[รีวิวเกม] ‘River City: Rival Showdown’ ตำนานคุนิโอะฉบับเอาใจแฟนเกมรุ่นเก๋า

River City: Rival Showdown
จุดเด่น
กราฟิกผสมผสานความคลาสสิกกับยุคใหม่ได้ลงตัว
ระบบการเล่นแอ็กชัน RPG ที่อัปเกรดได้หลากหลายมีอะไรให้ทำเยอะมาก
จุดสังเกต
ระบบการเล่นเหมือนบน 3DS ไม่ได้อัปเกรดเพิ่ม
เป็นเกมเฉพาะกลุ่มที่ชอบความคลาสสิก
7

เชื่อว่าเด็กหนวดที่ผ่านการเล่นเกมในยุค 80S-90S คงจะเคยเล่นซีรีส์ ‘River City Ransom’ หรือที่คนไทยรู้จักในชื่อ ‘คุนิโอะ’ ที่มาแนวนักเรียนนักเลงต่อยตีศัตรูให้หมดฉาก เพราะมันคือหนึ่งในตำนานยุค 8Bit ที่โด่งดังอย่างมากโดยเฉพาะ Famicom และขายดีจนมีการสร้างภาคแยกออกมามากมายไม่ว่าจะเป็นภาครวมกีฬาหรือย้อนยุคไปสมัยซามูไร

และหากคุณจำได้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมากระแสเกมย้อนยุคมาแรง ทำให้มีการปลุกผีคืนชีพเกมเก่าเล่าใหม่ออกมามากมาย หนึ่งในนั้นคือซีรีส์ ‘คุนิโอะ’ ที่มีการสร้างภาคใหม่ออกมามากมายไม่ว่าจะเป็นเกมใหม่จริง ๆ หรือการีเมก ซึ่งก็ประสบความสำเร็จและเงียบหายไม่มีกระแส แต่ก็มีภาคหนึ่งที่ถือว่าสร้างออกมาได้ดีคือ ‘River City: Rival Showdown’ ที่วางขายปี 2016 บน 3DS และล่าสุดมีออกภาคปรับกราฟิกใหม่เล็กน้อยลง Nintendo Switch, PS4 และ PC

ส่วนเรื่องราวในภาคนี้จะเกิดขึ้นเมื่อตัวละครหลักอย่างคุนิโอะถูกลอบโจมตีโดยศัตรูหน้าใหม่ แม้ว่าจะสามารถเอาตัวรอดมาได้ แต่สัญชาตญาณทำให้รู้ว่ามีภัยคุกคามครั้งใหญ่รออยู่ และตัวร้ายในภาคนี้เป็นคู่แฝดนรกที่เพิ่งย้ายมาที่โรงเรียนและสามารถเข้ายึดได้ในชั่วข้ามคืน ทำให้เกิดเรื่องวุ่ยวายในเมืองที่เคยสงบสุข ทำให้เราต้องจับมือกับคู่หูอย่างริกิเพื่อต่อสู้กับศัตรูหน้าใหม่ก่อนที่จะสายเกินไป

กราฟิกอัปเกรดจาก 3DS มาเล็กน้อย

ภาพในต้นฉบับบน 3DS ถือว่าทำออกมาได้ดีงามตามสเปกเครื่อง เพราะเป็นการนำภาพแบบ 8Bit บน Famicom มาปรับให้ดูดีขึ้น ฉากมีมิติมากขึ้นไม่ได้แบน ๆ เรียบ ๆ แล้วซึ่งบน 3DS ถือว่าดูดีแต่ขาดความคมชัด แต่มาสร้างใหม่ทำให้กราฟิกมีอยู่ในระดับ HD แล้ว นอกจากนี้ผู้สร้างยังปรับสัดส่วนหน้าจอให้เข้ากับทีวีได้ลงตัวไม่บอกไม่รู้ว่ามาจากต้นฉบับบนเครื่องเกมพกพาหน้าจอเล็ก ๆ

นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มเติมรายละเอียดของฉากเข้าไปเช่นหากมองเข้าไปในของประกอบฉากในเกมจะพบว่ามันมีรายละเอียดที่มากกว่า รวมทั้งยังใส่แสงเงาเข้าไปเพิ่มทำให้ในส่วนของกราฟิกมันยกระดับมาพอสมควรแต่ก็ไม่ถึงกับเปลี่ยนใหม่หมด ส่วนเพลงประกอบก็ยกของเดิมมาทั้งหมดแต่ต้นฉบับก็ถือว่าดีพอสมควรเพราะมีการเอาเพลงในตำนานของซีรีส์ ‘คุนิโอะ’ ใส่เข้ามาแบบปรับเสียงใหม่ และเพลงใหม่ที่แต่งเข้ามาก็ติดหูพอ ๆ กับต้นฉบับด้วย แต่ก็ไม่มีเสียงพากย์เหมือนเดิมแต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกและไม่จำเป็นสำหรับเกมย้อนยุค

เกมเพลย์ต่อยตีผสมกับ RPG

ในเมื่อมันเป็นการปรับกราฟิกเล็กน้อยเอามาขายใหม่ ทำให้เกมเพลย์ก็เหมือนกับต้นฉบับบน 3DS ที่มาแนวต่อยตีศัตรูให้หมดฉากหรือที่เรียกว่าแนว Beat ’em up ที่ผู้เล่นจะได้ท่องไปในเมืองแล้วต่อสู้กับนักเลงข้างถนน ซึ่งส่วนนี้มีความคล้ายกับภาคบน Famicom พอสมควร เพราะเกมเพลย์มาแนว 2 มิติแม้ว่าฉากในเกมจะดูมีมิติกว่าต้นฉบับในยุค 80S ก็ตาม

ส่วนความลื่นไหลในเกมคือว่าโดดเด่นเพราะเนื่องจากสเปกของเกมทำให้ทุกอย่างดูรวดเร็วขึ้น นอกจากนี้ยังผสมผสานแนว RPG เข้าไปเพราะมีระบบเลเวลให้เก็บผ่านการต่อยตี นอกจากนี้ผู้เล่นยังสามารถเลือกอัปเกรดเป็นส่วน ๆ ได้ด้วยเช่นเพิ่มพลังโจมตีหรือเพิ่มความเร็วก็เลือกได้ตามใจ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะมีเกม ‘คุนิโอะ’ หลายภาคใช้รูปแบบนี้มานานแล้ว

ระบบอัปเกรดเยอะมีอะไรให้ทำมากกว่าที่คิด

และอีกส่วนที่ทำให้เราอยู่กับเกมได้ยาวนานคือการเพิ่มค่าพลังในรูปแบบอื่นนอกจากเลเวล คือระบบการใส่เครื่องป้องกันแบบเกม RPG ที่ในเกมนี้จะเป็นการใส่เสื้อผ้าหรือรองเท้าที่จะเพิ่มค่าพลังในส่วนต่าง ๆ ได้ซึ่งก็ต้องเก็บเงินที่ได้จากการต่อสู้กับศัตรูมาอัปเกรด และเสื้อผ้ายังได้จากศัตรูที่เราต่อสู้ด้วย นอกจากนี้ในส่วนของท่าไม้ตายพิเศษจะได้จากการซื้อหนังสือในร้านมาอ่านแล้วเราจะได้ท่าพิเศษมาใช้งาน ส่วนนี้ทำให้ผู้เล่นอยู่กับเกมได้นานเพราะต้องฟาร์มทั้งเลเวลและหาเงินไปซื้อของที่ค่อนข้างแพง

ส่วนของฉากในเกมถือว่ามาแนวแอ็กชัน RPG เพราะผู้เล่นต้องไปทำเนื้อเรื่องตามภารกิจที่มีบอสตัวร้ายรอเราอยู่ และก็เดาทางไปไม่ยากเพราะมีจุดบอกบนแผนที่ และมีการเลือกทำเนื้อเรื่องผ่านการตอบคำถาม นอกจากนี้ยังมีจุดให้สำรวจมากมายรวมทั้งมีที่ให้เราฟาร์มของและเก็บเลเวลด้วย

และแน่นอนว่าเราสามารถเล่นกับเพื่อนได้ 2 คนพร้อมกันตามแบบต้นฉบับได้ด้วยและเมื่อเล่นกับเพื่อนมันจะสนุกขึ้นหลายเท่า ปิดท้ายกับโหมดเสริมที่ใส่เข้ามาตั้งแต่ภาค 3DS คือโหมดเกมต่อสู้แบบ 2 มิติที่เราจะเลือกตัวละครออกมาต่อสู้ในฉากแบบ 1 ต่อ 1 ได้ที่เหมือนเป็นของแถมแต่ก็เป็นโหมดที่ผู้เล่นจะได้ฝึกฝนการกดท่าไม้ตายก่อนเล่นในโหมดหลัก

โดยรวมแล้วการกลับมาขายใหม่ของเกม ‘River City: Rival Showdown’ แม้จะไม่ได้เพิ่มเติมสิ่งใหม่เข้าไปมากนัก แต่หากไม่เคยเล่นบน 3DS มาก่อนก็ถือว่าคุ้มค่า เพราะมันมีความสนุกแบบคลาสสิกของซีรีส์ ‘คุนิโอะ’ ที่อัปเกรดให้ทันสมัยแล้วอยู่ครบ แต่หากเคยเล่นบน 3DS มาแล้วก็อาจจะไม่คุ้มค่านักเพราะมันก็แทบจะเหมือนเดิม อย่างไรก็ตามมันยังคงเป็นเกมเฉพาะกลุ่มที่เหมาะกับคนที่เคยเล่นต้นฉบับ หากคุณไม่ได้เป็นแฟนตัวจริงก็ไม่ต้องหามาเล่นก็ได้

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส