ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Video

รีวิว Dell Latitude 7410 บาง เบา พร้อมผู้ช่วยอัจฉริยะ

โน้ตบุ๊ก Dell Latitude 7410 ตอบโจทย์สาวยุคใหม่ เครื่องบาง สเปกดี ปรับแต่งได้เต็มที่ มีผู้ช่วยอัจฉริยะ จะน่าใช้ขนาดไหน

ดีไซน์

รูปลักษณ์ของ Dell Latitude 7410 ความรู้สึกตั้งแต่แรกเห็นคือตัวเครื่องดูเล็กมาก ส่วนตรงฝาหลังเราจะเห็น Logo Dell สีเงินเด่นชัดและใช้ลายแบบ Kevlar สะท้อนแสงสวยงามเลยค่ะ วัสดุที่ใช้เป็นคาร์บอนไฟเบอร์เกรดพรีเมียม จึงมั่นใจได้เรื่องความแข็งแรงทนทาน

พลิกมาดูด้านใต้เครื่องกันต่อ จะเห็นช่องใหญ่ ๆ ตรงนี้คือช่องสำหรับระบายอากาศ ซึ่งจะเชื่อมเข้ากับระบบระบายความร้อนของเครื่อง จากนั้นจึงเป่าลมออกตรงช่องเล็ก ๆ ด้านหลังเครื่องตรงนี้ ส่วนรูข้างล่าง 2 ฝั่งนี้คือช่องลำโพงซึ่งเป็นแบบสเตอริโอค่ะ

ดูรอบเครื่องไปแล้ว เรามาลองชั่งน้ำหนักกันซักหน่อยดีกว่า เมย์ลองชั่งดูแล้วเครื่องหนักเพียง 1.33 กิโลเท่านั้น ส่วนความกว้างของตัวเครื่องเมย์ขอลองเทียบกับกระดาษ A4 ดู ก็ใหญ่กว่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเองค่ะ นี่ไง ขนาดเมย์ยังถือมือเดียวสบาย ๆ เลย

จุดที่เมย์ชอบอย่างแรกเลยคือ พอเรากางเครื่องออกมาปุ๊ป เครื่องก็จะติดอัตโนมัติพร้อมใช้งานเลย สะดวกมาก ๆ ค่ะ แถมปลดล็อกก็ง่ายผ่าน Windows Hello สแกนผ่าน IR Camera ด้านบนนี้ได้เลยค่ะ หรือถ้าใครไม่สะดวกเช่นทำงานข้างนอกต้องปิดแมสก์ตลอดเวลา เขาก็มีสแกนลายนิ้วมือให้ด้วยนะ สแกนเร็วดีด้วย

โดย Dell Latitute 7410 ที่เมย์ใช้อยู่นี้มาพร้อมหน้าจอขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด FullHD 1080p ค่ะ ซึ่งรุ่นนี้พิเศษตรงที่เราสามารถเลือกปรับแต่งสเปกหน้าจอได้ด้วยนะ โดยเลือกได้สูงสุดระดับ 4K แบบ 100% sRGB เลย แถมหน้าจอทุกรุ่นจะมาพร้อมกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass ด้วยนะ ดีอ่ะ

ประสิทธิภาพการใช้งาน

ไปดูในส่วนของการใช้งานกันบ้าง โดยรวมถือว่าใช้งานลื่นไหลดีเลยค่ะ เอางี้ เมย์ขอเริ่มจากการเข้าเว็บไซต์ beartai.com ผ่าน Chrome ดูก่อนเลย ก็เห็นได้ว่าโหลดไวดีค่ะ กดเข้าไปอ่านแต่ละข่าวก็ค่อนข้างไวดีเลย ลองเข้าเฟซบุ๊ก ไถ Feeds ดูก็เรียกว่าค่อนข้างเร็วดีเลย ส่วนเรื่องของเสียงจากลำโพงทั้ง 2 ข้างด้านใต้นี้ก็ฟังชัดเจนดี แถมเสียงดังใช้ได้เลยค่ะ

การที่หน้าเว็บต่าง ๆ สามารถโหลดได้รวดเร็วทันใจเพราะ Dell Latitute 7410 ตัวนี้มาพร้อม WiFi 6 ที่เร็วกว่า WiFi 5 เดิมถึง 3 เท่าเลยค่ะ แถมยังมาพร้อม Bluetooth 5.1 ด้วยนะ

เมย์ลองสลับ Tab ไปมาก็รวดเร็วดี ไม่มีสะดุดเลยค่ะ ซึ่งเครื่องที่เมย์ใช้อยู่นี้เป็น CPU Intel Gen 10th Core i5 รหัส 10310U ความเร็วสูงสุด 4.4 GHz เป็นแบบ 4 แกนสมอง 8 เทรด มาพร้อมชิป Intel UHD Graphics แถมจัดเต็ม Ram ขนาด 16 GB แบบ DDR 4 และ SSD ขนาด 256 GB แบบ Gen 3 PCIe x4 NVMe ค่ะ อันนี้เหมือนหน้าจอตรงที่เราปรับแต่งได้ตามที่ต้องการเลย

ดูหนัง ฟังเพลงไปเยอะแล้ว ไปดูเรื่องกล้องสำหรับใช้ในการประชุมออนไลน์กันบ้าง เมย์ทดสอบด้วยโปรแกรม Camera พร้อมอัดเสียงให้ฟัง ภาพที่ได้ก็ดีในระดับนึงบนความละเอียด 720p ค่ะ ส่วนเสียงจากไมค์ที่ได้ก็ค่อนข้างชัดเจนดีตามที่ได้ยินเลยค่ะ

พอร์ตการเชื่อมต่อ

อีกเรื่องที่เมย์ชอบคือเรื่องของพอร์ตรอบตัวเครื่องที่ครบครันมาก เริ่มตั้งแต่พอร์ต HDMI 2.0 สำหรับต่อมอนิเตอร์แยกได้ ถัดมาเป็นพอร์ต Thunderbolt™3 with Power Delivery and DisplayPort (USB Type-C™) ทั้ง 2 พอร์ตเลย จะชาร์จเสียบสายชาร์จช่องไหนก็ได้ ถัดมาเป็นช่องใส่ microSD ค่ะ ส่วนทางขวาเป็นพอร์ต Kensington สำหรับป้องกันการโจรกรรม แต่ต้องซื้อตัวล็อคแยกต่างหากนะ ถัดมาเป็นพอร์ต USB 3.2 Gen ทั้ง 2 ช่อง และช่องหูฟัง 3.5mm สำหรับต่อหูฟังหรือไมค์แยก และสุดท้ายคือช่องใส่ Usim ซิมพิเศษสำหรับเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้โดยตรง ไม่ต้องใช้ WiFi ค่ะ

สิ่งที่เมย์ชอบมาก ๆ เลยคือระบบผู้ช่วยอัจฉริยะของ Dell ในชื่อโปรแกรม Dell Optimizer ตัวนี้เลย ซึ่งตัวนี้จะมีฟีเจอร์ให้เลือกอยู่ 3 ตัวด้วยกัน อันแรกคือระบบ ExpressResponse ที่ใช้ AI ในการเรียนรู้โปรแกรมโปรดของเรา ทำให้สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพเลยค่ะ

ถัดมาเป็น Intelligent Audio อันนี้เมย์ว่าดีมากสำหรับคนที่ต้องทำงานหลากหลายสถานที่ เพราะเราสามารถเข้าไปปรับได้ว่า ตอนนี้เราอยู่ตรงไหน ระบบก็จะปรับแต่งเสียงและไมค์ให้เหมาะสมตามที่เราต้องการได้เลย

สุดท้ายคือ ExpressSign-In อันนี้เมย์ชอบมาก ๆ นี่เป็นระบบปลดล็อกเครื่องแบบอัจฉริยะ แค่เมย์ลุกขึ้นมา แล้วเดินออกจากเครื่องไปประมาณครึ่งนาที ตัวเครื่องจะทำการล็อคให้อัตโนมัติเลย ไม่ต้องกลัวว่าใครจะแอบมาขโมยข้อมูลตอนเราลุกไปทำธุระแล้ว

แถมพอเดินกลับมาใช้งานเครื่อง เราก็ไม่ต้องมานั่งกดปุ่มเพื่อเปิดหน้าจอนะคะ โดยหน้าจอจะเปิดขึ้นมาด้วยตัวเองพร้อมสแกนหน้าเราทันทีที่มาถึง ปลอดภัยแถมยังสะดวกอีก ดีอ่ะ

ทดสอบประสิทธิภาพ

เริ่มจากการทดสอบ CPU ผ่านโปรแกรม Geekbench 5 ก็ได้คะแนนออกมาที่ 1,068 คะแนนสำหรับ Single-Core และคะแนน 3,356 คะแนนสำหรับ Multi-Core ค่ะ ส่วนการทดสอบประสิทธิภาพกราฟิกผ่าน 3DMark โหมด Night Raid ก็ได้คะแนนอยู่ที่ 5,304 คะแนน และสุดท้ายคือทดสอบประสิทธิภาพ SSD ผ่านโปรแกรม CrystalDiskMark ก็ได้ความเร็วในการอ่านที่ 2,053 MB/s และความเร็วในการเขียนอยู่ที่ 966 MB/s ค่ะ ก็ถือว่าค่อนข้างเร็วดีเลยนะคะเนี่ย

รีวิวจัดเต็มไปแล้ว มาลองเช็คแบตเตอรีดูก็ถือว่ายังเหลือ ๆ เลยค่ะ เพราะ Dell Latitute 7410 มาพร้อมแบตเตอรีขนาด 52 WH เป็นแบบ 4 Cells ก็เรียกว่าใช้งานได้ยาวนานตลอดทั้งวัน แถมชาร์จไฟก็เร็ว เพราะมีระบบ ExpressCharge Boost ที่ชาร์จแบตเตอรีได้ 35% ในเวลาเพียง 20 นาที หรือจะชาร์จ 1 ชั่วโมงก็ได้แบตเตอรีถึง 80% เลย เร็วมาก!

จุดสังเกต

หลังจากที่ลองใช้งานมาซักพัก เมย์พบว่าตัวเครื่องจะค่อนข้างอุ่น ๆ เมื่อเราออกไปทำงานนอกสถานที่ โดยเฉพาะที่ไม่มีห้องแอร์ค่ะ ส่วนฟีเจอร์ ExpressResponse ที่แนะนำไปก่อนหน้านี้ถ้าเป็นแอปที่เราไม่เคยใช้ ระบบจะไม่แสดงขึ้นมา เราต้องไปค้นหาเอง ซึ่งแอบหายากมาก!

รีวิวที่ดีต้องมีราคา

Dell Latitute 7410 ตัวที่เมย์ถืออยู่นี้มาพร้อมราคาเริ่มต้นที่ 43,990 บาท

สำหรับใครที่สนใจสามารถติดต่อผ่านช่องทาง SiS Distribution (Thailand) Co., Ltd. โทร 02-020-3000

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

Tags:

Highlight

BT เทสต์ PRYSM iO แกดเจ็ดวัดสารต้านอนุมูลอิสระ

18/12/2025
Read More

กองบรรณาธิการ BT การันตี ! เครื่องพิมพ์ตัวจบสำหรับธุรกิจแห่งปี 2025 ต้องมีอะไรบ้าง

16/12/2025
Read More

WWE อาณาจักรมวยปล้ำ ที่เป็นมากกว่าความบันเทิง | Bookmark

14/12/2025
Read More

ห้องประชุม All-in-One กับ Shure IntelliMix Room Kit @Mahajak สำนักงานใหญ่ นานา

10/12/2025
Read More

รีวิว UPS รุ่น OLS3000EA และ EPS รุ่น CPS1000E ครบจบทั้งบ้าน ออฟฟิศ ร้านค้า

09/12/2025
Read More

Deepal New S07 1.099 ล้าน ราคานี้ จบไหม ?

07/12/2025
Read More

Related Content