รีวิวแท่นชาร์จไร้สายเพื่อสาวกแอปเปิ้ล! Belkin 3-in-1 Wireless Charging Pad with MagSafe
Our score
7.7

Belkin 3-in-1 Wireless Charging Pad with MagSafe

จุดเด่น

  1. ดีไซน์สวยงาม ทำให้จุดชาร์จอุปกรณ์ของบ้านดูดี มีระเบียบ
  2. ชาร์จ iPhone ที่รองรับ MagSafe ได้รวดเร็ว
  3. รองรับการชาร์จเร็วของ Apple Watch Series 7 ขึ้นไป
  4. ชาร์จอุปกรณ์ได้ 3 ชิ้นพร้อมกัน

จุดสังเกต

  1. ไม่สามารถตั้งแป้นชาร์จของ Apple Watch จากด้านบนได้ ต้องดันขึ้นจากด้านล่างเท่านั้น
  2. ถ้าชาร์จ Android หรือ iPhone ที่ไม่รองรับ MagSafe จะชาร์จได้ช้า
  3. สีขาวเลอะง่าย
  4. ราคาสูง
  • ประสิทธิภาพการใช้งาน

    9.5

  • ความหลากหลายของอุปกรณ์ที่รองรับ

    7.0

  • ความคุ้มค่า

    6.5

ก่อนหน้านี้ Belkin เคยออกแท่นชาร์จไร้สาย 3-in-1 Wireless Charger มาแล้วรุ่นหนึ่งที่เป็นก้านยื่นขึ้นกลางอากาศและแปะชาร์จ iPhone ด้วย MagSafe จนทำให้เหมือนไอโฟนลอยอยู่ พร้อมชาร์จ Apple Watch และ AirPods ได้ในตัว ซึ่งก็ได้รับผลตอบรับดีพอสมควรเพราะเป็นแท่นชาร์จระบบ MagSafe ที่ครบวงจรรุ่นแรก แถมสวยด้วย ที่นี้เมื่อ Apple Watch Series 7 มีการอัปเกรดระบบชาร์จให้รวดเร็วขึ้น Belkin จึงออกแท่นชาร์จ 3-in-1 Wireless Charging Pad with MagSafe ตัวใหม่ (รหัส WIZ016) ออกมาที่เปลี่ยนดีไซน์เป็นแบบวางราบกับพื้นทั้งหมด และรองรับระบบชาร์จเร็วของ Apple Watch Series 7 ด้วย วันนี้เราจะมาแบไต๋ให้ดูกันครับ

ดีไซน์ของ Belkin 3-in-1 Wireless Charging Pad

กล่องของ Belkin 3-in-1 Wireless Charging Pad with MagSafe
กล่องของ Belkin 3-in-1 Wireless Charging Pad with MagSafe

งานออกแบบของ Belkin 3-in-1 Wireless Charging Pad นั้นจัดว่าเรียบง่ายเลยเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้ เพราะเราสามารถชาร์จ iPhone, AirPods, Apple Watch แบบวางเรียบไปได้กับพื้นทั้งหมด ซึ่งถ้าเทียบในแง่ความว้าว รุ่นที่แล้วที่ชาร์จ iPhone กับ Apple Watch แบบกลางอากาศดูว้าวกว่าครับ แต่การวางเรียบไปกับพื้นทั้งหมดก็ทำให้ใช้งานได้ปลอดภัยกว่า มีโอกาสเครื่องตกน้อยกว่า โดยเฉพาะคนที่ใช้ iPhone ใส่เคสที่ไม่ใช่เคส MagSafe เพราะกำลังดูดของแม่เหล็กจะน้อยลงจนทำให้มีความเสี่ยงที่เครื่องจะหลุดออกจากแม่เหล็กได้ง่ายขึ้นครับ

ในส่วนของแท่นชาร์จ Apple Watch ผู้ใช้สามารถเลือกชาร์จได้ทั้งแบบวางเรียบลงไปกับพื้น หรือจะให้แป้นชาร์จตั้ง 90 องศาขึ้นมาสำหรับการชาร์จแบบเห็นหน้าปัดนาฬิกา หรือใครที่ใช้สายนาฬิกาแบบที่ไม่สามารถคลายวงออกมาได้ (เช่นสายโลหะ หรือสายแบบ Solo Loop) จะได้ใช้ชาร์จได้ครับ แต่การตั้งแป้นชาร์จนี้จะต้องดันขึ้นมาจากด้านหลังเท่านั้น ไม่สามารถดึงขึ้นจากด้านหน้าได้ ทำให้ถ้าจะเปลี่ยนจากชาร์จนาฬิกาแนวนอนเป็นแนวตั้ง ต้องยกแท่นชาร์จขึ้นจากโต๊ะมาดันจากด้านหลังเท่านั้น

การกำหนดความสูงของแท่นชาร์จ Apple Watch
การกำหนดความสูงของแท่นชาร์จ Apple Watch

โดยความพิเศษของแท่นชาร์จ Apple Watch เมื่อใช้งานแบบตั้ง 90 องศา ผู้ใช้สามารถกำหนดความสูงของแป้นให้เหมาะสมกับนาฬิกาได้ 3 ระดับ เช่นรุ่น 38 mm ตัวเรือนจะเล็ก ก็ไม่ต้องเพิ่มความสูงของแป้น ส่วนถ้าใครใช้เรือนใหญ่ 45 mm แถมใส่เคสนาฬิกาด้วย ก็สามารถดันความสูงขึ้นไปที่ระดับสูงสุดเพื่อให้แป้นชาร์จตรงกับตำแหน่งชาร์จไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แท่นชาร์จรุ่นนี้มี 2 สีให้เลือกคือขาวและดำนะครับ ซึ่งเราได้รีวิวรุ่นสีขาว ก็เรียบหรูดูดีมากๆ เป็นขาวแบบด้านแถมเน้นบางจุดด้วยสีเงินด้วย เพียงแต่วัสดุอาจจะติดคราบได้ง่าย ก็ต้องคอยเช็ดบ้างครับ

สายไฟของเครื่องจะยาว 1.5 เมตร ซึ่งหัวจ่ายไฟเป็นแบบกลมให้เสียบซ่อนไว้ใต้ฐาน ไม่ใช่หัว USB-C ที่จะหาอะไหล่ได้ง่ายกว่า แล้วปลายอีกด้านจะเป็นอะแดปเตอร์ไฟแบบขาแบนครับ

แท่นชาร์จทั้ง 3 ของ Belkin 3-in-1 Wireless Charging Pad

แน่นอนว่าแท่นนี้ชื่อว่า 3-in-1 ก็ต้องมีแท่นชาร์จ 3 แบบสำหรับชาร์จอุปกรณ์ได้ 3 ตัวพร้อมกันดังนี้

ชาร์จอุปกรณ์ 3 ตัวพร้อมกัน (ซึ่งชาร์จ Samsung Galaxy S22 Ultra ไม่ค่อยเข้า)
ชาร์จอุปกรณ์ 3 ตัวพร้อมกัน (ซึ่งชาร์จ Samsung Galaxy S22 Ultra ไม่ค่อยเข้า)

แท่นชาร์จ Apple MagSafe

แท่นชาร์จขนาดใหญ่ที่สุดนี้สำหรับชาร์จ iPhone ที่รองรับ MagSafe โดยเฉพาะ หรือก็คือตระกูล iPhone 12 ขึ้นไป ซึ่งจุดเด่นของเทคโนโลยี MagSafe คือจะมีแม่เหล็กดูดฝาหลังไอโฟนให้ตรงกับตำแหน่งที่ชาร์จไฟ ทำให้การชาร์จไฟมีประสิทธิภาพสูงสุด สามารถชาร์จไร้สายได้เร็วสุด 15 Watt ชาร์จไอโฟนให้เต็มได้อย่างรวดเร็ว แต่ถ้าเป็น iPhone รุ่นเก่าที่ไม่รองรับ MagSafe ก็จะไม่ได้ชาร์จเร็วเท่านี้นะครับ

แล้วถ้าเอาไปชาร์จอุปกรณ์อื่นที่ไม่รองรับ MagSafe ล่ะ ก็ชาร์จได้ครับ เพราะอยู่ในมาตรฐานการชาร์จระบบ Qi เหมือนกัน แต่กำลังไฟที่ชาร์จได้จะต่ำกว่า 15 Watt (คาดว่าชาร์จแค่ 5 Watt ด้วยซ้ำ) ซึ่งเราลองเอา Samsung Galaxy S22 Ultra ไปชาร์จบนแท่นนี้มา ชาร์จข้ามคืนได้แค่ 20% เท่านั้นเอง แถมเครื่องยังอุ่นๆ อีกต่างหาก

แท่นชาร์จ AirPods

เราไม่มี AirPods ติดตัวเลยเอา Devialet Gemini มาชาร์จแทน
เราไม่มี AirPods ติดตัวเลยเอา Devialet Gemini มาชาร์จแทน

จริงๆ แท่นชาร์จนี้คือการชาร์จไร้สายระบบ Qi 5 Watt ธรรมดาเลยครับ แค่ทำพื้นที่วางให้เหมาะสำหรับการชาร์จ AirPods เท่านั้นเอง ซึ่งเราจะเอาหูฟังไร้สายอื่น ๆ ที่รองรับการชาร์จไร้สายมาวางก็ได้ โดยจะมีไฟดวงเล็กๆ อยู่ที่แท่นชาร์จเพื่อบอกว่าตำแหน่งการวางของเราถูกต้อง

และแน่นอนว่าแท่นนี้ก็ชาร์จโทรศัพท์อื่น ๆ ที่รองรับการชาร์จไร้สายได้ครับ เพียงแต่ว่าด้วยกำลัง 5 Watt ทำให้มันชาร์จช้ามากจนไม่แนะนำให้ใช้เท่าไหร่

แท่นชาร์จ Apple Watch

อย่างที่เราเกริ่นตั้งแต่แรกว่านี่เป็นแท่นชาร์จที่เกิดมาเพื่อ Apple Watch Series 7 จะชาร์จเร็วกว่าแท่นชาร์จ Apple Watch รุ่นก่อนหน้านี้ 33% ชาร์จ 0-80% ได้ในเวลา 45 นาทีเท่านั้นเอง (ซึ่งก็เป็นความเร็วเดียวกันกับการใช้หัวชาร์จแถมของ Apple Watch Series 7 มาเสียบกับอแดปเตอร์ USB-C แบบ 20 Watt ขึ้นไปนะครับ)

แน่นอนว่ามันยังชาร์จ Apple Watch รุ่นเก่าๆ ได้ด้วย แต่จะไม่ได้ความเร็วในการชาร์จแบบด่วนพิเศษเหมือนชาร์จ Series 7 นะครับ

สรุปเป็นแท่นชาร์จที่เกิดเพื่อสาวกแอปเปิ้ล ถ้าเอามือถืออื่นไปชาร์จเหมือนอยู่นอกรีต ชาร์จแทบไม่เข้า

Belkin 3-in-1 Wireless Charging Pad with MagSafe คุ้มค่าไหม

ภาพด้านหน้าของ Belkin 3-in-1 Wireless Charging Pad with MagSafe
ภาพด้านหน้าของ Belkin 3-in-1 Wireless Charging Pad with MagSafe

แน่นอนว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่รองรับมาตรฐาน MagSafe ของแอปเปิ้ลก็จะมีราคาแพงกว่าแท่นชาร์จไร้สายทั่วไปครับ เพราะระบบซับซ้อนกว่า และต้องจ่ายค่าใช้สิทธิ์ให้แอปเปิ้ลด้วย ก็ทำให้ Belkin 3-in-1 Wireless Charging Pad with MagSafe มีราคาอยู่ที่ 6,999 บาท ซึ่งมาพร้อมการรับประกัน 2 ปีและรับประกันความเสียหายต่ออุปกรณ์ที่นำมาชาร์จสูงสุด 80,000 บาท

ถ้าคุณเป็นคนใช้อุปกรณ์แอปเปิ้ลทั้ง iPhone, AirPods และ Apple Watch และต้องการแท่นชาร์จที่ทำให้โต๊ะเป็นระเบียบ เวลาวางชาร์จแล้วดูดี ก็น่าลงทุนครับ แต่ถ้าคุณใช้อุปกรณ์อื่นๆ ที่ไม่ใช่แอปเปิ้ลด้วย อาจจะรู้สึกไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่ เพราะเราเอามือถือ Android ไปวางชาร์จได้ช้ามากจนไม่น่าใช้ร่วมกันเท่าไหร่ ทั้งที่จริงๆ น่าจะออกแบบเผื่อสำหรับการชาร์จ Android มาสักหน่อย เพราะขายในราคาระดับนี้แล้ว

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส