Connect with us

HP Sprocket

฿ 5,380
8.1

คุณภาพงานพิมพ์

7.0/10

การออกแบบตัวเครื่อง

9.0/10

ความสามารถของแอป

9.5/10

ความคุ้มค่าของตัวเครื่อง

8.0/10

ความคุ้มค่าของราคากระดาษ

7.0/10

จุดเด่น

  • ดีไซน์ตัวเครื่องสวยงาม น่าใช้ ติดตัวง่าย
  • แอปแต่งรูปได้เก่งมาก ใช้แทนแอปแต่งภาพได้เลย ทำ doodle ใช้เองก็ได้
  • เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth ทำให้ใช้งานง่ายกว่าเครื่องพิมพ์รุ่นอื่นๆ
  • กระดาษพิมพ์ภาพเป็นสติกเกอร์ ลอกออกมาติดเล่นได้เลย

จุดสังเกต

  • คุณภาพงานพิมพ์เป็นข้อจำกัดของ ZINK ที่ดูดีในระยะประมาณหนึ่งฟุต แต่ถ้ามองใกล้ๆ จะเห็นเป็นเม็ด และสีซีด
  • ปุ่มยืนยัน ยกเลิกของแอปอันตรายมาก อาจทำให้งานที่กำลังทำอยู่พังได้
  • ไม่สามารถใช้กับกระดาษ ZINK แบรนด์อื่นๆ ได้
  • ราคากระดาษค่อนข้างสูง (ถึงจะไม่โหดเท่า Instax)

HP เพิ่งส่ง HP Sprocket เครื่องพิมพ์ขนาดเล็กที่ใช้กระดาษ ZINK ทีมงานแบไต๋ก็ไม่พลาดที่จะนำมาสู้กับเครื่องพิมพ์ขนาดเล็กรุ่นพี่อย่าง Fujiflim instax share SP-2 และ Canon Selphy CP1200 ว่าเครื่องไหนจะเด่นด้านอะไรบ้าง

ประวัติความเป็นมาของ ZINK Paper

ZINK Paper หรือ Zero Ink เป็นงานวิจัยหนึ่งของ Polaroid ในช่วงยุค 90s และแยกออกมาตั้งเป็นบริษัท Zink Imaging, Inc. ในปี 2005 เพื่อเริ่มทำเทคโนโลยีนี้อย่างจริงจัง ซึ่งเทคโนโลยี ZINK เปิดเผยต่อสาธารณชนครั้งแรกในปี 2007

หลักการทำงานของเทคโนโลยี ZINK คือภายในกระดาษพิมพ์บางๆ แผ่นนี้มีชั้นของคริสตัลที่จะแปรสภาพเป็นสีได้เมื่อถูกความร้อนในอุณหภูมิและจังหวะที่เหมาะสม โดยมีการเรียงชั้นกันดังนี้

  • บนสุดเป็น Overcoat ชั้นเคลือบเพื่อปกป้องภาพให้อยู่ทนยาว
  • ชั้นสีเหลือง ตอบสนองต่ออุณหภูมิสูงในช่วงสั้นๆ
  • ชั้นสีม่วงแดง ตอบสนองอุณหภูมิปานกลางในช่วงยาว
  • ชั้นสีฟ้า ตอบสนองอุณหภูมิต่ำในช่วงการให้ความร้อนยาวที่สุด
  • ชั้นล่างสุดเป็นฐาน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกระดาษสติกเกอร์

ปัจจุบััน Zink Imaging, Inc. รับหน้าที่ผลิตกระดาษ ZINK ป้อนผู้ผลิตเครื่องพิมพ์ทั่วโลก โดยมีโรงงานอยู่ที่ Whitsett, North Carolina ซึ่งโรงงานนี้เคยเป็นของ Konica Minolta มาก่อน

HP Sprocket เครื่องพิมพ์รูปพกพาตัวแรกของ HP

เอาแหละจบเรื่องประวัติศาสตร์ กลับมารีวิว HP Sprocket กันต่อ ก็ดูรูปร่างภายนอกถือว่า HP ออกแบบเจ้าเครื่องพิมพ์ตัวเล็กนี้มาได้น่าใช้ เป็นสี่เหลี่ยมมนๆ น้ำหนักไม่ถึง 2 ขีด พกพาไปพิมพ์นอกบ้านได้สบายๆ โดยสามารถใส่กระดาษเก็บไว้ในเครื่องพิมพ์รอได้ 10 แผ่น โดย HP Sprocket พิมพ์ภาพบนกระดาษ ZINK Paper ขนาด 2 x 3 นิ้ว ด้วยความละเอียด 313 x 400 dpi โดย HP แนะนำให้รูปที่พิมพ์ต้องมีความละเอียด 818 x 1258 pixels ขึ้นไป ถึงจะพิมพ์ได้ละเอียดที่สุด

การทำงานของ HP Sprocket นั้นจะเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนด้วย Bluetooth เพื่อสั่งงานพิมพ์ ซึ่งเป็นข้อดีเพราะสามารถทำให้สมาร์ทโฟนทำงานกับเครื่องพิมพ์ได้แบบไม่ต้องตัดเน็ตก่อน เหมือนเครื่องพิมพ์ที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนด้วย Wifi

ตัวแอปถือว่าออกแบบมาได้ดี ให้ตกแต่งภาพได้หลายรูปแบบ ทั้งกรอบภาพที่ดูสวย เขียนตัวอักษรพร้อมเลือกฟอนต์ได้หลากหลาย (แต่ไม่มีฟอนต์ไทยให้เลือกนะ) ใส่ฟิลเตอร์ให้ภาพได้ ที่เจ๋งสุดคือแทรก doodle ลงไปในภาพได้ แถมถ่าย Doodle ใช้เองได้ด้วย โดยวาดรูปที่ต้องการลงในกระดาษ แล้วเอากล้องถ่ายเพื่อให้เป็นภาพวาดใช้ในแอป สรุปแอปเจ๋งพอที่จะใช้เป็นแอปตกแต่งภาพย่อมๆ ได้เลย แถมยังเซฟไฟล์เก็บไปใช้ที่อื่นได้ด้วย

แต่แอปก็มีข้อเสียที่ยิ่งใหญ่อยู่คือปุ่ม “ยกเลิก” ที่เป็นรูป X และตกลงที่เป็นเครื่องหมายถูก มันไม่สื่อว่ากำลังจะออกจากโหมดตกแต่งภาพหรือยัง และไม่มีหน้าต่างถามซ้ำ ทำให้มีปัญหากดยกเลิกเกิน หลุดออกจากการตกแต่งเลย ที่ทำมามันก็หาย หรือกดเครื่องหมายถูกเกิน กลายเซฟการตกแต่งนั้นไปแล้ว พลาดมาหลายรอบ

HP Sprocket ใช้เวลาพิมพ์ต่อรูปประมาณ 42 วินาที และพิมพ์เสร็จใช้ได้เลย ไม่ต้องรอภาพขึ้นอีก และตัวกระดาษเป็นสติกเกอร์ด้วย สามารถลอกออกไปติดได้เลย

คุณภาพภาพที่พิมพ์ออกมา

ที่นี้เรื่องสำคัญ คุณภาพภาพ HP Sprocket ที่ใช้เทคโนโลยี ZINK ก็พิมพ์ภาพออกมาสีซีดกว่าปกติหน่อย คุณภาพภาพใช้ได้ถ้าดูห่างสักฟุตหนึ่ง แต่ถ้าดูใกล้ๆ จะเห็นว่าภาพเป็นเส้นๆ และมีเห็นเป็นจุดพิกเซลของสีอยู่ และการไล่โทนสีทำได้ไม่ค่อยดี

ถ้าเทียบกับคุณภาพจากเครื่องพิมพ์รุ่นอื่นๆ คือ Fujifilm Instax Share SP-2 และ Canon Selphy CP1200 ก็สรุปได้ดังนี้

(ซ้าย) Canon Selphy CP1200, HP Sprocket, Fuji Instax Share SP-2

  • Canon Selphy CP1200 ให้คุณภาพภาพที่ดีที่สุด เทียบเท่าการอัดร้าน พิมพ์ได้ขนาดสูงสุด 4 x 6 นิ้วคือไซส์จัมโบ้ ค่าพิมพ์ต่อแผ่นถูกที่สุดราวๆ 10 บาทต่อแผ่น แต่เครื่องใหญ่ที่สุด และต้องเสียบกับไฟบ้าน (จริงๆ ใส่แบตเตอรี่ได้ แต่ต้องซื้อเพิ่ม)
  • HP Sprocket ให้ภาพที่คม เชื่อมต่อง่าย ขนาดเล็กที่สุด แต่การไล่เฉดสียังทำได้ไม่ดี สีสันจืดลงไปพอสมควรเมื่อเทียบกับภาพจากจอ และภาพมีลักษณะเป็นดิจิทัล คือเมื่อส่องดูดีๆ จะเห็นเป็นเม็ดสี และมีริ้วๆ เป็นเส้นตลอดทั้งภาพ
  • Fujifilm Instax Share SP-2 ให้คุณภาพภาพดีในแบบฟิล์ม ดูนุ่มนวล อบอุ่น ภาพมีกรอบให้เขียนอะไรลงไปได้ ฟิล์มมีหลายแบบให้เลือกและหาซื้อไม่ยาก แต่ต้นทุนต่อแผ่นสูงถึง 30 บาท
 HP SprocketCanon Selphy CP1200Fujifilm Instax Share SP-2
ราคา5,380 บาท4,290 บาท5,990 บาท
ต้นทุนต่อแผ่นประมาณ 19.25 บาทประมาณ 10 บาทประมาณ 30 บาท
เทคโนโลยีการพิมพ์ZINK Technologydye sublimationInstax film
การเชื่อมต่อBluetoothwifiwifi
ระยะเวลาในการพิมพ์42 วินาที47 วินาที10 วินาที (และรอภาพปรากฎอีกพักหนึ่ง)

สรุป HP Sprocket คุณภาพภาพก็รับได้สำหรับการพิมพ์พกพาครับ ส่วนราคากระดาษอยู่ที่ 20 แผ่น 385 บาท หรือแผ่นละ 19.25 บาท ส่วนถ้าซื้อ 50 แผ่นจะราคา 850 บาท ตกแผ่นละ 17 บาท (กระดาษต้องใช้ของ HP เท่านั้น แม้ว่าจะมี ZINK ยี่ห้ออื่นๆ ในตลาดก็จะใช้ไม่ได้)

ส่วนราคาเครื่อง HP Sprocket 5380 บาท มี 3 สีให้เลือกคือ ดำ,ขาว และแดง แต่สีแดงจะขายผ่าน banana IT เท่านั้น จะเริ่มขายวันที่ 16 สิงหาคม ฟรีออเดอร์วันนี้ถึง 15 สิงหา รับของพรีเมี่ยมเพิ่มด้วย

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น