Connect with us

บทความ

ต้นโพ ไม่ใช่ ต้นโพธิ์ แต่ต้นโพบางต้นก็เป็นต้นโพธิ์

Published

on

สวัสดีครับคุณผู้อ่านทุกท่าน พบกับ “ครูทอม  คำไทย” เป็นประจำทุกวันพุธนะครับ สาระดี ๆ เกี่ยวกับภาษาไทยสำหรับชาวออนไลน์มาเสิร์ฟถึงที่โดยไม่ต้องไปเสียเงินจ่ายค่าคอร์สเรียนที่ไหนทั้งสิ้นครับ อย่างวันนี้ ครูทอมขอหยิบคำนี้เลยครับ ถ้าใครจะเขียนบทความหรือพิมพ์ข้อความอะไรเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาต้องรีบคลิกเลยครับ เพราะวันนี้ครูทอมจะเล่าให้ฟังเรื่องคำว่า “โพ-โพธิ์” ครับผม

เชื่อว่าทุกท่านคงเคยเห็น เคยเขียนกันมาตั้งแต่เด็กแต่เล็ก ทั้ง “ต้นโพ” และ “ต้นโพธิ์” นะครับ บางคนก็คิดในใจว่ามันต้องมีคำนึงถูก คำนึงผิดแน่ ๆ เอ… ว่าแต่ว่าคำไหนผิด คำไหนถูกล่ะครับเนี่ย?

จริง ๆ แล้ว ทั้ง 2 คำนี้น่ะถูกทั้งคู่ครับผม แต่ความหมายต่างกัน! เฮร้ยยยยยยยย! ทุกท่านใจเย็น ๆ นะครับ ถ้าใจร้อน อาจจะงงได้

“ต้นโพ” คือชื่นต้นไม้ชนิดหนึ่งครับ สะกดว่า “โพ” ตรงตัวเลยครับ หน้าตาเป็นแบบนี้ คิดว่าคงเคยเห็นกันพอสมควร ยิ่งตามวัดตามวานี่ เพียบ!

bo01

“ใบโพ”

                ส่วน “ต้นโพธิ์” หมายถึง “ต้นไม้อะไรก็ตามที่พระพุทธเจ้าไปนั่งตรัสรู้” !!! ใช่ครับ! ครูทอมพิมพ์ถูกต้องเป๊ะ ๆ เลยครับ นี่ต้องเล่าก่อนครับว่าตามตำนาน ว่ากันว่าพระพุทธเจ้ามีหลายองค์ครับ ยุคละองค์ พวกเราทุกคนเกิดมาในยุคที่ “เจ้าชายสิทธัตถะ” ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าครับ บังเอิญว่าเจ้าชายสิทธัตถะไปตรัสรู้ใต้ “ต้นโพ” (แบบที่ไม่มี ธิ์ ) เจ้าต้นโพ(เฉพาะต้นที่เจ้าชายสิทธัตถะไปตรัสรู้นี้) ก็เลยได้สิทธิ์อัปเกรดเป็น “ต้นโพธิ์” ครับ

bo03

อย่างยุคก่อน พระพุทธเจ้าบางยุคไปตรัสรู้ใต้ต้นมะม่วง บางยุคไปตรัสรู้ใต้ต้นมะขวืด บางยุคไปตรัสรู้ใต้ต้นมะขามป้อม เจ้าต้นมะม่วง, มะขวิด, มะขามป้อมต้นนั้นก็ได้สิทธิ์อัปเกรดเป็นต้นโพธิ์เช่นเดียวกัน

ย้ำอีกทีครับว่า “ต้นโพธิ์” ใช้กับ “ต้นอะไรก็ตาม” ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ต้องเป็นต้นนั้นเท่านั้นนะครับ ถ้าเป็น “ต้นโพ” หลังบ้าน หลังโรงเรียน นี่ไม่ได้เด็ดขาดนะครับ ครูทอมไม่อนุญาต ฮ่า ๆ

bo07

อ๊ะ! แต่ยกเว้นนิดนึงครับ ถ้าเป็น “ต้นโพ” ที่มาจากหน่อ “ต้นโพ” ต้นที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ เราก็สามารถเรียกว่า “ต้นโพธิ์” ได้เช่นเดียวกันครับ อย่างหน่อต้นโพธิ์ที่อยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต นั่นก็ถือว่าเป็น “ต้นโพธิ์” ได้ครับ

เอ้า! ก่อนจากกันไป ขออนุญาตแถมให้นิดนึงครับว่าต้นศรีมหาโพธิ์ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้นั้น ปัจจุบันอยู่ที่พุทธคยา เมืองคยา ประเทศอินเดียครับ ต้นที่เราเห็นอยู่ปัจจุบันนี้เป็นคนละต้นกับที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้นะครับ เพราะต้นนั้นตายไปนานแล้ว แต่ได้นี่เป็นต้นที่ 4 ที่เกิดจากหน่อเดิม ในตำแหน่งเดิมครับ ถ้าใครจะไปสักการะก็เชิญได้เลยครับผม มีบางสายการบินเปิดให้บริการบินตรงไปถึงเมืองคยาเลยครับ แต่ถ้าไม่อยากบินตรงก็ไปลงเดลี หรือดกลกัตตา แล้วค่อยนั่งรถไฟไปคยาก็ได้เหมือนกันครับผม ครูทอมก็เคยไปมาแล้วนะเออ ^ ^
เอ่อ… คือ แต่หารูปคู่กับต้นศรีมหาโพธิ์ไม่เจอ เจอแต่รูปคู่สาวอินเดียครับ ฮ่า ๆ

bo05

             ส่วนนี่ต้นศรีมหาโพธิ์ของจริงที่คยาครับผมbo08

เอ้า! (เอ้าหลายรอบเหลือเกินแล้วนะครับครูทอม) เชิญทุกท่านไปพบสาระอื่น ๆ ได้เลยครับที่

แล้วเจอกันวันพุธหน้านะครับ สวัสดีคร้าบบบบบบบ

ครูทอม

facebook.com/tom.jakkriz
twitter: @tutor_tom
Instagram: @jakkriz

ขอบพระคุณภาพประกอบดังนี้
ภาพใบโพ http://www.kroobannok.com/news_pic/p30782761908.jpg
ภาพพระพุทธเจ้าตรัสรู้ http://hmiwtomzaza.files.wordpress.com/2012/12/http-hilight-kapook-com-img_cms2-user-pimjun-bhudda03.jpg
ภาพต้นโพที่ศาลอาญาราชดา http://goo.gl/G9Ly7e
ภาพต้นศรีมหาโพธิ์ http://www.dhammajak.net/board/files/_46_766.jpg

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

20 อีสเตอร์เอ้ก Avengers: Infinity War และจุดเชื่อมโยงเนื้อหาในการ์ตูนมาร์เวล

Published

on

เป็นธรรมดาของหนังจากจักรวาลมาร์เวล ที่สร้างจากหนังสือการ์ตูนหลากหลายเรื่องของค่ายเอง ที่มักจะแอบซ่อนอีสเตอร์เอ้ก ไว้ให้แฟน ๆ เดนตายของหนังสืบหาว่ามีอะไรซุกซ่อนอยู่ตรงไหน หลาย ๆ จุดก็มักจะเชื่อมโยงเหตุการณ์จากหนังสือการ์ตูน ถอดเรื่องราวมาเป๊ะ ๆ บ้าง ดัดแปลงบ้างตามความเหมาะสมและปัญหาทางด้านลิขสิทธิ์ บางจุดก็มาจากไอเดียผู้กำกับเองที่แอบเอามาใส่ หรือความสนุกความซนของคนเขียนบทที่อยากจะใส่อะไรแอบเข้าไปในหนัง หรือบางจุดก็มาจากความพยายามเชื่อมโยงเอาเองของแฟน ๆ หนัง บางทีผู้สร้างอาจจะไม่ตั้งใจก็ได้ การดูแบบเก็บรายละเอียดก็เป็นความสนุกอีกอย่างนอกเหนือจากความเพลิดเพลินกับเนื้อหาของหนัง มาดูกันสิว่าใครมองเห็นอีสเตอร์เอ้กเหล่านี้บ้าง หรือเห็นแล้วแต่ไม่เข้าใจความหมายที่มา บทความนี้จะช่วยอธิบายให้เข้าใจมากขึ้น และบางทีก็ทำให้อยากดูภาคต่อเร็ว ๆ แล้วด้วยสิ

20. ที่สุดของความสมดุล

ไม่น่าจะมีโปสเตอร์หนังเรื่องไหนที่มีผู้แสดงมารวมอยู่บนโปสเตอร์ได้เท่าเรื่องนี้แล้ว แม้ว่าจะมีตัวละครมากมายบนโปสเตอร์ แต่ก็ผ่านการออกแบบที่ยอดเยี่ยม วางตัวละครไว้2ฝั่งได้อย่างสมดุลมากและดูไม่รก นอกเหนือจากความสมดุลบนโปสเตอร์แล้ว ทั้งเรื่องของ Avengers : Infinity War ก็ยังมีการวางความสมดุลไว้อีกหลายจุด เช่น คอร์วัส เกลฟ สมุนของธานอส เข้าจู่โจมและแทงวิชั่นในตอนต้นเรื่อง พอตอนท้ายวิชั่นก็ได้ทีเอาคืนแทง คอร์วัน เกลฟ จนตาย , เป้าหมายของธานอส ที่ต้องการจะปลิดชีวิตครึ่งหนึ่งของจักรวาลหลังจากรวบรวม อินฟินิตี้สโตนส์ ได้สำเร็จ แล้วตอนจบเรื่องธานอสก็ทำเช่นนั้นจริง ถ้าสังเกตโปสเตอร์เราจะเห็นว่ามีตัวละครบนโปสเตอร์ถึง 24 คน และ 12 คนบนโปสเตอร์นั้นตายระหว่างเรื่องและระเหยเป็นฝุ่นในตอนจบ ส่วนอีก 12 คนบนโปสเตอร์นั้นยังรอดต่อไป สมดุลมั้ยละ

19. คุณลุงมอร์แกน

ในตอนต้นเรื่องฉากที่โทนี่ สตาร์ค วิ่งออกกำลังกายกับเปปเปอร์ พอตต์ บทสนทนาของทั้งคู่คุยกันเรื่องแต่งงานและจะมีลูกด้วยกัน โทนี่ บอกกับเปปเปอร์ว่าเขาจะตั้งชื่อลูกว่า “มอร์แกน” ตามชื่อคุณลุงของเขา ที่จริงแล้วลุงมอร์แกน เป็นตัวละครที่เคยปรากฏตัวมาจริงในฉบับการ์ตูน Tales of Suspense #68 ออกจำหน่ายเมื่อปี 1959 การปรากฏตัวของมอร์แกน นั้นมาแบบแฝงจุดประสงค์ร้าย เพราะลุงมอร์แกนอิจฉาที่โทนี่ หลานชายของเขาประสบความสำเร็จและร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐี ในขณะที่มอร์แกน ก็เกิดมาในตระกูลสตาร์คเช่นกัน แต่เขาเป็นผีพนันที่เล่นเสียจนหมดเนื้อหมดตัว และมีแผนการร้ายจะฮุบสมบัติของโทนี่ สตาร์ค สุดท้ายมอร์แกนก็กลายเป็นวายร้ายนาม “อัลติโม”

18. จากซิลเวอร์ เซิร์ฟเฟอร์ กลายมาเป็น บรู๊ซ แบนเนอร์

ในหนังสือการ์ตูน หลังจากธานอสรวบรวมอินฟินิตี้ สโตนส์ ได้ครบแล้ว ซูเปอร์ฮีโร่รายแรกที่ธานอสลงมือจัดการคือ ซิลเวอร์ เซิร์ฟเฟอร์ ซึ่งธานอสเอาชนะได้ง่าย ๆ และซัดเขาจนร่วงลงมาบนผืนโลก มาตกลงที่แมนชั่นศักดิ์สิทธิ์ของ ดอกเตอร์ เสตรงจ์ และคำแรกที่เขาเอ่ยบอกสเตรงจ์ก็คือ “ธานอส มันกำลังมา” แต่ในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ ตัวซิลเวอร์ เซิร์ฟเฟอร์นั้น เป็นตัวละครที่ฟอกซ์ยังคงถือลิขสิทธิ์อยู่ และเคยปรากฏตัวมาแล้วใน Fantastic Four: Rise of the Silver Surfer (2007) ก็เลยจำเป็นต้องเปลี่ยนฉากนี้ให้กลายเป็นบรู๊ซ แบนเนอร์ ทำหน้าที่ผู้นำข่าวสำคัญมาบอก ดอกเตอร์ สเตรงจ์ แทน

17. สคิดวอร์ด ตัวการ์ตูนดังจากเรื่อง spongebob

ในฉากโจมตีต้นเรื่อง ที่กลุ่ม แบล็ค ออเดอร์ ชื่อของกลุ่มขุนพลแถวหน้าของธานอส ลงมาโจมตีนิวยอร์ค ไอออนแมน และ ดอกเตอร์สเตรงจ์ ต้องออกมารับมือกับ อีโบนี่ มอว์ ขุนพลจอมประจบประแจงของธานอส ในฉากเผชิญหน้านั้น โทนี่ สตาร์คบอกกับ อีโบนี่ มอว์ ว่า “กลับบ้านไปได้แล้ว สคิดวอร์ด วันนี้โลกปิดทำการ” หลายคนอาจจะงงกับคำพูดของโทนี่ ว่า สคิดวอร์ดคือใคร , สควิดวอร์ด คือตัวการ์ตูนชื่อดังจากเรื่อง Spongebob Squarepants เขาเป็นเพื่อนรักของเจ้าฟองน้ำ สปองจ์บ็อบ เอกลักษณ์ของเจ้าสควิดวอร์ดก็คือ มันมีหัวสีเทาและมีจมูกใหญ่ห้อยลงมาจากใบหน้า ทำให้ดูละม้ายกับหน้าของ อีโบนี่ มอว์ , โทนี่ สตาร์ค เห็นว่าเหมือนกันก็เลยเอามาล้อเล่น

16. เควิน เบคอน คือซูเปอร์ฮีโร่

ปีเตอร์ ควิลล์ หรือ สตาร์ลอร์ด ชื่นชอบหนัง Footloose (1984)เวอร์ชั่นต้นฉบับที่เป็นหนังเปิดตัว เควิน เบคอน มาก และเขาพูดถึงอยู่หลายครั้ง ใน Guardians of the Galaxy ภาคแรก เขาก็เล่าเรื่องราวของ Footloose ว่า “บนดาวของฉันนะ มีตำนานเกียวกับวีรบุรุษที่ชื่อ เควิน เบคอน เขาสอนผู้คนทั้งเมืองให้ลุกขึ้นมาเต้นกันได้ มันช่างเป็นวีรกรรมที่ยิ่งใหญ่มาก” แม้กระทั่งตอนจบที่อยู่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน ขณะที่ทีมการ์เดี้ยนกำลังเผชิญหน้ากับ โรแนน ตัวร้ายในภาคนั้น ปีเตอร์ ควิลล์ ก็ยังท้าให้โรแนน ออกมาเต้นแข่งกับเขา จนมาถึงใน Avengers : Infinity War หลังจากปีเตอร์ ควิลล์ได้เจอกับ ธอร์ และธอร์บอกว่า “ไมนด์สโตน กับ ไทม์สโตน อยู่กับเหล่าอเวนเจอร์” ปีเตอร์ ควิลล์ ก็เลยถามทวนว่า อเวนเจอร์ส คือใคร? ธอร์ก็ตอบว่า “พวกเขาคือซูเปอร์ฮีโร่ทรงพลังที่คุ้มครองโลก” ถึงตรงนี้แมนทิส คงจะโดนปีเตอร์ ควิลล์ ปลูกฝังเรื่องราวเควิน เบคอนไว้มาก ก็เลยถามธอร์ “อเวนเจอร์นี่ก็เหมือนกับ เควิน เบคอน ใช่ไหม?
 

15. พลังของ reality Stone

ในฉากต่อสู้ที่ “โนแวร์” เมื่อแก๊ง การ์เดียน ออฟ เดอะ แกแล็กซี่ บุกไปถึง และพยายามจะชิง เรียลลิตี้ สโตน จากธานอส แต่แล้วธานอส ก็แสดงความสามารถของ เรียลลิตี้ สโตน ใส่แมนทิส และ แดรกซ์ พอโดนพลังยิงใส่ร่างแมนทิสก็กลายเป็นริบบิ้น ส่วนแดรกซ์ก็กลายเป็นอิฐก้อนสี่เหลี่ยม ในฉากนี้ถูกอ้างอิงมาจากหนังสือการ์ตูน แต่ในการ์ตูนคนที่โดนก็คือ เนบิลว่า และ สตาร์ฟอกซ์ (น้องชายของธานอส) ฉากนี้เป็นไอเดียของ รอน ลิม ผู้เขียน ซึ่งเขาน่าจะดีใจที่ได้เห็นไอเดียของเขาถูกนำมาใช้ในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ด้วย
.

14. บัคกี้ บาร์น กลายเป็น ไวท์ วูลฟ์

ตั้งแต่ฉากโพสต์เครดิตใน Black Panther ได้เผยโฉมบัคกี้ บาร์น ที่ทีชัลล่านำมารักษาตัวที่วากันด้า , บัคกี้ บาร์น เดินออกมาจากกระท่อม แล้วเด็ก ๆ ก็เรียกเขาว่า “ไวท์วูล์ฟ” ฉายาใหม่ของบัคกี้ บาร์น นับว่าเป็นความประหลาดใจของแฟน ๆ มาร์เวล ที่ผู้สร้างตัดสินใจเปลี่ยนบัคกี้ บาร์น ให้เป็นไวท์ วูลฟ์ อีกหนึ่งซูเปอร์ฮีโร่แห่งวากันด้า เพราะในเวอร์ชั่นหนังสือการ์ตูน ไวท์ วูล์ฟ คือ “ฮันเตอร์” เด็กผิวขาวที่รอดชีวิตมาจากเหตุเครื่องบินตกใกล้กับเขตแดนวากันด้า แล้วกษัตริย์ทีชาก้า ก็รับมาดูแลรักษาในวากันด้า ฮันเตอร์เติบโตขึ้นมาและได้ฉายาว่า “ไวท์วูล์ฟ” เป็นผู้นำหน่วยตำรวจลับแห่งวากันด้า จนถึงรัชสมัยของกษัตริย์ทีชัลล่า ถึงได้ยกเลิกหน่วยตำรวจลับ และไวท์วูล์ฟก็กลายมาเป็นทหารรับจ้างแทน

13. ผู้ครอบครองค้อน “สตอร์มเบรคเกอร์”

สืบเนื่องจากเหตุการ์ใน Thor:Ragnarok เมื่อธอร์ต้องเสียค้อนและดวงตาไปให้กับเฮลา สานต่อมาถึงเรื่องราวใน Avengers : Infinity War เมื่อธอร์ตัดสินใจเดินทางไปดาว “นิดาเวลเลียร์” เพื่อตามหาหัวหน้าคนแคระ “อีทรี” ที่เหลือรอดเพียงคนเดียว หลังจากธานอสบุกมาสังหารเหล่าคนแคระช่างเหล็กเสียหมดสิ้น และธอร์ก็หว่านล้อมจนอีทรียอมตีค้อนสายฟ้าอันใหม่ที่ทรงพลัง สามารถต่อกรกับธานอสได้ และค้อนอันใหม่มีชื่อว่า “สตอร์มเบรคเกอร์” ที่ออกแบบให้มีลักษณะผสมกันของค้อนและขวาน อ้างอิงถึงฉบับการ์ตูน “สตอร์มเบรคเกอร์” เป็นค้อนที่อีทรีตีให้กับโอดิน แล้วโอดินก็มอบให้กับ “เบต้า เรย์ บิล” มนุษย์ต่างดาวที่เคยเอาชนะธอร์ได้ และได้รับมอบสตรอ์มเบรคเกอร์เป็นอาวุธคู่มือ
.

12. ตัวละครจากซีรีส์ฮิต Arrested Development แอบมาโผล่ในหนังด้วย

ก่อนจะมาเป็นผู้กำกับหนังทุนสร้าง 300 ล้านเหรียญ อย่างAvengers : Infinity War พี่น้องรุสโซ ก็มาจากผู้กำกับหนังทีวีซีรีส์ เคยมีผลงานเป็นที่รู้จักอย่างเช่น Community , Happy Endings และ Arrested Development , ใน Captain America : Civil Warผู้กำกับ โจ และ แอนโธนีย์ ก็เคยแอบเอา “บลูธ”รถติดบันไดสำหรับผู้โดยสารขึ้นเครื่องบิน มาแอบไว้ในฉากต่อสู้ในสนามบินครั้งหนึ่งแล้ว พอมาถึง Avengers : Infinity War ก็มีคนสังเกตเห็น ดร.โทเบียส ฟันเก ตัวละครสำคัญจาก Arrested Development ในภาพลักษณ์ย้อมสีน้ำเงินทั้งตัว อยู่ในฉากที่โนแวร์ ขณะที่กาโมร่า กำลังแอบย่องไปหาธานอส
.

11. แผนการจากหนัง “Aliens”

ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ เป็นเด็กหนุ่มที่ชื่นชอบหนังเก่ามาก และนำมันมาประยุกต์ใช้ในสถานการณ์คับขันได้ดี ในฉากที่ไอออนแมน และ สไปเดอร์แมน ขึ้นมาบนยานอวกาศเพื่อช่วย ดร.สเตรงจ์ เมื่อเขาใช้แผนการระเบิดผนังยานอวกาศให้เป็นรูแล้ว อีโบนี่ มอว์ ก็ถูกดูดออกไปในอวกาศนอกยาน เป็นแผนการเดียวกับในหนัง “Aliens”(1986) เมื่อริปลีย์ปลดแอร์ล็อค แล้วเอเลี่ยนตัวแม่ก็ถูกดูดออกไปนอกยานเช่นกัน
.

10. ชุดของกัปตันอเมริกา เริ่มจะคล้ายกับชุดของ Nomad

การปรากฏตัวในภาพลักษณ์ใหม่ของสตีฟ โรเจอร์ เริ่มทำให้แฟน ๆ เริ่มรู้สึกว่า กัปตันอเมริกา กำลังจะกลายเป็น Nomad ตามเนื้อหาในฉบับการ์ตูน “secret empire” เมื่อสตีฟ โรเจอร์ ค้นพบว่ามีองค์กรลึกลับชื่อว่า secret empire แทรกซึมอยู่ในรัฐบาล และพยายามจะขับเขาออกจากประเทศด้วยการปลอมแปลงข่าวหนังสือพิมพ์และข่าวทีวีป้ายสีให้กับปตันอเมริกา และเมื่อกัปตันสืบพบความจริงที่สุดช็อคก็คือประธานาธิบดีก็ยังเป็นพวก secret empire และยิงใส่เขา ทำให้กัปตันอเมริกาถอดใจ และประกาศตัวเองเป็น”คนที่ไรัสัญชาติ”
เปลี่ยนเครื่องแบบของตัวเอง ไม่มีสัญลักษณ์ของธงชาติอเมริกันอีกต่อไป และขนานนามตัวเองใหม่ว่า “Nomad” ซึ่งชุดของสตีฟ โรเจอร์ใน Avengers : Infinity War ก็เป็นชุดสีเข้มและไม่มีสัญลักษณ์ของธงชาติอเมริกันแล้ว และมีหลาย ๆ จุดที่ละม้ายคล้ายคลึงกับชุดของ Nomad แล้ว

9. อีโบนี่ มอว์ มาแทน เมฟิสโต

อีกหนึ่งตัวละครจากการ์ตูนที่ถูกสลับบทเมื่อมาเป็นภาพยนตร์ ก็คือ อีโบนี่ มอว์ สมุนเอกของธานอส ที่ทำหน้าที่แทน “เมฟิสโต” ในฉบับการ์ตูนนั้นเป็นตัวร้ายระดับจักรวาล เมฟิสโต ถูกแนะนำตัวในการ์ตูนซีรีส์ของ ซิลเวอร์ เซิร์ฟเฟอร์ เป็นวายร้ายที่ปรารถนาจิตวิญญาณบริสุทธิ์ของซิลเวอร์ เซิร์ฟเฟอร์ และคอยตามล่าเขาอยู่ ในหนังสือการ์ตูนตอน “Infinity Gauntlet”นัน เมฟิสโต ทำหน้าที่เป็นมือขวาของธานอส ในการรวบรวมอินฟินิตี้สโตนส์ แต่พอมาเป็นฉบับภาพยนตร์ บทของเมฟิสโตก็กลายเป็นอีโบนี่ มอว์ไปแทน แม้กระทั่งบทพูดที่เมฟิสโตเคยพูดไว้ในฉบับการ์ตูน ก็ยังคงกลายมาเป็นบทพูดเดียวกันของอีโบนี่ มอว์ ดังในประโยคที่กล่าวไว้ในตอนต้นเรื่อง “ข้าน้อยขอคารวะต่อเบื้องหน้าท่านราชันย์ผู้สูงศักดิ์” ในฉบับการ์ตูนนั้น เมฟิสโต ร้ายกาจและเจ้าเล่ห์กว่าอีโบนี่ มอว์ มากมายนัก เขายอมเป็นข้ารับใช้แต่เป้าหมายจริง ๆ ของเมฟิสโต คือต้องการชิงถุงมืออัญมณีมาเป็นของตัวเอง

8. ชุด “Iron Spider Legs”

เป็นอีกหนึ่งชุดที่อ้างอิงตามฉบับการ์ตูน การได้สไปเดอร์แมน กลับมาร่วมในจักรวาลมาร์เวล ล้วนทำให้แฟน ๆ มาร์เวลตื่นเต้นที่จะได้เห็นการร่วมมือกันของ ไอออนแมน และ สไปเดอร์แมน ที่โทนี่ สตาร์ค เอื้อเฟื้อเทคโนโลยีของสตาร์คมาสร้างชุดใหม่ ๆ อันทรงพลังให้กับสไปเดอร์แมนมากมาย ในการ์ตูนนั้นเรียกชุดที่ได้จากสตาร์คว่า “ไอออนสไปเดอร์” เป็นชุดสีแดงและเงิน ส่วนในหนัง Civil War นั้นปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ก็ได้ชุดเกราะ ไอออนสไปเดอร์ จากโทนี่ สตาร์ค แต่ก็ดูต่างจากหน้าตาที่เห็นในการ์ตูนมาก แต่พอมาถึง Avengers : Infinity War ก็เริ่มเข้าใกล้เนื้อหาในการ์ตุนล่ะ เมื่อสไปเดอร์แมนได้ชุดใหม่จากโทนี่ สตาร์ค คือชุดที่มีขาแมงมุมโรบอตออกมาจากด้านหลัง และเป็นชุดที่มีบทบาทมากในหนัง Avengers : Infinity War
.

7. มนตร์ ‘IMAGES OF IKONN’ 

หนึ่งในท่าไม้ตายของ ดร.สเตรนจ์ ก็คือ ‘IMAGES OF IKONN’ ที่เขาเอามาใช้สู้กับธานอส เพราะดร.สเตรนจ์ รู้ตัวดีเสมอว่าถ้าเขาเข้าใกล้ธานอส มีสิทธิ์พ่ายแพ้แน่นอน ดร.สเตรนจ์ จึงเลือกใช้ท่าไม้ตาย ‘IMAGES OF IKONN’ มันคือมนตร์แยกร่าง ที่สามารถสร้างร่างกีอปปี้ของ ดร.สเตรนจ์ ออกมามากมายนับไม่ถ้วน เพื่อทำให้ธานอสสับสนมีนงงแล้วก็จะใช้ร่างจริงเข้าโจมตี แรกเห็นดร.สเตรนจ์ ใช้มนตร์นี้ก็ดูน่าตื่นตาตื่นใจ และอดเชียร์ไม่ได้ว่าธานอสจะต้องเสร็จแน่ แต่เอาเข้าจริงธานอส ที่มีอินฟินิตี้ สโตนส์ หลายดวงแล้วขณะนั้นก็มีพลังอำนาจมากพอที่จะทำลายมนตร์ ‘IMAGES OF IKONN’ ได้เพียงชัวพริบตา , ในหนังสือการ์ตูนนั้น ดร.สเตรงจ์ เริ่มใช้มนตร์นี้ใน Strange #42 ในตอนนั้น ดร.สเตรนจ์ใช้มนตร์นี้ต่อสู้กับมังกร แต่มังกรก็พ่นไฟใส่ทุกร่างก๊อปปี้ของดร.สเตรนจ์ ซึ่งเป็นวิธีที่ทำลายมนตร์นี้ได้ง่ายดาย สรุปว่ามนตร์ ‘IMAGES OF IKONN’ นี่ดูเท่ แต่ใช้ไม่ค่อยได้ผลเลย
.

6. หม้อมนตร์มิติจักรวาล

อีกหนึ่งของศักดิ์สิทธิ์ของ ดร.สเตรนจ์ ที่โผล่มาแวบ ๆ ในตอนต้นเรื่อง เมื่อโทนี่ สตาร์ค ถูกเชิญตัวมาที่แมนชั่นศักดิ์สิทธิ์ เขาไปยืนเกาะหม้อขนาดใหญ่และยืดแข้งยืดขาเพราะเพิ่งวิ่งจ็อกกิ้งมา แล้วก็โดน ดร.สเตรนจ์ตีตักเตือนเข้าให้เหตุที่ไม่เคารพหม้อน้ำมนตร์ศักดิ์สิทธิ์
หม้อมนตร์มิติจักรวาล The Cauldron of the Cosmos นั้นเป็นอีกภาชนะศักดิ์สิทธิ์ของดร.สเตรนจ์ มีบทบาทสำคัญในหนังสือการ์ตูน ดร.สเตรนจ์ จะสามารถมองเห็นความเป็นไปในแต่ละเส้นทางเวลาหรือมิติคู่ขนานได้ เมื่อหม้อมนตร์มิติจักรวาลปรากฏมาบนจอภาพยนตร์แล้ว เราคงได้เห็นความศักดิ์สิทธิ์ของหม้อนี้ในเรื่องต่อ ๆ ไปของจักรวาลมาร์เวลเป็นแน่
.

5. การกลับมาของ เรด สกัลล์

เรด สกัลล์ เป็นผู้นำของกลุ่มไฮดรา แก๊งวายร้ายใน Captain America : The First Avenger(2011) ในตอนท้ายเรื่อง เรด สกัลล์ จับเทสเซอร์แรคต์ หรือ สเปซสโตน ด้วยมือเปล่า แต่แล้วก็รับพลังของอัญมณีไม่ไหว ถูกดูดหายไปในจักรวาลหายไป 7 ปี แล้วเรด สกัลล์ ก็มปรากฏตัวอย่างน่าประหลาดใจใน Avengers : Infinity War เมื่อเขากลายเป็นผู้อารักขาโซลสโตน อยู่บนดาววอร์เมีย และเป็นผู้คอยให้คำแนะนำแก่คนที่ต้องการมาตามหาโซลสโตน ซึ่งเราอาจจะได้เห็นการกลับมาของวายร้ายผู้นี้ ในเรื่องต่อ ๆ ไปของมาร์เวล เรด สกัลล์ ใน Captain America : The First Avenger(2011) รับบทโดย ฮิวโก้ วีฟวิ่ง ดาราเจ้าบทบาท แต่ใน Avengers : Infinity War ฮิวโก้ไม่กลับมารับบทเดิม บทเรด สกัลล์ ก็เลยตกเป็นของ รอสส์ มาร์ควอน หรือแฟน ๆ ซีรีส์ฮิต The Walking Dead จะคุ้นหน้าตาของเขาในบท “อารอน”
.

4. ภาพลักษณ์ใหม่ของวิชั่น

ในฉากที่ธานอสถอดไมนด์สโตน ออกจากหน้าผากของวิชั่น แล้วร่างของวิชั่นก็พลันซีดเผือดเหลือแต่เพียงสีขาว-เทา ภาพลักษณ์ของวิชั่นในร่างขาวนี้ ก็ตรงกับภาพลักษณ์ของวิชั่นในหนังสือการ์ตูนเช่นกัน ในตอน “Avengers West Coast” ที่ออกมาในช่วงปลายยุค 80s ต้น 90s วิชั่นโดนเจ้าหน้าที่จากรัฐบาลจับตัวไป และถอดร่างเขาเป็นชิ้น ๆ แต่ภายหลังเมื่อร่างเขาโดนประกอบใหม่ วิชั่นก็อยู่ในสภาพขาวซีดทั้งตัว และอยู่ในภาพลักษณ์นี้ไปตลอด ในขณะที่เข้าร่วมทีมกับ Avengers West Coast
.

3. ธานอสกลายเป็นชาวนา

อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่คล้ายกับในหนังสือการ์ตูนคือฉากจบในหนัง ที่เราเห็นธานอสเดินออกมาจากกระท่อมมองวิวอันสวยงามเบื้องหน้า ด้วยสีหน้าท่าทางที่รู้สึกผ่อนคลาย กับภารกิจที่เพิ่งเสร็จสิ้น ในหนังสือการ์ตูน Infinity Gauntlet ธานอสก็ทำเช่นนี้ หลังดับสิ้นชีวิตไปครึ่งจักรวาล ธานอสก็ไปลงหลักปักฐานอยู่บนดาวไหนสักดวง แล้วเขาก็กลายเป็นชาวนาใช้ชีวิตสงบ ในขณะที่เหล่าอเวนเจอร์สที่ยังรอดชีวิตก็ร่วมมือกับ อดัม วอร์ลอค หาทางกู้คืนชีวิตที่ดับสูญไป
.

2. เอ’ลารส์ บิดาของธานอส

นี่คือชื่อใหม่ที่ไม่เคยถูกเอ่ยถึงมาก่อนในหนังมาร์เวล เมื่อธานอสและกาโมร่ามาถึงดาววอร์เมีย เรดสกัลล์ผู้ทำหน้าที่อารักขาประตู ก็ทักทายธานอสว่า “ธานอส บุตรของเอ’ลารส์” การที่ใส่ชื่อนี้เข้าไปในบท อาจจะมีความหมายแอบแฝงว่า เอ’ลารส์ อาจจะปรากฏขึ้นมาในหนังเรื่องต่อ ๆ ไปของมาร์เวลก็เป็นได้ เอ’ลารส์ ในการ์ตูนมีฉายาว่า “ท่านที่ปรึกษา” เขาเป็นมนุษย์อมตะ เป็นสายพันธุ์มนุษย์ทีทรงพลัง ส่วนแม่ของธานอสคือ “ซุย-ซาน” มีพื้นเพมาจากดวงจันทร์ เป็นสายพันธุ์ที่ผ่านการสังเคราะห์พันธุกรรม ทั้งคู่ให้กำเนิดธานอส หนึ่งในสิ่งชั่วร้ายของจักรวาล ที่ทั้งคู่รู้สึกอับอายและพยายามยับยั้งการกระทำของธานอสมาตลอด ในหนังสือการ์ตูนนั้นธานอสสังหารพ่อแม่ของเขาไปแล้ว แต่ไม่แน่ในหนังเราอาจจะได้เห็น เอ’ลารส์ มาช่วยปราบธานอสก็เป็นได้
.

1. กัปตันมาร์เวล ความหวังของผู้กอบกู้สถานการณ์

ถ้าใครได้ดูฉากโพสต์เครดิต ก็จะได้เห็นว่าก่อน นิค ฟิวรี่ จะสูญสลายกลายเป็นเถ้าเขาได้ใช้เพจเจอร์เรียกตัวอีกหนึ่งซูเปอร์ฮีโร่ให้มาช่วยกอบกู้สถานการณ์ร้าย และเพจเจอร์ที่ตกอยู่ก็ขึ้นเป็นโลโก้ของ “กัปตันมาร์เวล” ซูเปอร์ฮีโร่ตัวใหม่ของจักรวาลมาร์เวล ซึ่งล้วนสร้างคำถามน่าสงสัยว่าถ้าเธอเป็นซูเปอร์ฮีโร่ที่มีตัวตนอยู่นานแล้ว เธอไปแอบอยู่ที่ไหน แล้วทำไมนิคไม่พยายามติดต่อเธอก่อนหน้านี้ คำถามนี้อาจจะถูกทิ้งค้างไว้และไม่ได้รับคำตอบก็เป็นได้ ซึ่งหลาย ๆ คนก็น่าจะได้เห็นภาพโปรโมทไปแล้วกับ บรี ลาร์สัน ดาราดีกรีออสการ์นักแสดงนำหญิง ที่ได้สวมชุดกัปตันมาร์เวล เราจะได้เห็นหนังเดี่ยวของเธอในเดือนมีนาคม 2019 ก่อนหน้า Avengers 4 เพียงแค่ 2 เดือน

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

สัมภาษณ์

(Unichat คุยกับเด็ก มหา’ลัย) สัมภาษณ์หนุ่มสถาปัตย์ จุฬา กับการใช้ชีวิตแบบเต็มที่สุดๆ

Published

on

หลังจากเคยสัมภาษณ์สาวสถาปัตย์ จนยอดแชร์ถล่มทลายมารอบนึงแล้ว ก็มีสาวๆ หลายคนทักท้วงมาว่าอยากอ่านบทความสัมภาษณ์ของหนุ่มสถาปัตย์บ้าง.. จนอดคิดไม่ได้ว่าหนุ่มสาวคณะนี้เค้าฮอตเกินหน้าเกินตากันจริงๆ แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว พอมีคนสนใจเยอะ ก็ต้องตอบสนองนี้ดกันสักหน่อย วันนี้ฤกษ์งามยามดี เลยคว้าตัวหนุ่มฮอตตัวเต็ง สถาปัตย์ จุฬา มาสัมภาษณ์ซะเลย จะได้รู้กันไปเลยว่าอะไรนะที่ทำให้หนุ่มสาวคณะนี้มีเสน่ห์จนใครๆ ก็พูดถึง! ไปคุยกับหนุ่มฮอตของสถาปัตย์ จุฬา อย่าง มิว – พิตตินันท์ จริยวิลาศกุล กันเลย!

ทำไมถึงเลือกเรียนสถาปัตย์ จุฬา มีที่มายังไงบ้าง

จริงๆ ผมเป็นคนที่สมองซีกขวาทำงานได้ดีกว่าซีกซ้ายนะครับ จะถนัดเรื่องการใช้ความคิดสร้างสรรค์มากกว่าการคิดวิเคราะห์ หรือคิดอะไรที่ซับซ้อนนะครับ ยิ่งเลขนี่โง่มากๆ (หัวเราะ) เราเลยเริ่มชอบที่จะสังเกตและมองภาพรวมของสิ่งต่างๆ โดยมีความคิดสร้างสรรค์ประกอบไปด้วยทุกที่ มองตึก มองถนน มองผู้คน จนไปถึงสถาปัตยกรรมครับ มันสอนให้เราเก็บแรงบันดาลใจจากสิ่งรอบกายและทุกอย่างก็ลายล้อมไปด้วยสถาปัตยกรรมทั้งหมด

สถาปัตย์ จุฬา เรียนอะไรบ้าง

สถาปัตย์ จุฬา ก็จะแยกเป็นหลายสาขา มีสถาปัตยกรรม, ออกแบบภายใน, ผังเมือง, ภูมิสถาปัตยกรรม, ออกแบบอุตสาหกรรม ส่วนภาค Inter ก็จะมี CommDe, INDA อย่างผมก็เป็นภาค INDA หรือ International Program in Design and Architecture ครับ จะเน้นออกแบบเป็นหลัก โดยคำนึงถึง Design Innovation และ Experimentation ทำให้เราคิดริเริ่มสิ่งใหม่ๆ ทดลองสิ่งใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยมีมาก่อน ตั้งแต่อยู่บนบรรทัดฐานของความเป็นจริงไปจนถึงเกินจริงเลย Instructor ก็เป็นชาวต่างชาติทั้งหมด ความสนุกของการเรียนที่นี่ก็คิดการได้เห็น Instructor จากทั่วทุกมุมโลกที่มีสไตล์ของตัวเองที่ไม่เหมือนกัน บางคนก็ติสต์แตกแบบหลุดโลกไปเลย (หัวเราะ)

ตอนปี 1 จะเน้นวาดมือเป็นหลัก ทำ Physical Model  ฝึกการมอง การสังเกตสิ่งต่างๆ ตั้งแต่ Scale เล็กๆ ไปจน Scale ใหญ่ๆ นั่งจ้องแล้วคิด วิเคราะห์ ตั้งแต่ขี้ยางลบจนถึงตึกมหานครกันเลยทีเดียว

ส่วนปี 2 จนถึงปี 4 ก็จะเริ่มใช้ Digital tools ต่างๆ ในการเรียน เช่น ขึ้น 3D โมเดล, ทำกราฟฟิก, ทำพรีเซนต์, ทำ physical model ไปจนถึงทำวีดีโอและอื่นๆ อีกมากมายเลยครับ วิธีการเรียนก็จะเป็นสตูดิโอ แต่ละสตูดิโอก็จะมี Instructor หนึ่งคน นักเรียนในสตู 7-9 คน ระบบการเรียนก็จะมี Lecture, มี Tutorial หรือ Desk critique และ Review เพื่อให้นักเรียนและ Instructor มาแลกเปลี่ยนความคิดและพัฒนาแบบดีไซน์ต่อๆ ไปครับ

วิชาที่มิวชอบที่สุด

วิชาที่ชอบที่สุดก็คือ Architecture and Design นี่แหละครับ แต่ส่วนใหญ่เค้าจะเรียกกันว่า Stu เป็นวิชาที่หน่วยกิตเยอะกว่าวิชาอื่นๆ เลย (6หน่วยกิต) และเป็นวิชาที่ดูดพลังที่สุดด้วย วิชานี้จะเรียนเกี่ยวกับการออกแบบและดีไซน์ครับ ออกแบบตั้งแต่บ้านรูหนูจนถึงบ้านลอยฟ้าที่จะไปตั้งบนดาวอังคารเลย (หัวเราะ) แต่ละเทอมโปรเจคก็จะไม่เหมือนกัน ส่วนใหญ่เราก็จะใช้เวลา 90 เปอร์เซ็นต์ในชีวิตของเราช่วงนั้นไปกับ Stu นี่แหละ แต่มันก็ทำให้ชีวิตเรามีสีสันดีครับ

และอีกวิชาที่ชอบก็คือ History of Architecture ซึ่งอาจารย์จะสอนเราตั้งแต่สถาปัตยกรรมที่มีมาตั้งแต่ยุคหินจนถึงโมเดิร์นเลยทีเดียว ทำให้เข้าใจความเป็นมาของตึกราบ้านช่อง จนถึงหลักปรัชญาของคนสถาปนิกด้วยครับ เป็นวิชาที่นั่งตากแอร์แล้วก็นั่งฟัง เห็นงานสถาปัตยกรรมต่างๆ จากทุกช่วงเวลาและทุกที่ทั่วทุกมุมโลกของสถาปนิกต่างๆ มากมาย และที่สำคัญถ้าง่วงก็หาที่หลังเสาหลับได้ยาวๆ เลย (หัวเราะ)

กิจกรรมมันส์ๆ ในรั้วจุฬา มีอะไรบ้าง

กิจกรรมในมหาวิทยาลัยนี่ก็เยอะแยะมากมายเลยครับ เอาง่ายๆ ว่าตอนเป็นน้องใหม่เข้ามา เหนื่อยกิจกรรมมากกว่าเหนื่อยเรียนอีก จะมีรับน้องบ้านให้มาเจอเพื่อนๆ ต่างคณะกัน ส่วนคณะผมเองก็เป็นคณะที่รับน้องนานที่สุด รับทุกวัน รับทั้งวัน เช้าจรดเย็น อดนอนเพราะงานแล้วยังอดนอนเพราะกิจกรรมอีก จนมีคำพูดติดปากภายในคณะว่า “รับน้องในคณะนี้ไม่มีวันจบ” ผมก็สงสัยนะครับ ว่าจะจริงหรอ พอเข้ามาก็รู้เลย ว่าไม่มีวันจบจริงๆ ครับ ใครอยากรู้ว่ามีอะไรบ้าง ก็ลองเข้ามาเป็นเด็กสถาปัตย์กันดูนะครับ

มิวทำกิจกรรมอะไรบ้าง

กิจกรรมในคณะที่เด่นๆ อย่างแรกก็จะมี รักบี้ครับ ซ้อมกันแบบเอาเป็นเอาตาย แขนหักคอหักกันเลยทีเดียว เป็นกีฬาประจำคณะครับ มีจัดแข่งขึ้นทุกปี แล้วเสื้อรักบี้แต่ละปีก็จะออกแบบมาไม่เหมือนกันด้วยนะครับ อย่างที่สองก็เตะบอลกลางคอร์ดกลางแจ้งครับหรือที่คณะเรียกว่าคอร์ดบอล ฝนตกก็เตะ แดดออกก็เตะ มีเรียนก็ยังลงมาเตะ (หัวเราะ) อย่างสุดท้ายก็กิจกรรมรับน้องภายในคณะ มีอีเว้นท์เยอะมากๆ แต่เป็นความลับครับผม อยากบอกมากเลยแต่สปอยไม่ได้จริงๆ ถ้าไม่ใช่เด็กในคณะจะไม่รู้เลยว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง เอาเป็นว่ากิจกรรมร้อยแปดอย่างครับ (หัวเราะ)

กิจกรรมโปรดของมิวล่ะ

กิจกรรมที่ชอบที่สุด ถ้าเป็นในคณะก็คือรับน้องคณะกับรักบี้แหละ รักบี้ก็จะเล่นกันอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง บางทีก็ทุกวัน พี่ๆ ก็จะเริ่มสอนตั้งแต่เริ่มต้น พอเล่นเป็น ก็แบ่งทีมแข่งกันเอาเป็นเอาตายเลย สนุกมากๆ ครับ ส่วนรับน้องก็จะมีทุกอาทิตย์ เกือบทุกวัน แต่ละกิจกรรมก็เปลี่ยนไปตลอด ทำให้เราสนิทกันและรักกันมากขึ้นครับ จะมีประโยคฮิตที่ว่า “โอกาสไม่ได้มีมาบ่อยๆ ทำทุกอย่างให้เต็มที่” ซึ่งทำให้เราเห็นพี่ๆ เต็มที่จัดกิจกรรมให้ เห็นเพื่อนๆ เต็มที่กับกิจกรรม  ซึ่งผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนในชีวิตเลยครับ เป็นความเหนื่อยที่มีเพื่อนเหนื่อยไปด้วยและมันเป็นช่วงเวลาที่สนุกที่สุดเลย

ได้ข่าวมาว่าเป็นนักดนตรีของมหาวิทยาลัยด้วยหรอ

ไม่เชิงเป็นนักดนตรีของมหาวิทยาลัยหรอกครับ คือผมมีวงตั้งแต่สวนกุหลาบแล้ว ก็เป็นที่รู้จักในระดับนึงจากการไปเล่นตามโรงเรียนหญิงล้วนต่างๆ (หัวเราะ) พอเข้ามาคณะนี้ก็มีรุ่นพี่จาก โรงเรียนเก่าชวนเข้าวงครับ ในวงมีสมาชิก 5 คนซึ่งก็เล่นในงานต่างๆ ของคณะแหละครับ พอถึงงานบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ พวกผมก็มีโอกาสได้ขึ้นเล่นตามงานต่างๆ อีเว้นท์ต่างๆ ทั้งในจุฬา และเป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยไปเล่นดนตรีที่ธรรมศาสตร์อีกด้วยครับ

เป็นคนที่มีงานอดิเรกเยอะมาก ทั้งต่อยมวย เทนนิส เปียโน บีบีกัน ปีนเขา ดูหนัง ฯลฯ อะไรทำให้มิวแอคทีฟขนาดนี้

ผมพยายามหากิจกรรมใหม่ๆ ทำอยู่ตลอดครับ ซึ่งมันก็เกิดจากการที่เราเรียนหนักมากๆ ต้องคอยดูแลสุขภาพอยู่เสมอ คอยหาเวลาให้ตัวเองผ่อนคลายครับ แต่ก็อยากดูแลตัวเองไปด้วย แล้วสนุกกับมันไปด้วยครับ ส่วนตัวแล้วชอบทำอะไรใหม่ๆ ท้าทาย ยิ่งกีฬาต้องใช้ความรุนแรงนี่ชอบมาก ยิ่งเจ็บยิ่งชอบครับ (หัวเราะ) ส่วนปีนเขา เดินป่าก็เป็นกิจกรรมใหม่ที่เพิ่งเคยลองครับ ปีที่แล้วมีโอกาสได้ไปเชียงดาวมา เดินแบกของ 20 กว่าโล ขึ้นเขาชันๆ ใช้เวลากว่า 8 ชั่วโมง ส่วนขากลับก็เดินลงเขาอีก 8 ชั่วโมง เหนื่อยมากที่สุดในชีวิตครับ แต่เวลาไปถึงยอดแล้วคือหายเหนื่อยจริงๆ ครับ วิวสวยสุดๆ เราอยู่เหนือเมฆ ไม่มีอะไรสูงกว่าเราเลย ณ จุดนั้น เป็นประสบการณ์ที่เงินซื้อไม่ได้ มองแต่รูปก็สัมผัสไม่ได้ ต้องร่างกายกับใจล้วนๆ เลยครับ

แล้วที่บอกว่าชอบดูหนังมากๆ นี่เป็นมายังไงคะ

ที่บ้านชอบดูหนังมากๆ ครับ ยิ่งพ่อกับน้องนี่ตัวยงเลย สะสมหนังทุกเรื่องชนิดที่ว่ามีแผ่นหนังเรื่องไหนออกมาซื้อหมด จะดูไม่ดูค่อยว่ากัน ครอบครัวเราจะใช้เวลาทุกวันอาทิตย์ดูหนังด้วยกันครับเป็นอีกโมเม้นนึงที่ชอบมากๆ เวลาดูหนังพร้อมหน้าพร้อมตา และก็เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้เราได้ภาษาอังกฤษจนสอบติดเนี่ยแหละครับ ส่วนน้องก็ดูจนไปเป็นเด็กนิเทศจุฬาแล้วครับ ส่วนหนังที่ชอบที่สุดก็มี The Godfather, Pulp Fiction, Fight Club, Saving Private Ryan, Sicario แล้วก็ Blade Runner ครับ ส่วนผู้กำกับที่ชอบก็ Ridley Scott, Denis Villeneuve และ Christopher Nolan ครับ

ขอเคล็ดลับการใช้ชีวิตแบบเต็มที่ในแบบของมิวหน่อย

ผมบอกกับตัวเองเสมอว่าสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้คือเวลาและประสบการณ์ครับ ความคิดอาจจะดูแก่ไปบ้าง แต่อยากทำทุกอย่างในขณะที่เรายังสามารถทำได้ ผมอยากมีชีวิตนักเรียนสุดเหวี่ยง เกเรบ้าง เรียนบ้าง ตอนเป็นเด็กมัธยม ผมก็ทำมาแล้ว แต่นั่นคือโมเม้นที่เราสามารถทำได้แค่ครั้งเดียวในชีวิต จนตอนนี้เป็นเด็กมหาวิทยาลัยใกล้จบ ผมก็อยากใช้เวลาทุกอย่างในรั้วมหาวิทยาลัยไปกับการทำกิจกรรม หรืองานอดิเรกต่างๆ ที่ตอนนี้เรายังสามารถทำได้อยู่ แล้วชีวิตมหาวิทยาลัยสอนให้เราเป็นนักวางแผน รู้จักและได้ทำสิ่งใหม่ จัดการกับเวลา หรือเป็นนักเรียนรู้โอกาสและพัฒนาตัวเองอยู่เสมอครับ

สุดท้ายแล้ว ว่ากันว่า หนุ่มสถาปัตย์ ฮอตและติสท์มาก! คิดยังไงบ้างคะ

คิดว่าเค้าต้องเห็นเราตอนที่แดดร้อนแล้วเหงื่อเปียกหลังแน่ๆ เลย (หัวเราะ)  จริงๆ ทุกคณะก็มีหนุ่มๆ ฮอตเยอะนะครับ อาจจะเป็นเพราะคณะเรามีหนุ่มๆ ที่ค่อนข้างมีเอกลักษณ์ ติสท์ๆ เซอร์ๆ อยู่เยอะ คนเลยมองออกง่ายจำได้ง่ายกว่าคณะอื่นมั้งครับ ก็ดีใจนะครับที่คนมองคณะผมมีหนุ่มๆ ฮอตมากกว่าหนุ่มๆ สกปรก จริงๆ แล้วคณะเราเลือกนอนมากกว่าอาบน้ำครับ (หัวเราะ)

หนุ่มสถาปัตย์แนะนำแอปหน่อยสิ

แอป Google Drive มีประโยชน์ในการทำงานมากครับ จริงๆ ที่จะเรียนใกล้จบได้นี่เพราะตัวนี้เลย เป็นบริการของ Google ให้เราฝากไฟล์งานไว้ได้ครับ ขอแค่มีอินเทอร์เน็ตก็ใช้ได้ เรายังสามารถแชร์ไฟล์งานหรือทำงานร่วมกับเพื่อนๆ ได้ด้วยครับ จริงๆ ก็เหมือนมีคลังข้อมูลไว้ฝากงานและป้องการการสูญหายของงานดีๆ นี่เองครับ ใช้ได้ทั้ง IOS และ Android เลย อีกทั้งยังมีบริการอื่นๆ เช่น Google Docs, Google Sheets และ Google Slides อีกด้วยครับ สรุปง่ายๆ ก็คือเราสามารถฝากข้อมูล เก็บไฟล์งาน แชร์ไฟล์ และทำงานร่วมกับเพื่อนได้อย่างสะดวกสบายมากๆ เลยครับ

autosghana.com

ดาวน์โหลด

ถือเป็นหนุ่มนักกิจกรรม ที่เต็มที่กับชีวิตในทุกๆ ด้าน เรียกได้ว่าแอคทีฟไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆ ทั้งดนตรี กีฬา บันเทิง การเรียน ฯลฯ ครบครันไปซะหมด เต็มที่กับชีวิตในทุกๆ ด้าน และนี่คงเป็นหนึ่งในเสน่ห์ของหนุ่มสถาปัตย์ล่ะมั้ง ที่ทำให้สาวๆ คณะไหน ก็ต้องคอนเฟิร์มว่าฮอต!

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

บทความเทคโนโลยี

แบไต๋ลุยอุตลุดไปกับ Sony ในญี่ปุ่น รู้จัก Dynamic Vibration System ระบบสั่นและความบันเทิงของ XZ2

Published

on

หนึ่งในของเล่นใหม่ของ Sony Xperia XZ2 คือระบบสั่นตามเสียงที่เรียกว่า Dynamic Vibration System ตามคอนเซ็ปต์ของ Sony Xperia XZ ที่โซนี่อยากให้ผู้ใช้ได้ประสบการณ์แบบ See x Hear x Feel คือ จอ HDR x ลำโพงคู่ ระบบเสียง Hi-Res x เครื่องสั่นตามจังหวะเพลง

ทีมงานที่พัฒนา Dynamic Vibration System เล่าให้เราฟังว่าความยากของการทำระบบสั่นตัวนี้คือ Actuator หรือตัวสั่นสะเทือนต้องมีขนาดใหญ่พอ และอยู่ในตำแหน่งที่สามารถสร้างการสั่นไหวไปได้ทั้งเครื่องด้วย ซึ่งจุดที่เหมาะสมสำหรับ Sony Xperia XZ2 คือตรงมุมล่างซ้ายของเครื่องครับ

นอกจากนี้ยังต้องพัฒนา Algorithm เพื่อวิเคราะห์รูปแบบเสียงให้เกิดรูปแบบการสั่นให้เหมาะ ไม่ใช่มีเสียงทุ้มก็สั่นตลอด มันก็ต้องมีจังหวะจะโคนของมันให้สมจริง

โดยนอกจาก Dynamic Vibration System จะสั่นตามเสียงแล้ว ยังมี API ให้นักพัฒนาใช้ เพื่อให้แอปอื่นๆ อย่างเกมสามารถสั่นได้ตาม ถ้าเกมที่รองรับจะมีปุ่มระบบสั่นให้กดเปิดเลย ตอนนี้มีเกมในตระกูล Angry Bird แล้วก็เกมอย่าง Mini Gun ที่รองรับครับ ก็จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

(คลิกอ่าน) รู้จัก Actuator ตัวสั่นสะเทือนยุคใหม่

เลี้ยวมาเรื่องความบันเทิงแบบเกมๆ กันบ้าง

เล่น Remote Play เอาเกม PlayStation 4 มาต่อจอยเล่นแบบนี้ ฟินมั่กๆ

ขึ้นชื่อว่าเป็น Sony Xperia สมาร์ทโฟนจาก Sony ก็ต้องมีจัดเต็มความสามารถเรื่องเกมด้วย ไฮไลท์สำคัญของมือถือตระกูลนี้คือ Remote Play ครับ เราสามารถใช้ Xperia ต่อกับจอย DualShock แล้วเล่นเกมจาก PlayStation 4 ได้เลยผ่านเครือข่ายภายในบ้าน (ต้องเปิด PlayStation 4 เพื่อเล่นเกมนะ จอของ Xperia แค่รับภาพจากเครือข่ายมาแสดงเท่านั้น) ซึ่งก็ทำให้คุณพ่อบ้านที่โดนแม่บ้านยึดจอทีวีไป ยังสามารถเล่นเกมได้อยู่ผ่านหน้าจอมือถือ

กิจกรรมที่เราสนุกมากในเซสชั่นนี้คือการเล่นเกม Frantics บน PlayStation 4 ผ่านระบบ Playlink ครับ โดยผู้เล่นจะต้องโหลดแอปของ Frantics ไปติดตั้งในมือถือเพื่อทำหน้าที่เหมือนจอย ซึ่งสามารถเล่นพร้อมกันได้ 4 คน เล่นมินิเกมล้อมวงกันได้ ซึ่งส่วนของ Playlink นี้ไม่จำกัดว่าต้องเป็นมือถือ Xperia นะครับ มือถืออะไรก็เล่นได้ แค่ต้องซื้อเกมที่รองรับระบบ Playlink มาลงใน PlayStation 4 ของเราก่อน ก็ดูรายละเอียดและรายการเกมที่รองรับได้ในเว็บของ Playlink ครับ

และปิดท้ายด้วยรายชื่อเกมที่รองรับฟังก์ชั่นสั่นสะเทือน Dynamic Vibration System อย่างสมบูรณ์ตอนนี้ครับ ซึ่งจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นในอนาคต

เกมที่รองรับระบบสั่นของ Sony แน่นอน

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!