Tags
| Neural Machine Learning
06/11/2018
วรายุทธ เชิดศรีชูเกียรติ | 2657 days ago
แบไต๋เทคนิค! ทำไมสมาร์ทโฟนปัจจุบันถึงถ่ายภาพบุคคลหน้าชัดหลังเบลอได้แจ่มนัก!
จากแรกเริ่มที่ฟังก์ชั่นถ่ายภาพบนสมาร์ทโฟน เป็นเพียงส่วนเสริมที่ถูกใส่เข้ามาจากผลพวงของกระแสโลกาภิวัฒน์ที่ไม่ได้มีคุณภาพสูสีกล้องถ่ายรูปสักเท่าไหร่ แต่หลังจากที่วิวัฒนาการของเทคโนโลยีได้พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด ฟังก์ชั่นดังกล่าวก็มีประสิทธิภาพมากพอจนกลายเป็นหนึ่งในจุดขายที่แบรนด์ต่างๆ นำมาใช้เป็นไม้เด็ดในผลิตภัณฑ์ของตน ทำให้ในปัจจุบัน ทุกแบรนด์ต่างก็มีมาตรฐานเริ่มต้นของกล้องที่ใกล้เคียงกัน วันนี้ทางแบไต๋ของเราเลยพอจะอธิบายถึง 3 เทคนิคที่ว่าทำไม "สมาร์ทโฟนทั้งหลายถึงถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอได้" ถ้าพร้อมตามไปลุยกันได้เลย 1. จำลองการรับภาพของมนุษย์ที่ออกมาในรูปแบบเลนส์คู่ กล้องทุกประเภทบนโลกเป็นการจำลองวิธีการรับภาพเหมือนสายตาของมนุษย์ที่รับภาพได้แบบ 3 มิติ โดยหากอธิบายแบบคร่าวๆ เมื่อเวลาที่เราใช้ตามองวัตถุที่มีระยะห่างกัน วัตถุที่อยู่ใกล้ดวงตามากที่สุดจะเห็นได้ชัดและคม ในขณะวัตถุใดที่ห่างจากสายตาเรามากที่สุดก็จะเห็นได้ว่าวัตถุนั้นมัวขุ่น ซึ่งหากเอามาเปรียบเทียบภาพที่เราได้จากกล้องมันก็คือภาพที่หน้าชัดหลังเบลอนั่นเอง แต่กระนั้น ขนาดของเซนเซอร์บนกล้องทุกประเภท ก็ไม่สามารถเทียบเคียงการมองเห็นของมนุษย์ได้โดยสมบูรณ์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเซนเซอร์กล้องของสมาร์ทโฟนที่มีขนาดค่อนข้างจะเล็กแต่กลับมีมุมรับภาพที่กว้าง ทำให้ผลลัพธ์ของภาพถ่ายที่ออกมาจึงกลายเป็นภาพที่วัตถุทั้งหมดในรูปถูกโฟกัสหรือมีระยะห่างของความชัดตื้นที่ไม่มากนัก หลายแบรนด์ (Apple, Huawei, Vivo, Oppo ฯลฯ) จึงทำให้สมาร์ทโฟนสามารถถ่ายภาพได้สวยงามไม่น้อยหน้าไปกว่ากล้องโปร ด้วยการดัดแปลงการจำลองการรับภาพของมนุษย์ที่ออกมาในรูปแบบของเลนส์คู่ (แต่ปัจจุบันเห็นมีมากสุดตั้ง 4 เลนส์แล้วแน่ะ!) โดยสมาร์ทโฟนจะยังมีเซนเซอร์ขนาดเท่าเดิม แต่จะมีกล้องสองตัวที่ทำงานคนละส่วนและเลนส์ที่ใช้ระยะรับภาพแตกต่างกัน โดยกล้องตัวแรกจะใช้เลนส์ Wide ที่มีทางยาวโฟกัสต่ำที่จะจับความคมชัดของตัวแบบที่อยู่ข้างหน้าได้ดี ในขณะที่กล้องอีกตัวจะใช้เลนส์ Telephoto มีทางยาวโฟกัสไกลที่จะใช้ในการเก็บรายละเอียดของฉากหลังทั้งหลาย อาทิ แสงเงา, การละลายฉากหลัง ฯลฯ ซึ่งเมื่อได้ภาพจากทั้งสองกล้องเรียบร้อยก็จะถูกนำมาประมวลผลและรวมเป็นภาพเดียวกันผ่านซอฟต์แวร์ แต่ข้อเสียของเลนส์คู่เลย คือฉากหลังของภาพถ่ายประเภทบุคคลจะถูกละลายและเบลอในปริมาณสูงเนื่องจากเป็นการละลายฉากหลังที่เกิดขึ้นจากกล้องที่ใช้เลนส์ Telephoto นั่นเอง และหากเลนส์คู่ตัวหนึ่งเป็น telephoto มันก็ต้องใช้เลนส์ตัวนั้นในการถ่ายเพราะมันจะเบลอหลังได้เฉพาะส่วนที่ทับซ้อนกันของ 2 เลนส์ 2. เทคโนโลยี TrueDepth…14/10/2018
Google Translate เปิดตัว Neural Machine Learning ให้การแปลของคุณแม่นขึ้น และอ่านง่ายขึ้น
Google ได้คิดค้นการแปลภาษาด้วยคอมพิวเตอร์อย่าง Google Translate ได้เปิดตัว Neural Machine Translation ซึ่งเป็นระบบการเรียนรู้แบบ end-to-end หรือการเรียนรู้จากต้นจนจบกระบวนการ ที่มีการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาเพื่อให้การแปลภาษามีความเป็นธรรมชาติและดียิ่งขึ้น สำหรับ Google Translate ใน 97 คู่ภาษากับภาษาอังกฤษ อาทิ ภาษาไทย ภาษาของอินเดีย 11 ภาษา (ภาษาฮินดี ภาษาเบงกาลี ภาษาปัญจาป ภาษามาราฐี ภาษาคุชราต ภาษาทมิฬ ภาษาเตลูกู ภาษามาลายาลัม ภาษากันนาดา ภาษาสินธี และภาษาอูรดู) ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาเกาหลี ภาษารัสเซีย ภาษาฮินดี ภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน ภาษาสเปน ภาษาโปรตุเกส ภาษาเวียดนาม ระบบ Neural Machine Translation จะแปลประโยคทั้งประโยคในครั้งเดียว แทนที่จะแปลทีละส่วน โดยใช้ “deep neural network” ซึ่งช่วยให้ระบบเรียนรู้และจดจำรูปแบบและโครงสร้างของประโยคต่าง ๆ ทำให้ไวยากรณ์ในประโยคที่ผ่านการแปลใกล้เคียงกับการพูดของมนุษย์มากขึ้น และเมื่อระบบเข้าใจแต่ละประโยคได้ดีขึ้น…salinee tintumrong | 2681 days ago
Read MorePR Partners
See All13/02/2026
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1 days ago
BUZZEBEES พลิกประวัติศาสตร์ Marketing Platform สู่ “Revenue Engine” อันดับ 1 ในอาเซียนด้วยยุทธศาสตร์ Beyond Loyalty 2026
กรุงเทพฯ (11 กุมภาพันธ์ 2026) – BUZZEBEES (บัซซี่บีส์) ผู้นำเบอร์หนึ่งด้าน Marketing Platform แห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศทรานส์ฟอร์มธุรกิจครั้งยิ่งใหญ่ภายใต้วิสัยทัศน์ “Beyond Loyalty: The Proven Full-Funnel Ecosystem for Strategic Growth” มุ่งเป้าจากการเป็นเพียงระบบสะสมแต้ม สู่การเป็น "เครื่องยนต์สร้างรายได้" ที่ขับเคลื่อนด้วย AI Engine และทีมผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับแบรนด์ทั่วอาเซียน ในปี13/02/2026
ทรู ผนึก บก.ปอท. ทลายฐานเน็ตเถื่อนแม่สาย ตัดวงจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ
เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2026 ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้สร้างผลงานชิ้นสำคัญในการพิทักษ์ความปลอดภัยไซเบอร์ให้คนไทย โดยการประสานพลังกับตำรวจ บก.ปอท. และ สำนักงาน กสทช. เปิดปฏิบัติการจู่โจมตรวจค้นอาคารต้องสงสัยในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อหยุดยั้งการลักลอบส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามพรมแดนไปยังกลุ่มมิจฉาชีพ เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้เริ่มจากการตรวจพบความผิดปกติผ่านระบบมอนิเตอร์ของทรู ซึ่งพบสัญญาณอันตรายที่เป็นกุญแจสำคัญนำไปสู่การจับกุม จากการเข้าตรวจค้นอะพาร์ตเมนต์ใกล้ชายแดน แม้จะไม่พบตัวผู้ต้องหาในที่เกิดเหตุ แต่เจ้าหน้าที่ได้พบหลักฐานชิ้นสำคัญ: นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ ผู้บริหารจากทรู ย้ำชัดว่าบริษัทพร้อมยกระดับมาตรการเฝ้าระวังชายแดนอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้โครงข่ายถูกใช้ในทางที่ผิด โดยทรูได้เสริมเกราะป้องกันให้ลูกค้าด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ใช้ระบบวิเคราะห์ความเสี่ยงตั้งแต่ขั้นตอนการลงทะเบียนซิม เพื่อสกัดกั้นบัญชีม้า พร้อม True CyberSafe บริการป้องกันภัยออนไลน์ "ฟรี" สำหรับลูกค้าทรูและดีแทคทุกคน ช่วยบล็อกลิงก์อันตรายและ SMS เสี่ยงโชค/หลอกลวงอัตโนมัติ โดยไม่ต้องโหลดแอปเพิ่มภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1 days ago
Read More13/02/2026
เมื่อ “ความเร็ว 5G” มาเจอกับ “แรงรัก” : เจาะลึกปรากฏการณ์รอยยิ้มยกด้อมจาก True-dtac
ถ้าบอกว่าสัญญาณ 5G ที่ว่าแรงแล้ว ยังสู้ "แรงรัก" ของเหล่าแฟนคลับไม่ได้ ก็คงไม่เกินจริง! เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ในวงการ Fandom ด้วยการจัดงาน “TRUE DTAC 5G FANDOM OF SMILE – อัพสัญญาณความสุข ยิ้มยกด้อม” งานนี้ไม่ใช่แค่การรวมตัวของซุปตาร์ แต่คือการประกาศว่า "เทคโนโลยีที่ดีที่สุด ต้องมาพร้อมกับความสุขที่จับต้องได้" Double ฟิน x2 : เมื่อตัวท็อป Gen Z มาอยู่บนเวทีเดียวกัน ทำเอาลานจัดงานแทบแตก ! เมื่อทรูดึง 2 คู่จิ้นสุดฮอตแห่งยุคอย่าง “เจมีไนน์–โฟร์ท” และ “ฟอส–บุ๊ค” มาเสิร์ฟโมเมนต์หวานฉ่ำแบบคูณสอง พร้อมเซอร์ไพรส์พิเศษจากวง "Clo'ver" น้องใหม่ไฟแรงจาก GMM TV ในยุคที่มิจฉาชีพดุพอ ๆ กับความหล่อของศิลปิน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1 days ago
Read More12/02/2026
Thailand Social Awards ครั้งที่ 14 แบรนด์ดัง-ครีเอเตอร์ตัวท็อป ตบเท้าลุ้นกว่า 300 รางวัล
ขยับเข้ามาใกล้แล้วสำหรับงานประกาศรางวัลที่คนทำเพจ แบรนด์ และอินฟลูเอนเซอร์รอคอยที่สุดงานหนึ่งของปี อย่าง Thailand Social Awards ครั้งที่ 14 ที่ทาง Wisesight จับมือกับ ICONSIAM จัดขึ้น เพื่อมอบรางวัลให้กับคนที่ทำผลงานบนโซเชียลมีเดียได้ยอดเยี่ยมที่สุด โดยปีนี้เขามีแจกกันกว่า 300 รางวัลเลยทีเดียว สิ่งที่น่าสนใจของปีนี้คือ มีการ "ยกระดับเกณฑ์การตัดสิน" ใหม่ ให้เข้มข้นขึ้น โดยไม่ได้ดูแค่ตัวเลขไลก์ แชร์ วิว แบบเดิม ๆ แต่มีคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญจากหลายวงการมาช่วยดูเรื่อง "คุณภาพ" และ "จริยธรรม" ด้วย เพื่อให้คนที่ได้รางวัลคือคนที่เจ๋งจริง ๆ ในปีที่ผ่านมา 1. หมวดคนบันเทิง (Entertainment Figures) อันนี้แฟนคลับลุ้นกันตัวโก่งแน่นอน เพราะรวมตัวท็อปไว้เพียบ 2. หมวดครีเอเตอร์ (Creators) สายคอนเทนต์ปีนี้เน้นความเรียลและสาระบันเทิง 3. หมวดคอนเทนต์ (Content) 4. หมวดแบรนด์ (Brands) อันนี้แข่งกันดุมาก เพราะมีถึง 36…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 2 days ago
Read More








