ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| Hubble Space Telescope
30/09/2022
Read More

เผยภาพกล้องโทรทรรศน์ James Webb และ Hubble จับภาพการชนของยานอวกาศ DART กับดาวเคราะห์น้อย Dimorphos

หลังจากนาซ่า(NASA) ได้สร้างประวัติศาสตร์ในสัปดาห์นี้หลังจากพยายามนำยานอวกาศชนดาวเคราะห์น้อย Dimorphos เป้าหมายเพื่อเบี่ยงเส้นทางการโคจรไม่ให้ชนเข้ากับโลกกับภารกิจ DART (Double Asteroid Redirection Test) โดยดาวเคราะห์น้อยอยู่ห่างออกไปเกือบ 7 ล้านไมล์และได้พิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จ ถึงแม้ว่านาซ่าจะแชร์ภาพระยะใกล้ของผลกระทบบางส่วน แต่ก็สังเกตเห็นการทดสอบการป้องกันดาวเคราะห์จากระยะไกลด้วย โดยอาศัยความช่วยเหลือจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศ เจมส์ เว็บบ์(James Webb) และ ฮัมเบิล(Hubble) บนพื้นผิว ถึงแม้ว่าภาพที่ออกมาไม่ได้เป็นสิ่งที่โดดเด่นที่สุดที่เคยเห็นจากกล้องโทรทรรศน์ทั้งสอง แต่ก็สามารถช่วยเปิดเผยข้อมูลที่มีค่ามากมาย
30/01/2022

‘กาแล็กซีหน้าตาคล้ายยานอวกาศ’ ผลงานใหม่น่าทึ่งจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล

นี่คือภาพอะไร? ทำไมกลุ่มก้อนของกาแล็กซีและดวงดาวจึงดูไม่เป็นทรงก้นหอยแบบที่เราคุ้นตา? แถมยังดูไปดูมาดันไปคล้าย ยานอวกาศ USS Enterprise จากภาพยนตร์มหากาพย์ Star Trek ซะอีก! 
29/01/2022

งานวิจัยใหม่ยืนยัน ‘หลุมดำ’ ผู้ทำลายล้าง ก็ช่วยสร้าง ‘ดวงดาวใหม่’ ได้!

เมื่อได้ยินคำว่า “หลุมดำ” เชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงแรงโน้มถ่วงมหาศาลที่ดูดกลืนทุกสิ่งทุกอย่างของมัน ไม่แปลกนักที่ภาพจำเกี่ยวกับหลุมดำ จะเป็นไปในทางทำลายล้าง แต่แท้จริงแล้ว “หลุมดำ” ไม่ได้เป็นเพียงผู้ทำลายเท่านั้น แต่ยังเป็น “ผู้สร้าง” ได้อีกด้วย 
This comparison view shows puffing dust bubbles and an erupting gas shell — the final acts of a monster star.You can explore the detail of the nebula surrounding the star AG Carinae by using the slider tool on the image above.  This Picture of the Week showcases new views of the dual nature of the star AG Carinae, which was the target of the NASA/ESA Hubble Space Telescope’s 31st anniversary image in April 2020. This new perspective was developed thanks to Hubble’s observations of the star in 2020 and 2014, along with others captured by the telescope’s WFPC2 instrument in 1994. You can compare these two new versions of AG Carinae by using the slider tool on the image above. The first image showcases the details of the ionised hydrogen and ionised nitrogen emissions from the nebula (seen here in red). In the second image, the blue demonstrates the contrasting appearance of the distribution of the dust that shines of reflected stellar light. Astronomers believe that the dust bubbles and filaments formed within and were shaped by powerful stellar wind . This giant star is waging a tug-of-war between gravity and radiation to avoid self-destruction. The star is surrounded by an expanding shell of gas and dust — a nebula — that is shaped by the powerful winds emanating from the star. The nebula is about five light-years wide, equal to the distance from here to our nearest star, Alpha Centauri. AG Carinae is formally classified as a Luminous Blue Variable because it is hot (blue), very luminous, and variable. Such stars are quite rare because there are not many stars that are so massive. Luminous Blue Variable stars continuously lose mass in the final stages of their life, during which a significant amount of stellar material is ejected into the surrounding interstellar space, until enough mass has been lost that the star has reached a stable state.  AG Carinae is surrounded by a spectacular nebula, formed by material ejected by the star during several
18/09/2021

เมื่อฮับเบิลจับสังเกต ‘ดวงตาเซารอนแห่งอวกาศ’ ฉลองครบรอบ 31 ปี แห่งการทำงาน

มองดูผิวเผินภาพนี้ช่างละม้ายคล้ายกับ 'ดวงตาเซารอน' ในภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง 'The lord of the ring' เสียจริง แต่ที่จริง ๆ แล้ว ภาพนี้ไม่ได้เกิดจากกราฟิกแต่อย่างใด แต่มันคือภาพที่บันทึกโดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (Hubble Space Telescope) ของ NASA/ESA และเป็นภาพวัตถุอย่างหนึ่งในห้วงอวกาศนั่นเอง ภาพนี้แสดงให้เห็นถึงลักษณะของดาว AG Carinae ในสองแง่มุม โดยเป็นหนึ่งเป้าหมายในภารกิจภาพครบรอบ 31 ปีของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลของ NASA/ESA เมื่อเดือนเมษายน 2021 ที่ผ่านมา ภาพดังกล่าวแสดงให้เห็นฟองฝุ่นที่พองตัวและเปลือกก๊าซที่ปะทุจากภาวะในช่วงท้ายสุดของชีวิตของดวงดาว ถ้าอยากเทียบกันชัด ๆ จะ ๆ กดเข้าไปในลิงก์นี้ แล้วลองลากเลื่อนแถบตรงกลางไปทางซ้ายขวาดูกันเลย นี่ไม่ใช่ผลจากการถ่ายภาพเพียงแค่ครั้งสองครั้งเท่านั้นนะ แต่เป็นผลจากการสังเกตการณ์ดาวฤกษ์ของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลเมื่อปี 2020 และ 2014 ร่วมกับภาพจากกล้องอื่นๆ ที่ถ่ายโดยกล้อง Wide Field Planetary Camera 2 เมื่อปี 1994 เรียกได้ว่าประมวลภาพกันตาแตกเพื่อการณ์นี้เลยทีเดียว ภาพแรกแสดงรายละเอียดของการปล่อยไฮโดรเจนและไนโตรเจนที่แตกตัวเป็นไอออนจากเปลือกที่กำลังขยายตัวของเนบิวลา (ส่วนที่เป็นสีแดง)…

เผยภาพกล้องโทรทรรศน์ James Webb และ Hubble จับภาพการชนของยานอวกาศ DART กับดาวเคราะห์น้อย Dimorphos

30/09/2022
Read More

‘กาแล็กซีหน้าตาคล้ายยานอวกาศ’ ผลงานใหม่น่าทึ่งจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล

30/01/2022
Read More

งานวิจัยใหม่ยืนยัน ‘หลุมดำ’ ผู้ทำลายล้าง ก็ช่วยสร้าง ‘ดวงดาวใหม่’ ได้!

29/01/2022
Read More
This comparison view shows puffing dust bubbles and an erupting gas shell — the final acts of a monster star.You can explore the detail of the nebula surrounding the star AG Carinae by using the slider tool on the image above.  This Picture of the Week showcases new views of the dual nature of the star AG Carinae, which was the target of the NASA/ESA Hubble Space Telescope’s 31st anniversary image in April 2020. This new perspective was developed thanks to Hubble’s observations of the star in 2020 and 2014, along with others captured by the telescope’s WFPC2 instrument in 1994. You can compare these two new versions of AG Carinae by using the slider tool on the image above. The first image showcases the details of the ionised hydrogen and ionised nitrogen emissions from the nebula (seen here in red). In the second image, the blue demonstrates the contrasting appearance of the distribution of the dust that shines of reflected stellar light. Astronomers believe that the dust bubbles and filaments formed within and were shaped by powerful stellar wind . This giant star is waging a tug-of-war between gravity and radiation to avoid self-destruction. The star is surrounded by an expanding shell of gas and dust — a nebula — that is shaped by the powerful winds emanating from the star. The nebula is about five light-years wide, equal to the distance from here to our nearest star, Alpha Centauri. AG Carinae is formally classified as a Luminous Blue Variable because it is hot (blue), very luminous, and variable. Such stars are quite rare because there are not many stars that are so massive. Luminous Blue Variable stars continuously lose mass in the final stages of their life, during which a significant amount of stellar material is ejected into the surrounding interstellar space, until enough mass has been lost that the star has reached a stable state.  AG Carinae is surrounded by a spectacular nebula, formed by material ejected by the star during several

เมื่อฮับเบิลจับสังเกต ‘ดวงตาเซารอนแห่งอวกาศ’ ฉลองครบรอบ 31 ปี แห่งการทำงาน

18/09/2021
Read More
20/12/2020

นาซาปล่อยภาพ 30 อัญมณีอวกาศ ฉลองครบรอบ 30 ปี กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล

เพราะกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (Hubble Space Telescope) มีอายุครบ 30 ปีในปีนี้ นาซาจึงเลือกนำภาพไปประมวลผลใหม่ เพื่อเป็นของขวัญในวาระครบรอบ โดยแต่ละภาพนั้นมีความพิเศษคือ เป็นอัญมณีแห่งห้วงอวกาศที่สามารถมองเห็นได้ผ่านกล้องโทรทรรศน์หลังบ้าน หรือกระทั่งมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลทะยานขึ้นสู่อวกาศด้วยกระสวยอวกาศดิสคัฟเวอรี (Space Shuttle Discovery) ในเดือนเมษายนปี 1990 หลังนักบินอวกาศออกไปเดินในอวกาศ (Spacewalk) เพื่ออัปเกรดและบำรุงดูแลถึง 5 ครั้ง ปัจจุบัน กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลที่มีอายุเข้าสู่ปีที่ 30 สามารถปฏิบัติงานได้ดีกว่าเมื่อครั้งถูกส่งขึ้นไปในขวบปีแรก และยังคงค้นพบสิ่งแปลกใหม่ที่ท้าทาย ซึ่งพัฒนาความเข้าใจพื้นฐานของเราเกี่ยวกับเอกภพอยู่เรื่อย ๆ  ในชุดภาพใหม่ล่าสุดที่เป็นผลงานของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลมีจำนวนกว่า 50 ภาพ และมีวัตถุท้องฟ้าถึง 30 ภาพ มาจากในแคตตาล็อกคาลด์เวล (Caldwell) อันที่จริงแล้ว กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลถ่ายภาพเหล่านี้เรื่อยมาตั้งแต่แรกเริ่มปฏิบัติภารกิจ แต่จนถึงขณะนี้ นาซาก็ยังประมวลผลภาพทั้งหมดเพื่อเผยแพร่สู่สาธารณะไม่เสร็จสิ้น  เนื่องจากมุมมองที่ละเอียดของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล ทำให้มันไม่สามารถจับภาพวัตถุคาลด์เวลได้ครบทั้งวัตถุในบางภาพ บางครั้ง กล้องซูมเข้าไปที่กระจุกดาวอายุน้อยในแขนของกาแล็กซีก้นหอยหรือดวงดาวที่อยู่รอบนอกกระจุกดาว หรือดวงดาวที่สิ้นอายุแล้วใจกลางเนบิวลาแทน แต่ในกรณีกลับกันบางกรณี การสังเกตของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล กลับให้รายละเอียดเป็นภาพที่นำมาปะติดปะต่อกันแล้วรวมเป็นภาพที่สมบูรณ์หรือเกือบสมบูรณ์ได้ ซึ่งนั่นก็ทำให้เราได้เห็นความมหัศจรรย์หรือความน่าตื่นตาของวัตถุท้องฟ้านั้น ๆ อย่างยิ่ง แคตตาล็อกคาลด์เวลรวบรวมโดยนักดาราศาสตร์สมัครเล่นและนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ นามว่า…
Credits: NASA/CXC/SAO, NASA/STScI, NASA/JPL-Caltech/SSC, ESO/NAOJ/NRAO, NRAO/AUI/NSF, NASA/CXC/SAO/PSU, and NASA/ESA
26/09/2020

รวมภาพจักรวาลหวานละมุน ผลงานจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศจันทรา

หลังจากที่ได้รับชมภาพอันน่าทึ่งจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์พร้อมผลงานอันโดดเด่นกันมาแล้ว นาซาก็ไม่ปล่อยให้คนชื่นชอบภาพดาราศาสตร์ต้องเหงาสายตา รวบรวมคอลเล็กชันภาพอวกาศสีละมุนจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศจันทรามาให้ชมกันอีกเซต แต่เพื่อให้เข้าใจถึงความแตกต่างของภาพที่มาจาก 2 กล้อง ฯ นี้ เราจึงขออธิบายเกี่ยวกับการเก็บข้อมูลด้วยกล้องโทรทรรศน์อวกาศกันสักเล็กน้อย กล้องโทรทรรศน์อวกาศ ‘ดวงตาพิเศษ’ เพื่อล้วงความลับจักรวาล เพื่อสอดส่องค้นลึกเข้าไปในห้วงอวกาศ หน่วยงานด้านดาราศาสตร์ทั่วโลกจึงสร้างกล้องโทรทรรศน์ต่าง ๆ มาช่วยเป็น "ดวงตา" แทนดวงตาของมนุษย์ ปกติแล้ว มนุษย์จะมองเห็นได้แค่ช่วงคลื่นแสงที่ตาเห็นเท่านั้น ดวงตาหรือกล้องโทรทรรศน์ที่ว่านั้นมีระดับการมองเห็นที่เกินกว่านั้น มันสามารถตรวจจับแสงทุกประเภท ขึ้นอยู่กับการออกแบบการใช้งานของกล้อง เราสามารถตรวจจับได้ตั้งแต่คลื่นวิทยุไปจนถึงรังสีแกมมา การใช้ข้อมูลจาก ‘ช่วงคลื่นที่หลากหลาย (Multiwavelength)’ นี้ช่วยให้เราเข้าใจวัตถุในอวกาศ ตลอดจนวิวัฒนาการของเอกภพยิ่งขึ้น ช่วงคลื่นที่หลากหลายเกิดจาก ‘รังสีแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic radiation)’ พลังงานที่รังสีแผ่ออกมาจากคลื่นขึ้นอยู่กับระยะห่างระหว่างจุดสูงสุดของคลื่นหรือความยาวคลื่น โดยทั่วไป ยิ่งความยาวคลื่นสั้นพลังงานของรังสีก็จะยิ่งสูง รังสีแกมมามีความยาวคลื่นน้อยกว่า 10 ล้านล้านส่วนเมตร (ขนาดประมาณนิวเคลียสของอะตอม) รังสีแกมมาจึงมีพลังงานสูงมาก ในทางกลับกัน รังสีอื่นมีความยาวคลื่นมากกว่านั้น ก็จะยิ่งมีพลังงานต่ำลง อย่างแสงที่มองเห็นได้ด้วยตามนุษย์นั้น มีความยาวคลื่นประมาณขนาดของเล็กกว่าเซลล์แบคทีเรียหน่อย (ใหญ่ขึ้นมาอีกนิดนึง) ในขณะที่คลื่นวิทยุอาจมีความยาวคลื่นได้ถึงมากกว่า 100 เมตรเสียอีก ดังนั้น ขอบเขตที่เรามองเห็นได้นั้นจึงเรียกได้ว่าน้อยยิ่งกว่าน้อย หากเราสามารถตรวจจับคลื่นเหล่านี้ได้หลายช่วงก็จะทำให้เรายิ่ง…
25/09/2020

นักวิทย์พบวิธีส่อง ‘สสารมืด’ ได้ผลลัพธ์เกินคาด นำมาสู่ปริศนาใหม่!

‘กระจุกกาแล็กซี (Galaxy clusters)’ เป็นโครงสร้างที่มีแรงโน้มถ่วงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในจักรวาล ทั้งยังมีมวลมหาศาลสุด ๆ ด้วย เพราะนอกจากจะประกอบด้วยดวงดาวและก๊าซของหลายร้อยกาแล็กซีที่มองเห็นด้วยตาเปล่าแล้ว ยังมีสิ่งที่มองไม่เห็นอย่าง ‘สสารมืด (Dark matter)’ ทั้งภายในและรอบ ๆ กระจุกกาแล็กซีอีกต่างหาก 11 กันยายน 2563 - มาสสิโม เมเนกเฮตติ (Massimo Meneghetti) จากสถาบันฟิสิกส์ดาราศาสตร์แห่งชาติอิตาลีและคาลเทค (National Institute of Astrophysics, Italy, and Caltech) และคณะได้นำเสนอ ‘วิธีใหม่’ ที่ช่วยให้สังเกตเห็นสสารมืดได้ ในงานวิจัยที่เผยแพร่ใน Science และด้วยวิธีการนี้ ทำให้เกิดผลลัพธ์ ซึ่งขัดแย้งกับสิ่งที่ผู้ตั้งสมมุติฐานคาดหวังไว้อย่างสิ้นเชิง สสารมืดและวิธีค้นหา เพื่อให้เข้าใจความน่าตื่นเต้นของการค้นพบนี้ เราต้องมาทำความรู้จักกับสสารมืดก่อน หลายคนได้ยินคำว่า ‘มืด’ ก็มักเชื่อมโยงกับความมืดดำ แต่แท้จริงแล้ว ‘ความมืด’ นี้ไม่ใช่สี แต่เป็นภาวะที่ทำให้เรามองเห็นได้ลดลงหรือไม่เห็นเลย ดังนั้น ‘สสารมืด’ จึงหมายถึงวัตถุหรือสสารในจักรวาลที่เรามองไม่เห็นแต่รู้ว่ามีอยู่นั่นเอง ฟังแบบนี้อาจจะงงไปอีกว่าไม่เห็นแต่รู้ว่ามีอยู่ได้อย่างไร นอกจากมองไม่เห็น สสารมืดยังไม่แผ่พลังงานเพียงพอที่จะตรวจจับได้โดยตรงด้วย…
03/09/2020

รวมภาพเด็ดจาก Spitzer กล้องอวกาศปลดประจำการล่าสุด กับเรื่องน่าทึ่งในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

หลังจากปฏิบัติภารกิจเกือบ 17 ปี ก็ได้เวลาที่กล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์ (Spitzer Space Telescope) ปลดประจำการไปเมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา แต่ล่าสุดนาซาก็ยังนำบรรดาภาพน่าทึ่งที่ได้จากกล้องตัวนี้มาวิเคราะห์และพบสิ่งที่น่าสนใจได้อีกเรื่อง และนั่นก็ช่วยกระตุ้นเตือนให้เรานึกขึ้นมาได้ว่า มันได้ช่วยเปิดโลกอินฟราเรดให้นักวิทยาศาสตร์ได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์ และค้นพบสิ่งใหม่ ๆ อีกมากมายในจักรวาล ตลอดช่วงการทำงานที่ผ่านมา และเพื่อตอกย้ำถึงความน่าว้าวและการปฏิบัติหน้าที่อันดีเยี่ยมของกล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์ เราจึงรวบรวมภาพเด็ดที่นอกจากจะสวยงามแล้วยังเป็นภาพที่ช่วยไขคำตอบ ทำให้นักดาราศาสตร์ได้ข้อมูลความรู้ใหม่จากอวกาศด้วย   หลังจาก Spitzer เดินทางขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2003 (เพิ่งครบรอบ 17 ปี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง) สปิตเซอร์ก็ได้ปฏิบัติภารกิจบันทึกภาพมากมายเคียงบ่าเคียงไหล่กับ 3 กล้องโทรทรรศน์อวกาศอันยิ่งใหญ่ของนาซา อันได้แก่ กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (Hubble Space Telescope) กล้องโทรทรรศน์อวกาศจันทรา (Chandra X-ray Observatory) และกล้องโทรทรรศน์อวกาศคอมป์ตัน (Compton Gamma Ray Observatory) แต่ละกล้องมีหน้าที่เก็บข้อมูลในช่วงคลื่นที่แตกต่างกันไป และด้วยการทำงานร่วมกันนี้ ก็ช่วยให้เราได้ภาพจักรวาลที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพื่ออำลากล้องดังกล่าว ในวันที่กล้องโทรทรรศน์เข้าสู่เซฟโหมด และหยุดปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ทั้งหมด โทมัส เซอร์บูเชน…
11/06/2020

จากอดีตสู่อนาคต ‘Endeavour’ กระสวยอวกาศขั้นเทพลำสุดท้าย พี่ยักษ์ใหญ่ผู้มาก่อนน้องน้อย Crew Dragon

จากความสำเร็จของการปล่อยและเชื่อมต่อยาน Crew Dragon เข้ากับสถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station; ISS) เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทำให้หลายคนอยากรู้ว่า แล้วในอดีตที่ผ่านมา นาซาเคยใช้ยานของตนลำใดส่งคนขึ้นไปในอวกาศกัน และเพราะล้มเหลวหรือจึงเลิกไป มาไขคำตอบด้วยบทความนี้กันครับ การขนส่ง ‘คนและของ’ ของสหรัฐฯ ด้วยยานของนาซา ก่อนหน้า SpaceX ในอดีตหากพูดถึงกระสวยอวกาศของสหรัฐอเมริกา จะหมายถึงเครื่องบินอวกาศที่สร้างขึ้นโดยองค์การนาซา (NASA) ซึ่งมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า ระบบการขนส่งอวกาศ (Space Transportation System; STS) กระสวยอวกาศลำแรกนำมนุษย์ทะยานจากฐานขึ้นสู่วงโคจรรอบโลกเมื่อปี ค.ศ. 1981 และดำเนินการขนส่งมนุษย์อวกาศและพัสดุเรื่อยมาเป็นเวลากว่า 30 ปี  ภารกิจการนำส่งนี้มีทั้งการนำชิ้นส่วนของสถานีอวกาศนานาชาติ ขึ้นไปประกอบการซ่อมแซมและดูแลกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (Hubble Space Telescope) และกล้องโทรทรรศน์อวกาศจันทรา (Chandra X-Ray Observatory) อีกทั้งยังมีส่วนช่วยซ่อมและส่งดาวเทียมกลับคืนสู่วงโคจร รวมถึงส่งยานสำรวจไปยังดาวพฤหัสบดีและดาวศุกร์ ตลอดจนภารกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง กระสวยอวกาศของสหรัฐฯ มีทั้งหมด 5 ลำด้วยกัน ได้แก่ โคลัมเบีย…

PR Partners

See All
Read More

“กระทิง พูนผล” กลั่นบทเรียนจากความล้มเหลวตลอดเส้นทางชีวิต สู่หนังสือ “Unbeatable”

"กระทิง" เรืองโรจน์ พูนผล เปิดตัวหนังสือเล่มใหม่ "Unbeatable วิธีบ่มเพาะตัวตนและจิตใจของ ‘ผู้ไม่ยอมแพ้’ ในทุกสถานการณ์" จากสำนักพิมพ์ KOOB ภายใต้แนวคิด "ต่อให้โลกโหดร้ายแค่ไหน ฉันจะไม่พ่ายแพ้" ต่อยอดจากหนังสือเล่มแรก "Move Heaven and Earth" ด้วยการกลั่นบทเรียนจากความล้มเหลว ตลอดเส้นทางการทำงานมาเป็นคู่มือลงมือทำที่วางระบบคิดเป็นพีระมิด 3 ระดับ ตั้งแต่การจัดการปัญหาและอารมณ์รายวัน การเยียวยาและฟื้นฟูจิตใจ ไปจนถึงการเปลี่ยนผ่านตัวตน พร้อมต่อยอดทักษะ "Unbeatable" ผ่านชุมชนออนไลน์ ให้เป็นทักษะที่จำเป็นในปี 2570
08/10/2026

เครือซีพี เตรียมจัดงาน CP Innovation Exposition 2026 แสดงนวัตกรรมองค์กรและเวทีเสวนาเทคโนโลยี

บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ประกาศเตรียมจัดงาน "CP Innovation Exposition 2026" (งานมหกรรมนวัตกรรมบัวบาน ครั้งที่ 9) ระหว่างวันที่ 20–22 ตุลาคม 2569 ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค ภายใต้แนวคิด “RISE TOGETHER INNOVATE BEYOND” โดยเป็นการเปิดพื้นที่จัดแสดงผลงานวิจัย เทคโนโลยีเชิงอุตสาหกรรม และเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองจากวิทยากรในอุตสาหกรรมต่างๆ โครงสร้างกิจกรรมและ 8 หัวข้อการเสวนาเชิงเทคโนโลยี การจัดงานในปีนี้แบ่งออกเป็นกิจกรรมจัดแสดงผลงานและการบรรยายเชิงวิชาการ โดยกำหนดหัวข้อเสวนาหลัก 8 มิติ ได้แก่: การจัดแสดงผลงานนวัตกรรมและการแข่งขัน HealthyLicious ภายในงานมีการจัดแสดงผลงานนวัตกรรมจำนวน 90 รายการ จากหน่วยธุรกิจของเครือเจริญโภคภัณฑ์ใน 10 ประเทศ ครอบคลุมการปรับปรุงกระบวนการผลิต การใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลเชิงบริหาร และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยผลงานทั้งหมดจะเข้าร่วมการประเมินเพื่อรับรางวัล Chairman Awards ประจำปี นอกจากนี้ ยังมีการจัดการประกวดโครงการ "HealthyLicious"…
07/10/2026

มูลนิธิถันยรักษ์ฯ ร่วม ทรูปลูกปัญญา เปิดตัวแคมเปญ “เต้า ต้อง ตรวจ” เนื่องในวันมะเร็งเต้านมโลก พร้อมใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลสนับสนุนการเข้าถึงข้อมูลคัดกรอง

มูลนิธิถันยรักษ์ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ร่วมกับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยโครงการทรูปลูกปัญญา จัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันมะเร็งเต้านมโลก (7 ตุลาคม 2569) ภายใต้แนวคิด “เต้า ต้อง ตรวจ” เพื่อกระตุ้นการรับรู้เรื่องการตรวจคัดกรองโรคในระยะเริ่มต้น โดยเปิดตัวสื่อประชาสัมพันธ์ชุดใหม่ที่ได้ สุชาตา ช่วงศรี (Miss World 2025) มาร่วมถ่ายทอดข้อความรณรงค์ให้ผู้หญิงและประชาชนทั่วไปสังเกตความผิดปกติของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ สถานการณ์โรคมะเร็งเต้านมในปัจจุบันยังคงเป็นมะเร็งที่พบเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มผู้หญิงทั้งระดับสากลและประเทศไทย โดยข้อมูลสถิติระบุว่าประเทศไทยมีผู้ป่วยรายใหม่ราว 21,061 รายต่อปี คิดเป็น 23.5% ของผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ในเพศหญิง ทั้งนี้ ข้อมูลสถิติทางการแพทย์จากโรงพยาบาลศิริราชระบุว่า ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่ระยะที่ 1 มีอัตราการรอดชีวิตที่ระยะเวลา 10 ปี สูงถึง 95% ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของการตรวจพบในระยะแรกเริ่ม การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและการขยายเครือข่ายความร่วมมือ ในมิติของการนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนงานสาธารณสุข โครงการนี้ได้ใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและแพลตฟอร์มการเรียนรู้ในการกระจายข้อมูล ดังนี้: ร่วมเป็นอีกหนึ่งพลังในการส่งต่อโอกาสให้ผู้หญิงไทยเข้าถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมได้อย่างทั่วถึง ด้วยการบริจาคสมทบทุนมูลนิธิถันยรักษ์ฯ เพื่อสนับสนุนการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น โดยเงินบริจาคสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ศูนย์ถันยรักษ์ โรงพยาบาลศิริราช…
07/10/2026

เครือซีพีเปิดเวที Dolphin Tank ภายใต้หลักสูตร CP-CoEX AI Business Accelerator ทดสอบ 7 โครงการ AI ร่วมกับ 11 พันธมิตรเทคโนโลยี ตั้งเป้าสร้างผลกระทบทางธุรกิจ 10 เท่า

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) จัดการนำเสนอผลงานรอบแรก Dolphin Tank ภายใต้หลักสูตรบ่มเพาะธุรกิจ CP-CoEX AI Business Accelerator รุ่นที่ 1 หลังผ่านการพัฒนาร่วมกันเป็นเวลา 8 สัปดาห์ จากระยะเวลาหลักสูตรทั้งหมด 12 สัปดาห์ โดยดึงบุคลากรจากบริษัทในเครือจับคู่กับ 11 พันธมิตรเทคโนโลยีและองค์กรชั้นนำ เพื่อพัฒนาโซลูชันปัญญาประดิษฐ์ (AI) บนโจทย์การดำเนินงานจริง มุ่งเป้าสร้างผลกระทบทางธุรกิจ (Business Impact) ในระดับ 10 เท่า ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ระบุว่า วัตถุประสงค์หลักของโครงการมุ่งเน้นการสร้างบุคลากรที่มีความเข้าใจทั้งบริบทธุรกิจและขีดความสามารถทางเทคโนโลยี โดยใช้กรอบแนวคิด “Dolphin” ที่สะท้อนคุณสมบัติ 4 ด้าน ได้แก่ ความเร็ว (Speed), ความฉลาด (Intelligence), ความยืดหยุ่นคล่องตัว (Agility) และการทำงานร่วมกัน (Collaboration) ซึ่งเวที Dolphin Tank ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ทดสอบสมมติฐาน ความเป็นไปได้…

“กระทิง พูนผล” กลั่นบทเรียนจากความล้มเหลวตลอดเส้นทางชีวิต สู่หนังสือ “Unbeatable”

09/10/2026
Read More

เครือซีพี เตรียมจัดงาน CP Innovation Exposition 2026 แสดงนวัตกรรมองค์กรและเวทีเสวนาเทคโนโลยี

08/10/2026
Read More

มูลนิธิถันยรักษ์ฯ ร่วม ทรูปลูกปัญญา เปิดตัวแคมเปญ “เต้า ต้อง ตรวจ” เนื่องในวันมะเร็งเต้านมโลก พร้อมใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลสนับสนุนการเข้าถึงข้อมูลคัดกรอง

07/10/2026
Read More

เครือซีพีเปิดเวที Dolphin Tank ภายใต้หลักสูตร CP-CoEX AI Business Accelerator ทดสอบ 7 โครงการ AI ร่วมกับ 11 พันธมิตรเทคโนโลยี ตั้งเป้าสร้างผลกระทบทางธุรกิจ 10 เท่า

07/10/2026
Read More