ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

Blue Origin กำลังตรวจสอบสาเหตุการระเบิดของเครื่องยนต์จรวดในระหว่างทดสอบ

Table of Content

บลูออริจิน (Blue Origin) บริษัทการบินและอวกาศสัญชาติสหรัฐฯ ของ เจฟฟ์ เบโซส (Jeff Bezos) ยังคงวนเวียนอยู่กับปัญหาทางเทคนิค ล่าสุดได้ออกมายืนยันว่าเครื่องยนต์ BE-4 ได้เกิดการระเบิดขึ้นในระหว่างการทดสอบจุดระเบิดเครื่องยนต์ประมาณ 10 วินาที ในเท็กซัสเมื่อ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้สำนักข่าว CNBC รายงานว่าเครื่องยนต์ BE-4 ได้ถูกกําหนดให้จัดส่งไปยัง ULA เพื่อใช้ในการปล่อยจรวด Vulcan ในครั้งที่ 2

บลูออริจินกล่าวว่ากำลังประเมินหาสาเหตุของปัญหา ซึ่งได้ทราบสาเหตุหลักของปัญหาแล้วและกำลังดำเนินการแก้ไข ทั้งนี้บริษัทจะดำเนินการทดสอบจรวดต่อไป และคาดว่าจะสามารถตอบสนองความต้องการเครื่องยนต์จรวดให้กับลูกค้าได้ สรุปง่าย ๆ ว่าจะลุยทดสอบต่อและส่งมอบเครื่องยนต์จรวดได้แน่นอน

การระเบิดของเครื่องยนต์ BE-4 ครั้งนี้เกิดขึ้นหลายเดือนหลังจากการล้มเหลวของจรวด New Shepard เที่ยวบิน NS-23 เนื่องจากปัญหาของหัวฉีดเครื่องยนต์ในช่วงเดือนมีนาคม และปลายเดือนมีนาคม ULA ได้เกิดปัญหาในการปล่อยจรวด Vulcan ใหม่ครั้งแรก เนื่องจากเกิดการระเบิดของจรวดท่อนบน ซึ่งหลังจากการตวจสอบก็ได้มีการแก้ไขเสริมผนังเหล็กของท่อนจรวดให้หนาขึ้น

ปัญหาการการระเบิดของเครื่องยนต์ BE-4 อาจจะกระทบต่อธุรกิจของ ULA (บริษัทร่วมทุนของ Lockheed Martin Space และ Boeing) เพราะจรวด Vulcan ทุกลำของ ULA จะใช้เครื่องยนต์ BE-4 จำนวน 2 ตัว ซึ่ง ULA จำเป็นต้องใช้จรวด Vulcan ในการทำภารกิจให้กับกองทัพอวกาศสหรัฐฯ โดยมีคู่แข่งหรือคู่เทียบคือ สเปซเอ็กซ์ (SpaceX)

นอกจากนี้จรวด New Glenn ของบลูออริจินก็ต้องการเครื่องยนต์ BE-4 ถึง 7 ตัว ซึ่งจรวด New Glenn มีความสำคัญต่อการปล่อยดาวเทียมบรอดแบนด์ในโครงการ Kuiper ของแอมะซอน ที่จะต้องปล่อยและใช้งานดาวเทียมให้ได้จำนวนครึ่งหนึ่งจากทั้งหมด 3,236 ดวง ภายใน 30 กรกฎาคม 2026 สรุปง่าย ๆ ว่าเวลา 3 ปี จะต้องปล่อยดาวเทียมให้ได้ประมาณ 1,600 ดวง

การระเบิดของจรวดในช่วงพัฒนาไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะระบบขนส่งสตาร์ชิปของสเปซเอ็กซ์ก็เกิดการระเบิดมาแล้วหลายครั้ง ล่าสุดในการทดสอบบินสู่อวกาศครั้งแรกของสตาร์ชิปก็เกิดการระเบิดกลางอากาศในระหว่างการแยกสลัดจรวดท่อนแรกออกมา ซึ่งสตาร์ชิปก็เป็นหัวใจสำคัญในการปล่อยดาวเทียม Strarlink V2 และยังเป็นยานลงจอดบนดวงจันทร์ในโครงการอาร์เทมิสของนาซาอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม สเปซเอ็กซ์ยังมีจรวด Falcon Heavy สำหรับทำภารกิจให้กับกองทัพอวกาศสหรัฐฯ

นอกจากนี้ Virgin Galactic บริษัทท่องเที่ยวอวกาศคู่แข่งของบลูออริจินก็เพิ่งให้บริการเชิงพาณิชย์เที่ยวแรกได้เสร็จ ดังนั้นอาจจะสร้างแรงกดดันให้กับบลูออริจินเพิ่มขึ้น

ที่มา : engadget.com

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

Highlight

Google เปิดให้ลองเล่น “Genie 3” สร้าง “โลกเสมือน” ที่ลงไปเดินชมได้ ด้วยปลายนิ้ว

30/01/2026
Read More

“ดิสนีย์แลนด์ในไทย” ฝันไกลที่กำลังจะไปถึง โปรเจกต์ยักษ์ทางรอดเศรษฐกิจ

30/01/2026
Read More

Samsung ใช้สารจากแพลงก์ตอนสร้างจอ E-Paper 

30/01/2026
Read More

ไฮเออร์ (Haier) พลิกโฉมเซ็นทรัลเวิลด์ ส่ง “เครื่องซักผ้า 3 ถัง” ระดับ Champion ลงสนามปี 69

29/01/2026
Read More

ทำไมปีนี้ถึงต้องเป็น SDGs ? เจาะลึกเบื้องหลัง The 2nd BT Awards: The Impact Makers 

29/01/2026
Read More

เขย่าวงการวิจัย ! Open AI เปิดตัว Prism เป็น LaTeX Workspace สำหรับนักวิทย์ฯ ทำงานร่วมกันได้ แก้ไขแบบเรียลไทม์

29/01/2026
Read More

Related Content