Connect with us

Mobile Lab

รีวิว Huawei nova2i สมาร์ทโฟน 4 กล้อง เน้นหน้าชัดหลังเบลอ จอใหญ่เกือบเต็มด้านหน้า

Published

on

Huawei nova2i

฿10,900
Huawei nova2i
8.1

รูปลักษณ์ภายนอก

8.0/10

คุณภาพหน้าจอ

8.5/10

ประสิทธิภาพเครื่อง

7.5/10

คุณภาพกล้อง

7.5/10

ความคุ้มค่า

9.0/10

จุดเด่น

  • มีกล้องถึง 4 ตัว ทำให้สามารถถ่ายภาพหน้าชัด หลังเบลอได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง
  • จอใหญ่ 5.9 นิ้ว แต่เป็นจอยาวด้วยสัดส่วน 18:9 ทำให้ตัวเครื่องไม่ใหญ่เกินไป ยังจับถือสบายอยู่
  • ได้จอ Full HD ในขนาดที่คู่แข่งระดับราคาใกล้กันเป็นจอ HD
  • เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือทำงานได้รวดเร็ว
  • ราคาเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพ ฟีเจอร์โดยรวมนั้นคุ้มค่า

จุดสังเกต

  • ไม่รองรับ Wifi 5 GHz
  • ยังคงใช้ช่องต่อแบบ microUSB
  • ไม่มีฟังก์ชั่นขยายวิดีโอให้เต็มจอ
  • โหมดถ่ายภาพหน้าชัด หลังเบลอยังมีแนวโน้มที่จะตัดขอบบุคคลไม่เนียน
  • ไม่มี Gyroscope ทำให้ใช้กับแอปแนว VR ไม่ได้

 

จอแบบ Full View หรือจอที่กินพื้นที่ด้านหน้าเครื่องจนเกือบเต็มนั้นกลายเป็นเทรนด์สำคัญที่ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนหลายรายงัดออกมาสู้กันในช่วงปลายปี 2017 นี้ ซึ่ง Huawei nova2i ก็เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของหัวเว่ยในตลาดไทยที่ใช้จอสัดส่วน 18:9 โดยหน้าจอนั้นกินพื้นที่หน้าเครื่องถึง 89% พร้อมกับมีกล้องถึง 4 ตัวคือด้านหน้า 2 กล้อง และด้านหลังอีก 2 กล้อง แต่ตั้งราคาเปิดตัวไว้ที่ 10,900 บาท ทำให้สมาร์ทโฟนรุ่นนี้กลายเป็นที่สนใจทันที และเว็บแบไต๋ขอเจาะลึกถึงข้อดีและข้อเสียของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ให้อ่านกัน

สเปกของ Huawei nova2i

อุปกรณ์ภายในกล่องของ Huawei nova2i มีเคส, หูฟัง, สายชาร์จ MicroUSB, หัวชาร์จกำลังไฟ 5V 2A

  • CPU: Huawei Kirin 659 Octa-core ความเร็วสูงสุด 2.36 GHz
  • RAM: 4 GB
  • ROM: 64 GB ใส่ MicroSD ได้ 128 GB
  • หน้าจอ Fullview Display IPS ขนาด 5.9 นิ้ว ความละเอียด 2,160 x 1,080 (Full HD+) ให้พื้นที่หน้าจอ 89% ของพื้นที่หน้าเครื่อง
  • กล้องหลัง 2 ตัว ความละเอียด 16 ล้านและ 2 ล้านพิกเซล (สำหรับทำเอฟเฟกหลังเบลอ)
  • กล้องหน้า 2 ตัว ความละเอียด 13 ล้านและ 2 ล้านพิกเซล (สำหรับทำหลังเบลอเช่นกัน) พร้อมแฟลชหน้าสำหรับถ่าย Selfie
  • Android 7.0 บน EMUI 5.1
  • มี 2 สีคือสีดำและสีทอง

ประสิทธิภาพของ Huawei nova2i

Huawei nova2i นั้นใช้ชิป Kirin 659 ซึ่งเป็นชิปตระกูลเดียวกับที่ใช้ใน P9 Lite และ P10 Lite ประสิทธิภาพของชิปตัวนี้จึงอยู่ในระดับกลางๆ ครับคือ

  • ทดสอบ Geekbench 4.1 ได้คะแนน Single-core ที่ 913 และ Multi-core ที่ 3,273 คะแนน ต่ำกว่า Snapdragon 450 ที่ได้ Multi-core ราว 4,000 แต่สูงกว่า Snapdragon 430 ที่ได้คะแนน Multi-core ราว 2,800 คะแนน
  • ส่วนการทดสอบ Geekbench Compete วัดประสิทธิภาพของ GPU ได้คะแนน 2723 ใกล้เคียงกับคะแนนของ Snapdragon 430 ที่ได้ราว 2,600 แต่ต่ำกว่าคะแนน Snapdragon 450 ที่ได้ราว 3,100 คะแนน
  • ทดสอบ 3Dmark ชุดทดสอบ Sling-shot extreme ได้คะแนน 328 คะแนน (เทียบกับ Snapdragon 450 ที่ได้ราว 430 คะแนน ส่วน Snapdragon 430 ได้ราว 300 คะแนน)

ทดสอบกับเกม ROV ก็เล่นได้ลื่นไหลดีเป็นส่วนใหญ่

ส่วนประสบการณ์ใช้งานจริงถือว่าลื่นไหลดีครับ ใช้งานแอปในชีวิตประจำวันอย่าง Facebook, LINE ได้คล่องตัว เปิดหน้าเว็บได้รวดเร็ว ก็ด้วยความที่เครื่องมาพร้อมแรม 4 GB ก็ทำให้การใช้งานไม่ติดขัด ซึ่งประสิทธิภาพของ CPU ตัวนี้ก็เร็วพอที่จะเล่นเกมส่วนใหญ่ของ Android ได้ลื่นไหลดีครับ รวมถึง ROV ด้วย เปิดเอฟเฟกต่างๆ จนสุดก็ยังเล่นไหวอยู่ แต่จะมีบางช่วงที่เฟรมเรทตกจาก 30 fps ไปบ้างนะครับ

การออกแบบของ Huawei nova2i

เมื่อเริ่มจำหน่าย Huawei nova2i มีให้เลือก 2 สีคือสีดำและสีทอง

ด้านหลังของ Huawei nova2i นั้นออกแบบมาคล้ายกับ Huawei Mate 9 ครับ คือ 2 กล้องหลังวางในแนวตั้งอยู่ส่วนบนกึ่งกลางเครื่อง เหนือกล้องมีไฟแฟลช 1 ดวง และมีเซนเซอร์อ่านลายนิ้วมืออยู่ใต้กล้องอีกที ซึ่งถือเป็นตำแหน่งวางตัวอ่านลายนิ้วมือที่ดีที่สุดแล้ว อยู่พอดีกับปลายนิ้วชี้ที่จะสัมผัสได้ และเซนเซอร์อ่านลายนิ้วมือก็ทำงานได้รวดเร็วตามสไตล์มือถือหัวเว่ยในยุคหลังๆ ครับ

ส่วนท้ายเครื่องมีพอร์ตเชื่อมต่อแบบ MicroUSB พร้อมช่องเสียบหูฟัง 3.5 mm ลำโพงพร้อมไมโครโฟนอย่างละตัว ด้านขวาก็เป็นปุ่มเพิ่ม/ลดระดับเสียงและปุ่มล็อกจอ ส่วนด้านขวาเป็นถาดใส่ซิมแบบ Hybrid ต้องเลือกว่าจะใส่ซิม 2 หรือใส่ MicroSD โดยรวมแล้วถือว่าด้านหลังเครื่องออกแบบได้ดูดีครับ จะมีติบ้างตรงกล้องหลังยื่นออกมาเยอะ และขอบกล้องค่อนข้างคมครับ ต้องระวังว่าเลนส์จะไปเกี่ยวสิ่งอื่นๆ จนเป็นรอย หรือถ้าจะให้ปลอดภัยก็ใส่เคสสักหน่อยก็ดีครับ

ท้ายเครื่อง Huawei nova2i มีพอร์ต microUSB ช่องเสียบหูฟัง 3.5 mm ลำโพงและไมโครโฟน

การออกแบบมือถือในกลุ่ม Full View ด้านหน้านั้นจะไม่ได้แตกต่างกันเท่าไหร่ครับ คือมีจอใหญ่และยาวมากอยู่ด้านหน้า ซึ่งจอของ Huawei nova2i นั้นถือว่าดีที่สุดในกลุ่มมือถือจอ Full View ด้วยความละเอียด Full HD+ หรือ 2,160 x 1,080 pixel ซึ่งมือถือระดับราคาใกล้ๆ กันนี้จะได้ความละเอียดแค่ HD 720P เท่านั้น ก็ให้คุณภาพจอที่ดีใช้ได้ครับ

ส่วนเรื่องเสียง Huawei nova2i ให้เสียงได้ดังดีครับ แม้จะมีลำโพงภายนอกแค่จุดเดียวก็ได้ยินชัดเจนฟังชัด ที่พิเศษแตกต่างจากสมาร์ทโฟนระดับราคานี้ทั่วไป คือการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth รองรับ codec aptX ด้วย ซึ่งเป็นการบีบอัดสัญญาณเสียงเพื่อส่งผ่านบลูทูธด้วยเทคนิคพิเศษ ทำให้เมื่อฟังกับหูฟังหรือลำโพงที่รองรับ aptX เหมือนกัน จะให้เสียงที่ดีกว่าการเชื่อมต่อ Bluetooth ทั่วไป

(คลิกอ่าน) Codec เสียงของ Bluetooth ตัวชี้วัดคุณภาพเสียงไร้สาย!

ส่วนการฟังด้วยสายผ่านช่อง 3.5 mm ก็มีระบบประมวลผลเสียงเรียกว่า Huawei Histen ที่สามารถปรับมิติของเสียงให้ดีขึ้นได้ ซึ่งจากการทดลองฟังผ่านระบบ Histen ก็ให้เสียงดีขึ้นนะครับ แต่ทำให้เสียงพร่าตรงปลายเสียงบ้างครับ ลองฟังแล้วปรับแต่งตามที่ชอบดูนะครับ

กล้องหน้าคู่ของ Huawei nova2i

คุณภาพภาพถ่ายของ Huawei nova2i

เรื่องกล้องเป็นอีกเรื่องที่ nova2i เน้นนะครับ ด้วยการอัดเลนส์มาถึง 4 ตัว แบ่งเป็นกล้องหน้า 2 ตัวและกล้องหลังอีก 2 ตัว เพื่อให้สามารถถ่ายหน้าชัดหลังเบลอได้เนียนๆ ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง มาลองเจาะดูคุณภาพภาพกันครับ

ภาพจากกล้องหลังของ Huawei nova2i พร้อมเปิดโหมดหลังเบลอ ก็ทำได้ค่อนข้างดี การเบลอของตัวรถมีการไล่ระยะสังเกตจากหลังคาที่เบลอมากกว่าบริเวณไฟรถ ภาพค่อนข้างสว่างเพราะกล้องเน้นให้หน้าคนสว่างขึ้นมา

ภาพในที่แสงน้อย Huawei nova2i เก็บสีสันได้ดี มี Noise บ้างเพราะอยู่ในที่แสงน้อยครับ

ภาพจากกล้องหน้าในโหมดหลังเบลอ ให้สีผิวชวนมอง การตัดขอบระหว่างบุคคลกับฉากหลังทำได้ดีระดับหนึ่ง

ลองถ่ายภาพแบบหลังเบลอให้ดูกันอีกสักภาพ

Selfie หน้าชัดหลังเบลอในที่แสงอาคารตอนกลางคืน

จุดเด่นคือสั่งเบลอได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง

ด้วยความที่ Huawei nova2i นั้นมี 4 กล้อง ทำให้ทำงานในโหมดหน้าชัดหลังเบลอได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังนะครับ ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญของรุ่นนี้เลย ซึ่งเท่าที่ทดลองใช้มา การละลายหลังของ nova2i นั้นแม่นยำพอสมควร ภาพส่วนใหญ่ที่ถ่ายในโหมดนี้ให้ผลลัพธ์ที่ดี แต่ถ้าช่างสังเกตหน่อย ตรงขอบบุคคลกับฉากหลังที่ละลายมักจะตัดขอบค่อนข้างคม ซึ่งทำให้รู้สึกแปลกๆ ตาบ้างครับ

ความดีงามของกล้อง Huawei nova2i คือมีโหมดถ่ายภาพมาให้เยอะมากครับ มาครบ จัดเต็ม จะขาดก็แค่โหมดสีสดเอกลักษณ์ของ Leica ที่มีใน P10, Mate9 เท่านั้นเอง โหมดเด่นๆ ก็เช่น

  • Pro Photo – ปรับค่า ISO, ความเร็วซัตเตอร์, White Balance, ระบบโฟกัส พร้อมเลือกถ่ายภาพเป็น RAW ได้ด้วย
  • Pro Video – โหมดโปรสำหรับวิดีโอ ปรับ White Balance, รูปแบบการวัดแสง, รูปแบบการโฟกัสได้
  • HDR – โหมด High Dynamic Range
  • Panorama – ถ่ายภาพวิวยาวๆ
  • Light Painting – โหมดไม้ตายของมือถือหัวเว่ยที่มีคนชอบเยอะมาก เพราะสามารถถ่ายดาว ถ่ายไฟรถวิ่งเป็นเส้น รวมถึงถ่ายน้ำตกให้นุ่มนวลได้ ถ้าคุณใช้มือถือหัวเว่ย ต้องลองโหมดนี้ดูสักครั้ง
  • Night Shot – เปิดหน้ากล้องนานสำหรับการถ่ายภาพยามค่ำคืน

ตัวอย่างวิดีโอจาก Huawei nova2i

เก็บตกประสบการณ์ระหว่างรีวิว Huawei nova2i

ลักษณะของจอ Full View คือจะมีปุ่มขยายขนาดแอปให้เต็มจอได้ แต่ Huawei nova2i กลับไม่มีปุ่มขยายวิดีโอให้เต็มจอ 18:9

  • Huawei nova2i ไม่รองรับ Wifi 5 GHz ทำให้มีปัญหาบ้างสำหรับการใช้งานไวไฟในพื้นที่ที่มีสัญญาณหนาแน่น
  • ยังไม่มีฟังก์ชั่นขยายวิดีโอให้เต็มหน้าจอ 18:9 เมื่อทดลองดูหนังผ่าน Youtube และ iflix จะเห็นขอบดำด้านซ้าย-ขวา
  • มีความสามารถ App Twin ทำให้ใช้แอปอย่าง Facebook, LINE, facebook messenger ได้ 2 บัญชีในเครื่องเดียว
  • กดปุ่มเปลี่ยนแอปค้างไว้ เพื่อทำงานแบบ 2 หน้าจอได้ลื่นๆ
  • แบตทน อยู่ได้นานทั้งวันแบบเหลือๆ
  • รองรับการใช้งาน VoLTE ด้วย ทำให้คุยโทรศัพท์ได้ชัดเจนขึ้น
  • มีลูกเล่นที่ใช้บ่อยๆ อย่างการแคปหน้าจอตามยาว
  • ทดสอบเซนเซอร์กับแอป Sensor box และ Gyroscope Test พบว่า Huawei nova2i ไม่มีเซนเซอร์ Gyroscope ทำให้ใช้งานแอปอย่าง Google Street View เพื่อถ่ายภาพ 360 องศาไม่ได้

สรุป Huawei nova2i สมาร์ทโฟนคุ้มราคา

ต้องถือว่า Huawei nova2i ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับสมาร์ทโฟนราคาเกินหมื่นนิดๆ นะครับ ด้วยหน้าจอแบบ Full View ความละเอียด Full HD พร้อมกล้อง 4 ตัวที่พร้อมถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอได้อย่างมีประสิทธิภาพพอสมควร ซึ่งสมาร์ทโฟนรุ่นนี้เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ใช้ facebook, line เปิดเว็บได้อย่างไม่มีติดขัด รวมถึงคนที่ชอบถ่ายภาพ selfies เมื่อเทียบกับราคา 10,900 บาทก็ถือว่าคุ้มค่าไม่น้อย

สำหรับคนที่จอง Huawei nova2i ตั้งแต่วันนี้ถึง 8 ตุลาคม

สำหรับช่วงจอง nova2i หัวเว่ยจัดโปรโมชั่นพิเศษ แถมของขวัญพิเศษเพื่อสุขภาพ 2 อย่าง รวมมูลค่า 5,980 บาท!

  • Huawei Color band A2 นาฬิกาอัจฉริยะเพื่อสุขภาพที่สามารถตรวจวัดการเต้นของหัวใจ บันทึกก้าวเดิน พร้อมจอสัมผัสขนาดใหญ่ มูลค่า 2,990 บาท
  • และ Huawei body fat scale เครื่องชั่งน้ำหนักอัจฉริยะที่วัดมวลร่างกาย มวลไขมัน พร้อมซิงค์ผ่าน Bluetooth มาจัดการในสมาร์ทโฟนได้มูลค่า 2,990 บาท

โดย Huawei nova2i จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการวันที่ 28 ตุลาคม 2560

ของแถมจากการจอง Huawei nova2i คือนาฬิกาอัจฉริยะและเครื่องชั่งน้ำหนักอัจฉริยะ

แสดงความคิดเห็น

Mobile Lab

หนุ่ย พงศ์สุขเปิดร้านตู้มือถือ แนะนำ AIS The One Sim ซิมเดียวจบ เปลี่ยนได้สารพัดโปร

Published

on

Huawei nova2i

฿10,900
Huawei nova2i
8.1

รูปลักษณ์ภายนอก

8.0/10

คุณภาพหน้าจอ

8.5/10

ประสิทธิภาพเครื่อง

7.5/10

คุณภาพกล้อง

7.5/10

ความคุ้มค่า

9.0/10

จุดเด่น

  • มีกล้องถึง 4 ตัว ทำให้สามารถถ่ายภาพหน้าชัด หลังเบลอได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง
  • จอใหญ่ 5.9 นิ้ว แต่เป็นจอยาวด้วยสัดส่วน 18:9 ทำให้ตัวเครื่องไม่ใหญ่เกินไป ยังจับถือสบายอยู่
  • ได้จอ Full HD ในขนาดที่คู่แข่งระดับราคาใกล้กันเป็นจอ HD
  • เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือทำงานได้รวดเร็ว
  • ราคาเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพ ฟีเจอร์โดยรวมนั้นคุ้มค่า

จุดสังเกต

  • ไม่รองรับ Wifi 5 GHz
  • ยังคงใช้ช่องต่อแบบ microUSB
  • ไม่มีฟังก์ชั่นขยายวิดีโอให้เต็มจอ
  • โหมดถ่ายภาพหน้าชัด หลังเบลอยังมีแนวโน้มที่จะตัดขอบบุคคลไม่เนียน
  • ไม่มี Gyroscope ทำให้ใช้กับแอปแนว VR ไม่ได้

นอกจากหนุ่ย พงศ์สุขจะทำสารพัดคลิปให้ความรู้ปรนเปรอสมาชิกแบไต๋แล้ว ยังแอบเปิดร้านตู้มือถือสำรวจตลาดอีกด้วย คราวนี้มาแนะนำ AIS The One Sim ซิมเติมเงินแบบใบเดียวจบ ซื้อไปก่อน ค่อยไปเลือกโปรที่ใช่ทีหลัง ไม่ต้องเหนื่อยตามหาซิมโปรที่ต้องการแล้ว!

AIS The One Sim

เพราะ AIS รู้ใจปัญหาผู้ใช้ ที่เหนื่อยตามหาซิมประเภทที่ต้องการ ต้องเดินไปถามหลายร้านกว่าจะได้ซิมที่ใช่ เลยออก AIS The One Sim ซิมเดียวจบ เลือกเบอร์เสร็จก็ซื้อไปเลย แล้วค่อยไปเลือกโปรโมชั่นที่ต้องการด้วยตัวเอง จะเน้นโทร เน้นอินเทอร์เน็ต เน้นความบันเทิง หรือเน้นโซเซียล ก็มีแพ็กเกจให้เลือกได้ทุกความต้องการ แถมให้มาเป็นซิม 3 ขนาด ใช้ได้กับสมาร์ทโฟนทุกรุ่นด้วยนะ AIS The One Sim ง่ายและสะดวกจริงๆ

Package เริ่มต้น

แพ็กเกจเริ่มต้นของ AIS The One Sim นั้นก็แจ่มไม่ใช่เล่นนะ เล่นโซเซียลพวก facebook, line, twitter, instagram และอื่นๆ ฟรี 2 GB, ดู AIS Play ฟรี 2 GB ใช้ AIS Super Wifi ฟรี 3 GB ได้เน็ต 4G/3G 1 GB และเน็ตสามารถมือถือที่รองรับ 4G เพิ่มอีก 1 GB ค่าโทรนาทีละ 64 สตางค์ แค่เติมเงินอย่างน้อยเดือนละ 150 บาทเท่านั้นเอง

โปรฯ อื่น ๆ ที่มี

แต่ถ้าไม่อยากใช้แพ็กเริ่มต้นแล้ว ก็สามารถเลือกแพ็กเกจใหม่ได้อีกหลากหลาย เช่นถ้าอยากให้โซเซียลเยอะๆ ใช้ facebook, line, twitter และเครือข่ายอื่นๆ ได้ไม่อั้นก็เลือกแพ็กเกจหลักของ AIS The One Sim เป็น Super Social, หรืออยากฟังเพลง ดูซีรี่ส์ ดูทีวีเยอะๆ ก็เลือกแพ็กหลักเป็น Super Play, หรือถ้าอยากได้ซิมราคาประหยัด ค่าโทรถูก ใช้แล้วเน็ตไม่รั่วก็เลือกแพ็กเป็น Easy Net Sim ก็ได้

ก็เรียกได้ว่าทำออกมาให้ครบจริง ๆ สำหรับซิมเติมเงิน AIS The One Sim ตัวนี้ บอกเลยว่าใช้ซิมเดียวจบแน่นอน!

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Mobile Lab

รีวิวมือถือ Redmi 5A จัดเต็มสเปคดีในราคาเบาเว่อ 2,790 บาท!

าดมือถือราคาระดับล่างต้องสะเทือน เมื่อ Xiaomi ก้าวเข้ามาทำมือถือราคาต่ำกว่า 3,000 บาท ซึ่งมาพร้อมกับสเปคที่ไม่ธรรมดา และความสามารถที่โดดเด่นมาก ๆ ที่มือถือค่ายอื่นไม่มีอย่างแน่นอนในราคาเท่านี้

Published

on

Huawei nova2i

฿10,900
Huawei nova2i
8.1

รูปลักษณ์ภายนอก

8.0/10

คุณภาพหน้าจอ

8.5/10

ประสิทธิภาพเครื่อง

7.5/10

คุณภาพกล้อง

7.5/10

ความคุ้มค่า

9.0/10

จุดเด่น

  • มีกล้องถึง 4 ตัว ทำให้สามารถถ่ายภาพหน้าชัด หลังเบลอได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง
  • จอใหญ่ 5.9 นิ้ว แต่เป็นจอยาวด้วยสัดส่วน 18:9 ทำให้ตัวเครื่องไม่ใหญ่เกินไป ยังจับถือสบายอยู่
  • ได้จอ Full HD ในขนาดที่คู่แข่งระดับราคาใกล้กันเป็นจอ HD
  • เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือทำงานได้รวดเร็ว
  • ราคาเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพ ฟีเจอร์โดยรวมนั้นคุ้มค่า

จุดสังเกต

  • ไม่รองรับ Wifi 5 GHz
  • ยังคงใช้ช่องต่อแบบ microUSB
  • ไม่มีฟังก์ชั่นขยายวิดีโอให้เต็มจอ
  • โหมดถ่ายภาพหน้าชัด หลังเบลอยังมีแนวโน้มที่จะตัดขอบบุคคลไม่เนียน
  • ไม่มี Gyroscope ทำให้ใช้กับแอปแนว VR ไม่ได้

ตลาดมือถือราคาระดับล่างต้องสะเทือน เมื่อ Xiaomi ก้าวเข้ามาทำมือถือราคาต่ำกว่า 3,000 บาท ซึ่งมาพร้อมกับสเปคที่ไม่ธรรมดา และความสามารถที่โดดเด่นมาก ๆ ที่มือถือค่ายอื่นไม่มีอย่างแน่นอนในราคาเท่านี้ จะมีอะไรบ้าง เรามาแบไต๋ให้คุณอ่านกันที่นี่

สเปค XIAOMI REDMI 5A

  • หน้าจอขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด HD
  • CPU : Snapdragon 425
  • RAM : 2GB
  • ROM : 16GB
  • กล้องหลัง : 13MP
  • กล้องหน้า : 5MP
  • แบตเตอรี่ : 3000 mAh
  • ระบบ Android 7.1.2 ครอบด้วย MIUI 9

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • มือถือ Xiaomi Redmi 5A
  • คู่มือ
  • ปลั๊ก / สายชาร์จ Micro USB
  • เข็มสำหรับจิ้ม SIM

รูปลักษณ์ภายนอก/ Sensor

ก็เรียกได้ว่าตัวมือถือ Redmi 5A ออกแบบมาสวยงามตามมาตรฐานของ Xiaomi สัมผัสเรียบเนียน ขอบมนไม่บาดมือ มี Infrared สำหรับใช้งานเป็นรีโมทพ่วงกับแอป Mi Remote แต่ไม่มี Gyroscope, Temperature และ Pressure Sensor

Redmi 5A มาพร้อมไมค์ตัดเสียงรบกวน เรียกได้ว่ามาเต็มสุด ๆ เสียงโทรเข้า – รับสายค่อนข้างชัด สามารถบันทึกเสียงระหว่างการสนทนาได้ด้วย

ซึ่ง 2 Sim สามารถใช้งาน 4G 1 ซิมและ 3G อีก 1 ซิมได้ด้วย (ระบบนี้ไม่ใช่ Full Netcom 3.0 นะ)

ลำโพงอยู่ด้านหลังเสียงค่อนข้างดัง แต่คุณภาพไม่ได้ดีมาก เสียงเบสน้อยมาไม่เต็ม ส่วนด้านบนมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. เสียงออกมาค่อนข้างดีตามคุณภาพของหูฟัง

หน้าจอ,กราฟิก

มาพูดถึงในส่วนของหน้าจอ มาพร้อมความละเอียดระดับ HD ขนาด 5 นิ้ว คุณภาพของเม็ด Pixel ของหน้าจอค่อนข้างดี ไม่เห็นเป็นเส้น ทำให้มองแล้วสบายตา เล่นโซเชียลลื่นไหลด้วย Ram ที่ให้มาถึง 2GB มีระบบปรับแสงอัตโนมัติที่ค่อนข้างฉลาด ไม่ปรับแสงวูบวาบ ในส่วนของกราฟิก Snapdragon 425 ตอบโจทย์คนหามือถือระดับ Minimum Price ที่สามารถเล่น ROV ได้ลื่น ๆ เพราะตัวนี้เล่นได้ค่อนข้างลื่นไม่มีสะดุดตลอดทั้งเกม (ตบยับเลยทีเดียว) แต่มีจุดสังเกตที่โหลดก่อนเข้าเกมค่อนข้างช้า อาจทำให้เพื่อนร่วมทีมหงุดหงิดได้

และทางเราได้ลองเทสอีก 1 เกมที่กินสเปคสูงกว่า RoV คือเกม Honkai Impact 3rd เกมนี้เป็นเกมรูปแบบ 3RD Action RPG พอเล่นไหวแต่ค่อนข้างกระตุกอยู่พอสมควร เฟรมหล่นไปอยู่ที่ประมาณ 10 – 20 fps ในระหว่างการเล่น

Antutu Test

จากการทดสอบโดยใช้แอป Antutu ซึ่งเป็นแอปเทสความเร็วมือถือที่เราคุ้นเคยกันดีก็บอกได้เลยว่า คะแนนออกมาไม่ขี้เหร่ สูงถึง 43,770 เลยทีเดียว ส่วนการทดสอบ Stress Test 15 นาที CPU Performance มีความเสถียรสูง วิ่งอยู่ในช่วง 80 – 100% ไม่มีตก

แบตเตอรี่

แบตเตอรี่ขนาด 3000 mAh ของ Redmi 5A ตัวนี้จากที่ใช้งานก็เรียกได้ว่าสามารถอยู่ได้เกิน 1 วันหลังจากชาร์จเต็ม ไม่ต้องกังวลว่าแบตจะหมดระหว่างวันอย่างแน่นอน

กล้อง

สำหรับคนชอบการถ่ายภาพ Redmi 5A ตัวนี้ตอบโจทย์ให้คุณได้ค่อนข้างดีกว่าราคาที่ต้องจ่ายไป ด้วยกล้องหลังขนาด 13 ล้าน ถ่ายภาพออกมาได้สวยงามตามท้องเรื่องทั้งถ่ายปกติ ถ่าย HDR และถ่าย Panorama และกล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล ถ่ายออกมาค่อนข้างโอเคเลยทีเดียว (แต่ภาพออกมาอาจจะขาวเนียนเว่อนิด ๆ ตามสเปคของมือถือฝั่งจีน) และในส่วนของวีดิโอ ไม่มีระบบกันสั่น ทำให้ถ่ายออกมาถ้าไม่มี OSMO หรือตัวช่วยกันสั่น ภาพจะสั่นไหวมาก ๆ จนมึนเลยทีเดียว

ภาพกล้องหลัง

กล้องหน้า

รีโมท Mi

อีก 1 แอปที่แนะนำสำหรับคนที่ซื้อมือถือให้คุณพ่อ คุณแม่ใช้ เพราะแอปนี้จะช่วยให้คุณพ่อ คุณแม่ เปิดทีวี เปิดแอร์ ได้โดยไม่ต้องหารีโมตอีกต่อไป ใช้งานง่ายมาก เข้าไปเลือกที่ เพิ่มรีโมต แล้วเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งในนั้นเรียกได้ว่ามีแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าของทั้งโลกให้คุณได้เลือกเลยก็ว่าได้ (เยอะมาก)

วิธีตั้งค่าเพียงแค่เลือกว่าเราจะเชื่อมกับอะไร แล้วเลือกแบรนด์ให้เรียบร้อย เสร็จแล้วจะให้เราทดสอบปุ่มว่าปุ่มนี้ควบคุมได้หรือไม่ ถ้ากดไว้ซักพักแล้วเจออันที่ใช่ก็ให้ปล่อยแล้วเลือกใช่

หลังจากเลือกเรียบร้อยก็ให้เลือกจับคู่ เป็นอันเสร็จพิธี สามารถใช้งานได้เหมือนรีโมตบ้านเราเลย


ราคา

ปิดท้ายด้วยราคาที่ไม่ธรรมดากับ Flash Sale ครั้งใหญ่ของ Redmi 5A ครั้งที่ 2 บน LAZADA จะเกิดขึ้นในวันเเห่งความรัก 14 ก.พ นี้ เวลา 12:00 น. (เที่ยงวัน) มีโปรโมชั่นพิเศษต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์ที่บอกได้คำเดียวว่า “เบาเว่อ!!” เพียงแค่ 2,790 บาท แถมสามารถใส่ Code ลดราคาได้อีก 5% เหลือเพียง 2,650.50 บาเท่านั้น เทียบราคากับมือถือค่ายอื่น ก็บอกได้เลยว่า

“สเปคแรง คุ้มด้วยราคาสุด ๆ”

สรุป

มือถือ Xiaomi Redmi 5A ตัวนี้เป็น 1 ในมือถือราคาระดับกลาง – ระดับล่างที่ออกมาตอบโจทย์คนหามือถือเครื่องที่ 2 หรือซื้อให้ที่บ้านใช้ ด้วยคุณภาพของมือถือที่ค่อนข้างดีกว่าราคาที่ต้องจ่ายและ ROM ที่ค่อนข้างเสถียร ใช้งานได้ลื่นไม่มีสะดุด

และที่สำคัญ Redmi 5A ตัวนี้เล่น ROV ได้แน่นอน ฟันธง!!!

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Mobile Lab

Beartai Battle ศึกเรือธง iPhone X ปะทะ Samsung Galaxy Note 8

Published

on

Huawei nova2i

฿10,900
Huawei nova2i
8.1

รูปลักษณ์ภายนอก

8.0/10

คุณภาพหน้าจอ

8.5/10

ประสิทธิภาพเครื่อง

7.5/10

คุณภาพกล้อง

7.5/10

ความคุ้มค่า

9.0/10

จุดเด่น

  • มีกล้องถึง 4 ตัว ทำให้สามารถถ่ายภาพหน้าชัด หลังเบลอได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง
  • จอใหญ่ 5.9 นิ้ว แต่เป็นจอยาวด้วยสัดส่วน 18:9 ทำให้ตัวเครื่องไม่ใหญ่เกินไป ยังจับถือสบายอยู่
  • ได้จอ Full HD ในขนาดที่คู่แข่งระดับราคาใกล้กันเป็นจอ HD
  • เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือทำงานได้รวดเร็ว
  • ราคาเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพ ฟีเจอร์โดยรวมนั้นคุ้มค่า

จุดสังเกต

  • ไม่รองรับ Wifi 5 GHz
  • ยังคงใช้ช่องต่อแบบ microUSB
  • ไม่มีฟังก์ชั่นขยายวิดีโอให้เต็มจอ
  • โหมดถ่ายภาพหน้าชัด หลังเบลอยังมีแนวโน้มที่จะตัดขอบบุคคลไม่เนียน
  • ไม่มี Gyroscope ทำให้ใช้กับแอปแนว VR ไม่ได้

ห่างหายไปนานกับ “แบไต๋ Battle” ที่จับเอา Gadget เทคโนโลยีมาสู้กัน เหตุผลง่ายๆ เพราะไม่มีสปอนเซอร์ครับ จะไปขอสปอนเซอร์จากเจ้าของผลิตภัณฑ์ ก็ไม่ยอมให้เอามาสู้กับแบรนด์อื่น แต่วันนี้ แบไต๋ Battle กลับมาแล้ว! ก็เพราะเราได้สปอนเซอร์ที่การันตีว่า Beartai Battle ครั้งนี้เป็นกลางแน่ๆ คือ “ฟิล์มและกระจกกันรอยโฟกัส” ที่เชียร์มือถือทุกค่ายอย่างเท่าเทียมมานานแล้ว เอาแหละ สมาร์ทโฟนก็พร้อมแล้ว เริ่มต้น Beartai Battle ศึกเรือธง iPhone X ปะทะ Samsung Galaxy Note 8

ประสิทธิภาพเครื่อง

iPhone X ใช้ชิปตัวแรง Apple A11 Bionic ส่วน Samsung Galaxy Note 8 เครื่องในไทยใช้ชิป Exynos 8895

  • ผลคะแนน Geekbench 4
    • Note 8 ได้ Single-core: 2019 และ Multi-core 6753
    • iPhone X ได้ Single-core: 4270 และ Multi-core 10447
    • ตัวเลขเร็วกว่าเกือบเท่าตัว!
  • วัด 3Dmark Sling Shot Extreme
    • Note 8 ได้คะแนน 2644 คะแนน
    • iPhone X ได้คะแนน 2886 คะแนน
    • iPhone X เร็วกว่านิดหนึ่ง

แต่การใช้งานจริง ความเร็วในการโหลดเว็บ ความเร็วในการเปิดแอปก็พอๆ กัน iPhone X จึงชนะไปเพราะให้ตัวเลขดีกว่า แต่ใช้จริงๆ มันก็ถือว่าเครื่องแรงทั้งคู่ ไม่ต่างกัน

คุณภาพหน้าจอ

ตามสเปกจอของทั้งคู่มีประสิทธิภาพสูงเหมือนกัน

  • iPhone X เป็นจอ OLED 5.8 นิ้ว ความละเอียด 2436 x 1125 px ซึ่งเป็นจอที่ละเอียดที่สุดตั้งแต่ใช้ใน iPhone
  • Note 8 เป็นจอ AMOLED 6.3 นิ้ว ความละเอียด 2960 x 1440 px

เมื่อเทสการเปิดคลิปทั่วไป เช่นคลิปจาก Youtube หรือหนัง HD ของ Netflix Note 8 จะให้ภาพสีสดกว่า สดแบบฝรั่งหน้าขาวๆ ก็แดงได้ Contrast สูงกว่า แต่เมื่อเปิดหนัง HDR ของ Netflix เทียบกัน จอ iPhone ให้สีสันและความเข้มของแสงที่สมบูรณ์กว่า จอ Note 8 ให้สีจืดลงไปเลย

แต่ iPhone ก็มีปัญหารอยบากด้านบน ทำให้ไม่สามารถขยายภาพใหญ่สุดได้เต็มตานักเมื่อเทียบกับ Note 8 เพราะติดบาก ซึ่งถ้าเป็น Youtube จะสามารถขยายภาพได้เองจนติดบาก แต่ถ้าเป็น Netflix แอปจะคำนวณภาพที่ดีที่สุดมาให้แล้ว ทำให้บางครั้งภาพเล็กกว่ามากๆ

สรุป จอ iPhone X ดีกว่า Note 8 เพราะสีสันเป็นธรรมชาติกว่า แสดงวิดีโอ HDR ได้ดีกว่า แต่จอ Note 8 ใหญ่กว่าและใช้พื้นที่ได้เต็มที่กว่า

งั้นให้เสมอกันแล้วกัน

รูปลักษณ์และดีไซน์

เรื่องดีไซน์คงต้องแล้วแต่คนชอบ แต่ดีไซน์ของ Note 8 นั้นดูใหญ่แบบยังถือได้ถนัดอยู่เพราะความกว้างของเครื่องมีไม่มาก และใช้พื้นที่จอได้เต็มที่กว่า ทำให้การใช้งานจริงจอของ Note 8 ดูไม่ขัดตา ที่สำคัญกล้อง iPhone X นั้นนูนมาก ในขณะที่กล้อง Note 8 เรียบไปกับเครื่องเลย

Note 8 จึงชนะไปในเรื่องรูปลักษณ์และดีไซน์

กล้อง

ผมไปถ่ายภาพเทียบมาให้แล้ว กล้อง iPhone ยังไงก็คือ iPhone นะครับ เน้นความ Real สีสันไม่ได้สดเกินจริง ถ่าย Selfie ก็ได้หน้าที่จริงมากๆ (แต่ก็สามารถปรับโหมดแสง Studio ได้นะ)

ถ่ายยามเย็นนอกสถานที่

ถ่ายภาพเปรียบเทียบสี

ถ่ายภาพกลางคืน

เทียบภาพถ่ายกล้องหน้า

กล้องหลังโหมด Portait

สีสันวิดีโอ Note 8 ก็ทำได้น่าดูกว่า ส่วนระบบป้องกันภาพสั่นไหวพอๆ กัน แต่ Slow Motion ของ iPhone ทำได้มีรายละเอียดมากกว่า ภาพไม่แตก

สรุปเรื่องกล้อง หนักใจมาก iPhone X ก็ถ่ายแล้วจริงมาก (สมจริงเกิ้น สิวเห็นหมด) ส่วน Note 8 ก็สวยเลย แต่สรุปให้ iPhone X ชนะไป เพราะเราชอบความสมจริง

เสียง

ลำโพงของ iPhone ดีกว่าชัดเจน ให้เสียงครบกว่า แถมยังเป็นลำโพงสเตอริโอ แยกซ้ายขวาได้ ในขณะที่ Note 8 เป็นลำโพงโมโน ออกด้านล่างอย่างเดียว ส่วนเสียงออกจากสายฟังด้วยหูฟังเดียวกัน iPhone ก็ดีกว่า แต่ที่ต่างคือ Note 8 มีช่องหูฟัง ส่วน iPhone X ไม่มีแล้วจ้า

สรุป iPhone X ชนะเรื่องเสียงด้วยลำโพงตัวเครื่องที่ดีกว่า

ระบบปฎิบัติการและแอป

iOS เด่นกว่าที่เรื่องแอป แอปตัวเดียวกันฝั่ง iOS ยังเก่งกว่า เช่นแอป facebook ของ Android เลือกบัญชีผู้โพสต์ไม่ได้ จะโพสต์ในนามเพจก็เลือกไม่ได้ นอกจากนี้ Android ยังมีแอปที่เกี่ยวกับงาน Production น้อยกว่า เช่นแอปตัดต่อวิดีโอมีทางเลือกน้อย แอปไลฟ์ facebook ก็ไม่ค่อยมี เกม AR ที่ละเอียดจริงๆ ฝั่ง Android ก็มีน้อยกว่ามาก

แต่ Android เด่นที่ความยืดหยุ่นและการแชร์ แอปแบบสาย Dev เช่นใช้ GPS ภายนอกผ่าน Bluetooth ก็ต้องมองที่ Android นี้แหละ

สรุป สำหรับผู้ใช้ทั่วไป iPhone X มีระบบปฏิบัติการที่เหนือกว่า Note 8 จ้า

ความสามารถพิเศษ

  • iPhone X เรามีกล้อง True Depth และ Animoji เล่นได้สนุกๆ ปลดล็อกด้วยใบหน้าได้
  • ส่วน Note 8 มีปากกาที่จดบันทึกได้จริงจัง

ไม่ต้องตัดสินใจอะไรให้ยากเลยครับ ปากกาของ Note 8 คือที่สุดแล้วในสมาร์ทโฟน เป็นลูกเล่นที่มีประโยชน์ใช้ได้จริงจังกว่า True Depth และ Animoji ด้านความสามารถพิเศษ Note 8 จึงชนะไป

ราคา

  • iPhone X เริ่มต้น 40,500 บาท สำหรับรุ่น 64 GB
  • Note 8 ราคา 33,900 บาท 64 GB
  • ถ้าเทียบราคาแล้ว Note 8 คุ้มกว่าเห็นๆ

สรุป Samsung Galaxy Note 8 ชนะ iPhone X ไป 4 ต่อ 3 ยก

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!