[Hands On] Zenless Zone Zero จากเกมที่ไม่น่ามีอะไรให้ว้าว สู่เกมที่น่าจับตามองในปีที่จะถึงนี้

หลังจาก ‘Hoyoverse’ เคยเปิดให้เกมเมอร์ชาวไทยได้ทดลองเล่น ‘Zenless Zone Zero’ เป็นครั้งแรกที่งาน Thailand Game Show 2023 ที่ผ่านมา ล่าสุดทีมงานได้เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถลงทะเบียนเข้าทดลองเล่นกันได้อีกครั้ง

โดยในครั้งนี้ก็จะเป็นการทดลองตัวเกมเวอร์ชัน Closed Beta Test ครั้งที่ 2 จะเป็นเวอร์ชันเกือบสมบูรณ์ที่เปิดผู้เล่นได้ลองเกมเพลย์ทั้งหมดที่จะมาพร้อมกับตัวเกมเวอร์ชันสมบูรณ์ ต่างจากเวอร์ชันแรกที่ผมเคยเขียนในบทความ Hands On ก่อนหน้าว่าเกมเพลย์ในเวอร์ชันนั้นจะถูกแยกเป็น 3 โหมด

เริ่มจากวันที่ 24 พฤศจิกายน 2023 ทีมงานได้ทำการเปิดเซิร์ฟเวอร์ให้ผู้ลงทะเบียนสามารถเข้าทดสอบได้ ซึ่งหลังจากผมได้เล่นแล้วก็รู้สึกดีใจที่เวอร์ชันนี้สามารถเปลี่ยนความคิดที่เคยมองในตอนแรกว่า ‘เกมเพลย์ไม่ค่อยมีอะไรที่ว้าวมาก’ กลายเป็น ‘ตื่นเต้นที่จะได้เล่นเกมเต็มในเร็ว ๆ นี้’


ความประทับใจแรก: บทบาท 2 ตัวละครเอกที่โดดเด่น

สิ่งแรกที่ประทับใจหลังจากได้เล่นตัวเกมเวอร์ชันนี้ ต้องยกให้เป็นเรื่องบทบาทตัวละครเอกครับ โดยปกติแล้วเมื่อเราเริ่มเกมจากค่าย Hoyoverse ตัวเกมก็จะมีตัวละครเพศชายและหญิงให้ผู้เล่นเลือกว่าอยากเป็นใคร ส่วนอีกตัวที่เราไม่ได้เลือกไม่ถูกกลืนหายไปจากจักรวาลเกม (Honkai: Star Rail) ก็กลายเป็นตัวละครฝ่ายร้ายที่นาน ๆ ทีเราจะพบ (Genshin Impact)

แต่สำหรับเกมนี้ ทางทีมงานได้สร้างบทบาทเฉพาะตัวให้กับ 2 ตัวละคร (Wise และ Belle) ให้มีเอกลักษณ์และหน้าที่ที่โดดเด่นไปเลย ถึงแม้เกมเพลย์ของพวกเขาจะต่อสู้เหมือนกับตัวละครอื่นไม่ได้ก็ตาม แต่สำหรับบทบาทในเนื้อเรื่องแล้วไม่ว่าเราจะเลือก Wise และ Belle ตัวละครเอก บทบาทของพวกเขาจะไม่เป็นการแทนที่คนใดคนหนึ่งอย่างแน่นอน

อ้อใช่!! ถึงแม้เราจะเลือกเล่นได้แค่ตัวเดียวแต่ในเนื้อเรื่องจะมีช่วงที่เปลี่ยนให้เราเล่นตัวละครที่ไม่ได้เลือกด้วยนะ

อีกส่วนหนึ่งที่ส่วนตัวประทับใจเกี่ยวกับตัวละครเอก ขอยกให้กับความมีชีวิตชีวาของ Wise และ Belle ที่ไม่ได้เป็นใบ้ตลอดเกมเหมือนกับตัวละครเอกจาก Genshin Impact ที่ต้องคอยให้ Paimon พูดตลอดเวลา เพราะในเกมนี้พวกเขาสามารถพูดได้ตลอดช่วงเนื้อหลักของเกม


ความประทับใจที่สอง: เกมเพลย์ที่ไม่ได้มีแค่ให้ตีกับศัตรูอย่างเดียว

จากที่เคยเล่นเวอร์ชันทดลองแรกแล้วรู้สึกว่าเกมเพลย์ไม่ค่อยมีอะไรพิเศษมาก สำหรับเวอร์ชันนี้เหมือนทาง Hoyoverse จะปรับให้เกมเพลย์ Action RPG มีระบบคอมโบที่มันมือกว่าเดิม พร้อมกับเพิ่มรายละเอียดแอนิเมชันระหว่างช่วงต่อสู้เข้ามาเล็กน้อยเช่นกัน

สำหรับเกมเพลย์หลัก ๆ ของเกมก็จะไม่ได้มีให้ต่อสู้หรือเดินชมเมืองเท่านั้นครับ สำหรับโหมดต่อสู้จะเป็นเกมเพลย์ที่ผู้เล่นต้องคอยเคลียร์ภารกิจเป็นช่วง ๆ เพราะแต่ละด่านมันจะถูกรวมไว้เกมเพลย์แนว Puzzle ที่เราต้องพาเจ้ากระต่าย Bangboo แฮกตามจุดต่าง ๆ ของระบบ Hollow ซึ่งถ้าหากเราวิ่งไปพบกับจอทีวีที่มีศัตรูตัวเกมก็จะเข้าสู่โหมดต่อสู้ทันที

สำหรับโหมดสำรวจเมืองที่ไม่ได้มีแค่พื้นที่ให้เราเดินชมเมืองหรือรับเควสต์จาก NPC อย่างเดียว ในเมืองจะมาพร้อมกับสถานที่พิเศษด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างร้าน Arcade ที่ผู้เล่นสามารถเข้ามาเล่นมินิเกมเก็บแต้มแข่งกับผู้เล่นจากทั่วโลกได้ (โดยปัจจุบันมีแค่ 2 เกมและอาจมีเพิ่มให้เล่นมากกว่านี้ในตัวเกมเวอร์ชันสมบูรณ์)

โอ้… ด้วยความที่มันเป็นเกม Free to Play/Live Service ก็แน่นอนว่าเกมนี้มันจะต้องมีระบบตู้กาชาเข้ามาด้วย ซึ่งระบบเรตออกตัวละคร 5 ดาวก็ไม่ค่อยต่างจากเกมค่าย Hoyoverse อื่น ๆ มากเท่าไหร่ เพดานการันตีตัวละคร 5 ดาวอยู่ที่ 90 โรลและสามารถหลุดเรต 50/50 ได้


ความประทับใจที่ 3 : การนำเสนอที่ดูมีชีวิตชีวาและหลากหลาย

  • การออกแบบตัวละครที่มีความหลากหลาย
  • การออกแบบสภาพแวดล้อมของเมือง New Eridu ในธีมโมเดิร์น Neo Tokyo ที่ให้กลิ่นอายย่าน Yongen Jaya ที่แฟนเกม Persona 5 คุ้นเคยเป็นอย่างดี
  • แอนิเมชันแสดงสีหน้าและท่าทางของตัวละครดูมีชีวิตชีวามาก ๆ
  • เพลงประกอบชิล ๆ เอาใจแฟนเพลงแนว Lofi + เพลงประกอบที่มีกลิ่นอายดนตรีชวนนึกถึง Persona 5

ถึงตอนนี้จะยังเป็นเกมเวอร์ชันทดลอง แต่ก็อยากจะบอกว่า 4 อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นเป็นสิ่งที่ Hoyoverse ทำออกมาได้ประทับใจมาก ๆ เมื่อเทียบกับองค์ประกอบอย่างการเขียนเนื้อเรื่องและเกมเพลย์ของเกมแล้ว ส่วนตัวผมมองว่าการนำเสนอของ ‘Zenless Zone Zero’ คือจุดเด่นที่ดีที่สุดของเกมนี้เลย

เทียบกับเวอร์ชันทดลองแรก ‘New Eridu’ ในเวอร์ชันนี้จะมีชีวิตชีวากว่าที่ผมคิดเอาไว้ตอนแรกมาก เพราะมันไม่ได้เพิ่มแค่ NPC ที่มาพร้อมกับ Side Mission ให้ผู้เล่นได้ทำอย่างเดียว แต่ก็มีรายละเอียดที่น่าสนใจและกิจกรรมอื่น ๆ ให้ผู้เล่นได้สำรวจเพิ่มอีกเช่นกัน (ยกตัวอย่างร้านมินิเกม, ร้านอาหาร และบูธขายหนังสือพิมพ์ที่ไม่ได้ให้ผู้เล่นอ่านเนื้อหาข่าวผ่านช่องบทสนทนา)

สำหรับแอนิเมชันที่ผมบอกว่ามีการแสดงสีหน้าและท่าทางของตัวละครที่ดูมีชีวิตชีวามาก ๆ หากใครที่เคยเล่น ‘Genshin Impact’ หรือ ‘Honkai: Star Rail’ ล่ะก็ เมื่อได้เห็นฉากคัตชีนของเกมก็จะเห็นได้ชัดทันทีว่าแอนิเมชัน ‘Zenless Zone Zero’ มันดูมีความ Smooth, เด้งดึ๋งและลงทุนกับการเคลื่อนที่ส่วนต่าง ๆ ของตัวละครมาก ๆ

แต่ถึงในตอนนี้จะออกมาดีมาก จากประสบการณ์คนที่เคยเล่น ‘Genshin Impact’ ก็ขอยังไม่ปักใจเชื่อว่าคุณภาพมันจะออกมาดีแบบนี้ได้ตลอด (เป็นเพราะ Genshin Impact ช่วงหลัง ๆ เริ่มมีการใช้ท่าแอนิเมชันซ้ำซากจนมองออก)


ถึงจะมีหลายอย่างที่ดี แน่นอนว่าต้องมีข้อเสียบ้าง

สำหรับข้อเสียของเกมนี้ ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องของเกมเพลย์ Action RPG ที่มีด่านให้เล่นที่สั้นและจบง่ายไปหน่อย ด้วยความที่มันเป็นเกมเน้นสนุกจากการกดโจมตีรัว ๆ เชื่อว่าหลายคนที่เล่นก็คงไม่อยากจะสลับเข้าหน้าโหมดจอทีวีแล้วกลับมาต่อสู้ผ่านหน้า Loading ไปมาบ่อย ๆ ครับ

ด้วยความที่ ‘Zenless Zone Zero’ ก็เป็นอีกหนึ่งเกม Free to Play/Live Service จากค่าย Hoyoverse ที่จะมีการอัปเดตแพตช์ระยะยาว ตามที่กล่าวไว้ข้างต้นเลยครับ ผมยังไม่อยากปักใจว่าเกมนี้จะสามารถทำให้ผู้เล่นตื่นเต้นและคงคุณภาพแอนิเมชันให้ดีเหมือนกับตอนเปิดตัวครั้งแรกไว้ได้ตลอด

แต่ถึงจะกล่าวมาแบบนั้นก็ตาม ส่วนตัวผมก็ตื่นเต้นที่จะได้เล่นตัวเกมเต็มมาก ๆ เลยนะทั้งที่ตอนแรกมองว่าตัวเกมไม่น่าจะมีอะไรให้ว้าวเป็นพิเศษ แต่ก็ชอบที่เวอร์ชันทดลองนี้สามารถทำให้ผมเปลี่ยนใจได้ ถึงแม้การนำเสนอของเกมนี้จะยังเป็นจุดเด่นที่ทำให้ผมอยากเล่น ‘Zenless Zone Zero’ มากที่สุดก็ตาม

ทั้งนี้ ก็เชื่อว่า ‘Zenless Zone Zero’ จะไม่ทำให้แฟน ๆ เกม Hoyoverse ผิดหวังอย่างแน่นอน และผมเองก็ตื่นเต้นที่จะได้รีวิวตัวเกมเต็มหลังจากเปิดให้บริการเช่นกันครับ

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส