Connect with us

Plantronics BackBeat PRO 2

฿7,890
9

คุณภาพงานประกอบ

9.5/10

คุณภาพเสียง

9.0/10

คุณภาพเสียงสนทนา

8.0/10

ฟีเจอร์สนับสนุนการใช้งาน

10.0/10

ความคุ้มค่า

8.5/10

จุดเด่น

  • คุณภาพเสียงดีงาม เสียงใส เบสแน่นไม่บวม ฟังเพลงเพลินๆ ไปยาวๆ
  • มีระบบตัดเสียงรบกวนทั้งการฟังและการพูด
  • ระบบ Sense ตรวจจับการสวมหูฟังทำงานได้ดี ใช้งานได้จริง
  • ระยะทำการไกลมาก โดยเฉพาะใช้กับอุปกรณ์ที่รองรับ Bluetooth Class 1
  • แบตเตอรี่ทนจนลืมว่าชาร์จเมื่อไหร่

จุดสังเกต

  • คุณภาพสาย MicroUSB และ 3.5 mm น่าผิดหวัง
  • สาย 3.5 mm ไม่มีไมค์ในตัวเหมือนรุ่นก่อนๆ
  • เมื่อปิดหูฟัง แล้วฟังผ่านสายเพียวๆ เสียงแย่มาก
  • ถ้าอุปกรณ์ไม่รองรับ aptX เสียงผ่าน Bluetooth จะแลค ใช้เล่นเกมไม่เวิร์ค

ถ้าพูดถึงชื่อ Plantronics เมื่อก่อนเราอาจจะคิดถึงอุปกรณ์ Headset ที่เอาไว้ใช้คุยสนทนากันเป็นหลักนะครับ แต่ในช่วงปีหลัง บริษัทจากอเมริกาบริษัทนี้ก็หันมาพัฒนาหูฟังสำหรับการฟังเพลงมากขึ้น โดยไม่ทิ้งรากเหงาด้านเทคโนโลยีไมค์สนทนาตัดเสียงรบกวนของตัวเอง และวันนี้เว็บแบไต๋ขอรีวิว BackBeat PRO 2 หูฟังสำหรับคอเพลงรุ่นล่าสุดจาก Plantronics  ครับ

การออกแบบหูฟัง

  • หูฟังแบบครอบหู ดีไซน์ดูสุขุม เป็นผู้ใหญ่
  • น้ำหนักเบากว่า ขนาดเล็กกว่ารุ่น PRO ตัวแรก

ความรู้สึกแรกเลยเมื่อได้สัมผัส Plantronics BackBeat PRO 2 คือมันเป็นหูฟังแบบครอบหูที่นุ่มมากครับ นุ่มทั้งบริเวณที่ครอบหูที่ทำจาก Memory Foam และบริเวณก้านหูฟังด้านบน ตัวครอบหูดีไซน์ให้เอียงนิดๆ เพื่อรับกับใบหูมนุษย์ที่เอียงไปข้างหลัง ทำให้ยังรู้สึกสบายแม้จะฟังเพลงนานๆ ครับ ตัวหูฟังสามารถบิดออกมาได้ เพื่อให้เก็บลงในถุงผ้าได้ หรือพักหูฟังไว้ที่คอง่ายขึ้น

ตัวหูฟังในรุ่นมาตรฐานนั้นออกแบบโดยใช้โทนสีน้ำตาลเป็นหลักครับ บริเวณหูฟังทำจากพลาสติกแข็งแรงทำเป็นลวดลายที่ดูแปลกตา ผสานกับลายไม้ที่ปุ่มกดในช่องหูฟังมีตัวอักษร L,R ชัดเจน เห็นปุ๊บแล้วรู้ทันทีว่าต้องสวมหูฟังข้างไหน และยังมีอีกรุ่นคือ BackBeat PRO 2 SE หรือ Special Edition ที่มีราคาสูงกว่านี้ ดีไซน์จะใช้สีเทาเป็นหลัก แล้วพลาสติกที่หูฟังไม่มีลวดลายเหมือนรุ่นปกติ แต่หูฟังในตระกูล BackBeat PRO 2 ทั้งคู่ก็ให้ภาพลักษณ์คลาสสิก เป็นผู้ใหญ่ สุขุมนุ่มนวล ดูแพง ไม่ดูเป็นของล้ำยุคหลุดโลก แต่เรื่องดีไซน์นี่ก็แล้วแต่คนชอบนะครับ บางคนอาจจะชอบหูฟังสีสดๆ ดีไซน์โดดเด่นก็ได้

หูฟังด้านซ้าย มีปุ่มควบคุมเพลง แล้วก็มีวงแหวนควบคุมระดับเสียงเพลง

ที่ตัวหูฟังมีปุ่มกดและสวิทช์มากพอสมควรนะครับ

  • ที่หูฟังข้างซ้าย บริเวณที่เป็นลายไม้จะเป็นปุ่มเล่นเพลง/หยุดเพลง และปุ่มเปลี่ยนเพลงครับ วงแหวนรอบๆ หมุนเพื่อปรับระดับเสียง และมีสวิทซ์ควบคุมเสียงรบกวน (ANC – Active Noise Control) อยู่ด้านข้าง
  • ที่หูฟังข้างขวา บริเวณที่เป็นลายไม้จะเป็นปุ่มรับสาย ตัดสาย และกดค้างเพื่อเรียก Siri ด้านข้างหูจะมีปุ่มปิดไมค์ และสวิทซ์เปิด-ปิดพร้อมเชื่อมต่อ Bluetooth อยู่ ด้านใต้เป็นช่อง 3.5 mm และช่องเสียบสายชาร์จ Micro USB ครับ

หูฟังด้านขวาเป็นปุ่มรับสาย ตัดสาย

BackBeat PRO 2 นั้นเบากว่า BackBeat PRO รุ่นแรกถึง 50 กรัมนะครับ (รุ่นใหม่ 289 กรัม รุ่นแรก 340 กรัม) และดีไซน์ดูกระทัดรัดกว่าเดิมมาก ใครที่เคยลอง BackBeat PRO รุ่นแรกแล้วรู้สึกว่าใหญ่เทอะทะ หนักหัว ต้องมาลองรุ่นใหม่ครับ อาจจะถูกใจมากขึ้นก็ได้

ความแตกต่างระหว่าง BackBeat PRO 2 และ BackBeat PRO 2 SE

Backbeat PRO 2 SE เป็นรุ่นพิเศษที่มีออฟชั่นมากกว่าหูฟังรุ่นปกติครับ คือนอกจากดีไซน์จะแตกต่างกันแล้ว ในรุ่น SE ยังมาพร้อมกล่อง Hard Case สำหรับใส่หูฟังด้วย จากรุ่นปกติจะแถมแค่ถุงผ้าใส่หูฟัง นอกจากนี้ที่ตัวหูฟังยังมี NFC ทำให้เชื่อมต่อกับ Android ได้ง่ายขึ้น (ใครใช้ iPhone ไม่ต้องสนใจ NFC เลยก็ได้ครับ) แต่ค่าตัวของรุ่น SE จะแพงหน่อย อยู่ที่ 9,890 บาทครับ ส่วนรุ่นปกติอยู่ที่ 7,890 บาท

หูฟังที่ครบจบในตัว

ที่บอกแบบนี้ก็เพราะ Plantronics BackBeat PRO 2 นั้นเป็นหูฟังที่รองรับการทำงานในขีวิตประจำวันอย่างดีครับ ซื้อตัวนี้ตัวเดียวจบ ไม่ต้องซื้อตัวอื่นแล้วก็ได้ (เว้นแต่จะอยากได้หูฟังเล็กๆ สำหรับพกพาสะดวกๆ) เอาแหละมาไล่สิ่งที่ชอบกันดีกว่า

เสียงดีงาม ฟังเพราะ สบายหู

เริ่มต้นกันที่เรื่องเสียงก่อนเลย เสียงของ Backbeat PRO 2 นั้นจัดเป็นเสียงที่ Balance นะครับ แหลมไม่ได้สูง เบสไม่ได้แน่นตึบ แต่ฟังแล้วรู้ว่านี่คือหูฟังคุณภาพดี สามารถถ่ายทอดเสียงที่ศิลปิน โปรดิวเซอร์ต้องการออกมาได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน แหลมกำลังดี เบสกำลังแน่น แถมมี Sound Stage ค่อนข้างกว้าง ทำให้ฟังเพลงแล้วสบายหู สบายใจ ซึ่งแอดชอบเสียงโทนแบบนี้นะ แต่ก็แนะนำให้ลองฟังด้วยตัวเองที่ร้านครับว่าถูกใจไหม

เมื่อต่อสาย 3.5 mm เข้าหูฟัง Plantronics BackBeat PRO 2 เสียงจะแตกต่างกันมากระหว่างเปิดกับปิดหูฟังนะครับ คือเวลาปิดหูฟัง เสียงจะอู้ เบสจะบวม กลายเป็นหูฟังราคาถูกไปเลย แอดจึงแนะนำให้เปิดหูฟังตลอดแม้จะเสียบสาย 3.5 mm ครับ และเมื่อเสียบสาย 3.5 mm ตัวหูฟังจะตัด bluetooth ไปนะครับ ถ้าจะเชื่อมไร้สายก็ต้องถอดสายออกก่อน

นอกจากนี้ Backbeat PRO 2 ยังรองรับเทคโนโลยี aptX ของ Qualcomm ในแบบ Classic และ Low latency นะครับ ก็ถ้าใช้กับอุปกรณ์ที่รองรับ aptX จะทำให้คุณภาพเสียงดีขึ้น และมีการแลคของเสียงน้อยลงครับ ซึ่งแอดเทสกับ iPhone ที่ไม่รองรับ aptX อยู่แล้ว ก็เจอว่าเสียงผ่าน bluetooth มันแลคมากครับ เล่นเกมเสียงจะดีเลย์ไปสัก 1 วินาทีได้ แถมเสียบสายก็ไม่ได้เพราะ iPhone 7 ไม่มีช่อง 3.5 mm แล้ว ทิมคุกนะทิมคุก!

ระบบตัดเสียงรบกวนที่เลือกได้

ที่น่าสนใจคือระบบ ANC หรือ Active Noise Control ของ BackBeat PRO 2 นั้นสามารถเลือกการทำงานได้ 3 แบบจากสวิทซ์ที่หูฟังข้างซ้ายคือ

  • โหมดปกติ ไม่มีการตัดเสียงรบกวน
  • โหมด ANC ที่มีการปล่อยคลื่นเสียงออกมาหักล้างกับเสียงภายนอก ทำให้เสียงในหูฟังเงียบลงมาก ฟังเพลงได้ชัดเจนขึ้น แต่ก็ไม่ได้เงียบสนิทจนไม่ได้ยินอะไรภายนอกนะ
  • โหมด Open Listening ในโหมดนี้ตัวหูฟังจะเปิดไมค์ 2 ตัวเพื่อรับเสียงด้านนอกครับ แล้วเพลงก็จะหยุดไป เอาใช้คุยกับคนรอบข้าง หรือฟังเสียงภายนอกโดยไม่ต้องถอดหูฟัง

ส่วนตัวแล้วแอดชอบฟังเพลงในโหมด ANC ที่ตัดเสียงรบกวนมากกว่านะครับ เพราะทำให้เพลงชัดขึ้นจริงๆ แต่โหมดนี้ไม่ควรใช้เลยเวลาเดินถนน หรืออยู่นอกสถานที่ครับ เพราะจะทำให้เราไม่ได้ยินเสียงรอบข้างจนเป็นอันตรายได้

ระบบ Sense ที่ดีงาม

ภายในตัว Backbeat PRO 2 จะมีเซนเซอร์พิเศษที่คอยตรวจจับว่าเราสวมหูฟังไว้ที่หูแล้วหรือยัง ทำให้ใช้งานสะดวกมาก แค่เปิดหูฟังให้เชื่อม Bluetooth กับมือถือ

  • เมื่อสวมหูฟัง จะเล่นเพลงที่เคยเปิดค้างเอาไว้ หรือถ้ามีโทรศัพท์เข้า การสวมหูฟังจะเป็นการรับสายนั้นๆ ทันที
  • เมื่อถอดหูฟัง จะหยุดเพลงให้อัตโนมัติ และพร้อมเล่นต่อเมื่อสวมหูฟังใหม่

อ่านดูอาจจะไม่ว้าวอะไร แต่ถ้าได้ใช้งานจริง จะรู้สึกเลยว่าฟีเจอร์เล่นเพลง หยุดเพลง รับสายเมื่อสวมหูฟังนี่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นจริงๆ

คุยโทรศัพท์ได้ดีเยี่ยม เชื่อมพร้อมกัน 2 ตัว ระยะไกลมาก

อย่างที่เล่าไปว่า Plantronics นั้นเป็นเทพเรื่องเรื่องหูฟังสนทนาหรือ Headset มานานแล้วนะครับ เมื่อมาทำหูฟังดนตรีก็ไม่ทิ้งความดีงามในเรื่องนี้ไป ใน Backbeat PRO 2 นั้นมีไมโครโฟนรับเสียง 2 ตัว ตัวหนึ่งไว้รับเสียงพูดตามปกติ อีกตัวหนึ่งก็เอาไว้รับเสียงภายนอกเพื่อมาประมวลผลตัดเสียงรบกวน ทำให้เสียงพูดของเราที่ออกไปนั้นชัดเจนครับ แอดใช้คุยโทรศัพท์ได้เพลินๆ คู่สนทนาไม่มีทักเลยว่าเสียงเพี้ยนหรือฟังไม่ค่อยได้ยิน

นอกจากนี้ Backbeat PRO 2 ยังสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Bluetooth ได้พร้อมกัน 2 ตัวครับ จะเชื่อมโทรศัพท์ 2 เครื่อง หรือเชื่อมโทรศัพท์พร้อมกับโน้ตบุ๊กก็ได้ เราอาจจะฟังเพลงจากเครื่องหนึ่ง แล้วโทรศัพท์เข้าอีกเครื่องก็กดรับได้ทันทีโดยไม่ต้องนั่ง Pair ใหม่ ซึ่งมันสะดวกมาก

Backbeat PRO 2 รองรับ Bluetooth Class 1 ซึ่งถ้าใช้กับอุปกรณ์หรือสมาร์ทโฟนที่รองรับ Class 1 ด้วยกัน จะมีระยะทำการสูงสุดถึง 100 เมตร ซึ่งจากการทดสอบจริงกับ iPhone 7 (ที่แอดก็ไม่รู้ว่ามันรองรับ Bluetooth Class อะไร) วางโทรศัพท์ทิ้งไว้ในบ้าน ก็ยังสามารถฟังเพลงได้จากทุกจุดในตัวบ้าน เดินออกไปนอกบ้านยังในระยะสัก 50 เมตรก็ยังฟังได้ครับ ซึ่งถือว่าน่าประทับใจมาก

แบตเตอรี่ใช้นานจนลืม

แอดจำไม่ได้แล้วว่าหูฟังชาร์จครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ แต่เมื่อเปิดหูฟังมันก็ยังบอกว่า Battery High อยู่นะครับ 555 ซึ่งตามสเปกบอกว่าใช้งานต่อเนื่องได้ 24 ชั่วโมง และ standby ได้ 6 เดือน ส่วนการชาร์จผ่านพอร์ต MicroUSB ถ้าแบตหมดเกลี้ยง จะใช้เวลา 3 ชั่วโมงครับ ซึ่งระหว่างชาร์จก็จะมีไฟแสดงระดับแบตเตอรี่ขึ้นที่ข้างหูฟังครับ

จุดที่ไม่ชอบใน Plantronics BackBeat PRO 2

เอาแหละ มาถึงจุดสังเกตของ BackBeat PRO 2 กันบ้างนะครับ จุดแรกที่ขัดใจแอดมากคือคุณภาพของสายที่แถมมาครับ คือในขณะที่ตัวหูฟังใช้วัสดุดีมาก ตัวกระเป๋าผ้าก็ออกแบบมาดี แต่สาย MicroUSB สำหรับชาร์จหูฟัง และสาย 3.5 ม.ม. กลับเป็นสายบางๆ ดูไม่ทนทานมากนัก โดยเฉพาะเมื่อเอาไปเทียบกับรุ่นก่อนหน้าอย่าง Backbeat Sense ที่นอกจากสายจะหนา ดูทนทานกว่าแล้ว สาย 3.5 mm ของ Sense ยังมีไมค์ติดมาด้วย ทำให้ใช้สนทนาผ่านโปรแกรมในโน้ตบุ๊กได้ง่ายขึ้น (ถ้าสังเกตจะเห็นว่าหัว 3.5 mm ของ BackBeat PRO 2 มีแค่ 2 ปล้อง ไม่ได้มี 3 ปล้อง แบบของ Backbeat Sense)

สังเกตดีๆ จะเห็นว่าสายด้านซ้ายของ Backbeat Sense จะมีแจ็ค 3 ปล้อง เทียบกับสายของ Backbeat PRO 2 ที่เส้นบางกว่า ไม่มีไมโครโฟน และมีแจ็ค 2 ปล้อง

จุดอื่นๆ อาจเรียกว่าเป็นลักษณะของหูฟังประเภทนี้นะครับ คือขนาดมันใหญ่แหละ เวลาพกพาไปข้างนอกก็กินพื้นที่ในกระเป๋าเยอะหน่อย ทำให้โอกาสพกพาไปใช้นอกบ้านอาจจะน้อยกว่าหูฟังเล็กๆ พวก in-ear ครับ แต่เรื่องนี้เราก็รู้และตัดสินใจตั้งแต่ตอนซื้อหูฟังแล้วจริงไหมครับ ก็ชั่งน้ำหนักกันตั้งแต่ตอนซื้อแล้วว่าเราน่าจะได้ใช้หูฟังตัวนี้แค่ไหน

สรุป ถ้าชอบหูฟังใหญ่ ตัวนี้จบ!

อุปกรณ์ในชุด ฺBackbeat PRO 2 (หลอดไฟไม่เกี่ยวนะ อุปกรณ์ประกอบฉากเฉยๆ)

สรุป Plantronics BackBeat PRO 2 เป็นหูฟังที่ดีและสมบูรณ์มากที่สุดตัวหนึ่งครับ นอกจากจะใช้ฟังเพลงได้เพราะแล้ว ยังใช้สนทนาได้ดี มีระบบสนับสนุนการใช้งานที่ดี ใช้งานได้ลื่นไหลครับ ข้อเสียเล็กๆ เรื่องสายที่แถมมาอาจจะหงุดหงิดสักนิดในช่วงแรก แต่ใช้ๆ ไปจะติดใจหูฟังรุ่นนี้จนลืมเรื่องนี้ไป ถือว่าคุ้มราคา 7,890 บาท

ถ้าสนใจ BackBeat PRO 2 ก็หาซื้อได้จากร้านค้าชั้นนำทั่วไปครับ หรือจะลองสอบถามแหล่งซื้อสินค้าของแท้ ประกันมากกว่า 1 ปีในไทยจาก Systems 2000 ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายในไทยก็ได้นะครับ (ซื้อของหิ้วไม่มีประกันนะ)

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น