ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

พบยาชุดอัดเม็ดที่คลายตัวในกระเพาะอย่างช้าๆ เพื่อแก้ปัญหาลืมกินยาอย่างต่อเนื่อง!

Table of Content

กินวันละเม็ดหลังอาหาร, วันละ 2 ครั้งเช้า/เย็น ฯลฯ  แม้หมอและเภสัชจะกำชับเราด้วยถ้อยคำและใบสั่งก็ตามเถอะ แต่ผู้เขียนเชื่อว่าน่าจะมีหลายคนไม่น้อยที่เผลอลืมกินยาที่ได้รับมาตามเวลาที่กำหนด แต่ดูเหมือนในปัจจุบัน เครื่องมือต่างๆ ก็ดูจะค่อยๆ แก้ปัญหาที่เคยค้างเติ่งในอดีตและปรับเปลี่ยนให้เราๆ ใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น และคงจะถึงทีของปัญหา “การเผลือลืมรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง” สักที ด้วยยาชุดอัดเม็ดที่จะค่อยๆ คล้ายตัวในกระเพาะอาหารและแจกจ่ายตัวยาเข้าสู่ร่างกายของเราที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อ“แก้ปัญหาการลืมทานยาที่ต้องรับอย่างต่อเนื่องนั่นเอง!”

ยาชุดอัดเม็ดดังกล่าวถูกพัฒนาโดยบริษัท Lyndra แต่ก่อนจะลงลึกข้อมูลและที่มาไปมากกว่านี้ ก็ต้องขออธิบายให้ผู้อ่านที่กำลังตกใจภาพอยู่ว่าเม็ดยาที่เห็นกันอยู่นี้จะ “ค่อยๆ คลายตัวในกระเพาะอาหารของเรา” ย้ำว่าค่อยๆ นะครับ ซึ่งใช้เวลาโดยประมาณ 7 – 10 วันในการขยายตัว และหลังจากนั้นตัวยาจึงจะค่อยๆ เข้าสู่ร่างกายเราอย่างช้าๆ เอาเป็นว่าไม่ต้องกังวลไปว่ายาชุดอัดเม็ดนี้จะแตกตัวอย่างรวดเร็วแล้วแหกกระเพาะอาหารเราจนยับล่ะ (ฮา)

เม็ดยานี้ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยในการละลายกรดในกระเพาะอาหารที่มากเกินไป โดยทางบริษัทได้นำยาเม็ดดังกล่าวนี้ไปทดลองใช้กับหมูเพื่อเป็นการพิสูจน์ และผลที่ได้ก็ประสบความสำเร็จและอยู่ในระดับที่น่าพอใจครับ ฉะนั้นเราอาจจะต้องรออีกสักพักที่เม็ดยานี้จะถูกพัฒนาให้ใช้ได้กับมนุษย์จริงๆ

Credit: Ubergizmodo

Highlight

วิจัยชี้คนกรุ๊ปเลือด A อาจเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองมากกว่ากรุ๊ปอื่น

21/07/2026
Read More

เวลานอนหายไปแค่วันละ 80 นาที ก็ทำให้อ้วนขึ้นได้

21/07/2026
Read More

แดนซ์สนั่น ! “True AF 2026” ระเบิดความมันด้วยโจทย์เพลง “EDM PARTY” ก่อนส่ง “V12 แจ็คกี้” ลากกระเป๋ากลับบ้าน

21/07/2026
Read More

Multitasking ได้ เพราะสมองดีกว่าจริงไหม ?

21/07/2026
Read More

เจาะลึก “ปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขับทางการแพทย์” พร้อมเทคโนโลยี “True SkyBridge” พลิกโฉมโลจิสติกส์สาธารณสุขไทย ประเดิมบินโดรนส่งเลือด-เวชภัณฑ์ อ. ปัว จ. น่าน

17/07/2026
Read More

เทียบชัด ! ‘ของสด’ vs ‘แช่แข็ง’ แบบไหนดีต่อสุขภาพมากกว่า ?

17/07/2026
Read More

Related Content