ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| Neural Machine Learning
Read More

แบไต๋เทคนิค! ทำไมสมาร์ทโฟนปัจจุบันถึงถ่ายภาพบุคคลหน้าชัดหลังเบลอได้แจ่มนัก!

จากแรกเริ่มที่ฟังก์ชั่นถ่ายภาพบนสมาร์ทโฟน เป็นเพียงส่วนเสริมที่ถูกใส่เข้ามาจากผลพวงของกระแสโลกาภิวัฒน์ที่ไม่ได้มีคุณภาพสูสีกล้องถ่ายรูปสักเท่าไหร่ แต่หลังจากที่วิวัฒนาการของเทคโนโลยีได้พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด ฟังก์ชั่นดังกล่าวก็มีประสิทธิภาพมากพอจนกลายเป็นหนึ่งในจุดขายที่แบรนด์ต่างๆ นำมาใช้เป็นไม้เด็ดในผลิตภัณฑ์ของตน ทำให้ในปัจจุบัน ทุกแบรนด์ต่างก็มีมาตรฐานเริ่มต้นของกล้องที่ใกล้เคียงกัน วันนี้ทางแบไต๋ของเราเลยพอจะอธิบายถึง 3 เทคนิคที่ว่าทำไม "สมาร์ทโฟนทั้งหลายถึงถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอได้" ถ้าพร้อมตามไปลุยกันได้เลย 1. จำลองการรับภาพของมนุษย์ที่ออกมาในรูปแบบเลนส์คู่ กล้องทุกประเภทบนโลกเป็นการจำลองวิธีการรับภาพเหมือนสายตาของมนุษย์ที่รับภาพได้แบบ 3 มิติ โดยหากอธิบายแบบคร่าวๆ เมื่อเวลาที่เราใช้ตามองวัตถุที่มีระยะห่างกัน วัตถุที่อยู่ใกล้ดวงตามากที่สุดจะเห็นได้ชัดและคม ในขณะวัตถุใดที่ห่างจากสายตาเรามากที่สุดก็จะเห็นได้ว่าวัตถุนั้นมัวขุ่น ซึ่งหากเอามาเปรียบเทียบภาพที่เราได้จากกล้องมันก็คือภาพที่หน้าชัดหลังเบลอนั่นเอง แต่กระนั้น ขนาดของเซนเซอร์บนกล้องทุกประเภท ก็ไม่สามารถเทียบเคียงการมองเห็นของมนุษย์ได้โดยสมบูรณ์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเซนเซอร์กล้องของสมาร์ทโฟนที่มีขนาดค่อนข้างจะเล็กแต่กลับมีมุมรับภาพที่กว้าง ทำให้ผลลัพธ์ของภาพถ่ายที่ออกมาจึงกลายเป็นภาพที่วัตถุทั้งหมดในรูปถูกโฟกัสหรือมีระยะห่างของความชัดตื้นที่ไม่มากนัก หลายแบรนด์ (Apple, Huawei, Vivo, Oppo ฯลฯ) จึงทำให้สมาร์ทโฟนสามารถถ่ายภาพได้สวยงามไม่น้อยหน้าไปกว่ากล้องโปร ด้วยการดัดแปลงการจำลองการรับภาพของมนุษย์ที่ออกมาในรูปแบบของเลนส์คู่ (แต่ปัจจุบันเห็นมีมากสุดตั้ง 4 เลนส์แล้วแน่ะ!) โดยสมาร์ทโฟนจะยังมีเซนเซอร์ขนาดเท่าเดิม แต่จะมีกล้องสองตัวที่ทำงานคนละส่วนและเลนส์ที่ใช้ระยะรับภาพแตกต่างกัน โดยกล้องตัวแรกจะใช้เลนส์ Wide ที่มีทางยาวโฟกัสต่ำที่จะจับความคมชัดของตัวแบบที่อยู่ข้างหน้าได้ดี ในขณะที่กล้องอีกตัวจะใช้เลนส์ Telephoto มีทางยาวโฟกัสไกลที่จะใช้ในการเก็บรายละเอียดของฉากหลังทั้งหลาย อาทิ แสงเงา, การละลายฉากหลัง ฯลฯ ซึ่งเมื่อได้ภาพจากทั้งสองกล้องเรียบร้อยก็จะถูกนำมาประมวลผลและรวมเป็นภาพเดียวกันผ่านซอฟต์แวร์ แต่ข้อเสียของเลนส์คู่เลย คือฉากหลังของภาพถ่ายประเภทบุคคลจะถูกละลายและเบลอในปริมาณสูงเนื่องจากเป็นการละลายฉากหลังที่เกิดขึ้นจากกล้องที่ใช้เลนส์ Telephoto นั่นเอง และหากเลนส์คู่ตัวหนึ่งเป็น telephoto มันก็ต้องใช้เลนส์ตัวนั้นในการถ่ายเพราะมันจะเบลอหลังได้เฉพาะส่วนที่ทับซ้อนกันของ 2 เลนส์ 2. เทคโนโลยี TrueDepth…
14/10/2018

Google Translate เปิดตัว Neural Machine Learning ให้การแปลของคุณแม่นขึ้น และอ่านง่ายขึ้น

Google ได้คิดค้นการแปลภาษาด้วยคอมพิวเตอร์อย่าง Google Translate ได้เปิดตัว Neural Machine Translation ซึ่งเป็นระบบการเรียนรู้แบบ end-to-end หรือการเรียนรู้จากต้นจนจบกระบวนการ ที่มีการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาเพื่อให้การแปลภาษามีความเป็นธรรมชาติและดียิ่งขึ้น สำหรับ Google Translate ใน 97 คู่ภาษากับภาษาอังกฤษ อาทิ ภาษาไทย ภาษาของอินเดีย 11 ภาษา (ภาษาฮินดี ภาษาเบงกาลี ภาษาปัญจาป ภาษามาราฐี ภาษาคุชราต ภาษาทมิฬ ภาษาเตลูกู ภาษามาลายาลัม ภาษากันนาดา ภาษาสินธี และภาษาอูรดู) ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาเกาหลี ภาษารัสเซีย ภาษาฮินดี ภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน ภาษาสเปน ภาษาโปรตุเกส ภาษาเวียดนาม ระบบ Neural Machine Translation จะแปลประโยคทั้งประโยคในครั้งเดียว แทนที่จะแปลทีละส่วน โดยใช้ “deep neural network” ซึ่งช่วยให้ระบบเรียนรู้และจดจำรูปแบบและโครงสร้างของประโยคต่าง ๆ ทำให้ไวยากรณ์ในประโยคที่ผ่านการแปลใกล้เคียงกับการพูดของมนุษย์มากขึ้น และเมื่อระบบเข้าใจแต่ละประโยคได้ดีขึ้น…

PR Partners

See All
Read More

ทรูเปิด Flagship Store แห่งใหม่ “True Branding Shop Happitat” เติมมิติ Tech Experience

เปิดตัวช็อปรูปแบบใหม่บนพื้นที่กว่า 300 ตารางเมตร ณ Happitat ภายใต้แนวคิด 'Active & Health Tech – Urban Motion' ซึ่งเน้นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยี สุขภาพ และการเคลื่อนไหวของไลฟ์สไตล์คนเมือง พื้นที่แห่งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นจุดหมายแห่งการเรียนรู้และเปิดประสบการณ์ โดยแบ่งจุดเด่นออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ด้านนางสาวสุจิตรา อมิตรพ่าย หัวหน้าสายงานบริหารฝ่ายปฏิบัติการ ทรู รีเทลช็อป ได้ระบุถึงเป้าหมายของพื้นที่นี้ว่า "เพราะลูกค้าคือหัวใจสำคัญของทรู เราจึงพัฒนาทุกประสบการณ์จากความเข้าใจในวิถีชีวิตและความต้องการที่เปลี่ยนไป สะท้อนความมุ่งมั่นของทรูในการเปลี่ยนร้านค้าปลีกให้เป็น
25/08/2026

CIRCULAR ECONOMY FORUM 2026 กลยุทธ์หลักเร่งธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน

เมื่อกฎเกณฑ์การค้าโลกอย่าง CBAM และ PPWR เริ่มส่งผลกระทบต่อธุรกิจไทย ผนวกกับแรงกดดันจากนักลงทุนที่มุ่งเน้นตัวชี้วัด ESG มากขึ้น คำถามสำคัญของผู้บริหารในวันนี้จึงไม่ใช่แค่ 'จะทำเศรษฐกิจหมุนเวียนหรือไม่' แต่คือ 'จะเริ่มลงมือเมื่อไหร่' ก่อนที่จะถูกกฎระเบียบและคู่แข่งบีบจนไม่มีทางเลือก ด้วยเหตุนี้ The Story Thailand จึงร่วมกับหอการค้าไทย และ Circular Economy Academy by UTCC จัดงาน 'Circular Economy Forum 2026: Sustainability in Action' เพื่อเปลี่ยนแนวคิดด้านความยั่งยืนให้เป็นกลยุทธ์สร้างรายได้และความได้เปรียบทางการแข่งขันที่จับต้องได้จริง สาเหตุที่เวทีนี้เจาะจงกลุ่มผู้บริหารระดับสูงและผู้กำหนดนโยบายองค์กร เป็นเพราะการตัดสินใจเรื่อง Circular Economy ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การลดขยะอีกต่อไป แต่เข้าไปเกี่ยวพันโดยตรงกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ การบริหารต้นทุนทรัพยากร ทิศทางการลงทุนด้านนวัตกรรม และกลยุทธ์รายได้ระยะยาว ซึ่งล้วนเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการบริหาร ภายในงานจะได้พบกับการแบ่งปันวิสัยทัศน์ระดับนโยบาย การแนะนำเครื่องมือชี้วัดมูลค่าเศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับธุรกิจ รวมถึงการถอดบทเรียนจากการลงมือทำจริงขององค์กรชั้นนำ ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น ไทยยูเนี่ยน, เอสซีจี แพคเกจจิ้ง, DEZPAX, ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป, SC…
21/08/2026

สยามพารากอนเปิด “CONNEX SPACE” พื้นที่ใหม่ใจกลางเมือง

สยามพารากอนเติมเต็มประสบการณ์เหนือความคาดหมายอีกขั้น เปิดตัว “CONNEX SPACE” พื้นที่จัดประชุมและกิจกรรมรูปแบบใหม่บนชั้น 5 สยามพารากอน ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทั้งองค์กร แบรนด์ ครีเอเตอร์ และกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่กำลังมองหาพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ ที่ครบทั้ง Location, Functionality และ Experience ในที่เดียว ภายใต้แนวคิด “Elevate Every Event at Connex Space” พื้นที่แห่งนี้ได้รับการออกแบบให้มีบรรยากาศทันสมัย เป็นส่วนตัว และสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น เหมาะสำหรับทั้ง Business Meeting, Workshop, Training, Seminar, Presentation, Private Event, Content Creator Gathering ตลอดจนกิจกรรมพิเศษของแบรนด์และองค์กร CONNEX SPACE มีพื้นที่รวม 310 ตารางเมตร ประกอบด้วย Meeting Room 2 ห้อง ซึ่งสามารถเปิดเชื่อมต่อกันเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ รองรับผู้เข้าร่วมได้สูงสุด 90 คน พร้อม…
18/08/2026

เมื่อ AI เข้าสู่ห้องเรียนไทย โจทย์ใหญ่ไม่ใช่การห้ามใช้ แต่คือทำอย่างไรให้เด็กยังคิดเป็น

เมื่อ Generative AI เปลี่ยนโลกการเรียนรู้ ถึงเวลาปรับ “วิธีสอน–วิธีวัดผล” ให้เด็กใช้ AI เป็น โดยไม่ทิ้งทักษะการคิด  บทความโดย จิระวัฒน์ ภูมิศรีแก้ว เลขาธิการและที่ปรึกษา สมาคมการค้าแพลตฟอร์มดิจิทัลไทย Generative AI กำลังเปลี่ยนวิธีเรียนรู้ของนักเรียนทั่วโลก ตั้งแต่การค้นคว้าข้อมูล การทำการบ้าน ไปจนถึงการเขียนรายงานและแก้โจทย์ที่ซับซ้อน ขณะที่ระบบการศึกษา ครู และผู้กำหนดนโยบายยังอยู่ระหว่างการปรับตัว สำหรับประเทศไทย คำถามจึงอาจไม่ใช่อีกต่อไปว่า “เด็กไทยใช้ AI หรือไม่” แต่คือจะทำอย่างไรให้ AI เป็นเครื่องมือช่วยเรียนรู้ โดยไม่กลายเป็นทางลัดที่ทำให้เด็กสูญเสียกระบวนการคิด ลองคิดถึงนักเรียนที่ส่งงานได้สมบูรณ์แบบทุกครั้ง แต่เมื่อถึงวันสอบกลับไม่สามารถอธิบายวิธีคิดหรือที่มาของคำตอบได้ สถานการณ์เช่นนี้สะท้อนความท้าทายใหม่ของการศึกษาในยุค AI เพราะผลงานที่ดีขึ้นไม่ได้หมายความว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นจริง แตกต่างจากเทคโนโลยีในอดีตที่ช่วยให้ผู้เรียนเข้าถึงข้อมูลได้เร็วขึ้น Generative AI สามารถสรุปงานวิจัย เขียนบทความ สร้างรายงาน หรือแก้โจทย์ได้ภายในไม่กี่วินาที กิจกรรมที่เคยเป็นพื้นที่ฝึกฝนการคิดจึงอาจถูกแทนที่ด้วยคำสั่งเพียงไม่กี่บรรทัด AI สามารถช่วยการเรียนรู้ได้อย่างมาก หากใช้เพื่ออธิบายสิ่งที่ไม่เข้าใจ ตั้งคำถาม หรือทดลองแนวคิด แต่หากใช้เพื่อหลีกเลี่ยงกระบวนการคิดที่จำเป็น ทักษะการวิเคราะห์และแก้ปัญหาอาจค่อย ๆ อ่อนแอลงโดยไม่รู้ตัว…