รีวิว Sony RX10 II กล้องตัวเดียวเที่ยวทั่วโลก

84

ใครที่ติดตามวงการกล้องมาตลอดจะรู้ว่าระยะหลังกล้องจาก Sony นั้นมาแรงมากนะครับ ทั้งชื่อชั้นของเซนเซอร์ที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนต่างเรียกหาเซนเซอร์ของ Sony หรือประสิทธิภาพของกล้องในตระกูล Alpha ที่จัดว่าเป็นกล้อง Mirrorless ที่มีประสิทธิภาพสูงตัวหนึ่งของโลก ที่นี้เมื่อทีมงานเว็บแบไต๋ได้กล้องใหม่อย่าง RX10 m2 (หรือจะเขียนว่า RX10 II ก็ได้) มาไว้ในสังกัดเพื่อนำเสนอข่าวได้ดีขึ้น ก็อดไม่ได้ที่จะต้องรีวิวกล้องรุ่นนี้ให้ดูกันสักหน่อยครับว่ามันดียังไง

RX10 m2 แฝดคนละฝาของ RX100 m4

24032147896_e7e5df06a5_k

Sony RX10 II นั้นถือว่าเป็นแฝดคนละฝากับกล้องคอมแพคตัวแรงของ Sony อย่าง RX100 m4 ก็ได้นะครับ เพราะเปิดตัวพร้อมกัน ใช้เซนเซอร์รับภาพรุ่นเดียวกัน ขนาดเท่ากัน หน่วยประมวลผลรุ่นเดียวกัน ความละเอียดจอและช่องมองภาพเท่ากัน แตกต่างกันหลักๆ ที่หน้าตาและตัวเลนส์เท่านั้น โดยสเปกของ RX10 II เป็นดังนี้

  • ความละเอียดภาพ 20 ล้านพิกเซล
  • เซนเซอร์แบบ Stacked BSI-CMOS ขนาด 1 นิ้ว
  • ชิปประมวลผล Bionz X
  • เลนส์ซูม 8.3x ระยะ 24-200 mm f/2.8 โฟกัสใกล้สุดที่ 3 ซ.ม.
  • จอหลัง 3 นิ้วความละเอียด 1.2 mp
  • ช่องมองภาพความละเอียด 2.3 mp
  • ถ่ายวิดีโอระดับ 4K 30 fps
  • ถ่ายวิดีโอ Slow-motion ระดับ 1000 fps ที่ 1080p
  • น้ำหนัก 813 กรัม
  • ราคา 42,990 บาท

คุณภาพภาพไม่เป็นรอง DSLR

23429937484_3926ea8ab5_k

ถึงแม้ว่า RX10 II จะใช้เซนเซอร์ขนาด 1 นิ้วที่เล็กกว่ากล้อง DSLR ทั่วไปที่ใช้ไซส์ APS-C แต่คุณภาพภาพที่ไม่ได้ห่างจากกล้องที่ใช้เซนเซอร์ใหญ่กว่าเลย ทั้งความเนียนของเนื้อภาพ ประสิทธิภาพในช่วงความไวแสงสูง ซึ่งก็ต้องยกความดีความชอบให้กับเซนเซอร์รุ่นล่าสุดของ Sony ที่ยกเอา Stacked BSI-CMOS (รู้จักในเครื่องหมายการค้าว่า Exmor RS) มาใช้กับกล้องใหญ่ขนาดนี้ได้สำเร็จ รวมถึงหน่วยประมวลผล Bionz X ที่ทำให้จัดการกับพื้นที่แสงน้อยได้ดี

และอีกส่วนที่สำคัญคือตัวเลนส์ Carl Zeiss Vario-Sonnar T* 24-200 f/2.8 แม้จะเป็นเลนส์ชุดเดียวกับ RX10 รุ่นแรก แต่ความเทพที่หาใครเปรียบได้ยากคือมันเป็นเลนส์ Super-zoom ที่ให้รูรับแสง F/2.8 ตลอดช่วง จะซูมสุดที่ 200 mm ก็ยังได้รูรับแสง f/2.8 อยู่ ซึ่งทำให้ใช้งานยามค่ำคืน เก็บภาพระยะไกลได้ดีกว่ากล้อง DSLR ที่ใช้เลนส์ซูมเกรดธรรมดาอีกครับ

นอกจากนี้จอด้านหลังและช่องมองภาพของ RX10 II ตัวนี้ก็ทำงานได้ดีมากครับ โดยเฉพาะช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ (EVF) ที่ละเอียดและตอบสนองเร็วมาก ถือเป็นหนึ่งในช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ที่ดีที่สุดในปัจจุบันเลยแหละ สามารถทำงานได้ดีในระดับที่ทดแทนช่องมองภาพดั่งเดิม (OVF) ได้แล้ว ก็ทำให้มองเห็นคุณภาพงาน เห็นสีสันที่ถ่ายได้ชัดเจน สีไม่โอเวอร์เกินจริงด้วย

งานวิดีโอคือจุดเด่นของ Sony

จุดเด่นของกล้องดิจิทัลจาก Sony เสมอมาคือเรื่องการบันทึกวิดีโอ ซึ่งในกล้อง RX10 II ต้องบอกว่างานวิดีโอพี่ไม่ได้มาเล่นๆ แต่มาจริงจังในระดับที่กล้องวิดีโอหลายตัวยังอาย ตั้งแต่เรื่องพื้นฐานอย่างระบบป้องกันภาพสั่นไหวทำได้ดีมาก แม้จะซูมไปจนสุดช่วง 200 mm ก็ยังสามารถจัดการกับปัญหามือสั่นได้อยู่หมัด ทำให้ได้ภาพวิดีโอที่นุ่มนวล รวมถึงไปโหมดวิดีโอที่ยังเลือกการทำงานในแบบ P/A/S/M เหมือนกับการถ่ายรูปได้ ทำให้เราสามารถควบคุมการถ่ายวิดีโอได้อย่างอิสระ จะปรับความเร็วซัตเตอร์ ปรับรูรับแสง ปรับ ISO ก็แยกจากกันได้ทั้งหมด นอกจากนี้ยังควบคุมโฟกัสได้จากวงแหวนหน้าเลนส์ และควบคุมการซูมภาพจากแหวนเลื่อนแถวปุ่มซัตเตอร์ ซึ่งทำให้การซูมนุ่มนวลกว่าการหมุนที่กระบอกเลนส์อีกด้วย

ตัวอย่างวิดีโอจาก RX10 II

ในแง่คุณลักษณะทางเทคนิค RX10 II ก็ใส่ฟีเจอร์ระดับโปรมาเพียบ เช่นโปรไฟล์สีแบบ Cinema ที่ทำให้สีสันภาพเข้มขึ้นเหมือนถ่ายภาพยนตร์ หรือโปรไฟล์ S-Log2 ที่กระจายระยะแสงที่บันทึกออกไปให้เต็มขอบเขตสีของวิดีโอ จึงทำให้เก็บรายละเอียดของภาพได้ดีขึ้น แม้ว่าดูไฟล์จากหลังกล้องจะรู้สึกว่าสีจืดมาก แต่เมื่อนำไปปรับ Level ตอนตัดต่อแล้ว วิดีโอที่ได้จะไล่เฉดสีได้ดีกว่า ลดปัญหาสีเบิร์น ภาพเป็นปื้นๆ ไปได้ นอกจากนี้ในแง่ไฟล์ที่บันทึก RX10 II สามารถบันทึกสูงสุดใน codec XAVC S 4K ด้วยบิทเรทสูงถึง 100 Mbps ก็ถ้าใครที่ต้องการไฟล์วิดีโอนิ้งๆ เพื่อตัดต่อ ปรับสีเยอะๆ RX10 II ก็ทำให้ได้สบายๆ ครับ

และความสามารถเด็ดสุดในการถ่ายวิดีโอของ RX10 II คือสามารถถ่ายวิดีโอแบบ Slow motion ระดับช้ากว่าปกติ 40 เท่า หรือถ่ายที่ 1000 fps ที่ความละเอียด 1080p ได้ด้วย ที่ให้คุณภาพวิดีโอโอเคเลย แต่โหมดนี้จะมีข้อจำกัดมากสักหน่อยคือสามารถบันทึกได้แค่ช่วงเวลาสั้นๆ ราว 3-4 วินาทีเท่านั้น (เพื่อนำไปยืดออกเป็นหลายวินาที) แล้วหลังจากเริ่มถ่ายแล้ว กล้องต้องใช้เวลาอีกเป็นนาทีกว่าจะบันทึกข้อมูลทั้งหมดที่จับออกมา ทำให้ก่อนถ่ายต้องวางแผนให้ดีๆ เพราะถ้าพลาดจังหวะสำคัญ กว่าจะกลับมาเริ่มถ่ายใหม่ได้ ต้องรออีกพักใหญ่เลย

การควบคุมกล้อง ปรับแต่งได้เยอะ

23431432663_ee2fff2b67_k

Sony RX10 II จัดเป็นกล้องกึ่งโปรแล้ว แม้ว่าจะเปลี่ยนเลนส์ไม่ได้ แต่ความสามารถก็อัดมาแน่น ซึ่งประเด็นที่ผู้ใช้ระดับสูงต้องการมากคือการควบคุมกล้อง และ RX10 II นั้นก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลย

ด้วยบอดี้ที่ใหญ่อยู่แล้วทำให้ RX10 II สามารถใส่ปุ่มควบคุมลงไปได้มาก ไล่มาตั้งแต่ตัวเลนส์ที่มีวงแหวนซูม (หรือกลายร่างเป็นวงแหวนโฟกัสถ้าเลือกโหมด MF) และวงแหวนสำหรับปรับรูรับแสงอยู่แยกกัน แล้วด้านใต้เลนส์มีสวิทซ์ปรับความลื่นของวงแหวนรูรับแสงอีกว่าจะให้หมุนลื่นๆ หรือหมุนเป็นสเต็บทีละคลิก

ถัดมาที่ตัวกล้อง ก็มีปุ่มที่สามารถกำหนดฟังก์ชั่นเองได้อีก 7 จุด ซึ่งกระจายอยู่ที่ด้านบนของกล้อง ด้านหลังกล้อง รวมถึงวงแหวนหลังกล้องก็สามารถปรับแต่งได้ว่าจะใช้ควบคุมอะไร ทำให้ผู้ใช้ออกแบบการใช้ของตัวเองได้ เช่นให้วงแหวนหมุนเพื่อเลือก White balance แบบไม่ต้องเปิดเมนู ให้ปุ่ม C1 ใช้เลือก ISO ให้ C2 เลือกปรับระดับสมดุลแสงในภาพก็ได้

24032086746_9ccacc9ebd_k

นอกจากนี้ RX10 II ยังมีปุ่ม Fn ที่ใช้เปิดเมนูรวมการปรับค่าของกล้องได้ ซึ่งเมนูนี้เราก็สามารถเลือกได้เองอีกว่าจะเอาคำสั่งไหนมารวม 10 คำสั่ง เช่นปรับขนาดภาพ ปรับโหมดโฟกัส สรุปแล้วใน RX10 II เราสามารถปรับการควบคุมสร้างเมนูลัดของตัวเองได้ 17 จุด (จากฟังก์ชั่นร้อยแปดที่ซ่อนอยู่ในเมนูกล้อง) ซึ่งก็พอสำหรับการใช้งานแหละ แต่สิ่งที่โซนี่ไม่ได้ใส่มาให้ในกล้องรุ่นนี้คือหน้าจอแบบสัมผัสครับ ใครที่ต้องการเลือกจุดโฟกัสไวๆ อาจจะแอบผิดหวังนิดหนึ่ง

กล้องที่นิสัยเหมือนคอมพิวเตอร์

23431292463_c6f190c303_k

ใครที่ใช้กล้องยี่ห้ออื่นๆ มาก่อนเวลามาใช้กล้อง Sony อาจจะตกใจกับมันบ้างนะครับ แค่เจอโหมด Superior auto ที่ถ่ายภาพรัว 3 ภาพติดแต่ออกมาภาพเดียวก็งงกันแล้ว คือนิสัยของกล้อง Sony นั้นจะมีความเป็นคอมพิวเตอร์มากกว่ากล้องยี่ห้ออื่นๆ มีสเตปการคิดที่ซับซ้อนชนิดออกนอกหน้า เช่นตัว Superior Auto เองคือโหมดที่กล้องจะวิเคราะห์ลักษณะแสงในขณะนั้น ถ้ามันเห็นว่าแสงน้อยหรือมีลักษณะแสงตรงตามโปรแกรมของมัน มันจะถ่ายภาพรัวด้วยความเร็วสูง เพื่อนำภาพทั้งหมดมาประมวลผลร่วมกันแล้วประกอบเป็นภาพเดียวที่สว่างสวยงามครับ หรือระบบโฟกัสใบหน้าที่สามารถให้กล้องจดจำใบหน้าคนในครอบครัวได้ เวลาที่ถ่ายรูป กล้องจะได้โฟกัสคนที่เรารู้จักก่อนที่จะไปโฟกัสคนอื่น นอกจากนี้มันยังลงแอปเสริมได้ด้วย เอาไว้เพิ่มความสามารถของกล้อง ซึ่งแอปบางตัวก็ต้องเสียเงินด้วย

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของระบบไฟล์ การจัดเก็บวิดีโอที่ค่อนข้างซับซ้อนกว่ากล้องยี่ห้ออื่นๆ เพราะออกแบบมาในลักษณะเดียวกับที่มืออาชีพใช้ การใช้งาน RX10 II ให้เต็มประสิทธิภาพจึงต้องใช้เวลาศึกษากันพักใหญ่ให้เข้าใจการตัดสินใจของกล้อง และเข้าใจคำสั่งเชิงเทคนิคต่างๆ (คู่มือหนา 200 กว่าหน้าเอง) แต่ถ้าใช้คล่องแล้ว RX10 II ก็เป็นอาวุธที่เชื่อมือได้ครับ

ว่ากันด้วยจุดอ่อน

23950128732_c6b4251f81_k

หลังจากใช้ RX10 II มาระยะหนึ่งก็ขอสรุปสิ่งที่ไม่ชอบดังนี้ครับ

  • ชาร์จไฟช้ามาก คือกล้องตัวนี้ชาร์จไฟเหมือนโทรศัพท์มือถือนะครับ เอาสาย MicroUSB เสียบชาร์จกับกล้องได้เลย ไม่ต้องแกะแบตออกมาเพราะในกล่องไม่ได้มีแท่นชาร์จมาด้วย แต่มันชาร์จช้ามาก เพราะชาร์จได้มากสุดด้วยกระแส 500 mA เอง ถ้าตามคู่มือคือใช้เวลา 6 ชั่วโมงถึงจะชาร์จแบตจากศูนย์จนเต็มร้อย ก็ยังดีที่กล้องอึดพอที่จะใช้งานได้ทั้งวันครับ (แต่เรื่องหนึ่งที่ควรรู้ไว้คือจอ EVF ตัวนี้ละเอียดมาก ถ้าเราใช้ช่องมองภาพเป็นหลัก จะใช้งานได้สั้นกว่าเล็งภาพด้วยจอหลังครับ)
  • หนัก… คือหนัก 8 ขีดนี่พอๆ กับ DSLR เลยนะ คล้องคอนานๆ มีเมื่อย
  • ถ้าถ่ายวิดีโอความเร็วสูง ใช้เวลาประมวลผลพักหนึ่งเลย ตามที่เล่าไป
  • เลนส์ 24 – 200 mm ก็ยังสั้นกว่าคู่แข่งในระดับราคาใกล้ๆ กัน ที่ทำได้ถึง 25 – 600 mm (แต่เซนเซอร์ไม่ใหญ่เท่านะ)
  • ไม่มีจอสัมผัส
  • ราคา 42,990 บาทนี่ต้องคิดเลย

สรุป RX10 II กล้องที่เจ็บแต่จบ

23431384513_1069372c89_k

ถึงแม้ว่า Sony RX10 II อาจจะดูว่ามีราคาสูงไปหน่อยสำหรับกล้องที่ถอดเปลี่ยนเลนส์ไม่ได้ แต่นี่ก็เป็นข้อดีอย่างหนึ่งคือเราไม่ต้องซื้อเลนส์อะไรเพิ่มแล้ว เพราะเลนส์ 24-200 ที่มากับกล้องถือเป็นเลนส์ที่ดีมาก รูรับแสง f/2.8 ตลอดช่วง ทำให้ใช้งานทุกสภาพแสง มาโครระยะ 3 ซ.ม. แถมยังซูมเข้าไปได้อีกก็ทำให้ถ่ายสิ่งเล็กๆ ได้สบายๆ ไม่ต้องพกเลนส์หลายตัวให้พะวงให้หนักกระเป๋ากันไปอีก

คุณภาพภาพถ่ายที่ได้ถือว่าไร้กังวล โหมดอัตโนมัติก็ทำงานได้ดีเยี่ยมสำหรับสถานการณ์คับขัน และที่ประทับใจสำหรับงานโปรดักชั่นคือคุณภาพและการปรับตั้งค่าวิดีโอที่ยืดหยุ่นมากจริงๆ แม้จะต้องถ่ายวิดีโอโดยไม่มีขาตั้งกล้องก็ยังเชื่อว่าจะให้ไฟล์ที่ดี การเคลื่อนไหวออกมานุ่มนวล

Sony RX10 II
คุณภาพภาพ
80
คุณภาพวิดีโอ
90
คุณภาพงานประกอบ
90
ความสามารถพิเศษ
90
ความคุ้มค่า
70
จุดเด่น
คุณภาพภาพหายห่วง
คุณภาพวิดีโอดี ปรับแต่งได้ลึกมาก
เชื่อมต่อกับ Smartphone ง่าย มี Wifi และ NFC
ปรับแต่งการควบคุมได้หลากหลาย
จบในตัว ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่มมาก
จุดสังเกต
ชาร์จไฟช้า ไม่มีแท่นชาร์จมาด้วย
หลังจากถ่ายวิดีโอ Slow motion ต้องรออีกพักใหญ่
น้ำหนักค่อนข้างเยอะ
ราคาสูง ต้องกดฟันซื้อ
84