Tags
| Technology
13/07/2023
กรณ์รัฐภาส ธนวัตไชยศรี | 1096 days ago
SEGA ยกเลิกแผนสร้างเกม Blockchain
ย้อนกลับไปช่วงปีที่ผ่านมา SEGA เคยประกาศว่าพวกเขาสนใจที่จะนำเกมจากค่ายเข้าร่วมโปรเจกต์เกม Blockchain แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นแบบนั้นต่อไปได้ไม่นาน เพราะล่าสุดทางบริษัทประกาศออกมาแล้วว่า พวกเขาจะยกเลิกแผนสร้างเกม Blockchain หลังจากตลาดคริปโตดิ่งลงเหว22/05/2021
‘ก้าวแรกบนดาวอังคารของจีน’ กับการก้าวสู่หนึ่งในประเทศด้านอวกาศชั้นนำของโลก
เป็นที่น่าตื่นเต้นและสร้างความตื่นเต้นไปทั่วทั้งแวดวงดาราศาสตร์ เมื่อในที่สุด จีนก็สามารถนำยานอวกาศลงจอดบนดาวอังคารได้สำเร็จ เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา หลังจากการเดินทางอันยาวนานนับ 10 เดือน ทั้งยังเป็นครั้งแรกของโลก ที่สามารถส่งยานขึ้นไปโคจรและลงจอดบนดาวอังคารเสร็จสมบูรณ์ในภารกิจปล่อยยานอวกาศเพียงครั้งเดียว ซึ่งนั่นส่งผลให้จีนก้าวสู่ตำแหน่งแนวหน้าในวงการสำรวจดาวอังคารของโลกทันที วินาทีชวนลุ้น กับความสำเร็จที่น่ายินดี เมื่อ 15 พฤษภาคม 2564 สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่า แคปซูลที่บรรจุยานสำรวจได้แยกออกจากยานโคจรเมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. ตามเวลาปักกิ่ง เมื่อผ่านไปหลายชั่วโมง แคปซูลก็เข้าสู่ชั้นบรรยากาศของดาวอังคารที่ระดับความสูง 125 กิโลเมตร จากนั้น จึงพุ่งเข้าหาผิวน้ำด้วยความเร็ว 4.8 กิโลเมตรต่อวินาที เมื่อยานเข้าใกล้พื้นผิวดาวอังคาร ก็ปล่อยร่มชูชีพขนาดใหญ่เพื่อชะลอความเร็ว และในระดับ 100 เมตรเหนือพื้นผิวดาวอังคาร ก็ใช้ระบบเลเซอร์นำทางประเมินพื้นที่ เพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางก่อนลงจอด วิดีโอแสดงภาพจำลองการแยกตัวและลงจอดของยานสำรวจอวกาศยานแรกของจีน การลงจอดนี้ดำเนินไปโดยอัตโนมัติ เกิงหยาน เจ้าหน้าที่ศูนย์โครงการสำรวจและอวกาศดวงจันทร์ขององค์การบริหารอวกาศแห่งชาติจีน (CNSA) กล่าวว่า “ทุกขั้นตอนมีโอกาสเพียงครั้งเดียว และทุกขั้นตอนนั้นเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง หากมีข้อบกพร่องเพียงจุดใดจุดหนึ่งการลงจอดก็จะล้มเหลว” หลังจากการลงจอดเป็นไปด้วยดี ไม่กี่วันต่อมา จีนก็เผยแพร่ภาพแรกบนดาวอังคารที่ถ่ายโดยกล้องที่ติดตั้งกับยานสำรวจ โดยรูปแรกนั้นเป็นภาพขาวดำรูป บันทึกภาพโดยกล้องหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางที่ติดตั้งหน้ายานสำรวจพื้นผิว เผยให้เห็นบันไดทางลาดที่ยืดขยายลงสู่พื้นผิวดาวอังคาร เผยให้เห็นลักษณะภูมิประเทศหน้ายานสำรวจพื้นผิวอย่างชัดเจน สำหรับภาพที่…วัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 1878 days ago
Read More05/05/2021
หุ่นยนต์ดูดฝุ่นยักษ์! ‘Trombia Free’ เครื่องกวาดถนนอัตโนมัติพลังงานไฟฟ้าตัวแรกของโลก
รถทำความสะอาดถนนตัวนี้มีชื่อว่าทรอมเบีย ฟรี (Trombia Free) เบื้องต้นถูกพัฒนาให้ใช้บนถนนเฮลซิงกิในประเทศฟินแลนด์ ซึ่งทางเว็บไซต์ของผู้ผลิตเคลมไว้ว่านี่นับเป็นเครื่องกวาดถนนอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเครื่องแรกของโลก ทรอมเบีย ฟรี ทำงานคล้ายกับเครื่องกวาดถนนทั่วไปที่ติดตั้งแปรงไว้ที่ฐานใต้เครื่อง เพื่อปัดกวาดเศษขยะ แต่แตกต่างกันตรงที่เครื่องนี้เป็นแบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ที่จะไม่ปล่อยมลพิษระหว่างทำความสะอาด ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นเครื่องกวาดถนนที่ใช้น้ำเพียงแค่เศษเสี้ยวของปริมาณน้ำที่ต้องใช้ในการทำความสะอาดแบบทั่วไป เครื่องกวาดถนนระบบไฟฟ้าตัวนี้จะมีการทำงานที่เงียบมากจนทำให้สามารถกวาดถนนในเวลากลางคืนได้โดยจะรบกวนการนอนของผู้คนให้น้อยที่สุด ซึ่งตอนนี้ยังทดสอบอยู่ในเฮลซิงกิ เพื่อทดสอบและเก็บข้อมูลไว้สำหรับใช้ในเมืองใหญ่ในอนาคตต่อไป ตัวเครื่องจะวิ่งได้ไกลที่กำลังเฉลี่ย 10 กิโลวัตต์ชั่วโมง ที่ความเร็วราว 8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งจะมีพื้นที่ในการทำความสะอาดพื้นที่กว้างถึง 2.2 เมตร อีกทั้งยังมีเซนเซอร์ไลดาร์ที่สามารถตรวจจับวัตถุได้ ทำให้ไม่ชนกับสิ่งของรอบ ๆ และแน่นอนว่ามาพร้อมกับระบบควบคุมทางไกลได้ด้วย ทรอมเบีย ฟรี มีเทคโนโลยีที่อาศัยประสิทธิภาพการกวาดและดูดฝุ่นที่พัฒนาขึ้นในปี 1950 ซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยีวิชันซิสเต็มแบบไลดาร์ที่เพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับวัตถุรอบ ๆ เครื่อง อีกทั้งยังอยู่ได้ในสภาพแวดล้อมหลายแบบทั้งที่มีฝนตก หิมะตกหรืออื่น ๆ ตัวอัลกอริทึมขั้นสูงของเครื่องจะวิเคราะห์ข้อมูลบนวัตถุที่เซนเซอร์ไลดาร์ตรวจจับได้และจะสร้างภาพประกอบหลายล้านชิ้นขึ้นมาพร้อมกัน ทำให้สามารถตรวจจับวัตถุได้อย่างแม่นยำและปลอดภัยในทุกสภาพอากาศ แอนต์ตี นิกคาเน็น (Antti Nikkanen) กรรมการผู้จัดการของ Trombia Technologies กล่าวถึงแนวคิดการแก้ปัญหาโลกร้อนไว้ด้วยว่า “การต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องของพวกเราทุกคน” “ภารกิจของเราคืออำนวยความสะดวกในการการกวาดถนนอย่างเต็มที่ แต่จะต้องใช้พลังงานไฟฟ้าเท่านั้น เพื่อลดการปล่อยมลพิษลงอย่างมีนัยสำคัญในคราวเดียว” อ้างอิง พิสูจน์อักษร…สรวิชญ์ พระสุจริตวงศ์ | 1895 days ago
Read More11/04/2021
40 วันในถ้ำ การทดลองสุดแปลกครั้งแรกของโลกที่ต้องการให้มนุษย์หลงลืมเวลา!
เห็นหัวข้อแบบนี้ไม่ใช่ว่าเราจะมารีวิวภาพยนตร์หรือซีรีส์ใหม่แต่อย่างใด แต่มันคือเรื่องจริงที่มีคนเต็มใจทำและตอนนี้พวกเขาเหล่านั้นก็ได้เข้าไปอยู่ในถ้ำเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย ผลพวงจากการแพร่ระบาดของโควิด ทำให้ผู้คนทั่วโลกได้ลิ้มรสความรู้สึกที่ถูกแยกห่างจากการกักตัว แต่ยังนับว่าโชคดีที่เรามีเทคโนโลยียุคใหม่ ทั้งช่องทางการสื่อสารและนวัตกรรมต่าง ๆ ที่ช่วยลดความรู้สึกที่เกิดจากความห่างนั้นลง อย่างไรก็ตาม ยังคงมีคนกลุ่มหนึ่งที่สมัครใจทำยิ่งกว่าการเว้นระยะห่างทางสังคม นั่นคือกลุ่มอาสาสมัครในการทดลองอันแสนสุดโต่งที่ชื่อว่า 'Deep Time' ที่จะเข้าไปอยู่ในถ้ำอย่างโดดเดี่ยว ไม่เห็นเดือนเห็นตะวันถึง 40 วัน! มูลเหตุแห่งการทดลอง ในขณะที่คนทั่วโลกส่วนใหญ่จำใจกักตัวอยู่ในบ้าน แต่เมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา อาสาสมัคร 15 คน แบ่งเป็นชาย 8 คน หญิง 7 คน ได้เข้าไปในถ้ำลอมบรีฟส์ (Lombrives) ในเขต Ariège ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส และจะไม่โผล่ออกมาเป็นเวลา 40 วัน คริสเตียน ค็อต (Christian Clot) นักสำรวจชาวฝรั่งเศส - สวิส ผู้ก่อตั้งสถาบันเพื่อการปรับตัวของมนุษย์ (Institute for Human Adaptation) ในปี 2013 หนึ่งในผู้เข้าร่วมและผู้นำในงานวิจัยชิ้นนี้ กล่าวว่า…วัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 1919 days ago
Read MorePR Partners
See All13/07/2026
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 8 hours ago
มูลนิธิองค์กรทำดี จับมือ ทรู ลุยโครงการ “Smart Safety Youth Training” เสริมเกราะภัยไซเบอร์ สร้างพลเมืองดิจิทัลยุคใหม่
มูลนิธิองค์กรทำดี เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยให้เยาวชนไทยในยุคดิจิทัล เปิดตัว "โครงการ Smart Safety Youth Training" มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Safety) ให้แก่เยาวชนในโรงเรียนต้นแบบทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรู้เท่าทันภัยออนไลน์ที่ซับซ้อนและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น ครอบคลุมการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล การรับมือภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ การสังเกตและหลีกเลี่ยงมิจฉาชีพออนไลน์ รวมถึงการปลูกฝังพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ สร้างเยาวชนไทยให้เข้มแข็ง คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี13/07/2026
ปิดฉากสัปดาห์สุดหิน ! “V4 แป้ง” สาดพลังในเพลง “ชาวนากับงูเห่า” ก่อนกอดคอเพื่อนอำลาเวที True AF 2026
ยิ่งสัปดาห์ลึก ความเข้มข้นยิ่งทวีคูณสำหรับรายการเรียลลิตี้อันดับหนึ่งของเมืองไทย True AF 2026 ที่ล่าสุดเดินทางมาถึงสัปดาห์ที่ 5 พร้อมกับโจทย์เพลงสุดท้าทายอย่าง Super Band Week งานนี้เหล่านักล่าฝันที่เหลืออยู่ทั้ง 9 คน ต้องขึ้นเวทีเพื่อพิสูจน์ศักยภาพและทักษะการร้องสดร่วมกับวงดนตรีมืออาชีพ ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญในการก้าวสู่การเป็นศิลปินแถวหน้า บรรยากาศการเปิดรายการเต็มไปด้วยความคึกคักด้วยสัญลักษณ์อันคุ้นเคยอย่าง เพลงธีมนักล่าฝัน โดยมีพิธีกรระดับตำนานประจำซีซัน พี่ดู๋ - สัญญา คุณากร มารับหน้าที่ดำเนินรายการ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้กับผู้ชมด้วยการเปิดตัว 2 Judge ปริศนาที่เหล่านักล่าฝันคุ้นเคย มอส - ปฎิภาณ ปฐวีกานต์ และ เชาว์ – ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย มาร่วมให้คำแนะนำและคอมเมนต์อย่างตรงไปตรงมา เพิ่มความกดดันและความตื่นเต้นให้กับค่ำคืนนี้เป็นเท่าตัว สำหรับไฮไลต์บนเวทีในสัปดาห์นี้ นักล่าฝันทั้ง 9 คนได้ร่วมกันระเบิดพลังและโชว์ศักยภาพร่วมกับวงดนตรีสดได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยการรวมตัวกันส่งพลังใจผ่านบทเพลงที่มีความหมายสุดลึกซึ้งอย่าง เรือเล็กควรออกจากฝั่ง สร้างความทรงจำอันงดงามและประทับใจให้กับแฟน ๆ เป็นอย่างมาก ก่อนนำเข้าโชว์เดี่ยวของแต่ละคนโดยเริ่มจาก V7 โฟกัส ที่มาพร้อมความสนุกในเพลง โกหก ตาม มาด้วย…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 12 hours ago
Read More09/07/2026
COMMART ULTRAFORCE กลับมาแล้ว ! รวมสินค้าไอทีกว่า 200 แบรนด์ พร้อมโปรลดแรงรับกลางปี
บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) จัดงาน COMMART ULTRAFORCE มหกรรมสินค้าไอทีกลางปี 2569 ระหว่างวันที่ 2–5 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00–21.00 น. ณ Hall 98–99 ไบเทค บางนา ภายในงานรวบรวมสินค้าไอทีจากกว่า 200 แบรนด์ ทั้ง AI PC, Notebook AI, Gaming PC, อุปกรณ์ DIY PC, จอมอนิเตอร์, Smart Device และอุปกรณ์เสริม พร้อมโปรโมชันลดราคา สิทธิพิเศษ และกิจกรรมตลอดทั้ง 4 วัน สำหรับไฮไลต์ของงานปีนี้ ผู้ที่มองหาคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ไอทีใหม่จะได้พบกับโปรโมชันจากแบรนด์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นโปรผ่อน 0% ดีลลดล้างสต๊อก คูปองส่วนลด รวมมูลค่ากว่า 10,000 บาท รวมถึงของรางวัลสำหรับผู้ซื้อสินค้าภายในงาน นอกจากนี้ยังมีสิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่ชอปครบตามเงื่อนไข รับที่จอดรถฟรี…09/07/2026
กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนสภาอุตสาหกรรมฯ ชี้ “E20 คือทางรอดระยะยาว” ผนึกกำลังรัฐบาล-เอกชน-ประชาชนใช้ E20
ท่ามกลางวิกฤตราคาพลังงานโลกที่ผันผวนอย่างรุนแรง ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ในการรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ล่าสุดทุกภาคส่วนต่างเร่งส่งสัญญาณเตือนว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องปรับมุมมองและตระหนักอย่างจริงจังว่า “แก๊สโซฮอล์ E20” คือทางรอดระยะยาว ของประเทศ ไม่ใช่เพียงแค่พลังงานทางเลือกชั่วคราวในระยะสั้น พร้อมแนะทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์เปลี่ยนผ่าน E20 จากเชื้อเพลิงทางเลือกเพื่อสิ่งแวดล้อมสู่พลังงานหลักจากวัตถุดิบที่มีศักยภาพของประเทศ เพื่อลดภาระการนำเข้าพลังงานและสร้างมูลค่าหมุนเวียนให้ภาคการเกษตรไทยอย่างยั่งยืน โดยถอดบทเรียนความสำเร็จระดับโลกจากประเทศบราซิลและอินเดีย ต้นแบบการพึ่งพาตนเองด้านพลังงาน สถานการณ์วิกฤตพลังงานในขณะนี้เรียกได้ว่าเป็น “ความผันผวนด้านพลังงาน” ที่ผูกโยงเศรษฐกิจประเทศไทยไว้กับความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์โลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลให้เกิดความสั่นคลอนต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ชะลอการเติบโตของภาคธุรกิจ และกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนโดยตรง ข้อมูลจากงานสัมมนา “ฝ่าวิกฤตพลังงานไทยด้วยพลังงานหมุนเวียน โอกาสหรือภาพลวง” จัดขึ้นเมื่อวันที่1 พฤษภาคมที่ผ่านมาระบุว่า หากประเทศไทยยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบสูงถึง 92% ของปริมาณการใช้ทั้งหมด คิดเป็นมูลค่าการนำเข้ามหาศาลกว่า 1.33 ล้านล้านบาทต่อปี หรือเฉลี่ยมีเงินตราไหลออกนอกประเทศสูงถึง 3,600 ล้านบาทในทุก ๆ วัน คำถามสำคัญคือ เราจะหยุดยั้ง "ภาวะเลือดไหลทางเศรษฐกิจ" นี้ได้อย่างไร? เพื่อแก้ไขวิกฤตเชิงโครงสร้างนี้ ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน จำเป็นต้องประสานพลังร่วมกันขับเคลื่อน "แก๊สโซฮอล์ E20" ให้เป็นยุทธศาสตร์พลังงานแห่งชาติ โดยยกระดับบทบาทของ E20 จากเดิมที่เป็นเพียง "น้ำมันทางเลือกเพื่อสิ่งแวดล้อม" ให้กลายเป็น "เครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์" ที่จะสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจให้กับประเทศอย่างยั่งยืน และช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม ถอดโมเดลความสำเร็จ Ethanol ระดับโลก: บราซิลและอินเดีย ประเทศไทยไม่ได้เดินบนเส้นทางนี้เพียงลำพัง การที่ต้องลดการพึ่งพาน้ำมันดิบด้วยเอทานอลที่เป็นพลังงานชีวภาพ (Biofuel) เราสามารถถอดบทเรียนจาก 2 ประเทศยักษ์ใหญ่ที่เป็นต้นแบบแห่งความสำเร็จ บราซิล | ผู้นำด้านเอทานอลโลก: พลิกฟื้นประเทศจากที่เคยต้องนำเข้าน้ำมันดิบกว่า…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 4 days ago
Read More















