Connect with us

บทความ

[บทความพิเศษ] Gameboy ตำนานเกมมือถือ ตัวจริง

มาดูความเป็นมาของตำนานเครื่องเกมพกพา เกมบอย ว่าในอดีตมันโด่งดังมากแค่ไหน

Published

on

ในยุคนี้หากจะพูดถึงเครื่องเกมพกพา หลายคนคงนึกถึงเกมบนสมาร์ทโฟน ที่เป็นตลาดเกมที่มีส่วนแบ่งมากที่สุด แม้แต่ค่ายเกมยักษ์ใหญ่ต่างทำเกมลงมือถือกันหมด แม้แต่ Nintendo ที่ทนกระแสไม่ไหวต้องส่งลูกรักทั้ง Mario และ Pokemon ลงตลาดสมาร์ทโฟน

แต่ในอดีตความยิ่งใหญ่ของเครื่องเกมพกพาอยู่ในตลาดเกมคอนโซล และปู่นินถือเป็นหนึ่งในค่ายที่ประสบความสำเร็จกับตลาดเกมพกพามากที่สุด เพราะหลังจาก Game & Watch (เกมกด) ขายดีแบบถล่มทลาย Nintendo ได้สานต่อความสำเร็จโดยมอบหมายให้คุณ Gunpei Yokoi สร้างเครื่องเกมพกพาที่สามารถเปลี่ยนตลับเกมได้ และต้องเป็นหน้าจอ LCD แบบที่เป็นเม็ดพิกเซล แบบหน้าจอ โทรศัพท์ มือถือ เพจเจอร์ หรือคอมพิวเตอร์พกพาในยุคนั้น ที่สามารถสร้างเกมให้มีฉากเคลื่อนไหวและปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ ต่างจาก Game & Watch ที่เป็นจอแบบเครื่องคิดเลข จนมาเป็น Gameboy เครื่องเกมพกพารุ่นต่อมา และวางขายในปี 1989

สเปก Gameboy รุ่นแรก

CPU  8-bit 4.19 MHz

Ram 8 kb

ใช้ถ่าน AA 4 ก้อน

วันจำหน่าย ในญี่ปุ่น 21 เมษายน ปี 1989 ใน อเมริกา สิงหาคม ปี 1989

โดยเครื่อง Gameboy มีลักษณะเป็นทรงแท่ง มีหน้าจอ LCD แสดงผลแบบขาวดำ แบบไม่มีหลอดไฟ ที่มีความละเอียด 160 × 144 pixels มีปุ่มบังคับทิศทาง D-Pad  และปุ่ม Select Start และปุ่ม B กับ A ที่มองภาพรวมเหมือนถอดมาจากเครื่องแฟมิคอม ที่บังคับง่าย และมีลำโพงขนาดใหญ่อยู่ด้านล่างของเครื่อง ส่วนด้านซ้ายของเครื่องจะมีที่ปรับ Contrast เพื่อเพิ่มหรือลดความเข้มของหน้าจอ ส่วนด้านขวาจะมี ที่ปรับเสียง และช่องสำหรับเสียบ สายเพื่อเชื่อมต่อกับเครื่องอื่น และปุ่มปิดเปิดจะอยู่ด้านบน และปุ่มปิดเปิดยังทำหน้าที่เป็นตัวล็อกตลับไม่ให้ดึงออกได้ถ้าไม่ปิดเครื่อง ตัวเครื่องใช้ถ่านไฟฉายแบบ AA 4 ก้อนเล่นต่อเนื่องได้นานถึง 12 ชั่วโมงมากกว่าเครื่องเกมปัจจุบันมาก

และการที่ Gameboy ประสบความสำเร็จตั้งแต่เปิดตัวเพราะมันมีเกมคุณภาพที่เหมือนอยู่บนคอนโซล ทั้ง Mario หรือ Zelda เท่านั้นยังไม่พอยังมาพร้อมกับ Tetris เกมต่อบล็อกในตำนานที่ไม่มีใครไม่รู้จัก ที่ในตอนนั้น Nintendo ต้องต่อสู้เพื่อแย่งลิขสิทธิ์มาจาก อาตาริ และแถมมากับเครื่อง Gameboy และการที่ Nintendo ยอมลงสนามต่อสู้เพื่อแย่งเกมต่อบล็อกนี่มานับว่าเป็นทางเลือกที่ฉลาด เพราะมันดันยอดเครื่อง Gameboy ได้อย่างมหาศาล เรียกได้ว่าบดบังรัศมี Super Mario Land ที่ออกพร้อมกันได้เลย

เกมที่โดดเด่น Pokémon Red & Blue

ซีรีส์ Pokemon เป็นเกมระดับตำนานเทพมหาเทพบน Gameboy ที่หลายคนอาจนึกไม่ถึง เพราะคงคิดว่าคงจะเป็น Mario แต่กลับกลายเป็นเกม Pokemon ที่ไม่ใช่แค่ประสบความสำเร็จธรรมดา แต่เป็นหนึ่งในตำนานของวงการเกม โดย Pokemon ออกภาคแรกในปี 1996 บน Gameboy และออกถึง 2 เกมคู่ โดยเป็นภาค Red และ Blue

รูปแบบของเกม Pokemon ภายนอกจะคล้ายกับเกม แนว เทิร์นเบส RPG แบบผลัดกันโจมตี ธรรมดา โดยมีจุดเด่นที่การจับมอนสเตอร์ที่เรียกว่า Pokemon มาเลี้ยงดู  ฝึกฝน แล้วไปสู้กับ เทรนเนอร์ คนอื่น และเรายังเล่นแข่งกับเพื่อนได้ ความสนุกบวกกับความน่ารักน่าชังของตัว Pokemon โดยเฉพาะซูเปอร์สตาร์ อย่าง ปิกะจู ทำให้มันดังเป็นพลุแตก จนมีภาคแยกย่อยออกมาอีกหลายเกม และภาคล่าสุดอย่าง Pokemon Sun , Moon ก็ยังประสบความสำเร็จกับยอดขายมากกว่า 8 ล้านตลับ

และด้วยการประสบความสำเร็จระดับมหาศาล นี่เองทำให้การนำเจ้า Pokemon ไปสู่อเมริกา ทาง Nintendo แทบไม่ได้ปรับเปลี่ยนเกม (นอกจากชื่อตัวละคร) โดยเฉพาะการออกแบบตัวละครที่ไม่ได้ปรับให้เข้ากับรสนิยมของชาวตะวันตก ซึ่งอาจจะไม่ชอบอะไรที่น่ารักเกินไป แต่แล้วผลกลับผิดคาด เพราะเสียงตอบรับของ Pokemon ในอเมริกานั้นมากมายกว่าในญี่ปุ่นเสียอีก และกลายเป็นหนึ่งในตำนานที่สานต่อความสำเร็จมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยความเรียบง่ายในการเล่น การได้ออกไปพบปะพูดคุยกับเพื่อน เพื่อเล่นและแลกเปลี่ยนไอเทม หรือ ตัว Pokemon นั้นเป็น เสน่ห์ของเกม และเป็นต้นแบบของเกมแนว มอนสเตอร์ หลายเกม

ความดังของ Pokemon ยังต่อยอดมายังเกม ซีรีส์พิเศษ มินิเกม กระทั้งเกมถ่ายรูป และยังลามไปถึง ทีวีซีรีส์ ที่เชื่อว่าเด็กทั่วโลกต้องได้ดู จนไปถึงภาพยนตร์ Pokemon ที่เมื่อฉายที่อเมริกาก็ทำเงินเป็นพันล้านบาท ไม่นับของเล่นที่มีออกมามากมายแล้ว พูดได้เลยว่า Pokemon เป็นตัวทำเงินให้ยุคนั้นที่ Nintendo กำลังลำบาก กับการที่ Nintendo 64 เสียแชมป์ ให้ PS1 และความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงกับ Virtual Boy เครื่องเกม 3 มิติเครื่องแรก ทำเอาปู่นินเสียศูนย์ไปไม่น้อย ดังนั้น  Pokemon เหมือนน้ำทิพย์ ทำให้ Nintendo ผ่านวิกฤติมาได้หลายครั้ง

สงครามเกมมือถือยกที่ 1

เชื่อว่าคอเกมรุ่นใหม่ คงแปลกใจที่ Nintendo ออกเครื่องเกมมือถือ ที่มีสเปก ต่ำกว่าชาวบ้าน ความจริงตั้งแต่อดีต ปู่นิน ไม่เน้นที่ความแรงของเครื่องมาตั้งแต่แรกเริ่ม โดยตอนออกเครื่อง Gameboy นั้นใช่ว่าจะไม่มีคู่แข่ง เพราะทั้ง SEGA และ อาตาริ ได้ออกเครื่องเกมมือถือ มาร่วมวงด้วย โดย SEGA ออก Game Gear  และ อาตาริ มี Atari lynx

และทั้งคู่มีสิ่งที่ Gameboy ไม่มีนั้นก็คือ “สี” ใช่แล้ว เครื่องเกมจอขาวดำ ต้องฝาดฟัน กับเครื่องเกมจอสีถึง 2 เครื่อง แต่ด้วยเกมที่ออกมามีคุณภาพกว่าและที่สำคัญที่สุดของเครื่องเกมมือถือนั้นก็คือ การที่ Gameboy กินไฟน้อยทำให้เล่นนอกบ้านได้นานกว่าคู่แข่ง จึงไม่น่าแปลกใจที่ Gameboy จะขายดีกว่าจนกลายเป็นสัญลักษณ์ ของวงการเกมมือถือในยุคนั้นเลย

รุ่นอัพเกรด Gameboy Pocket

เครื่อง Gameboy ถือเป็นเครื่องที่มีอายุยืนยาวมาก ซึ่งถ้านับแค่ซีรีส์จอขาวดำก็มีอายุยืนเกือบ 10 ปีแล้ว โดยในปี 1996 Nintendo ได้ออก Gameboy Pocket เครื่องที่ย่อขนาดเล็กและบางลงมาก และหน้าจอให้ใหญ่ขึ้น แบตเตอรี่ก็ได้เปลี่ยนเป็นถ่าน AAA 2 ก้อน

Game Boy Light รุ่นมีไฟที่หายาก

ต่อมาในปี 1998 Gameboy ได้ออกจากโลกมืดครั้งแรก กับ Game Boy Light ที่เหมือนเป็นการอัพเกรด Gameboy Pocket ให้หน้าจอมีหลอดไฟ แบบโทรศัพท์มือถือในยุคนั้น ซึ่งจะเลือกเปิดไฟหรือไม่ก็ได้ โดยวางขายเฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น และถือเป็น Gameboy รุ่นที่หายากรุ่นหนึ่ง จนมีการประมูลในหลาย web ในราคาที่ค่อนข้างแพง

Game Boy Color ในที่สุดก็มีสี

นับเป็นรุ่นอัพเกรดอย่างเป็นทางการของซีรีส์ GameBoy เพราะนอกจากจะเพิ่มสี ให้กับเครื่องเกมแล้ว ยังมีเกมที่ออกเฉพาะ Game Boy Color ที่ไม่สามารถเอาไปเล่นบน GameBoy รุ่นเก่าได้อีก แต่โดยรวมมันไม่ได้เพิ่มให้เครื่องแรงขึ้นจนเหมือนมันเป็นรุ่นใหม่ แถมยังไม่มีหลอดไฟ ทำให้การเล่นต้องส่องไฟจากภายนอกเพื่อเล่นเหมือนกับ Gameboy ขาวดำอยู่ดี

Game Boy Advance เกมบอยที่ทรงพลัง

ในปี 2001 ค่าย Nintendo ได้ปล่อยเครื่องรุ่นใหม่ของ GameBoy ที่เป็นการอัพเกรดครั้งใหญ่ที่กลายเป็นเครื่องพกพาที่ทรงพลังด้วยการยกระดับจาก 8Bit มาเป็น 32 Bit แต่เป็นที่น่าเสียดายที่หน้าจอยังไม่มีหลอดไฟเหมือนกับรุ่นเดิม แต่ด้วยรูปทรงที่เป็นแนวนอนไม่เหมือน Gameboy แต่ด้วยจุดอ่อนที่ไม่มีหลอดไฟที่หน้าจอ ทั้งๆที่เครื่องเกมเข้าสู่ยุค 2000 แล้ว ทำให้หลังจากนั้น 2 ปี Nintendo ได้ส่ง Game Boy Advance SP รุ่นใหม่ที่นอกจากจะมีไฟที่หน้าจอแล้วรูปร่างยังเปลี่ยนไปมาเป็นแบบฝาพับ เหมือนกับโทรศัพท์มือถือ และทำให้มันขายดีแบบสุดๆจนขาดตลาดในช่วงแรก

Game Boy Micro รุ่นตัวเล็กที่ขายไม่ค่อยดี

โดยหลังจากนั้นช่วงท้ายยุคปู่นินได้ออกรุ่นใหม่ในชื่อ Game Boy Micro ที่กลับมาใช้รูปทรงแนวนอน โดยมันมีจุดเด่นที่ขนาดของเครื่องที่เล็กมาก แต่ยังเล่นได้ถนัดมือเหมือนเดิม แต่ Game Boy Micro ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไรเพราะมีขนาดหน้าจอที่เล็กมาก และออกมาในยุคที่ ปู่นินวางขายเครื่อง NDS แล้ว

ส่วนในไทยก็แทบจะไม่แตกต่างจากเมืองนอก ที่ความนิยมของ Gameboy มีสูงมาก แม้มันจะมีราคาสูงพอสมควร แต่ด้วยการที่ มีเกมดังๆออกมาอย่างต่อเนื่องทำให้มันยังคงขายดี และเด็กในยุคนั้นถ้าใครมี Gameboy มักจะเอาไปอวดเพื่อนๆที่โรงเรียน ซึ่งก็ทำให้มีปัญหาตามมาทั้งการโดนขโมย โดนเพื่อนยึด รวมทั้งอาจารย์ฝ่ายปกครองที่บางโรงเรียนถึงกับออกกฎห้ามเอาเกมกด และ Gameboy มาโรงเรียนกันเลย

ส่วนยอดขายรวมของ GamrBoy ที่ทำได้มากกว่า 120 ล้านเครื่อง (นับรวมถึงแค่ Game Boy Color) นับเป็นเครื่องเกมมือถือที่ขายได้ดีเป็นรองแค่ NDS ของปู่นินเอง เท่านั้น และเป็นหนึ่งในตำนานของเครื่องเกมมือถือพกพา ที่เข้าถึงใจผู้เล่นได้ด้วยความเรียบง่าย พกพาสะดวก แบตทน เล่นได้นาน และหาเปลี่ยนได้ง่ายเพราะใช้ถ่านไฟฉาย

ความสำเร็จนี้ถูกสานต่อด้วย Game Boy Advance ที่ดังระเบิดไม่แพ้กัน และชื่อเสียงของGameboy นั้นทำให้ ในตอนแรก Nintendo ออก NDS มาก็ยังไม่มั่นใจในความสำเร็จ ถึงกับบอกว่า DS ไม่ใช่ทายาทของ Gameboy ประมาณว่า ถ้า NDS ดับ ปู่นินจะเข็น Gameboy โมเดลใหม่ออกมาชนกับ PSP แต่ด้วยความสำเร็จของ NDS ทำให้มันกลายเป็นเครื่องที่รับช่วงต่อจาก Gameboy ได้อย่างเต็มภาคภูมิ

ในยุคนี้ เกมบนเครื่องพกพาจะย้ายไปอยู่บน สมาร์ทโฟนกันกือบหมด แม้แต่ Nintendo ยังต้องทำเกมลงมือถือ ไม่ว่าจะเป็น Pokemon GO หรือ Super Mario Run แต่ปู่นินยังสามารถหาช่องว่างในตลาด อย่าง 3DS ที่ขายได้มากกว่า 60 ล้านเครื่อง ทิ้งห่าง PSvita ไม่เห็นฝุ่น และล่าสุดกับ Nintendo Switch ที่นำเกมคอนโซลต่อทีวี มารวมกับเครื่องเกมพกพาไปเล่นนอกบ้าน ที่เป็นจุดแข็งของ Nintendo จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครสามารถโค่นแชมป์ได้ แม้ว่าและทุกวันนี้จะไม่มีเครื่องเกมของปู่นินที่ใช้ชื่อว่า Gameboy ออกมาแล้วก็ตามแต่ DNA ของมันยังคงอยู่ในเครื่องเกมมือถือของ Nintendo เพื่อสานต่อความสนุกต่อไป และหากจะพูดถึงเครื่องเกมพกพารุ่นบุกเบิกคำว่า Gameboy ยังคงเป็นหนึ่งในตำนานที่จะอยู่คู่วงการเกมไปอีกนานแสนนาน

แสดงความคิดเห็น

สัมภาษณ์

“พี่เค้าใช้แอปอะไรนะ” คุยกับนักธุรกิจสาวกับการสร้างแบรนด์ออนไลน์ของตัวเอง

Published

on

ใครๆ ก็อยากมีชีวิตที่มีอิสระ และทำงานที่มีเวลาส่วนตัวกันทั้งนั้น และถ้าได้มีเวลาทำกิจกรรมที่ชอบแล้วด้วย มันคือชีวิตในฝันชัดๆ เหมือนกับสาวสวยที่เราจะพูดคุยกับเธอในวันนี้ ที่ตัดสินใจสร้างแบรนด์เครื่องสำอางของตัวเอง และเริ่มเปิดขายออนไลน์ จนปัจจุบันมีวางขายในร้านค้าชั้นนำและเป็นที่นิยมไปแล้ว แถมเธอยังมีงานอดิเรกคือการท่องโลกเก๋ๆ ด้วย ว่าแล้วก็ไปคุยกับ ตูน – มาชิตา ภิรมย์ กันเลยดีกว่า

เล่าจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจให้ฟังหน่อยค่ะ                                                                                                       

เริ่มมาจาก Passion ล้วนๆ เลยค่ะ คือตูนเชื่อว่าการที่เราจะทำอะไรให้มันประสบความสำเร็จเนี่ย พื้นฐานของมันต้องเริ่มจากความชื่นชอบและความสนใจเป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดค่ะ อย่างผลิตภัณฑ์ที่ตูนทำคือแป้งพัฟ ก็มาจากการที่ตูนเป็นคนผิวแพ้ง่ายมาก แล้วเวลาแต่งหน้าก็จะมีปัญหาในเรื่องของสิวอุดตัน เลยสอบถามจากเพื่อนๆ ด้วย แล้วก็เก็บข้อมูลไปเรื่อยๆ คือเราก็พบว่ามีคนที่มีปัญหาแบบเราค่อนข้างมาก มันเลยเกิดไอเดียในการทำธุรกิจ แป้งผิวแพ้ง่าย Babypuff ขึ้นมาค่ะ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์และก็จะมีต่อยอดขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ

ถ้าจะเริ่มทำธุรกิจออนไลน์ ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง  

ตูนคิดว่าในปัจจุบัน Social network เข้ามามีบทบาทในธุรกิจเยอะมาก เลยทำให้เกิดการแข่งขันค่อนข้างสูง แต่สำหรับตูนจะคิดถึงคุณภาพมาอันดับ 1 ตูนจะคิดอยู่เสมอว่าถ้าตูนเป็นลูกค้า ตูนจะคาดหวังอะไรจาก Product นี้ คือเราต้องคิดว่าเราเป็นลูกค้าค่ะ ถ้าคุณเป็นลูกค้าคุณจะได้รับความคุ้มค่าอะไรบ้างจากแป้งตลับนี้ และก็ทำมาออกมาให้ดีที่สุดในแบบฉบับของเราค่ะ รวมถึงการ Start up ของธุรกิจ online ต้องเตรียมตัวให้พร้อมในเรื่องของ marketing ให้ดีค่ะ แต่ว่าตูนเอง บางเดือนก็ยังใช้งบในการทำ marketing เกินงบไปเหมือนกัน เพราะว่าตูนก็ยังไม่เก่งค่ะ ยังต้องศึกษาเรียนรู้อีกเยอะ การวางแผนเลยสำคัญมากค่ะ เราต้องรู้ตัวว่าตรงนี้ได้กี่เปอร์เซ็นต์ และเราจะได้ value อะไรบ้างจากตรงนี้

เคล็ดลับการทำการตลาดบนโลกออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จ สำหรับตูนคืออะไร

เอาจริงๆ ตูนยังไม่คิดว่าแบรนด์ตัวเอง Success ขนาดนั้นนะคะ (หัวเราะ) เพราะเป็นแบรนด์เล็กๆ ที่ตูนเริ่มต้นมาเพียงคนเดียว แต่ตูนก็คิดว่า ตูนอยากให้สินค้าของตูนไม่ใช่สินค้าแบบกระแสที่มาแป้ปๆ แล้วหายไป แต่ตูนยึดมั่นในคุณภาพเป็นหลักอย่างที่บอกไปค่ะ รวมถึงจุดเด่นของ product เราก็ต้องดึงออกมาใช้ให้มากที่สุดค่ะ จนถึงตอนนี้เป็นเวลา 2 ปีแล้ว ขายไปได้หลายหมื่นตลับ สำหรับตูนคือตูนดีใจที่ลูกค้าแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ประทับใจ ทุกคนกลับมาซื้อซ้ำและมีการส่งรีวิวน่ารักๆ ให้เราชม มันทำให้ตูนมีความสุขมากๆ

ถ้าอยากทำธุรกิจทางออนไลน์ ต้องมีสกิลอะไร             

ในความคิดตูน สำคัญเลยคือ ต้องมีความซื่อสัตย์และจริงใจให้กับลูกค้า รวมถึงลูกจ้างด้วย และมองโลกตามความเป็นจริงค่ะ ตูนคิดว่า ถ้าเราคาดหวังในสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเกินไป มันเสี่ยงไปมากๆ สำหรับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ฉะนั้นเราต้องเตรียมรับมือให้พร้อมกับทุกเหตุการณ์ รวมถึงต้องมีสติและ fighting ทุกปัญหาไปให้ได้ค่ะ อย่ายอมแพ้ ตอนนี้ตูนเองก็ได้เรียน Master Degree (MBA) เพื่อเพิ่มความรู้ในด้านนี้โดยตรงค่ะ ตอนแรกตูนแทบไม่รู้อะไรเลย แต่พอได้มาเรียนปริญญาโท แล้วรู้สึกว่าได้ประโยชน์กลับไปมากๆ ค่ะ รวมถึงตูนก็อาศัยถามความรู้จากพี่ๆ จากเพื่อนๆ รอบตัวที่ทำธุรกิจค่ะ คือห้ามหยุดพัฒนาตัวเองสักวินาทีเลย ตูนจะชอบมากๆ ถ้าวันไหนตูนงานเยอะ งานยุ่ง ตูนรู้สึกว่าวันนี้เราใช้เวลาคุ้มค่า (หัวเราะ)

มีปัญหาหรืออุปสรรคไหนที่ตูนรู้สึกว่าพีคๆ บ้าง                                                          

ถ้าบอกว่าตูนเป็นคนใจร้อนจะเชื่อมั้ยคะ (หัวเราะ) คือตูนจะบอกเลยว่ามันอาจฟังดูเล็กน้อย แต่มันเป็นปัญหาและอุปสรรคใหญ่มากสำหรับการทำงานของตูน ตูนจะไม่ชอบความผิดพลาด ไม่ชอบอะไรที่ต้องคอยแก้ไข บางครั้งก็ตัดสินใจเร็วไปไม่ทันรอบคอบ เลยทำให้เกิดความผิดพลาด ตูนเองก็ได้เรียนรู้ว่าความใจร้อนมันทำให้พังไปหมดทุกอย่างจริงๆ ค่ะ มันเหมือนเป็นที่ดูดพลังงานเราและพลังงานคนรอบข้าง และมีเหตุการณ์ที่ทำให้ตูนสะเทือนใจอยู่พอสมควร ตูนเลยปรับและแก้นิสัยตัวเองค่ะ พยายามฟังความคิดคนอื่นมากขึ้นและเรียนรู้ได้ว่าปัญหาหรืออุปสรรคในการทำงานเป็นเรื่องที่ปกติและธรรมดามากๆ สำหรับทุกธุรกิจค่ะ และก็ฝึกเป็นคนที่คิดช้าลงแต่รอบคอบมากขึ้นค่ะ

แรงบันดาลใจและคติในการทำงาน                                                                                                                                   

แรงบันดาลใจหรือคติในการทำงานของตูนคือ ถ้าคุณเริ่มต้นที่จะทำ คุณก็เป็นคนที่ดีกว่าเมื่อวานแล้วค่ะ ตูนเชื่อว่าทุกคนมีสิ่งที่เรารัก เราหวังที่อยากจะทำแต่อาจไม่ได้ทำสักที ตูนว่าแค่เราเริ่มต้นเราก็คือผู้ชนะแล้วค่ะ ในที่นี้ตูนไม่ได้หมายถึงแค่ในเรื่องของการทำงานอย่างเดียวนะคะ มันรวมไปถึงการใช้ชีวิต การออกกำลังกาย หรือการออกไปท่องเที่ยว การที่ได้ทำอะไรที่เราไม่เคยได้ทำ การฝึกเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ แล้วคือตูนคิดเสมอว่า ทุกวันนี้ตูนทำงานเหนื่อยๆ แต่ตูนกลับรู้สึกเหมือนไม่ได้ทำงานเลย เพราะตูนมีความสุขกับงานที่ตูนทำ ตูนเลยรู้สึกชิลมาก เวลาผ่านไปเร็วจัง ยังอยากนั่งประชุมต่อ ยังอยากนั่งคิด project ต่อเลย (หัวเราะ)

คุยเรื่องงานอดิเรกกันบ้าง เห็นตูนไปเที่ยวบ่อยมาก                                                                                 

แต่ก่อนตูนไปเที่ยวไม่บ่อยนะ เพราะตูนงก (หัวเราะ) มัวแต่เก็บเงิน เพิ่งมาเที่ยวบ่อยๆ ตอนปีกว่าๆ นี้เองค่ะ ซึ่งไปมาหลายจังหวัด หลายประเทศ เรียกได้ว่าบินทุกเดือนค่ะ (หัวเราะ) ส่วนแรงบันดาลใจในการเที่ยวของตูนคือปกติตูนไม่เคยไปต่างประเทศคนเดียวเลย แต่ปีที่แล้วตูนได้ลองทำ หลังจากนั้นก็มีทริปตามมาเรื่อยๆ ค่ะ คือตูนมาเปลี่ยนความคิดตัวเองว่า ถ้าเรามัวแต่ทำงาน มัวแต่รอคนอื่น เราจะเสียโอกาสหลายๆ อย่างไปเลยนะ แล้วเวลาที่ตูนไปเที่ยว ตูนได้มองเห็นโลกมากขึ้น เห็นวัฒนธรรมที่หลากหลาย เรียนรู้และนำมาปรับใช้เป็นไอเดียให้ธุรกิจของเราได้ค่ะ บางคนอาจมองว่าการท่องเที่ยวบ่อยจนเกินไปจะเป็นอะไรที่สิ้นเปลือง แต่สำหรับตูนมันคือวิธีชาร์จแบตให้ตัวเองที่ดีที่สุดค่ะ และถ้าเราคิดว่าเราจะเที่ยวเยอะ เราต้องหาเงินให้เยอะกว่าที่เราเที่ยวสิคะ ฟังดูแบบตลก แต่จริงๆ มันเป็นแรงบันดาลใจให้ตูนทำงานหนักเพิ่มขึ้นจริงๆ นะคะ เพราะทริปไปเที่ยวรออยู่อีกเยอะมาก (หัวเราะ)

มีทริปไหนที่ตราตรึงบ้าง                                                                             

ประทับใจที่สุดคือทริปล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้วเลยค่ะ เมือง Cappadocia คือมันสวยมากๆ แล้วก็เป็นทริปที่เราอยากไปมานานแล้ว ถึงแม้จะเดินทางเหนื่อยมาก แต่ทุกอย่างมันคุ้มค่าจริงๆ คือทาง ไกด์บอกว่าเนี่ย บอลลูนไม่มี flight ขึ้นมา 2 สัปดาห์แล้วนะ เพราะสภาพอากาศของเขาอะค่ะ ตูนแบบดีใจมาก รู้สึกโชคดีมากที่ไปถึงแล้วได้ขึ้นไปข้างบนนั้น สวยมากค่ะ รู้สึกเวลาผ่านไปไวมาก ยังอยากถ่ายรูปนานกว่านี้เลย ถ้ามีโอกาสคิดว่าอยากไปอีกค่ะ แต่คงไปช่วงซัมเมอร์น่าจะสวยกว่านี้ (ยิ้ม)

มีที่ไหนที่ยังไม่เคยไป แต่ต้องไปให้ได้สักครั้งมั้ย

ทริปที่เป็น To die for ของตูนเลยคือ Santorini ประเทศกรีซค่ะ คือจะบอกว่าไงดี คืออยากไปทริปนี้มากค่ะ แต่มันดูเป็น Honeymoon Trip มาก ซี่งถ้าเราได้ไปกับคนที่เรารักคงแฮปปี้มาก แต่ตูนยังไม่มีแฟนอะค่ะเหตุผลหลักๆ (หัวเราะ) เลยต้องพับเก็บทริปในฝันนี้ไว้ก่อน ส่วนเหตุผลที่อยากไปคือ ตูนชอบบรรยากาศของพระอาทิตย์กำลังจะตกดินมาก แล้วได้ยินมาว่าที่ Santorini นี่ เวลานั้นสวยสุดๆ รวมถึง ชายหาด white beach ของที่นั่นเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ ซึ่งตูนว่ามันน่าสนใจมากค่ะ อยากไปมากที่สุดแต่รอมีคนไปด้วยก่อนนะคะ (หัวเราะ)

การท่องโลกให้อะไรกับตูนบ้าง                                                                                                                                             

มันทำให้ตูนรู้ว่าโลกของเรามันสวยงามมาก มีอะไรอีกหลายอย่างที่เรายังไม่ได้เรียนรู้ เปิดทั้งความคิดและประสบการณ์ของเราค่ะ และเสน่ห์ของการท่องโลกคือความเป็นมิตรของผู้คนที่หลากหลายแตกต่างกันออกไป น่ารักดีค่ะ แต่ไม่ว่าจะทริปไหนตูนมักหลงทางทุกทริปค่ะ แม้กระทั่งที่ไทย (หัวเราะ) แต่นั่นก็ถือว่าเป็นสเน่ห์ของการไปเที่ยวจริงมั้ยคะ (ยิ้ม)

ขอแอปเจ๋งๆ ที่ใช้ประจำหน่อยสิ                                                               

แอปที่ตูนคิดว่ามันเจ๋งมากคือ Goals on Track ค่ะ สามารถนำมาใช้ได้ทั้งการทำงานและการท่องเที่ยวเลยค่ะ เหมือนเราตั้งเป้าหมายของเราเอาไว้ว่าเราจะทำอะไรบ้าง ภายในเวลาเท่านี้ แล้วก็ให้เราอัพเดท คอยเป็นแรงกระตุ้นในการทำเป้าหมายนั้นๆ มันอาจจะดูเป็นแอปที่เบสิคมาก แต่สำหรับตูนมัน classy ที่สุดเลยค่ะ (หัวเราะ)

ดาวน์โหลด

ถือเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจที่กระตุ้นให้เราอยากใช้ชีวิตคุ้มๆ เพราะสาวคนนี้ได้ทำให้เราเข้าใจคำว่า Work hard, play harder จริงๆ ว่าแล้วก็อยากจะตั้งใจทำงาน หาเงินให้ได้เยอะๆ แล้วออกไปท่องโลกบ้างแล้ว!

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Games

[บทความพิเศษ] เกม Final Fantasy 15 Pocket Edition คุ้มค่าหรือไม่หากเล่นภาคหลักมาแล้ว !!

มาดูกันว่าเกม final fantasy 15 pocket edition จะคุ้มค่าแค่ไหน

Published

on

เกม Final Fantasy 15 Pocket Edition หรือไฟนอล 15 ฉบับย่อส่วน ถือว่าเป็นการมาที่สร้างความประหลาดใจเพราะมันคือเกมภาคหลักที่โดนไฟฉายย่อส่วนลงมา เพื่อให้เล่นบนสมาร์ทโฟนได้ และหลังจากรอกันมานานแสนนานในที่สุดค่ายก็ปล่อยออกมาให้เล่นบน ios และ android แต่มันก็มีข้อสงสัยว่ามันจะคุ้มค่าหรือไม่เพราะเกมแทบจะถอดมาจากต้นฉบับแต่จะแตกต่างที่กราฟิก วันนี้ทางทีมงาน Beartai จึงอยากบอกเล่ากันว่าภาคนี้จะคุ้มค่าหรือไม่

กราฟิกเปลี่ยนใหม่แต่เพลงเหมือนเดิม

สัมผัสแรกกราฟิกในเกมก็อย่างที่เห็นในตัวอย่าง เพราะมันทำออกมาแนวการ์ตูนหัวโตๆ ที่ดูน่ารักแต่ก็จำลองตัวละครในเกม Final Fantasy 15 ออกมาได้แบบที่รู้ในทันทีว่าคือตัวไหน และคุณภาพของกราฟิกอยู่ในระดับดีเมื่อเทียบกับเกมมือถือด้วยกันเอง เพลงประกอบก็ยกเอาของเดิมมาทั้งหมด รวมทั้งเกมยังใส่เสียงพากย์แบบจัดเต็มมา แต่ก็มีข้อเสียเพราะเกมกินสเปกมือถือพอสมควร และยังต้องมีเนื้อที่มหาศาลเพื่อลงเกม แต่เกมจะไม่ได้โหลดมาในครั้งเดียว แต่จะค่อยๆทยอยโหลดซึ่งแต่ละครั้งก็กินความจุมหาศาล ซึ่งใครมีมือถือความจุน้อยๆอาจจะเล่นไม่ได้

และหากมองตรงกราฟิกแล้วคอเกม Final Fantasy ที่ส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นคอเกมที่ใส่ใจในกราฟิกอยู่แล้ว อาจจะไม่ค่อยถูกใจ เพราะแม้เกมจะพยายามถ่ายทอดฉากในคอนโซลมาสู่หน้าจอเล็กๆของมือถือได้ดีที่สุดแล้ว แต่กราฟิกแบบนี้น่าจะไม่ถูกใจแฟนเกมที่บ้ากราฟิกแน่นอน ดังนั้นหากมองว่ามันต้องเสียเงินปลดล็อกฉากเพื่อเล่นถือว่าอาจจะไม่คุ้มในจุดนี้ (เกมให้ลองเล่นฉากแรกฟรี)

รูปแบบการเล่นปรับให้เข้ากับมือถือ และใช้เนื้อเรื่องเดิม

แน่นอนว่าเมื่อมันมาอยู่บนหน้าจอสมาร์ทโฟน ต้องมีการปรับเปลี่ยน และตามคาดที่เกมใช้การสัมผัสไปที่หน้าจอเพื่อบังคับให้ตัวละครเดินไป และเมนูก็ใช้การสัมผัสที่ย่อลงมาให้ดูง่ายมาก ส่วนการต่อสู้ก็จิ้มไปที่ศัตรูแล้วกดรัวๆได้เลย แต่หากเรากำลังจะโดนศัตรูโจมตีจะมีสัญลักษณ์ที่เมื่อจิ้มไปเราจะหลบหลีกและโจมตีสวนกลับได้ รวมทั้งประเภทอาวุธก็ยังคงมีโดยเราสามารถใส่ได้ 4 ชนิดเหมือนเดิม แต่ด้วยมุมกล้องที่นำเสนอด้านบน ทำให้ฉากในเกมดูแคบลงมาก แม้ว่าผู้สร้างจะพยายามจะทำให้เหมือนบนคอนโซลมากที่สุดแต่ยังไงก็ไม่เหมือน อีกทั้งฉาก แบ่งเป็นส่วนๆไม่ได้กว้างเท่ากับต้นฉบับ

แต่โดยรวมฉากต่อสู้ถือว่าทำได้สนุกดี และดูดีกว่าเกมบนมือถือทั่วๆไป มีระบบที่เหมือนกับภาคหลักบนคอนโซล แต่ย่อจนสามารถเล่นบนหน้าจอสัมผัสเล็กๆได้ อย่างที่บอกว่าเนื้อเรื่องเป็นของเดิม แต่ย่อความยิ่งใหญ่จนแทบไม่มีความอลังการ ซึ่งหากคุณเล่นบนคอนโซลมาจนทะลุแล้วจะเห็นได้ว่าแต่ละฉากจะมีความเหมือนกัน แต่จะตัดออกไปหลายส่วน แถมการแสดงสีหน้าของตัวละครก็แทบจะไม่มีเรียกว่าเล่นไปผ่านๆพอขำๆเท่านั้น

คุ้มหรือไม่ ลองโหลดไปเล่นก่อนได้

อย่างที่บอกว่าเกมโหลดไปเล่นฟรีเฉพาะ Chapter แรก ตัวเกมเต็มๆจะขายในราคาเหมารวม 699 บาท หรือจะเลือกปลดล็อกเฉพาะตอน โดยมีราคาขายแยกที่แตกต่างกันโดย Chapter 2 และ 3 ในราคา 35 บาท แต่ตอนที่เหลือจะมีราคาตอนละ 139 บาท ถือว่าสูงพอสมควรสำหรับเกมมือถือ (เกมมีทั้งหมด 10 Chapter)

บอกตรงๆว่าเกม Final Fantasy 15 Pocket Edition คือภาคหลักที่สามารถเล่นได้จริงๆเหมือนกับต้นฉบับ มีการเพิ่มเกมเพลย์ใหม่ๆเข้าไปที่เหมาะกับการเล่นบนมือถือ แต่บอกตรงๆหากคุณรักความเป็น Final Fantasy ที่ความอลังการงานสร้างบอกได้เลยว่าข้ามไปเล่นเกมอื่นได้เลย เพราะมันเหมือนทำออกมาตอบสนองคนที่อยากเล่น Final 15 แต่ไม่มีเครื่องเกมคอนโซล หรืออยากเล่นในอีกรูปแบบที่ย่อส่วนลงมาแต่ยังคงเรื่องราวเดิม แต่ราคาขาย 699 บาทแบบเต็มๆเกมถือว่าแพงไปหน่อย และไม่ค่อยคุ้มค่าเท่าไรนัก

สเปกของสมาร์ทโฟน

iOS

  • ios 10.0 หรือสูงกว่า รองรับ iPhone, iPad และ  iPod touch

Android

  • Android 5.0 ขึ้นไป
  • CPU:1.5GHz
  • RAM:2GB
  • ต้องการเนื้อที่ 5GB และ 8GB เพื่อความละเอียดสูงกว่า

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

สัมภาษณ์

Unichat สัมภาษณ์ “น้ำฝน” สาวออกแบบนิเทศศิลป์ กับการเรียนในคณะที่สนุกสุดๆ

Published

on

ใครคิดว่าตัวเองติสส์ๆ รักงานศิลปะมาทางนี้ เพราะวันนี้เราจะมาพูดถึง 1 ในสาขาวิชาที่คนรักศิลปะใฝ่ฝันอยากจะเรียน นั่นคือ “สาขาออกแบบนิเทศศิลป์”  โดยเราจะพาคุณผู้อ่านไปรู้จักกับสาวน้อยผู้รักงานศิลปะเป็นชีวิตจิตใจ อย่าง น้ำฝน – พรสายชล วนทอง สาวคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาการออกแบบนิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทาค่ะ มาดูกันดีกว่าว่าสาขานี้เค้าเรียนอะไรกันบ้าง 

เล่าที่มาของการเลือกเรียนสาขาออกแบบนิเทศศิลป์ให้ฟังหน่อย

มาจากความชอบล้วนๆ เลยค่ะ เพราะน้ำฝนเป็นคนชอบวาดรูป ชอบงานเกี่ยวกับกับศิลปะ งานออกแบบหนังสือ งานออกแบบกราฟฟิค ต่างๆ ค่ะ เลยลองหาข้อมูลดูว่ามีคณะไหนที่ตรงกับสิ่งที่เราสนใจบ้าง พอหาข้อมูลได้แล้วก็เลยเลือกเรียนสาขาออกแบบนิเทศศิลป์ค่ะ ตรงกับสิ่งที่เราชอบที่สุดแล้ว (ยิ้ม)

สาขาออกแบบนิเทศศิลป์เรียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง

สาขาออกแบบนิเทศศิลป์จะเรียนคลอบคลุมและหลากหลายมากๆ ค่ะ ตั้งแต่เข้ามาเรียนปี1ก็จะมีเรียน การดรออิ้งพื้นฐาน จิตรกรรมพื้นฐาน ภาพพิมพ์ ประติมากรรม พวกประวัติศาสตร์ศิลป์ หลักการออกแบบ รวมไปถึงการเขียนแบบพื้นฐาน ด้วยค่ะ

พอขึ้นปี 2 ก็จะเริ่มลงลึกในส่วนของนิเทศศิลป์มากขึ้นนะ ก็จะมี เรียนถ่ายภาพด้วย เป็นวิชาที่แบบเราจะได้ออกไปถ่ายภาพตามสถานที่ต่างๆ ตามที่อาจารย์เขากำหนดมา วิชานี้สนุก ฝนชอบมาก (หัวเราะ) มีการเรียนทำโลโก้ ทำฟอนต์ตัวอักษร ด้วยวิชานี้ก็สนุกนะ เราสามารถเอาไปต่อยอดได้หลายอย่างเลย ส่วนวิชาที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยในปี2 ก็คือ วิชาออกแบบคาแรกเตอร์ ซึ่งเป็นวิชาที่หรรษามากๆ ค่ะ (หัวเราะ) คืออาจารย์จะให้แต่งตัวมาเรียนในแต่ละสัปดาห์ไม่เหมือนกัน คือตามแต่คาแรกเตอร์ที่อาจารย์ได้กำหนดมาของแต่ละสัปดาห์ อย่างสัปดาห์นี้ให้แต่งเป็นลุคส์บุพผาชน แบบชาวอินดี้ ก็ต้องแต่งมา มีเป็นลุคส์คนบ้ามาก็มีค่ะ (หัวเราะ) ได้ทำมาสคอตส่งขนาดเท่าตัวเอง ซึ่งเป็นงานที่ไม่เคยทำมาก่อนอันนี้สนุกสุดๆ

พอขึ้นปี 3 ก็จะเป็นการเรียนเกี่ยวกับสิ่งพิมพ์ การทำบรรจุภัณฑ์ โฆษณา ทำกราฟฟิค โมชั่น ที่สนุกก็ทำหนังค่ะ ได้ออกกอง ได้ทำจริง ทำทั้งหนัง ทั้งโฆษณา ทั้งมิวสิควิดิโอ สุดยอดมาก (หัวเราะ) งานเยอะสุดก็ปี 3 นี่แหละค่ะ

พอมาปี 4 เทอม 1 เราก็จะมาเข้าสู่โหมดตะลุยกับ Thesis หรือ Art Thesis นั่นเองก็คือการทำศิลปนิพนธ์จบของนักศึกษา ใครชอบอะไรถนัดทางไหนก็ต้องงัดสิ่งนั้นออกมาโชว์กับ Thesis ของตัวเองนั่นเองค่ะ จะใช้เวลาทำเกือบทั้งเทอมนะ ซึ่งของเรา นี่พึ่งผ่านไปหมาดๆ เลยจ้า (หัวเราะ) แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี เล่นเอาลากเลือดเหมือนกัน

วิชาโปรดของน้ำฝน

ชอบเรียนหมดทุกวิชานะ เลือกไม่ถูกจริงๆ (หัวเราะ) คือสำหรับฝน ฝนว่าทุกวิชาสนุกหมดเลย มีความท้าทายในตัวเองหมดเลย เลือกไม่ถูก หรืออาจเป็นเพราะเราเรียนสิ่งที่ชอบด้วยมั้ง เลยกลายเป็นว่าเราสนุกกับการเรียนในทุกๆ วิชาค่ะ

สาขาออกแบบนิเทศศิลป์ค่อนข้างจะมีความเฉพาะทางพอสมควร น้ำฝนคิดว่า ทักษะและพรสวรรค์ที่ต้องมีในการเรียนสาขานี้คืออะไร

สำหรับน้องๆ ที่อยากจะเข้าในสาขานี้ ก่อนอื่นเลยนี่ต้องมีความรัก มีความชอบกับงานศิลปะก่อนเลย เวลาเรียนก็จะไม่ฝืนตัวเอง และเราจะมีพลังในการเรียนมากๆ แต่ทักษะที่ต้องมีใช้ในการเรียนแน่ๆ เลยคือ ดรออิ้งค่ะ ใช้ตั้งแต่สอบเข้าเลย ต้องพอมีพื้นฐานในการวาดรูปบ้าง ซึ่งของแบบนี้สามารถฝึกกันได้ค่ะ ไม่ได้ยาก อยู่ที่การฝึกฝน พรสวรรค์ไม่ใช่สิ่งจำเป็นค่ะ ใช้พรแสวงล้วนๆ (หัวเราะ) ลองดูผลงานของคนอื่นๆ  ฝึกดรออิ้งเยอะๆ ฝึกการใช้สีพื้นฐาน แสงเงา องค์ประกอบภาพ การใช้โปรแกรมตกแต่งภาพพื้นฐานอย่าง photoshop และ illustrator อันนี้อินโฟเดธพูลที่เราทำตอนเรียนค่ะ

จบสาขาออกแบบนิเทศศิลป์ ทำอาชีพอะไรดี

สาขาออกแบบนิเทศศิลป์สามารถประกอบอาชีพได้หลากหลายมากเลย เช่น Graphic Designer ประจำบริษัทหน่วยงานต่างๆ ,Web Graphic Designer นักออกแบบเว็บไซด์ ,Advertising Graphic Designer นักออกแบบที่ทำเกี่ยวกับออกแบบสิ่งพิมพ์ทุกอย่าง เช่น ออกแบบบูท บรรจุภัณฑ์ สินค้าต่างๆ ,Art Director นักออกแบบโฆษณา อันนี้ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ที่แหวกแนวหน่อย ,Animator นักออกแบบอนิเมชั่น สายการ์ตูนมาทางนี้จ้า (หัวเราะ) ,Motion Graphic Designer นักออกแบบโมชั่น , Illustrator / Digital Artist นักออกแบบหนังสือ ภาพประกอบต่างๆ ไม่ว่าจะนิยาย หรือนิตยสารต่างๆ ในส่วนของฝนเรียนจบไปก็อยากทำงานเกี่ยวกับด้านกราฟฟิคเพราะที่บ้านก็ทำธุรกิจเกี่ยวกับด้านนี้ค่ะ  ก็สานต่อกันไปเนอะ (หัวเราะ)

เล่ากิจกรรมที่คณะให้ฟังหน่อย

ที่คณะจะมีกิจกรรมแวะเวียนตลอดทั้งปีค่ะ เช่น การจัดนิทรรศการ โชว์ผลงานของนักศึกษาในแต่ละสาขา สาขาออกแบบนิเทศศิลป์ เช่น “นิทรรศการบ้านใครบ้านมัน” ค่ะ จะจัดทุกปี อย่างปีของฝนจะแสดงเกี่ยวกับการได้รับแรงบันดาลใจจากพ่อ ตัวงานนั้นจะมีการสร้างสรรค์โมเดลกระดาษในรูปทรงเรขาคณิต พร้อมด้วยแสงไฟที่เปรียบเสมือนคำสอนของพ่อที่คอยเป็นแสงสว่างให้กับปวงชนชาวไทย เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ค่ะ

โดยงานนิทรรศการแสดงผลงานศิลปนิพนธ์ สาขาออกแบบนิเทศศิลป์ จะจัดที่ หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ชั้น1 ค่ะ ชื่องานว่า PLAY TONE – Special Project Exhibition จะมีงานโชว์หลากหลายประเภทเลย อาทิ CORPORATE IDENTITY, MULTIMEDIA, ADVERTISING, BOOK & ILLUSTRATION ในส่วนของฝนที่เคยทำมาจะอยู่ใน MULTIMEDIA ค่ะ งานที่ทำตอนนั้นเป็นงานออกแบบเว็บไซด์ของชุมชนบ้านบาตรค่ะ เพื่ออนุรักษ์บาตรพระทำมือของไทยค่ะ ก็เป็นอีกงานที่ฝนตั้งใจทำและรู้สึกสนุกกับมัน พองานออกมาดี เราก็ดีใจค่ะ (ยิ้ม)

กิจกรรมนอกคณะ หรือนอกมหาลัย ที่น้ำฝนชอบทำคืออะไร

ของฝนจะมีแต่นัดกันกิน มากกว่านะ 5555 เรียนเสร็จ ชาบูหน้ามอ ชาบูหน้ามอกันตลอดเลยหลังๆ ขึ้นปี4 มายิ่งบ่อยเลย (หัวเราะ) จริงๆ แล้วมีรับงานวาดรูป งานออกแบบด้วย เพราะที่บ้านก็ทำพวกนี้อยู่แล้วก็ถือเป็นการทำงานและฝึกฝีมือไปในตัว และก็มีออกไปถ่ายรูปเล่นบ้าง ตอนนี้เรารับถ่ายอยู่นะ เป็นแบบให้พี่ๆ ตากล้องถ่าย ฝนว่าก็สนุกดีได้ประสบการณ์ ได้ลองอะไรใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำ  

มาคอลัมน์นี้ทั้งที ต้องแนะนำแอปซะหน่อยแล้ว

News in Levels ค่ะ เป็นแอปพลิเคชั่นข่าวภาษาอังกฤษ ฝึกทักษะทางด้านการอ่านและฟังภาษาอังกฤษค่ะ ชอบตรงที่ มันมีแบ่งเป็น 3 ระดับ ง่าย ปานกลาง ยาก และคำศัพท์ไม่ได้ยากเวอร์เกิน เรียนแล้วไม่ปวดหัว ไม่กดดัน เก็บเอาไว้ฝึกภาษาอังกฤษค่ะ ใครอยากฝึกก็ลองโหลดดูเด้อ มีทั้ง iOS และ Android เลย

ดาวน์โหลด

น้องๆ คนไหนอยากเรียนสาขาการออกแบบนิเทศศิลป์ แล้วมาเจอบทความนี้พอดี ก็คงยิ้มด้วยความมั่นใจพร้อมก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยแน่ๆ เลย เพราะสาวคณะนี้เค้าคอนเฟิร์มมาแล้วว่าเรียนสนุกและท้าทายมาก ใครอยากเข้าก็ไปแจมโลดดด..

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!