รีวิว Fujifilm Instax Share SP-2 เครื่องพิมพ์ภาพพกพาที่ชัดและเร็วกว่าเดิม

เมื่อ 2 ปีที่แล้ว Fujifilm เคยออกเครื่องพิมพ์ภาพบนฟิล์ม Instax รุ่นแรกอย่าง SP-1 กันมาแล้ว ซึ่งแบไต๋เองก็เคยรีวิวไปว่าคุณภาพภาพยังไม่เนี๊ยบเท่าภาพถ่ายจากกล้อง Instax เอง ล่าสุดฟูจิออก Instax Share รุ่นใหม่คือ SP-2 เรียบร้อย มันจะดีกว่ารุ่นแรกแค่ไหน บีขอรีวิวให้ดูกัน

รูปลักษณ์ของเครื่อง

Fujifilm Instax Share SP-2 มาในรูปลักษณ์ที่ดูหรูหรากว่ารุ่นแรก มี 2 สีให้เลือกคือสีทองและเงิน รอบๆ ตัวเครื่องก็มีรายละเอียดไม่มาก เริ่มตั้งแต่ปุ่มเปิดเครื่องและไฟแสดงจำนวนฟิล์มที่เหลือในเครื่องบริเวณด้านบนนี้ ด้านล่างก็เป็นช่องเปิดเพื่อเสียบสายชาร์จแบบ MicroUSB และช่องเปิดแบตเตอรี่ ทำให้ใช้สะดวกกว่ารุ่นแรกมาก เพราะเสียบชาร์จได้เลย ไม่ต้องซื้อถ่าน CR2 มาเปลี่ยนแล้ว

ที่บีอยากเตือนคือปุ่มอันตรายบนเครื่องที่ทำให้เราสูญเสียฟิล์มได้ เริ่มตั้งแต่ปุ่ม Reprint ด้านข้างเครื่องนี้ เพื่อสั่งพิมพ์รูปล่าสุดอีกครั้งหนึ่ง และตัวสไลด์เปิดช่องเก็บฟิล์มนี้ที่อันตรายขั้นสุด ถ้าเอาเครื่องไปใช้กับเพื่อนๆ แล้วเห็นใครจะเปิดช่องนี้ ตีมือให้เจ็บเลยนะคะ ฟิล์มราคาหลายร้อยของเราอาจเสียได้ถ้าช่องเปิดออกมา

การใช้งาน

ที่นี้มาดูการใช้เครื่องกันบ้าง ใช้ไม่ยากค่ะ ก่อนอื่นให้ดาวน์โหลดแอป Instax Share จาก App Store หรือ Google Play Store มาก่อน จากนั้นเปิดเครื่องพิมพ์แล้วสั่งให้สมาร์ทโฟนให้เชื่อมต่อกับ Wifi ชื่อ Instax ก็เปิดแอปสั่งพิมพ์ภาพที่อยู่ในสมาร์ทโฟนได้เลย ง่ายใช่ไหมล่ะ

นอกจากนี้ตัวแอป Instax Share ยังมีความสามารถอีกหลายอย่าง ทั้งปรับขนาด ตำแหน่ง หรือหมุนภาพที่จะพิมพ์ ใส่ฟิลเตอร์ให้ภาพคมชัดขึ้น หรือใส่กรอบภาพซ้อนเข้าไปพร้อมเขียนข้อความเพิ่มก็ได้ ทีน่าสนใจคือเราสามารถพิมพ์ภาพเดียวกันลงฟิล์ม instax 2 ใบมาต่อกันด้วยก็ได้

คุณภาพภาพเป็นอย่างไร

มาถึงประเด็นที่หลายคนสนใจกันบ้าง คือคุณภาพภาพที่พิมพ์ออกมาเป็นยังไง ลองเทียบดูพร้อมๆ กับบีเลยนะคะ ก็ภาพจาก Instax share จะออกมาใกล้เคียงกับภาพต้นฉบับ แต่ contrast อาจจะสูงหน่อย แล้วภาพจะดูมีความฟุ้งนิดหนึ่ง ไม่ได้คมกริบแบบในจอ ก็เป็นลักษณะภาพจากฟิล์ม instax นะคะ ที่ทำงานด้วยการเอาแสงตกกระทบแผ่นฟิล์มจนกลายเป็นภาพ ไม่ได้ใช้หมึกพิมพ์ลงบนกระดาษ ซึ่งถ้าเทียบกับ Instax Share SP-1 รุ่นแรก ถือว่า SP-2 ให้ภาพที่ดีกว่ามาก ด้วยความละเอียดที่เพิ่มขึ้นเป็น 320 dpi แถมใช้เวลาในการพิมพ์รูปราว 10 วินาทีต่อแผ่นเอง

ที่นี้มาดูข้อสังเกตของ Instax Share SP-2 กันบ้าง อย่างแรกคือมันสามารถพิมพ์รูปจาก facebook, instagram พร้อมแสดงข้อความบรรยายรูปได้ แต่ต้องตัด Wifi ที่เชื่อมต่อเครื่องพิมพ์ก่อนถึงจะดึงรูปจาก Social Network ได้ แล้วพอจะพิมพ์ค่อยเชื่อมเครื่องพิมพ์ใหม่ ก็เป็นขั้นตอนที่แปลกๆ หน่อยนะคะ นอกจากนี้ก็มีเรื่องราคาฟิล์ม Instax ที่สูงสำหรับหลายคนเหมือนกัน สำหรับฟิล์มกรอบขาวหาได้ถูกๆ หน่อยก็ประมาณกล่องละ 250 บาท หรือตกรูปละ 25 บาทนะคะ แต่ไม่มีค่าหมึกอะไรอีกแล้ว ใช้ฟิล์มอย่างเดียว ส่วนเครื่องพิมพ์ราคา 6,490 ค่ะ

แสดงความคิดเห็น