เรื่องสั้นชวนหลอนเกี่ยวกับวิดีโอเกมที่คุณต้องขนหัวลุก

คุณรู้จักเรื่องสั้นสยองขวัญที่ชื่อว่า ‘Creepypasta’ ไหม ที่นั่นคือแหล่งรวมเรื่องสั้นเกี่ยวกับเรื่องเล่าสยองขวัญ ที่เรื่องราวส่วนมากจะอ้างว่ามันคือความจริงทั้งที่ส่วนมากอ่านไปก็รู้ว่ามันคือเรื่องแต่ง แต่หลายเรื่องที่ถูกเขียน(แต่ง) ขึ้นมานั้นก็น่าสนใจและมีหลายคนเชื่อว่าจริง เพราะมีข่าวจากเรื่องเล่าเหล่านี้ออกมามากมาย โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับเกมชื่อดังที่มีผีสิง ซึ่งเมื่อหันกลับมาดูที่บ้านเราก็มีเกี่ยวกับ ‘Creepypasta’ เช่นกัน ทั้งในรูปแบบนิยายให้อ่านหรือจะเป็นเรื่องเล่าผ่านผู้ให้เสียง(นิยายเสียง) ไปจนถึงรายการเล่าเรื่องผีที่เราคุ้นเคย และเพื่อให้บ้านเรามีเรื่องเล่า ‘Creepypasta’ ของเกมบ้างก็เลยแต่งเรื่องเล่าแนว ‘Creepypasta’ ขึ้นมาให้อ่าน โดยเนื้อหาการเล่าเรื่องในบทความนี้จะอ้างอิงรูปแบบมาจากการ์ตูนซีรีส์คลังสยอง ที่เป็นเรื่องสั้นจบแบบโหด ๆ มาเป็นแนวทางในการแต่ง หวังว่าจะถูกใจนักเล่นเกมกันเพราะเราได้เอาเกมจริง ๆ ที่ขายในตลาดมาเป็นตัวดำเนินเรื่อง จะมีเรื่องราวอะไรจากเกมไหนที่น่าสนใจบ้างนั้นมาดูกันเลย

เรื่อง เกม Surgeon Simulator สั่งตาย

Surgeon Simulator

ในโลกของวิดีโอเกมนั้นมีเกมอยู่มากมายให้เราได้เลือกเล่น ไม่ว่าจะเป็นเกมแอ็กชันยิ่งสนั่นเกมหลอนสยองขวัญเกมภาษาหรือจะเป็นเกมจำลองชีวิต ที่หลายอาจจะเบื่อโลกแห่งความจริงมาอยู่ในเกมเหล่านี้ ส่วนตัวผมนั้นเอาจริง ๆ ก็ไม่ใช่คนที่ชอบเล่นเกมอะไรมากมายนัก แต่ที่จะเล่นก็เพราะต้องการมีอะไรทำร่วมกับเพื่อน ๆ ก็เท่านั้น ซึ่งเกมส่วนมากที่ผมเลือกมาเล่นกับเพื่อน ๆ ก็มักจะเป็นเกมที่เล่นพร้อมกันหลาย ๆ คนอย่างพวกเกมออนไลน์ต่าง ๆ

“เฮ้ยไอ้ตู่วันนี้มาเล่น ‘PUBG’ กันไหมเดี๋ยวข้าแบกเอง” สมชายเพื่อนที่ชอบเล่นเกมเป็นชีวิตจิตใจมาชวนผมให้เล่นเกมออนไลน์ ซึ่งเอาจริง ๆ ผมไม่ถนัดและไม่ค่อยชอบเกมแบบนี้เลย แต่เมื่อเพื่อน ๆ มาชวนเล่นก็ต้องเล่นกันไป

“เออ เอาซิจัดมา” ผมบอกสมชายเมื่อเข้าเกม ตอนเล่นเกมผมก็ตะโกนเสียงดังทั้งที่ใส่หูฟังอยู่คนเดียวในห้อง โชคดีที่พ่อแม่ผมไม่ค่อยสนใจลูกชายผู้ไม่เอาอ่าวคนนี้ ท่านเลยปล่อยให้ผมมีอิสระในการนั่นเล่นเกมคนเดียว พอหิวก็ลงมากินข้าวที่ท่านเตรียมเอาไว้ก่อนออกไปทำงาน

“แพ้อีกแล้ว น่าเบื่อจริง ๆ “ สมชายบ่นออกมาเมื่อเราเล่นไปได้ซักพักก็แพ้ “เกมแนวนี้ไม่ใช่ทางจริง ๆ  มีเกมอะไรที่น่าเล่นกว่านี้ไหม”

“ขอหาก่อนนะ” ผมเข้าไปใน ‘Steam’ เพื่อหาเกมที่เกมที่น่าสนใจมาเล่นกับเพื่อน จนไปเจอเกมหนึ่งที่ชื่อว่า ‘Surgeon Simulator’ เกมที่เราจะได้เล่นเป็นคุณหมอที่ต้องรักษาคนไข้ด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่น่าจะเป็นการฆ่าคนไข้มากกว่ารักษา “เกมนี้น่าสนใจ มันชื่อเกม ‘Surgeon Simulator’ ดูแล้วน่าเล่นมาก ๆ “ ผมบอกสมชาย

“เอามาเล่นดูก็ได้ หาอะไรทำแก้เบื่อช่วงนี้ยิ่งออกจากบ้านไม่ได้อยู่” เมื่อสมชายตกลงจะเล่น ผมจึงกดซื้อทันที

ภายในเกม ‘Surgeon Simulator’ จะให้เราได้เล่นเป็นหมอที่ต้องใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ในการฝ่าตัดคนไข้ ที่เราสองคนต้องช่วยกันรักษาคนไข้ แต่ก็อย่างที่รู้ว่าเกมนี้ไม่เน้นการรักษาแต่จะเน้นที่ฆ่าคน เราสองคนจึงช่วยกันแยกชิ้นส่วนคนออกมาแทน

“มันมีระบบสร้างตัวละครด้วย ทำเป็นใครดี” สมชายถามผม เมื่อไปเจอโหมดการเล่นใหม่ที่เพิ่งถูกใส่เข้ามา

“เอาเป็นไอ้หนูไหม พอดีข้าเกลียดขี้หน้ามันมานาน” ผมเสนอเพื่อนสมัยเรียนที่ไม่ชอบหน้า ซึ่งคนนี้สมชายก็รู้จัก เราสองคนจึงช่วยกันออกแบบตัวละคร จนหน้าตาของคนไข้ให้เหมือนไอ้หนูคนที่ผมไม่ชอบ

เมื่อสร้างตัวละครเสร็จเราสองสองจึงช่วยกันผ่าตัด ชำแหละร่างไอ้หนูกันอย่างสนุกสนาน แยกชิ้นส่วนร่างกายของมันออกมาเป็นชิ้น ๆ ทั้งการควักไส้เอาหัวใจออกมา บางทีก็เอาค้อนมาทุบกะโหลกเล่น ที่สร้างความสนุกเฮฮาจนเราสองคนหัวเราะกัน
“มันต้องเกมแบบนี้ซิถึงจะสนุก” ผมตะโกนออกมาด้วยความสะใจ เพราะการได้แยกชิ้นส่วนคนที่เราเกลียด มันคือการระบายอารมณ์ทางอ้อมที่ทางทีมพัฒนาเกมน่าจะเข้าใจจุดนี้ จึงสร้างระบบนี้เข้ามาในเกม ซึ่งอย่างน้อยก็มีผมคนหนึ่งที่คิดแบบนั้น

เราสองคนชำแหละร่างไอ้หนูซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่เป็นชั่วโมงจนเบื่อ “แค่นี้ก่อนนะพรุ่งนี้มาเล่นใหม่” สมชายบอกผม

“ได้พรุ่งนี้มาเล่นกันใหม่” ผมบอกกับสมชายก่อนวางสาย และทิ้งเกมไว้ที่หน้าจอนี้แล้วลงมาหาอะไรกินข้างล่างที่ห้องครัว ระหว่างทางผมก็เปิดทีวีเพื่อไม่ให้บ้านเงียบจนเกินไป เพราะตอนนี้มันก็ดึกมากแถมพ่อแม่ก็ไม่อยู่บ้าน

“ช่วงเวลา 23 นาฬิกาที่ผ่านมาได้พบศพนาย….ชื่อเล่นว่าหนูเสียชีวิตในห้องพัก สภาพศพเครื่องในของศพถูกควักทิ้งกระจัดกระจายแยกเป็นชิ้น ๆ เหมือนร่างกายถูกระเบิดออกมาจากภายใน   เพราะที่เกิดเหตุไม่มีอุปกรณ์ที่ใช้ในการชำแหละร่างเหยื่อเลย นับเป็นคดีฆาตกรรมที่โหดเหี้ยม ซึ่งทางตำรวจคาดว่าคนร้ายน่าจะมีมากกว่า 1 คน ความคืบหน้าเราจะรายงานให้ทราบ” เสียงผู้ประกาศในทีวีทำเอาผมอ้าปากค้างจนรีบโทรไปหาสมชาย

“สมชายเอ็งเปิดดูข่าวเร็วเข้า” ผมบอกสมชายที่เพิ่งจะหลับให้มาเปิดดูข่าว จนมันเองก็ตกใจไม่แพ้ผม

“นี่มันเกิดอะไรขึ้นใครเป็นคนทำ” สมชายเองก็ตกใจไม่แพ้ผม

“แกดูดี ๆ ซิร่องรอยบาดแผลเครื่องในที่กระจัดกระจายมันเหมือนที่เราทำในเกมเลย หรือว่าเกมที่เราเล่นมันจะฆ่าคนจริง ๆ ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่สมชายกลับขำออกมา

“นี่มันยุคไหนแล้ว มันก็แค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น แกก็รู้ว่าไอ้หนูศัตรูมันเยอะจะตาย ข้าว่าโดนแค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ ข้านอนละพรุ่งนี้เดี๋ยวลองทำใครที่เราไม่ชอบถ้าเป็นจริงอีกค่อยเชื่อ” สมชายวางสายทิ้งผมที่ยังเชื่อให้หลอนอยู่

ผมที่ใจหนึ่งก็เชื่ออีกใจไม่เชื่อ แต่ด้วยวิธีการตายจากรูปในข่าวกับที่หน้าจอคอมในเกมที่ผมเปิดค้างเอาไว้ มันเหมือนกันอย่างน่าประหลาด และเพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าสิ่งที่ผมคิดคือเรื่องจริงรึเปล่า ผมจึงสร้างตัวละครสมชายขึ้นมา และเอามีดมาตัดนิ้วก้อยของมันจนขาด ก่อนจะปิดเกมและไปนอนเพื่อรอดูว่าพรุ่งนี้จะเป็นจริงตามในเกมไหม

Surgeon Simulator

ในช่วงสายของวันนั้นสมชายโทรมาหาผมด้วยน้ำเสียงตกใจ “ไอ้ตู่นิ้วก้อยข้าขาด ตื่นขึ้นมานิ้วก็ขาดแล้วมันเกิดอะไรขึ้น”

ผมตกใจจนมือสั่นเมื่อทราบเรื่องที่เกิดขึ้น ตอนนี้เกมนี้เป็นเหมือน ‘Death Note’ แบบในการ์ตูนที่เขียนชื่อใครคนนั้นก็จะตาย แต่นี่เป็น ‘Death Note’ ในรูปแบบของเกม ‘Surgeon Simulator’ ถ้าอย่างนั้นถ้าผมคิดจะฆ่าใครก็สามารถทำได้ซิ ผมหันไปมองรอบตัวว่าจะเจอยมทูตแบบในการ์ตูนไหม แต่ก็ไม่เจอใครในห้อง “แบบนี้เราก็เป็น คิระ (Kira) แล้วซินะ คราวนี้จะฆ่าใครก่อนดี เอาเป็นคน ๆ นี้ก็แล้วกัน” ผมมองที่หน้าจอทีวีที่เห็นชายคนหนึ่งในนั้น ก่อนที่หางตาของผมจะเห็นจอที่เปิดค้างเอาไว้ ซึ่งตอนนี้ที่หน้าจอเกมก็มีรูปใบหน้าของผมนอนอยู่บนเตียง โดยคนที่กำลังเล่นเกมนี้อยู่ก็คือสมชายที่เชื่อมต่อระบบด้วยบัญชี ‘Steam’ ของผม

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นจนผมสะดุ้ง “แกตัดนิ้วก้อยฉันซินะ ถ้าอย่างนั้นฉันจะตัดของแกบ้าง แต่ไม่ใช่แค่นิ้วก้อยนะ” เสียงสมชายพูด ขณะเดียวกันที่ท้องของผมก็เริ่มมีเลือดไหลออกมาเหมือนมีมีดคม ๆ มากรีด

“แกจะทำอะไรเราเพื่อนกันนะ” ผมตะโกนห้ามและพยายามลบเกมทิ้งแต่ตอนนี้รหัส ‘Steam’ ของผมถูกเปลี่ยนไปแล้ว จนไม่สามารถเข้าไปจัดการอะไรได้

“เพื่อนหรอ ฉันโคตรจะอิจฉาแกเลย บ้านก็รวยพ่อแม่ก็ตามใจ แต่วัน ๆ เอาแต่เล่นเกม และพอมีพลังแบบนี้แกก็เอามันมาตัดนิ้วก้อยฉันจนขาด อ้อและชั้นลืมบอกไปว่าฉันกับไอ้หนูที่แกบอกว่าเกลียดมันคือคนรักของฉัน แกรู้ไหมว่าฉันเสียใจขนาดไหนที่เห็นคนรักตาย ฉันนอนร้องไห้ทั้งคืนหลังจากที่แกโทรมา และแกรู้ไว้นะไอ้ตู่ที่ฉันทนเล่นเกมโง่ ๆ กับแก ยอมเป็นเพื่อนกับคนนิสัยแย่มาตั้งแต่สมัยเรียนเพราะต้องการเกาะแกเท่านั้น ยังไงตอนนี้ก็ขอเอาคืนหน่อยแล้วกัน และก็ขอบใจที่เคยเลี้ยงข้าวแจกเศษเงินจ้างฉันทำการบ้านทำรายงานสมัยเรียนด้วย” สมชายพูดจบท้องผมก็ถูกแหวกออกจนไส้ไหลออกมากองพื้น พร้อมกับเครื่องในที่พร้อมใจทะลักออกมาเหมือนที่หน้าจอเกม

“ลาก่อนนะตู่” นั่นคือเสียงสุดท้ายที่ผมได้ยินก่อนจะสิ้นใจหน้าคอมพิวเตอร์ในห้องของตัวเอง

จบ….

Surgeon Simulator

เรื่อง VR เสมือนจริง

Ready Player One

คุณเคยเล่น ‘VR’ หรือชื่อเต็ม ๆ คือ ‘Virtual Reality’ ที่เป็นเหมือนโลกเสมือนจริงที่เราต้องสวมแว่นตาเพื่อเข้าไปในโลกนั้นไหม ที่ถ้าคิดภาพตามไม่ออกก็ให้คิดถึงภาพยนตร์เรื่อง ‘Ready Player One’ ที่แม้เทคโนโลยีในตอนนี้จะไม่สามารถทำได้เหมือนกับในภาพยนตร์ แต่ตอนนี้มันก็มากพอที่จะทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองได้อยู่ในโลกของเกมได้แล้ว

“วันนี้เล่นเกมอะไรดี” ผมที่ชอบเล่นเกม ‘VR’ มาก ๆ ยิ่งช่วงนี้ที่ต้องเรียนที่บ้านจึงมีเวลาเหลือในการเล่นเกม และการหลบหนีจากโลกแห่งความจริงที่ตอนนี้คุณก็รู้ว่ามันเป็นยังไง มาอยู่ในโลกของเกม ‘VR’ จึงเป็นทางออกที่ผมเลือก

และแนวเกมที่ผมชอบเล่นอยู่บ่อย ๆ ก็คือแนวสยองขวัญอย่าง ‘ARAYA’ ที่เราต้องเล่นเป็นผู้รอดชีวิตสามคนที่หนีตายในโรงพยาบาลร้างผีสิง ที่เมื่อเล่นบนแว่น ‘VR’ มันให้อารมณ์ที่สนุกแบบสุด ๆ เหมือนตัวเองได้อยู่ที่นั่นจริง ๆ

ARAYA

และพอมีเกมจากฝีมือคนไทยอีกเกมปล่อยออกมาอย่าง ‘Home Sweet Home’ ผมก็ไม่พลาดที่จะหามาเล่นทันที พร้อมแว่น ‘VR’ อันเดิมที่ตัวเกมก็ให้อารมณ์ความเป็นไทยที่อยู่ในเกม จนมันทำให้ผมคิดถึงสมัยเด็ก ๆ ที่เคยอยู่บ้านปู่กับย่าที่ท่านชอบพูดเสมอว่า เวลาดึก ๆ ถ้าได้ยินเสียงอะไรแปลก ๆ ห้ามไปทักโดยเฉพาะเสียงแหลมเล็ก เพราะมันคือเสียงของเปรตที่มาร้องขอส่วนบุญ หรือถ้าเห็นแสงอะไรในความมืดก็อย่าไปชี้เพราะมันคือผีกระสือที่ออกมาหากิน

ก็อย่างที่คุณ ๆ ก็รู้นี่มันยุคที่เราสามารถไปดาวอังคารได้แล้วและบนนั้นก็ไม่มีผีให้เห็นเลย  ดังนั้นเรื่องผีก็เป็นแค่เรื่องเล่าที่ดูยังไงมันก็ไร้สาระสำหรับผม แต่ในโลกของวิดีโอเกมผีเหล่านี้กลับน่าสนใจและท้าทายมาก ๆ ลองคิดดูว่าระหว่างที่กำลังเดิน ๆ อยู่ในเกมก็มีกระสือยายสายพุ่งมากัดเรา ตอนนั้นผมตกใจจนร้องออกมาด้วยความกลัว หรือจะเป็นตอนก่อนหน้านี้ที่มีเปรตพุ่งมือมาทางหน้าต่าง แบบว่าแต่ละฉากนั้นชวนหัวใจวายจริง ๆ แต่ผมก็ชอบ

Home Sweet Home Survive

“วันนี้เกม ‘Home Sweet Home Survive’ ออกแล้วนี่นาถ้าอย่างนั้นก็ต้องจัดมาเสียหน่อย” ผมบอกกับตัวเองที่เป็นคนชอบเกมแนวนี้อยู่แล้วจึงไม่พลาดที่จะหามาเล่น โดยเกมนี้จะเป็นเกมแนวเอาชีวิตรอดที่เราต้องหาทางทำพิธีต่าง ๆ เพื่อหาทางออกไปจากฉาก ที่ตัวเกมให้อารมณ์และรูปแบบการเล่นเหมือนกับเกม ‘Dead by Daylight’ แต่คราวนี้เป็นเกมคนไทยผมจึงไม่พลาดที่จะหามาเล่น

“พวกแกพร้อมยัง ฉันซื้อมาแล้ว โอเคเข้าเกมมาเลย” ผมบอกกับเพื่อน ๆ ทางโทรศัพท์เพราะเราตกลงกันว่าจะซื้อเกมนี้มาเล่น ซึ่งน่าเสียดายที่เกมนี้ไม่ใช่แบบมุมมองบุคคลที่ 1 เหมือนในภาคก่อน แต่เกมนี้จะเป็นแนวมุมมองบุคคลที่ 3 ซึ่งเห็นด้านหลังตัวละครแทน แต่มันก็เล่นกับแว่น ‘VR’ ได้แต่มันไม่ให้อารมณ์แบบที่ผมต้องการ และในระหว่างที่ผมกำลังรอเกมโหลดใน ‘Steam’ ผมก็พบ ‘Mod’ หรือโปรแกรมที่มีคนเอาตัวเกมมาดัดแปลง เช่นการเปลี่ยนชุดตัวละครหรือทำหลาย ๆ อย่างในเกมที่จะมีแค่บน ‘PC’ เท่านั้นที่มี

“ฉันเจอ ‘Mod’ มุมมองบุคคลที่ 1 ด้วย แบบนี้ก็ดีซิข้าจะได้เล่นได้สนุกหน่อย” ผมรีบโหลด ‘Mod’ นั้นมาติดตั้งทันที ซึ่งผมเองก็รู้ว่ามันอาจจะไปผิดกฎเกมแต่ตราบเท่าที่ ‘Mod’ นี้ไม่ได้ไปแก้ไขตัวเกมให้โกง ผมจึงขอปิดตาข้างหนึ่งเพื่อเล่นเกมนี้ ซึ่งถ้าระบบเกมบอกว่าสิ่งที่ผมทำมันโกงก็คงต้องยอมรับ

เมื่อติดตั้ง ‘Mod’ ตัวเกมก็ยังอยู่ในหน้าจอเมนูปกติ จนเมื่อเข้าเกมมาตัวเกมก็เปลี่ยนมาเป็นมุมมองบุคคลที่ 1 ที่เห็นแค่มือกับฉากที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น ซึ่งมันดูสมจริงมาก ๆ

“ตรงนี้ฉันวางธูปกับตะปูและ เบลมาทางนี้แล้วหลบ ๆ “ ผมตะโกนบอกเพื่อน ด้วยความที่ผมค่อนข้างถนัดการเล่น ‘VR’ จึงเล่นได้ดีจนกลายเป็นการช่วยเพื่อน ๆ ในทีม

Home Sweet Home Survive

“ชนะอีกแล้วทีมเราสุดยอด ไม่รู้ ไม่รู้ ไม่รู้” ผมตะโกนออกมาด้วยความดีใจ

“เฮ้ยไอ้ป้อมแค่นี้ก่อนแล้วกันพรุ่งนี้เจอกันที่ห้องเรียนออนไลน์นะ” เพื่อน ๆ วางสายก่อนที่ผมเองก็ว่าจะเลิกเล่นเหมือนกัน แต่พอเอาแว่นตาออกผมกลับไม่ได้อยู่ในห้องตัวเอง แต่ตอนนี้ผมกลับยืนอยู่ในโรงพยาบาลร้างที่เหมือนในเกม ‘Home Sweet Home Survive’

“นี่มันอะไรกัน” ผมอุทานออกมาด้วยความแปลกใจ ขณะที่ในมือของผมก็เปลี่ยนจากคันบังคับเกมมาเป็นมีดหมอไปแล้ว

“หนีเร็วเขาผีเบลมาทางนี้แล้ว” ระหว่างที่ผมกำลังยืนงงอยู่ก็มีหญิงสาวผมยาวชุดสีขาว ที่ผมไม่รู้จักวิ่งผ่านไปในสภาพที่เลือดเต็มตัว

“ผีไหน” ผมพูดไม่ทันจบผีนักศึกษาสาวที่ถือมีคัตเตอร์ประจำเกม ‘Home Sweet Home Survive’ ก็วิ่งมาทางผม ผีเบลเธอเป็นผู้หญิงผมสั้นใบหน้าสีม่วงคล้ำ เลือดเลอะเต็มปากจมูกแววตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น และเธอก็พร้อมจะฆ่าทุกคนรวมทั้งผม

Home Sweet Home Survive

ผมใส่ตีหมาวิ่งแบบไม่คิดชีวิต ตอนนี้ผมทั้งงงและแปลกใจว่าทำไมผมถึงมาอยู่ในโลกของเกมไปได้ หรือนี่จะเป็นแค่ความฝันแต่เมื่อผมตบหน้าตัวเองระหว่างวิ่งก็รู้สึกเจ็บ

“บ้าจริง” ผมแอบผีเบลได้สำเร็จด้วยการไปแอบในตู้เก็บของ

“เด็กใหม่หรอ ดีเลยวัยรุ่นมาช่วยกันทำพิธีหน่อย” เมื่อออกมาตู้เก็บของผมก็เจอผู้ชายร่างผอมผมยาวอีกคน ที่หน้าตาไม่เหมือนตัวละครในเกม ‘Home Sweet Home Survive’ ตะโกนใส่หน้าผมด้วยท่าทางรนรานเหงื่อเต็มหน้า “เอาไปวัยรุ่นคงรู้นะว่าต้องทำอะไร” เขาบอกกับผมพร้อมส่งตะปูลงอาคมเพื่อไปปักที่แท่นตามแบบในเกม ขณะที่ไกลออกไปผมได้ยินเสียงหัวเราะของผีเบล พร้อมกับเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของผู้หญิงคนที่ผมเจอเมื่อกี้ ถ้าให้เดาเธอคงถูกผีเบลฆ่าตายไปแล้วแน่ ๆ

“เอาไงเอากัน” ผมบอกกับตัวเองและใช้สิ่งที่มีในเกมเพื่อทำพิธี ส่วนการท่องคาถานั้นผมก็ท่องผิด ๆ ถูก ๆ เพราะภาษาบาลีของจริงมันท่องยากกว่าในเกมที่เพียงกดไม่กี่ปุ่ม

“ท่องดี ๆ ซิ เด็กใหม่เพิ่งมารึไง” เสียงผู้ชายร่างอ้วนพูดกับผมระหว่างที่ผมกำลังท่องภาษาบาลี  แต่เขากลับแย่งมาและท่องเอง “นายไปทางนั้นล่อผีเบลไว้ เอานี่ไปมันจะถ่วงเวลาได้” ชายร่างอ้วนให้หวายลงอาคมกับผม ขณะที่ผู้หญิงผมสั้นอีกคนที่ผมเพิ่งเจอ เธอกำลังใช้สายสายสิญจน์ปิดทางเพื่อกันผีเบล ทุกคนดูเหมือนจะรู้ว่าต้องทำอะไรซึ่งผมเดาว่าพวกเขาน่าจะเป็นคนเล่นเกม ‘Home Sweet Home Survive’ เหมือนผมแน่ ๆ

เวลาผ่านไปจนผมไม่รู้ว่ามันผ่านไปกี่ชั่วโมงแล้ว พวกเราต่างเหนื่อยล้าจนหลายคนยอมแพ้และถูกผีเบลฆ่าตาย ขณะที่บางคนก็ดิ้นรนเอาชีวิตรอด รวมทั้งผมที่ไม่ยอมแพ้แม้ต้องวิ่งผ่านศพของคนที่เพิ่งรู้จักกัน ผมกับคนที่ไม่ยอมแพ้ต่างพยายามทำพิธีให้สำเร็จ จนสุดท้ายก็เหลือผมคนเดียว กับการท่องภาษาบาลีส่วนสุดท้ายเท่านี้ผมก็สามารถหนีไปได้แล้ว แต่ถ้าคุณเคยเล่นเกมนี้จะทราบดีว่าเมื่อเหลือคนเดียวการผ่านเกมนี้จะยากมาก ๆ แต่ผมก็ดิ้นรนสุดชีวิต ผมวิ่งหนีหลอกล่อผีเบลให้หลงทางได้สำเร็จจนมาถึงพิธีสุดท้าย

“นะโม” ผมที่เริ่มจำภาษาบาลีได้แล้วก็เริ่มท่องได้เร็วขึ้น แต่ตอนนั้นเองผีเบลก็ใช้พลังหายตัวมาเจอผม จนเธอสามารถจับตัวผมได้

“อย่านะ” ผมถูกมีดคัตเตอร์แทงที่ท้องไม่นับตามด้วยการปาดคอซ้ำจนตายสนิท ทั้งที่เหลืออีกนิดเดียวผมก็จะผ่านแล้วเชียว…

ผมสะดุ้งสุดตัวเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังตื่นจากความฝัน มันเป็นอะไรที่สมจริงมาก ๆ ผมเหงื่อแตกเต็มหน้า ผมคงหลับไปตอนเล่นเกมเพราะแว่น ‘VR’ ยังติดอยู่ แต่เมื่อผมถอดแว่นออกมาก็เจอกับคนทั้งสี่ที่เพิ่งเคยเจอในเกมก่อนหน้านี้กำลังนั่งล้อมกองไฟอยู่ เหมือนในเกม ‘Dead by Daylight’

Dead by Daylight

ทุกคนที่อยู่รอบกองไฟต่างมีท่าทางหวาดกลัวและสับสนงุนงงว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร

“คราวนี้ต้องรอดให้ได้ ทุกคนผมกราบละช่วยทำตามที่ผมบอกได้ไหม ถ้าคุณอยากรอดไปจากที่นี่” ผมบอกกับทุกคนในทีม

“แกเป็นแค่เด็กใหม่จะไปรู้อะไร พวกเราตายมาหลายครั้งแล้วไม่เคยผ่านเลย” ชายร่างอ้วนพูดเสียงดุใส่ผม

“ก่อนหน้านี้ที่เราไม่ผ่านเพราะมีกันแค่สี่คน คราวนี้เรามีห้าคนน่าจะช่วยได้” หญิงสาวผมสั้นบอกกับทุกคน

“ผมเคยเล่นเกมนี้มาแล้วพอจะรู้ว่าต้องทำอย่างไร เอาเป็นว่าถ้าพวกคุณอยากรอดต้องทำตามที่ผมบอก” ผมบอกกับทุกคนก่อนจะวางแผนว่าใครจะต้องทำอะไร แบบที่ผมเคยสั่งเพื่อน ๆ ในเกม ซึ่งทุกคนที่แม้จะกลัวแต่ก็พร้อมจะเชื่อผม

เมื่อประตูเปิดพวกเราก็ไปสู่สนามใหม่ที่ฉากสุสานรถที่ผมถนัด ซึ่งคราวนี้ผมจะเป็นคนล่อผีพรายน้ำที่ตามล่าเอง ซึ่งโชคดีที่ไม่ใช่ผีเบลผมจึงพอจะกะจังหวะหลบลูกบอลน้ำได้ ขณะที่คนอื่น ๆ ก็ช่วยกันเปิดกล่องเพื่อเตรียมอุปกรณ์ การเล่นครั้งนี้ผ่านไปด้วยดีแม้ผมจะโดนโจมจีจนตายมาครั้งหนึ่ง แต่เพื่อน ๆ ก็ช่วยกันชุบชีวิตผมขึ้นมาได้และล่อผีพรายน้ำต่อไป จนสุดท้ายเราก็สามารถเปิดประตูเพื่อหนีออกมาจากเกมจนได้

“เรารอดแล้ว” ผมวิ่งเข้าหาแสงสว่างด้วยความยินดี เพราะด้วยความสามัคคีพวกเราจึงสามารถรอดไปได้ทุกคน

Home Sweet Home Survive

ผมถอดแง่นแว่น ‘VR’ ผีสิงออกมาด้วยใจลุ้นระทึกว่าคราวนี้จะได้ไปยืนที่กองไฟอีกไหม แต่เมื่อเปิดแว่นออกมาก็พบว่าตัวเองยืนอยู่ในห้องของตัวเอง

“รอดแล้ว” ผมตะโกนออกมาด้วยความดีใจก่อนจะถอดแว่น ‘VR’ ผีสิงลงพื้นและกระทืบมันซ้ำจนแว่นพังเป็นเศษขยะ และไปลบ ‘Mod’ นั่นออกจากคอมทันที ก่อนที่จะรีบโทรไปหาเพื่อนเพื่อเล่าสิ่งที่เจอให้ฟัง “พวกแกต้องไม่เชื่อแน่ว่าฉันไปเจออะไรมา” โดยภาพที่ผมกำลังคุยโทรศัพท์กับเพื่อนในห้องก็ถูกบันทึกเอาไว้ด้วยกล้องวงจรปิดที่ซ่อนอยู่

“อาสาสมัครที่เพิ่งเอามาเป็นอย่างไรบ้างคะดอกเตอร์” เสียงนางพยาบาลสาวที่ถือเอกสารเข้ามาในห้อง ทักชายคนหนึ่งในชุดกราวแบบหมอ ที่กำลังยืนดูจอทีวีของทั้งห้าคนผ่านกล้องวงจรปิดอยู่ และหนึ่งในนั้นคือป้อมที่กำลังคุยโทรศัพท์กับเพื่อนในห้อง

 “ดีเกินคาด ไม่คิดมาก่อนเลยว่าเด็กติดเกมจะช่วยเราได้ขนาดนี้” ดอกเตอร์หนุ่มเขียนรายงานระหว่างพูดกับนางพยาบาลสาว

นางพยาบาลสาวยิ้มตอบตามมารยาท “ได้เวลาให้ยาแล้วขอตัวก่อนนะคะ” นางพยาบาลสาวได้รับการแจ้งเตือนจากอุปกรณ์ที่พกมา เธอจึงเดินเข้าไปอีกห้องหนึ่งที่ติดกัน

เมื่อนางพยาบาลสาวเดินเข้าไปในห้อง ก็พบคนทั้งห้าคนกำลังนอนสวมแว่น ‘VR’ อยู่บนเตียง  และทุกคนก็กำลังขยับปากพูดไปมาเหมือนกำลังใช้ชีวิตปลอม ๆ อยู่ในโลกเสมือนจริงผ่าน ‘VR’ โดยไม่รู้ตัว  ขณะที่นางพยาบาลกำลังฉีดยาให้ทุกคนที่นอนบนเตียง

 “ผลการทดลองโลกเสมือนได้ผลดีตามที่คาด เตรียมข้อมูลให้พร้อมเราจะเอาข้อมูลทั้งหมดส่งไปยังสำนักงานใหญ่” ดอกเตอร์หนุ่มยิ้มออกมา “โปรเจ็คต์ ‘Ready Player One’ ใกล้จะสำเร็จแล้ว คราวนี้เราจะได้สร้างเกม ‘VR’ สมจริงได้เสียที” ดอกเตอร์หนุ่มยิ้มผ่านแว่นก่อนจะเดินออกไปจากห้องทิ้งคนทั้งห้าให้ใช้ชีวิตในโลก ‘VR’ ต่อไป จบ….

Ready Player One

ก็จบกันไปแล้วกับเรื่องสั้นสยองขวัญแนว ‘Creepypasta’ ที่เกี่ยวกับเกมหวังว่าจะถูกใจกัน โดยเนื้อหาทั้งหมดที่ได้อ่านนั้นถูกคิดและเขียนขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ไม่ได้อ้างอิงมาจากบุคคลจริง แต่จะใช้วิดีโอเกมที่มีอยู่จริงมาเป็นเนื้อหาเท่านั้น ซึ่งถ้าใครที่อ่านแนว ๆ นี้จะทราบดีว่าตัวเรื่องเล่าจะเอาเกมจริง ๆ มาเป็นการดำเนินเรื่องอยู่แล้ว และในนิยายอาจจะมีการเปลี่ยนเนื้อหาเกมบางส่วนของเกม เพื่อให้เหมาะสมกับเนื้อหานิยาย ชอบไม่ชอบอย่างไรก็บอกกันมาได้ ส่วนคราวหน้าจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไรในวงการเกมก็ติดตามกันได้ที่นี่ที่เดียว