Tags
| Hubble Space Telescope
30/09/2022
ทีมคอนเทนต์ BT | 1473 days ago
เผยภาพกล้องโทรทรรศน์ James Webb และ Hubble จับภาพการชนของยานอวกาศ DART กับดาวเคราะห์น้อย Dimorphos
หลังจากนาซ่า(NASA) ได้สร้างประวัติศาสตร์ในสัปดาห์นี้หลังจากพยายามนำยานอวกาศชนดาวเคราะห์น้อย Dimorphos เป้าหมายเพื่อเบี่ยงเส้นทางการโคจรไม่ให้ชนเข้ากับโลกกับภารกิจ DART (Double Asteroid Redirection Test) โดยดาวเคราะห์น้อยอยู่ห่างออกไปเกือบ 7 ล้านไมล์และได้พิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จ ถึงแม้ว่านาซ่าจะแชร์ภาพระยะใกล้ของผลกระทบบางส่วน แต่ก็สังเกตเห็นการทดสอบการป้องกันดาวเคราะห์จากระยะไกลด้วย โดยอาศัยความช่วยเหลือจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศ เจมส์ เว็บบ์(James Webb) และ ฮัมเบิล(Hubble) บนพื้นผิว ถึงแม้ว่าภาพที่ออกมาไม่ได้เป็นสิ่งที่โดดเด่นที่สุดที่เคยเห็นจากกล้องโทรทรรศน์ทั้งสอง แต่ก็สามารถช่วยเปิดเผยข้อมูลที่มีค่ามากมาย30/01/2022
‘กาแล็กซีหน้าตาคล้ายยานอวกาศ’ ผลงานใหม่น่าทึ่งจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล
นี่คือภาพอะไร? ทำไมกลุ่มก้อนของกาแล็กซีและดวงดาวจึงดูไม่เป็นทรงก้นหอยแบบที่เราคุ้นตา? แถมยังดูไปดูมาดันไปคล้าย ยานอวกาศ USS Enterprise จากภาพยนตร์มหากาพย์ Star Trek ซะอีก!วัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 1715 days ago
Read More29/01/2022
งานวิจัยใหม่ยืนยัน ‘หลุมดำ’ ผู้ทำลายล้าง ก็ช่วยสร้าง ‘ดวงดาวใหม่’ ได้!
เมื่อได้ยินคำว่า “หลุมดำ” เชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงแรงโน้มถ่วงมหาศาลที่ดูดกลืนทุกสิ่งทุกอย่างของมัน ไม่แปลกนักที่ภาพจำเกี่ยวกับหลุมดำ จะเป็นไปในทางทำลายล้าง แต่แท้จริงแล้ว “หลุมดำ” ไม่ได้เป็นเพียงผู้ทำลายเท่านั้น แต่ยังเป็น “ผู้สร้าง” ได้อีกด้วยวัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 1717 days ago
Read More
18/09/2021
เมื่อฮับเบิลจับสังเกต ‘ดวงตาเซารอนแห่งอวกาศ’ ฉลองครบรอบ 31 ปี แห่งการทำงาน
มองดูผิวเผินภาพนี้ช่างละม้ายคล้ายกับ 'ดวงตาเซารอน' ในภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง 'The lord of the ring' เสียจริง แต่ที่จริง ๆ แล้ว ภาพนี้ไม่ได้เกิดจากกราฟิกแต่อย่างใด แต่มันคือภาพที่บันทึกโดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (Hubble Space Telescope) ของ NASA/ESA และเป็นภาพวัตถุอย่างหนึ่งในห้วงอวกาศนั่นเอง ภาพนี้แสดงให้เห็นถึงลักษณะของดาว AG Carinae ในสองแง่มุม โดยเป็นหนึ่งเป้าหมายในภารกิจภาพครบรอบ 31 ปีของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลของ NASA/ESA เมื่อเดือนเมษายน 2021 ที่ผ่านมา ภาพดังกล่าวแสดงให้เห็นฟองฝุ่นที่พองตัวและเปลือกก๊าซที่ปะทุจากภาวะในช่วงท้ายสุดของชีวิตของดวงดาว ถ้าอยากเทียบกันชัด ๆ จะ ๆ กดเข้าไปในลิงก์นี้ แล้วลองลากเลื่อนแถบตรงกลางไปทางซ้ายขวาดูกันเลย นี่ไม่ใช่ผลจากการถ่ายภาพเพียงแค่ครั้งสองครั้งเท่านั้นนะ แต่เป็นผลจากการสังเกตการณ์ดาวฤกษ์ของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลเมื่อปี 2020 และ 2014 ร่วมกับภาพจากกล้องอื่นๆ ที่ถ่ายโดยกล้อง Wide Field Planetary Camera 2 เมื่อปี 1994 เรียกได้ว่าประมวลภาพกันตาแตกเพื่อการณ์นี้เลยทีเดียว ภาพแรกแสดงรายละเอียดของการปล่อยไฮโดรเจนและไนโตรเจนที่แตกตัวเป็นไอออนจากเปลือกที่กำลังขยายตัวของเนบิวลา (ส่วนที่เป็นสีแดง)…วัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 1850 days ago
Read More20/12/2020
นาซาปล่อยภาพ 30 อัญมณีอวกาศ ฉลองครบรอบ 30 ปี กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล
เพราะกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (Hubble Space Telescope) มีอายุครบ 30 ปีในปีนี้ นาซาจึงเลือกนำภาพไปประมวลผลใหม่ เพื่อเป็นของขวัญในวาระครบรอบ โดยแต่ละภาพนั้นมีความพิเศษคือ เป็นอัญมณีแห่งห้วงอวกาศที่สามารถมองเห็นได้ผ่านกล้องโทรทรรศน์หลังบ้าน หรือกระทั่งมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลทะยานขึ้นสู่อวกาศด้วยกระสวยอวกาศดิสคัฟเวอรี (Space Shuttle Discovery) ในเดือนเมษายนปี 1990 หลังนักบินอวกาศออกไปเดินในอวกาศ (Spacewalk) เพื่ออัปเกรดและบำรุงดูแลถึง 5 ครั้ง ปัจจุบัน กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลที่มีอายุเข้าสู่ปีที่ 30 สามารถปฏิบัติงานได้ดีกว่าเมื่อครั้งถูกส่งขึ้นไปในขวบปีแรก และยังคงค้นพบสิ่งแปลกใหม่ที่ท้าทาย ซึ่งพัฒนาความเข้าใจพื้นฐานของเราเกี่ยวกับเอกภพอยู่เรื่อย ๆ ในชุดภาพใหม่ล่าสุดที่เป็นผลงานของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลมีจำนวนกว่า 50 ภาพ และมีวัตถุท้องฟ้าถึง 30 ภาพ มาจากในแคตตาล็อกคาลด์เวล (Caldwell) อันที่จริงแล้ว กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลถ่ายภาพเหล่านี้เรื่อยมาตั้งแต่แรกเริ่มปฏิบัติภารกิจ แต่จนถึงขณะนี้ นาซาก็ยังประมวลผลภาพทั้งหมดเพื่อเผยแพร่สู่สาธารณะไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากมุมมองที่ละเอียดของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล ทำให้มันไม่สามารถจับภาพวัตถุคาลด์เวลได้ครบทั้งวัตถุในบางภาพ บางครั้ง กล้องซูมเข้าไปที่กระจุกดาวอายุน้อยในแขนของกาแล็กซีก้นหอยหรือดวงดาวที่อยู่รอบนอกกระจุกดาว หรือดวงดาวที่สิ้นอายุแล้วใจกลางเนบิวลาแทน แต่ในกรณีกลับกันบางกรณี การสังเกตของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล กลับให้รายละเอียดเป็นภาพที่นำมาปะติดปะต่อกันแล้วรวมเป็นภาพที่สมบูรณ์หรือเกือบสมบูรณ์ได้ ซึ่งนั่นก็ทำให้เราได้เห็นความมหัศจรรย์หรือความน่าตื่นตาของวัตถุท้องฟ้านั้น ๆ อย่างยิ่ง แคตตาล็อกคาลด์เวลรวบรวมโดยนักดาราศาสตร์สมัครเล่นและนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ นามว่า…วัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 2122 days ago
Read More
26/09/2020
รวมภาพจักรวาลหวานละมุน ผลงานจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศจันทรา
หลังจากที่ได้รับชมภาพอันน่าทึ่งจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์พร้อมผลงานอันโดดเด่นกันมาแล้ว นาซาก็ไม่ปล่อยให้คนชื่นชอบภาพดาราศาสตร์ต้องเหงาสายตา รวบรวมคอลเล็กชันภาพอวกาศสีละมุนจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศจันทรามาให้ชมกันอีกเซต แต่เพื่อให้เข้าใจถึงความแตกต่างของภาพที่มาจาก 2 กล้อง ฯ นี้ เราจึงขออธิบายเกี่ยวกับการเก็บข้อมูลด้วยกล้องโทรทรรศน์อวกาศกันสักเล็กน้อย กล้องโทรทรรศน์อวกาศ ‘ดวงตาพิเศษ’ เพื่อล้วงความลับจักรวาล เพื่อสอดส่องค้นลึกเข้าไปในห้วงอวกาศ หน่วยงานด้านดาราศาสตร์ทั่วโลกจึงสร้างกล้องโทรทรรศน์ต่าง ๆ มาช่วยเป็น "ดวงตา" แทนดวงตาของมนุษย์ ปกติแล้ว มนุษย์จะมองเห็นได้แค่ช่วงคลื่นแสงที่ตาเห็นเท่านั้น ดวงตาหรือกล้องโทรทรรศน์ที่ว่านั้นมีระดับการมองเห็นที่เกินกว่านั้น มันสามารถตรวจจับแสงทุกประเภท ขึ้นอยู่กับการออกแบบการใช้งานของกล้อง เราสามารถตรวจจับได้ตั้งแต่คลื่นวิทยุไปจนถึงรังสีแกมมา การใช้ข้อมูลจาก ‘ช่วงคลื่นที่หลากหลาย (Multiwavelength)’ นี้ช่วยให้เราเข้าใจวัตถุในอวกาศ ตลอดจนวิวัฒนาการของเอกภพยิ่งขึ้น ช่วงคลื่นที่หลากหลายเกิดจาก ‘รังสีแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic radiation)’ พลังงานที่รังสีแผ่ออกมาจากคลื่นขึ้นอยู่กับระยะห่างระหว่างจุดสูงสุดของคลื่นหรือความยาวคลื่น โดยทั่วไป ยิ่งความยาวคลื่นสั้นพลังงานของรังสีก็จะยิ่งสูง รังสีแกมมามีความยาวคลื่นน้อยกว่า 10 ล้านล้านส่วนเมตร (ขนาดประมาณนิวเคลียสของอะตอม) รังสีแกมมาจึงมีพลังงานสูงมาก ในทางกลับกัน รังสีอื่นมีความยาวคลื่นมากกว่านั้น ก็จะยิ่งมีพลังงานต่ำลง อย่างแสงที่มองเห็นได้ด้วยตามนุษย์นั้น มีความยาวคลื่นประมาณขนาดของเล็กกว่าเซลล์แบคทีเรียหน่อย (ใหญ่ขึ้นมาอีกนิดนึง) ในขณะที่คลื่นวิทยุอาจมีความยาวคลื่นได้ถึงมากกว่า 100 เมตรเสียอีก ดังนั้น ขอบเขตที่เรามองเห็นได้นั้นจึงเรียกได้ว่าน้อยยิ่งกว่าน้อย หากเราสามารถตรวจจับคลื่นเหล่านี้ได้หลายช่วงก็จะทำให้เรายิ่ง…วัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 2207 days ago
Read More25/09/2020
นักวิทย์พบวิธีส่อง ‘สสารมืด’ ได้ผลลัพธ์เกินคาด นำมาสู่ปริศนาใหม่!
‘กระจุกกาแล็กซี (Galaxy clusters)’ เป็นโครงสร้างที่มีแรงโน้มถ่วงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในจักรวาล ทั้งยังมีมวลมหาศาลสุด ๆ ด้วย เพราะนอกจากจะประกอบด้วยดวงดาวและก๊าซของหลายร้อยกาแล็กซีที่มองเห็นด้วยตาเปล่าแล้ว ยังมีสิ่งที่มองไม่เห็นอย่าง ‘สสารมืด (Dark matter)’ ทั้งภายในและรอบ ๆ กระจุกกาแล็กซีอีกต่างหาก 11 กันยายน 2563 - มาสสิโม เมเนกเฮตติ (Massimo Meneghetti) จากสถาบันฟิสิกส์ดาราศาสตร์แห่งชาติอิตาลีและคาลเทค (National Institute of Astrophysics, Italy, and Caltech) และคณะได้นำเสนอ ‘วิธีใหม่’ ที่ช่วยให้สังเกตเห็นสสารมืดได้ ในงานวิจัยที่เผยแพร่ใน Science และด้วยวิธีการนี้ ทำให้เกิดผลลัพธ์ ซึ่งขัดแย้งกับสิ่งที่ผู้ตั้งสมมุติฐานคาดหวังไว้อย่างสิ้นเชิง สสารมืดและวิธีค้นหา เพื่อให้เข้าใจความน่าตื่นเต้นของการค้นพบนี้ เราต้องมาทำความรู้จักกับสสารมืดก่อน หลายคนได้ยินคำว่า ‘มืด’ ก็มักเชื่อมโยงกับความมืดดำ แต่แท้จริงแล้ว ‘ความมืด’ นี้ไม่ใช่สี แต่เป็นภาวะที่ทำให้เรามองเห็นได้ลดลงหรือไม่เห็นเลย ดังนั้น ‘สสารมืด’ จึงหมายถึงวัตถุหรือสสารในจักรวาลที่เรามองไม่เห็นแต่รู้ว่ามีอยู่นั่นเอง ฟังแบบนี้อาจจะงงไปอีกว่าไม่เห็นแต่รู้ว่ามีอยู่ได้อย่างไร นอกจากมองไม่เห็น สสารมืดยังไม่แผ่พลังงานเพียงพอที่จะตรวจจับได้โดยตรงด้วย…วัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 2208 days ago
Read More03/09/2020
รวมภาพเด็ดจาก Spitzer กล้องอวกาศปลดประจำการล่าสุด กับเรื่องน่าทึ่งในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา
หลังจากปฏิบัติภารกิจเกือบ 17 ปี ก็ได้เวลาที่กล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์ (Spitzer Space Telescope) ปลดประจำการไปเมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา แต่ล่าสุดนาซาก็ยังนำบรรดาภาพน่าทึ่งที่ได้จากกล้องตัวนี้มาวิเคราะห์และพบสิ่งที่น่าสนใจได้อีกเรื่อง และนั่นก็ช่วยกระตุ้นเตือนให้เรานึกขึ้นมาได้ว่า มันได้ช่วยเปิดโลกอินฟราเรดให้นักวิทยาศาสตร์ได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์ และค้นพบสิ่งใหม่ ๆ อีกมากมายในจักรวาล ตลอดช่วงการทำงานที่ผ่านมา และเพื่อตอกย้ำถึงความน่าว้าวและการปฏิบัติหน้าที่อันดีเยี่ยมของกล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์ เราจึงรวบรวมภาพเด็ดที่นอกจากจะสวยงามแล้วยังเป็นภาพที่ช่วยไขคำตอบ ทำให้นักดาราศาสตร์ได้ข้อมูลความรู้ใหม่จากอวกาศด้วย หลังจาก Spitzer เดินทางขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2003 (เพิ่งครบรอบ 17 ปี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง) สปิตเซอร์ก็ได้ปฏิบัติภารกิจบันทึกภาพมากมายเคียงบ่าเคียงไหล่กับ 3 กล้องโทรทรรศน์อวกาศอันยิ่งใหญ่ของนาซา อันได้แก่ กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (Hubble Space Telescope) กล้องโทรทรรศน์อวกาศจันทรา (Chandra X-ray Observatory) และกล้องโทรทรรศน์อวกาศคอมป์ตัน (Compton Gamma Ray Observatory) แต่ละกล้องมีหน้าที่เก็บข้อมูลในช่วงคลื่นที่แตกต่างกันไป และด้วยการทำงานร่วมกันนี้ ก็ช่วยให้เราได้ภาพจักรวาลที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพื่ออำลากล้องดังกล่าว ในวันที่กล้องโทรทรรศน์เข้าสู่เซฟโหมด และหยุดปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ทั้งหมด โทมัส เซอร์บูเชน…วัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 2229 days ago
Read More11/06/2020
จากอดีตสู่อนาคต ‘Endeavour’ กระสวยอวกาศขั้นเทพลำสุดท้าย พี่ยักษ์ใหญ่ผู้มาก่อนน้องน้อย Crew Dragon
จากความสำเร็จของการปล่อยและเชื่อมต่อยาน Crew Dragon เข้ากับสถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station; ISS) เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทำให้หลายคนอยากรู้ว่า แล้วในอดีตที่ผ่านมา นาซาเคยใช้ยานของตนลำใดส่งคนขึ้นไปในอวกาศกัน และเพราะล้มเหลวหรือจึงเลิกไป มาไขคำตอบด้วยบทความนี้กันครับ การขนส่ง ‘คนและของ’ ของสหรัฐฯ ด้วยยานของนาซา ก่อนหน้า SpaceX ในอดีตหากพูดถึงกระสวยอวกาศของสหรัฐอเมริกา จะหมายถึงเครื่องบินอวกาศที่สร้างขึ้นโดยองค์การนาซา (NASA) ซึ่งมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า ระบบการขนส่งอวกาศ (Space Transportation System; STS) กระสวยอวกาศลำแรกนำมนุษย์ทะยานจากฐานขึ้นสู่วงโคจรรอบโลกเมื่อปี ค.ศ. 1981 และดำเนินการขนส่งมนุษย์อวกาศและพัสดุเรื่อยมาเป็นเวลากว่า 30 ปี ภารกิจการนำส่งนี้มีทั้งการนำชิ้นส่วนของสถานีอวกาศนานาชาติ ขึ้นไปประกอบการซ่อมแซมและดูแลกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (Hubble Space Telescope) และกล้องโทรทรรศน์อวกาศจันทรา (Chandra X-Ray Observatory) อีกทั้งยังมีส่วนช่วยซ่อมและส่งดาวเทียมกลับคืนสู่วงโคจร รวมถึงส่งยานสำรวจไปยังดาวพฤหัสบดีและดาวศุกร์ ตลอดจนภารกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง กระสวยอวกาศของสหรัฐฯ มีทั้งหมด 5 ลำด้วยกัน ได้แก่ โคลัมเบีย…วัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 2314 days ago
Read MorePR Partners
See All09/10/2026
อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 3 days ago
“กระทิง พูนผล” กลั่นบทเรียนจากความล้มเหลวตลอดเส้นทางชีวิต สู่หนังสือ “Unbeatable”
"กระทิง" เรืองโรจน์ พูนผล เปิดตัวหนังสือเล่มใหม่ "Unbeatable วิธีบ่มเพาะตัวตนและจิตใจของ ‘ผู้ไม่ยอมแพ้’ ในทุกสถานการณ์" จากสำนักพิมพ์ KOOB ภายใต้แนวคิด "ต่อให้โลกโหดร้ายแค่ไหน ฉันจะไม่พ่ายแพ้" ต่อยอดจากหนังสือเล่มแรก "Move Heaven and Earth" ด้วยการกลั่นบทเรียนจากความล้มเหลว ตลอดเส้นทางการทำงานมาเป็นคู่มือลงมือทำที่วางระบบคิดเป็นพีระมิด 3 ระดับ ตั้งแต่การจัดการปัญหาและอารมณ์รายวัน การเยียวยาและฟื้นฟูจิตใจ ไปจนถึงการเปลี่ยนผ่านตัวตน พร้อมต่อยอดทักษะ "Unbeatable" ผ่านชุมชนออนไลน์ ให้เป็นทักษะที่จำเป็นในปี 257008/10/2026
เครือซีพี เตรียมจัดงาน CP Innovation Exposition 2026 แสดงนวัตกรรมองค์กรและเวทีเสวนาเทคโนโลยี
บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ประกาศเตรียมจัดงาน "CP Innovation Exposition 2026" (งานมหกรรมนวัตกรรมบัวบาน ครั้งที่ 9) ระหว่างวันที่ 20–22 ตุลาคม 2569 ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค ภายใต้แนวคิด “RISE TOGETHER INNOVATE BEYOND” โดยเป็นการเปิดพื้นที่จัดแสดงผลงานวิจัย เทคโนโลยีเชิงอุตสาหกรรม และเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองจากวิทยากรในอุตสาหกรรมต่างๆ โครงสร้างกิจกรรมและ 8 หัวข้อการเสวนาเชิงเทคโนโลยี การจัดงานในปีนี้แบ่งออกเป็นกิจกรรมจัดแสดงผลงานและการบรรยายเชิงวิชาการ โดยกำหนดหัวข้อเสวนาหลัก 8 มิติ ได้แก่: การจัดแสดงผลงานนวัตกรรมและการแข่งขัน HealthyLicious ภายในงานมีการจัดแสดงผลงานนวัตกรรมจำนวน 90 รายการ จากหน่วยธุรกิจของเครือเจริญโภคภัณฑ์ใน 10 ประเทศ ครอบคลุมการปรับปรุงกระบวนการผลิต การใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลเชิงบริหาร และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยผลงานทั้งหมดจะเข้าร่วมการประเมินเพื่อรับรางวัล Chairman Awards ประจำปี นอกจากนี้ ยังมีการจัดการประกวดโครงการ "HealthyLicious"…เอกพล ชูเชิด | 3 days ago
Read More07/10/2026
มูลนิธิถันยรักษ์ฯ ร่วม ทรูปลูกปัญญา เปิดตัวแคมเปญ “เต้า ต้อง ตรวจ” เนื่องในวันมะเร็งเต้านมโลก พร้อมใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลสนับสนุนการเข้าถึงข้อมูลคัดกรอง
มูลนิธิถันยรักษ์ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ร่วมกับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยโครงการทรูปลูกปัญญา จัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันมะเร็งเต้านมโลก (7 ตุลาคม 2569) ภายใต้แนวคิด “เต้า ต้อง ตรวจ” เพื่อกระตุ้นการรับรู้เรื่องการตรวจคัดกรองโรคในระยะเริ่มต้น โดยเปิดตัวสื่อประชาสัมพันธ์ชุดใหม่ที่ได้ สุชาตา ช่วงศรี (Miss World 2025) มาร่วมถ่ายทอดข้อความรณรงค์ให้ผู้หญิงและประชาชนทั่วไปสังเกตความผิดปกติของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ สถานการณ์โรคมะเร็งเต้านมในปัจจุบันยังคงเป็นมะเร็งที่พบเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มผู้หญิงทั้งระดับสากลและประเทศไทย โดยข้อมูลสถิติระบุว่าประเทศไทยมีผู้ป่วยรายใหม่ราว 21,061 รายต่อปี คิดเป็น 23.5% ของผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ในเพศหญิง ทั้งนี้ ข้อมูลสถิติทางการแพทย์จากโรงพยาบาลศิริราชระบุว่า ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่ระยะที่ 1 มีอัตราการรอดชีวิตที่ระยะเวลา 10 ปี สูงถึง 95% ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของการตรวจพบในระยะแรกเริ่ม การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและการขยายเครือข่ายความร่วมมือ ในมิติของการนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนงานสาธารณสุข โครงการนี้ได้ใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและแพลตฟอร์มการเรียนรู้ในการกระจายข้อมูล ดังนี้: ร่วมเป็นอีกหนึ่งพลังในการส่งต่อโอกาสให้ผู้หญิงไทยเข้าถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมได้อย่างทั่วถึง ด้วยการบริจาคสมทบทุนมูลนิธิถันยรักษ์ฯ เพื่อสนับสนุนการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น โดยเงินบริจาคสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ศูนย์ถันยรักษ์ โรงพยาบาลศิริราช…เอกพล ชูเชิด | 4 days ago
Read More07/10/2026
เครือซีพีเปิดเวที Dolphin Tank ภายใต้หลักสูตร CP-CoEX AI Business Accelerator ทดสอบ 7 โครงการ AI ร่วมกับ 11 พันธมิตรเทคโนโลยี ตั้งเป้าสร้างผลกระทบทางธุรกิจ 10 เท่า
เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) จัดการนำเสนอผลงานรอบแรก Dolphin Tank ภายใต้หลักสูตรบ่มเพาะธุรกิจ CP-CoEX AI Business Accelerator รุ่นที่ 1 หลังผ่านการพัฒนาร่วมกันเป็นเวลา 8 สัปดาห์ จากระยะเวลาหลักสูตรทั้งหมด 12 สัปดาห์ โดยดึงบุคลากรจากบริษัทในเครือจับคู่กับ 11 พันธมิตรเทคโนโลยีและองค์กรชั้นนำ เพื่อพัฒนาโซลูชันปัญญาประดิษฐ์ (AI) บนโจทย์การดำเนินงานจริง มุ่งเป้าสร้างผลกระทบทางธุรกิจ (Business Impact) ในระดับ 10 เท่า ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ระบุว่า วัตถุประสงค์หลักของโครงการมุ่งเน้นการสร้างบุคลากรที่มีความเข้าใจทั้งบริบทธุรกิจและขีดความสามารถทางเทคโนโลยี โดยใช้กรอบแนวคิด “Dolphin” ที่สะท้อนคุณสมบัติ 4 ด้าน ได้แก่ ความเร็ว (Speed), ความฉลาด (Intelligence), ความยืดหยุ่นคล่องตัว (Agility) และการทำงานร่วมกัน (Collaboration) ซึ่งเวที Dolphin Tank ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ทดสอบสมมติฐาน ความเป็นไปได้…ทีมคอนเทนต์ BT | 4 days ago
Read More


















