Connect with us

Gadget Review

รีวิว Innergie PowerGear 60C หัวชาร์จ USB-C ครองพิภพ ชาร์จโน้ตบุ๊ก/มือถือได้หมด!

หัวชาร์จไฟ USB-C ขนาดเล็กเทียบเท่าหัวชาร์จมือถือ แต่จ่ายไฟได้แรงและหลากหลาย ทำให้ชาร์จมือถือก็เร็ว ชาร์จโน้ตบุ๊กก็ได้

Published

on

Innergie PowerGear 60C

฿2,890
9.2

คุณภาพงานสร้าง

9.0/10

ประสิทธิภาพการจ่ายไฟ

10.0/10

ความสะดวกในการใช้งาน

10.0/10

ความหลากหลายของการรองรับอุปกรณ์

9.0/10

ความคุ้มค่า

8.0/10

จุดเด่น

  • หัวชาร์จครอบจักรวาล USB-C รองรับการชาร์จเร็วกับหลายอุปกรณ์มาก เสียบ MacBook ก็ชาร์จเร็ว เสียบ Nintendo Switch ก็ต่อภาพออกทีวีได้
  • รองรับ Huawei Fast Charge และมือถือที่รองรับการชาร์จแบบ 9V
  • ตัวเล็ก น้ำหนักเบามาก สามารถติดกระเป๋าได้ตลอดโดยไม่เป็นภาระ
  • มีอุปกรณ์เสริมทำให้ชาร์จโน้ตบุ๊กที่ไม่ได้ใช้พอร์ต USB-C ได้แทบทุกรุ่น (ยกเว้น Apple MagSafe)

จุดสังเกต

  • รุ่นขาพับได้ต้องระวังเวลาเสียบ เพราะขาอาจพับเก็บเข้าไปถ้าไม่เสียบตรงๆ
  • ไม่รองรับมาตรฐานชาร์จเฉพาะตัวอย่าง Huawei SuperCharge หรือ OPPO VOOC Flash Charge
  • ราคาค่อนข้างสูง
  • มีช่องชาร์จแค่ช่องเดียว ทำให้ชาร์จอุปกรณ์ได้ครั้งละตัว

ทำไมจะต้องซื้อที่ชาร์จไฟสำหรับคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนใหม่ ในเมื่อของเดิมที่มากับโน้ตบุ๊กหรือมือถือก็ใช้ดีอยู่แล้ว! เราเชื่อว่าคำถามนี้น่าจะเป็นคำถามแรกๆ ที่ถูกถามเมื่อพูดถึงหัวชาร์จ Innergie PowerGear 60C แต่เชื่อผมเถอะครับว่าอแดปเตอร์ตัวนี้มันทำให้ชีวิตดีขึ้นมากจริงๆ ด้วยน้ำหนักที่เบากว่าอแดปเตอร์โน้ตบุ๊กทั่วไปมากๆ (เบาพอๆ กับอแดปเตอร์โทรศัพท์มือถือ) แต่จ่ายไฟได้ 60 Watt มากพอสำหรับโน้ตบุ๊กขนาดกลาง มีชุดเสริมแปลงหัวต่อสำหรับโน้ตบุ๊กหลากหลายแบรนด์ แถมยังรองรับมาตรฐานการชาร์จไฟ USB-PD (Power Delivery) หลายโปรไฟล์มาก จึงรองรับการชาร์จเร็วในหลายอุปกรณ์!

PowerGear 60C กล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่ทรงพลัง

Innergie นั้นเป็นแบรนด์ลูกของ Delta Electronics บริษัทผู้เชี่ยวชาญเรื่องระบบกำลังไฟและหม้อแปลงไฟฟ้าจากไต้หวันนะครับ ถ้าสังเกตดูที่อแดปเตอร์ของอุปกรณ์จำนวนมากที่อยู่ในบ้านเราจะมีตรายี่ห้อ Delta ติดอยู่ด้วย จึงถือเป็นแบรนด์ที่ใกล้ตัวผู้ใช้โดยที่เราไม่รู้ตัว

ความแตกต่างของแบรนด์ Delta กับ Innergie นั้นอยู่ที่ Delta จะเน้นการผลิตในภาคอุตสาหกรรม หรือเป็นโรงงานผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าให้แบรนด์อื่นๆ นำไปใช้ แต่ Innergie นั้นเป็นเหมือนตัวแทนที่เอาเทคโนโลยีของ Delta มาออกแบบและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับผู้ใช้ตามบ้านทั่วไป

จากประสบการณ์ของ Delta เราเลยไม่แปลกใจที่ Innergie PowerGear 60C จะเป็นหัวชาร์จที่มีขนาดเล็กมาก (คิดเป็นปริมาตรก็ 55 cc) เมื่อเทียบกับการจ่ายไฟสูงสุด 60 Watt ของมัน (ประสิทธิภาพการแปลงไฟฟ้า 92%) โดย PowerGear 60C นั้นมี 2 รุ่นย่อยให้เลือกซื้อดังนี้

Innergie PowerGear 60C รุ่นเปลี่ยนหัวปลั้กสำหรับใช้นานาชาติได้

  1. รุ่นขาแบนพับได้ (ขา US) มีขนาด 30.4 x 30.4 x 60 mm (กว้าง x ยาว x สูง) และเบามากแค่ 85 กรัม รุ่นนี้แนะนำสำหรับซื้อใช้ในไทยเพราะถูกกว่า และตัวเล็กกว่า
  2. รุ่นขาปลั้กนานาชาติ (International) มาพร้อมขาปลั้ก 3 แบบที่ถอดเปลี่ยนได้ (ขาแบน, ขากลม, ขาเหลี่ยม 3 ขา) แต่รุ่นนี้จะเทอะทะหน่อยเพราะพับขาไม่ได้ และราคาขายแพงกว่า

ส่วนเรื่องความปลอดภัยนั้น Innergie ก็ชูเทคโนโลยี InnerShield ที่ติดตั้งอยู่ในตัวหัวชาร์จและสายครับ เพื่อป้องกันการช็อต ป้องกันอุณหภูมิสูง ป้องกันกระแสเกิน สารพัดจะป้องกันเพื่อสร้างความมั่นใจ โดย Innergie PowerGear 60C นั้นรับประกันสินค้านาน 3 ปี

อุปกรณ์ในชุด PowerGear 60C คือหัวชาร์จ USB-C 60 Watt (ในรูปคือพับขาเก็บแล้ว) พร้อมสาย USB-C to USB-C ยาว 1.5 เมตร

นอกจากนี้ในชุดยังมาพร้อมสาย USB-C to USB-C อย่างดี ความยาว 1.5 เมตรด้วย ไม่ต้องไปซื้อสายแยกเหมือนกับหัวชาร์จ USB-C ของแอปเปิ้ล!

ประสิทธิภาพในการจ่ายไฟของ PowerGear 60C

นำ Innergie PowerGear 60C จ่ายไฟให้ MacBook 12 นิ้ว โดยใช้ Satechi Type-C Power Meter Tester วัดกำลังไฟ

Innergie PowerGear 60C นั้นรองรับการจ่ายไฟตามมาตรฐาน USB-PD ได้ 5 โปรไฟล์คือ 5V/3A, 9V/3A, 12V/3A, 15V/3A, 20V/3A ซึ่งในระดับ 20V นี้เองที่จ่ายไฟได้สูงสุด 60 Watt ซึ่งเราก็ได้ทดสอบการจ่ายไฟของ PowerGear 60C กับอุปกรณ์ที่ใช้พอร์ต USB-C หลายชนิดมาก โดยใช้ Satechi Type-C Power Meter Tester วัดการจ่ายกระแสไฟ ซึ่งผลออกมาเป็นดังนี้

  • อุปกรณ์ที่จ่ายไฟ 5V 2A ตามปกติ : OPPO Find X
  • ทดสอบกับอุปกรณ์ของ Huawei พบว่า PowerGear 60C สามารถจ่ายไฟแบบ Huawei Fast Charge ทำให้ชาร์จเต็มเร็วกว่าหัวชาร์จทั่วไป หรือพูดอีกอย่างว่า Fast Charge ของหัวเว่ยคือมาตรฐาน USB-PD ที่ใช้ความดันไฟฟ้า 9V โดยเมื่อเสียบแล้วอุปกรณ์จะขึ้นคำว่า Fast Charge
    • Huawei Mate 10 Pro ใช้กระแส 9V 1A
    • Huawei nova 3 ใช้กระแส 9V 1A
    • Huawei MediaPad M5 Pro ใช้กระแส 9V 2A
  • อุปกรณ์อื่นๆ ที่ PowerGear 60C สามารถชาร์จเร็วแบบ 9V ได้
    • Vivo NEX S – 9V 1.1A
    • Sony Xperia XZ2 Premium – 9V 1.5A
  • ทดสอบกับ Nintendo Switch สามารถเอา PowerGear 60C จ่ายไฟให้ Dock แล้วต่อภาพออกทีวีได้ โดยใช้กระแส 15V 1.2A ซึ่งหัวชาร์จ USB-C ทั่วไปที่ไม่ใช่ของ Nintendo จะไม่สามารถจ่ายไฟแรงพอที่จะต่อภาพออกทีวีได้
  • ชาร์จ MacBook ขนาด 12 นิ้ว ใช้กระแส 20V 1.4A

นำ PowerGear 60C ไปจ่ายไฟให้ Nintendo Switch ก็จ่ายไฟมากพอที่จะนำภาพออกจอได้

เมื่อเทียบกับหัวชาร์จ USB-C 29W ของ Apple ที่ได้มาพร้อมกับ MacBook 12 นิ้ว พบว่าไม่สามารถชาร์จไฟในระดับ 9V ได้ ทำให้ไม่สามารถทำ Fast Charge กับอุปกรณ์ของ Huawei ได้ นอกจากนี้ยังไม่สามารถเอาไปจ่ายไฟกับ Dock ของ Nintendo Switch เพื่อต่อภาพออกจอทีวีได้ (วัดกระแสที่จ่ายให้ Switch ได้ 14.5V ไม่ใช่ 15V ทำให้ภาพไม่ขึ้น) และเมื่อเสียบชาร์จกับ MacBook 12 นิ้ว จะได้กระแสที่ 15V 2A

อแดปเตอร์ตัวสุดท้ายที่เราใช้ทดสอบคือหัวชาร์จ USB-C ของ Nintendo Switch ที่สเปคระบุว่าจ่ายไฟได้ 15V 2.6A แน่นอนว่าเป็นหัวชาร์จของ Switch เอง จึงสามารถต่อกับ Dock เพื่อเอาภาพขึ้นจอทีวีได้โดยใช้กระแส 15V 1.2A นอกจากนี้ยังสามารถชาร์จ MacBook 12 นิ้วได้ด้วยกระแส 15V 2A แต่ที่แปลกสำหรับอแดปเตอร์ตัวนี้คือมันไม่สามารถชาร์จ OPPO Find X และ Vivo NEX S ได้ครับ ไฟไม่เข้าเลย

ตารางประสิทธิภาพการจ่ายไฟของหัวชาร์จต่างๆ

อุปกรณ์ชาร์จInnergie PowerGear 60CApple USB-C 29 W (ของ MacBook 12 นิ้ว)Nintendo Switch USB-C Adapter
OPPO Find X5V 2A5V 2Aชาร์จไม่เข้า
Huawei Mate 10 Pro9V 1A (ขึ้น Fast Charge)5V 1.7A5V 1.5A
Huawei nova 39V 1A (ขึ้น Fast Charge)5V 1.7A5V 1.5A
Huawei MediaPad M5 Pro9V 2A (ขึ้น Fast Charge)5V 1.4A5V 1.5A
Vivo NEX S9V 1.1A5V 2Aชาร์จไม่เข้า
Sony Xperia XZ2 Premium9V 1.5A5V 2A5V 1.5A
Nintendo Switch15V 1.2A (ภาพออกทีวี)14.5V 1.1A (ภาพไม่ออกทีวี)15V 1.2A (ภาพออกทีวี)
MacBook 12 นิ้ว20V 1.4A14.5V 2A15V 2A
Microsoft Surface Go19.5V 2.3A14.5V 2A14.5v 2.6A
Mi Laptop Air20V 2.5Aชาร์จไม่เข้าชาร์จไม่เข้า
HP Envy 36020V 2.7A14.5V 2A15V 2.25A

สรุป Innergie PowerGear 60C สามารถจ่ายไฟได้หลากหลายระดับ และรองรับอุปกรณ์มากที่สุดแล้ว เสียบมือถือก็ชาร์จเร็ว เสียบ Dock ของ Nintendo Switch ก็จ่ายไฟมากพอจนส่งภาพออกทีวีได้ เสียบกับ MacBook ก็ชาร์จไฟได้อย่างรวดเร็ว เพียงแต่ว่ามันไม่สามารถจ่ายไฟในเทคโนโลยีเฉพาะตัวอย่าง Huawei SuperCharge หรือ OPPO VOOC Flash Charge ได้ ซึ่งเมื่อเราสอบถามเรื่องนี้จากทาง Innergie ประเทศไทยก็ได้คำตอบว่า Innergie โฟกัสที่เทคโนโลยีมาตรฐานอย่าง USB-C ที่ใช้รูปแบบการจ่ายไฟเป็น USB-PD เป็นหลัก การรองรับมาตรฐาน Quick Charge บางตัวทำให้เกิดผลกระทบเมื่อไม่ได้ใช้กับอุปกรณ์ที่รองรับ QC ทำให้การชาร์จช้าลงเหลือแค่ 5V 1A แทนที่จะเป็น 5V 2A อย่างที่ Innergie ทำได้ตอนนี้ครับ

Innergie PowerGear 60C ชาร์จโน้ตบุ๊กยี่ห้ออะไรก็ได้!

อุปกรณ์เสริมอีก 2 ตัวของ PowerGear 60C

นอกจากเราจะใช้ PowerGear 60C ชาร์จอุปกรณ์ USB-C ได้หลากหลายแล้ว Innergie ยังมีอุปกรณ์เสริมอีกตัวหนึ่งเรียกว่า MagiCable 150 ที่เป็นสายพิเศษเพื่อต่อไฟจาก PowerGear 60C ไปชาร์จโน้ตบุ๊กได้แทบทุกรุ่นในตลาดครับ (ยกเว้น MacBook ที่ใช้หัวต่อแบบ MagSafe เพราะแอปเปิ้ลไม่ให้สิทธิ์บริษัทอื่นๆ ทำหัวต่อแบบนี้เลย) ทำให้เราไม่ต้องพกอแดปเตอร์โน้ตบุ๊กตัวหนักๆ แล้ว พกแค่ PowerGear 60C กับสาย MagiCable 150 ก็พอ

ชุด MagiCable 150 ประกอบด้วยสายและหัวแปลง 6 ตัว

ในชุดของ MagiCable 150 นั้นมีหัวต่อสำหรับเสียบกับโน้ตบุ๊กแบรนด์ต่างๆ มาอีก 6 หัว รองรับแบรนด์หลักๆ อย่าง Asus, Acer, Dell, HP, Lenovo วิธีใช้ก็ง่ายๆ หาให้เจอว่าโน้ตบุ๊กของเราใช้หัวต่อตัวไหน แล้วเสียบหัวต่อเข้ากับสาย MagiCable 150 แล้วเอาสายไปต่อกับช่อง USB-C ของ PowerGear 60C ก็เรียบร้อย

พอดีหัวแปลง 6 ตัวที่ได้มานั้นใช้กับโน้ตบุ๊กของทีมงานไม่ได้ เราเลยขอหัวใหม่ผ่าน Free Tip Program ก็ได้มาเป็นซองจดหมายแบบนี้

แต่ถ้า 6 หัวที่แถมมาให้นั้นดันใช้กับโน้ตบุ๊กของเราไม่ได้สักหัว Innergie ก็มีโครงการที่เรียกว่า Free Tip Program แค่ค้นกูเกิ้ลว่า “Free Tip Program” หรือ “โปรแกรมหัวต่อฟรี” เพื่อหาหน้าเว็บของ Innergie ประเทศไทย แล้วเข้าไปกรอกข้อมูลรวมถึงยี่ห้อและรุ่นของโน้ตบุ๊กที่ไม่มีหัวต่อ ทีมงานก็จะติดต่อกลับมาทางอีเมลและส่งหัวต่อที่เข้ากันได้กับโน้ตบุ๊กของเรามาให้ฟรีทางไปรษณีย์ ซึ่งทีมงานแบไต๋ก็ได้ลองใช้บริการนี้เพราะหัวต่อที่ให้มานั้นต่อกับ Lenovo IdeaPad รุ่นเก่าไม่ได้ ซึ่งใช้เวลาไม่ถึงสัปดาห์ก็ได้หัวต่อใหม่มาใช้แล้วครับ สบายใจแล้วทีนี้

เสียบ Innergie PowerGear 60C เข้ากับ MagiCable 150 และ WizardTip ก็จะชาร์จอุปกรณ์ USB และชาร์จโน้ตบุ๊กไปได้พร้อมกัน

และ Innergie ยังมีอุปกรณ์เสริมของสาย MagiCable 150 อีกตัว (เรียกว่าอุปกรณ์เสริมของอุปกรณ์เสริมก็ได้) เรียกว่า WizardTip ครับ ใช้เสียบคั่นกลางระหว่างปลายของ MagiCable 150 กับหัวต่อโน้ตบุ๊ก เพื่อเพิ่มพอร์ต USB-A สำหรับชาร์จอุปกรณ์มาอีก 1 ช่อง ซึ่งพอร์ตที่เพิ่มเข้ามานี้สามารถจ่ายไฟได้สูงสุด 5V 2.4A ก็แรงพอที่จะชาร์จ iPad เต็มได้อย่างรวดเร็วครับ ก็เหมาะสำหรับคนที่อยากชาร์จโน้ตบุ๊กพร้อมอุปกรณ์ USB ไปพร้อมๆ กันอย่างรวดเร็ว

ราคาของ Innergie PowerGear 60C

อย่างที่บอกไปว่า PowerGear 60C นั้นมี 2 รุ่น ซึ่งมีราคาดังนี้

  • Innergie PowerGear 60C รุ่นขาแบนพับได้ (ขา US) – 2,890 บาท
  • Innergie PowerGear 60C รุ่นขาปลั้กนานาชาติ มี 3 ขาให้เลือกเปลี่ยน – 3,190 บาท

เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น จึงขอเทียบราคากับ Apple USB-C Adapter

  • Apple USB-C Adapter 30 Watt (มากับ MacBook 12 นิ้ว) – 1,700 บาท
  • Apple USB-C Adapter 61 Watt (มากับ MacBook Pro 13 นิ้ว และตัวนี้จ่ายไฟได้สูงเท่า PowerGear 60C) – 2,500 บาท
  • Apple USB-C Adapter 87 Watt (มากับ MacBook Pro 15 นิ้ว) – 2,800 บาท
  • สาย USB-C to USB-C ยาว 2 เมตร (ต้องซื้อแยก ไม่ได้แถมมากับอแดปเดอร์ของแอปเปิ้ล) – 790 บาท

เทียบขนาด ซ้ายคือ Apple USB-C 29 Watt ส่วนขวาคือ Innergie PowerGear 60C แบบขาแบนที่พับขาเก็บ

ถ้าเทียบที่ตัว Apple USB-C 61 Watt พร้อมซื้อสาย USB-C ด้วย ราคาจะสูงกว่า Innergie PowerGear 60C ที่ความสามารถรอบด้านกว่าและเบากว่า แต่ถ้าใช้แค่ 30 Watt ซื้อหัวชาร์จของแอปเปิ้ลจะได้ราคาที่ถูกกว่าครับ ส่วนจะชาร์จกับอุปกรณ์อะไร ได้ผลเป็นยังไง ย้อนกลับไปดูตารางข้างบนที่เราทำเทียบประสิทธิภาพไว้นะครับ

ส่วนราคาของอุปกรณ์เสริมเป็นดังนี้

  • MagiCable 150 (สายสำหรับเสียบชาร์จโน้ตบุ๊กอื่นๆ) – 790 บาท
  • WizardTip (อุปกรณ์เสริมของ MagiCable ให้ชาร์จ USB เพิ่มได้) – 490 บาท

สรุป Innergie PowerGear 60C หัวชาร์จครองพิภพ

ชุดสาย MagiCable 150 พร้อม WizardTip (ตัวขวา)

ต้องยอมรับว่า Innergie PowerGear 60C เป็นหัวชาร์จที่ยืดหยุ่นที่สุดตัวหนึ่งตั้งแต่เราเคยใช้มา คือชาร์จอุปกรณ์ USB-C ได้หลากหลาย แถมหลายอุปกรณ์ยังรองรับการชาร์จเร็วด้วย ทำให้พกหัวชาร์จแค่ตัวเดียวก็สามารถจัดการกับอุปกรณ์ USB-C ได้ทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เสริมอย่าง MagiCable 150 ทำให้ชาร์จโน้ตบุ๊กอื่นๆ ได้ด้วยน้ำหนักที่เบากว่าอแดปเตอร์โน้ตบุ๊กทั่วไปมากด้วย

แต่จุดอ่อนของ PowerGear 60C นั้นอยู่ที่ราคาครับ อาจจะสูงไปสักนิด แล้วก็ไม่รองรับเทคโนโลยีการชาร์จเฉพาะตัวอย่าง Huawei SuperCharge หรือ OPPO VOOC แต่ก็แลกกับน้ำหนักที่เบากว่า และความยืดหยุ่นในการชาร์จอุปกรณ์ที่มากกว่า

เปรียบเทียบน้ำหนักของชุดชาร์จต่างๆ

ชุด PowerGear 60C พร้อมสาย หนัก 140 กรัม

ชุด Apple USB-C Adapter 29 Watt พร้อมสาย USB-C ยาว 2 เมตร หนัก 158 กรัม

ชุดสายไฟเครื่อง Lenovo IdeaPad หนัก 444 กรัม ขุ่นพระ!

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Gadget Review

Netgear Orbi AC3000 บ้านใครใช้เน็ตได้ไม่เท่าโปรฯ ตัวนี้เอาอยู่!

Published

on

Innergie PowerGear 60C

฿2,890
9.2

คุณภาพงานสร้าง

9.0/10

ประสิทธิภาพการจ่ายไฟ

10.0/10

ความสะดวกในการใช้งาน

10.0/10

ความหลากหลายของการรองรับอุปกรณ์

9.0/10

ความคุ้มค่า

8.0/10

จุดเด่น

  • หัวชาร์จครอบจักรวาล USB-C รองรับการชาร์จเร็วกับหลายอุปกรณ์มาก เสียบ MacBook ก็ชาร์จเร็ว เสียบ Nintendo Switch ก็ต่อภาพออกทีวีได้
  • รองรับ Huawei Fast Charge และมือถือที่รองรับการชาร์จแบบ 9V
  • ตัวเล็ก น้ำหนักเบามาก สามารถติดกระเป๋าได้ตลอดโดยไม่เป็นภาระ
  • มีอุปกรณ์เสริมทำให้ชาร์จโน้ตบุ๊กที่ไม่ได้ใช้พอร์ต USB-C ได้แทบทุกรุ่น (ยกเว้น Apple MagSafe)

จุดสังเกต

  • รุ่นขาพับได้ต้องระวังเวลาเสียบ เพราะขาอาจพับเก็บเข้าไปถ้าไม่เสียบตรงๆ
  • ไม่รองรับมาตรฐานชาร์จเฉพาะตัวอย่าง Huawei SuperCharge หรือ OPPO VOOC Flash Charge
  • ราคาค่อนข้างสูง
  • มีช่องชาร์จแค่ช่องเดียว ทำให้ชาร์จอุปกรณ์ได้ครั้งละตัว

เราเตอร์หน้าตาสวยงามที่มาพร้อมกับความสามารถสุดล้ำ ซึ่งสำหรับใครที่อยากใช้อินเตอร์เน็ตภายในบ้านได้ตรงตามความแรงของ Package ที่ได้สมัครเอาไว้โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่อินเตอร์เน็ตบ้านมีความแรงสูงมาก ๆ ก็เรียกได้ว่า Netgear Orbi AC3000 ตัวนี้สามารถตอบโจทย์คุณได้อย่างแน่นอน

การเชื่อมต่ออุปกรณ์

  • 4 พอร์ต 10/100/1000Mbps Gigabit Ethernet
  • 1 WAN + 3 LAN for Router
  • 4 LAN for Satellite
  • พอร์ต  USB 2.0 port

ฟีเจอร์สำคัญ

Orbi home Wi-Fi System ประกอบด้วย Orbi WiFi Router ตัวหลักและ Satellite Orbi ตัวลูกที่สามารถติดตั้งได้เพิ่มสูงสุด 3 ตัว (รวมเป็น 4 ตัว) โดยมีย่านความถี่พิเศษในการส่งสัญญาณระหว่าง Router และ Satellite จึงทำให้การรับ – ส่งข้อมูลมีความรวดเร็วและไม่ถูกรบกวนจากสัญญาณภายนอก มาพร้อมความสามารถต่าง ๆ ที่เรียกได้ว่าเหมาะสำหรับผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตในยุคปัจจุบันสุด ๆ

อัตราการรับส่งสูงระดับ AC3000 (1733 + 866 + 400Mbps)

ด้วยความแรงของการส่งสัญญาณระดับ 3000 Mbps จึงมั่นใจได้ว่าการรับ – ส่งข้อมูล จะแรงมากกว่าหรือเท่ากับความเร็วที่เราเช่าสัญญาณอินเตอร์เน็ตมาอย่างแน่นอน

ครอบคลุมสัญญาณทั้งบ้าน

Netgear Orbi ออกแบบมาเพื่อให้บ้านที่มีพื้นที่กว้าง ๆ สามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตได้อย่างสมบูรณ์ ไม่มีสะดุด สามารถครอบคลุมสัญญาณได้ถึง 4,000 ตารางฟุต สำหรับการเชื่อมต่อ 2 ตัว หรือสูงกว่านี้เมื่อเชื่อมต่อ 4 ตัวแบบครบชุด (1 router + 3 satellite)

เทคโนโลยี WiFi Mesh

มีเทคโนโลยี WiFi Mesh ระหว่าง Orbi WiFi Router และ Satellite ทำให้การเชื่อมต่อไร้รอยต่อ ไม่มีสะดุด โดยจะเลือกการเชื่อมต่อให้โดยอัตโนมัติ ลดอาการเน็ตหน่วงเวลาหลุดระยะการเชื่อมต่อระหว่าง router กับ Satellite โดยไม่ต้องทำด้วยตนเองเหมือนการเชื่อมต่อ wifi extender ทั่วไป

เทคโนโลยี Band Steering

เทคโนโลยี Band Steering จะช่วยในการเลือกย่านสัญญาณความถี่ให้กับมือถือ / อุปกรณ์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตของคุณแบบอัตโนมัติ ทำให้เราใช้งานอินเตอร์เน็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

เทคโนโลยี MU-MIMO

เทคโนโลยี MU-MIMO เป็นอีก 1 เทคโนโลยีที่สำคัญสำหรับบ้านที่มีการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ที่เยอะ จะช่วยให้การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตของทุกอุปกรณ์ลื่นไหล ไม่มีสะดุด

ติดตั้งง่าย

สำหรับใครที่ไม่เคยติดตั้งเน็ตเวิร์คมาก่อน Netgear Orbi ตัวนี้เป็น 1 ในตัวที่ติดตั้งง่ายมาก ๆ เพียงแค่โหลดแอปฯ Netgear Orbi ทั้งบน iOS และ Android มาลงที่มือถือ พร้อมกับทำตามขั้นตอนที่บอก เพียงเท่านี้ก็ใช้งานได้อย่างง่ายดาย หรือถ้าติดตั้งไม่เป็นทาง King IT ก็มีบริการช่วยในการติดตั้ง + หาจุดวางที่มีประสิทธิภาพที่สุดภายในบ้านให้คุณได้อีกด้วย

ราคา/เงื่อนไขการรับประกัน

  • ราคา 23,900 บาทสำหรับรุ่น 2 ตัว Router + Satellite
  • รับประกัน 9 ปี โดยบริษัท คิงส์ อินเทลลิเจ้นท์ เทคโนโลยี จำกัด
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

Gadget Review

มารู้จัก netgear nighthawk ac2600 pro gaming เราเตอร์สำหรับคอเกมเมอร์โดยเฉพาะ

Published

on

Innergie PowerGear 60C

฿2,890
9.2

คุณภาพงานสร้าง

9.0/10

ประสิทธิภาพการจ่ายไฟ

10.0/10

ความสะดวกในการใช้งาน

10.0/10

ความหลากหลายของการรองรับอุปกรณ์

9.0/10

ความคุ้มค่า

8.0/10

จุดเด่น

  • หัวชาร์จครอบจักรวาล USB-C รองรับการชาร์จเร็วกับหลายอุปกรณ์มาก เสียบ MacBook ก็ชาร์จเร็ว เสียบ Nintendo Switch ก็ต่อภาพออกทีวีได้
  • รองรับ Huawei Fast Charge และมือถือที่รองรับการชาร์จแบบ 9V
  • ตัวเล็ก น้ำหนักเบามาก สามารถติดกระเป๋าได้ตลอดโดยไม่เป็นภาระ
  • มีอุปกรณ์เสริมทำให้ชาร์จโน้ตบุ๊กที่ไม่ได้ใช้พอร์ต USB-C ได้แทบทุกรุ่น (ยกเว้น Apple MagSafe)

จุดสังเกต

  • รุ่นขาพับได้ต้องระวังเวลาเสียบ เพราะขาอาจพับเก็บเข้าไปถ้าไม่เสียบตรงๆ
  • ไม่รองรับมาตรฐานชาร์จเฉพาะตัวอย่าง Huawei SuperCharge หรือ OPPO VOOC Flash Charge
  • ราคาค่อนข้างสูง
  • มีช่องชาร์จแค่ช่องเดียว ทำให้ชาร์จอุปกรณ์ได้ครั้งละตัว

แบไต๋ชวนคุณรู้จักเราเตอร์สำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการความเสถียรของอินเตอร์เน็ตบ้านสูง มาพร้อมเสาแบบจัดเต็ม 4 เสาที่มีความสามารถในการรับส่งสัญญาณได้สูงสุด 2600 Mbps (รวม 2 ย่านความถี่) มาชมสเปคกันว่ามีอะไรบ้าง

Specification

  • ขนาดตัวเครื่อง 321.9 x 243.7 x 55.0 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 801 กรัม
  • Gigabit Ethernet 10/100/1000 Mbps 5  ports  (1 WAN & 4 LAN)
  • USB 3.0 2 ports รองรับการทำ Share File และ Share Printer
  • เสาอากาศ 4 เสา ประสิทธิภาพสูงแบบภายนอก
  • 802.11 a/b/g/n/ac 2.4GHz & 5.0GHz + 256 QAM support
  • Dual Band WiFi – Tx/Rx 4×4 (2.4GHz) + 4×4 (5GHz)
  • 4×4 11ac 80MHz + 2×2-160/80+80MHz
  • Multi-User MIMO (MU-MIMO)
  • Wireless AC2600 (800Mbps @2.4GHz—256QAM support + 1733Mbps @5GHz 11ac)
  • CPU Dual core 1.7GHz
  • RAM 256MB flash and 512MB RAM
  • รองรับ IPv6
  • รองรับ Guest Network
  • LEDS On/Off LED light switch
  • VPN support – secure remote access
  • WiFi Protected Access (WPA/WPA2PSK)
  • Double firewall protection (SPI and NAT)
  • Denial-of-service (DoS) attack prevention

ฟีเจอร์ต่าง ๆ

Gaming Dashboard

ที่ได้รวบรวมเอาการตั้งค่าต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเล่นเกมมาไว้ในหน้าเดียว ทำให้ควบคุมได้อย่างง่ายดาย

Geo-Filter

สำหรับคนเล่นเกมออนไลน์ต่างประเทศย่อมมีค่าการเชื่อมต่อ (Ping) ที่สูง แต่ระบบนี้จะช่วยมองหาเส้นทางที่สั้นที่สุดในการเชื่อมต่อเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกมได้ถึงขีดสุด

QoS หรือ Quality of Service

ระบบจัดความสำคัญของงานที่ทำอยู่ออกเป็นส่วน ๆ เพื่อให้ Bandwidth ถูกใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดอาการค้างเวลาเล่นเกมออนไลน์ได้เป็นอย่างดี

Network Monitor

ระบบการตรวจสอบว่า ปัจจุบันมีอุปกรณ์ตัวไหนใน Network ใช้เน็ตเท่าไหร่ พร้อมควบคุมได้ทันที

Game VPN Client

สำหรับคนชอบเล่นเกมออนไลน์ต่างประเทศที่ต้องหาทางอ้อมต่อ VPN เพื่อเข้าไปเล่น Netgear ตัวนี้ก็มีความสามารถในการมอบการเชื่อมต่อ VPN ให้กับเครื่องใน Network ได้ทันที

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีเด่น ๆ มากมายดังนี้

  1. ระบบ WiFi แบบ Quad Stream 160 MHz
  2. เทคโนโลยี MU-MIMO เชื่อมต่อสัญญาณพร้อมกันได้หลายอุปกรณ์ในรอบเดียว
  3. เทคโนโลยี Beam Forming ระบบกระจายสัญญาณตามทิศทางของการเชื่อมต่อ ทำให้เราเชื่อมต่อสัญญาณ WiFi ได้เสถียรกว่าเดิม
  4. เทคโนโลยี ReadySHARE ที่สามารถเปลี่ยนเราเตอร์ของคุณให้กลายเป็น NAS สำหรับเก็บข้อมูลได้เพียงแค่เชื่อมต่อกับ Flashdrive หรือ External HDD เท่านั้น
  5. สามารถตั้งค่าต่าง ๆ ผ่านแอปฯ Nighthawk (formerly Up) ได้ด้วยโดยสามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ทั้ง iOS และ Android ได้เลย

เรียกได้ว่า netgear nighthawk ac2600 pro gaming router (xr500) ตัวนี้จัดหนักจัดเต็มสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการความเสถียรของอินเตอร์เน็ตที่สูงมาก ๆ และมีผู้เชื่อมต่อเยอะ ตัวนี้เอาอยู่แน่นอน

ราคา

ปิดท้ายด้วยราคา 15,000 บาท สามารถหาซื้อได้ตามร้านไอทีหรือร้านค้าออนไลน์ชั้นนำทั่วประเทศ พร้อมการรับประกันถึง 9 ปีเต็มโดย King IT

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

Gadget Review

แกะกล่อง DJI Osmo Pocket [มีคลิป]

Published

on

Innergie PowerGear 60C

฿2,890
9.2

คุณภาพงานสร้าง

9.0/10

ประสิทธิภาพการจ่ายไฟ

10.0/10

ความสะดวกในการใช้งาน

10.0/10

ความหลากหลายของการรองรับอุปกรณ์

9.0/10

ความคุ้มค่า

8.0/10

จุดเด่น

  • หัวชาร์จครอบจักรวาล USB-C รองรับการชาร์จเร็วกับหลายอุปกรณ์มาก เสียบ MacBook ก็ชาร์จเร็ว เสียบ Nintendo Switch ก็ต่อภาพออกทีวีได้
  • รองรับ Huawei Fast Charge และมือถือที่รองรับการชาร์จแบบ 9V
  • ตัวเล็ก น้ำหนักเบามาก สามารถติดกระเป๋าได้ตลอดโดยไม่เป็นภาระ
  • มีอุปกรณ์เสริมทำให้ชาร์จโน้ตบุ๊กที่ไม่ได้ใช้พอร์ต USB-C ได้แทบทุกรุ่น (ยกเว้น Apple MagSafe)

จุดสังเกต

  • รุ่นขาพับได้ต้องระวังเวลาเสียบ เพราะขาอาจพับเก็บเข้าไปถ้าไม่เสียบตรงๆ
  • ไม่รองรับมาตรฐานชาร์จเฉพาะตัวอย่าง Huawei SuperCharge หรือ OPPO VOOC Flash Charge
  • ราคาค่อนข้างสูง
  • มีช่องชาร์จแค่ช่องเดียว ทำให้ชาร์จอุปกรณ์ได้ครั้งละตัว

แค่เห็นกล่องก็ว้าวในความเล็กกะทัดรัด หีบห่อสีขาวขุ่นดูดีมีราคา มีคุณสมบัติกันสั่นขั้นเทพของ DJI เป็นประกัน เพราะเจ้าตลาดในเรื่องโดรนก็ไม่พ้นเค้าหละ ทำโดรนได้ดีติดตลาด อุปกรณ์กันสั่นสำหรับโปรดักชั่นก็ถูกใช้งานอย่างแพร่หลาย แน่นอนว่าทำโดรนได้ดี แล้วมีหรือที่จะทำรุ่นเล็กได้ไม่ดี ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มี DJI Osmo ออกมาทำตลาด งวดนี้มารุ่นจิ๋ว พกพาง่าย แถมเชื่อมต่อกับอุปกรณ์มือถือผ่านช่องต่อ USB TYPE C & LIGHTNING ที่มีแถมให้มาในชุดเลย ไว้ลองใช้งานจริงแล้วจะบอกได้อีกทีว่าโอเคแค่ไหน

อุปกรณ์ในกล่อง

กล้อง DJI Osmo Pocket มีสาย USB TYPE C กล่องใส่กล้อง สายคล้องข้อมือ หัวเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ USB TYPE C & LIGHTNING คู่มือ

ใช้งานร่วมกันได้ดีกับ iPhone 6 ขึ้นไป ดาวน์โหลด App ง่ายๆ โดยการสแกน QR Code บริเวณข้างกล่อง ชื่อโปรแกรมว่า DJI MIMO APP

รายละเอียดเพิ่มเติมจากเว็บไซด์อย่างเป็นทางการ https://www.dji.com/osmo-pocket

  • น้ำหนัก 116 กรัม
  • ขนาด 38.4 x 28.6 x 36.9mm
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน 140 นาที
  • วีดีโอ 4K 60fps
  • เซ็นเซอร์ 1/2.3”
  • ราคาวางจำหน่ายในไทยโดยประมาณ 13,000 บาท $329

คลิปแกะกล่อง

ขอบคุณอุปกรณ์จากร้าน Lnwgadget Store

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!