานจริงจอของ Note 8 ดูไม่ขัดตา ที่สำคัญกล้อง iPhone X นั้นนูนมาก ในขณะที่กล้อง Note 8 เรียบไปกับเครื่องเลย

Note 8 จึงชนะไปในเรื่องรูปลักษณ์และดีไซน์

กล้อง

ผมไปถ่ายภาพเทียบมาให้แล้ว กล้อง iPhone ยังไงก็คือ iPhone นะครับ เน้นความ Real สีสันไม่ได้สดเกินจริง ถ่าย Selfie ก็ได้หน้าที่จริงมากๆ (แต่ก็สามารถปรับโหมดแสง Studio ได้นะ)

ถ่ายยามเย็นนอกสถานที่

ถ่ายภาพเปรียบเทียบสี

ถ่ายภาพกลางคืน

เทียบภาพถ่ายกล้องหน้า

กล้องหลังโหมด Portait

สีสันวิดีโอ Note 8 ก็ทำได้น่าดูกว่า ส่วนระบบป้องกันภาพสั่นไหวพอๆ กัน แต่ Slow Motion ของ iPhone ทำได้มีรายละเอียดมากกว่า ภาพไม่แตก

สรุปเรื่องกล้อง หนักใจมาก iPhone X ก็ถ่ายแล้วจริงมาก (สมจริงเกิ้น สิวเห็นหมด) ส่วน Note 8 ก็สวยเลย แต่สรุปให้ iPhone X ชนะไป เพราะเราชอบความสมจริง

เสียง

ลำโพงของ iPhone ดีกว่าชัดเจน ให้เสียงครบกว่า แถมยังเป็นลำโพงสเตอริโอ แยกซ้ายขวาได้ ในขณะที่ Note 8 เป็นลำโพงโมโน ออกด้านล่างอย่างเดียว ส่วนเสียงออกจากสายฟังด้วยหูฟังเดียวกัน iPhone ก็ดีกว่า แต่ที่ต่างคือ Note 8 มีช่องหูฟัง ส่วน iPhone X ไม่มีแล้วจ้า

สรุป iPhone X ชนะเรื่องเสียงด้วยลำโพงตัวเครื่องที่ดีกว่า

ระบบปฎิบัติการและแอป

iOS เด่นกว่าที่เรื่องแอป แอปตัวเดียวกันฝั่ง iOS ยังเก่งกว่า เช่นแอป facebook ของ Android เลือกบัญชีผู้โพสต์ไม่ได้ จะโพสต์ในนามเพจก็เลือกไม่ได้ นอกจากนี้ Android ยังมีแอปที่เกี่ยวกับงาน Production น้อยกว่า เช่นแอปตัดต่อวิดีโอมีทางเลือกน้อย แอปไลฟ์ facebook ก็ไม่ค่อยมี เกม AR ที่ละเอียดจริงๆ ฝั่ง Android ก็มีน้อยกว่ามาก

แต่ Android เด่นที่ความยืดหยุ่นและการแชร์ แอปแบบสาย Dev เช่นใช้ GPS ภายนอกผ่าน Bluetooth ก็ต้องมองที่ Android นี้แหละ

สรุป สำหรับผู้ใช้ทั่วไป iPhone X มีระบบปฏิบัติการที่เหนือกว่า Note 8 จ้า

ความสามารถพิเศษ

  • iPhone X เรามีกล้อง True Depth และ Animoji เล่นได้สนุกๆ ปลดล็อกด้วยใบหน้าได้
  • ส่วน Note 8 มีปากกาที่จดบันทึกได้จริงจัง

ไม่ต้องตัดสินใจอะไรให้ยากเลยครับ ปากกาของ Note 8 คือที่สุดแล้วในสมาร์ทโฟน เป็นลูกเล่นที่มีประโยชน์ใช้ได้จริงจังกว่า True Depth และ Animoji ด้านความสามารถพิเศษ Note 8 จึงชนะไป

ราคา

  • iPhone X เริ่มต้น 40,500 บาท สำหรับรุ่น 64 GB
  • Note 8 ราคา 33,900 บาท 64 GB
  • ถ้าเทียบราคาแล้ว Note 8 คุ้มกว่าเห็นๆ

สรุป Samsung Galaxy Note 8 ชนะ iPhone X ไป 4 ต่อ 3 ยก

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

เรื่องร้อนแรง!