[Review] Tekken 8 ราชาแห่งกำปั้นเหล็ก ที่เข้าถึงง่ายกว่าเดิม

ซีรีส์ Tekken นั้นเดินอยู่บนเส้นทางนักสู้มาหลายปีมากเลยครับ จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ สู่ผู้นำเกม 3D Fighting ที่กลายเป็นแฟรนไชส์ขนาดใหญ่ และมีแฟน ๆ ติดตามกันอย่างเหนียวแน่นทั่วทั้งโลก หลังจากประสบความสำเร็จใน Tekken 7 ด้วยยอดขายที่เหนือเกินความขาดหมาย ทำให้ Bandai Namco ตัดสินใจจะนำพาซีรีส์นี้ไปสู้จุดสูงสุดของเกมต่อสู้ให้ได้อีกครั้งแบบที่เคยทำเอาไว้เมื่อหลายปีก่อน

Tekken 8 เป็นเกมที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อลบล้างคำวิจารณ์ และผลักดันตัวเองให้กลายเป็นเกมต่อสู้แห่งยุค ด้วยความทะเยอทะยานที่จะทำให้ตัวเองกลายเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับเกมแนวนี้ พร้อมกับสานต่อเรื่องราวของตระกูล Mishima หนึ่งในครอบครัวสุด Toxic ในโลกวิดีโอเกม ลูกฆ่าพ่อ พ่อฆ่าลูก และการแข่งขัน King of the Iron Fist ทัวร์นาเมนต์ค้นหานักสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก โดยในคราวนี้ตัวเกมก็ดำเนินมาถึงภาคที่ 8 กันแล้ว จะเป็นยังไงบ้าง ก็ไปดูกันเลยครับ


Story


Tekken 8 จะดำเนินเรื่องราวต่อจากกภาค 7 โดยทันทีเลยครับ หลังจากตอนจบที่ คาซึยะก็เอาชนะเฮฮาชิและจับพ่อตัวเองโยนลงลาวาไปแล้ว ตัวเขาเองก็ขึ้นมาครอบครองโลกทันที พร้อมกับพลังปีศาจในตัวคาซึยะ ที่เรื่องนี้พระเอกอย่าง จิน คาซามะ คงปล่อยเอาไว้ไม่ได้ และตามมาสะสางปัญหากับพ่อตัวเอง(คาซึยะ) ให้มันจบ ๆ ไปสักที

แต่ดูเหมือนว่าจินเองก็จะมีปัญหากับ “พลังปีศาจ” ในตัวของเขาเอง ซึ่งเรื่องราวของภาคนี้ จะเป็นการ “เคลียร์ปัญหา” ในตัวพระเอกเอง และแน่นอนกับการมาของตัวละครลับอย่าง เรนะ ซึ่งเธอดูเหมือนว่าจะเป็นแฟนคลับจินอยู่ด้วย และเธอมีบทบาทอะไรในภาคนี้ การมาของเธอมันจะเกี่ยวข้องอะไรกับศึกแห่งสายเลือดนี้หรือไม่ ที่เรารู้กันแน่ ๆ ก็คือพ่อลูกตีกันเองแบบนี้ โลกก็ต้องมาซวยไปด้วย ส่วนใครที่อยากรู้เรื่องราวเพิ่มเติม ก็ไปตามเล่นในเกมกันได้เลย

Tekken 8 ได้นำเสนอการเล่าเรื่องที่ “เชย” มาก ๆ กับการตัดเข้าออกฉาก Gameplay และ Cutscene แบบ Pre-Rendered ที่มันไม่ควรจะเกิดขึ้นแล้วในปี 2024 ถ้าหากจะบอกว่า “ก็นี้มันเกมต่อสู้ จะเอาอะไรมาก” ผมก็ขอหยิบเกมอย่าง ‘Street Fighter 6’ หรือ ‘Mortal Kombat 1’ มาเปรียบเทียบ ที่สองเกมนั้นมีการนำเสนอที่ดีกว่ามากในโหมดเนื้อเรื่องหลักสำหรับเกมต่อสู้ ที่มันสามารถทำให้ดูมีความร่วมสมัยมากกว่านี้ได้ แต่สิ่งที่ ‘Tekken 8’ นำเสนอ มันเหมือนกับเกมยุค PS3 ที่ถ้าหากเป็นแฟน ๆ เองก็คงอาจจะไม่คิดอะไรมาก แต่สำหรับผมเองมองว่าการใช้ Cutscene แบบ Pre-Rendered มาเล่าเรื่องขั้นระหว่าง Gameplay มันทำให้รู้สึกขัดกับอารมณ์ตอนเล่นมาก ๆ เลยล่ะ

แต่อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของโหมดเนื้อเรื่องใน ‘Tekken 8’ นั้นก็ถือว่าทำออกมาได้ตามมาตรฐานของเกม PS3 ทั่ว ๆ ไป (ถูกครับ ผมไม่ได้เขียนเลขผิด) ที่ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นเท่าไร เล่น ๆ ไปให้จบ ๆ เพื่อที่จะได้รู้เรื่องราวบทสรุป ก่อนที่จะไปลุยกันต่อใน Character Episode และ Arcade Mode ตามฉบับเกมต่อสู้ เนื้อเรื่องมีความยาวประมาณ 4 ชั่วโมง ที่ไม่สั้นไม่ยาวเกินไปสำหรับเกมต่อสู้ แต่ผมเองก็แอบเสียดายเหมือนกันที่ทีมงานเลือกจะเพลย์เซฟมากเกินไป นำเสนอของเดิม ๆ กับเกมที่มีศักยภาพในเนื้อเรื่องขนาดนี้ กลับไม่นำมันเอามาใช้ให้คุ้มค่าครับ


Gameplay


Tekken เป็นเกมที่มีจุดเด่นในเรื่องของ Gameplay การต่อสู้ที่เป็นเอกลักษณ์สูงมาก ๆ ยากที่จะลอกเลียนแบบได้ เริ่มจากการทำเกม 3D Fighting ที่มีการพัฒนามายาวนานหลายปี ทีมงานส่วนใหญ่นั้นเรียกได้ว่าคือร่างทองของการออกแบบเกมต่อสู้ 3D อยู่แล้ว การมาของ ‘Tekken 8’ มันคือสุดยอดเกมต่อสู้ 3D ที่กลายเป็นมาตรฐานใหม่ไปเรียบร้อย

พร้อมกับตัวละครที่ภาคนี้มีให้เล่นเยอะมากถึง 32 ตัว ซึ่งแต่ละตัวก็จะมีสไตล์การต่อสู้ที่แตกต่างกันออกไป โดยอีกหนึ่งจุดเด่นของ Tekken ที่รักษาไว้มาตลอดทุกภาค ก็คือตัวเกมได้นำเสนอ ศิลปะการต่อสู้ของจริง ที่มีจริงในชีวิตจริง มาไว้ตามแต่ละตัวละครในเกม ซึ่งใน ‘Tekken 8’ ก็ได้ยกระดับไปอีกขั้น โดยมีการใช้ Motion Capture ท่าทางต่าง ๆ จากนักสู้จริง ๆ มาไว้ในเกม ไม่ว่าจะเป็นเทควันโด ยูโด คาราเต้ MMA หรือมวยจีนแขนงต่าง ๆ ก็มีครบกันหมด

โดยใน ‘Tekken 8’ ไปต่อยอด Gameplay ของตัวเองกับระบบ Heat ที่ทำให้เน้นเกมรุกมากยิ่งขึ้น พร้อมกับ Rage Art และ Power Crush ที่กลับมาอีกครั้ง ตัวเกมมีสปีดที่รวดเร็วกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ตัวละครที่ตอบสนองกับผู้เล่นได้รู้สึกดีมากกว่าเดิม แต่ถึงแบบนั้นก็เถอะ ‘Tekken 8’ ก็ยังคงเพลย์เซฟอยู่บ้าง เพราะมันเอาเข้าจริง ๆ แล้วก็ไม่ต่างจากเดิมสักเท่าไร ซึ่งมันก็อาจจะเป็นเรื่องดี เพราะคนที่เคยชินกับมันอยู่แล้ว ก็จะเข้าใจได้ไม่ยาก แต่สำหรับคนที่ต้องการอะไรใหม่ ๆ ก็อาจจะผิดหวังกันหน่อย เพราะมันก็เล่นไม่ต่างจากเดิมสักเท่าไรเลย

แต่ถ้าจะบอกว่ามันไม่พัฒนาเลยก็จะใจร้ายไป อย่างที่ผมได้บอกไปว่า ‘Tekken 8’ ปรับปรุงระบบต่อสู้ในส่วนของการตอบสนองระหว่างผู้เล่นและตัวละครอยู่มาก ความรู้สึกช้า ๆ หน่วง ๆ ที่หลาย ๆ คนอาจจะรู้สึกใน ‘Tekken 7’ มันจะหายไป ซึ่งในภาค 8 เกมมันจะเร็วขึ้น ต่อคอมโบได้รวดเร็วขึ้น เล่นง่ายขึ้นเยอะมาก ๆ โดยนี่น่าจะเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีเลย ที่ผู้เล่นใหม่จะสามารถมาจับจอยเล่น Tekken กันได้แบบไม่ติดขัดสักเท่าไร

และแน่นอนกับผู้เล่นใหม่ ใน ‘Tekken 8’ มาพร้อมกับระบบ Special Style ที่จะทำให้ผู้เล่นใหม่รู้สึกสนุกกับเกมมากยิ่งขึ้น โดยโหมดนี้มันจะทำการ Mapping Controller ให้ใหม่ และแบ่งแยกปุ่มออกไปตามชนิดต่าง ๆ เช่นการทำ Combo มาตรฐาน , Air Combo, ท่าทุ่ม, Power Crush ที่มี AI เข้ามาทำงานร่วมด้วย โดยเกมมันจะคำนวนการกดท่าต่อสู้ต่าง ๆ ให้เราเองตามสถานะการณ์ของเราในยกนั้น ๆ

ฟังดูโกงใช่ไหมครับ ถ้าหากโหมดนี้ถูกใช้โดยผู้เล่นเก่ง ๆ ซึ่งเอาเข้าจริง ๆ มันก็โกงอยู่นะถ้าหากเรารู้จักใช้มันให้เป็น ต้องบอกเลยว่าก่อนที่รีวิวนี้จะออกมา ตัวผมเองร่วมกับเพื่อน ๆ หลายคนก็นั่งทำความเข้าใจก่อนที่จะพูดถึงโหมดนี้ในส่วนนี้ของการรีวิวอยู่ เพราะมันเป็นอะไรที่ละเอียดอ่อนมาก มีข้อถกเถียงมากมายว่าตกแล้วมันโกงหรือไม่กันแน่ ??

เรื่องนี้คงไม่มีใครมาตัดสินได้ นอกจากอยู่ที่มุมมองของคนเล่นเองมากกว่าครับ โดยมันจะมีอยู่บางตัวละครที่สามารถปล่อยท่าพิเศษได้ผ่าน Special Style โดยกดแค่ปุ่มเดียวเท่านั้น ในขณะที่การเล่นแบบปกติ มันต้องใช้การฝึกฝนอยู่ อย่างเช่นท่า Electric Wind God Fist ของ Reina ที่หลายคนอาจจะมองว่ามันโกงอยู่นะ แต่อย่างไรก็ตาม ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับทีมงาน ‘Tekken 8’ โดยเขาได้ให้คำตอบที่น่าสนใจอยู่ว่า

ผมรู้สึกว่าโหมดนี้มันจะช่วยให้ผู้เล่นใหม่เข้าถึงเกมง่ายขึ้นเท่านั้น ผู้เล่นมากประสบการณ์น่าจะไม่สนใจมันเลย และโหมดนี้เราออกแบบมาให้มีความต่างของ Frame อยู่มาก ถ้าหากมีการปะทะกันระหว่างผู้เล่นที่ใช้ Special Style และผู้เล่นระดับสูง เขาก็จะรับมือได้ง่ายมาก เพราะคาดเดาทางได้ง่ายมาก ๆ

Kohei Ikeda

ซึ่งตรงนี้ผมเองก็เห็นด้วยอยู่ แต่ปัญหาก็คือไอ่เจ้าโหมดนี้มันดันเปิดปิดระหว่างเล่นได้นี่ล่ะ จะแตกต่างจาก ‘Street Fighter 6 Modern Control’ ที่มันต้องเลือกก่อนเล่นเท่านั้น อาจจะมีใครสักคนคิดคอมโบแปลก ๆ เปิดปิดระหว่างเล่นขึ้นมา ก็ไม่มีใครรู้อนาคตได้ เพราะเกมยังวางจำหน่ายไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ งานนี้เราก็ต้องรอดูกันไปครับ

‘Tekken 8’ ได้นำเสนอโหมด Arcade Quest เข้ามา โดยโหมดนี้ส่วนตัวผมมองว่า มันเป็นความพยายามของ Bandai ที่ดันไปเห็น ‘Street Fighter 6’ นำเสนอโลก Open World แบบนั้นเข้า จึงให้ทีมงานต้องไม่ยอมน้อยหน้า ขอทำอะไรแบบนี้ออกมาบ้าง ซึ้งก่อนที่ผมจะพูดถึงมัน ต้องบอกตรงนี้เลยนะครับว่า Arcade Quest เป็นโหมดที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับเกมหลักเลย และไม่จำเป็นต้องไปเล่น ก็ไม่มีผลอะไรมากด้วยซ้ำครับ

Arcade Quest จะทำเสนอโลก Meteverse โดยเปิดโอกาสใหเราสร้าง Avatar ของเรา โดดเข้าสู่โลกในเกมที่มีเควสและเรื่องราวให้ทำ เสมือนกับว่า Tekken เป็นสุดยอดเกมตู้ในโลกนั้น โดยโหมดนี้จะทำให้เราได้ลองสัมผัสกับ Super Ghost Battle หรือมัน

ก็คือการต่อสู้กับตัวเราเอง ที่จะช่วยให้เราพัฒนาความสามารถ เรียกรู้ข้อผิดพลาดของตัวเองครับ

สุดท้ายคือโหมดที่สำคัญมากที่สุดในเกมต่อสู้ นั้นก็คือ Practice Mode ที่หลาย ๆ คนน่าจะใช้เวลาอยู่กับมันนานมาก ใน ‘Tekken 8’ ได้ปรับปรุงยกระดับใหม่ทั้งหมดจากภาคก่อน ๆ โดยคราวนี้เราสามารถปรับตั้งค่าได้มากตามใจนึก ตั้งการแสดงผลข้อมูล และ Frame Date ที่อย่างละเอียด และอีกสิ่งที่ผมชอบก็คือมันมี combo challenge มาให้ตามทุกตัวละครด้วย เพื่อที่เราจะได้ฝึกการทำคอมโบหลากหลายรูปแบบครับ

นอกจากนี้ก็จะมีโหมดอย่าง Tekken Ball ที่เอากลับมาเล่นให้หายคิดถึงกันบ้าง และที่สำคัญเลยก็คือโหมดปรับแต่งตัวละคร ที่นำเสนอมาในภาค 7 คราวนี้กลับมาในภาค 8 ก็ยังคงมีอยู่เช่นกัน แต่ถึงแบบนั้นผมกลับรู้สึกว่ามันไม่ได้พัฒนาสักเท่าไรเลย ชุดที่มีให้เลือกแต่งก็น้อยมาก ๆ ไม่รู้ว่าจะหมกเม็ดไว้รอ DLC หรือทีมงานขี้เกียจกันแน่


Graphics


‘Tekken 8’ ได้หยิบเอา Unreal Engine 5 มาใช้ ซึ่งแน่นอนว่านี่อาจจะเป็นเกมแรก ๆ ที่เราได้สัมผัสกันเลย ที่รันอยู่บน UE5 ในส่วนของกราฟิกต้องยอมรับเลยว่ามันยกระดับจากภาคที่แล้วมาอย่างเห็นได้ชัด แสงสีเงา รายละเอียดตัวละครที่ดูดีขึ้นมาก แต่ !!! ถ้าหากจะให้ไปเทียบกับเกมอื่น ๆ ‘Tekken 8’ ก็ถือว่าทำได้ตามมาตรฐานทั่วไป ไม่รู้สึกว้าวอะไรขนาดนั้น

ตัวเกมที่ผมใช้รีวิว เป็นเวอร์ชัน PC ซึ่งพูดตามตรงเลยว่าที่เลือก PC เพราะส่วนตัวเองก็อยากรู้ว่า Unreal Engine 5 มันจะเป็นมิตรกับสเปก PC ทั่วไปหรือไม่ เพราะอย่างที่หลายคนรู้กันว่า Unreal Engine 4 นั้น เป็น Engine ที่มีปัญหาเรื่องการ Optimize สูงมาก และดูเหมือนว่าคราวนี้ ‘Tekken 8’ บน Unreal Engine 5 เองก็จะมีปัญหาแบบเดียวกันเป๊ะเลยครับ

ตัวเกม Optimize ออกมาได้ไม่ดีสักเท่าไร ด้วยกราฟิกแค่นี้กับคอมสเปกกลาง ๆ มันควรจะเล่นได้ลื่นไหลมากกว่านี้ และที่สำคัญมาก ๆ ก็คือเกมปี 2024 อย่าง ‘Tekken 8’ ไม่รองรับ 120hz บนเครื่อง PC ที่ผมรู้สึกว่ามันรับไม่ได้สักเท่าไร ถึงแม้ว่าจะมีข้อจำกัดของ 60FPS บนเกมต่อสู้ แต่ถ้าหากทีมงานใส่ใจ และ Optimize มันให้ดีกว่านี้ การเล่นเกมต่อสู้บนจอ 120hz มันแตกต่างจากจอทั่วไปจริง ๆ นะ ถ้าหากใครที่เคยสัมผัส จะเข้าใจสิ่งที่ผมกำลังพูดอยู่ได้เลย

นอกจากนี้ก็ยังมีปัญหาเรื่องเฟรมตกในหน้าเมนู ที่ผมได้ยินมาว่าชาวคอนโซล ก็เจอปัญหานี้เหมือนกัน หรือปัญหาจุกจิกเล็กน้อยสำหรับไดรเวอร์ การ์ดจอบน PC แต่อย่างไรก็ตาม ผมยังไม่เจอปัญหาเรื่อง คอนโทรลเลอร์ เพราะไม่ว่าจะใช้จอยอะไรมันก็เล่นได้หมดเลย แม้กระทั่ง Arcade Stick Qanba Q10 ของผมที่อายุมากกว่าสิบปีแล้ว มันก็ยังต่อเล่นบน PC ได้ตามปกติ


สรุป


‘Tekken 8’ เป็นเกมต่อสู้ที่รักษามาตรฐานของซีรีส์ Tekken ได้เป็นอย่างดี และมีความ “เชย” มาก ๆ ผมก็แอบเสียดายที่ทีมงานไม่คิดอยากจะลองเอาตัวเองออกจากกรอบเดิม ๆ และลองทำอะไรใหม่ ๆ ดูบาง ทีมงาน Playsafe มากจนเกินไป ทำให้ผมรู้สึกว่ามันน่าเบื่อมาก ๆ ถึงแม้ว่าการมาของระบบ Heat จะช่วยทำให้เกมเปลี่ยนไปบ้าง แต่เอาเข้าจริงแล้วทุกอย่างก็ยังคงเดิม เล่นเดิม ๆ มุกเดิม ๆ แบบที่เราคุ้นเคยมาตลอดหลายปี

ในขณะที่คู่แข่งอย่าง ‘Street Fighter’ ได้พยายามนำเสนออะไรใหม่ ๆ มาตลอดทุก ๆ ภาค มันกลับกลายเป็นว่า เกมรุ่นปู่อย่าง ‘Street Fighter’ ได้พยายามลองทำอะไรใหม่ ๆ ในขณะที่เกมรุ่นหลานอย่าง ‘Tekken’ ได้เดินตามสูตรสำเร็จเดิม ๆ เพราะไม่กล้าออกจาก Safe zone ของตัวเองแทน

แต่อย่างไรก็ตาม ‘Tekken 8’ ก็เป็นอีกหนึ่งเกมต่อสู้ที่ผมก็แนะนำให้สาวกเกมต่อสู้ไปหามาเล่นกัน บางทีแล้วอะไรที่มันเชย ๆ เดิม ๆ ก็มีเสน่ห์ในตัวมันเองเสมอครับ

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

Tekken 8
จุดเด่น
Gameplay ที่สนุกขึ้น ปรับปรุงจากภาคก่อน ๆ
ตัวละครเริ่มต้นมากถึง 32 ตัว
Online ที่จัดการปัญหาการ lag ได้เป็นอย่างดี
คุ้มค่ากับราคา สำหรับเกมต่อสู้ที่มีเนื้อหาเยอะมาก ๆ
จุดสังเกต
เนื้อเรื่องสั้นเกินไป การเล่าเรื่องที่ทำได้ไม่ดี
เวอร์ชัน PC มีปัญหาเรื่องการ Optimize อยู่บ้าง
การปรับแต่งตัวละครที่น้อยมาก
8