Tags
| science
14/01/2021
1 เม.ย.นี้ดีเดย์ จีนเปิดให้ทั่วโลกใช้ ‘กล้องโทรทรรศน์วิทยุใหญ่ที่สุดในโลก’
หลังจากซุ่มใช้คนเดียวมาระยะใหญ่ ในที่สุด จีนก็พร้อมตอบรับการเข้าใช้ ‘กล้องโทรทรรศน์วิทยุฟาสต์ (Five-hundred-meter Aperture Spherical radio Telescope: FAST)’ จากทั่วโลกแล้ววววว หอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์แห่งชาติจีน (National Astronomical Observatory of China: NAOC) สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (Chinese Academy of Sciences: CAS) ผู้ดูแลการทำงานของกล้องโทรทรรศน์วิทยุฟาสต์ กล่าวยืนยันเมื่อวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมาว่า นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกจะสามารถจองขอใช้อุปกรณ์ของกล้องโทรทรรศน์ดังกล่าวทางออนไลน์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนนี้เป็นต้นไป ส่วนตารางการจัดสรรเวลาจะประกาศอีกครั้งภายในวันที่ 1 สิงหาคม 2564 เจียงเผิง หัวหน้าวิศวกรของกล้องโทรทรรศน์วิทยุฟาสต์ กล่าวว่า ในช่วงปีแรกของการเปิดให้สาธารณชนทั่วโลกใช้งานกล้องโทรทรรศน์นี้ จะจัดสรรเวลาให้บรรดานักวิทยาศาสตร์ต่างชาติสังเกตการณ์ราวร้อยละ 10 และเสริมว่า นักวิทยาศาสตร์ชาวจีนเองก็ต้องจองใช้บริการทางออนไลน์ตามขั้นตอนที่กำหนดไว้เช่นกัน กล้องโทรทรรศน์ฟาสต์เป็นกล้องโทรทรรศน์วิทยุที่มีจานรับสัญญาณคลื่นวิทยุแบบจานเดี่ยวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยขนาดจานรับสัญญาณที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 500 เมตร ตั้งอยู่ในภูมิประเทศแบบคาสต์ที่ถูกกัดกร่อนเป็นแอ่งกลมลึกซึ่งเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ ในมณฑลกุ้ยโจว และได้ชื่อว่าเป็นกล้องโทรทรรศน์วิทยุที่ตอบสนองเร็วที่สุดในโลก โดยเริ่มเปิดดำเนินงานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2020 ซึ่งเพิ่งครบการใช้งานไป…วัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 1864 days ago
Read More11/01/2021
นักวิทยาศาสตร์เผย! ปี 2020 สั้นกว่าทุกปี เพราะโลกกำลังหมุนเร็วขึ้น
ถึงแม้ปี 2020 จะเป็นปีที่ยาวนานและยากลำบากเพราะเหตุการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสสำหรับใครหลาย ๆ คน แต่คุณรู้หรือไม่ว่านักวิทยาศาสตร์บอกว่า ปี 2020 เป็นปีที่สั้นที่สุดในรอบ 10 เพราะโลกกำลังหมุนเร็วขึ้น และนั่นอาจสั่งผลต่อระบบนาฬิกาทั่วโลก โดยปกติแล้วโลกหมุนรอบตัวเองกินเวลา 24 ชั่วโมง หรือ 84,000 วินาที (บวกลบเล็กน้อย) ก่อนหน้านี้วันที่ 5 กรกฎาคม 2548 เป็นวันที่สั้นที่สุด โดยมีเวลาต่อวันน้อยกว่ามาตราฐาน 1.0516 มิลลิวินาที แต่ล่าสุดนักวิทยาศาสตร์พบว่าเมื่อวันที่ 19 กรกฏาคม 2563 ได้ทุบสถิติวันที่น้อยที่สุดไปด้วยเวลาที่น้อยกว่าปกติ 1.4602 มิลลิวินาที และ 28 อันดับวันที่สั้นที่สุดตั้งแต่เคยบันทึกมา ก็อยู่ในปี 2020 ทั้งหมดอีกด้วย นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่านี่ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะด้วยปัจจัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเอื้อให้โลกหมุนเร็วกว่าเดิมอยู่แล้ว และปีหน้าโลกจะหมุนเร็วขึ้นทำให้เวลาเฉลี่ยต่อวันจะหายไป 0.5 มิลลิวินาที ส่งผลให้เวลาขาดไปประมาณ 19 มิลลิวินาทีในปี 2021 นักวิทยาสาสตร์จาก International Earth Rotation…Natnaree TK | 1867 days ago
Read More07/01/2021
นักวิจัยเจ๋ง! เปลี่ยนใบสับปะรด เป็นชิ้นส่วนโดรนที่สามารถย่อยสลายได้ภายใน 2 สัปดาห์
นักวิจัยในมาเลเซียค้นพบวิธีการเปลี่ยนเส้นใยจากใบสับปะรดให้กลายเป็นวัสดุที่แข็งแรงพอที่จะทำโครงโดรนได้ ศาสตราจารย์ Mohamed Thariq Hameed Sultan จากมหาวิทยาลัย Putra กล่าวกับสำนักข่าว Reuters ว่า โดรนดังกล่าวสร้างขึ้นโดยวัสดุที่มีอัตราส่วนความแข็งแรงต่อน้ำหนักสูงกว่าเฟรมที่ทำด้วยเส้นใยสังเคราะห์ (synthetic fibers) นอกจากนี้มันยังเบากว่า และถูกกว่าด้วย นักวิจัยกล่าวว่าโครงโดรนที่ได้รับความเสียหายสามารถนำไปฝังได้ วัสดุผสมชีวภาพจะย่อยสลายภายใน 2 สัปดาห์ พวกเขากล่าวว่าโดรนต้นแบบสามารถบินได้ประมาณ 1,000 เมตร (3,280 ฟุต) และมันสามารถบินสูงได้กว่า 20 นาที (เช่นเดียวกับโดรนแบบอื่น ๆ ) นักวิจัยตั้งเป้าที่จะสร้างโดรนที่ใหญ่พอที่จะสามารถบรรทุกน้ำหนักที่มากขึ้นเพื่อใช้ในการเกษตรในอนาคตอีกด้วย อ้างอิง Engadget พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสNatnaree TK | 1871 days ago
Read More15/02/2019
งานวิจัยเผย เกมไม่ได้ทำให้วัยรุ่นก้าวร้าวขึ้น!
ก่อนหน้านี้สังคมเรามักจะมองว่าการที่เด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าวนั้นเป็นผลมาจากการที่พวกเขาเล่นเกมที่มีการใช้ความรุนแรง แต่นักวิจัยสองคนจากมหาวิทยาลัย Oxford และ Cardiff ประเทศอังกฤษออกมาบอกเราแล้วว่า มันไม่ใช่เรื่องจริง Andrew Przybylski และ Netta Weinstein สองนักวิจัยได้ทำการตีพิมพ์ผลงานของเขาผ่านวารสาร Royal Society Open Science ถึงงานวิจัยนี้ว่า จากการทำแบบสำรวจในวัยรุ่นกว่า 1,000 คน ที่มีอายุ 14-15 ปี รวมถึงผู้ปกครองของพวกเขาถึงพฤติกรรมการเล่นเกม ประเภทเกมที่เล่นเรทเกมที่เล่น และลักษณะนิสัยการแสดงออกของเด็กหลังเล่นเกมผ่านตัวเด็กเอง และผู้ปกครอง ผลจากการสำรวจพบว่า 2 ใน 3 ของเด็กผู้ชาย และ มากกว่าครึ่งของเด็กผู้หญิงเล่นเกม จากการสำรวจทั้งจากตัวเด็กเองและผู้ปกครอง ไม่มีรายงานว่าเด็กๆมีแนวโน้มที่จะมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าว และพฤติกรรมต่อต้านสังคม สิ่งที่พวกเขาได้จากงานวิจัยนี้คือบางครั้งการเล่นเกมทำให้เด็กเหล่านั้นหงุดหงิด แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาก้าวร้าวขึ้น มันเป็นเพียงพฤติกรรมปกติที่เกิดขึ้นกับคนทั่วไปเท่านั้นเอง อ้างอิงNatnaree TK | 2563 days ago
Read More14/02/2019
Apple เตรียมรองรับให้ทหารผ่านศึกเข้าถึงบันทึกเวชระเบียนของตนเองบน iPhone!
หลังจากที่มีข่าวลือเรื่องนี้มาเป็นเวลานานในที่สุด Apple ก็เผยถึงการร่วมมือกับสถาบันสุขภาพโดยจะให้ทหารผ่านศึก 9 ล้านนาย ได้ใช้ประโยขน์จากเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์นี้ Apple ประกาศจะจับมือกับสถาบันสุขภาพ 39 แห่งและ โรงพยาบาลอีก 100 แห่ง จัดทำเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการจัดเก็บข้อมูลแบบเก่า โดยผู้ใช้งาน และ แพทย์ สามารถดูประวัติการรักษาต่างๆ ผลแลป ใบจ่ายยา และอื่นๆ ได้ผ่านแอปบน iPhone Apple คาดหวังว่าสิ่งนี้จะทำให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว และป้องกันข้อมูลตกหล่นได้ เพื่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดแก่ตัวผู้ใช้งานแอป และแพทย์ผู้ทำการรักษา นอกจากนี้ข้อมูลเหล่านั้นจะสามารแชร์ไปยังแอปสุขภาพอื่นๆบนโทรศัพท์ของผู้ใช้งาน เพื่อให้เกิดการดูแลสุขภาพองค์รวมจากหลายๆแอปได้ แต่ Apple ไม่ใช่บริษัทเดียวที่กำลังให้ความสนใจเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์นี้ เพราะเมื่อไม่นานมานี้ Amazon เพิ่งประกาศขายซอฟต์แวร์ที่สามารถอ่านเวชระเบียน และให้คำแนะนำวิธีการรักาษาในผู้ป่วยที่มีงบประมานจำกัด ส่วนทาง Google ก็ได้ยื่นจดสิทธิบัตรสำหรับระบบ AI ที่ออกแบบมาให้สามารถเตือนแพทย์ถึงเหตุการณ์ทางการแพทย์ที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยได้อีกด้วย อ้างอิงNatnaree TK | 2564 days ago
Read More14/02/2019
NASA ปิดตำนานยานสำรวจ Opportunity หลังจากปฏิบัติภารกิจบนดาวอังคารนานกว่า 15 ปี!
เป็นเรื่องน่าเศร้าที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าที่ผ่านมา (13 กุมภาพันธ์ 2019) เมื่อ NASA ประกาศจบภารกิจสำรวจดาวอังคารของยานสำรวจพื้นผิว 6 ล้ออย่าง Opportunity หลังจาก ทีมวิศวกร NASA’s Jet Propulsion Laboratory (JPL) ขาดการติดต่อกับยานสำรวจร่วมปี สัญญาณวิทยุของ Opportunity เริ่มเงียบหายไปตั้งแต่ 10 มิถุนายน 2018 หลังจากที่เกิดพายุฝุ่นลูกใหญ่บนดาวอังคาร ข้อความสุดท้ายที่ NASA ได้รับคือ สภาพแวดล้อมบนดาวอังคารนั้นมืดและแบตเตอรี่ของบอทก็ใกล้จะหมด หลังจากขาดการติดต่อ NASA พยายามใช้ทุกวิถีทางที่จะเชื่อมการติดต่ออีกครั้งแต่ก็ไม่เป็นผล และหลังจากการส่งข้อความสุดท้ายไปยัง Opportunity NASA ก็ได้ตัดสินใจยุติภารกิจของมันลง ทีมงานคาดว่าสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้ขาดการติดต่อกับ Opportunity มี 2 กรณีคือ หลังจากพายุฝุ่นที่ Opportunity เจอสงบลง ทำให้เกิดชั้นฝุ่นหนาเกาะบนแผง Solar panels ทำให้ Opportunity ไม่สามารถสร้างพลังงานได้ ส่วนข้อที่สองคือ พายุฝุ่นอาจทำให้นาฬิกาของ Opportunity…Natnaree TK | 2564 days ago
Read More10/02/2019
ทำไมเราถึงมีอาการ Déjà Vu (เดจาวู) ?
Déjà Vu เป็นคำจำกัดความที่ใช้เรียกความรู้สึกเหมือนกับคุณเคยเจอเหตุการณ์นั้นๆมาก่อนหน้านี้ มันดูเหมือนจะเป็นเรื่องธรรมดาที่ใครๆก็มีโอกาสเจอ โดยส่วนมากแล้วปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นไม่บ่อยนักในช่วงชีวิต โดยทั่วไปเฉลี่ย 1 ครั้ง/ปี และจำนวนครั้งจะลดลงไปตามอายุที่เพิ่มขึ้น ถึงแม้ว่าเดจาวูจะเป็นอาการที่พบได้ทั่วไป แต่การวิจัยในเรื่องนี้ค่อนข้างมีข้อจำกัดมาก สาเหตุของการเกิดเดจาวูในผู้ที่ไม่มีอาการทางจิตเภท หรือลมชักแล้วละก็ จะมีสาเหตุหลักๆอยู่ 4 อย่างคือ ความสนใจ, ความจำ, การประมวลผลแบบผสาน และ ระบบประสาท 1.ความสนใจ สาเหตุของอาการเดจาวูที่เกิดจากความสนใจนี้อธิบายไว้ว่า มันเกิดจากความสนใจแบบ 'ตั้งใจ' และ 'ไม่ตั้งใจ' ตัวอย่างเช่นเมื่อคุณกำลังจะไขกุญแจประตูแต่ทันใดนั้นคุณก็ถูกเสียงรบกวน เพียงแค่ชั่วขณะที่คุณใจลอยเมื่อคุณกลับมาสนใจกับการไขกุญแจอีกครั้งหนึ่ง ภาพของการไขกุญแจก่อนหน้านี้จะถูกทำให้เหมือนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วในอดีต โดยสิ่งที่เข้ามารบกวนการรับรู้ของคุณอาจจะเป็นเสียงรอบข้าง หรือแม้กระทั่งการกะพริบตาเพียงครั้งเดียวก็ได้ 2.ความจำ ในแต่ละวันเราได้รับข้อมูลมากมายแต่ไม่ใช่รายละเอียดทั้งหมดที่เราสามารถจำได้ บางสิ่งที่ได้รับรู้เข้ามาใหม่อาจมีรายละเอียดคล้ายๆ กับสิ่งที่เราเคยเห็นแต่เราไม่สามารถจำรายละเอียดในตอนนั้นได้ทั้งหมด หลักฐานของหลักการนี้คือการที่ผู้คนไม่ใส่ใจกับรายละเอียดต่างๆ ในข้อมูลทั้งหมด การประมวลผลข้อมูลที่ได้รับมาใหม่ในภายหลังจึงทำให้เกิดความคุ้นเคยและเกิดเดจาวูได้เป็นครั้งคราว 3.การประมวลผลแบบประสาน ว่าง่ายๆคือระบบการประมวลผลของ 'การรับรู้' และ'ความจำ' ทำงานไม่สัมพันธ์กันชั่วขณะนั่นเอง 4.ระบบประสาท สำหรับสาเหตุนี้เดจาวูจะเกิดจากการที่เกิดการชักเล็กน้อยในสมองส่วน Temporal lobe ในคนที่ไม่มีอาการลมชัก หรือเป็นอาการที่การส่งกระแสประสาทระหว่าง หู ตา หรืออวัยวะรับสัมผัสอื่นๆล่าช้า ทำให้ระบบประมวลผลในสมองส่วนกลางช้าไปด้วย ทั้ง…Natnaree TK | 2568 days ago
Read More10/02/2019
ภายใน 5 นาที! คุณก็สามารถตรวจหาความเสี่ยงของโรคสมองเสื่อมได้
นักวิทยาศาสตร์ใช้เวลาเพียงแค่ 5 นาที ในการใช้คลื่นอัลตราซาวน์สแกนหลอดเลือดบริเวณลำคอในคนมากกว่า 3,000 คนและ ติดตามผลหลังจากทำการอัลตราซาวน์เป็นเวลา 15 ปี พวกเขาพบว่าคนที่มีชีพจรเต้นแรงมีแนวโน้มที่จะมีภาวะสมองเสื่อมได้มากกว่าคนทั่วไป พวกเขาหวังว่านี่จะเป็นวิธีทางใหม่ในการตรวจทำนายโรค ในปี 2002 ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัย London ได้ทำการวัดชีพจรของหลอดเลือดที่จะส่งเลือดเข้าไปเลี้ยงสมอง ในคน 3,191 คน ชีพจรที่เต้นแรงสามารถทำให้เกิดความเสียหายกับหลอดเลือดขนาดเล็กในสมองได้ มันอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างของเส้นเลือดในสมองเล็กน้อย และอาจทำให้เกิดการเลือดออกในสมองเล็กน้อยที่เราเรียกกันว่า Mini-Strokes. มากกว่า 15 ปีที่ติดตามผู้ป่วยในเรื่องของความจำ และความสามารถในการแก้ปัญหาของสมอง ผู้ที่มีชีพจรเต้นแรงกว่า 50% มีความสามารถในการเรียนรู้ลดลง การเรียนรู้ที่ช้าลงเป็นอาการแรกๆของอาการสมองเสื่อม แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีอาการเช่นนี้ นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า งานวิจัยนี้เพียงแค่นำเสนอแนวทางใหม่ในการตรวจป้องกันโรคสมองเสื่อม เพื่อให้เราหาทางรับมือ และหาทางรักษาได้อย่างรวดเร็ว การควบคุมความดันโลหิต และปริมาณคอเลสเตอรอลที่ดีที่สุดคือการคุมอาหาร การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และไม่สูบบุหรี่สามารถช่วยลดการเกิดภาวะสมองเสื่อมได้ ดร.Scott Chiesa กล่าวว่า สมองเสื่อมเป็นผลลัพธ์มาจากการที่สมองได้รับผลกระทบมานาน เมื่อผู้ป่วยเข้าสู่ภาวะสมองเสื่อมแล้วมันก็สายเกินไปที่จะรักษา สิ่งที่เรากำลังพยายามจะบอกก็คือ หากคุณรู้ภาวะเสี่ยงได้เร็วเท่าไหร่นั้นจะเป็นผลดีกับตัวคุณ อย่างไรก็ตามงานวิจัยนี้ไม่มีข้อมูลอื่นๆของอาสาสมัคร งานวิจัยชิ้นต่อไปจึงมีแผนว่าจะใช้เครื่อง MRI ในการสแกน เพราะจะสามารถเห็นถึงโครงสร้าง และหน้าที่ของสมองที่เปลี่ยนแปลงในผู้ป่วยที่มีแนวโน้มที่จะมีภาวะสมองเสื่อมด้วย แต่ก็ยังมีนักวิจัยบางคนที่ยังมีความเห็นต่าง โดยพวกเขาให้ความเห็นว่า…Natnaree TK | 2568 days ago
Read More10/02/2019
ทำไมคนอ้วนถึงเสี่ยงมะเร็งมากกว่าคนปกติ?
ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัย Trinity, Dublin ได้ออกมาอธิบายถึงสาเหตุที่คนอ้วนมีแนวโน้มที่จะเป็นมะเร็งมากกว่าคนปกติว่า ในร่างกายของเรามีเซลล์ชนิดหนึ่งที่สามารถทำลายเซลล์เนื้อเยื่อมะเร็งได้ ซึ่งไขมันจะเข้าไปอุดตันเซลล์นี้ และส่งผลให้เซลล์หยุดทำงานได้ ความอ้วนเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งรองมาจากการสูบบุหรี่ และมีผู้ป่วยโรคมะเร็งมากกว่า 22,800 คน/ปี ในสหราชอาณาจักรที่มีภาวะน้ำหนักเกิน ผู้เชี่ยวชาญเคยตั้งข้อสังเกตว่าไขมันอาจสามารถส่งสัญญาณไปยังร่างกาย ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์ทำให้เกิดมะเร็ง และการเพิ่มจำนวนของเซลล์มะเร็งเหล่านั้น และในตอนนี้งานวิจัยของ Trinity ก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าสิ่งที่ไขมันทำคือการอุดตันเซลล์ นักวิทยาศาสตร์จึงหวังว่าพวกเขาจะสามารถค้นหายารักษาที่สามารถฟื้นฟูศักยภาพของเซลล์ทีสามารถกำจัดเนื้อเยื่อมะเร็ง (Killer Cell) ในร่างกายของเราได้ ศาสตราจารย์ Lydia Lynch กล่าวว่า สารที่ลดการดูดซึมไขมันเข้า Killer Cell อาจช่วยได้ เราได้พยายามทำการทดลองในห้องแลป แต่อีกหนึ่งวิธีที่ดีคือการลดน้ำหนัก มันไม่เพียงช่วยป้องกันคุณจากมะเร็ง แต่มันยังดีต่อสุขภาพโดยรวมของคุณด้วย ทางด้าน ดร. Leo Carlin จากสถาบันวิจัยมะเร็งประเทศอังกฤษ Beatson Institute ก็ออกมากล่าวว่า แม้ว่าเราจะรู้ว่าความอ้วนเป็น 1 ในสาเหตุที่ทำให้เกิดความเสี่ยงมะเร็งกว่า 13 ชนิด แต่เราก็ยังไม่รู้แน่ชัดถึงกระบวนการพื้นฐานของมันอยู่ดี จากงานวิจัยชิ้นนี้ทำให้เราเห็นว่าโมเลกุลของไขมันเข้าไปทำให้เซลล์ภูมิคุ้มกันไม่สามารถทำหน้าที่กำจัดเซลล์เนื้องอกตามกลไกการของมันได้อย่างที่มันควรจะเป็น เราจึงลองมองหาวิธีการรักษาแบบใหม่จากงานวิจัยนี้ มีงานวิจัยจำนวนมากที่นักวิจัยเน้นความสำคัญไปที่การศึกษาว่าเนื้องอกเติบโตเพิ่มจำนวนขึ้นได้อย่างไร แต่หลังจากงานวิจัยนี้ได้ตีพิมพ์ออกไปพวกเขาจึงควรตระหนักว่า ไม่เพียงเซลล์มะเร็งที่พวกเขาควรสนใจ แต่ยังมีเซลล์ภูมิคุ้มกันอีกหนึ่งเซลล์ที่พวกเขาควรให้ความสำคัญ เพื่อหาวิธีการหยุดยั้ง…Natnaree TK | 2568 days ago
Read More10/02/2019
งานวิจัยชี้ ยิ่งกินดึกยิ่งเสี่ยงโรค!
ประชาชนจำนวนมากในอเมริกามีภาวะ "Delayed lifestyle" คือภาวะที่กิจวัตรประจำวันช้ากว่าปกติ รับประทานอาหารช้า เข้านอนช้าขึ้นในแต่ละวัน และด้วยตารางชีวิตที่ช้ากว่าปกตินี้เองจะทำให้คุณรับประทานอาหารช้าลงไปอีกด้วย Nour Makarem นายแพทย์ทางด้านโรคหัวใจที่มหาวิทยาลัย Columbia กล่าว เป็นที่รู้กันดีว่าเวลาในการรับประทานอาหารส่งผลกระทบต่อการเพิ่มของน้ำหนักตัว ความดันเลือดที่สูงขึ้น และเบาหวาน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบัน ดังนั้น Makarem และทีมวิจัยจึงใช้ข้อมูลของชาว สเปน และลาตินจาก the Hispanic Community Health Study/Study of Latinos จำนวน 12,700 คน ที่มีอายุระหว่าง 18-76 ปี (งานวิจัยชิ้นนี้เจาะจงไปที่ประชากรส่วนใหญ่ของอเมริกานั่นก็คือชาวสเปน และลาตินเท่านั้น Makarem เสริม) จากงานวิจัยพบว่าคนที่รับประทานอาหารมากกว่า 30% หลังเวลา 6 โมงเย็นจะมีระดับ Fasting Blood Sugar (การตรวจระดับน้ำตาลในกระแสเลือดหลังจากงดอาหาร 8 ชม.), ระดับอิซูลิน, HOMA-IR (ตัวตรวจจับการยับยั้งอิซูลิน) และความดันโลหิตที่สูงกว่าคนที่รับประทานอาหารก่อน 6 โมงเย็น…Natnaree TK | 2568 days ago
Read More08/02/2019
รองเท้าที่ซ่อมแซมตัวเองได้อาจจะกลายเป็นจริงด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ
ไม่ว่าคุณจะดูแลรักษา หรือถนอมการใช้งานรองเท้าของคุณแค่ไหน รองเท้าก็ต้องเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา แต่ตอนนี้นักวิทยาศาสตร์กำลังหาหนทางที่จะยืดระยะเวลาการใช้งาน และเลื่อนแผนการซื้อรองเท้าคู่ใหม่ของคุณออกไปให้นานยิ่งขึ้น นักวิทยาศาสตร์จาก USC ได้สร้างยางที่สามารถคืนรูปร่างของตนเองได้จาก เครื่องพิมพ์ 3 มิติขึ้นมา มันทำขึ้นมาโดยกระบวนการ Photopolymerization (เป็นการใช้โพลีเมอร์ชนิดไวแสงในการขึ้นรูปชิ้นงาน เป็นเทคนิคที่ใช้แสงเพื่อขึ้นรูปชิ้นงานจากของเหลวให้กลายเป็นของแข็ง) ในขณะที่เข้าสู่การออกซิไดเซอร์ในอัตราส่วนที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มคุณสมบัติการรักษาตัวเองโดยไม่ทำให้กระบวนการแข็งตัวช้าลง ผลลัพธ์ที่ได้จากกระบวนการนี้คือยางที่มีความทนทานสูง ในเวลาเพียงแค่ 20 นาทีเท่านั้น (สำหรับการผลิตพื้นรองเท้า ส่วนอย่างอื่นคงใช้เวลามากกว่านี้) ข้อดีของมันคือเมื่อมันถูกทำให้เกิดความเสียหาย อย่างเช่นการตัดครึ่งหรืออะไรก็ตาม มันสามารถกลับคืนสู่สภาพเดิมได้ด้วยการซ่อมผ่านความร้อน 140 องศาฟาเรนไฮต์ (ประมาณ 60 องศาเซลเซียส) ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง โดยไม่มีรอยเหลือไว้ให้เห็นเลย ถึงแม้ว่านวัตกรรมนี้อาจจะยังไม่พร้อมที่จะลงสนามใช้งานจริง แต่ในอนาคตอันใกล้นี้ นักวิทยาศาสตร์ยังคงพยายามหาวิธีการที่จะทำให้นวัตกรรมนี้พร้อมใช้งาน และรองรับการผลิตจำนวนมาก นวัตกรรมนี้อาจป้องกันรองเท้าของคุณจากการสึกและลดรอยขีดข่วนได้ แต่มันจะไม่ทำให้รองเท้าของคุณดูใหม่หลังจากการเดินทางไปโรงยิมหลายร้อยครั้ง อย่างไรก็ตามทีม USC ก็ยังคงเดินหน้าค้นคว้าเกี่ยวกับคุณสมบัติการรักษาตัวเองสำหรับวัสดุที่แข็งกว่าเช่น พลาสติกที่สามารถใช้ในชุดเกราะและชิ้นส่วนรถยนต์ เช่นกัน อ้างอิงNatnaree TK | 2570 days ago
Read More08/02/2019
ผลวิจัยรายงาน! อากาศที่ร้อนขึ้นส่งผลให้เด็กเสี่ยงเป็นโรคหัวใจตั้งแต่กำเนิด
ในปัจจุบันนี้โลกเราได้รับผลกระทบมากมายจากการที่สภาพอากาศเปลี่ยน ไม่ว่าจะเป็นน้ำแข็งละลาย พายุ แนวปะการังถูกทำลาย และไม่เพียงเท่านั้น งานวิจัยบอกกับเราอีกว่า มันส่งผลกับเด็กในท้องด้วย งานวิจัยใน The American Heart Association ได้คาดการณ์ว่า ในปี 2025 ความร้อนบนโลกของเราจะส่งผลให้เด็กอเมริกาที่กำลังจะลืมตาดูโลกมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจมากขึ้น และจะพบมากในตอนกลางของแถบตะวันตกของประเทศ ตามมาด้วยทางตอนเหนือ และตอนใต้ของประเทศ ในอเมริกามีเด็กที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจตั้งแต่เกิดราว 40,000 คน/ปี และยังคงไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าทำไมอากาศร้อนภายนอกถึงส่งผลกระทบต่อหัวใจเด็กในท้องได้ แต่เมื่อนำผลการทดลองจากสัตว์มาพิจารณาดูพบว่า ความร้อนจะทำให้เซลล์ในตัวอ่อนตาย และส่งผลกับโปรตีนที่มีส่วนสำคัญในพัฒนาการ ซึ่งตอบสนองไวต่อความร้อน เมื่อนำมาเทียบผลการวิจัยอันล่าสุดนี้ก็พบว่า ถ้าหญิงตั้งครรภ์อยู่ในที่ที่มีอุณหภูมิสูง จะส่งผลให้เด็กในท้องมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจด้วยเช่นกัน ทีมวิจัยจึงได้นำผลการคาดการณ์อุณหภูมิจาก NASA มาเชื่อมโยงกับงานวิจัยดังกล่าว และพบว่า ในปี 2025-2578 ความร้อนของภูมิอากาศจะทำให้เด็กที่กำลังจะเกิดมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจเพิ่มขึ้นอีก 7,000 ราย ดร. Shao Lin จากบริการสุขภาพสิ่งแวดล้อมของมหาวิทยาลัย Albany กล่าวว่า ถึงแม้ว่างานวิจัยนี้จะเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น แต่คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์หรือกำลังตั้งครรภ์สัปดาห์แรก ๆ ก็ควรที่จะหลีกเลี่ยงการสัมผัสความร้อน เช่นเดียวกับคำแนะนำที่ให้กับผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคปอด ก่อนหน้านี้ Live Science ก็เคยเสนอข้อมูลไว้ว่า สตรีมีครรภ์ที่สัมผัสกับความร้อนในช่วงแรกของการตั้งครรภ์…Natnaree TK | 2570 days ago
Read More04/02/2019
การใช้เวลาไปกับหน้าจอ อาจเป็นอันตรายต่อพัฒนาการในเด็กเล็ก!
งานวิจัย และผู้เชี่ยวชาญต่างๆมีความเชื่อว่าการที่เด็กใช้เวลาส่วนมากไปกับหน้าจอ จะทำให้พัฒนาการต่างๆของเด็กช้าลง เนื่องจากเมื่อสมองจดจ่ออยู่กับหน้าจอ จะทำให้สมองพลาดการฝึกทักษะต่างๆที่สำคัญไป ดังนั้นในทางทฤษฎีจึงไม่ควรให้เด็กใช้เวลากับหน้าจอให้มากนัก จากการสำรวจคุณแม่ที่มีลูกอายุ 2,3 และ 5 ปี ถึงเรื่องระยะเวลาที่ใช้ไปกับหน้าจอ (ในที่นี้คือโทรทัศน์ โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ เกม การ์ตูน ภาพยนตร์ ไอแพด จะว่าง่ายๆคือ อุปกรณ์ใดๆก็ตามที่มีหน้าจอ) และ ทักษะพัฒนาการของเด็กพบว่า เฉลี่ยแล้วเด็กอายุ 2 ปี ใช้เวลา 17 ชม./สัปดาห์ ไปกับหน้าจอ เด็ก 3 ปี ใช้เวลา 25 ชม./สัปดาห์ ไปกับหน้าจอ และเด็กอายุ 5 ปี ใช้เวลา 17 ชม./สัปดาห์ไปกับหน้าจอ (ช่วงนี้เด็กเริ่มเข้าเรียนแล้ว) เด็กเริ่มมีพัฒนาการที่ล่าช้าหลังจากที่มีการใช้เวลาอยู่กับหน้าจอมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แล้วแค่ไหนถึงจะเรียกว่าพอดีละ? คำถามนี้เป็นคำถามที่ตอบได้ยาก เพราะในขณะที่ประเทศอังกฤษไม่มีข้อกำหนดในเรื่องนี้ (เพราะทางอังกฤษบอกว่าหลักฐานไม่เพียงพอ) แต่ทางด้านสมาคมกุมารเวชศาสตร์แคนาดาบอกว่า สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปีไม่ควรใช้เวลาไปกับหน้าจอเลย ส่วนสมาคมกุมารเวชศาสตร์จากอเมริกา (…Natnaree TK | 2574 days ago
Read More04/02/2019
รู้หรือไม่? ‘ลิปบาล์ม’ ทำให้คุณปากแตก
เมื่อหลาย ๆ คนประสบกับปัญหา 'ปากแตก' ลิปบาล์ม ดูจะเป็นตัวช่วยที่ง่ายที่สุดในการกู้สภาพปากแตก และบรรเทาอาการเจ็บ คัน บริเวณริมฝีปากได้ แต่ความเป็นจริงแล้ว ลิปบาล์มช่วยแก้อาการปากแตกได้จริงหรือ? ลิปบาล์ม เป็นเพียงหนึ่งทางเลือกในการให้ความชุ่มชื้นแก่ริมฝีปากเพียงชั่วคราวเท่านั้น และในลิปบาล์มบางชนิดเมื่อแห้งแล้วยังทิ้งรอยน่ากลัวไว้บนปากของเราอีกด้วย นักวิทยาศาสตร์บอกกับเราว่า เมื่อเราทาลิปบาล์ม ชั้นฟิล์มบาง ๆ จะถูกเคลือบลงบนริมฝีปากของเรา แต่เมื่อมันระเหยออกไปมันจะยิ่งกลับทำให้ปากของเราขาดน้ำ เรามักประสบปัญหาปากแตกโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวันที่อากาศหนาว ๆ หรืออากาศแห้ง แพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านความงามบอกว่า เราจึงควรดูแลริมฝีปากของเราให้ดี เหมือนกับการดูแลผิวในส่วนอื่น ๆ ด้วย ยิ่งในช่วงที่อากาศหนาว คนส่วนน้อยที่จะใส่เสื้อผ้าเพื่อปิดปากของเขา เมื่อริมฝีปากสัมผัสกับอากาศโดยตรงก็จะยิ่งทำให้ปากแตกได้ง่ายขึ้น ถึงแม้ว่าผิวตรงริมผีปากจะดูแตกต่างจากผิวส่วนอื่น ๆ ของเรา แต่ริมฝีปากก็คือผิวของเรามันถูกสร้างมาจาก three layers of cells เช่นกัน แต่สำหรับผิวหนังชั้นนอกสุดอย่างหนังกำพร้า (corneum) ของริมฝีปาก มันเป็นชั้นที่บางมากและได้รับผลกระทบง่าย และผิวบริเวณนี้ก็ไม่มีขน หรือต่อมไขมันของมันเอง จึงต้องอาศัยความชุ่มชื้นจากต่อมไขมันใต้ผิวบริเวณรอบ ๆ ริมฝีปากแทน การเลียริมฝีปากหรือการทาลิปมัน จึงดูจะเป็นความคิดที่ดีในการเพิ่มความชุ่มชิ้นให้ริมฝีปาก แต่มันกลับเป็นผลเสียเพราะมันจะทำให้ริมฝีปากเกิดอาการขาดน้ำในอนาคตได้ ในลิปบาล์มบางชนิดก็มีส่วนประกอบที่ยิ่งทำให้ปากแห้งมากยิ่งขึ้น เช่น Menthol,…Natnaree TK | 2574 days ago
Read More04/02/2019
ระวัง! การรับประทานอาหารเช้าอาจทำให้คุณน้ำหนักขึ้น
หลายๆคนอ่านหัวข้อแล้วคงจะเกิดความสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ในเมื่องานวิจัยก่อนหน้านี้บอกกับเราว่าการรับประทานอาหารเช้าจะช่วยเราลดน้ำหนักได้ ใจเย็นๆกันก่อนค่ะ งานวิจัยก่อนหน้านี้ไม่ได้กล่าวอะไรผิดไปเลย เพียงแต่เรามีข้อควรระวังในการรับประทานอาหารเช้ามาเตือนคุณเท่านั้นเอง อย่างที่ทุกคนรู้กันดีว่าการรับประทานอาหารเช้าจะช่วยเติมเต็มพลังงานให้คุณในระหว่างวัน ลดการรับประทานขนมจุกจิก และเป็นแหล่งสารอาหารสำรองให้ร่างกายได้ และในเด็กการรับประทานอาหารเช้าจะช่วยเพิ่มสมาธิให้กับพวกเขาในระหว่างเรียนได้อีกด้วย แต่นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Monash ในประเทศออสเตรเลีย ได้ตีพิมพ์งานของเขาผ่านวารสาร BMJ ถึงผลลัพท์ในการทดลองวัดน้ำหนัก และพลังงานที่ได้จากการรับประทานอาหารเช้าที่แตกต่างกัน 13 แบบ เขาพบหลักฐานบางอย่างว่า ผู้ที่ไม่รับประทานมื้อเช้าช่วยลดปริมาณแคลอรีที่ได้รับต่อวันได้มากกว่า และ ไม่ได้มีความอยากอาหารมากกว่าคนที่รับประทานอาหารเช้าในช่วงบ่ายของวัน และที่สำคัญพวกเขายังเตือนอีกด้วยว่าการรับประทานอาหารเช้าเพื่อลดน้ำหนักในวัยผู้ใหญ่จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมากในการเลือกเมนู เนื่องจากหลายๆคนคิดว่า 'นี่คือมื้อเช้าฉันจะกินอะไรยังไงก็ได้' แต่อย่าลืมละถึงมันจะเป็นมื้อเช้า แต่หากคุณรับประทานเข้าไปโดยไม่ออกกำลังกาย มันก็อาจได้ผลตรงกันข้ามได้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามวิจัยที่ตีพิมพ์ชิ้นนี้ก็ยังมีข้อจำกัดในงานวิจัยอยู่ด้วยเช่นกัน เพราะช่วงเวลาการติดตามผลลัพท์นั้นสั้น (เพียง 2-16 สัปดาห์) และความแตกต่างของแคลอรีที่ได้รับก็ต่างกันในปริมาณเล็กน้อยเท่านั้น ศาสตราจารย์ Kevin Whelan ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมอาหารและหัวหน้าภาควิชาวิทยาศาสตร์โภชนาการของมหาวิทยาลัย King's College กล่าวเสริมว่า การศึกษานี้ไม่ได้บอกว่าอาหารเช้าไม่ดีต่อสุขภาพ เพียงแต่บอกว่าเราไม่ควรที่จะกินแคลอรี่มากเกินไปในตอนเช้าเท่านั้นเอง อ้างอิงNatnaree TK | 2574 days ago
Read More04/02/2019
นักวิจัยพบ! แนวทางใหม่ในการรักษาโรคเบาหวานประเภทที่ 1 จาก Stem cell
ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย California (UCSF) ได้ขยับเข้าใกล้วิธีการรักษาโรคเบาหวานประเภทที่ 1 ขึ้นอีก 1 ก้าวจากการนำ Stem cell เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการรักษา เบาหวานประเภทที่ 1 คือ โรคเบาหวานที่เกิดจากการที่ร่างกาย (ตับอ่อน) ไม่สามารถผลิตอินซูลินได้ หรือผลิตได้น้อย ทำให้ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลที่อยู่ในกระแสเลือดได้ ส่วน Stem cell เป็นเซลล์เริ่มต้น ที่ยังไม่มีหน้าที่การทำงานที่เฉพาะเจาะจง มันสามารถแบ่งตัวเองขึ้นมาใหม่ได้ และพร้อมที่จะเจริญเติบโตเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อไปทำหน้าที่ใดหน้าที่หนึ่งอย่างเฉพาะเจาะจงได้ ดังนั้นมันจึงกลายเป็นที่สนในวงการแพทย์เป็นอย่างมาก ทีมวิจัยจึงได้ทำการทดลองปลูกถ่าย Stem cell ของ islets of Langerhans (เซลล์ที่ทำหน้าที่ในการผลิตอินซูลินในตับอ่อน) และสังเกตการตอบสนองต่อน้ำตาลในกระแสเลือดในหนูทดลอง ผลปรากฏว่าเพียงไม่กี่วันเซลล์ที่ถูกปลูกถ่าย ทำงานได้ดีเหมือนเซลล์ต้นแบบ ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ทีมวิจัยจะล้มเหลวในการทดลองบ่อยครั้ง และยังต้องการยาเพื่อระงับภูมิคุ้มกันของคุณ แต่ความสำเร็จในครั้งนี้ก็ถือเป็นอีก 1 ก้าวสำคัญที่ทำให้เราเข้าใกล้ความเป็นจริงในการรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภทที่ 1 ได้มากขึ้น อ้างอิงNatnaree TK | 2574 days ago
Read More03/02/2019
McKinsey คาดการณ์งานกว่า 400 ล้านตำแหน่งจะถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติในปี 2030!
ในยุคที่ระบบคอมพิวเตอร์สามารถเข้ามาทำงานแทนที่มนุษย์ได้หลายอย่าง คงไม่แปลกที่เราจะเกิดความกังวลว่าสักวันหนึ่งงานที่เราทำอยู่อาจจะถูกซอฟต์แวร์บางอย่างเข้ามาแทนที่ก็เป็นได้ แนวคิดเรื่องการว่างงานจากการถูกแทนที่ด้วยระบบซอฟต์แวร์มีมาตั้งแต่ปี 1930 (ตั้งแต่ 89 ปีที่แล้ว) John Maynard Keynes นักเศรษฐศาสตร์ชาวอังกฤษเคยพูดไว้ว่า "สักวันหนึ่งคนเราจะว่างงาน เนื่องจากคนเราสามารถค้นพบวิธีที่จะประหยัดการใช้แรงงานได้มากขึ้น" ในตอนนั้นมันอาจดูเป็นเรื่องเพ้อฝัน แต่สำหรับยุคนี้มันเริ่มมีเค้ารางว่าจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะเริ่มมีบางบริษัทที่ปลดพนักงานบางตำแหน่งออกแล้วนำระบบซอฟต์แวร์เข้ามาแทนที่แล้ว ตัวอย่างเช่น บริษัททำแบบจำลอง 3D ขนาดเล็ก ได้มีการปลดพนักงานออก 20 คน ที่ทำงานในรูปแบบซ้ำๆ กันในทุกๆ วันออกเพื่อนำระบบอัตโนมัติเข้ามาทำงานแทน จากการศึกษาของบริษัท McKinsey (บริษัทปรึกษาด้านธุรกิจ) ในปัจจุบันตำแหน่งงานกว่าครึ่งถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ และคาดการณ์ว่างาน 400 ล้านตำแหน่งทั่วโลกจะถูกปรับให้กลายเป็นระบบอัตโนมัติภายในปี 2030 นี้ จากความทันสมัยและพัฒนา AI อย่างต่อเนื่องในปัจจุบันดูจะเกิดขึ้นได้โดยงาน แต่ในความเป็นจริงมันซับซ้อนกว่านั้น เพราะหากไม่ใช่งานทางด้านอุตสาหกรรม ก็ยังคงเป็นเรื่องยากที่มนุษย์จะถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติทั้งหมด อ้างอิงNatnaree TK | 2575 days ago
Read More03/02/2019
มาทำความรู้จักกับ ‘Polar Vortex’ ลมขั้วโลกที่แช่แข็งอเมริกากันเถอะ!
ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเจอวิกฤตฝุ่น PM 2.5 ทางอีกฝั่งหนึ่งของทวีปก็กำลังประสบภัยหนาวสุดขั้วที่อุณหภูมิลดต่ำสุดในรอบหลายปีจาก 'Polar vortex' ลมหนาวขั้วโลกเหนือ ที่คร่าชีวิตชาวอเมริกาไปแล้วกว่า 21 ชีวิตด้วยกันเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คำถามคือ แล้ว Polar Vortex นี่คืออะไรทำไมมันถึงส่งผลกระทบได้ร้ายแรงถึงขนาดนี้? ตามข้อมูลจาก National Oceanic an Atmospheric Administration หรือ สำนักงานมหาสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐฯ ระบุว่า 'Polar vortex' คือลมวนที่พัดในลักษณะทวนเข็มนาฬิกาด้วยความเร็วสูงบริเวณขั้วโลกเหนือ ทำให้เกิดความหนาวเย็นปกคลุมทั่วมหาสมุทรอาร์กติก จะบอกว่ามันเป็นลมประจำถื่นตรงนั้นก็ได้ แต่เมื่อมันเกิดการเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ โดยเลื่อนต่ำลงมาตอนกลางของสหรัฐอเมริกา มันจึงพาความเย็นเข้ามาปกคลุมพื้นที่ที่มันพัดผ่านไปด้วย คำถามต่อมาคือ แล้วอะไรทำให้มันลมเปลี่ยนทิศ? สาเหตุที่ Polar Vortex เกิดการเปลี่ยนการเคลื่อนที่เป็นเพราะความกดอากาศค่ะ โดยปกติแล้วบริรอบๆขั้วโลกจะมีลมอีกชนิดที่ชื่อว่า 'Jet Stream' หรือลมกรด พัดล้อมรอบเหมือนเป็นกำแพงกั้นไม่ให้ Polar Vortex เคลื่อนตัวออกจากเขตขั้วโลก แต่เมื่อความกดอากาศเปลี่ยน ทำให้ Jet Stream อ่อนกำลังลง ส่งผลให้ Polar Vortex เคลื่อนตัวต่ำลงมาตอนกลางของอเมริกา…Natnaree TK | 2575 days ago
Read More02/02/2019
Verily เตรียมแผนสร้างรองเท้าอัจฉริยะ ที่สามารถชั่งน้ำหนักและส่งสัญญาณได้เมื่อคุณล้ม!
CNBC รายงานว่า Verily ยืนยันว่ารองเท้าอัจฉริยะ กำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา พร้อมตามหาหุ้นส่วน เพื่อพัฒนาไอเดียนี้ออกวางจำหน่ายในท้องตลาดอีกด้วย รองเท้าที่ว่านี้คือ Smart shoes มันไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อออกกำลังกาย แต่รองเท้านี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับผู้สูงอายุ! คุณสมบัติการตรวจจับการล้มนี้ดูจะสำคัญมากขึ้น เมื่อประชาชนในช่วง Baby Boomers กำลังเข้าสู่วัยชรากันแล้ว และเนื่องจากในอเมริกา (และคิดว่าในหลายๆประเทศ) ปัญหาการล้มของผู้สูงอายุเป็นสิ่งที่พบเจอได้มาก และเกิดได้ทุกที่ทุกเวลา การล้มหนึ่งครั้งอาจส่งผลมากกว่าการเกิดแผลฟกช้ำสำหรับผู้สูงอายุ มันอาจหมายถึงปัญหาทางกระดูก หรือโรคทางสมองที่อาจตามมา รองเท้านี้จะสามารถชั่งน้ำหนักตัวของผู้สวมใส่ได้ และมาพร้อมกับตัวตรวจจับเมื่อผู้สวมใส่ล้มมันจะส่งสัญญาญแจ้งเตือนไปยังครอบครัว หรือแพทย์ของคุณเพื่อเพิ่มโอกาศในการปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้ทัน อ้างอิงNatnaree TK | 2576 days ago
Read MorePR Partners
See All19/02/2026
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 2 days ago
LG AI Experience 2026: LG ใช้ AI คืนเวลาให้ผู้ใช้ผ่านเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ตั้งเป้าครองสัดส่วนตลาด 22%
ปี 2026 เป็นอีกหนึ่งปีที่ AI เข้ามาอยู่ในชีวิตเรามากขึ้น ซึ่งทาง LG ได้หยิบประโยชน์ของ AI ที่หลายคนอาจไม่ทัน มาเล่าให้ BT beartai ฟังในงาน LG AI Experience 2026: The Action of AI. The Freedom of You พร้อมประกาศไลน์อัปเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่ ที่ใส่ AI มาในระบบตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่ต้องการเวลามากขึ้น18/02/2026
ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ฉลอง 75 ปี ชูแนวคิด “คิดเผื่อเพื่อทุกชีวิต” ดึง Tilly Birds และมูลนิธิรามาธิบดีฯ ขยายฐานคนรุ่นใหม่
เมื่อพูดถึงเรื่องประกันภัยที่หลายคนมองว่าเป็นเรื่องไกลตัวและเข้าใจยาก ประกันภัยไทยวิวัฒน์ (Thaivivat) กลับเลือกที่จะฉีกกรอบเดิม ๆ ในมุมที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่อย่างสร้างสรรค์ อบอุ่น สร้างภาพจำใหม่ให้แบรนด์ประกันภัยที่แตกต่างจากกรอบเดิมของอุตสาหกรรม พร้อมต่อยอดโครงการ “Thaivivat Caring Forward” ที่ทำให้ทุกกรมธรรม์สามารถสร้างผลดีและมีความหมายต่อสังคมได้จริง ซึ่งภายในงานมีการเปิดตัว Friends of Thaivivat ศิลปินวง Tilly Birds กับบทเพลงพิเศษ “ไม่ต้องคิดเผื่อใจ You in Mind” ถ่ายทอดแนวคิด “คิดเผื่อเพื่อทุกชีวิต” ขยายฐานสู่คนรุ่นใหม่ โดยทาง คุณจีรพันธ์ อัศวะธนกุล CEO ของประกันภัยไทยวิวัฒน์ ระบุว่าเป้าหมายในโอกาสครบรอบ 75 ปี คือการทำให้ประกันภัยไม่ได้เป็นแค่เรื่องการเงินหรือการชดเชยความเสี่ยง แต่ต้องเป็น "กลไกสำคัญ" ที่ช่วยให้เศรษฐกิจและสังคมฟื้นตัวได้เร็ว โดยมุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมที่เข้าใจความแตกต่างของบุคคล เพื่อยกระดับให้ประกันภัยกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่คนไทยเข้าถึงได้จริง เจาะลึก 3 นวัตกรรมประกันภัยที่ “คิดเผื่อ”จากชีวิตจริง ด้านนายเทพพันธ์ อัศวะธนกุล รองกรรมการผู้อำนวยการ กล่าวว่านวัตกรรมไทยวิวัฒน์ เริ่มจากการเข้าใจพฤติกรรมและบริบทชีวิตของลูกค้าเพื่อประเมินความต้องการล่วงหน้าและออกแบบความคุ้มครองที่ “คิดเผื่อ” ไว้ให้ก่อนเสมอ โดยในปีนี้พร้อมรุกตลาดด้วยนวัตกรรมที่แตกต่างอย่างชัดเจนผ่าน 3…วัทนวิภา ทานะวงศ์ | 3 days ago
Read More13/02/2026
BUZZEBEES พลิกประวัติศาสตร์ Marketing Platform สู่ “Revenue Engine” อันดับ 1 ในอาเซียนด้วยยุทธศาสตร์ Beyond Loyalty 2026
กรุงเทพฯ (11 กุมภาพันธ์ 2026) – BUZZEBEES (บัซซี่บีส์) ผู้นำเบอร์หนึ่งด้าน Marketing Platform แห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศทรานส์ฟอร์มธุรกิจครั้งยิ่งใหญ่ภายใต้วิสัยทัศน์ “Beyond Loyalty: The Proven Full-Funnel Ecosystem for Strategic Growth” มุ่งเป้าจากการเป็นเพียงระบบสะสมแต้ม สู่การเป็น "เครื่องยนต์สร้างรายได้" ที่ขับเคลื่อนด้วย AI Engine และทีมผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับแบรนด์ทั่วอาเซียน ในปี 2026 นี้ BUZZEBEES ได้ยกระดับแพลตฟอร์มสู่การเป็น Full-Funnel Marketing Platform หนึ่งเดียวในอาเซียน โดยมีไฮไลต์สำคัญคือการนำ AI Engine เข้ามาเป็น "หัวใจหลัก" ของระบบ คุณไมเคิล เชน (CEO) และ คุณณัฐธิดา สงวนสิน (MD) สองผู้ร่วมก่อตั้ง BUZZEBEES ย้ำชัดว่า AI…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 8 days ago
Read More13/02/2026
ทรู ผนึก บก.ปอท. ทลายฐานเน็ตเถื่อนแม่สาย ตัดวงจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ
เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2026 ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้สร้างผลงานชิ้นสำคัญในการพิทักษ์ความปลอดภัยไซเบอร์ให้คนไทย โดยการประสานพลังกับตำรวจ บก.ปอท. และ สำนักงาน กสทช. เปิดปฏิบัติการจู่โจมตรวจค้นอาคารต้องสงสัยในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อหยุดยั้งการลักลอบส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามพรมแดนไปยังกลุ่มมิจฉาชีพ เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้เริ่มจากการตรวจพบความผิดปกติผ่านระบบมอนิเตอร์ของทรู ซึ่งพบสัญญาณอันตรายที่เป็นกุญแจสำคัญนำไปสู่การจับกุม จากการเข้าตรวจค้นอะพาร์ตเมนต์ใกล้ชายแดน แม้จะไม่พบตัวผู้ต้องหาในที่เกิดเหตุ แต่เจ้าหน้าที่ได้พบหลักฐานชิ้นสำคัญ: นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ ผู้บริหารจากทรู ย้ำชัดว่าบริษัทพร้อมยกระดับมาตรการเฝ้าระวังชายแดนอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้โครงข่ายถูกใช้ในทางที่ผิด โดยทรูได้เสริมเกราะป้องกันให้ลูกค้าด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ใช้ระบบวิเคราะห์ความเสี่ยงตั้งแต่ขั้นตอนการลงทะเบียนซิม เพื่อสกัดกั้นบัญชีม้า พร้อม True CyberSafe บริการป้องกันภัยออนไลน์ "ฟรี" สำหรับลูกค้าทรูและดีแทคทุกคน ช่วยบล็อกลิงก์อันตรายและ SMS เสี่ยงโชค/หลอกลวงอัตโนมัติ โดยไม่ต้องโหลดแอปเพิ่มภูษิต เรืองอุดมกิจ | 8 days ago
Read More































