รีวิว VIVO Y30 มือถือ 7,000 มีทอน ได้แบต 5000 mAh กล้องหลัง 4 ตัว พร้อมระบบปฏิบัติการลื่นปรื้ด!

Sponsored
VIVO Y30 - 6,999 บาท
ดีไซน์เครื่อง
8
คุณภาพจอ
7.5
ประสิทธิภาพเครื่อง
8
ประสิทธิภาพกล้อง
8
ความคุ้มค่า
8.5
จุดเด่น
Funtouch OS ลื่นดีนะ
เป็นสมาร์ตโฟนราคาประหยัดที่มีกล้องหลังมาให้ถึง 4 ตัว โดยเลนส์ที่เด่นสุดคือเลนส์หลัก 13 ล้านพิกเซล
กล้องหน้ายังคงไว้ใจ VIVO ได้เหมือนเดิมจ้า
จุดสังเกต
เลนส์มาโครคุณภาพตามราคา
ตัวเลนส์กล้องหลังยื่นออกมาจากตัวเครื่อง เวลาใช้ก็ระวังจะเป็นรอยกันนะ
8

หลายคนอาจจะคิดว่าสมาร์ตโฟนยิ่งแพงยิ่งดี ซึ่งว่ากันตามความจริงมันก็ใช่แหล่ะ แต่ทั้งนี้ก็ไม้ได้หมายความของถูกและดีจะไม่มีอยู่นะ เพราะเราจะเห็นได้ว่าหลายแบรนด์หลากเจ้าได้พยายามที่จะผลิตรุ่นราคาประหยัดออกมาเพื่อครอบคลุมทุกกลุ่มผู้บริโภค ซึ่ง VIVO Y30 ก็เป็นอีกหนึ่งในผู้เข้าแข่งขันของตลาดสมาร์ตโฟนในกลุ่มราคาน่าคบหาที่ก็ต้องบอกเลยว่า “ประมาทไม่ได้เหมือนกัน” แต่อะไรละที่ถึงทำให้แบไต๋เคลมแบบนั้น? เชิญมาพิสูจน์กันในรีวิวนี้ได้เลยครับผม

สเปกที่น่าสนใจของ VIVO Y30

vivo y30
  • ระบบปฏิบัติการ: Android 10 ครอบด้วย Funtouch OS 10
  • ขนาดหน้าจอ: 6.47 นิ้ว HD+ (1560 X 720) พื้นที่แสดงหน้าจอ 90.77% อัตราส่วนจอภาพ 19.5 : 9
  • ชิปประมวลผล: Mediatek Helio P35 MT6765
  • RAM/Rom: 4GB/128GB
  • แบตเตอรี่: 5000 mAh
  • กล้องหน้า (Front Camera): 8 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลัง (Rear Camera): เลนส์หลัก 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2, เลนส์ Super Wide-Angle (ภาพมุมกว้าง) 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2, เลนส์ Macro 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 และเลนส์ Bokeh 2 ล้านพิกเซล (เลนส์วัดระยะ) รูรับแสง f/2.4
  • พอร์ตเชื่อมต่อ: แจ็ก 3.5 มิลลิเมตร, Type-C
  • ความปลอดภัย: สแกนลายนิ้วมือหลังเครื่อง, ปลดล็อกด้วยการสแกนใบหน้า

ดีไซน์ตัวเครื่องฝาหลังเล่นสีสันสวย

vivo y30

VIVO Y30 ตัวเครื่องใช้วัสดุเป็นพลาสติกทั้งหมดครับ (ฝาหลัง, กรอบเครื่อง) ซึ่งก็จะมีข้อดีตามมาคือให้น้ำหนักเบาเป็นมิตรกับข้อมือ แต่ที่ดูน่าสนใจและโดดเด่นเลยคือการออกแบบตัวเครื่องที่ไล่เกรเดียนต์สวยที่ให้ความรู้สึกหรูหรา มีการออกแบบมุมตัวเครื่องที่โค้งมนแบบ 3D Curved ซึ่งในการใช้งานจริงฝาหลังจะค่อนข้างติดลายนิ้วมือง่ายก็ต้องหมั่นเช็ดออกบ่อย ๆ เพื่อให้ความระยิบระยับไม่ถูกกลบไป

ตัวเครื่องเนี้ยมีขนาดหน้าจอขนาด 6.47 นิ้ว โดยมีชื่อทางการจากทาง VIVO ว่า Ultra O Screen นะครับ ซึ่งจะแสดงผลหน้าจออยู่ที่ 90.77% บนอัตราส่วนจอภาพ 19.5 : 9 ความคมชัดระดับ HD+ (1560X720) เป็นหน้าจอประเภท IPS LCD จะมีข้อดีคือให้ภาพที่สีสด ได้มุมมองภาพที่เด่นที่สุดครับ แต่ก็จะมีมีกล้องหน้าแบบเจาะรูบนมุมซ้ายสุดของเครื่อง ซึ่งถามว่ารบกวนสายตาไหม? ก็ไม่นะครับ เพราะบริเวณที่อยู่ถ้าไม่ขยับตาไปสังเกตก็ไม่มีปัญหาหรือขัดขวางอะไรกับการรับชมวิดีโอหรือเล่นเกม อีกทั้งยังมีโหมดถนอมสายตา (Eye Protection Screen) ที่ก็จะปรับสีของหน้าจอแสดงผลด้วยการลดแสงสีฟ้าและเติมสีโทนอุ่นเข้าไปช่วยให้ถนอมสายตาขณะใช้งาน

สเปกน่าพึงพอใจเล่นเกมก็ดี แต่ถ้าใช้งานปกติจะลื่นปรื๊ด

ถ้าว่ากันตามตรงสเปกที่ให้มาในด้านฮาร์ดแวร์ อาจจะไม่ได้โหดจัดปลัดบอกแต่มาปริมาณที่พอดี RAM 4GB ก็สามารถใช้แอปต่าง ๆ ในขณะที่ ROM 128GB ก็เป็นความจุมาตรฐานในยุคนี้มีเนื้อที่ให้เก็บอะไรมากพอสมควร แต่สิ่งที่ VIVO Y30 เลือกมาใช้ได้น่าสนใจ คือการนำซอฟต์แวร์มาช่วย โดยตัวแรกจะเป็น Multi-Turbo 3.0 ที่ช่วยให้การเรียกใช้งานแอปพลิเคชันเร็วขึ้น และก็จะใช้ AI Turbo คอยวิเคราะห์พร้อมแก้ไขปัญหาของระบบที่เกิดจากแอปพลิเคชันล่วงหน้า ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จากการนำไปใช้จริงก็น่าพึงพอใจนะครับ ถ้าเปิดใช้ทีละแอปอันนี้ดีเลย ถ้ามองด้วยตาเปล่าจะเห็นได้ว่าแอปต่าง ๆ จะโหลดพร้อมใช้งานได้ไว แต่หากเปิดแอปหลายตัวพร้อมกันแน่นอนมันมีอาการหน่วงบ้างแหล่ะแต่อยู่ในปริมาณที่ไม่ชวนให้หงุดหงิดนะ และมีอีกอันหนึ่งที่ผู้เขียนชอบคือการความไวในการปลดล็อกตัวเครื่อง อันนี้ทำได้ดีเลยทั้งการสแกนหน้าหรือการสแกนด้วยนิ้วที่ข้างหลังเครื่อง

ถัดมาจะเหมาะสำหรับใครที่เป็นคอเกม VIVO Y30 โดยเฉพาะในชื่อ Ultra-Game Mode เวอร์ชัน 8.0 (ล่าสุดนั่นแหล่ะ) ที่นอกจากจะมีฟังก์ชันในการตัดการรบกวนในขณะที่เล่นเกมอยู่แล้ว (ซ่อนสายโทรเข้า, ล็อกหน้าจอให้อยู่แต่ในเกมเพื่อเลี่ยงการบังเอิญกดเข้าไอคอนต่าง ๆ, ล็อกความสว่างของหน้าจอให้คงที่ไม่เปลี่ยนตามสภาพแวดล้อมข้างนอก ฯลฯ) ยังส่งผลโดยตรงกับการเล่นเกมด้วยการบริหารจัดการพร้อมบูสต์ให้เกมที่เปิดขึ้นมา ณ ขณะนั้น มีเฟรมเรตและความลื่นไหลของแอปเกมคงที่ได้มากที่สุด โดยผู้เขียนเอาไปทดสอบมา 2 เกมนะครับ ROV กับ Asphalt 9 ผลลัพธ์ที่ได้คือ

  • ROV: ปรับกราฟิกสูงสุดพร้อมเปิดโหมดเฟรมเรตสูง ผลสรุปคือเล่นได้ แต่จะมีอาการเฟรมตกเมื่อเจอยูนิตหลาย ๆ ตัวพร้อมกัน แต่พอปรับกราฟิกให้อยู่ในระดับกลาง ๆ ในขณะที่ยังเปิดโหดมเฟรมเรตสูงอยู่ ตัวเกมก็จะมีเฟรมเรตคงที่และมีอาการเฟรมเรตตกเล็กน้อย ดังนั้นถ้าจะเล่นกับเกม ROV ควรปรับกราฟิกอยู่ที่ระดับกลาง – ต่ำ ส่วนโหมดเฟรมเรตสูงอันนี้เปิดได้ตามปกติเลย
  • Asphalt 9 Legend: เปิดกราฟิกสูงสุด ผลสรุปคือ เล่นได้ แต่เฟรมเรตที่ทำได้จะไม่คงที่ แต่หากสลับมาเป็นระดับกลางหรือที่ตัวเกมแนะนำอันนี้ลื่น ๆ (มีหล่นบ้างแต่ไม่น่าใจหาย แต่ก็ต้องเข้าใจว่านี่คือเกมกินสเปกใช้ได้เลยบนสมาร์ตโฟน) ดังนั้นถ้าจะเล่น ก็แนะนำให้เป็นกราฟิกระดับกลางจะดีที่สุดครับ

ว่ากันแบบนี้ละกันครับ ต้องเข้าใจว่าสเปกของ VIVO Y30 ให้มาในระดับที่สมน้ำสมเนื้อกับราคา จะไปปรับกราฟิกสูง ๆ เพื่อเสพความอลังการของภาพ อันนี้ตัวสมาร์ตโฟนอาจจะไม่ตอบโจทย์ แต่ถ้าเล่นเน้นเอาความลื่นไหลบนเกมที่ต้องแข่งขัน (ROV, PUBG เป็นต้น) มือถือเครื่องนี้ไม่เป็นสองรองใครเลยนะ

ระบบปฏิบัติการลื่นไหล Funtouch OS

vivo y30

จริงอยู่ครับที่สมาร์ตโฟนแอนดรอยด์ทุกเครื่องจำต้องใช้โครงสร้างของระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เหมือน ๆ กัน แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปก็คือระบบปฏิบัติการครอบเพื่อสร้างความแตกต่างและเป็นเอกลักษณ์ตามแต่ค่าย ซึ่ง VIVO เองก็มีกับเขาเหมือนกันในชื่อ Funtouch OS ที่โดดเด่นด้วยลูกเล่นหลาย ๆ ตัว ได้แก่

  • Dynamic Effects จะให้ผู้ใช้เลือกเอฟเฟกต์สำหรับการตั้งค่าหน้าจอโฮม รวมไปถึงการปลดล็อกหน้าจอเพื่อเข้าสู่หน้าจอโฮม เอฟเฟกต์จดจำใบหน้า การชาร์จแบตเตอรี่ เสียบสาย USB และการเปิดปิดหน้าจอ
  • EasyShare ผู้ใช้จะสามารถถ่ายโอนข้อมูลจากโทรศัพท์เครื่องเก่าไปยังเครื่องใหม่ได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ทำให้คุณไม่ต้องกังวลกับการถ่ายโอนข้อมูลอีกต่อไป
  • i Manager จะช่วยตั้งค่าดูแลระบบต่าง ๆ เช่นทำความสะอาดไฟล์ขยะในสมาร์ตโฟนของคุณ หรือสแกนหาปัญหาในเวลากลางคืน

ราคานี้ “ได้กล้องหลัง 4 ตัว”

เรื่องของการถ่ายภาพเป็นเหมือนปัจจัยเลือกซื้อของสมาร์ตโฟนแล้วละนะครับ ซึ่ง VIVO Y30 ก็ไม่ได้กั๊กในเรื่องนี้แถมยังให้กล้องหลังที่ประสานพลังสามัคคีกับ AI ร่วมมือกันจัดองค์ประกอบเลือกโหมดถ่ายภาพที่เหมาะสมให้อัตโนมัติ โดยเลนส์ทั้ง 4 ได้แก่

  • เลนส์หลักความละเอียดอยู่ที่ 13 ล้านพิกเซล มีรูรับแสงอยู่ที่ f/2.2 ที่ก็จะให้ภาพออกมาในโทนนวลตา ก็แนะนำให้ถ่ายกับคนครับเขาคนนั้นจากที่หล่อ/สวยอยู่แล้วจะยิ่งดูดีเข้าไปอีก (ผู้ชายจะซื้อไปถ่ายแฟนก็แจ่มดีนะ ฮ่าๆ)
  • เลนส์มุมกว้าง Super Wide-Angle 8 ล้านพิกเซล f/2.2 มุมรับภาพอยู่ที่ 120 องศา สามารถถ่ายภาพที่มี Object ในภาพได้เยอะและครอบคลุม ภาพตึกราบ้านช่อง ภาพคนแบบหมู่คณะ หรือภาพทิวทัศน์สวย ๆ ก็เอาอยู่ครับ
  • กล้องเลนส์ Macro 2 ล้านพิกเซล ที่ก็ถ่ายภาพใกล้ได้มากสุดอยู่ที่ 4 เซนติเมตร ถ้าในเชิงการใช้เอาไปใช้งานก็สามารถนำไปส่องกับวัตถุที่เราอยากจะเห็นรายละเอียด เห็นพื้นผิว ฯลฯ ส่วนในเชิงความสร้างสรรค์ก็อาจนำไปใช้ถ่ายภาพมุมแปลก ๆ ที่มาจากการถ่ายของใช้ประจำวันแบบใกล้ ๆ
  • เลนส์ Bokeh 2 ล้านพิกเซลที่จะทำงานร่วมกับเลนส์หลักในการเก็บรายละเอียดของ Object กับฉากหลังและนำมารวมกันให้ภาพมิติด้วยการไล่ระดับการละลายฉากหลัง และโบเก้

ส่วนกล่องหน้าก็ยังเป็นเรื่องที่ไว้ใจใน VIVO ได้อยู่แล้วละนะครับ มีความละเอียดอยู่ที่ 8 ล้านพิกเซล และยังคงมีตัวช่วยในการปั้นเสกภาพถ่ายเซลฟีให้สวย/หล่ออย่าง AI Beauty ปรับโครงสร้างหน้า เพิ่มขนาดตา แก้โทนผิว หรืออะไรก็ตามที่ว่าด้วยการทำให้ภาพบุคคลออกมาดูดี VIVO Y30 ยังตอบโจทย์เรื่องนี้อยู่เหมือนเดิมไม่ได้ลดน้อยความเก่งกาจลงไปเลย แบตเตอรี่ 5000 mAh รับประกันทั้งวันก็ไม่หมด

สิ่งหนึ่งที่ VIVO Y30 บ่งบอกชัดเจนว่าเป็นสมาร์ตโฟนประเภทคุ้มค่า ก็คือปริมาณของแบตเตอรี่ที่ให้มาถึง 5000 mAh เลยะครับ ซึ่งจำนวนนี้ต่อให้คุณเล่นเกมหรือเปิดแอปทั้งวันก็จะไม่หมดง่าย ๆ แน่ ซึ่งค่าเฉลี่ยของเวลาที่จะทำให้แบตเกลี้ยงเกลานั้น หากเปิดเครื่องโดยไม่ได้ใช้จะอยู่ได้ราว ๆ หนึ่งอาทิตย์(!), หากใช้คุยโทรศัพท์ทั้งวันจะอยู่ที่ราว ๆ 30 กว่าชั่วโมง, หากนำไปดูวีดีโอจะเฉลี่ยอยู่ที่ 12.97 ชั่วโมง และหากนำไปเล่นเกมก็จะอยู่ที่ราว ๆ 10 ชั่วโมง และแม้ตัวเครื่องไม่มีฟาร์สชาร์จมาให้ แต่กำลังไฟในการชาร์จปกติก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจอยู่แล้วที่ 10 วัตต์

สรุป VIVO Y30 ราคาแลกกับความคุ้มค่าอย่างเท่าเทียม

6,999 บาท เป็นราคาที่สมน้ำสมเนื้อกับ VIVO Y30 แล้วละนะครับ เพราะคุณจะได้ทั้งกล้องหลัง 4 เลนส์ที่สามารถนำไปเก็บภาพในจุดประสงค์ที่แตกต่างกันออกไป สเปกที่ให้มาตามมาตรฐานของสมาร์ตโฟนเรนจ์ราคานี้แต่ถูกจูนให้สามารถใช้งานได้รวดเร็วลื่นไหลขึ้นผ่านซอฟต์แวร์ แบตเตอรี่ 5000 mAh ที่ไม่ต้องคอยเสียบสายชาร์จระหว่างวัน ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ VIVO Y30 ตอบโจทย์ยังผู้ซื้อที่มองถึงปัจจัยความคุ้มค่าเป็นหลักครับ

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส