Connect with us

บทความ

[บทความพิเศษ] Gameboy ตำนานเกมมือถือ ตัวจริง

มาดูความเป็นมาของตำนานเครื่องเกมพกพา เกมบอย ว่าในอดีตมันโด่งดังมากแค่ไหน

ในยุคนี้หากจะพูดถึงเครื่องเกมพกพา หลายคนคงนึกถึงเกมบนสมาร์ทโฟน ที่เป็นตลาดเกมที่มีส่วนแบ่งมากที่สุด แม้แต่ค่ายเกมยักษ์ใหญ่ต่างทำเกมลงมือถือกันหมด แม้แต่ Nintendo ที่ทนกระแสไม่ไหวต้องส่งลูกรักทั้ง Mario และ Pokemon ลงตลาดสมาร์ทโฟน

แต่ในอดีตความยิ่งใหญ่ของเครื่องเกมพกพาอยู่ในตลาดเกมคอนโซล และปู่นินถือเป็นหนึ่งในค่ายที่ประสบความสำเร็จกับตลาดเกมพกพามากที่สุด เพราะหลังจาก Game & Watch (เกมกด) ขายดีแบบถล่มทลาย Nintendo ได้สานต่อความสำเร็จโดยมอบหมายให้คุณ Gunpei Yokoi สร้างเครื่องเกมพกพาที่สามารถเปลี่ยนตลับเกมได้ และต้องเป็นหน้าจอ LCD แบบที่เป็นเม็ดพิกเซล แบบหน้าจอ โทรศัพท์ มือถือ เพจเจอร์ หรือคอมพิวเตอร์พกพาในยุคนั้น ที่สามารถสร้างเกมให้มีฉากเคลื่อนไหวและปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ ต่างจาก Game & Watch ที่เป็นจอแบบเครื่องคิดเลข จนมาเป็น Gameboy เครื่องเกมพกพารุ่นต่อมา และวางขายในปี 1989

สเปก Gameboy รุ่นแรก

CPU  8-bit 4.19 MHz

Ram 8 kb

ใช้ถ่าน AA 4 ก้อน

วันจำหน่าย ในญี่ปุ่น 21 เมษายน ปี 1989 ใน อเมริกา สิงหาคม ปี 1989

โดยเครื่อง Gameboy มีลักษณะเป็นทรงแท่ง มีหน้าจอ LCD แสดงผลแบบขาวดำ แบบไม่มีหลอดไฟ ที่มีความละเอียด 160 × 144 pixels มีปุ่มบังคับทิศทาง D-Pad  และปุ่ม Select Start และปุ่ม B กับ A ที่มองภาพรวมเหมือนถอดมาจากเครื่องแฟมิคอม ที่บังคับง่าย และมีลำโพงขนาดใหญ่อยู่ด้านล่างของเครื่อง ส่วนด้านซ้ายของเครื่องจะมีที่ปรับ Contrast เพื่อเพิ่มหรือลดความเข้มของหน้าจอ ส่วนด้านขวาจะมี ที่ปรับเสียง และช่องสำหรับเสียบ สายเพื่อเชื่อมต่อกับเครื่องอื่น และปุ่มปิดเปิดจะอยู่ด้านบน และปุ่มปิดเปิดยังทำหน้าที่เป็นตัวล็อกตลับไม่ให้ดึงออกได้ถ้าไม่ปิดเครื่อง ตัวเครื่องใช้ถ่านไฟฉายแบบ AA 4 ก้อนเล่นต่อเนื่องได้นานถึง 12 ชั่วโมงมากกว่าเครื่องเกมปัจจุบันมาก

และการที่ Gameboy ประสบความสำเร็จตั้งแต่เปิดตัวเพราะมันมีเกมคุณภาพที่เหมือนอยู่บนคอนโซล ทั้ง Mario หรือ Zelda เท่านั้นยังไม่พอยังมาพร้อมกับ Tetris เกมต่อบล็อกในตำนานที่ไม่มีใครไม่รู้จัก ที่ในตอนนั้น Nintendo ต้องต่อสู้เพื่อแย่งลิขสิทธิ์มาจาก อาตาริ และแถมมากับเครื่อง Gameboy และการที่ Nintendo ยอมลงสนามต่อสู้เพื่อแย่งเกมต่อบล็อกนี่มานับว่าเป็นทางเลือกที่ฉลาด เพราะมันดันยอดเครื่อง Gameboy ได้อย่างมหาศาล เรียกได้ว่าบดบังรัศมี Super Mario Land ที่ออกพร้อมกันได้เลย

เกมที่โดดเด่น Pokémon Red & Blue

ซีรีส์ Pokemon เป็นเกมระดับตำนานเทพมหาเทพบน Gameboy ที่หลายคนอาจนึกไม่ถึง เพราะคงคิดว่าคงจะเป็น Mario แต่กลับกลายเป็นเกม Pokemon ที่ไม่ใช่แค่ประสบความสำเร็จธรรมดา แต่เป็นหนึ่งในตำนานของวงการเกม โดย Pokemon ออกภาคแรกในปี 1996 บน Gameboy และออกถึง 2 เกมคู่ โดยเป็นภาค Red และ Blue

รูปแบบของเกม Pokemon ภายนอกจะคล้ายกับเกม แนว เทิร์นเบส RPG แบบผลัดกันโจมตี ธรรมดา โดยมีจุดเด่นที่การจับมอนสเตอร์ที่เรียกว่า Pokemon มาเลี้ยงดู  ฝึกฝน แล้วไปสู้กับ เทรนเนอร์ คนอื่น และเรายังเล่นแข่งกับเพื่อนได้ ความสนุกบวกกับความน่ารักน่าชังของตัว Pokemon โดยเฉพาะซูเปอร์สตาร์ อย่าง ปิกะจู ทำให้มันดังเป็นพลุแตก จนมีภาคแยกย่อยออกมาอีกหลายเกม และภาคล่าสุดอย่าง Pokemon Sun , Moon ก็ยังประสบความสำเร็จกับยอดขายมากกว่า 8 ล้านตลับ

และด้วยการประสบความสำเร็จระดับมหาศาล นี่เองทำให้การนำเจ้า Pokemon ไปสู่อเมริกา ทาง Nintendo แทบไม่ได้ปรับเปลี่ยนเกม (นอกจากชื่อตัวละคร) โดยเฉพาะการออกแบบตัวละครที่ไม่ได้ปรับให้เข้ากับรสนิยมของชาวตะวันตก ซึ่งอาจจะไม่ชอบอะไรที่น่ารักเกินไป แต่แล้วผลกลับผิดคาด เพราะเสียงตอบรับของ Pokemon ในอเมริกานั้นมากมายกว่าในญี่ปุ่นเสียอีก และกลายเป็นหนึ่งในตำนานที่สานต่อความสำเร็จมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยความเรียบง่ายในการเล่น การได้ออกไปพบปะพูดคุยกับเพื่อน เพื่อเล่นและแลกเปลี่ยนไอเทม หรือ ตัว Pokemon นั้นเป็น เสน่ห์ของเกม และเป็นต้นแบบของเกมแนว มอนสเตอร์ หลายเกม

ความดังของ Pokemon ยังต่อยอดมายังเกม ซีรีส์พิเศษ มินิเกม กระทั้งเกมถ่ายรูป และยังลามไปถึง ทีวีซีรีส์ ที่เชื่อว่าเด็กทั่วโลกต้องได้ดู จนไปถึงภาพยนตร์ Pokemon ที่เมื่อฉายที่อเมริกาก็ทำเงินเป็นพันล้านบาท ไม่นับของเล่นที่มีออกมามากมายแล้ว พูดได้เลยว่า Pokemon เป็นตัวทำเงินให้ยุคนั้นที่ Nintendo กำลังลำบาก กับการที่ Nintendo 64 เสียแชมป์ ให้ PS1 และความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงกับ Virtual Boy เครื่องเกม 3 มิติเครื่องแรก ทำเอาปู่นินเสียศูนย์ไปไม่น้อย ดังนั้น  Pokemon เหมือนน้ำทิพย์ ทำให้ Nintendo ผ่านวิกฤติมาได้หลายครั้ง

สงครามเกมมือถือยกที่ 1

เชื่อว่าคอเกมรุ่นใหม่ คงแปลกใจที่ Nintendo ออกเครื่องเกมมือถือ ที่มีสเปก ต่ำกว่าชาวบ้าน ความจริงตั้งแต่อดีต ปู่นิน ไม่เน้นที่ความแรงของเครื่องมาตั้งแต่แรกเริ่ม โดยตอนออกเครื่อง Gameboy นั้นใช่ว่าจะไม่มีคู่แข่ง เพราะทั้ง SEGA และ อาตาริ ได้ออกเครื่องเกมมือถือ มาร่วมวงด้วย โดย SEGA ออก Game Gear  และ อาตาริ มี Atari lynx

และทั้งคู่มีสิ่งที่ Gameboy ไม่มีนั้นก็คือ “สี” ใช่แล้ว เครื่องเกมจอขาวดำ ต้องฝาดฟัน กับเครื่องเกมจอสีถึง 2 เครื่อง แต่ด้วยเกมที่ออกมามีคุณภาพกว่าและที่สำคัญที่สุดของเครื่องเกมมือถือนั้นก็คือ การที่ Gameboy กินไฟน้อยทำให้เล่นนอกบ้านได้นานกว่าคู่แข่ง จึงไม่น่าแปลกใจที่ Gameboy จะขายดีกว่าจนกลายเป็นสัญลักษณ์ ของวงการเกมมือถือในยุคนั้นเลย

รุ่นอัพเกรด Gameboy Pocket

เครื่อง Gameboy ถือเป็นเครื่องที่มีอายุยืนยาวมาก ซึ่งถ้านับแค่ซีรีส์จอขาวดำก็มีอายุยืนเกือบ 10 ปีแล้ว โดยในปี 1996 Nintendo ได้ออก Gameboy Pocket เครื่องที่ย่อขนาดเล็กและบางลงมาก และหน้าจอให้ใหญ่ขึ้น แบตเตอรี่ก็ได้เปลี่ยนเป็นถ่าน AAA 2 ก้อน

Game Boy Light รุ่นมีไฟที่หายาก

ต่อมาในปี 1998 Gameboy ได้ออกจากโลกมืดครั้งแรก กับ Game Boy Light ที่เหมือนเป็นการอัพเกรด Gameboy Pocket ให้หน้าจอมีหลอดไฟ แบบโทรศัพท์มือถือในยุคนั้น ซึ่งจะเลือกเปิดไฟหรือไม่ก็ได้ โดยวางขายเฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น และถือเป็น Gameboy รุ่นที่หายากรุ่นหนึ่ง จนมีการประมูลในหลาย web ในราคาที่ค่อนข้างแพง

Game Boy Color ในที่สุดก็มีสี

นับเป็นรุ่นอัพเกรดอย่างเป็นทางการของซีรีส์ GameBoy เพราะนอกจากจะเพิ่มสี ให้กับเครื่องเกมแล้ว ยังมีเกมที่ออกเฉพาะ Game Boy Color ที่ไม่สามารถเอาไปเล่นบน GameBoy รุ่นเก่าได้อีก แต่โดยรวมมันไม่ได้เพิ่มให้เครื่องแรงขึ้นจนเหมือนมันเป็นรุ่นใหม่ แถมยังไม่มีหลอดไฟ ทำให้การเล่นต้องส่องไฟจากภายนอกเพื่อเล่นเหมือนกับ Gameboy ขาวดำอยู่ดี

Game Boy Advance เกมบอยที่ทรงพลัง

ในปี 2001 ค่าย Nintendo ได้ปล่อยเครื่องรุ่นใหม่ของ GameBoy ที่เป็นการอัพเกรดครั้งใหญ่ที่กลายเป็นเครื่องพกพาที่ทรงพลังด้วยการยกระดับจาก 8Bit มาเป็น 32 Bit แต่เป็นที่น่าเสียดายที่หน้าจอยังไม่มีหลอดไฟเหมือนกับรุ่นเดิม แต่ด้วยรูปทรงที่เป็นแนวนอนไม่เหมือน Gameboy แต่ด้วยจุดอ่อนที่ไม่มีหลอดไฟที่หน้าจอ ทั้งๆที่เครื่องเกมเข้าสู่ยุค 2000 แล้ว ทำให้หลังจากนั้น 2 ปี Nintendo ได้ส่ง Game Boy Advance SP รุ่นใหม่ที่นอกจากจะมีไฟที่หน้าจอแล้วรูปร่างยังเปลี่ยนไปมาเป็นแบบฝาพับ เหมือนกับโทรศัพท์มือถือ และทำให้มันขายดีแบบสุดๆจนขาดตลาดในช่วงแรก

Game Boy Micro รุ่นตัวเล็กที่ขายไม่ค่อยดี

โดยหลังจากนั้นช่วงท้ายยุคปู่นินได้ออกรุ่นใหม่ในชื่อ Game Boy Micro ที่กลับมาใช้รูปทรงแนวนอน โดยมันมีจุดเด่นที่ขนาดของเครื่องที่เล็กมาก แต่ยังเล่นได้ถนัดมือเหมือนเดิม แต่ Game Boy Micro ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไรเพราะมีขนาดหน้าจอที่เล็กมาก และออกมาในยุคที่ ปู่นินวางขายเครื่อง NDS แล้ว

ส่วนในไทยก็แทบจะไม่แตกต่างจากเมืองนอก ที่ความนิยมของ Gameboy มีสูงมาก แม้มันจะมีราคาสูงพอสมควร แต่ด้วยการที่ มีเกมดังๆออกมาอย่างต่อเนื่องทำให้มันยังคงขายดี และเด็กในยุคนั้นถ้าใครมี Gameboy มักจะเอาไปอวดเพื่อนๆที่โรงเรียน ซึ่งก็ทำให้มีปัญหาตามมาทั้งการโดนขโมย โดนเพื่อนยึด รวมทั้งอาจารย์ฝ่ายปกครองที่บางโรงเรียนถึงกับออกกฎห้ามเอาเกมกด และ Gameboy มาโรงเรียนกันเลย

ส่วนยอดขายรวมของ GamrBoy ที่ทำได้มากกว่า 120 ล้านเครื่อง (นับรวมถึงแค่ Game Boy Color) นับเป็นเครื่องเกมมือถือที่ขายได้ดีเป็นรองแค่ NDS ของปู่นินเอง เท่านั้น และเป็นหนึ่งในตำนานของเครื่องเกมมือถือพกพา ที่เข้าถึงใจผู้เล่นได้ด้วยความเรียบง่าย พกพาสะดวก แบตทน เล่นได้นาน และหาเปลี่ยนได้ง่ายเพราะใช้ถ่านไฟฉาย

ความสำเร็จนี้ถูกสานต่อด้วย Game Boy Advance ที่ดังระเบิดไม่แพ้กัน และชื่อเสียงของGameboy นั้นทำให้ ในตอนแรก Nintendo ออก NDS มาก็ยังไม่มั่นใจในความสำเร็จ ถึงกับบอกว่า DS ไม่ใช่ทายาทของ Gameboy ประมาณว่า ถ้า NDS ดับ ปู่นินจะเข็น Gameboy โมเดลใหม่ออกมาชนกับ PSP แต่ด้วยความสำเร็จของ NDS ทำให้มันกลายเป็นเครื่องที่รับช่วงต่อจาก Gameboy ได้อย่างเต็มภาคภูมิ

ในยุคนี้ เกมบนเครื่องพกพาจะย้ายไปอยู่บน สมาร์ทโฟนกันกือบหมด แม้แต่ Nintendo ยังต้องทำเกมลงมือถือ ไม่ว่าจะเป็น Pokemon GO หรือ Super Mario Run แต่ปู่นินยังสามารถหาช่องว่างในตลาด อย่าง 3DS ที่ขายได้มากกว่า 60 ล้านเครื่อง ทิ้งห่าง PSvita ไม่เห็นฝุ่น และล่าสุดกับ Nintendo Switch ที่นำเกมคอนโซลต่อทีวี มารวมกับเครื่องเกมพกพาไปเล่นนอกบ้าน ที่เป็นจุดแข็งของ Nintendo จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครสามารถโค่นแชมป์ได้ แม้ว่าและทุกวันนี้จะไม่มีเครื่องเกมของปู่นินที่ใช้ชื่อว่า Gameboy ออกมาแล้วก็ตามแต่ DNA ของมันยังคงอยู่ในเครื่องเกมมือถือของ Nintendo เพื่อสานต่อความสนุกต่อไป และหากจะพูดถึงเครื่องเกมพกพารุ่นบุกเบิกคำว่า Gameboy ยังคงเป็นหนึ่งในตำนานที่จะอยู่คู่วงการเกมไปอีกนานแสนนาน

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

บทความเทคโนโลยี

การพลิกผันด้านอาหาร (Food disruption) เทคโนโลยีจะช่วยสร้างอาหารเพิ่มขึ้นได้อย่างไร

Published

on

ภายในสองทศวรรษหน้าการเกษตรและการปลูกพืชทั้งหลายในโลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างเหลือเชื่อ เพราะเทคโนโลยีด้านการเกษตรกำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากการบริโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจากจำนวนประชากรโลกที่จะเพิ่มขึ้นถึง 1 หมื่นล้านคน ภายในปี 2050

เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วทำให้เกษตรกรหนึ่งคนสามารถทำผลิตผลทางการเกษตรได้เพิ่มขึ้นอย่างเหลือเชื่อใน 20 ปีที่ผ่านมา ปรากฎการณ์ในการใช้หุ่นยนต์เพื่อเก็บเกี่ยวผลิตผลทางการเกษตรแทนมนุษย์เริ่มปรากฏขึ้นในช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด

หุ่นยนต์และโดรนสามารถที่จะจัดการกับแมลงที่มีผลกระทบต่อผลิตผลทางการเกษตรได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ซึ่งองค์การสหประชาชาติ (United Nations) ได้ทำวิจัยและพบว่าพืชผลทางการเกษตร 20 ถึง 40% ทั่วโลกได้ถูกทำลายโดยแมลง จึงทำให้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีหุ่นยนต์และโดรนสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างที่เกษตรกรไม่สามารถทำได้ในอดีต

เทคโนโลยีเซ็นเซอร์ (IoT) และกล้องถ่ายรูปโดยการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่รวมทั้งหุ่นยนต์ที่สามารถที่จะตรวจสอบพืชผลว่า ถึงเวลาที่จะเก็บเกี่ยวได้แล้วหรือยัง ซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นด้วยราคาถูกและถึงมือเกษตรกร ประกอบกับการเก็บเกี่ยวพืชผลด้วยการใช้หุ่นยนต์หรือรถเก็บเกี่ยวเคลื่อนที่อัตโนมัติกำลังจะเกิดขึ้นจริง ยกตัวอย่างเช่น มหาวิทยาลัยฮาเปอร์อาดามส์ (Harper Adams University) ได้คิดค้นการเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรได้อย่างอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้คนเลยแม้แต่คนเดียว

บริษัท Agribotix ได้พัฒนาโดรนและซอฟต์แวร์ ซึ่งใช้เทคโนโลยีภาพถ่ายทางอากาศเพื่อการวิเคราะห์ว่าโรคของผลผลิตพร้อมที่จะถูกเก็บเกี่ยวแล้วหรือไม่ด้วยการถ่ายภาพทางอากาศ ยิ่งไปกว่านั้นได้มีการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI โดยการใช้ Machine Learning ในการวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศเพื่อการเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงของสถานะพืชพรรณในช่วงเวลาต่างๆ และเก็บข้อมูลหลายปี จนทำให้การวิเคราะห์มีความชาญฉลาดและแม่นยำมากขึ้น

จึงทำให้แนวโน้มภายในสองทศวรรษหรือ 20 ปีข้างหน้า ด้วยการเก็บข้อมูลอันมหาศาลที่เราเรียกว่า Big data จะทำให้เกิดการวิเคราะห์ในภาพใหญ่ของการปลูกพืชจนทำให้เราสามารถที่จะวิเคราะห์และพยากรณ์การเปลี่ยนแปลงของพืชในแต่ละช่วงเวลาได้อย่างแม่นยำ จนทำให้การเกษตรแม่นยำเกิดขึ้นได้จริงในสองทศวรรษดังที่กล่าวมา

การเกษตรแนวตั้ง (Vertical farming) กำลังเป็นแนวโน้มที่ชัดเจนที่ทำให้มวลมนุษยชาติสามารถแก้ปัญหาความอดอยากด้วยการปลูกพืชในที่ร่มและพื้นที่จำกัด โดยการใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์จนทำให้สามารถปลูกพืชพรรณที่แตกต่างกันทั่วโลกได้ไม่ว่าจะอยู่ในประเภทใด ด้วยการควบคุมอุณหภูมิ แสง และดินที่เหมาะสมกับพืชชนิดนั้นๆ จนในวันนี้สถาบันวิจัยการเกษตรทั่วโลกหลายแห่งได้พิสูจน์แล้วว่า การปลูกพืชในรูปแบบใหม่นี้มีประสิทธิภาพในการปลูกมากกว่าการปลูกในระบบเปิดกลางแจ้งด้วยซ้ำไป

ในสหราชอาณาจักร มีการวิจัยที่น่าสนใจคือ การค้นพบว่าพืชแต่ละชนิดที่แตกต่างกันนั้นจะใช้แสงคลื่นความถี่ที่แตกต่างกันในการปลูกให้เติบโตอย่างรวดเร็วอย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้การปลูกพืชในรูปแบบใหม่ในระบบปิด (Indoor farm) มีประสิทธิภาพมากกว่าและเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าการที่ปลูกในพื้นที่กลางแจ้งแบบเดิม โดยการทดลองดังกล่าวได้มีการปลูกพืชจากประเทศต่างๆทั่วโลกในระบบปิด โดยการเลียนแบบสภาวะอากาศ แสง และดินจากสถานที่ต่างๆทั่วโลกซึ่งปลูกในเฉพาะพืชนั้นๆ ผลปรากฏว่าการเติบโตของพืชมีประสิทธิภาพดีกว่าการปลูกพืชแบบเดิมในประเทศต่างๆ ดังกล่าว

ไม่เพียงแต่เทคโนโลยีด้านการเกษตรที่กำลังมีการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดเท่านั้น แต่เทคโนโลยีด้านการเลี้ยงสัตว์ก็กำลังจะปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งนี้เนื่องจากประชากรโลกที่เพิ่มขึ้นจนทำให้เกิดความต้องการในการบริโภคเนื้อสัตว์มากขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้มีการพัฒนาการเลี้ยงสัตว์โดยการใช้เซ็นเซอร์ IoT เพื่อตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงและการเติบโตของสัตว์ รวมทั้งการควบคุมโรคด้วยการมอนิเตอร์สัตว์แต่ละชนิดและแต่ละตัวในฟาร์มแบบเรียลไทม์ และมีการวิเคราะห์ข้อมูลตลอดเวลาอย่างอัตโนมัติ

นักวิจัยในสกอตแลนด์ได้ทำการวิจัยเพื่อตรวจสอบการป่วยของวัว โดยการมอนิเตอร์ลมหายใจของวัวแต่ละตัว ด้วยการหาจังหวะการหายใจที่ปกติและไม่ปกติเพื่อเปรียบเทียบและแจ้งเตือนการเป็นโรคและการติดโรคของวัว ยิ่งไปกว่านั้นยังใช้ภาพถ่ายซึ่งสามารถวิเคราะห์อุณหภูมิของวัวแต่ละตัว และเห็นการเปลี่ยนแปลงของวัวตลอดเวลา จึงสามารถรู้ได้ถึงสภาวะของวัวแต่ละตัวว่ามีความแข็งแรงและสมบูรณ์หรือไม่ และยังมีการวิจัยของบริษัทเอกชนด้านเทคโนโลยีการเกษตร ด้วยการติดไมโครโฟนเพื่อฟังเสียงสุกรทำให้สามารถที่จะคาดการณ์และวิเคราะห์ได้อย่างแม่นยำว่าสุกรนั้นมีสุขภาพหรือมีความเปลี่ยนแปลงอย่างไร

การวิจัยในประเทศเบลเยียมโดยการใช้ระบบภาพเคลื่อนไหวเพื่อที่จะจับพฤติกรรมของลูกไก่ในฟาร์มจำนวนนับพันตัวด้วยการศึกษาการเคลื่อนไหวของกลุ่มลูกไก่ (Automated Behavior Analysis) ในฟาร์ม จนสามารถเก็บรูปแบบ (pattern) พฤติกรรมเปรียบเทียบกับความผิดปกติไม่ว่าจะเป็นการป่วยของไก่หรือความผิดปกติด้านอื่นๆเป็นต้น ซึ่งพบว่า ผลการทดลองมีความแม่นยำกว่า 90%

สถาบันวิจัยทะเลและเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม (Institute of marine and environmental technology) แห่งมหาวิทยาลัยแมรี่แลนด์ เมืองบัลติมอร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ทำการวิจัยการเลี้ยงปลาทะเลในระบบปิด ผลปรากฏว่าการเลี้ยงในระบบปิดสามารถที่จะทำให้เกิดผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างดี (zero waste and zero pollution) และสามารถที่จะลดความเสี่ยงการสูญพันธุ์ของสัตว์น้ำในทะเลได้อีกด้วย และผลดีที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือการผลิตอาหารทะเลบนบกในระบบปิดดังกล่าว สามารถที่จะประหยัดต้นทุนในระบบขนส่งได้อย่างมาก เพราะเนื่องจากการขนส่งอาหารทะเลจะต้องเสียต้นทุนในเรื่องของการแช่เย็นและการเดินทางหลายพันกิโลเมตรเพื่อส่งสินค้าอาหารทะเลจากชายฝั่งทะเลเข้าเมือง

ในปี 2013 บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์การเกษตรและกสิกรรมบริษัทหนึ่งได้ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้คิดค้นวิธีการปลูกเนื้อเพื่อการบริโภคและประสบความสำเร็จโดยสามารถผลิตเนื้อในห้องทดลองเพื่อบริโภคแล้ว

บริษัท Dupont และ Syngenta เป็นบริษัทที่ทำวิจัยที่เกี่ยวข้องกับไบโอเทคโนโลยีด้านวิศวกรรมการตัดต่อพันธุกรรม (Genomic engineering) ได้ทำการวิจัยในการปลูกข้าวโพดในพื้นที่ที่มีอากาศและสิ่งแวดล้อมที่แห้งแล้ง จนการวิจัยมีผลดีอย่างน่าพอใจ เพราะเนื่องจากการปลูกข้าวโพดที่สามารถทนทานต่อสภาวะอากาศที่แตกต่างกันและได้ผลผลิตดีเป็นที่น่าพอใจ จึงมีแนวโน้มในอนาคตว่าการปลูกข้าวโพดสามารถปลูกที่ใดก็ได้ในโลก จึงทำให้ความกังวลที่จะขาดแคลนอาหารเพราะประชากรโลกเพิ่มมากขึ้น อาจจะไม่เกิดขึ้นในอนาคต เพราะเนื่องจากการผลิตข้าวโพดเพียงพอต่อการบริโภคสำหรับคนทั่วโลก

ประเทศในแอฟริกาใต้ได้ประสบปัญหาการขาดแคนอาหาร จึงมีการทำวิจัยในสถาบันวิจัยที่มุ่งเน้นไปในเรื่องของวิศวกรรมการตัดต่อพันธุกรรม เพื่อที่จะปลดล็อคให้มีการผลิตอาหารในพื้นที่ของทวีปแอฟริกาที่สามารถเลี้ยงดูผู้คนได้อย่างเพียงพอ เช่น การวิจัยการตัดต่อพันธุกรรมข้าว โดยความร่วมมือกันระหว่างสถาบันวิจัยทางชีววิทยา 18 แห่งทั่วโลก ในโครงการวิจัยที่ชื่อว่า C4 Rice project ขึ้น เพื่อทำให้สามารถปลูกข้าวในสภาวะอากาศแห้งแล้งได้

การตัดต่อพันธุกรรมในพืชก็ได้นำไปใช้ในการตัดต่อพันธุกรรมในสัตว์เช่นเดียวกัน เพื่อที่จะสามารถผลิตอาหารให้กับมวลมนุษยชาติทั้งโลกได้อย่างเพียงพอในหลายทศวรรษต่อจากนี้ไป

Reference
The Future of Farming & Agriculture

————————-
แปลและเรียบเรียงโดย
พันเอก ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ
https://link.medium.com/vnV4JVinWR
14 ธ.ค. 61

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

บทความเทคโนโลยี

มุมมองป๋าเต็ด-ยุทธนา กับอนาคตของวงการเพลงในโลกไฮเทคโนโลยี

Published

on

เรื่องราวของเทคโนโลยีนั้นไม่ได้ส่งผลกระทบกับเรื่องกีกๆ อย่างคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ตโฟนอย่างเดียว แต่โลกดนตรีก็เปลี่ยนไปเยอะมากตามเทคโนโลยีที่อยู่รอบตัว ซึ่งเรื่องนี้คงไม่มีใครให้ข้อมูลได้ดีกว่า ป๋าเต็ด-ยุทธนา บุญอ้อม ผู้คร่ำหวอดในวงตรีเพลง ดีเจ และการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับเสียงเพลงมายาวนาน ซึ่งให้ความเห็นภายในงาน Creative Talk Conference 2019 (CTC 2019) ไว้อย่างน่าสนใจครับ

สถานที่ที่ฟังเพลง มันเปลี่ยนวงการเพลงในแต่ละยุคแต่ละสมัย

  • ยุคเพลงคลาสสิก ทำเพลงเพื่อสรรเสริญพระเจ้า เครื่องดนตรีเลยต้องดัง และเสียงยาวๆ เลยกลายเป็นออแกนเป็นพระเอก
  • ต่อมาคนรวยอย่างฟังเพลงที่บ้าน ซึ่งห้องที่ฟังก็เปลี่ยนไป เสียงไม่ได้ก้องอย่างห้องใหญ่ ดนตรีเลยเปลี่ยนเป็นวงเล็กลง
  • ดนตรีแจ๊ส เกิดในผับ ต้องต่อสู้กับเสียงคนที่คุยกัน ทำให้เสียงดนตรีต้องดัง และมีจังหวะที่จะแทรกเข้าไประหว่างผู้คนได้
  • ปัจจุบัน สถานที่จัดคอนเสิร์ตของวงดังๆ กลายเป็นสถานที่ใหญ่มาก เช่นสนามกีฬา ซึ่งคนที่มาฟังก็แมสมากๆ เพลงจึงต้องมีท่อนที่จำง่ายๆ ให้คนร้องตามได้

เทคโนโลยีการบันทึกเสียง ก็เปลี่ยนรูปแบบเพลง

  • ยุคแผ่นเสียงต้องทำให้เพลงสั้นลง เพราะหน้าแผ่นเสียงมีจำกัด จะเพลงยาวแบบเพลงคลาสสิกที่มีหลาย Movement ก็ไม่ไหว
  • ยุควิทยุต้องเปิดทีละเพลง เพลงเลยสั้นลงเหลือราว 3.30 นาที เพราะนานไปเดี๋ยวคนหมุนหนี ทำให้สถานีวิทยุไม่เปิด
  • ยุคเทปมีหน้า B ก็เอาไว้ลงเพลงแปลกๆ ที่ไม่ฮิต เลยมีศัพท์เรียกว่า B side
  • ยุคหนึ่ง ringtone ฮิตมาก การแต่งเพลงก็ต้องดีไซน์ฮุคหนึ่ง ความยาวสัก 30 วิเพื่อไปอยู่ใน ringtone ได้เพราะๆ
  • ยุคโซเซียล อันนี้น่าสนใจมาก เมื่อ Tierra Whack ออกเพลง 1 นาทีทั้งอัลบั้ม เพื่อออกใน instragram ได้

เทรนด์วงการเพลงในอนาคตจะเป็นยังไง

  • ศิลปิน noname จะดังเร็วขึ้น ถ้าทำเพลงฮิตจริงๆ เพราะตอนนี้กระจายได้เร็วมากผ่าน Social Media (ลองดูตัวอย่างในบทความนี้นะครับ “10 ที่สุดของเนื้อร้องเพลงไทยในปี 2018” )
  • ธุรกิจคอนเสิร์ตเติบโตอย่างรุนแรง บัตรก็แพงขึ้น เพราะคนออกมาร่วมมากขึ้น
  • ตอนนี้ AI สามารถช่วยแต่งเพลงได้ โดยเฉพาะช่วยแต่งทำนอง แต่ง Beat ที่คนน่าจะติดหู
  • เพลงสำหรับผู้สูงอายุ คนแก่เริ่มใช้ออนไลน์มากขึ้นแล้ว
  • ไวนิลจะเริ่มกลับมา เทปก็กลับมาในบางกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มซื้อความทรงจำ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

บทความเทคโนโลยี

สรุปเทรนด์เทคโนโลยี 2019 โดยผู้ร่วมก่อตั้ง Blognone และ Techsauce

Published

on

เนื่องจากว่าเว็บแบไต๋นั้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีมาโดยตลอด เพราะฉะนั้นอีกหนึ่งหัวข้อในงาน CREATIVE TALK CONFERENCE 2019 (CTC 2019) คือเรื่องราวเกี่ยวกับเทรนด์เทคโนโลยีที่กำลังจะเกิดในปี 2019 ครับ ซึ่งในหัวข้อนี้ได้คุณมาร์ค-อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Blognone และ Brand Inside พร้อมคุณมิมี่-อรนุช เลิศสุวรรณกิจ ผู้ร่วมก่อตั้ง Techsauce ขึ้นให้ข้อมูลครับ

เทรนด์เทคโนโลยีปี 2019 คือ ABC

ความเห็นจากคุณมาร์ค เทรนด์เทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนไปมากในปี 2019 คือ ABC ครับ ซึ่งประกอบไปด้วย

AI – Artificial Intelligence

ซึ่งความหมายของปัญญาประดิษฐ์ในช่วงปี 2019 AI คือระบบ Automation หรือระบบช่วยทำงานต่างๆ นะครับ ยังไม่ใช่ AI แบบที่เป็นหุ่นยนต์แทนมนุษย์ได้เหมือน Terminator ตัวอย่างของ AI ในยุคปี 2019 เช่นการคัดแยกรูป ซึ่งถ้าไม่ใช้ AI จะต้องใช้แรงคนถึกแยกเอง ซึ่งลักษณะ AI แบบนี้จะเติบโตและหลากหลายขึ้นในปี 2019

แต่คุณมาร์คก็ตั้งข้อสังเกตว่า พื้นฐานของ AI คือมันพัฒนายากอยู่แล้ว ต้องใช้นักวิจัยเก่งๆ อ้างอิงวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ระดับสูงถึงจะทำได้ ซึ่งทำให้การสร้าง AI แบบเฉพาะทางสักชุดหนึ่งทำยาก ถ้าบริษัทไม่มีทรัพยากรเพียงพอ แต่ถ้าเป็นงานทั่วไปที่คนทั่วไปใช้ เช่นแยกรูป แยกเสียง ก็มีบริษัทใหญ่ๆ ก็วิจัยและทำผลิตภัณฑ์ออกมาให้ใช้บริการแล้ว

BLOCKCHAIN

คุณมาร์คคาดว่าปี 2019 เทคโนโลยี Blockchain กำลังจะตายลง เพราะมันไม่ได้ออกแบบมาสำหรับทุกอย่าง อย่างที่เราเห็นหลายๆ บริษัทประกาศว่าจะนำ Blockchain มาใช้ แต่สุดท้ายก็ออกสู่ตลาดจริงไม่ได้ ทำให้ทิศทางของ Blockchain ไปในกลุ่มเฉพาะมากขึ้น เพราะมันเหมาะสำหรับงานที่เป็นลำดับ หรือ sequential และยกตัวอย่างไปที่ BitTorrent ที่ออกแบบมาสำหรับยุคที่เน็ตช้าๆ พอเน็ตเร็วขึ้นก็ทำให้ BitTorrent เลื่อมความนิยมลงไป เพราะกด Steaming ก็ดูได้เลย

CLOUD

คลาวด์เป็นเทคโนโลยีที่เกิดมานานแล้ว แต่ก็ยังมีความสำคัญอยู่ตลอด ตอนนี้เกิดกระแสในธุรกิจคือปลาใหญ่กินปลาเล็ก ทำให้รายใหญ่กินรวบในตลาด รายเล็กๆ สู้ไม่ได้ทั้งด้านเงินทุนและเทคโนโลยี ซึ่งทำให้รายใหญ่มีอำนาจต่อรองสูงขึ้น

ความคิดเห็นด้านเทรนด์เทคโนโลยีจาก Techsauce

คุณมิมี่จาก Techsauce มองว่า AI จะมาคู่กับ Data เสมอ ทำให้องค์กรต้องเอาคนมาทำงานกับข้อมูลมากขึ้น แต่ปัญหาของทุกองค์กรคือหาคนไม่ได้ โดยเฉพาะคนไทยที่หายากมาก ทำให้ต้องไปดึงมาจากต่างประเทศ

และบริษัทไทยเริ่มถูกคุกคามมากขึ้น จากคู่แข่งที่เมื่อก่อนอยู่นอกวงการกัน กลายเป็นว่าตอนนี้คนที่รู้ข้อมูลดีที่สุดกลับเป็นบริษัท Technology แม้ว่าบริษัทเราจะอยู่ในธุรกิจมานาน เช่น แบงค์ หรือการสื่อสาร แต่ข้อมูลไปอยู่กับ facebook, google ที่รู้จักลูกค้าเรามากกว่า ปีที่ผ่านมาเราจึงเห็นว่าแบงค์เข้าไปจับมือกับบริษัทเทคโนโลยี เพื่อให้บริการในรูปแบบใหม่ๆ และเก็บข้อมูลเองมากขึ้น

ถ้าเป็นนักธุรกิจ ตอนนี้เราต้องรู้เรื่องอะไร

  • มาร์ค Blognone – เทคโนโลยีภาพรวมของ 2019 เทียบกับ 2018, 2017 นั้นต่างไปไม่มาก เมื่อเทียบกับ 10 ปีก่อนหน้านี้ที่เทคโนโลยีเปลี่ยนกันโหดมาก เช่นดูสมาร์ตโฟนตอนนี้ ไม่ได้ต่างกันมากแล้วในแต่ละปี เทรนด์ความก้าวหน้าตอนนี้คือใครต่อยอดได้เจ๋งกว่า ดีกว่า ก็จะชนะ ซึ่งคุณมาร์คยกตัวอย่างอย่างน่าสนใจว่า ปัจจุบันมีแคมเปญการตลาดเจ๋งๆ มากมายที่เล่นกับเทคโนโลยี แต่สุดท้ายผลแพ้ชนะของแคมเปญวัดกันที่ Operation หน้างานว่าใครจะจัดการได้ดีกว่า ถ้าสื่อสารออกไปดี ทั่วถึง แต่หน้างานไม่สามารถจัดการกับปัญหาได้ มีข้อผิดพลาดในการทำงาน สุดท้ายพังไปก็มีมาก
  • มิมี่ Techsauce – คือการปรับความคิดของคนที่ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี มองว่า People กับ Process เป็นกระบวนการสำคัญ ซึ่งต้องเริ่มจากคนที่เป็นหัวก่อน ต้องให้ความสำคัญ และเข้าใจภาพรวมว่าอะไรกำลังจะเปลี่ยนไป กระทบกับธุรกิจเรายังไง ตอนนี้อาจจะตื่นตัว กลัวโดน Disrupt แต่โฟกัสออกมาว่าจะทำอะไร แก้อะไร ต้องทำออกมาเป็น Action ให้ได้ แล้วจะหาเครื่องมือหรือเทคโนโลยีที่เหมาะกับปัญหาของเรา สรุปคือ ต้องรู้ก่อนว่าปัญหาของเราคืออะไรกันแน่ แล้วค่อยหาเครื่องมือ
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!