[บทความพิเศษ] Gameboy ตำนานเกมมือถือ ตัวจริง

ในยุคนี้หากจะพูดถึงเครื่องเกมพกพา หลายคนคงนึกถึงเกมบนสมาร์ทโฟน ที่เป็นตลาดเกมที่มีส่วนแบ่งมากที่สุด แม้แต่ค่ายเกมยักษ์ใหญ่ต่างทำเกมลงมือถือกันหมด แม้แต่ Nintendo ที่ทนกระแสไม่ไหวต้องส่งลูกรักทั้ง Mario และ Pokemon ลงตลาดสมาร์ทโฟน

แต่ในอดีตความยิ่งใหญ่ของเครื่องเกมพกพาอยู่ในตลาดเกมคอนโซล และปู่นินถือเป็นหนึ่งในค่ายที่ประสบความสำเร็จกับตลาดเกมพกพามากที่สุด เพราะหลังจาก Game & Watch (เกมกด) ขายดีแบบถล่มทลาย Nintendo ได้สานต่อความสำเร็จโดยมอบหมายให้คุณ Gunpei Yokoi สร้างเครื่องเกมพกพาที่สามารถเปลี่ยนตลับเกมได้ และต้องเป็นหน้าจอ LCD แบบที่เป็นเม็ดพิกเซล แบบหน้าจอ โทรศัพท์ มือถือ เพจเจอร์ หรือคอมพิวเตอร์พกพาในยุคนั้น ที่สามารถสร้างเกมให้มีฉากเคลื่อนไหวและปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ ต่างจาก Game & Watch ที่เป็นจอแบบเครื่องคิดเลข จนมาเป็น Gameboy เครื่องเกมพกพารุ่นต่อมา และวางขายในปี 1989

สเปก Gameboy รุ่นแรก

CPU  8-bit 4.19 MHz

Ram 8 kb

ใช้ถ่าน AA 4 ก้อน

วันจำหน่าย ในญี่ปุ่น 21 เมษายน ปี 1989 ใน อเมริกา สิงหาคม ปี 1989

โดยเครื่อง Gameboy มีลักษณะเป็นทรงแท่ง มีหน้าจอ LCD แสดงผลแบบขาวดำ แบบไม่มีหลอดไฟ ที่มีความละเอียด 160 × 144 pixels มีปุ่มบังคับทิศทาง D-Pad  และปุ่ม Select Start และปุ่ม B กับ A ที่มองภาพรวมเหมือนถอดมาจากเครื่องแฟมิคอม ที่บังคับง่าย และมีลำโพงขนาดใหญ่อยู่ด้านล่างของเครื่อง ส่วนด้านซ้ายของเครื่องจะมีที่ปรับ Contrast เพื่อเพิ่มหรือลดความเข้มของหน้าจอ ส่วนด้านขวาจะมี ที่ปรับเสียง และช่องสำหรับเสียบ สายเพื่อเชื่อมต่อกับเครื่องอื่น และปุ่มปิดเปิดจะอยู่ด้านบน และปุ่มปิดเปิดยังทำหน้าที่เป็นตัวล็อกตลับไม่ให้ดึงออกได้ถ้าไม่ปิดเครื่อง ตัวเครื่องใช้ถ่านไฟฉายแบบ AA 4 ก้อนเล่นต่อเนื่องได้นานถึง 12 ชั่วโมงมากกว่าเครื่องเกมปัจจุบันมาก

และการที่ Gameboy ประสบความสำเร็จตั้งแต่เปิดตัวเพราะมันมีเกมคุณภาพที่เหมือนอยู่บนคอนโซล ทั้ง Mario หรือ Zelda เท่านั้นยังไม่พอยังมาพร้อมกับ Tetris เกมต่อบล็อกในตำนานที่ไม่มีใครไม่รู้จัก ที่ในตอนนั้น Nintendo ต้องต่อสู้เพื่อแย่งลิขสิทธิ์มาจาก อาตาริ และแถมมากับเครื่อง Gameboy และการที่ Nintendo ยอมลงสนามต่อสู้เพื่อแย่งเกมต่อบล็อกนี่มานับว่าเป็นทางเลือกที่ฉลาด เพราะมันดันยอดเครื่อง Gameboy ได้อย่างมหาศาล เรียกได้ว่าบดบังรัศมี Super Mario Land ที่ออกพร้อมกันได้เลย

เกมที่โดดเด่น Pokémon Red & Blue

ซีรีส์ Pokemon เป็นเกมระดับตำนานเทพมหาเทพบน Gameboy ที่หลายคนอาจนึกไม่ถึง เพราะคงคิดว่าคงจะเป็น Mario แต่กลับกลายเป็นเกม Pokemon ที่ไม่ใช่แค่ประสบความสำเร็จธรรมดา แต่เป็นหนึ่งในตำนานของวงการเกม โดย Pokemon ออกภาคแรกในปี 1996 บน Gameboy และออกถึง 2 เกมคู่ โดยเป็นภาค Red และ Blue

รูปแบบของเกม Pokemon ภายนอกจะคล้ายกับเกม แนว เทิร์นเบส RPG แบบผลัดกันโจมตี ธรรมดา โดยมีจุดเด่นที่การจับมอนสเตอร์ที่เรียกว่า Pokemon มาเลี้ยงดู  ฝึกฝน แล้วไปสู้กับ เทรนเนอร์ คนอื่น และเรายังเล่นแข่งกับเพื่อนได้ ความสนุกบวกกับความน่ารักน่าชังของตัว Pokemon โดยเฉพาะซูเปอร์สตาร์ อย่าง ปิกะจู ทำให้มันดังเป็นพลุแตก จนมีภาคแยกย่อยออกมาอีกหลายเกม และภาคล่าสุดอย่าง Pokemon Sun , Moon ก็ยังประสบความสำเร็จกับยอดขายมากกว่า 8 ล้านตลับ

และด้วยการประสบความสำเร็จระดับมหาศาล นี่เองทำให้การนำเจ้า Pokemon ไปสู่อเมริกา ทาง Nintendo แทบไม่ได้ปรับเปลี่ยนเกม (นอกจากชื่อตัวละคร) โดยเฉพาะการออกแบบตัวละครที่ไม่ได้ปรับให้เข้ากับรสนิยมของชาวตะวันตก ซึ่งอาจจะไม่ชอบอะไรที่น่ารักเกินไป แต่แล้วผลกลับผิดคาด เพราะเสียงตอบรับของ Pokemon ในอเมริกานั้นมากมายกว่าในญี่ปุ่นเสียอีก และกลายเป็นหนึ่งในตำนานที่สานต่อความสำเร็จมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยความเรียบง่ายในการเล่น การได้ออกไปพบปะพูดคุยกับเพื่อน เพื่อเล่นและแลกเปลี่ยนไอเทม หรือ ตัว Pokemon นั้นเป็น เสน่ห์ของเกม และเป็นต้นแบบของเกมแนว มอนสเตอร์ หลายเกม

ความดังของ Pokemon ยังต่อยอดมายังเกม ซีรีส์พิเศษ มินิเกม กระทั้งเกมถ่ายรูป และยังลามไปถึง ทีวีซีรีส์ ที่เชื่อว่าเด็กทั่วโลกต้องได้ดู จนไปถึงภาพยนตร์ Pokemon ที่เมื่อฉายที่อเมริกาก็ทำเงินเป็นพันล้านบาท ไม่นับของเล่นที่มีออกมามากมายแล้ว พูดได้เลยว่า Pokemon เป็นตัวทำเงินให้ยุคนั้นที่ Nintendo กำลังลำบาก กับการที่ Nintendo 64 เสียแชมป์ ให้ PS1 และความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงกับ Virtual Boy เครื่องเกม 3 มิติเครื่องแรก ทำเอาปู่นินเสียศูนย์ไปไม่น้อย ดังนั้น  Pokemon เหมือนน้ำทิพย์ ทำให้ Nintendo ผ่านวิกฤติมาได้หลายครั้ง

สงครามเกมมือถือยกที่ 1

เชื่อว่าคอเกมรุ่นใหม่ คงแปลกใจที่ Nintendo ออกเครื่องเกมมือถือ ที่มีสเปก ต่ำกว่าชาวบ้าน ความจริงตั้งแต่อดีต ปู่นิน ไม่เน้นที่ความแรงของเครื่องมาตั้งแต่แรกเริ่ม โดยตอนออกเครื่อง Gameboy นั้นใช่ว่าจะไม่มีคู่แข่ง เพราะทั้ง SEGA และ อาตาริ ได้ออกเครื่องเกมมือถือ มาร่วมวงด้วย โดย SEGA ออก Game Gear  และ อาตาริ มี Atari lynx

และทั้งคู่มีสิ่งที่ Gameboy ไม่มีนั้นก็คือ “สี” ใช่แล้ว เครื่องเกมจอขาวดำ ต้องฝาดฟัน กับเครื่องเกมจอสีถึง 2 เครื่อง แต่ด้วยเกมที่ออกมามีคุณภาพกว่าและที่สำคัญที่สุดของเครื่องเกมมือถือนั้นก็คือ การที่ Gameboy กินไฟน้อยทำให้เล่นนอกบ้านได้นานกว่าคู่แข่ง จึงไม่น่าแปลกใจที่ Gameboy จะขายดีกว่าจนกลายเป็นสัญลักษณ์ ของวงการเกมมือถือในยุคนั้นเลย

รุ่นอัพเกรด Gameboy Pocket

เครื่อง Gameboy ถือเป็นเครื่องที่มีอายุยืนยาวมาก ซึ่งถ้านับแค่ซีรีส์จอขาวดำก็มีอายุยืนเกือบ 10 ปีแล้ว โดยในปี 1996 Nintendo ได้ออก Gameboy Pocket เครื่องที่ย่อขนาดเล็กและบางลงมาก และหน้าจอให้ใหญ่ขึ้น แบตเตอรี่ก็ได้เปลี่ยนเป็นถ่าน AAA 2 ก้อน

Game Boy Light รุ่นมีไฟที่หายาก

ต่อมาในปี 1998 Gameboy ได้ออกจากโลกมืดครั้งแรก กับ Game Boy Light ที่เหมือนเป็นการอัพเกรด Gameboy Pocket ให้หน้าจอมีหลอดไฟ แบบโทรศัพท์มือถือในยุคนั้น ซึ่งจะเลือกเปิดไฟหรือไม่ก็ได้ โดยวางขายเฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น และถือเป็น Gameboy รุ่นที่หายากรุ่นหนึ่ง จนมีการประมูลในหลาย web ในราคาที่ค่อนข้างแพง

Game Boy Color ในที่สุดก็มีสี

นับเป็นรุ่นอัพเกรดอย่างเป็นทางการของซีรีส์ GameBoy เพราะนอกจากจะเพิ่มสี ให้กับเครื่องเกมแล้ว ยังมีเกมที่ออกเฉพาะ Game Boy Color ที่ไม่สามารถเอาไปเล่นบน GameBoy รุ่นเก่าได้อีก แต่โดยรวมมันไม่ได้เพิ่มให้เครื่องแรงขึ้นจนเหมือนมันเป็นรุ่นใหม่ แถมยังไม่มีหลอดไฟ ทำให้การเล่นต้องส่องไฟจากภายนอกเพื่อเล่นเหมือนกับ Gameboy ขาวดำอยู่ดี

Game Boy Advance เกมบอยที่ทรงพลัง

ในปี 2001 ค่าย Nintendo ได้ปล่อยเครื่องรุ่นใหม่ของ GameBoy ที่เป็นการอัพเกรดครั้งใหญ่ที่กลายเป็นเครื่องพกพาที่ทรงพลังด้วยการยกระดับจาก 8Bit มาเป็น 32 Bit แต่เป็นที่น่าเสียดายที่หน้าจอยังไม่มีหลอดไฟเหมือนกับรุ่นเดิม แต่ด้วยรูปทรงที่เป็นแนวนอนไม่เหมือน Gameboy แต่ด้วยจุดอ่อนที่ไม่มีหลอดไฟที่หน้าจอ ทั้งๆที่เครื่องเกมเข้าสู่ยุค 2000 แล้ว ทำให้หลังจากนั้น 2 ปี Nintendo ได้ส่ง Game Boy Advance SP รุ่นใหม่ที่นอกจากจะมีไฟที่หน้าจอแล้วรูปร่างยังเปลี่ยนไปมาเป็นแบบฝาพับ เหมือนกับโทรศัพท์มือถือ และทำให้มันขายดีแบบสุดๆจนขาดตลาดในช่วงแรก

Game Boy Micro รุ่นตัวเล็กที่ขายไม่ค่อยดี

โดยหลังจากนั้นช่วงท้ายยุคปู่นินได้ออกรุ่นใหม่ในชื่อ Game Boy Micro ที่กลับมาใช้รูปทรงแนวนอน โดยมันมีจุดเด่นที่ขนาดของเครื่องที่เล็กมาก แต่ยังเล่นได้ถนัดมือเหมือนเดิม แต่ Game Boy Micro ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไรเพราะมีขนาดหน้าจอที่เล็กมาก และออกมาในยุคที่ ปู่นินวางขายเครื่อง NDS แล้ว

ส่วนในไทยก็แทบจะไม่แตกต่างจากเมืองนอก ที่ความนิยมของ Gameboy มีสูงมาก แม้มันจะมีราคาสูงพอสมควร แต่ด้วยการที่ มีเกมดังๆออกมาอย่างต่อเนื่องทำให้มันยังคงขายดี และเด็กในยุคนั้นถ้าใครมี Gameboy มักจะเอาไปอวดเพื่อนๆที่โรงเรียน ซึ่งก็ทำให้มีปัญหาตามมาทั้งการโดนขโมย โดนเพื่อนยึด รวมทั้งอาจารย์ฝ่ายปกครองที่บางโรงเรียนถึงกับออกกฎห้ามเอาเกมกด และ Gameboy มาโรงเรียนกันเลย

ส่วนยอดขายรวมของ GamrBoy ที่ทำได้มากกว่า 120 ล้านเครื่อง (นับรวมถึงแค่ Game Boy Color) นับเป็นเครื่องเกมมือถือที่ขายได้ดีเป็นรองแค่ NDS ของปู่นินเอง เท่านั้น และเป็นหนึ่งในตำนานของเครื่องเกมมือถือพกพา ที่เข้าถึงใจผู้เล่นได้ด้วยความเรียบง่าย พกพาสะดวก แบตทน เล่นได้นาน และหาเปลี่ยนได้ง่ายเพราะใช้ถ่านไฟฉาย

ความสำเร็จนี้ถูกสานต่อด้วย Game Boy Advance ที่ดังระเบิดไม่แพ้กัน และชื่อเสียงของGameboy นั้นทำให้ ในตอนแรก Nintendo ออก NDS มาก็ยังไม่มั่นใจในความสำเร็จ ถึงกับบอกว่า DS ไม่ใช่ทายาทของ Gameboy ประมาณว่า ถ้า NDS ดับ ปู่นินจะเข็น Gameboy โมเดลใหม่ออกมาชนกับ PSP แต่ด้วยความสำเร็จของ NDS ทำให้มันกลายเป็นเครื่องที่รับช่วงต่อจาก Gameboy ได้อย่างเต็มภาคภูมิ

ในยุคนี้ เกมบนเครื่องพกพาจะย้ายไปอยู่บน สมาร์ทโฟนกันกือบหมด แม้แต่ Nintendo ยังต้องทำเกมลงมือถือ ไม่ว่าจะเป็น Pokemon GO หรือ Super Mario Run แต่ปู่นินยังสามารถหาช่องว่างในตลาด อย่าง 3DS ที่ขายได้มากกว่า 60 ล้านเครื่อง ทิ้งห่าง PSvita ไม่เห็นฝุ่น และล่าสุดกับ Nintendo Switch ที่นำเกมคอนโซลต่อทีวี มารวมกับเครื่องเกมพกพาไปเล่นนอกบ้าน ที่เป็นจุดแข็งของ Nintendo จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครสามารถโค่นแชมป์ได้ แม้ว่าและทุกวันนี้จะไม่มีเครื่องเกมของปู่นินที่ใช้ชื่อว่า Gameboy ออกมาแล้วก็ตามแต่ DNA ของมันยังคงอยู่ในเครื่องเกมมือถือของ Nintendo เพื่อสานต่อความสนุกต่อไป และหากจะพูดถึงเครื่องเกมพกพารุ่นบุกเบิกคำว่า Gameboy ยังคงเป็นหนึ่งในตำนานที่จะอยู่คู่วงการเกมไปอีกนานแสนนาน