Tags
| ปรับตัว
05/05/2021
มนต์ชัย วงษ์กิตติไกรวัล | 1908 days ago
“ไม่ปรับตัวก็ตาย” เรียนรู้การปรับกลยุทธ์ธุรกิจ ‘ทำของใหม่ที่ไม่เคยทำ’ เพื่อความอยู่รอด
การทำธุรกิจนั้นไม่เคยง่ายเลย ไม่ว่าจะยุคสมัยไหนก็ตามที ตำราการตลาดและการบริหารจัดการธุรกิจก็ตกรุ่นเร็วขึ้นเรื่อย ๆ หลักการที่ดีก็ยังนำมาปรับใช้ได้ แต่หลักปฏิบัติหรือกลยุทธ์ต่าง ๆ นั้นแทบจะเอามาใช้ซ้ำไม่ได้อีกต่อไป โดยเฉพาะยุคปัจจุบันที่โลกเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลในอัตราเร่งที่สูงลิบแบบนี้ อำนาจของแพลตฟอร์มที่เข้าถึงทุกชีวิตในโลกออนไลน์เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคไปมากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เช่นเดียวกับห่วงโซ่อุปทานของโลกที่ปรับรูปโฉมไปพอสมควรทั้งจากความปั่นป่วนทางดิจิทัลและสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ท่ามกลางแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ไล่ต้อนมวลมนุษย์ให้เข้าไปยอมจำนนต่อการพลังของธรรมชาติและต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับการพัฒนาที่ใส่ใจทั้งประโยชน์ของคน องค์กร และโลกไปด้วยกัน การพัฒนาสินค้าใหม่และขยายตลาดกลุ่มใหม่ของโลกธุรกิจเพื่อกระจายความเสี่ยง สร้างโอกาสเพิ่มเติมจากช่องว่างที่อาจมองข้ามไปเป็นเรื่องที่ต้องทำในปัจจุบัน จะเห็นได้จากองค์กรระดับโลกทั้งหลายที่พยายามทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน หรือทำสิ่งที่แตกต่างจากสินค้าเดิมแทบจะสิ้นเชิงโดยที่ยังมีส่วนที่เชื่อมโยงกับสินค้าและบริการดั้งเดิมของตน ตัวอย่างที่ดีคือ ‘กูเกิล’ (Google) ที่เริ่มต้นธุรกิจดั้งเดิมจากการเป็นฐานข้อมูลในการค้นคว้า พอธุรกิจใหญ่มากขึ้นจนถึงปัจจุบันก็มีสินค้าเต็มไปหมดทั้งอีเมล การโฆษณา แพลตฟอร์มมือถือขนาดใหญ่ สมาร์ตโฟน อุปกรณ์อัจฉริยะ และล่าสุดก็ประกาศลงทุนในสตาร์ตอัปชื่อ 'Transphorm' เพื่อพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้าหรือ อีวี ที่จะมีแผนที่กูเกิลช่วยขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ด้วย นอกจากนี้ยังลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีสุขภาพ โดรนขนส่งและอีกหลายองค์กรที่เข้าไปกว้านซื้อทั่วโลก กระทั่งแบรนด์อุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่จากยุโรปอย่าง ‘มิชลิน’ ก็ประกาศวิสัยทัศน์ 'Michelin in Motion' เพื่อต่อยอดธุรกิจให้ครอบคลุมการสัญจรทุกรูปแบบอย่างยั่งยืน ใครจะเชื่อว่าวันนี้มิชลินซึ่งมีภาพของธุรกิจที่ชัดเจนอย่างยางล้อ จะผลักดันธุรกิจอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับยางล้อให้เติบโตได้ 20-30% ของรายได้ทั้งหมด ซึ่งธุรกิจใหม่ที่มิชลินจะขยายตลาดนั้นมีทั้งบริการและโซลูชันสำหรับการขนส่ง วัสดุคอมโพสิตชนิดยืดหยุ่น เครื่องมือแพทย์ การพิมพ์โลหะสามมิติเพื่อผู้ผลิตเฉพาะรายและการสัญจรด้วยพลังงานไฮโดรเจนซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการพลังงานในอนาคตรองรับการขยายตัวของยานยนต์รูปแบบใหม่ ๆ โดยตั้งเป้าขยายรายได้ปีละ 5% และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ในปี 2593 ด้วย…27/07/2016
การปรับตัวของผู้นำในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
ผู้นำขององค์กรต่างๆในทุกประเทศต่างต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นับตั้งแต่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย และวิกฤตการณ์ทางการเงิน ในช่วงปี 2009 จนก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าและรูปแบบเศรษฐกิจไปทั่วโลก ภาวะเศรษฐกิจของประเทศทางซีกโลกตะวันตกที่ชะลอตัว การเปลี่ยนแปลงอำนาจทางเศรษฐกิจที่เคลื่อนย้ายจากประเทศทางซีกโลกตะวันตกสู่ประเทศทางซีกโลกตะวันออกมากขึ้นเป็นลำดับ รวมทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้เกิดความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ การนำเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่มาใช้ อย่างเช่น Broadband Internet, mobile, cloud computing, business intelligence และ social media ทำให้เกิดการเปลี่ยนรูปแบบทางธุรกิจ และทำให้เกิดธุรกิจใหม่ๆ พร้อมกับการล่มสลายของธุรกิจรูปแบบเก่า จนเป็นโอกาสใหม่ของประเทศที่กำลังพัฒนา (รวมทั้งประเทศไทย) ที่จะฉกฉวยโอกาสครั้งนี้ เพื่อให้ก้าวหน้าทัดเทียมกับประเทศพัฒนาแล้ว ทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาเทคโนโลยีนั้นมีความสัมพันธ์กันโดยตรง ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันทำให้ตลาดเกิดใหม่มีการลงทุนในเทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่างมหาศาล เนื่องจากความต้องการในการหาวิธีการเพื่อลดต้นทุน และต้องการผลักดันให้เกิดนวัตกรรม จึงทำให้เทคโนโลยีดิจิทัลกลายเป็นตัวผลักดันให้เกิดรายได้ที่เพิ่มขึ้นและเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคจากหน้ามือเป็นหลังมือ รวมทั้งเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในด้านการศึกษาและการฝึกอบรมและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ อันจะนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่กำลังพัฒนา ผู้นำประเทศและองค์กรจะต้องตระหนักถึงความท้าทายใหม่ๆที่กำลังเผชิญอยู่ การเพิ่มขึ้นของกลุ่มชนชั้นกลางและผู้สูงอายุที่เด่นชัดขึ้น เช่น ในประเทศจีน อินเดีย และในกลุ่มอาเซียน ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณา ปัจจัยสำคัญ 6 ประการต่อไปนี้ เป็นข้อแนะนำที่จะทำให้องค์กรสามารถยกระดับ และสามารถรักษาตำแหน่งในตลาดไว้ได้ โดยสรุปได้ดังนี้คือ การมาถึงของยุคเศรษฐกิจดิจิทัลในทุกประเทศทั่วโลก ทำให้เกิดคลื่นลูกที่สาม (Third wave)…พันเอก ดร. เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ | 3651 days ago
Read MorePR Partners
See All24/07/2026
กานต์สิรี บัววิชัยศิลป์ | 2 days ago
สตาร์ตอัปไทยสร้างได้แล้ว…โจทย์ต่อไปคือ “โตให้ถึงโลก” เมื่อ SITE 2027 ตั้งเป้า Scale Up to Global
ประเทศไทยใช้เวลาหลายปีในการสร้างสตาร์ตอัป พัฒนาผู้ประกอบการ และวางรากฐานระบบนิเวศนวัตกรรม แต่วันนี้คำถามอาจไม่ใช่ “เรามีสตาร์ตอัปมากพอหรือยัง” หากแต่เป็น “เราจะทำให้สตาร์ตอัปไทยเติบโตจนแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างไร” คำถามนี้ชัดเจนขึ้นหลังปิดฉาก Startup x Innovation Thailand Expo 2026 (SITE 2026) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Global Innovation Impact: The Year of Investment เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 3 วันของงาน ไม่ได้สะท้อนเพียงความคึกคักของวงการสตาร์ตอัปไทย แต่ยังแสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยกำลังก้าวเข้าสู่อีกช่วงหนึ่ง จากการ “สร้างผู้ประกอบการ” ไปสู่การ “สร้างการเติบโต” ปีนี้ SITE ไม่ได้เป็นเพียงเวทีจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่ทำหน้าที่เป็น23/07/2026
รีแคปงาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026: ก้าวสำคัญของไทยสู่ศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน
เมื่อโลกกำลังหมุนเข้าสู่ยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มตัว ประเทศไทยก็ไม่หยุดนิ่งที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้ งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความร่วมมือระดับประเทศ ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผลักดัน "ปัญญาประดิษฐ์ที่น่าเชื่อถือ" (Trustworthy AI) พร้อมตั้งเป้าหมายใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม วิสัยทัศน์จากภาครัฐ: ขับเคลื่อนประเทศด้วย 3 เสาหลัก นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านวิดีโอ โดยระบุถึงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการพัฒนา AI ของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บน 3 เสาหลักที่สำคัญ ได้แก่: ท่านรัฐมนตรียังย้ำว่า อนาคตของ AI ไม่สามารถสร้างสำเร็จได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน "ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น AI Governance Sandbox ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 4 days ago
Read More13/07/2026
มูลนิธิองค์กรทำดี จับมือ ทรู ลุยโครงการ “Smart Safety Youth Training” เสริมเกราะภัยไซเบอร์ สร้างพลเมืองดิจิทัลยุคใหม่
มูลนิธิองค์กรทำดี เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยให้เยาวชนไทยในยุคดิจิทัล เปิดตัว "โครงการ Smart Safety Youth Training" มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Safety) ให้แก่เยาวชนในโรงเรียนต้นแบบทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรู้เท่าทันภัยออนไลน์ที่ซับซ้อนและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น ครอบคลุมการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล การรับมือภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ การสังเกตและหลีกเลี่ยงมิจฉาชีพออนไลน์ รวมถึงการปลูกฝังพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ สร้างเยาวชนไทยให้เข้มแข็ง คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี เปิดเผยว่า "มูลนิธิองค์กรทำดีอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกวิกฤต โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดกับเด็กและสตรี แต่ที่ผ่านมาหลายครั้งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เราจึงตั้งใจสร้างความเข้มแข็งให้เยาวชนยุคปัจจุบันสามารถดูแลตนเองและช่วยเหลือคนรอบข้างได้อย่างทันท่วงที จึงเป็นที่มาของโครงการ Smart Safety Youth Training เพื่อให้ความรู้เยาวชนไทยทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมภัยทุกรูปแบบ ทั้งภัยไซเบอร์ ภัยจากการถูกคุกคามทางเพศ ภัยจากการจมน้ำ การปฐมพยาบาลปั๊มหัวใจกู้ชีพ (CPR) เบื้องต้น การดับเพลิง และภัยจากอาชญากรรม" ทรู ร่วมเสริมภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลอย่างยั่งยืน คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 14 days ago
Read More13/07/2026
ปิดฉากสัปดาห์สุดหิน ! “V4 แป้ง” สาดพลังในเพลง “ชาวนากับงูเห่า” ก่อนกอดคอเพื่อนอำลาเวที True AF 2026
ยิ่งสัปดาห์ลึก ความเข้มข้นยิ่งทวีคูณสำหรับรายการเรียลลิตี้อันดับหนึ่งของเมืองไทย True AF 2026 ที่ล่าสุดเดินทางมาถึงสัปดาห์ที่ 5 พร้อมกับโจทย์เพลงสุดท้าทายอย่าง Super Band Week งานนี้เหล่านักล่าฝันที่เหลืออยู่ทั้ง 9 คน ต้องขึ้นเวทีเพื่อพิสูจน์ศักยภาพและทักษะการร้องสดร่วมกับวงดนตรีมืออาชีพ ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญในการก้าวสู่การเป็นศิลปินแถวหน้า บรรยากาศการเปิดรายการเต็มไปด้วยความคึกคักด้วยสัญลักษณ์อันคุ้นเคยอย่าง เพลงธีมนักล่าฝัน โดยมีพิธีกรระดับตำนานประจำซีซัน พี่ดู๋ - สัญญา คุณากร มารับหน้าที่ดำเนินรายการ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้กับผู้ชมด้วยการเปิดตัว 2 Judge ปริศนาที่เหล่านักล่าฝันคุ้นเคย มอส - ปฎิภาณ ปฐวีกานต์ และ เชาว์ – ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย มาร่วมให้คำแนะนำและคอมเมนต์อย่างตรงไปตรงมา เพิ่มความกดดันและความตื่นเต้นให้กับค่ำคืนนี้เป็นเท่าตัว สำหรับไฮไลต์บนเวทีในสัปดาห์นี้ นักล่าฝันทั้ง 9 คนได้ร่วมกันระเบิดพลังและโชว์ศักยภาพร่วมกับวงดนตรีสดได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยการรวมตัวกันส่งพลังใจผ่านบทเพลงที่มีความหมายสุดลึกซึ้งอย่าง เรือเล็กควรออกจากฝั่ง สร้างความทรงจำอันงดงามและประทับใจให้กับแฟน ๆ เป็นอย่างมาก ก่อนนำเข้าโชว์เดี่ยวของแต่ละคนโดยเริ่มจาก V7 โฟกัส ที่มาพร้อมความสนุกในเพลง โกหก ตาม มาด้วย…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 14 days ago
Read More











