Connect with us

บทความ

ต้นโพ ไม่ใช่ ต้นโพธิ์ แต่ต้นโพบางต้นก็เป็นต้นโพธิ์

Published

on

สวัสดีครับคุณผู้อ่านทุกท่าน พบกับ “ครูทอม  คำไทย” เป็นประจำทุกวันพุธนะครับ สาระดี ๆ เกี่ยวกับภาษาไทยสำหรับชาวออนไลน์มาเสิร์ฟถึงที่โดยไม่ต้องไปเสียเงินจ่ายค่าคอร์สเรียนที่ไหนทั้งสิ้นครับ อย่างวันนี้ ครูทอมขอหยิบคำนี้เลยครับ ถ้าใครจะเขียนบทความหรือพิมพ์ข้อความอะไรเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาต้องรีบคลิกเลยครับ เพราะวันนี้ครูทอมจะเล่าให้ฟังเรื่องคำว่า “โพ-โพธิ์” ครับผม

เชื่อว่าทุกท่านคงเคยเห็น เคยเขียนกันมาตั้งแต่เด็กแต่เล็ก ทั้ง “ต้นโพ” และ “ต้นโพธิ์” นะครับ บางคนก็คิดในใจว่ามันต้องมีคำนึงถูก คำนึงผิดแน่ ๆ เอ… ว่าแต่ว่าคำไหนผิด คำไหนถูกล่ะครับเนี่ย?

จริง ๆ แล้ว ทั้ง 2 คำนี้น่ะถูกทั้งคู่ครับผม แต่ความหมายต่างกัน! เฮร้ยยยยยยยย! ทุกท่านใจเย็น ๆ นะครับ ถ้าใจร้อน อาจจะงงได้

“ต้นโพ” คือชื่นต้นไม้ชนิดหนึ่งครับ สะกดว่า “โพ” ตรงตัวเลยครับ หน้าตาเป็นแบบนี้ คิดว่าคงเคยเห็นกันพอสมควร ยิ่งตามวัดตามวานี่ เพียบ!

bo01

“ใบโพ”

                ส่วน “ต้นโพธิ์” หมายถึง “ต้นไม้อะไรก็ตามที่พระพุทธเจ้าไปนั่งตรัสรู้” !!! ใช่ครับ! ครูทอมพิมพ์ถูกต้องเป๊ะ ๆ เลยครับ นี่ต้องเล่าก่อนครับว่าตามตำนาน ว่ากันว่าพระพุทธเจ้ามีหลายองค์ครับ ยุคละองค์ พวกเราทุกคนเกิดมาในยุคที่ “เจ้าชายสิทธัตถะ” ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าครับ บังเอิญว่าเจ้าชายสิทธัตถะไปตรัสรู้ใต้ “ต้นโพ” (แบบที่ไม่มี ธิ์ ) เจ้าต้นโพ(เฉพาะต้นที่เจ้าชายสิทธัตถะไปตรัสรู้นี้) ก็เลยได้สิทธิ์อัปเกรดเป็น “ต้นโพธิ์” ครับ

bo03

อย่างยุคก่อน พระพุทธเจ้าบางยุคไปตรัสรู้ใต้ต้นมะม่วง บางยุคไปตรัสรู้ใต้ต้นมะขวืด บางยุคไปตรัสรู้ใต้ต้นมะขามป้อม เจ้าต้นมะม่วง, มะขวิด, มะขามป้อมต้นนั้นก็ได้สิทธิ์อัปเกรดเป็นต้นโพธิ์เช่นเดียวกัน

ย้ำอีกทีครับว่า “ต้นโพธิ์” ใช้กับ “ต้นอะไรก็ตาม” ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ต้องเป็นต้นนั้นเท่านั้นนะครับ ถ้าเป็น “ต้นโพ” หลังบ้าน หลังโรงเรียน นี่ไม่ได้เด็ดขาดนะครับ ครูทอมไม่อนุญาต ฮ่า ๆ

bo07

อ๊ะ! แต่ยกเว้นนิดนึงครับ ถ้าเป็น “ต้นโพ” ที่มาจากหน่อ “ต้นโพ” ต้นที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ เราก็สามารถเรียกว่า “ต้นโพธิ์” ได้เช่นเดียวกันครับ อย่างหน่อต้นโพธิ์ที่อยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต นั่นก็ถือว่าเป็น “ต้นโพธิ์” ได้ครับ

เอ้า! ก่อนจากกันไป ขออนุญาตแถมให้นิดนึงครับว่าต้นศรีมหาโพธิ์ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้นั้น ปัจจุบันอยู่ที่พุทธคยา เมืองคยา ประเทศอินเดียครับ ต้นที่เราเห็นอยู่ปัจจุบันนี้เป็นคนละต้นกับที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้นะครับ เพราะต้นนั้นตายไปนานแล้ว แต่ได้นี่เป็นต้นที่ 4 ที่เกิดจากหน่อเดิม ในตำแหน่งเดิมครับ ถ้าใครจะไปสักการะก็เชิญได้เลยครับผม มีบางสายการบินเปิดให้บริการบินตรงไปถึงเมืองคยาเลยครับ แต่ถ้าไม่อยากบินตรงก็ไปลงเดลี หรือดกลกัตตา แล้วค่อยนั่งรถไฟไปคยาก็ได้เหมือนกันครับผม ครูทอมก็เคยไปมาแล้วนะเออ ^ ^
เอ่อ… คือ แต่หารูปคู่กับต้นศรีมหาโพธิ์ไม่เจอ เจอแต่รูปคู่สาวอินเดียครับ ฮ่า ๆ

bo05

             ส่วนนี่ต้นศรีมหาโพธิ์ของจริงที่คยาครับผมbo08

เอ้า! (เอ้าหลายรอบเหลือเกินแล้วนะครับครูทอม) เชิญทุกท่านไปพบสาระอื่น ๆ ได้เลยครับที่

แล้วเจอกันวันพุธหน้านะครับ สวัสดีคร้าบบบบบบบ

ครูทอม

facebook.com/tom.jakkriz
twitter: @tutor_tom
Instagram: @jakkriz

ขอบพระคุณภาพประกอบดังนี้
ภาพใบโพ http://www.kroobannok.com/news_pic/p30782761908.jpg
ภาพพระพุทธเจ้าตรัสรู้ http://hmiwtomzaza.files.wordpress.com/2012/12/http-hilight-kapook-com-img_cms2-user-pimjun-bhudda03.jpg
ภาพต้นโพที่ศาลอาญาราชดา http://goo.gl/G9Ly7e
ภาพต้นศรีมหาโพธิ์ http://www.dhammajak.net/board/files/_46_766.jpg

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

บทความเทคโนโลยี

สรุป Hilight เด็ดจากงานเปิดตัว Huawei Mate 20 Series

Published

on

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา หนุ่ย พงศ์สุขและทีมงานเว็บแบไต๋ได้มีโอกาสร่วมงานเปิดตัว Huawei Mate 20 Series ครั้งแรกของโลกที่มหานครลอนดอน ประเทศอังกฤษครับ เราจึงขอสรุป Hilight จากงานเปิดตัวในครั้งนี้ให้อ่านกัน

ความประทับใจกับ Huawei Mate 20 Series

ทุกครั้งที่ Huawei เปิดตัวมือถือระดับเรือธง จะเป็นทุกครั้งที่เราได้เห็นทิศทางการดีไซน์สมาร์ทโฟนใหม่ๆ ของหัวเว่ยนะครับ ซึ่งในการเปิดตัว Huawei Mate 20 Series ก็เป็นอีกครั้งที่เราได้เห็นดีไซน์ใหม่ที่แตกต่างจากดีไซน์เดิมอย่างเห็นได้ชัด กับกล้องหลัง 3 ตัวพร้อมแฟลชที่วางตัวเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ดีไซน์ตัวเครื่องใหม่ที่โค้งมนรับกับฝ่ามือ พร้อมลวดลายบนตัวเครื่องที่เรียกว่า Hyper Optical Pattern ซึ่งตามความเห็นของเรา เราว่าดีไซน์ใหม่นี่สวยเลยแหละครับ ให้จอใหญ่แต่ยังจับถนัดมือด้วยความเรียวยาวและฝาหลังโค้งของมัน ส่วน PORSCHE DESIGN HUAWEI Mate 20 RS อันนี้ไม่ต้องพูดถึง มันสวยอยู่แล้ว และวัสดุที่เป็นหนังก็ทำให้ดูพรีเมี่ยมเข้าไปใหญ่

Richard Yu ซีอีโอ Huawei Consumer Business Group ถือ Huawei Mate 20 โชว์ตัวเป็นครั้งแรก

PORSCHE DESIGN HUAWEI Mate 20 RS

เรื่องกล้องก็เป็นสิ่งที่เราตั้งความหวังว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงได้กับสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงของหัวเว่ยทุกรุ่น ซึ่งใน Huawei Mate 20 Series ก็เป็นอีกครั้งที่มีการปรับปรุงกล้องครั้งใหญ่โดยการเพิ่มเลนส์มุมกว้างเข้าไปในระบบกล้อง ทำให้กล้อง 3 ตัวของ Huawei Mate 20 Pro สามารถถ่ายภาพได้เหมือนมีการซูม 3 ระดับตั้งแต่ 16 – 80 mm หรือสามารถถ่ายได้ภาพตั้งแต่มุมกว้างมาก มุมธรรมดา และซูมได้ 3 เท่า (ส่วน Huawei Mate 20 รุ่นธรรมดาจะได้ระยะที่ 17 – 52 mm) แถมยังใช้เลนส์มุมกว้างถ่ายวัตถุแบบ Macro ด้วยระยะใกล้สุดแค่ 2.5 cm อีกด้วย แม้ว่าเราจะเสียดายเลนส์ขาว-ดำที่ถูกตัดออกไปในรุ่นนี้บ้าง แต่ถ้าเทียบเลนส์ขาวดำกับเลนส์มุมกว้างที่เพิ่มเข้ามา เราว่าเราอยากได้เลนส์มุมกว้างมากกว่านะ

ด้วยความที่ Huawei Mate 20 Series นั้นใช้ชิปประมวลผลตัวใหม่อย่าง Kirin 980 ซึ่งมาพร้อม Dual-NPU หรือหน่วยประมวลผลปัญญาประดิษฐ์คู่ ทำให้ขีดความสามารถหลายอย่างนั้นเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งเรื่องที่เราชอบคือโหมด AI Color และโหมด Bokeh ในกล้องวิดีโอของ Mate 20 ที่ปัญญาประดิษฐ์จะพิจารณารูปร่างมนุษย์ว่ามีขอบเขตถึงส่วนไหนในภาพอย่างรวดเร็ว ทำให้สามารถถ่ายวิดีโอที่ลบสีของฉากหลังออกเหลือแต่สีบนตัวบุคคลในวิดีโอ (ตรวจจับได้หลายคนด้วย) หรือวิดีโอที่มีฉากหลังเบลอได้ ซึ่งเราก็ไม่เคยเห็นมือถือตัวไหนทำได้แบบนี้นะ ลองดูวิดีโอตัวอย่างที่เราถ่ายมาให้ดูข้างล่างนี้ได้เลย

และอีกเรื่องที่ต้องชมหัวเว่ยคือการพัฒนา GPS ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ จากใน Huawei P9 ที่มีเสียงบ่นเรื่อง GPS เยอะ ซึ่งได้รับการปรับปรุงมาเรื่อยๆ จนสมาร์ทโฟนในยุค Mate 10 หรือ P20 ไม่มีปัญหาเรื่องนี้แล้ว สามารถนำทางได้แม้เข้าอุโมงค์ ซึ่งใน Huawei Mate 20 Series ก็ได้รับการปรับปรุงเรื่องนี้เข้าไปอีกจนสามารถรับ GPS คลื่น L1 และ L5 ได้พร้อมกัน ทำให้การระบุตำแหน่งแม่นยำขึ้น ซึ่งในเวทีมีการเผยผลทดสอบผ่านการวิ่งในฮ่องกงที่มีตึกระฟ้าเต็มไปหมด ซึ่ง Mate 20 ก็โชว์ผลงานได้ดี แผนที่จุดวิ่งเข้ารูปเข้ารอยมากที่สุดแล้วในบรรดาสมาร์ทโฟนที่ร่วมทดสอบด้วย

นอกจากนี้ Huawei Mate 20 Series ยังจริงจังกับเรื่องการชาร์จด้วย ทั้งการชาร์จแบบมีสายธรรมดาที่รุ่น Pro และ PORSCHE DESIGN ใช้ระบบชาร์จแบบ Huawei SuperCharge 40W สามารถชาร์จไฟได้ 70% ในครึ่งชั่วโมง แถมยังมีฟีเจอร์การชาร์จไร้สายที่น่าสนใจเรียกว่า Reverse Wireless Change ที่เอา Huawei Mate 20 Series ไปแปะหลังสมาร์ทโฟนเครื่องอื่นๆ ที่รองรับการชาร์จไร้สายเพื่อชาร์จได้เลย

ความจริงจังเรื่องซอฟต์แวร์กับ Google

ผู้บริหารจาก Google ขึ้นกล่าวความสามารถของ Huawei Mate 20 Series ที่ร่วมกันพัฒนากับ Google

แม้ว่า Huawei จะเป็นบริษัทจากจีน แต่ก็ทำงานร่วมกับ Google จากอเมริกาในฐานะเจ้าของ Android อย่างใกล้ชิด ซึ่ง Huawei Mate 20 Series ก็มาพร้อม EMUI 9.0 ซึ่งใช้พื้นฐานเป็น Android 9.0 รุ่นล่าสุดจากกูเกิ้ล ซึ่งนอกเหนือความสามารถพื้นฐานที่มีใน Android 9.0 อย่าง Screen Time แล้ว Huawei Mate 20 Series ยังเป็นสมาร์ทโฟนที่ผ่านมาตรฐาน Youtube Signature Device ด้วย ทำให้รองรับฟีเจอร์เทพๆ ของ Youtube หลายอย่าง เช่นสามารถแสดงวิดีโอที่เป็น HDR ได้อย่างสมบูรณ์ สามารถเล่นวิดีโอแบบ 360 องศาได้ รวมถึงสามารถรองรับ High Frame Rate หรือการแสดงวิดีโออย่างนุ่มนวลได้ และยังรองรับรูปแบบการบีบอัดวิดีโอแบบใหม่ ที่ทำให้วิดีโอมีขนาดเล็กกว่าเดิม กินข้อมูลในการชมวิดีโอน้อยลง

นอกจากนี้ Huawei ยังจริงจังกับมาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูล จน Huawei Mate 20 Series ผ่านการรับรอง Android Enterprise Recommended ที่การันตีว่าจะได้รับการอัปเดทด้านความปลอดภัยของระบบภายใน 90 วัน และสามารถทำงานร่วมกับระบบไอทีมาตรฐานภายในองค์กรได้เป็นอย่างดี

ก้าวเข้าสู่โลก AR

Huawei Mate 20 Series ถือเป็นพัฒนาการอีกขั้นของหัวเว่ยในโลก AR หรือ Augmented Reality โลกความจริงผสม ตั้งแต่การสนับสนุนมาตรฐาน ARcore ของ Google ทำให้สามารถใช้แอปมากมายใน Google Play ที่รองรับมาตรฐานนี้ได้ ทำให้เราเล่นเกม 3 มิติที่ฉายภาพซ้อนทับโลกจริงได้ หรือแอปเพื่อการศึกษาต่างๆ ที่ทำออกมาให้เล่นไปพร้อมๆ กับโลกความจริง

แต่ทีเด็ดของหัวเว่ยนั้นอยู่ที่ตัว Huawei Mate 20 Pro และ PORSCHE DESIGN HUAWEI Mate 20 RS ครับ ที่กล้องหน้านั้นมีเทคโนโลยีการสแกน 3 มิติด้วย ซึ่งปกติเราจะใช้การสแกน 3 มิติกับการตรวจสอบใบหน้าเพื่อปลดล็อกเครื่อง ที่เทคโนโลยีสแกนหน้า 3 มิติทำให้การตรวจจับใบหน้าแม่นยำขึ้น ลดการปลอมแปลงใบหน้าไปได้เยอะ แต่หัวเว่ยก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่การสแกนใบหน้า จับเอาเทคโนโลยีนี้มาสแกนข้าวของเครื่องใช้ด้วยเลย ซึ่งเดโมบนเวทีคือการสแกนตุ๊กตาหมีแพนด้าจากโลกจริงให้เข้าไปเป็นโมเดล 3 มิติในมือถือ แล้วจับโมเดล 3 มิติมาซ้อนทับกับโลกจริงอีกครั้งในแบบต่างๆ เช่นหมีแพนด้าเต้น หรือทำท่าทางต่างๆ ในโลก AR ซึ่งถ้าหากอ่านแล้วยังไม่ค่อยเก็ต ลองดูวิดีโอที่หนุ่ย พงศ์สุขไปลองเล่นฟีเจอร์นี้จริงๆ ในงานกันเลยดีกว่า

บุกตลาดใหม่ๆ กับ Huawei Mate 20 X

เปิดตัว Huawei Mate 20 Series ครั้งนี้มีรุ่นหนึ่งที่แตกต่างจากพี่น้องนั่นคือ Huawei Mate 20 X ครับ เพราะเป็นสมาร์ทโฟนหน้าจอ AMOLED ขนาดใหญ่ 7.2 นิ้วที่เน้นการเล่นเกมด้วยระบบระบายความร้อน Huawei HyperCool ซึ่งใช้ Vapor Chamber ที่สามารถระบายความร้อนได้ดีกว่าระบบ Heat Pipe แบบเดิมร่วมกับ Graphene film ที่ระบายความร้อนได้เร็วกว่าฟิล์มทองแดงแบบเดิมด้วย ทำให้ Huawei Mate 20 X สามารถใช้งานหนักๆ อย่างการเล่นเกมเป็นเวลานานได้สบายโดยที่ความแรงของเครื่องไม่ตก

นอกจากนี้ Huawei Mate 20 X ยังมาพร้อมกับปากกา M-Pen ที่รองรับแรงกด 4096 ระดับ (แบบที่เราเห็นในปากกาของ Huawei MediaPad M5 Series มาแล้ว) ซึ่งทำให้ Huawei Mate 20 X กลายเป็นสมาร์ทโฟนจอใหญ่ เครื่องแรง เล่นเกมลื่น เป็นรุ่นเดียวในซีรี่ส์นี้ที่มีช่องหูฟัง แถมยังใช้ปากกาได้ ซึ่งน่าจะเจาะกลุ่มผู้ใช้ใหม่ๆ อีกมากมายที่แตกต่างจากกลุ่มผู้ใช้ Huawei Mate เดิมครับ

การเปิดตัว Huawei Mate 20 Series ครั้งนี้ก็น่าจะได้เห็นความยิ่งใหญ่ในระดับโลกของ Huawei มากขึ้นที่ตอนนี้กลายเป็นผู้นำด้านกล้องสมาร์ทโฟน การออกแบบชิปเซ็ต รวมถึงการพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับสมาร์ทโฟนไปแล้วครับ ซึ่ง Mate 20 Series ก็ยังมีพื้นที่ว่างให้พัฒนาผ่านซอฟต์แวร์ได้อีกเยอะ ซึ่งน่าติดตามต่อไปว่าจะก้าวเป็นอย่างไรต่อไป

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

สัมภาษณ์

UniChat คุยกับสงกรานต์ ดาวเศรษฐศาสตร์เกษตร ไขคำตอบคณะนี้เรียนอะไรกัน!

Published

on

“คณะเศรษฐศาสตร์” นับเป็นหนึ่งในคณะที่มีชื่อเสียงมาช้านาน แถมหนุ่มสาวคณะนี้ยังขึ้นชื่อในเรื่องของความทันสมัยด้วย จนคนนอกคณะอย่างเราๆ อดคิดไม่ได้ว่าหนุ่มสาวคณะนี้เค้าใช้ชีวิตในคณะกันยังไงบ้าง ถึงได้มีคาแรกเตอร์คูลๆ ชัดเจนกันขนาดนี้.. พอมีโอกาสดีก็เลยรีบลักพาตัวสาวเศรษฐศาสตร์สุดฮอตคนหนึ่ง ที่มีดีกรีเป็นถึงนางแบบและเป็นเด็กกิจกรรมตัวยงด้วย และเธอไม่ใช่สาวเศรษฐศาสตร์ธรรมดานะ แต่เป็นเศรษฐศาสตร์เกษตรด้วย!

วันนี้เราจะพาคุณผู้อ่านไปพบกับสาวน้อยหน้าใส Econ girl แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สงกรานต์ – จิราวรรณ พงษ์ปราโมทย์ ไปคุยกับเธอกัน!

เป็นมายังไง ทำไมถึงเรียนเศรษฐศาสตร์

ที่เลือกเรียนคณะเศรษฐศาสตร์เพราะว่าตอน ม.5 มีเรียนวิชาเศรษฐศาสตร์ แล้วรู้สึกว่าชอบ มันสนุกดี ได้รู้เกี่ยวกับกลไกการขายในการตลาด พวกการเงินและดอกเบี้ย แล้วตัวสงกรานต์เองก็ได้ท็อปของห้องด้วยนะ (หัวเราะ) เลยคิดว่าทางนี้แหละน่าจะใช่ (ยิ้ม)

แล้วทำไมถึงเลือกเป็นสาขา  “เศรษฐศาสตร์เกษตร” คะ

คณะที่สงกรานต์เรียนมีทั้งหมด 5 สาขาคือ สาขาเศรษฐศาสตร์ สาขาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร สาขาธุรกิจการเกษตร สาขาสหกรณ์ สาขาเศรษฐศาสตร์ประกอบการ (อินเตอร์) ส่วนที่เลือกเรียนสาขาเศรษฐศาสตร์เกษตรเพราะว่าคะแนนหลุดแอดสาขาเศรษฐศาสตร์ ก็เลยได้มาเรียนสาขาเศรษฐศาสตร์เกษตร ซึ่งเนื้อหาการเรียนของสาขานี้มันใกล้เคียงกับสาขาเศรษฐศาสตร์มากที่สุดค่ะ

แล้วสาขานี้เค้าเรียนอะไรกันบ้าง

เศรษฐศาสตร์เกษตร ตอนปี 1 และ ปี 2 จะเรียนเกี่ยวกับวิชาพื้นฐานของวิชาภาค มันเป็นความรู้ที่นำไปใช้ต่อยอดตอนปี 3 และปี 4 ค่ะ ตอนปี 1 ก็จะเรียนวิชา micro, macro, cal, วิชาเสรี และก็พวกวิชาที่เกี่ยวกับการเกษตรซึ่งจะอยู่ในเนื้อหาวิชาชีววิทยาของตอนมัธยมปลายทั้งหมด เหมือนกับเป็นการเรียนชีววิทยาใหม่ (หัวเราะ) เพราะสงกรานต์จำเนื้อหาได้แบบเลือนลางมากๆ

ส่วนปี 3 จะเริ่มเรียนวิชาภาคทั้งหมดค่ะ ซึ่งจะยากขึ้นไปอีก ซึ่งก็จะเรียนเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ที่ประยุกต์เกี่ยวกับการเกษตร เช่น พวกเมทริกซ์ ทำนองนี้ค่ะ แล้วก็วิชาที่เกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน แล้วก็มีเรียนวิจัยด้วยค่ะ

ปี 4 ก็เหมือนกันค่ะ แต่ปี 4 ไม่มีเรียนวิชาเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ แล้วจะเป็นวิชาที่เหมือนว่าเรียนแล้วนำไปใช้ในการทำโปรเจ็คจบ ซึ่งการเรียนจะแบ่งเรียนเป็น 2 แบบ คือมีสหกิจกับไม่มีสหกิจ โดยการเรียนแบบมีสหกิจคือการเรียน 7 เทอม แล้วเทอมสุดท้ายจะไปฝึกงานอย่างเดียว ส่วนการเรียนแบบไม่มีสหกิจคือการเรียนแบบไม่มีฝึกงาน ซึ่งก็คือเรียนรวดเดียว 8 เทอมไปเลย (หัวเราะ)

มีวิชาไหนเป็นวิชาโปรดมั้ยคะ

วิชาที่ชอบมากที่สุดคือวิชาที่เรียนเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ค่ะ ซึ่งก็คือ Calculus ซึ่งหลายคนอาจจะไม่ชอบ (หัวเราะ) สงกรานต์ชอบคิดเลขค่ะ มันดูไม่น่าเบื่อ มันมีโจทย์ให้เราคิดหลายรูปแบบ ยิ่งถ้าเราฝึกทำโจทย์เยอะๆ มันจะเพลินมาก แล้วเวลาเจอข้อสอบเราก็จะไม่รนด้วยค่ะ กิจกรรมของวิชานี้ก็คือ ฝึกทำโจทย์วนไปค่ะ (หัวเราะ)

โปรเจ็คที่สงกรานต์ชอบ

น่าจะเป็นโปรเจ็คที่เราได้เป็นพี่สตาฟค่ายแรกของคณะ คือค่าย YEC11 ซึ่งเราเปิดรับสมัครน้องๆ มัธยมปลายทุกโรงเรียนเข้ามาร่วมสนุก มาเรียนรู้ว่าคณะเศรษฐศาสตร์คืออะไร เรียนเกี่ยวกับอะไร มีกี่สาขา แต่ละสาขาเป็นอย่างไร เรียนต่างกันยังไง ซึ่งมันไม่ได้มีแต่กิจกรรมวิชาการนะคะ มันมีกิจกรรมสนุกๆ อีกมากให้น้องได้ทำ มันเป็นค่ายแรกในการเป็นน้องปี 1 แล้วได้ไปเป็นพี่ในการดูเเลน้องมัธยมปลาย มันให้ความรู้สึกเป็นพี่ดูแลน้อง ทั้งๆ ที่เราเพิ่งเข้ามาปี 1 ซึ่งเพิ่งผ่านการรับน้อง เพิ่งรู้สึกว่าได้เป็นน้อง แต่อยู่ๆ ก็มีน้องมัธยมมาเรียกเราว่าพี่ มันรู้สึกดีค่ะ การที่เราได้ดูแลน้องๆ ค่ายนี้ให้ทั้งความรู้ ให้ทั้งมิตรภาพเลยค่ะ

แล้วสาขานี้ จบไปทำงานด้านไหนได้บ้างคะ

ก็ทำงานด้านการเงิน ด้านการบริหาร เพราะมีเรียนวิชาบริหารด้วย ด้านการเกษตร หรืออาจจะเรียนต่อโทแล้วไปเป็นอาจารย์สอนนิสิตก็ได้ค่ะ สงกรานต์อยากเป็นแอร์ค่ะ (หัวเราะ) มีความคิดว่าถ้าเรียนจบอยากลองไปสมัครดู แต่ก็มีคิดไว้ว่าอยากทำงานที่เกี่ยวกับด้านการเงินด้วยค่ะ เพราะถ้าเป็นแอร์น่าจะเป็นได้ไม่นาน ถ้าเราอายุมาก เราก็อาจทำไม่ไหวแล้ว

อยากเรียนเศรษฐศาสตร์ ควรมีพื้นฐานอะไรบ้าง

จริงๆ ไม่ต้องเรียนอะไรเป็นพื้นฐานมาก็เรียนได้ค่ะ เพราะเข้ามามหาวิทยาลัย ก็เหมือนกับเราต้องเริ่มต้นพื้นฐานใหม่หมดเลย แต่แค่เราต้องตั้งใจเรียน แล้วก็ตามให้ทันค่ะ แต่ทางที่ดีก็ควรมีทักษะวิชาเศรษฐศาสตร์และคณิตศาสตร์ค่ะ

เป็นสาว Econ girl ด้วย ว่าแต่มันคืออะไรนะ..

ต้องอธิบายก่อนว่า Econ girl คือการหาตัวแทนของแต่ละสาขาแล้วมาแข่งกันเพื่อให้ได้เป็นสาว Econ girl ของคณะ ตอนเข้าปี 1ใหม่ๆ รุ่นพี่ก็เลยหาตัวน้องคนที่ชื่อสงกรานต์เพราะได้ยินมาว่าประกวด Thai super model (หัวเราะ) แล้วจากนั้นก็เป็นที่รู้จักของรุ่นพี่มาเลยค่ะ ช่วงระหว่างการประกวดก็จะมีการเก็บตัว ทำกิจกรรมและให้คะแนน แล้วแต่ละสาขาก็ต้องคิดการแสดงของตัวเอง สาขาละ 15 นาที ซึ่งสงกรานต์ได้เลือกการแสดงเป็นการเดินแบบ การแสดงละครเพลง และการรำค่ะ ตอนซ้อมคือซ้อมดึกมาก มีคืนนึงดึกสุดเลย คือซ้อมถึงตี 2 ค่ะ และแล้วสงกรานต์ก็ชนะการประกวด Econ girl 2017 ค่ะ ซึ่งตอนนี้ก็ยังงงๆ อยู่ในหัว (หัวเราะ) ไม่คิดว่าตัวเองจะชนะเลยค่ะ แต่ชนะก็ดีใจ ดีใจที่ได้นำสิ่งที่เรียนมาตอนประกวด Thai super model มาใช้ในการประกวด Econ girl (ยิ้ม)

กิจกรรมอื่นๆ ที่มหาวิทยาลัยล่ะ

กิจกรรมของมหาวิทยาลัย ส่วนใหญ่จะไปเป็นนางแบบให้ช่างภาพถ่ายรูปค่ะ เพราะส่วนใหญ่สงกรานต์ทำแต่กิจกรรมคณะมากกว่า กิจกรรมที่ชอบมากสุด น่าจะเป็นการประกวดนางสงกรานต์นี่แหละค่ะ มันเป็นการท้าทายดีค่ะ เพราะว่าสงกรานต์ประกวดนางแบบมาก่อน สงกรานต์ไม่ชอบการประกวดพวกนางงาม เพราะมันต้องตอบคำถาม ต้องมีความรู้ มีไหวพริบซึ่งสงกรานต์ไม่มี (หัวเราะ) แต่นั่นแหละค่ะ ด้วยการฝึกซ้อมจากพี่ๆ ที่คอยสอน ทำให้ได้รองชนะเลิศอันดับ 1 มาได้ค่ะ

ย้อนกลับไปตอนประกวด Thai super model เป็นยังไงบ้างคะ

ตอนประกวด Thai super model คือสงกรานต์โดดเรียนแล้วให้เพื่อนพาไปประกวดค่ะ (หัวเราะ) เป็นสิ่งไม่ดีห้ามทำตามนะคะ ตอนประกวดไม่ได้คิดว่าจะเข้ารอบนะ แค่อยากไปลองประกวดเฉยๆ อยากรู้ว่าประกวดแล้วต้องทำอะไรบ้าง ปีหน้าจะได้เตรียมตัวไป แต่มันดันเข้ารอบเลย (หัวเราะ) ซึ่งดีใจมาก ตอนประกวดคือตอนที่สงกรานต์อยู่ ม.6 ค่ะ ระหว่างประกวดก็มีการเก็บตัว เรียนการแสดง เรียนเดินแบบ เรียนเต้น แล้วที่ได้เข้ารอบ 10 คนสุดท้ายได้ น่าจะมาจากความตั้งใจในการทำกิจกรรมของกองประกวด ตัวสงกรานต์เองก็ไม่ได้คิดว่าจะเข้ารอบลึกขนาดนี้ การประกวด Thai super model เป็นเวทีแรกของสงกรานต์ เข้ารอบลึกขนาดนี้ก็ดีใจมากๆ แล้วค่ะ

รู้ตัวว่าเราชอบการเป็นนางแบบได้ยังไง

เริ่มต้นจากตอนเด็กเลยค่ะ ชอบแอบเอารองเท้าส้นสูงพี่สาวมาใส่เดินเล่น พอมัธยมก็เริ่มจากการเป็นดรัมเมเยอร์กีฬาสีที่โรงเรียน สรุปคือสงกรานต์น่าจะชอบอะไรที่มันสวยๆ งามๆ ค่ะ (หัวเราะ) ที่ชอบการเป็นนางแบบเพราะว่ามันแค่เดิน แต่ว่าเดินอย่างเดียวไม่ได้ มันต้องมีอินเนอร์จากข้างใน ส่วนใหญ่นางแบบจะเดินแล้วหน้านิ่งๆ ซึ่งอันนี้สงกรานต์ชอบมาก เพราะว่าฟันของสงกรานต์ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ค่ะ (หัวเราะ)

จัดสรรเวลาในการเรียน และการทำกิจกรรมยังไงบ้าง

เวลาสงกรานต์เรียน ก็จะมีตั้งใจเรียนบ้าง ไม่ตั้งใจเรียนบ้าง โดดเรียนบ้าง (หัวเราะ)  คือสงกรานต์คิดว่าเรียนอย่างเดียว มันน่าเบื่อค่ะ เลยทำกิจกรรมบ้างไม่ให้การเรียนมหาลัยมันดูน่าเบื่อหรือเครียดเกินไป เวลาเราทำกิจกรรมเราก็จะทุ่มเทให้มันเต็มที่ ส่วนเวลาเรียนหรือเวลาสอบ สงกรานต์จะตั้งใจอ่านหนังสือมาก แค่นี้ก็เป็นการแบ่งเวลาได้แล้วค่ะ บางทีเวลาเรียนกับเวลาทำกิจกรรมมันตรงกัน สงกรานต์ก็เลือกที่จะทำกิจกรรมนะคะ เพราะการเรียนจริงๆ เราไปอ่านเองหรือไปขอเพื่อนจดเนื้อหาที่เรียนในวันนั้นๆ ก็ได้ค่ะ

ทุกคนมีสิ่งที่ตัวเองชอบ มีสิ่งที่ตัวเองอยากทำกันทั้งนั้น ให้รีบทำเมื่อมีโอกาส ส่วนเรื่องการเรียนในมหาวิทยาลัย อยากให้ทุกคนใช้ชีวิตให้คุ้มก็คือ เรียนไปด้วย ทำกิจกรรมไปด้วย เพราะถ้าเรียนอย่างเดียวอาจจะเครียดเกินไป ลองหากิจกรรมทำดู มันสนุกจริงๆ แล้วสุดท้ายคืออยากบอกว่า เวลาทำอะไรให้ทำเพราะอยากทำ แล้วเราจะมีความสุขกับมันค่ะ

แอปที่สงกรานต์ชอบใช้ มีอะไรบ้างคะ

แอป LINE dict ค่ะ เพราะว่าเป็นคนไม่เก่งภาษาอังกฤษ ก็ต้องมีแอปไว้ในมือถือเอาไว้แปลคำศัพท์ที่เราไม่คุ้นหรือเราไม่รู้ จริงๆ มีหลายแอปแต่สงกรานต์ว่าแอปนี้มันดีกว่าแอปแปลภาษาอื่นที่สงกรานต์มีนะ เพราะมันใช้ง่ายกว่า แปลแล้วคำออกมาครอบคลุมกว่าด้วย ใครเรียนจีนน่าจะชอบด้วยนะ เพราะมันมีภาษาจีนด้วยค่ะ แนะนำให้เพื่อนๆ ไปลองโหลดมาใช้กันนะคะ

ดาวน์โหลด

วันนี้เรียกว่าเปิดมุมมองของเด็กเศรษฐศาสตร์ในด้านใหม่ๆ กันเลยทีเดียว แต่ถึงอย่างไรเมื่อใดคุยกับสาวเศรษฐศาสตร์แล้ว ก็ยังรู้สึกว่าหนุ่มสาวคณะนี้เค้าทันสมัย และมีคาแรกเตอร์ที่โดดเด่นและน่าสนใจจริงๆ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

แบไต๋กระป๋อง/กล่อง/ขวด

Energy Drink กับความจริงที่ไม่เคยรู้มาก่อน เจาะส่วนผสม ขุมพลังในขวดสีชา

Published

on

ห้ามดื่มเกินวันละ 2 ขวด
โปรดสังเกตคำเตือนบนฉลากก่อนดื่มทุกครั้ง

วลียอดฮิตที่ติดอยู่ข้างๆ ขวดเครื่องดื่มชูกำลัง เห็นพี่ๆ ก่อสร้างกับคุณลุงขับรถชอบซื้อดื่มกัน จนเริ่มสงสัยว่ามันดียังไง บางคนบอกว่ากินละมีแรง บางคนบอกไม่กินแล้วปวดเมื่อยตามตัว บางคนบอกว่าวันไหนไม่ได้กินแล้วปวดหัว (-*- อาการเหมือนตรูตอนไม่ได้กาแฟเลยว่ะ)

สรรพคุณขนาดนี้ ขอดูสักที ให้รู้กันไปเลยว่าในขวดมีอะไรบ้าง พอหยิบมาดู เพิ่งรู้ !! เครื่องดื่มชูกำลังไม่บอกส่วนประกอบเป็น % แต่จะบอกปริมาณสารแต่ละตัวโต้งๆ เลย (ก็ดีไม่ต้องคิดเยอะ รู้ไปเลยว่ากินอะไรเข้าไปเท่าไหร่บ้าง)

<กดที่รูปเพื่ออ่านฉลาก 🤓 >

หลักๆ เลยสารที่เห็นใส่เรียงตามลำดับปริมาณ ก็มี

น้ำตาลซูโครส = ก็น้ำตาลเราดีๆ นี่แหละ กินแล้วให้พลังงาน แถมหว๊านหวาน

🐟 ทอรีน* = กรดอะมิโนที่ไม่จำเป็น ร่างกายผลิตได้ มีส่วนช่วยบำรุงประสาท กระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อ และรักษาระบบความดันโลหิต (ตัวนี้แหละช่วยให้กล้ามเนื้อ ออกแรงได้หนักขึ้นและมากขึ้น)

คาเฟอีน* = สารกระตุ้นทำให้รู้สึกตื่นตัว สดชื่น ไม่ง่วงนอน ของคุ้นเคยอยู่ในกาแฟเราดีๆนี่แหละ

🥚 วิตามินบี 6 และ บี 12 = วิตามินช่วยเรื่องการทำงานระบบประสาท สมอง และการสร้างเม็ดเลือดแดง

*ทอรีน : ประกาศสำนักกรรมการอาหารและยา กำหนดให้ปริมาณสูงสุดทอรีนที่บริโภคต่อวัน ไม่เกิน 3,000 มิลลิกรัม
 คาเฟอีน : คำสั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กำหนดให้เครื่องดื่มผสมคาเฟอีนได้ไม่เกิน 50 มิลลิกรัมต่อหน่วยบรรจุ

โดยรวมนี่ของดีนี่หว่า กินทีนึงเหมือนได้วาร์ปกลับบ้านไปน้ำพุ เลือดเต็ม มานาเต็ม ที่ได้ยินจากพี่ก่อสร้างกับลุงขับรถเป็นเรื่องจริง !!! แต่พลังงานหลักก็ยังมาจากอาหารที่กินเข้าไปอยู่ดี เราแค่เหมือนเปิดก๊อกยืมพลังออกมาใช้เท่านั้น
แล้วอะไรทำให้กินเกินวันละ 2 ขวดไม่ได้วะ ค้นต่อไป ก็ไปเจอประกาศของกระทรวงสาธารณสุขตามด้านล่างนี้เลย

สรุปคือห้ามดื่มเกิน 2 ขวด เพราะคาเฟอีน รวมแล้วไม่ควรกิน 100 มิลลิกรัมต่อวัน  . . . ดูแล้วท่าจะน้อยกว่ากาแฟในมือตรูอีก ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดนี่หว่า วันหลังเปลี่ยนจากกาแฟมากิน Energy Drink ท่าจะดี เพราะทุกวันนี้ตอนทำงานต้องเล่นโหมดสายแทงค์ขึ้นทุกวัน 😛  #อึดถึกทนคนออฟฟิศ2018 #กายพร้อมใจพร้อมเราทำได้ #นั่นมันไวตามิลค์ -*-

Bonus Track : ในฉลากเราจะเห็นหน่วยย่อเป็น มก. ซึ่งก็คือ มิลลิกรัม เรารู้กันดี แต่ที่งงคือ “มคก.” คือไรวะ สรุป มคก. คือ ไมโครกรัม -*- (1,000,000 มคก. = 1 กรัม)

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!