Tags
| สุขภาพจิต
18/07/2024
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 569 days ago
การนินทา การสื่อสารที่ทรงพลัง ใช้ยังไงให้เกิดประโยชน์
“การนินทา” เป็นการกระทำที่มักถูกมองในแง่ลบ แต่จะทำยังไงละถึงจะเทิร์นให้เป็นข้อดีได้ มาดูจิตวิทยาของการนินทา และกลยุทธ์ที่จะใช้การนินทาให้เป็นประโยชน์กัน ประโยชน์ของ “การนินทา” คือ การสร้างสายสัมพันธ์ทางสังคม ทำยังไงให้เกิดประโยชน์? ต้องเริ่มจากการนินทาในเชิงบวก+ และสุดท้าย คือ ไม่นินทาคนอื่น ด้วยเรื่องเท็จ! หรือเรื่องที่ไม่เป็นความจริง อย่าพยายามตีไข่ใส่สี พูดแต่เฉพาะเรื่องที่เกิดขึ้นจริงหรือมีหลักฐานเท่านั้น เพราะนอกจากจะทำให้คนอื่นเสียหายด้วยเรื่องโกหกแล้ว สิ่งนี้อาจย้อนหาตัวคุณเข้าสักวันก็ได้15/05/2024
ภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุ ปัญหาที่คนในครอบครัวไม่ควรมองข้าม
ภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุ มักเกิดกับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป โดยจะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบใหญ่ ๆ คือ ผู้ป่วยมีอาการซึมเศร้าก่อนเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ และอีกแบบคือภาวะซึมเศร้าที่เกิดในช่วงที่เข้าสู่วัยผู้สูงอายุแล้ว ภาวะซึมเศร้า จัดเป็นอาการเจ็บป่วยทางจิตใจชนิดหนึ่ง โดยที่ผู้ป่วยมักจะแสดงอาการเหล่านี้ และจากภาวะอาการทั้งหมดนี้ก็อาจจะส่งผลทำให้ ผู้สูงอายุ นอนไม่หลับ หรือบางรายนอนมากเกินปกติ ชอบพูดเรื่องชวนหดหู่ และถ้าภาวะซึมเศร้าอยู่ในระดับที่รุนแรงก็อาจจะส่งผล ทำให้มีการทำร้ายตัวเองได้ ปัจจัยการเกิดภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุมาจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาทางร่างกาย เช่นผู้สูงอายุมีโรคประจำตัวเพิ่มขึ้นมาก็อาจจะทำให้จิตใจแย่ลงได้ หรือปัจจัยทางสังคม เช่นไม่สามารถปรับตัวเข้ากับครอบครัว หรือโลกยุคใหม่ได้ หรือผู้สูงอายุอาจจะเป็นโรคทางจิตเวช ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของสารสื่อประสาทในสมองที่ผิดเพี้ยนไป ถ้าคุณกำลังสงสัยว่าผู้สูงอายุในบ้านกำลังมีภาวะซึมเศร้า ควรที่จะรีบพาไปหาคุณหมอเพื่อตรวจเช็กโดยละเอียด เพื่อเจาะลึกถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะซึมเศร้า คุณหมอจะได้นำมาวางแผนในการจ่ายยา หรือวางแผนวิธีการบำบัดรักษาในด้านอื่น ๆ ต่อไป และสิ่งที่คนในครอบครัวทำได้ ก็คือ การมอบความเข้าใจ ความรัก และความใส่ใจให้กับผู้สูงอายุในบ้าน เพื่อที่จะทำให้ผู้ป่วยสัมผัสได้ถึงความอบอุ่น และมีอาการที่ดีขึ้นตามลำดับภูษิต เรืองอุดมกิจ | 633 days ago
Read More08/05/2024
Screen Time กับเครื่องมือช่วยป้องกันอาการติดจอ
Screen Time คือเวลาในแต่ละวันที่ผู้คนใช้ไปกับหน้าจอสมาร์ตโฟน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ซึ่ง Screen Time ที่เพิ่มสูงขึ้นสัมพันธ์กับปัญหาสุขภาพได้ด้วยนะ เคยสำรวจตัวเองกันไหมว่า ทุกวันนี้คุณใช้เวลาอยู่กับหน้าจอเฉลี่ยวันละกี่ชั่วโมง ? จากผลสำรวจพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตของคนไทยในปี 2566 โดย สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) พบว่า เมื่อสื่อออนไลน์ได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญในชีวิตประจำวันของคนทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเพื่อการติดต่อสื่อสาร การค้นหาข้อมูล การดูข่าวสาร หรือการพักผ่อนหย่อนใจ ผ่านอุปกรณ์หลากหลายรูปแบบ ทั้งสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือโทรทัศน์ ซึ่งการใช้สื่อออนไลน์อย่างเหมาะสมเป็นสิ่งที่ดี แต่หากใช้หรือ 'ติดจอ' มากเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายและจิตใจได้ อาการที่บ่งบอกว่าคุณอาจกำลังติดจอ ได้แก่ ห้ามใจจากจอไม่ได้ เรามีเครื่องมือง่าย ๆ มาช่วยจัดการ เครื่องมือหรือเทคโนโลยีที่ช่วยจัดสรรเวลาในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อลดความเสี่ยงจากผลกระทบเชิงลบของการใช้เทคโนโลยีมีมากมาย เรามีเทคนิคที่ช่วยจัดการเวลาหน้าจอของคุณ ดังต่อไปนี้ To-Do List Apps การใช้แอปพลิเคชันที่ช่วยจัดทำรายการสิ่งที่ต้องทำ (To-Do List) เป็นวิธีที่ดีในการจัดการเวลา โดยแอปพลิเคชันเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถลิสต์งานที่ต้องทำ กำหนดเวลา และติดตามความคืบหน้าได้อย่างง่ายดาย เช่น Todoist, Microsoft…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 640 days ago
Read More07/05/2024
การถูกเลือกปฏิบัติส่งผลต่อสุขภาพจิตของคุณได้
การถูกเลือกปฏิบัติ หรือ Discrimination คือ การที่คนคนหนึ่งได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างจากคนอื่น ๆ ซึ่งผลกระทบของการถูกกีดกันเหล่านี้ สามารถทำให้เกิดปัญหาทางด้านจิตใจขึ้นมาได้ และยังเป็นพฤติกรรมที่ขัดต่อหลักการความเท่าเทียมของมนุษย์ด้วย อ้างอิงจากข้อมูลของศาสตราจารย์ Vickie Mays แห่ง UCLA Fielding School of Public Health ในภาควิชานโยบายสุขภาพและการจัดการ ที่ได้ทำการวิจัยร่วมกับ Susan Cochran ศาสตราจารย์ในภาควิชาระบาดวิทยาที่ UCLA พบว่า “มีงานวิจัยหลายชิ้นที่แสดงให้เห็นว่า เมื่อคนเราได้รับการปฏิบัติอย่างแตกต่าง ไม่ยุติธรรม อาจสร้างผลกระทบทางจิตใจ ให้กับผู้ที่ถูกกระทำ โดยเริ่มตั้งแต่การเห็นคุณค่าในตัวเองต่ำ จนอาจทำให้เกิดความวิตกกังวลและก่อให้เกิดภาวะซึมเศร้า” การถูกเลือกปฏิบัติมีอะไรบ้าง? ตามหลักการพื้นฐานความเท่าเทียมของมนุษย์ในปัจจุบันนี้ ไม่ควรมีใครที่จะถูกเลือกปฏิบัติ ดังนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่เราทุกคนต้องตระหนักถึงความสำคัญในจุดนี้ และในกรณีที่การเลือกปฏิบัติเกิดขึ้นกับคุณ ให้คุณบอกตัวเองเอาไว้เลยว่า คุณไม่ได้ทำอะไรผิด “มนุษย์ทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกันหมด” หลังจากนั้นค่อยหาทางแก้ไขในสิ่งที่คุณเจอต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการถูกเลือกปฏิบัติในที่ทำงาน หรืออื่น ๆ ซึ่งมีหน่วยงานให้เปิดให้คุณได้ร้องเรียนอยู่ ตามหลักกฎหมายสิทธิมนุษยชนภูษิต เรืองอุดมกิจ | 641 days ago
Read More13/07/2023
ปล่อยใจไปกับทะเล ดำน้ำชมประติมากรรมดอกไม้ ณ ก้นทะเลจากศิลปินชาวญี่ปุ่น
หากคุณบังเอิญเป็นคนชอบงานศิลปะแนวประติมากรรม บังเอิญชอบดำน้ำ และบังเอิญว่าคุณกำลังจะไปเที่ยวญี่ปุ่น Hack for Health ขอแนะนำจุดดำน้ำที่คุณอาจไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนกับผลงานประติมากรรมดอกไม้ใต้ทะเล โดยศิลปินนักจัดดอกไม้ชาวญี่ปุ่น ‘อะซึมะ มาโกโต’ (Azuma Makoto) การท่องเที่ยวต่างประเทศ การดำน้ำ และการชมงานศิลปะเป็นกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายสมองและยกระดับความคิดและจิตใจของผู้คนได้ และผลงานศิลปะของ อะซึมา มาโกโต อาจให้คุณได้ทุกอย่าง ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานการจัดดอกไม้ใต้ทะเลชิ้นที่ 3 ในซีรีส์ ‘Bloom’ หรือ ‘ผลิบาน’ ซึ่งเป็นการจัดแสดงในส่วนที่ทะเลส่วนที่ลึกกว่าชิ้นก่อน ๆ ดอกไม้นานาชนิดที่มีสีสัน รูปร่าง รูปทรง และสัมผัสที่แตกต่างกัน ถูกตีความใหม่ใต้ผืนน้ำอันไม่มีที่สิ้นสุด สร้างความประสบการณ์ที่สวยงามให้เหล่านักดำน้ำที่ได้ดำน้ำลงมาชมภาพดอกไม้และใบไม้หลากชนิดลื่นไหลไปกระแสของคลื่นใต้ทะเลอย่างไม่หยุดพัก มวลน้ำทะเลที่โอบรัดรอบตัว และเสียงฟองจากคลื่นทะเล ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ในการผสานงานศิลปะเข้ากับความรู้ด้านพฤกษศาสตร์ของตัวศิลปิน มาโกโตสื่อถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติที่พึ่งพิงกัน แต่ก็ล้วนแต่เปราะบางและไม่จีรัง ซึ่งชวนให้คุณดื่มด่ำกับความสวยงามของดอกไม้ที่พลิ้วไหวใต้ท้องทะเลให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ที่มา: Designboom พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสภูษิต เรืองอุดมกิจ | 940 days ago
Read More12/07/2023
ทำอย่างไรเมื่องานที่ชอบ กลายเป็นงานที่ไม่ใช่!
มีเหตุผลมากมายที่ทำให้คุณเกลียดงานของคุณ แม้งานที่คุณกำลังทำอยู่นี้จะเป็นงานที่อาจทำให้คุณมีความสุขมาก ๆ มาก่อน หรือเป็นงานที่คุณอยากทำมาก ๆ แต่เมื่อได้ลงสนามจริงไปสักระยะหนึ่งกลับพบว่า งานที่คุณเคยรักนี้กลับทำให้คุณมีความทุกข์แทนเสียอย่างนั้น ซึ่งต้นตอของปัญหานี้ก็มาจากปัจจัยที่หลากหลาย โดยอาจจะมาจากความสัมพันธ์ของคุณกับเจ้านาย ความสมดุลในชีวิตการทำงานที่ไม่ดี วัฒนธรรมของบริษัทที่มีค่านิยมไม่ตรงกัน หรืออาจจะเป็นเพื่อนร่วมงานที่ Toxic ซึ่งไม่ว่าต้นตอของปัญหาจะมาจากที่ไหนก็ตาม สัญญาณแรกที่ทุกคนมักพบเหมือน ๆ กัน ก็คือมักมีอาการ “เหนื่อยหน่าย” คุณไม่ได้มีความรู้สึกนี้เพียงคนเดียว และไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ที่เป็นปัจจัยที่ทำให้คุณเกลียดงานของคุณ เราขอบอกเลยว่า ประมาณการของคนทั่วไปได้ใช้เวลา 1 ใน 3 ของชีวิตไปกับการทำงาน ซึ่งหมายถึง คุณใช้เวลาไปกับการทำงานประมาณ 90,000 ชั่วโมงตลอดช่วงชีวิตของคุณ ผู้คนใช้เวลามากเกินไปในการทำงาน มากกว่าที่ใช้เวลากับครอบครัวหรือคนที่คุณรักด้วยซ้ำ เริ่มต้นหาทางสงบศึกกับงาน “หยุดคิดและไตร่ตรอง” ขั้นตอนแรกซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดขั้นตอนหนึ่ง นั่นก็คือให้คุณ “หยุดคิดและไตร่ตรอง” เพราะบ่อยครั้งเมื่อคุณอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่พึงปรารถนา อาจทำให้คุณมองไม่เห็นทางออก เริ่มจากให้คุณตั้งสตินั่งนิ่ง ๆ และหยิบปากกาพร้อมกับกระดาษออกมา แล้วเขียนคุณสมบัติและลักษณะของงานที่ชอบและไม่ชอบลงไป สิ่งนี้จะช่วยทำให้คุณมองเห็นความคิดของตัวเองได้ดีขึ้น เพราะหลาย ๆ คนเมื่อลองเขียนออกมาแล้ว กลับพบว่าไม่ได้เกลียดงาน แต่เกลียดสภาพแวดล้อมในการทำงานและภาระงานมากกว่า ทำให้คุณนำข้อมูลที่ได้มาจากจุดนี้ไปใช้ในการหาทางแก้ไขต่อไปได้ อย่าเพิ่งลาออก! อย่าเพิ่งลาออกจากงานเด็ดขาด…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 941 days ago
Read More10/07/2023
สูตรเปลี่ยนนิสัยและพัฒนาตัวเองด้วยกฎการทำซ้ำ 21 วัน
วันนี้เราจะชวนคุณมาเปลี่ยนนิสัยกัน ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากจะละทิ้งนิสัยที่ไม่ดีบางอย่าง และในขณะเดียวกันก็อยากฝังนิสัยที่ดีใหม่ ๆ ลงไปในจิตใต้สำนึก หรือระบบการทำงานร่างกายของคุณ วันนี้เราจะมาแนะนำให้คุณได้ทำความรู้จักกับ “กฎการทำซ้ำ 21 วัน” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกฎที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันนี้ ที่มาของกฎการทำซ้ำ 21 วัน แนวคิดของ “กฎการทำซ้ำ 21 วัน” มาจาก Dr. Maxwell Maltz ศัลยแพทย์พลาสติกและนักเขียนเรื่อง Self-Help ในปี 1960 โดยดร. Maltz สังเกตเห็นว่าผู้ป่วยของเขาใช้เวลาประมาณ 21 วัน ในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ของพวกเขาหลังการทำศัลยกรรมพลาสติก นอกจากนี้เขายังสังเกตเห็นว่า มีการใช้เวลาประมาณ 21 วันในการสร้างนิสัยใหม่และปรับตัวเข้ากับพฤติกรรมใหม่ ซึ่งการสังเกตนี้ก็มาจากตัวเขาเอง และผู้ป่วยคนอื่น ๆ ของเขา ดร. Maltz เขียนสิ่งที่เขาพบนี้ลงในหนังสือ “Psycho-Cybernetics” ซึ่งตีพิมพ์ในปี 1960 หนังสือเล่มนี้ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางและมีอิทธิพลต่อ ผู้ที่การพัฒนาตนเองเป็นอย่างมาก และกฎนี้ยังคงได้รับการแนะนำและบอกต่อมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน และได้รับการแปลและแนะนำไปทั่วโลก การเปลี่ยนแปลงตัวเองในเวลา 21 วัน เรื่องนี้อาจเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่ก็เป็นไปได้ที่ถ้าคุณวางแผนในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 943 days ago
Read More06/07/2023
Halo Effect หลักจิตวิทยาว่าด้วยเรื่อง ‘แค่ดูดีก็ได้ดี’ เมื่อคุณเทิดทูนคนหล่อสวยจนไม่เห็นข้อบกพร่อง
ปฏิเสธไม่ได้ว่า การพบเจอผู้คนหรือการมองหาเพื่อนหรือแฟนสักคน เรามักจะมองที่รูปร่างหน้าตาเป็นอย่างแรก จนลืมในเรื่องนิสัยใจคอ หรือทัศนคติของบุคคลนั้น ๆ ไปโดยปริยาย เพราะเมื่อไหร่ที่เราเจออะไรที่ดูดี หน้าตาดี หรือมีผิวพรรณที่ดี เรามักจะใช้เหตุผลในการตัดสินใจน้อยลง และคิดว่าคนนั้นจะต้องเป็นคนดีโดยไม่ต้องคิดอะไรมากมาย ซึ่งตามหลักจิตวิทยาจะเรียกว่า “Halo Effect” รู้จักกับ Halo Effect คืออะไร สำหรับคนว่า Halo Effect จะหมายถึง แสงสว่างที่เป็นวงกลมอยู่เหนือศีรษะของนักบุญในคริสต์ศาสนา หรือบางคนอาจจะคุ้นเคยกับวงกลมเหนือหัวเทวดาในการ์ตูนหลาย ๆ เรื่อง ที่จะเป็นตัวสื่อถึงความศักดิ์สิทธิ์ ความเป็นคนดี หรือความน่าชื่นชม เป็นต้น โดยคำนี้ได้ถูกนำมาใช้โดย เอ็ดเวิร์ด ธอนไดค์ (Edward Thorndike) นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน เขาเป็นผู้บัญญัติคำนี้ขึ้นมาด้วยการทดสอบโดยใช้นายทหาร 2 คน ประเมินทหารผู้ใต้บังคับบัญชา ทั้งในด้านกายภาพ ไม่ว่าจะเป็น ความเป็นระเบียบ เสียง รูปร่าง หน้าตา และความแข็งขัน รวมทั้งด้านความฉลาด ทักษะความเป็นผู้นำ และคุณลักษณะส่วนตัว และผลที่ออกมามีความน่าสนใจมากที่สุด เพราะเขาได้พบว่าลักษณะข้างต้นมีความสัมพันธ์กับการตัดสินใจสูงเป็นอย่างมาก เพราะคนที่ดูดีมักจะทำให้คนเชื่อว่าบุคคลนี้ดี และนอกจากนี้ยังมีงานวิจัยอื่น…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 947 days ago
Read More04/07/2023
สัญญาณของ PTSD เมื่อความโหดร้ายในอดีตตามหลอกหลอน
หากเราพบเจอกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน จนอาจจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อร่างกายอย่างรุนแรง แต่รู้หรือไม่ว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงแค่การเจ็บปวดทางร่างกายอย่างเดียวเท่านั้น เพราะจะก่อให้เกิดผลกระทบทางจิตใจอย่างรุนแรงได้เช่นเดียวกัน และเหตุนี้เองจึงเป็นสาเหตุสำคัญของโรค PTSD หรือทางการแพทย์เรียกกันว่า “โรคความผิดปกติทางจิตใจภายหลังภัยยันตราย” ซึ่งจะถือเป็นโรคที่มีความอันตรายในด้านจิตใจเป็นอย่างมาก และอาจจะก่อให้เกิดปัญหาในด้านอื่น ๆ ตามมาอีกมากมายได้เช่นกัน รู้จักกับโรค PTSD หรือโรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) หรือโรคความเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง จะเป็นภาวะที่เกิดจากความผิดปกติทางจิตใจอย่างร้ายแรง ที่จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อผู้ป่วยได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงจากเหตุการณ์ไม่คาดคิดต่าง ๆ อย่างเช่น ประสบอุบัติเหตุ การถูกล่วงละเมิดทางเพศ ถูกทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง หรือประสบภัยพิบัติ เป็นต้น ซึ่งผู้ป่วยจะเป็นผู้ที่ประสบเหตุการณ์โดยตรง หรือเป็นผู้ที่ได้รับการสูญเสียจากเหตุการณ์ร้ายแรงต่าง ๆ ได้เช่นกัน จนทำให้ผู้ป่วยอาจจะเห็นภาพเหตุการณ์จากอดีตในหัว ฝันร้ายเกี่ยวกับเหตุการณ์นั้น ๆ รู้สึกวิตกกังวลจนไม่สามารถควบคุมได้ และอาจจะก่อให้เกิดอาการนอนไม่หลับ หรือไม่มีสมาธิ เป็นต้น โดยโรคนี้จะเป็นโรคที่ค่อนข้างรุนแรง และยังเกิดขึ้นได้อย่างสม่ำเสมอ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้เลยทีเดียว รู้จักกับอาการของโรค “PTSD” แสดงอาการในลักษณะไหนบ้าง ? รู้หรือไม่ว่าโรค PTSD จะเป็นความผิดปกติทางจิตใจที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก โดยส่วนใหญ่แล้วอาการของโรคมักจะแสดงในช่วงเดือนแรกหลังจากเกิดเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง แต่ในบางกรณีก็อาจจะเกิดขึ้นหลังจากเกิดเหตุการณ์เหล่านั้นหลายเดือนไปจนถึงปีได้เช่นกัน ในส่วนของอาการที่แสดงออกมาในแต่ละบุคคล จะมีการแสดงอาการที่แตกต่างกันออกไป แต่โดยส่วนใหญ่แล้วผู้ป่วยมักจะแสดงอาการดังต่อไปนี้…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 949 days ago
Read More29/06/2023
การร้องไห้ออกมาดีกับสุขภาพจิตกว่าที่คิด
การร้องไห้มักถูกคนเข้าใจผิดว่าเป็นผลลัพธ์ของคนอ่อนแอ ขี้แพ้ ขี้แย แต่ทั้งที่จริง ๆ แล้วการร้องไห้เมื่อเจอกับสถานการณ์ที่เลวร้ายหรือกระทบกระเทือนจิตใจกลับเป็นกลไกในการดูแลสุขภาพจิตที่สำคัญ ในช่วงท้ายของบทความอยากให้เสริมวิธีสังเกตว่าจะจัดการกับการร้องไห้อย่างไรดี หรือการร้องไห้แบบไหนอาจเป็นสัญญาณของภาวะทางอารมณ์ การร้องไห้ไม่ได้หมายความว่าเราอ่อนแอเสมอไป เพราะในบางครั้งเราร้องไห้เพราะมีความสุข ตื้นตันประทับใจ หรือเกิดจากความเศร้าได้เช่นเดียวกัน แต่ก็ยังมีหลายคนที่คิดว่าคนร้องไห้บ่อย ๆ เป็นคนอ่อนแอ หรือขี้แย แต่จริง ๆ แล้วการร้องไห้เป็นเพียงการแสดงความรู้สึกที่อยู่ภายในจิตใจออกมา และเราเคยสงสัยหรือไม่ว่า หลังจากเราได้ร้องไห้แล้ว จะทำให้เรามีความรู้สึกดีมากยิ่งขึ้น ด้วยความที่การร้องไห้มีประโยชน์ในด้านสุขภาพทางจิตใจมากกว่าที่เราคิดนั่นเอง การร้องไห้เป็นเรื่องปกติจริงหรือไม่ ? โดยปกติแล้วคนเรามักจะไม่ชอบร้องไห้เท่าไหร่นัก เพราะกลัวจะถูกมองว่าเป็นคนอ่อนแอ หรือเป็นคนขี้แง จึงทำให้หลายคนเลือกที่จะทำตัวเข้มแข็ง แม้ในใจจะแตกสลายมากเท่าไหร่ก็ตาม แต่ทุกคนรู้หรือไม่ว่าการร้องไห้จะเป็นสัญชาตญาณธรรมชาติของเรา และเป็นสิ่งแรกที่เราทำกันมาตั้งแต่เกิด ในชีวิตช่วงเวลาหนึ่งก็ต้องมีช่วงที่เราอยากร้องไห้ออกมา เพราะการร้องไห้จะเป็นสิ่งที่สามารถบอกความรู้สึกต่าง ๆ ของเราไปยังผู้อื่นได้ นอกจากนี้การร้องไห้ยังเป็นอีกหนึ่งวิธีตอบสนองทางอารมณ์ และพฤติกรรมต่อบางสิ่งบางอย่างที่เราเห็น ได้ยิน หรือคิด จนในบางครั้งเราต้องการอยู่คนเดียวและร้องไห้ออกมาให้ได้มากที่สุด ดังนั้นจะต้องกล่าวว่า การร้องไห้เป็นเรื่องธรรมชาติ หรือเป็นเรื่องปกติที่เราสามารถร้องไห้ได้ทุกคน เพราะถือเป็นการระบายความรู้สึกที่อยู่ในใจได้เป็นอย่างดี แต่หากใครที่ร้องไห้อย่างรุนแรง หรือร้องไห้มากเกินไป อาจจะทำให้ร่างกายตึงเครียด และไปเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ และการหายใจให้สูงขึ้นได้เช่นกัน ร้องไห้ให้ประโยชน์ได้มากกว่าที่เราคิด ตั้งแต่เด็กจนโตของหลาย ๆ คน มักจะได้รับการสอนเสมอว่า…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 954 days ago
Read More29/06/2023
การเลี้ยงน้องหมาช่วยพัฒนาสุขภาพจิตได้
ในปัจจุบันจะเห็นได้ชัดเลยว่า หลายคนหันมาเลี้ยงสัตว์กันมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น สุนัข แมว กระต่าย หรือสัตว์ชนิดอื่น ๆ อีกมากมาย เพราะนอกจากสัตว์เหล่านี้จะมีความน่ารักสดใสแล้ว ยังช่วยส่งเสริมสุขภาพจิตของเราได้อีกด้วย เนื่องจากบางคนที่อยู่บ้าน หรืออยู่หอเพียงคนเดียว หากมีสัตว์เลี้ยงอยู่ด้วยจะเป็นอีกหนึ่งเพื่อนช่วยยามเหงาได้เป็นอย่างดี จนทำให้ในปัจจุบันมีบริการสัตว์เลี้ยงบำบัดเลยก็ว่าได้ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการพัฒนาสุขภาพจิตได้มากขึ้นกว่าเดิม เลี้ยงสุนัข ช่วยพัฒนาสุขภาพจิตได้อย่างไร รู้หรือไม่ว่าในปัจจุบันมีหลักฐานยืนยันว่าการเลี้ยงสุนัข หรือการเลี้ยงสัตว์ จะช่วยให้ผู้เลี้ยงมีสุขภาพจิตดีมากยิ่งขึ้น เพราะสัตว์เลี้ยงเหล่านี้จะให้ความรู้สึกว่าเรามีเพื่อนอยู่ข้าง ๆ แถมยังสามารถรักษาความเครียดได้อีกด้วย อย่างเช่น การเลี้ยงสุนัขจะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยของผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าให้กลับมามีสุขภาพจิตที่ดีมากยิ่งขึ้น ด้วยการพาสุนัขไปเดินเล่นหรือวิ่งเล่น จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยกระตุ้นให้เจ้าของได้ออกกำลังกาย เพิ่มความผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยให้เราได้มีโอกาสพบเจอกับผู้คนใหม่ ๆ และหากเราได้เข้าสังคมใหม่ ๆ จะช่วยคลายความรู้สึกโดดเดี่ยวได้มากกว่าเดิม และยังมีข้อมูลที่ระบุอีกว่า การเล่นกับสุนัขหรือแมว จะส่งผลให้ร่างกายหลั่งสารความสุข อย่างเช่น เซโรโทนิน (Serotonin) และโดปามีน (Dopamine) ออกมามากยิ่งขึ้น ส่งผลให้เจ้าของรู้สึกมีความสุข และรู้สึกสงบได้มากขึ้นกว่าเดิม ทั้งนี้ยังมีหลักฐานที่ชี้ชัดว่า การเลี้ยงสัตว์จะสร้างผลบวกต่อกลุ่มเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้น ช่วยให้เด็กมีความรับผิดชอบต่อสัตว์เลี้ยง และในขณะเดียวกันผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ยังสามารถบำบัดได้ด้วยการเลี้ยงสัตว์ เพราะจะช่วยคลายกังวลลงได้ดีที่สุด เลี้ยงสุนัขช่วยส่งเสริมสุขภาพจิตในด้านใดบ้าง การเลี้ยงสุนัข หรือการเลี้ยงสัตว์จะเป็นทางเลือกที่ดี ที่จะเป็นตัวช่วยลดความวิตกกังวล และความเครียดในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 954 days ago
Read More28/06/2023
AI Anxiety ความกังวลที่จะตกงานด้วยการมาของ AI ส่งผลต่อสุขภาพจิตแค่ไหนและรับมืออย่างไรดี?
AI (Artificial Intelligence) หรือปัญญาประดิษฐ์อาจเรียกได้ว่าเป็นเทคโนโลยีแห่งทศวรรษนี้เลยก็ว่าได้ เพราะปัญญาประดิษฐ์นั้นเริ่มมีความคิดความอ่านและการประมวลผลที่เฉียบคมมากขึ้นแบบก้าวกระโดดด้วยอินเทอร์เน็ตและข้อมูลมหัตหรือ Big Data ที่จะเสกเนื้อหาบทความหรือเขียน Essay โดย ChatGPT หรือ Google Bard ทำสไลด์นำเสนอโดย AI จาก Canva หรือสร้างภาพเสมือนจริงด้วย Midjourney ก็ทำได้ การอุบัติขึ้นของ AI ในยุคใหม่นี้ทำให้เกิดกระแส AI Anxiety หรือความหวาดกลัวที่เหล่าบรรดาปัญญาประดิษฐ์ที่แสนจะฉลาดล้ำ ซึ่งถูกสร้างโดยมนุษย์กำลังจะก้าวข้ามขึ้นไปอยู่เหนือมนุษย์ ผู้เชี่ยวชาญหลายสายเริ่มพูดถึงว่า AI จะเข้ามาทดแทนแรงงานมนุษย์ในบางตำแหน่งและอาจทำให้คนหลายล้านคนทั่วโลกต้องตกงาน รายงานในปี 2017 ของสถาบันแมคคินซีโกลบอล (McKinsey Global Institute: MGI) บอกว่าคน 75–375 ล้านคน คิดเป็น 3–14 เปอร์เซ็นต์ของแรงงานทั่วโลกที่อาจต้องเปลี่ยนอาชีพและพัฒนาทักษะเพราะการมาของ AI หรือ รายงานประจำเดือนมีนาคมปี 2023 ของ Goldman Sachs ธนาคารใหญ่ในสหรัฐอเมริกาคาดการณ์ว่า AI สามารถเข้าไปแทนที่ตำแหน่งงานกว่า 300…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 954 days ago
Read More26/06/2023
ฟินแลนด์ผุดแคมเปญ ‘เกาะออฟไลน์ที่แรกของโลก’ หวังให้ผู้คนได้พักผ่อนอย่างแท้จริง
ทุกวันนี้สมาร์ตโฟนไม่ต่างอะไรกับอวัยวะที่ 33 แทบจะจำเป็นกว่ากุญแจบ้านหรือกระเป๋าสตางค์ด้วยซ้ำ หลายปีที่ผ่านมาเราได้เห็นแล้วว่าการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มากเกินพอดีส่งผลต่อสุขภาพกายและสุขภาพใจ เช่น อาการออฟฟิศซินโดรม อาการด้านดวงตา ภาวะความเครียด และภาวะซึมเศร้า ซึ่งแคมเปญที่ Hack for Health เอามาฝากน่าจะพอช่วยคุณได้ หน่วยงานการท่องเที่ยวในประเทศฟินแลนด์ได้สร้างแคมเปญการท่องเที่ยวแบบปลอดมือถือขึ้นที่เกาะ Ulko-Tammio ตั้งอยู่ในทะเลบอลติก (Baltic sea) นอกชายฝั่ง Hemina ทางตะวันออกของอ่าวฟินแลนด์ ซึ่งเกาะแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความสวยงาม คุณสามารถดื่มด่ำกับทะเลและป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ภายในเกาะได้ในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ เกาะ Ulko-Tammio ยังมีหมู่บ้านชาวประมงอยู่ด้วย เรียกได้ว่าสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่ได้เห็นทั้งความสวยงามของธรรมชาติและวัฒนธรรม โดยแคมเปญ ‘เกาะออฟไลน์’ หรือ ‘เกาะปลอดมือถือ’ เริ่มต้นขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายนจนถึงเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงหน้าร้อนของประเทศฟินแลนด์ที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 30 องศาเซลเซียสเท่านั้น โดยเจ้าหน้าที่ของเกาะจะเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวปิดมือถือหรืองดใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตลอดเวลาที่พักผ่อนอยู่บนเกาะ หรือถ้าใครห้ามใจไม่ได้ ทางเจ้าหน้าที่ก็มีสติกเกอร์สำหรับแปะที่หน้าจอมือถือเพื่อช่วยให้คุณไม่สามารถเห็นหรือรับรู้เรื่องราวบนโลกโซเชียลมีเดียผ่านสมาร์ตโฟนได้ โดยเหตุผลที่แคมเปญเกาะออฟไลน์แห่งนี้เกิดขึ้นก็เพื่อให้ผู้คนได้ลดการใช้มือถือ ได้สัมผัสและโฟกัสกับสิ่งรอบตัวมากขึ้น ซึ่งช่วยให้คุณได้พักผ่อนทั้งกายและใจอย่างแท้จริง โดยกิจกรรมบนเกาะมีตั้งแต่การเดินชมเส้นทางธรรมชาติ ว่ายน้ำ และไปส่องนก จากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันพบว่าการใช้โซเชียลมีเดียสัมพันธ์กับโรคทางอารมณ์ อย่างความเครียด ภาวะซึมเศร้า ภาวะวิตกกังวล โรคการกินผิดปกติ และปัญหาอื่นได้ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งการหยุดใช้โซเชียลมีเดียจึงอาจเป็นหนึ่งวิธีที่จะช่วยผ่อนคลายสมองและจิตใจจากข่าวหรือข้อมูลที่ส่งผลต่อสภาพจิตใจ ที่มา:…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 956 days ago
Read More21/06/2023
วิจัยเผย! ความเหงาและโดดเดี่ยวสัมพันธ์กับการตายก่อนวัยอันควร
อย่างที่ บริตนีย์ สเปียร์ บอกไว้ในเพลง Baby One More Time ว่า ‘My loneliness is killing me’ หรือ ‘ความเหงากำลังฆ่าฉัน’ การเปรียบเปรยถึงความทุกข์ทรมานจากความเหงาหรือความโดดเดี่ยวจนกลายมาเป็นเพลงสุดไอคอนิกของยุค 90s แต่การศึกษาในปี 2023 อาจทำให้การเปรียบเปรยนี้กลายเป็นความจริงและมีความหมายแบบตรงตัว เพราะผลลัพธ์ทางการศึกษาพบว่าคนที่ต้องเผชิญกับความเหงาและสภาวะโดดเดี่ยวทางสังคมมีโอกาสที่จะเสียชีวิตก่อนวัยอันควร คนเหงามีแค่ไหนในโลกยุคดิจิทัล? หากจั่วหัวว่าโลกยุคดิจิทัล หลายคนคงคิดว่าคนเหงาอาจมีไม่เท่าไหร่ เพราะโซเชียลมีเดียนั้นเชื่อมต่อผู้คนเอาไว้ แต่นั่นไม่เป็นความจริง เพราะการสำรวจจากหลายประเทศพบว่าประชากรเกินกว่าครึ่งนั้นรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยว อย่างสหรัฐอเมริกามีคนที่ให้ความเห็นว่าตัวเองเป็นคนเหงา 52 เปอร์เซ็นต์ และ 55 เปอร์เซ็นต์จากการสำรวจในลอนดอน ประเทศอังกฤษ ผลสำรวจเก่าตั้งแต่ปี 2019 พบว่าคนไทยที่รู้สึกว่าตัวเองเหงาถึง 26 ล้านคน โดยกลุ่มคนวัยทำงานมากที่สุด ตามมาด้วยวัยเรียน นิยามความเหงา: ความรู้สึกด้านลบที่เกิดจากความไม่สอดคล้องของความสัมพันธ์ทางสังคมที่ตนเองได้รับกับที่ตนเองต้องการ หรือปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ณ เวลานั้นไม่สามารถเติมเต็มความพึงพอใจได้ แล้วการแยกตัวจากสังคมหรือสภาวะโดดเดี่ยวทางสังคมล่ะ? (Social Isolation) คุณอาจไม่คุณกับคำนี้สักเท่าไหร่ ผู้เชี่ยวชาญนิยามการแยกตัวจากสังคมเป็นการที่ใครคนหนึ่งขาดการเข้าสังคมหรือติดต่อกับคนอื่นเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะจงใจหรือไม่ก็ตาม รวมถึงการเลือกที่จะอาศัยอยู่ตัวคนเดียวด้วย จากผลสำรวจในยุโรป…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 961 days ago
Read More21/06/2023
คอสเพลย์ ศาสตร์การก้าวข้ามตัวตนที่มากกว่างานอดิเรกและพัฒนาสุขภาพจิตของคุณได้
คอสเพลย์ (Cosplay) หนึ่งใน Soft Power อันทรงพลังจากวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่สร้างปรากฎการณ์ไปทั่วโลก ไล่ตามติดไปกับการ์ตูนญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นมังงะหรือแอนิเมชัน โดยทั่วไปการคอสเพลย์หมายถึงการเปลี่ยนแปลงตัวตนให้กลายไปเป็นตัวละครต่าง ๆ ทั้งการแต่งหน้า แต่งตัว หรือแม้แต่การสวมคาแรกเตอร์ของตัวละครนั้น แต่แค่ความชื่นชอบอย่างเดียวอาจไม่พอ เพราะการแต่งคอสเพลย์ต้องมีแพสชัน คนแต่งคอสเพลย์หรือคอสเพลเยอร์นั้นต้องใช้ทักษะทางด้านศิลปะและงานฝีมือมากมายเพื่อที่จะเข้าถึงการเป็นตัวละครนั้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ เรียกได้ว่าเป็นงานที่ใช้ทักษะและสมอง ซึ่งการแต่งคอสเพลย์ส่งผลดีต่อสุขภาพจิตของคุณได้ด้วย สุขภาพจิตที่ดีขึ้นผ่านการก้าวข้ามตัวตนด้วยการคอสเพลย์ บรรเทาความเครียด โดยปกติแล้ว เวลาที่คนเราได้ใช้เวลาไปกับสิ่งที่ชอบสามารถช่วยลดระดับความเครียดได้ ซึ่งการแต่งตัวเป็นตัวละครที่ตัวเองชื่นชอบนั้นไม่ต่างกับการแต่งตัวดี ๆ ออกไปนอกบ้านที่ช่วยสร้างความมั่นใจและสร้างความรู้สึกที่ดีกับตัวเอง หรือจะเป็นการออกไปช้อปปิ้งเพื่อซื้อพรอป (พรอปเพอร์ตี: Property) หรืออุปกรณ์ประกอบในการแต่งตัวก็จะช่วยให้คุณเปลี่ยนบรรยากาศจากสถานที่เดิม ๆ นอกจากนี้ การสวมบทบาทตัวของตัวละครเป็นหนึ่งในวิธีที่จะช่วยคุณสลัดความเครียดที่ติดอยู่กับตัวตนเดิมของคุณออกและไปโฟกัสกับคาแรกเตอร์ของตัวละครที่คุณคอสเพลย์แทน ซึ่งอาจทำให้คุณได้ทำอะไรสนุก ๆ ที่ต่างไปจากชีวิตประจำวัน ช่วยให้ผ่อนคลายและมีเวลาคิดเพื่อที่จัดการกับความเครียดหรือปัญหาที่เกิดขึ้นได้ดียิ่งขึ้น ฝึกสมาธิและความคิดสร้างสรรค์ การคอสเพลย์ไม่ใช่แค่การแต่งตัวด้วยชุดสำเร็จรูปเท่านั้น คอสเพลเยอร์หลายคนใช้เวลาหลายชั่วโมงไปกับการแต่งหน้าเพื่อให้เหมือนกับตัวละครมากที่สุด โดยต้องอาศัยสมาธิและทักษะในการแต่งหน้าอย่างมหาศาล เพราะตัวละครส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะจากฝั่งญี่ปุ่นหรือฝั่งตะวันตกมีความแฟนซีและรายละเอียดมากกว่าการแต่งหน้าทั่วไปจึงต้องใช้เวลาในการแต่งและการฝึกฝนในระยะยาว ชุดในการคอสเพลย์ก็ไม่ใช่ว่าใส่แล้วจะเหมือนเลย คอสเพลเยอร์หลายคนทำชุดด้วยตัวเอง ตั้งแต่การออกแบบ เลือกสี เลือกลาย การใส่รายละเอียดในแต่ละจุด รวมถึงการตัดเย็บ การจะทำชุดให้เหมือนกับตัวละครที่อยู่แอนิเมชันนั้นต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์และการคิดพลิกแพลงอย่างมากเพื่อที่จะหาวัสดุที่เหมือนมาใช้ทำชุด คอสเพลเยอร์ไม่ได้คอสเพลย์เป็นตัวละครที่เป็นคนเพียงอย่างเดียว บางคนคอสเป็นหุ่นยนต์ก็ต้องมีการประกอบหรือสร้างพร็อพขึ้นมาใหม่ต้องใช้ทักษะในการประดิษฐ์ บางคนอาจต้องต่อวงจรไฟเพื่อให้ชุดเรืองแสงได้ แต่ในขณะเดียวกันเมื่อสวมชุดก็ต้องเคลื่อนไหวได้คล่องตัวด้วย การแต่งคอสเพลย์จึงต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ในหลายด้านควบคู่กัน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 962 days ago
Read More20/06/2023
ลุกนั่ง-สก็อตจัมป์ บทลงโทษโรงเรียนไทยที่ผู้ใหญ่หลายคนไม่เคยจำ ทำไมถึงอันตราย?
ในแต่ละปี ประเทศไทยมักจะมีข่าวการบาดเจ็บหรือแม้แต่การเสียชีวิตจากการถูกทำโทษในสถานศึกษา ไม่ว่าจะโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยอยู่เสมอ หนึ่งในบทลงโทษที่แสนเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยอันตรายหากไม่ได้ผ่านการคิดไตร่ตรองก่อน คือ การทำโทษด้วยการลุกนั่งหรือสก็อตจัมป์เป็นจำนวนหลายครั้ง โดย Hack for Health จะพามาทำความรู้จักกับบทลงโทษนี้กัน FYI: ลุกนั่ง = สควอท (Squat) ต่างจาก สก็อตจัมป์ หรือ สควอทจัมป์ (Squat jump) ที่ทำท่าลุกนั่งคล้ายกัน แต่จะเพิ่มการกระโดดเข้ามาในช่วงลุกขึ้น รู้จักกับการลุกนั่ง/สก็อตจัมป์ให้มากขึ้น ท่าลุกนั่งเป็นท่าการออกกำลังกายแบบบอดีเวท (Bodyweight training) ซึ่งช่วยบริหารกล้ามเนื้อหลายส่วน ตั้งแต่กล้ามเนื้อสะโพก อุ้งเชิงกราน ต้นขาด้านหน้า น่อง และกล้ามเนื้อลำตัวด้านข้าง หากทำอย่างเหมาะสมจะสามารถช่วยสร้างกล้ามเนื้อได้ ดีต่อสุขภาพ กระชับสัดส่วน และช่วยเพิ่มการเผาผลาญ พอท่านี้ได้ชื่อว่าเป็นท่าของการออกกำลังกาย เราจึงเห็นการทำโทษของสถาบันการศึกษาไทยในหลายแห่งตามข่าว ทั้งในอดีตและปัจจุบันใช้การลุกนั่งเป็นการทำโทษ โดยบอกหรืออ้างว่าเป็นการออกกำลังกาย เพราะเมื่อทำติดต่อกันมักจะทำให้รู้สึกเมื่อย ปวดกล้ามเนื้อ เหนื่อยล้า และสร้างความทรมานให้กับคนที่ทำได้ ทำไมการทำโทษด้วยการลุกนั่ง-สก็อตจัมป์ถึงอันตราย? การออกกำลังกายเป็นเรื่องที่ดี แต่อย่างที่รู้กันว่าอะไรที่มากเกินหรือทำอย่างไม่ถูกต้องย่อมส่งผลเสียได้ การลุกนั่ง-สก็อตจัมป์ก็เช่นเดียวกัน การทำท่าลุกนั่งอย่างไม่ถูกต้อง การออกกำลังกายอย่างถูกต้องนั้นไม่ได้ง่ายเหมือนที่ตาเห็น แม้ภาพการลุกนั่งของหลายคนก็เป็นแค่การย่อขาและยืนขึ้น แต่ในการทำจริงนั้นมีรายละเอียดที่ไม่ควรมองข้าม…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 963 days ago
Read More16/06/2023
การศึกษาชี้! การกินของทอดเยอะ เสี่ยงภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล โดยเฉพาะในผู้ชายอายุน้อย
ของทอดเป็นรูปแบบอาหารที่อร่อยและเป็นที่ชื่นชอบของหลายคน ไม่ว่าจะเป็นไก่ทอด เฟรนช์ฟรายส์ ลูกชิ้นทอด ไข่เจียว และอื่น ๆ แต่ถึงอย่างนั้นคนส่วนใหญ่ก็รู้กันดีว่าอาหารประเภทนี้ให้พลังงานสูง การกินมากเกินไปอาจสามารถทำให้น้ำหนักขึ้น เกิดโรคอ้วน โรคความดันโลหิตสูง และโรคอื่น ๆ ตามมาได้ แต่นอกจากปัญหาสุขภาพทางกายแล้ว การศึกษาล่าสุดยังพบว่าการบริโภคของทอดอาจเพิ่มความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้าและภาวะวิตกกังวลที่เป็นอาการทางจิตเวชด้วย โรคทางจิตเวชเหล่านี้เป็นโรคที่ควรได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เพราะสามารถส่งผลต่อการใช้ชีวิตและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย รวมถึงคนรอบข้างได้ อีกทั้งการรักษาส่วนใหญ่มักเป็นการรักษาระยะยาวและอาจมีความเฉพาะในการรักษาที่แตกต่างกันในแต่ละเคส การศึกษาชี้ การกินของทอดเพิ่มความเสี่ยงภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล การศึกษาชิ้นนี้เป็นการศึกษาจากประเทศจีน โดยทีมวิจัยได้รวบรวมข้อมูลจากคนกว่า 140,728 คนในช่วง 11.3 ปี ทีมวิจัยพบว่ามีคนที่ได้รับการวินิฉัยภาวะซึมเศร้า 12,735 คนและภาวะวิตกกังวล 8,294 คน จุดร่วมกันของคนเหล่านี้คือการกินของทอด ในคนที่กินของทอดมากกว่า 1 ครั้ง/วันมีความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้าสูงกว่า 12 เปอร์เซ็นต์และความเสี่ยงของภาวะวิตกกังวล 7 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับคนที่ไม่กินของทอดเลย โดยกลุ่มผู้ชายอายุน้อยเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มว่าจะกินของทอดมากกว่า 1 เสิร์ฟ/ครั้ง คนกลุ่มนี้จึงมีความเสี่ยงที่ต้องเจอกับภาวะดังกล่าวมากกว่า การศึกษานี้ยังบอกด้วยว่าการกินเมนูยอดฮิต อย่างเฟรนช์ฟรายส์เสี่ยงต่อภาวะทางอารมณ์เหล่านี้ได้มากกว่าการกินเนื้อสัตว์ทอดในกลุ่มเนื้อขาว อย่างไก่ทอดหรือปลาทอดราว 2 เปอร์เซ็นต์ ดร.เดวิด แคตซ์ (Dr. David Katz)…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 966 days ago
Read More14/06/2023
ทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะซึมเศร้า: สัญญาณ อาการ และทางเลือกในการรักษา
ภาวะซึมเศร้าเป็นโรคทางจิตเวชประเภทหนึ่ง สามารถเกิดได้จากหลายปัจจัยตั้งแต่ปัจจัยทางชีวภาพ ปัจจัยทางจิตวิทยา ไปจนถึงปัจจัยทางสังคมที่อาศัยอยู่ แต่หากมองในมุมของการแพทย์ภาวะซึมเศร้าเกิดจากความผิดปกติของสารเคมีในสมองที่เรียกว่าเซโรโทนิน ที่มีปริมาณลดลงจนทำให้ผู้ป่วยมีอาการป่วยทั้งทางร่างกาย จิตใจ และความคิด โดยมีหลายปัจจัยเป็นตัวกระตุ้น เช่น สภาพจิตใจที่เกิดจากการเลี้ยงดู ความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ความเสี่ยงทางด้านพันธุกรรม การสูญเสียครั้งใหญ่ หรือความเครียดสะสม แต่ลักษณะอาการและสัญญาณเตือนจะเป็นยังไงหรือมีแนวทางรักษาอย่างไรไปดู สัญญาณบ่งบอกอาการ หากคิดว่าตัวเองกำลังเข้าสู่ภาวะซึมเศร้าแต่ยังไม่แน่ใจลองเช็กอาการต่อไปนี้เบื้องต้นดู อย่างไรก็ตามหากพบสัญญาณข้างต้นถือว่าเข้าข่ายการเป็นโรคซึมเศร้าแต่ยังไม่สามารถวินิจฉัยได้แบบ 100% ว่าเป็นโรคซึมเศร้าหรือไม่ ดังนั้นไปดูอาการเพิ่มเติมที่พบเห็นได้ ดังนี้ โดยผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้าจะมีอาการดังกล่าวมากจนกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น มีปัญหาเรื่องการเข้าสังคม รู้สึกเศร้าโดยไม่ทราบสาเหตุ กลัวการอยู่กับคนเยอะ ๆ เป็นต้น แนวทางการรักษา สำหรับแนวทางในการรักษาภาวะซึมเศร้านั้นมีหลายวิธี คนไข้แต่ละคนจำเป็นต้องปรับการรักษาให้เหมาะสมกับระยะอาการ ดังนี้ 1. จิตบำบัด มีหลายรูปแบบ ดังนี้ 2. รักษาโดยใช้ยา ส่วนใหญ่การรักษาภาวะซึมเศร้าจะรักษาด้วยยา 2 กลุ่ม ดังนี้ 3. การรักษาด้วยไฟฟ้า TMS ใช้รักษาผู้มีภาวะซึมเศร้าที่มีอาการเรื้อรังมานาน รักษาไม่หาย และไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาหรือวิธีอื่น ๆ วิธีการรักษา คือ ผู้ป่วยต้องได้รับการกระตุ้นด้วย TMS…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 969 days ago
Read More12/06/2023
ทำไมการนอนหลับจึงจำเป็นต่อสุขภาพจิต เคล็ดลับเพื่อสุขอนามัยการนอนหลับที่ดีขึ้น
เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมวันไหนนอนไม่พอแล้วมักหงุดหงิดไม่ก็โมโหง่าย ทำเรื่องนั้นเรื่องนี้ก็ไม่ได้ดั่งใจ แถมยิ่งปล่อยไว้นานวันเข้ายิ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพด้านต่าง ๆ ตามมา บางคนยิ่งนอนไม่พอยิ่งนอนไม่หลับ ในขณะที่บางคนยิ่งนอนยิ่งอยากนอนมากขึ้น หรือบางคนอาจรุนแรงไปกว่านั้นเมื่อร่างกายเริ่มเข้าสู่สภาวะซึมเศร้า เกิดอะไรขึ้นกันแน่ การนอนหลับมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพจิตขนาดนั้นจริงหรือ หากสนใจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอนหลับใหม่เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น สามารถทำได้อย่างไรบ้างไปดูกัน ทำไมการนอนหลับจึงจำเป็นต่อสุขภาพจิต แน่นอนว่าการอดนอนส่งผลกระทบต่อร่างกายหลายด้าน ตั้งแต่ระบบภูมิคุ้มกัน หัวใจ ไปจนถึงการทำงานของระบบประสาท เมื่อร่างกายของเราเริ่มอ่อนแอลงก็จะส่งผลกระทบโดยตรงกับสุขภาพจิตก่อให้เกิดความเครียด แต่ละคนอาจต่างกันไป บางคนเครียดเรื่องสุขภาพ บางคนเครียดเรื่องงาน แต่สุดท้ายแล้วก็ล้วนส่งผลต่อสุขภาพจิตตามมาอยู่ดี นอกจากนั้น สำหรับผู้ที่อดนอนชนิดรุนแรงอาจส่งผลให้เกิดอาการทางจิตตามมา เช่น ประสาทหลอน หูแว่ว มีลักษณะคล้ายคนมีภาวะอารมณ์ 2 ขั้วหรือไบโพล่า เช่น ซึมเศร้าผิดปกติหรือร่าเริงผิดปกติ เป็นต้น เคล็ดลับเพื่อสุขอนามัยการนอนหลับที่ดีขึ้น รู้อย่างนี้แล้วยอมปล่อยให้ตัวเองอดนอนต่อไปคงไม่ดีต่อทั้งสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตเป็นแน่ หากอยากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองใหม่แต่ไม่รู้จะทำยังไงลองวิธีเหล่านี้ดู 1. เข้านอนและตื่นให้เป็นเวลา เชื่อว่าหลายคนเป็นกัน ช่วงแรก ๆ ของการปรับพฤติกรรมนอนให้ตรงเวลาบอกเลยว่าค่อนข้างทุลักทุเลกว่าจะนอนหลับได้ก็ต้องคิดเรื่องนั้นคิดเรื่องนี้ รู้ตัวอีกทีหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้หรือบางคนอาจไม่ได้หลับเลยเพราะมัวแต่ใช้เวลาไปกับการคิด พอร่างกายเริ่มปรับตัวเมื่อไหร่เราก็จะคุ้นชินกับเวลาการนอนหลับเดิม เช่น เรานอนตอน 02 : 00 น. เราก็จะรู้สึกง่วงตอนตีสอง ดังนั้นจึงอยากให้กำหนดเวลาเข้านอนและตื่นนอนให้เหมาะสม เช่น เข้านอน 22…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 971 days ago
Read More09/06/2023
ผ้าห่มถ่วงน้ำหนัก ตัวช่วยเพื่อการนอนหลับที่จะช่วยให้คุณรู้สึกเหมือนถูกกอดตลอดคืน
การนอนคนเดียวอาจไม่เหงาเหมือนเคยและยังทำให้คุณนอนหลับดีขึ้น ถ้าหากมี ‘ผ้าห่มถ่วงน้ำหนัก’ (Weighted blankets) ผ้าห่มถ่วงน้ำหนัก คือ ผ้าห่มที่มีน้ำหนัก 2–13 กิโลกรัม ซึ่งหนักกว่าผ้าห่มทั่วไป ผ้าห่มชนิดนี้เป็นการนำคอนเซ็ปต์การบำบัดด้วยการให้สัมผัสแบบลึก (Deep pressure therapy) หรือใช้แรงกดเพื่อการรักษามาใช้กับเครื่องนอนอย่างผ้าห่ม แม้จะดูคล้ายกับว่าเป็นอุปกรณ์สำหรับการบำบัด แต่คนทั่วไปสามารถใช้ผ้าห่มถ่วงน้ำหนักในการนอนหลับได้เหมือนกัน ซึ่งผ้าห่มถ่วงน้ำหนักอาจเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่อยากเพิ่มคุณภาพการนอนหลับหรือแม้กระทั่งคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับจากสาเหตุต่าง ๆ ในบทความนี้ Hack for Health จะมาเล่าประโยชน์และข้อมูลของผ้าห่มผืนนี้ที่อาจช่วยเปลี่ยนทุกคืนต่อจากนี้ให้เป็นคืนที่ดีขึ้น ผ้าห่มถ่วงน้ำหนักที่ให้ความรู้สึกเหมือนการถูกกอด การบำบัดด้วยการให้สัมผัสแบบลึกเป็นการบำบัดที่มีการใช้มานานแล้ว โดยจะเป็นการใช้แรงกดเข้าไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเพื่อกระตุ้นเส้นประสาทและจุดสัมผัสที่อยู่ทั่วร่างกาย ซึ่งจะให้ความรู้สึกคล้ายกับการถูกโอบกอดเอาไว้ โดยน้ำหนักที่ใช้ในการบำบัดและน้ำหนักของผ้าห่มจะเป็นน้ำหนักที่กำลังพอดี ไม่แน่นหรือทำให้รู้สึกอึดอัด ให้ความรู้สึกที่ดี สบาย และผ่อนคลายทั้งกับร่างกายและสมอง ผลการศึกษาปี 2015 ชี้ว่าการห่มผ้าห่มถ่วงน้ำหนักลดความเครียดได้ 33 เปอร์เซ็นต์ วิตกกังวลน้อยลง และช่วยให้รู้สึกสงบมากขึ้น นอกจากนี้ อาจช่วยการหลั่งของฮอร์โมนแห่งความรัก ออกซิโทซิน (Oxytocin) ซึ่งโดยปกติจะหลั่งออกมาเมื่อเกิดการสัมผัสที่สร้างความรู้สึกดี อย่างการกอด การใกล้ชิด การมีเซ็กซ์ หรือปฏิสัมพันธ์อื่น ๆ ที่ทำให้เกิดความอบอุ่นและรู้สึกดีต่อใจ ฮอร์โมนออกซิโทซินอาจช่วยให้นอนหลับง่าย…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 973 days ago
Read MorePR Partners
See All06/02/2026
วัทนวิภา ทานะวงศ์ | 1 days ago
Techsauce ผนึกพันธมิตรเปิดตัว “Healthspan Festival 2026” ดันไทยสู่ Hub นวัตกรรมสุขภาพระดับโลก
Techsauce ผู้นำด้านการขับเคลื่อนระบบนิเวศเทคโนโลยีและนวัตกรรม เดินหน้าจัดงานใหญ่รับเทรนด์โลก “Techsauce Healthspan Festival 2026” มหกรรมสร้างอนาคตสุขภาพดีแบบครบวงจรครั้งแรกในไทยมาไว้ในที่เดียว ที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านจากแค่การมีอายุยืน (Lifespan) สู่การมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ (Healthspan) เตรียมพบกับเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกและการรวมตัวของบุคลากรทางการแพทย์ ภาคธุรกิจ และนวัตกร ระหว่างวันที่ 27-28 มีนาคม 2569 ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน มากกว่าแค่ "อายุยืน" คือการ "แข็งแรงนาน" คุณอรนุช05/02/2026
ทรู คอร์ปอเรชั่น ชูเทคโนโลยี AI คุมเข้มโครงข่าย 5G ทั่วไทย รับมือเลือกตั้ง-ประชามติ 8 ก.พ. นี้ !
กรุงเทพฯ 5 กุมภาพันธ์ 2025 – เพราะทุกคะแนนเสียงคืออนาคต ทรู คอร์ปอเรชั่น จึงประกาศความพร้อมสูงสุด เตรียมส่งมอบประสบการณ์การสื่อสารที่ลื่นไหลระดับ 5G เพื่อสนับสนุนการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มั่นใจประชาชนเข้าถึงข้อมูลและรายงานผลได้อย่างฉับไวไร้รอยต่อ ถอดรหัสข้อมูล...สู่การวางแผนที่แม่นยำ ทรูไม่ได้มาพร้อมความพร้อมเพียงอย่างเดียว แต่มาพร้อม "Data" ที่แม่นยำ โดยนำพฤติกรรมการใช้งานจริงจากการเลือกตั้งล่วงหน้า (1 ก.พ.) มาเป็นบทเรียนสำคัญ เพื่อเตรียมรับมือกับช่วงเวลา Peak Hours จัดเต็ม "กองทัพเครือข่าย" เพื่อคนไทย นายคูรัม อัชฟาค และ นายจิระชัย คุณากร สองแม่ทัพใหญ่ด้านเครือข่าย นำทีมวิศวกรลงพื้นที่เช็กสัญญาณด้วยตัวเอง พร้อมมาตรการเสริมทัพที่แข็งแกร่ง ครั้งแรกกับ "เครือข่ายอัจฉริยะ" มาตรฐานโลก ทรูยกระดับการจัดการด้วย Autonomous Network Level 4.0 (จาก TM Forum) โดยใช้เทคโนโลยี Intent-Based Operation…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1 days ago
Read More03/02/2026
กลับมาอีกครั้ง ! กับงานสัมมนาแห่งปี ‘Future Trends Ahead Summit 2026’
กลับมาสร้างความคึกคักให้กับวงการธุรกิจและการตลาดกันอีกครั้งครับ สำหรับงานสัมมนาที่หลายคนรอคอยอย่าง ‘Future Trends Ahead Summit 2026’ ซึ่งปีนี้กลับมาพร้อมกับโจทย์ที่ท้าทายกว่าเดิม ภายใต้ธีม ‘Thriving Beyond The Storm’ หรือการเตรียมความพร้อมเพื่อพาธุรกิจฝ่าฟันพายุแห่งความเปลี่ยนแปลงที่กำลังก่อตัวขึ้นรอบทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง เทคโนโลยี AI หรือแม้แต่การตลาดที่พลิกผันไปทุกวินาที ความพิเศษของงานในปีนี้คือการถอดรหัสเนื้อหาอันเข้มข้นมาจากหนังสือ ‘Future Trends Ahead 2026 Presented by FutureSkill’ มาขยายความบนเวทีจริง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้เห็นภาพอนาคตที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญของสถาบันวิจัยชั้นนำระดับประเทศและระดับโลกกว่า 14 แห่ง ได้แก่ หอการค้าไทย, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, Accenture, InnovestX, Ipsos, TrendWatching และโรงพยาบาลศิริราช ที่มาร่วมกันกลั่นกรองข้อมูลจนได้ออกมาเป็น 12 เทรนด์ประเทศไทย และ 12 เทรนด์ธุรกิจ ที่จะเป็นกุญแจสำคัญให้เรานำไปปรับใช้กับองค์กรได้ทันที ภายในงานวันที่ 10 กุมภาพันธ์นี้ ณ Paragon Hall ชั้น 5…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 3 days ago
Read More03/02/2026
แจ้งเหตุฉุกเฉิน ! หน่วยกู้ภัย Canva บุก Bangkok Design Week 2026 ปั๊มหัวใจงานดีไซน์ให้ฟื้นคืนชีพ
ใครที่งานออกแบบกำลังเข้าขั้นโคม่า หรือไอเดียกำลังหมดลมหายใจ โปรดทราบ ! "หน่วย Canva กู้ภัยดีไซน์ฉุกเฉิน" (Canva Design Rescue) ได้มาปักหลักกลางงาน Bangkok Design Week 2026 แล้ว ภายใต้ภารกิจสุดเร่งด่วนที่จะเปลี่ยนวิกฤตงานดีไซน์ให้กลายเป็นโอกาส ตามธีมงานปีนี้อย่าง Design S/O/S ลืมภาพบูทแสดงงานทั่วไปไปได้เลย เพราะ Canva ยกขบวนรถกู้ภัยสีสันสะดุดตามาจอดเทียบท่า พร้อมทีมกู้ชีพที่ไม่ได้มาแค่โชว์ แต่มาเพื่อช่วยจริง ๆ ไม่ว่าจะพรีเซนเทชันป่วยใกล้เดดไลน์, เรซูเม่ที่ชีพจรแผ่วเบาเล่าตัวตนไม่ชัด หรือโปสเตอร์ที่ยังขาดความโดดเด่น ทีมงานจะไม่ใช่แค่คนรับจ้างทำ แต่เป็นโคชที่จะแนะวิธีใช้เครื่องมือลับและ AI บน Canva ให้คุณลงมือกู้ชีพงานด้วยตัวเอง จากไฟล์งานที่นอนแน่นิ่ง จะกลับมามีชีวิตชีวา พร้อมคืนความมั่นใจให้เจ้าของงานอีกครั้ง ปฏิบัติการนี้ไม่ได้อยู่แค่ในบูท แต่ Canva จับมือกับ ริทัศน์บางกอก (RTUS-Bangkok) ลงพื้นที่จริง ณ ซอยพระยาสิงหเสนี ย่านหัวลำโพง ด้วยการใช้พลังแห่งดีไซน์พลิกโฉมร้านค้าเก่าแก่กว่า 10 แห่ง ให้กลับมาโมเดิร์นน่าแวะเวียน โดยไม่ทิ้งเสน่ห์ดั้งเดิม เปลี่ยนตรอกที่เคยเงียบเหงา…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 4 days ago
Read More































