Tags
| Einstein
08/08/2021
ภควัต ขจิตวิชยานุกูล | 1617 days ago
นักวิทยาศาสตร์ค้นพบ ‘แสง’ บริเวณด้านหลังของหลุมดำเป็นครั้งแรก
ในช่วงเวลาไม่นานก่อนหน้านี้ นักดาราศาสตร์ได้ทำให้เราเข้าใกล้หลุมดำไปอีกก้าว โดยพวกเขาสามารถถ่ายภาพหลุมดำได้เป็นครั้งแรก และในวันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของวงการดาราศาสตร์ เพราะเป็นครั้งแรกที่นักดาราศาสตร์สามารถถ่ายภาพ 'แสง' ที่อยู่ด้านหลังของหลุมดำขนาดมโหฬารที่อยู่ไกลออกไป 800 ล้านปีแสงได้!23/10/2020
นักฟิสิกส์พิสูจน์แล้วการเดินทางข้ามเวลาเป็นไปได้ในทางคณิตศาสตร์!
ในภาพยนตร์ Back to the Future การเดินทางไปยังอดีตและอนาคตเพื่อแก้ไขเหตุการณ์ต่าง ๆ ล้วนดูสนุกสนาน แต่ว่ามันเป็นเช่นนั้นได้จริงหรือไม่ เพื่อพิสูจน์ถึงความเป็นไปได้ นักฟิสิกส์ในออสเตรเลียจึงพยายามศึกษาในเรื่องดังกล่าว และอ้างว่าสามารถพิสูจน์ได้ว่าการเดินทางข้ามเวลามีความเป็นไปได้ในทางคณิตศาสตร์ รวมทั้งแก้ปัญหาความขัดแย้งเชิงตรรกะได้สำเร็จ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา มีหลายคนพูดถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น เมื่อเกิดการ ‘เดินทางข้ามเวลา’ เรื่องหนึ่งที่โต้แย้งกันเรื่อยมา คือความขัดแย้งระหว่างทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของไอน์สไตน์ (Einstein’s theory of general relativity) และหลักพลศาสตร์ดั้งเดิม (classical dynamics) ที่เรียกว่า ‘grandfather paradox’ ในทฤษฎีของไอน์สไตน์นั้น ยินยอมให้เกิดเหตุการณ์ที่บุคคลหนึ่งใช้การย้อนเวลาเพื่อกลับไปเพื่อฆ่าปู่ของเขาเองได้ ในขณะที่หลักพลศาสตร์ดั้งเดิมกำหนดว่า หากทำเช่นนั้น การตายของปู่จะทำให้ผู้เดินทางย้อนเวลาไม่มีตัวตนตั้งแต่แรก (เหมือนในภาพยนตร์เรื่อง Back to the future ที่ตัวเอกทำพฤติกรรมอย่างหนึ่งแล้วส่งผลต่อเหตุการณ์อื่น ๆ ตามมารวมถึงการจางหายไปของตนเองด้วย) ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะในทฤษฎีของไอน์สไตน์อธิบายว่า เวลาไม่ได้เดินเป็นเส้นตรงเฉกเช่นเดียวกับหลักพลศาสตร์ดั้งเดิม แต่หากเป็นเส้นโค้งปิดเสมือนเวลา (closed time-like curve: CTC) ที่เวลาหมุนวนเป็นวงกลมอย่างไม่สิ้นสุด ปริภูมิ-เวลา (space-time) สามารถบิดเบี้ยวโค้งงอจนพับมาทบกับเส้นเวลาเดิมได้ จึงสามารถเดินทางจากอดีตสู่ปัจจุบันและไปสู่อนาคต…วัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 1906 days ago
Read More11/03/2014
อีกก้าวหนึ่งสู่พลังงานนิวเคลียร์ฟิวชัน พลังงานดั่งดวงอาทิตย์ในกำมือเรา
พลังงานนิวเคลียร์ไม่ได้เริ่มต้นมาจากทฤษฎีสัมพันธภาพของไอสไตน์ ที่เราเห็นกันในสูตร E = mc^2 นะครับ เพราะจริง ๆ มันเริ่มมาตั้งแต่ยุคก่อกำเนิดจักรวาลแล้ว ที่เป็นภาพชัดเจนที่สุดก็ "ดวงอาทิตย์" ของเรานี่ล่ะครับ สิ่งที่ทำให้ดวงอาทิตย์ส่องสว่างและให้ความร้อนได้นั้น เกิดจาก “ปฏิกิริยานิวเคลียร์” ครับ ซึ่งปฏิกิริยานิวเคลียร์ที่มนุษย์รู้จักในตอนนี้ มีอยู่หลักๆ 2 แบบด้วยกัน คือ นิวเคลียร์ฟิวชั่น (แบบในดวงอาทิตย์) และ นิวเคลียร์ฟิชชั่น (แบบในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั่วไป และ ระเบิดปรมาณู) ปัจจุบันพลังงานนิวเคลียร์ที่มนุษย์พัฒนาจนใช้งานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีเพียงแบบนิวเคลียร์ฟิชชั่นเท่านั้น วิธีนี้ใช้ธาตุกัมมันตรังสี อย่าง ยูเรเนียม หรือ พลูโตเนียม มาผ่านกระบวนการยิงประจุ ภายในเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ซึ่งมีอันตรายสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมปฏิกิริยาลูกโซ่ของสารนิวเคลียร์ไม่ให้ควบคุมไม่ได้จนเกิดอุบัติเหตุระเบิด อย่างเหตุร้ายแรงของโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลเมื่อปี 1986 ที่ทำให้บริเวณโดยรอบยังคงมีรังสีตกค้าง สิ่งมีชีวิตอยู่อาศัยไม่ได้จนถึงทุกวันนี้ หรือผลกระทบจากภัยธรรมชาติ อย่างเหตุการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์มีสารฯรั่วไหลที่เมือง Fukushima ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2011 (ครบรอบ 3 ปีในวันที่โพสต์ข่าวนี้พอดี) อีกทั้งการควบคุมและกำจัดกากกัมมันตรังสีที่เหลือจากกระบวนการผลิตก็ยุ่งยากมากเพราะมีความเป็นพิษอย่างร้ายแรงต่อทั้งสิ่งมีชีวิตและธรรมชาติ แน่นอนครับว่า…Kachin Tängschwarnich | 4324 days ago
Read MorePR Partners
See All26/12/2025
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 16 days ago








