ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| Aspirin
Read More

ยาแก้ปวดมันรู้ได้ไงว่าเราปวดตรงไหน ? ที่นี่มีคำอธิบาย

ทุกคนย่อมเคยทานยาแก้ปวดกันมาแล้วทั้งนั้นละครับ ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดที่เกิดจากระบบภายในร่างกายเราเอง เช่นปวดคอ ปวดหัว ปวดท้อง หรือปวดจากการบาดเจ็บฟกช้ำ เช่น ปวดแขน ปวดขา เราก็มักจะถึงยาแก้ปวดเช่น พาราเซตามอล, แอสไพริน หรือ ไอบรูโพรเฟน ซึ่งล้วนเป็นยาสามัญประจำบ้าน หรือถ้าไม่มี 7-11 ก็ยังมีขาย หาง่ายมาก แล้วก็ทำงานได้ดังกับยาวิเศษ เพราะทานไปแค่แพร้บเดียว อาการปวดเหล่านั้นกลับหายเป็นปลิดทิ้ง ชวนให้ฉงนสงสัย เอ๊ะ ! บางทีเราก็ปวดหัว บางทีเราก็ปวดน่อง ห่างกันตั้งไกล ยาแก้ปวดมันรู้ได้อย่างไรว่าเราปวดตรงไหน ทำไมยาเดียวกันมันแก้ปวดได้ทั้งตัวเลยนะ มาครับ บทความนี้จะสรุปสั้น ๆ ให้เข้าใจง่าย ๆ ว่ายาแก้ปวด หรือ Pain Relievers นี่มันทำงานอย่างไรกัน ?
14/05/2019

งานวิจัยชี้! การกินยาแอสไพรินทุกวันสามารถทำให้เลือดออกในสมองได้ง่ายกว่าปกติ

มีคนจำนวนไม่น้อยที่รับประทานยาแอสไพริน (Aspirin) เป็นประจำทุกวัน ด้วยความเชื่อที่ว่ายาแอสไพรินจะสามารถช่วยให้พวกเขามีสุขภาพที่แข็งแรงได้ แต่งานวิจัยจากสถาบันโรคหัวใจแห่งอเมริกาบอกแล้วว่า การรับประทานยาแบบนี้เพิ่มโอกาสเสี่ยงมากกว่าสุขภาพที่ดี โดยปกติแล้วคนที่รับประทานยาแอสไพรินทุกวันจะมีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวอย่างเช่น เพราะเขาเป็นโรคหัวใจการรับประทานยาดังกล่าวสามารถช่วยลดการอุดตันขอวหลอดเลือดได้ยาเหล่านี้จึงจำเป็นต่อพวกเขา แต่สำหรับคนธรรมดาที่ไม่ได้เป็นอะไรแล้ว การรับประทานยาแอสไพรินขนาดต่ำทุกวันจะเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในสมองได้ ตามคำแนะนำจากสถาบันโรคหัวใจอเมริกากล่าวว่า ผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 70 ปี ไม่ควรรับประทานยาแอสไพรินทุกวันหากไม่มีความจำเป็น และงานวิจัยจาก The March ก็ย้ำซ้ำอีกด้วยว่าจากการทดลองทางคลีนิคพวกเขาไม่พบว่าการรับประทานแอสไพรินปริมาณต่ำทุกวันไม่สามารถช่วยให้คนธรรมดามีสุขภาพดีขึ้นได้เลย ในขณะที่การทดลองใหม่นี้ทดลองในกลุ่มคน 134,000 คน พบว่ากลุ่มคนที่รับประทานยาหลอกมีโอกาสเลือดออกในสมอง 0.46% ส่วนคนที่รับประทานแอสไพรินมีโอกาส 0.63% ทั้งนี้โอกาสยังเกิดแก่ผู้ที่มีมวลน้ำหนักตัวน้อย และ ชาวเอเชียมากกว่าชนชาติอื่น ทั้งนี้การรับประทานยาแอสไพรินปริมาณต่ำยังคงจำเป็นในการรักษาในบางโรค เพราะฉะนั้นการรับประทานยานี้จึงควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์เท่านั้น ถ้าไม่ได้มีอาการที่น่ากังวลหันมาออกกำลังกายแทนการพึ่งยาจะปลอดภัยกว่านะคะ อ้างอิง
Natnaree TK | 2434 days ago
Read More

PR Partners

See All
Read More

Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม

กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable)