[รีวิวเกม] ‘Dave The Diver’ หนึ่งในเกมอินดี้ที่สนุกจนหยุดเล่นไม่ได้

Dave The Diver
จุดเด่น
เกมเพลย์ประสาน 2 รูปแบบได้ลงตัว
มีระบบที่ละเอียดทั้งการดำน้ำและฉากร้านอาหาร
เล่นได้ยาวนานมีอะไรให้ทำหลังจากจบเนื้อเรื่องหลักแล้ว
จุดสังเกต
กราฟิกอาจจะดูธรรมดาไปหน่อย
9

ในยุคนี้ไม่ได้มีเพียงแค่เกมจากค่ายยักษ์ใหญ่ที่จะสามารถประสบความสำเร็จได้ ค่ายเกมเล็ก ๆ ก็สามารถโด่งดังทำรายได้มากมาย อีกทั้งการเข้าถึงทำได้ง่ายกว่าสมัยก่อนเพราะมีร้านค้าออนไลน์ให้ดาวน์โหลด แถมด้วยราคาไม่แพงและเกมจากค่ายเล็ก ๆ มักจะจัดเต็มด้วยไอเดียแปลก ๆ แต่สร้างความสนุกได้ทำให้หลายเกมโด่งดังจนผู้สร้างร่ำรวยไปเลยก็มีให้เห็น

และล่าสุดมี ‘Dave The Diver’ หนึ่งในเกมอินดี้ที่สร้างกระแสโด่งดังในกลุ่มที่ชอบความสนุกที่แตกต่างจากเกมกระแสหลัก โดยมันเป็นการผสมผสานระหว่างแนวเกมเน้นสำรวจท้องทะเลกับแนวทางเกมสร้างร้านอาหารได้อย่างลงตัว แถมยังจัดเต็มด้วยรายละเอียดมากมายทำให้ไม่น่าแปลกใจที่มันจะเป็นกระแส โดย ‘Dave The Diver’ วางขายบน Nintendo Switch, MacOS และ PC

ส่วนเรื่องราวใน ‘Dave The Diver’ จะเดินเรื่องโดยนักดำน้ำนาม “Dave” ตามชื่อเกมที่ต้องดำไปสำรวจ “Blue hole” ที่เต็มไปด้วยสัตว์น้ำแปลกตา และภูมิประเทศเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา เพื่อนำปลาที่ได้มาทำเป็นอาหารในร้านซูชิ เนื้อเรื่องดูเผิน ๆ อาจจะไม่มีอะไรมากแต่พอได้เล่นถือว่ามีการใส่เข้าไปมากพอตัวมีสิ่งเหนือธรรมชาติเช่นสัตว์ประหลาดและสิ่งมีชีวิตลึกลับที่อยู่ในทะเลลึกเข้าไปด้วย ทำให้มีอะไรให้เราประหลาดใจไปตลอดการเล่น

กราฟิกแนวย้อนยุคแต่ดูไม่เชย

ตามรูปแบบของการสร้างเกมของค่ายเล็ก ๆ ที่มีทุนสร้างไม่สูงที่มักจะใช้กราฟิกแบบย้อนยุค เพราะสร้างได้ง่ายกว่ายังประหยัดต้นทุน ซึ่งใน ‘Dave The Diver’ ก็ใช้แนวทางนี้ อย่างไรก็ตามมันก็ดูไม่เชยเลย แม้ภาพในเกมจะมาแบบพิกเซลมุมมองด้านข้างที่นำเสนอด้วยมุมกล้องแบบ 2 มิติ แต่ฉากจะดูมีมิติคล้ายกับแนว 2.5D อีกทั้งการเคลื่อนไหวของตัวละครทำได้ลื่นไหลมาก นอกจากนี้ยังสามารถจำลองสัตว์น้ำหลากหลายชนิดได้อย่างดีไม่สมจริงจนเกินไป แต่มันก็มีภาพของเลือดให้เห็นบ้างแต่ก็ไม่ได้ดูรุนแรงอะไร

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับฉากคัตซีนแทรกเข้ามาให้ชมตลอด และมันทำออกมาได้ดีเพราะมีการเคลื่อนไหวที่ดูเป็นการ์ตูนแอนิเมชันที่ยังอยู่ในรูปแบบกราฟิกแบบพิกเซลที่ดูดีมาก ๆ ส่วนเพลงประกอบก็จะมาแบบเรียบ ๆ แต่ก็มีธีมที่ดูเข้ากับการดำน้ำสำรวจทะเลได้อย่างดี แต่ก็มีการใส่เพลงที่ดูลึกลับเมื่อสำรวจน้ำลึก และน่าตื่นเต้นเมื่อพบเจอสัตว์ร้าย แม้จะไม่มีเสียงพากย์แต่ถือไม่ใช่ข้อเสีย เชื่อว่าเป็นเพราะทีมงานต้องการประหยัดงบเพราะเป็นเกมจากค่ายอินดี้

เกมเพลย์ผสมผสานได้ลงตัว

รูปแบบการเล่นของ ‘Dave The Diver’ จะมี 2 รูปแบบแบ่งกันชัดเจน แบบแรกคือการสำรวจ “Blue hole” ที่เต็มไปด้วยปลาและสัตว์น้ำมากมาย กับการเปิดร้านอาหารขายทำให้มันดูแปลกตาทำให้ไม่เหมือนกับเกมอื่น ซึ่งหลายคนอาจจะคิดว่ามันยุ่งยาก แต่พอได้เล่นถือว่าทีมงานสร้างทำออกมาได้ดีเพราะสามารถผสาน 2 รูปแบบเข้ากันได้อย่างลงตัว

ในส่วนของการดำน้ำเพื่อสำรวจจะมีเกมเพลย์แบบ 2 มิติมุมมองด้านข้าง เราจะต้องดำไปหาปลาโดยใช้ปืนตะขอ, ปืนแบบธรรมดา, และอาวุธระยะประชิดอย่างมีด เพื่อจับปลาไปทำอาหาร ซึ่งการเล่นก็เข้าใจง่ายตัวละครหลักจะมีค่าออกซิเจนเป็นตัวกำหนดทั้งระยะเวลาอยู่ในน้ำ และยังเป็นพลังชีวิตด้วยเพราะหากโดนสัตว์ร้ายโจมตีออกซิเจนจะลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งถ้าหมดเกมจะโอเวอร์แต่จะไม่ตายแค่ไปเริ่มใหม่บนเรือแต่ต้องเสียปลาที่จับได้มาเกือบหมด

ความสนุกคือฉากที่หลากหลายมาก มีอะไรให้สำรวจมากมายและไม่ได้มีแค่ปลายังมีไอเทมให้เราเก็บเพื่ออัปเกรดของ หรือช่วยให้เราเดินทางได้อย่างรวดเร็วเช่นกระสวยช่วยชีวิต ทำให้เราสามารถดำไปลึกได้โดยไม่ต้องกังวลนัก ในส่วนของสัตว์ทะเลก็ใส่เข้ามามากมายมีทั้งแต่ปลาเล็ก ๆ ที่จับง่ายไปถึงฉลามขนาดยักษ์ รวมทั้งสิ่งมีชีวิตลึกลับที่แอบซ่อนอยู่ใน “Blue hole” ด้วยทำให้การดำลงไปหาปลาในแต่ละครั้งสนุกตื่นเต้นไม่น่าเบื่อเลย แถมยังมีระบบอัปเกรดตัวละครเช่นเพิ่มออกซิเจนในถังหรือเพิ่มความแรงของปืน

เปิดร้านซูชิที่เต็มไปด้วยรายละเอียด

ส่วนเกมเพลย์ในส่วนของการเปิดร้านอาหารก็โดดเด่นไม่แพ้กัน โดยเราจะรับบทเป็นเด็กเสิร์ฟที่ต้องนำอาหารไปให้ลูกค้า ฟังดูง่าย ๆ แต่ก็เต็มไปด้วยรายละเอียดตั้งแต่การกำหนดเมนูอาหารที่ได้มาจากปลาที่เราจับได้ และยังมีการทำวิจัยเพื่อเพิ่มเมนูแปลก ๆ ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าของปลาที่หามาได้ เพื่อทำเงินเพิ่มแล้วไปอัปเกรดร้านให้ดีขึ้น เช่นการเพิ่มทีมงานใหม่มาช่วยงานและมันจำเป็นอย่างมาก

เพราะถึงเวลาลูกค้าเข้ามาเต็มร้านเกมเพลย์จะยุ่งมาก เพราะต้องวิ่งเสิร์ฟอาหารกันจนวุ่นวาย ซึ่งหากเสิร์ฟไม่ทันลูกค้าก็จะเดินหนีไปเลย ดังนั้นเราต้องวางแผนเลือกเมนูให้เหมาะสม รวมทั้งหาทีมงานมาช่วยเช่นเด็กเสิร์ฟเพิ่มหรือการเพิ่มพ่อครัวเพื่อทำอาหารให้ทันกับความต้องการ นอกจากนี้ยังมีการใส่เทศกาลพิเศษเข้าไป เช่นวันแห่งปลาทูน่าซึ่งเราต้องหาเมนูที่ทำมาจากทูน่ามาเสิร์ฟเพื่อให้ลูกค้าพอใจและจะทำเงินได้มากกว่าเดิม

และเมื่อผสาน 2 เกมเพลย์เข้าด้วยกันถือว่าเป็นความลงตัวเพราะเราต้องหาปลามาทำอาหารเพื่อหาเงินจากการเปิดร้าน และยังต้องวุ่นวายกับภารกิจเสริมที่มีการใส่เข้ามาให้เล่นเช่นภารกิจช่วยเหลือโลมาที่โดนคนร้ายจับไปขาย หรือการค้นหาความลึกลับที่ซ่อนอยู่ใน “Blue hole” ที่จะค่อย ๆ ปลดล็อกออกมาตลอดการเล่น

โดยรวมแล้ว ‘Dave The Diver’ เป็นหนึ่งในเกมอินดี้ที่เมื่อได้ลองแล้วจะวางไม่ลง เพราะมีความสนุกในการดำน้ำสำรวจหาปลา ผสมกับแนวเปิดร้านอาหารได้ลงตัว แม้ว่ากราฟิกอาจจะดูธรรมดาทำให้แฟนเกมที่อยากเห็นอะไรสวยงามอาจจะมองข้ามไป แต่หากได้ลองคุณจะความสนุกแบบจัดเต็ม มีอะไรให้ทำมากมายจนลืมเวลาได้เลยแถมยังมีราคาขายที่ไม่แพงด้วย เรียกว่าคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปแน่นอน

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส