รีวิวเกม Monster Hunter Rise Sunbreak ล่าแย้ฉบับอัปเกรดที่ควรจะทำตั้งแต่แรก
Our score
8.0

Monster Hunter Rise Sunbreak

จุดเด่น

  1. ระบบสกิลใหม่เพิ่ม มอนสเตอร์ใหม่
  2. ฉากใหม่ที่แตกต่างจากเดิม

จุดสังเกต

  1. ราคาแพงไปหน่อยสำหรับ DLC

หนึ่งในซีรีส์ในตำนาน Monster Hunter ที่มีการสร้างออกมาหลายภาคแม้ว่าอาจจะดูเป็นเกมเฉพาะกลุ่ม แต่ก็มีแฟนตัวจริงจำนวนมากที่รอเล่นมาตลอด และภาคล่าสุดที่ออกอย่าง Monster Hunter Rise ที่ออกวางขายบน Nintendo Switch ก่อนในปี 2021 และมีการย้ายไปออกบน PC ในช่วงต้นปี 2022

แม้ว่าความสนุกของภาค Rise จะถือว่าอยู่ในระดับมาตรฐาน แต่การกลับมาครั้งนี้โดนประเด็นดราม่าอยู่พอสมควรจากแฟนพันธุ์แท้ตัวจริง ที่บ่นถึงความสมดุลที่เหมือนผู้สร้างอยากให้เข้าถึงคนได้มากขึ้นทำให้มีการปรับให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น แม้ว่าเกมเพลย์จะยังเหมือนเดิมก็ตาม และยังมีเสียงบ่นถึงภารกิจที่มีไม่มากเท่าที่ควรทำให้เล่นไม่นานก็ไม่รู้จะทำอะไรแล้ว

แน่นอนว่าหลังจากวางขายมาพักหนึ่ง ต้องมีการออกตัวดาวน์โหลดเสริมออกมาวางขายซึ่งเป็นที่รู้กันว่าต้องมีอยู่แล้ว ทำให้เป็นที่มาของ Monster Hunter Rise Sunbreak ภาคเสริมที่อัปเกรดหลายส่วนเข้าไปเสริมในเรื่องราวหลัก ที่ออกบน Nintendo Switch และ PC ไปพร้อม ๆ กันในราคาขายที่สูงพอสมควรถือว่าหากคุณมีตัวหลักอยู่แล้วต้องเสียเงินระดับนี้อาจจะต้องคิดกันหน่อยแต่หากเป็นแฟนตัวจริงก็คงไม่ต้องคิดนาน

คอนเทนต์ใหม่เพิ่ม

หนึ่งในสิ่งที่ต้องคิดหากจะซื้อภาคเสริมคือคอนเทนต์ใหม่ที่มีมาเพิ่มเติมจากภาคหลัก ที่ความโดดเด่นแรกที่เชื่อว่าฮันเตอร์ต้องสนใจคือมอนสเตอร์ตัวใหม่ ที่ภาคนี้มีการระบุว่าจะเพิ่มมากถึง 20 ตัวแต่มันจะไม่ได้เป็นตัวใหม่ทั้งหมดตัวใหม่สดซิงจริง ๆ จะมี 3 ตัวที่เรียกว่า Three Lords ที่มันได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสยองขวัญระดับตำนานของตะวันตกที่ดูแปลกตา

โดยแต่ละตัวจะมีธีมที่แตกต่างกันซึ่งไฮไลต์จะอยู่ที่ Malzeno มอนสเตอร์เรือธงตัวใหม่ที่มาในธีม แวมไพร์ ที่มีความสามารถในการดูดกลืนพลังชีวิตของผู้เล่นไม่ต่างกับผีดูดเลือด ต่อด้วย Lunagaron ที่มาแนวมนุษย์หมาป่าที่มีความว่องไว และ Garangolm ที่มาแนว Frankenstein ถือว่ามีงานออกแบบและลูกเล่นแต่ละตัวที่โดดเด่น อย่างไรก็ตามมันมีตัวใหม่มาน้อยไปหน่อย

เพราะมอนสเตอร์ที่เหลือจะมาแนวทางเอาตัวเก่ากลับมาปรับเปลี่ยนใหม่ เช่นการเปลี่ยนธาตุเช่น Magma Almudron ที่อาศัยอยู่ในลาวาที่ร้อนแรงแทนน้ำ หรือหลายตัวที่เหมือนเอาตัวเก่าไปย้อมสีใหม่ อย่างไรก็ตามในจำนวนตัวใหม่ทั้งหมดมีสิ่งที่เหมือนจะเอาใจแฟน ๆ โดยเฉพาะผู้ที่ชอบภาค 4 เพราะมีการหยิบเอาตำนานตัวเทพอย่าง Gore Magala กลับมาอีกครั้งในภาคนี้ด้วย และยังอัปเกรดให้ความสามารถแตกต่างจากเดิมทำให้พอจะมีความคุ้มค่าอยู่บ้าง

สกิลอาวุธใหม่ ฉากใหม่รอให้สำรวจ

อีกส่วนที่ต้องมีมาให้เล่นคือระบบ Switch Skills ของอาวุธ ที่ต้องเสริมเข้ามาให้เก็บเพิ่มเติมอยู่แล้ว และภาคนี้ได้ใส่ของใหม่เข้าไป เสริมให้อาวุธเดิมบางชนิดดูแข็งแกร่งและใช้งานได้หลากหลายขึ้น เช่นอาวุธยิงอย่างปืนที่มีการกระสุนพิเศษที่ทำให้ส่งผลกระทบกับศัตรูในเกมได้มากกว่าเดิม แต่อาวุธบางชนิดถูกลดทอนความสามารถลงมาเพื่อปรับความสมดุลด้วย

นอกจากนี้สิ่งที่เสริมที่ทำให้เราเล่นได้นานอย่างฉากใหม่ก็ต้องมีมา แม้ว่าอาจจะไม่มากมายอะไรแต่ก็ยังมีมาทั้ง Citadel ที่เป็นโซนใหม่ที่มีความกว้างมีเมืองหลักที่เหมือนในดินแดนแถบตะวันตกทำให้แตกต่างกับภาคหลักที่มาธีมญี่ปุ่น และมีพื้นที่แยกย่อย 3 โซน ที่เชื่อว่าแฟนตัวจริงของซีรีส์อาจจะคิดถึงภาค Monster Hunter: World ด้วย ที่มีภูมิประเทศที่แตกต่างกันหลายส่วนไม่ว่าจะเป็นหนองน้ำที่เต็มไปด้วยโคลน รวมทั้งมีซากของปราสาทรอให้เราไปสำรวจกันด้วย และยังมีที่ราบสูงที่เต็มไปด้วยหิมะ และแน่นอนว่ามอนสเตอร์ตัวเทพ ๆ ก็อาศัยอยู่ที่นี่ ส่วนความดีงามของฉากนี้คือแทบไม่มีการโหลดระหว่างเล่นกันเลยทั้งที่มีความกว้างมาก

สำหรับมือใหม่เล่นครั้งแรกคุ้มหรือไม่

หากคุณไม่เคยเล่นมาก่อน แม้แต่ภาคต้นฉบับของมันอย่าง Rise จะมาเริ่มที่ตัว Monster Hunter Rise Sunbreak จะคุ้มค่าหรือไม่ ก็ต้องบอกว่าคุ้มมากเพราะจะได้ซื้อชุดเดียวพร้อมกันเลย และภาคนี้ถือว่าปรับให้สมดุลและเข้าถึงได้ง่ายกว่าเดิมมากแล้ว ทำให้มือใหม่เล่นได้ไม่ยาก และเนื้อเรื่องในภาคหลักก็ไม่ได้มีความยาวอะไรมากมายทำให้ไม่น่าจะสามารถปลดล็อกส่วนเสริมได้

อีกส่วนที่เป็นจุดเด่นของเกมมายาวนานคือการร่วมทีมเล่นกับเพื่อนผ่านระบบออนไลน์ หรือนั่งล้อมวงเล่นออฟไลน์ได้ด้วย และในภาคนี้หากคุณอยากเล่นคนเดียวก็ทำได้สะดวกขึ้นกับการเอาตัวละคร NPC มารวมทีมกันเพื่อทำภารกิจได้ด้วย ถือว่าช่วยให้เราสนุกกับเกมได้อย่างมากแม้จะไม่สามารถหาเพื่อนมารวมทีมได้ และในส่วนของภารกิจยังเพิ่ม Master Rank ที่มีทั้งความโหดและความยาวที่มากกว่าเดิมมารอท้าทายผู้เล่นด้วย

โดยการจะเริ่มในส่วนเสริมในภาค Sunbreak เลยก็ต้องทำภารกิจหลักที่รับในบาร์ให้ไปถึง Serpent Goddess Of Thunder ที่อยู่ในภารกิจระดับ 7 ดาว ก่อนถึงจะปลดล็อกส่วนเสริมได้ และก่อนที่คุณจะเล่นควรจะฟาร์มของและเก็บเงินรวมทั้งอัปเกรดสกิลให้พร้อม เพราะในส่วนของภาค Sunbreak ปรับให้ความยากเพิ่มขึ้นด้วย ส่วนใครถ้าเล่นบน Nintendo Switch แนะนำว่าต้องเลือกซื้อ DLC ให้ตรงโซนกับภาคหลักด้วย

สำหรับ Monster Hunter Rise Sunbreak คือตัวดาวน์โหลดเสริม ที่ช่วยทำให้ต้นฉบับมีความหลากหลายมากขึ้น มีตัวมอนสเตอร์ออกมาให้ไล่ล่ามากกว่าเดิม แต่ก็ไม่ได้มากมายเท่ากับ Monster Hunter World Iceborne หลายสิ่งที่เพิ่มมาก็ควรจะใส่มาตั้งแต่ภาคหลักแล้ว แถมด้วยราคาขายหากนับเฉพาะในส่วนของ DLC ถือว่าไม่ถูกนัก แต่สำหรับฮันเตอร์ตัวจริงก็คงมองว่าไม่แพงอะไร และทาง Capcom ได้ระบุว่าจะมีการอัปเกรดส่วนเสริมไปจนถึงปี 2023 ทำให้มันพอจะคุ้มค่าอยู่

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส